00 วิทยานิพนธ์ แสงอรุณ.pdf
เนื้อหาในไฟล์
วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ การประยุกตใชคิลานสูตร เพื่อปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรม APPLICATION OF GILANA SUTTA TO PREVENT COVID-19 AND TREAT INFECTED PATIENTS IN THE BUDDHIST DHAMMA MEDICINE VOLUNTEER NETWORK นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ (ลิขสิทธิ์เปนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) การประยุกตใชคิลานสูตร เพื่อปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรม นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2023 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) Application of Gilana Sutta to Prevent COVID-19 Treat Infected Patients in the Buddhist Dhamma Medicine Volunteer Network Miss Sangaroon Sungkomsilp
ก ชื่อวิทยานิพนธ : การประยุกตใชคิลานสูตร เพื่อปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ผูวิจัย : นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ : พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร., ป.ธ. ๔, พธ.บ. (พุทธจิตวิทยา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) : รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ, พธ.บ. (พระพุทธศาสนา), ศ
อ่านต่อ
ศ.ม. (ปรัชญา), Ph.D. (Buddhist Studies) วันสำเร็จการศึกษา : ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ บทคัดยอ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษาหลักการรักษาโรคในพระพุทธศาสนาตามหลักคิลานสูตร (๒) เพื่อศึกษาวิธีการปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทยวิถีธรรม (๓) เพื่อวิเคราะหการประยุกตหลักคิลานสูตรรักษาผูปวยจากปญหาโควิด ๑๙ ของจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ผลการวิจัยพบวา การรักษาโรคในพระพุทธศาสนา แบงออกเปน ๒ ประเภทคือ โรคทางกาย (กายิกโรโค) และโรคทางใจ (เจตสิกโรโค) การรักษาโรคทางกาย ตองออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนอาหาร ใชยาสมุนไพรใหสมดุล โรคทางใจตองรักษาดวยกระบวนการปรับเปลี่ยนอารมณ โดยใชธรรมะ “คิลานสูตร" นั้นเปนหนึ่งในพระสูตรในการรักษาโรคในพระไตรปฎก เปนหลักธรรมรักษาโรคที่สำคัญในการอบรมคายสุขภาพ ที่บูรณาการเพื่อใหเกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ ดานจิตใจ เครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรมไดบูรณาการมาประยุกตใชในการรักษาโรค วิธีปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทยวิถีธรรมนั้น มีแนวคิดหลัก คือ การฝกฝนปฏิบัติเพื่อเขาถึงสภาวะของความสุข คือ ใจเปนประธานของสิ่งทั้งปวง พึ่งตนเอง ประหยัดเรียบงาย มีประโยชนไมมีโทษ พิสูจนผลไดดวยตนเอง มีการอธิบายกลไกการเกิดการหายของโรคอยางเปนวิทยาศาสตร มีวิธีปฏิบัติมีการบูรณาการการใชธรรมชาติกับพระพุทธศาสนาในการรักษาโรคที่ดี คือหมอที่ดีไดแกตัวเราเอง เบื้องตนคือการลดกิเลสรักษาโรค โดยมีแนวคิด "ศูนยบาทรักษาทุกโรค" ผลของการปฏิบัติของผูปวยในโรคโควิด ๑๙ พบวารักษาโรคไดจริง กอใหเกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณของชีวิต เขาใจการลดกิเลสรักษาโรคครบถวนสมบูรณทั้งวิทยาศาสตรเชิงนามธรรมและรูปธรรม ข Thesis Title : Application of Gilana Sutta to Prevent COVID-19 Treat Infected Patients in the Buddhist Dhamma Medicine Volunteer Network Researcher : Miss Sangaroon Sungkomsilp Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Phrakrupariyathijethiyanuruksa, Asst. Prof. Dr., Pali IV, B.A. (BuddhistPsychology), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) : Assoc. Prof. Dr. Phoonchai Punthiya, B.A. (Religions), M.A. (Philosophy), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : June 2, 2023 Abstract This research aims to achieve three objectives: (1) to examine the principles of treatment in Buddhism as outlined in the Gilana Sutta, (2) to explore the methods of prevention and treatment of COVID-19 employed by Dhamma practitioners, and (3) to analyze the application of the Gilana principles in the treatment of COVID-19 patients using a volunteer spirit medicine approach with a Dhamma orientation. The findings reveal that the treatment of diseases in Buddhism can be classified into two categories: physical diseases (Kãyikaroko) and mental diseases (Cetasikaroko). Physical ailments necessitate dietary modifications and the use of herbal medicine to restore balance, while mental illnesses require emotional adjustment through the application of the "Gilana Sutta," one of the sutras for treating diseases found in the Tipitaka. This principle serves as a crucial guideline for the health camp training's disease treatment. By integrating these practices, happiness, comfort, and a sense of wholeness of mind can be achieved. The Dhamma Medicine approach to preventing and treating COVID-19 is centered on the idea of attaining a state of happiness, where the mind assumes a central role, emphasizing self-reliance, simplicity, and frugality without sacrificing ค efficacy. The results can be empirically verified, and the disease mechanism has been scientifically described. The integration of nature and Buddhism in disease treatment demonstrates a commendable approach. Individuals can become their own reliable doctors by initially reducing attachment to disease using the concept of a “Zero Baht Center for Cure All Diseases”. The practical application of Dhamma Medicine in COVID-19 patients has yielded positive outcomes, leading to happiness, comfort, and a sense of completeness in life. It contributes to a reduction in defilements and offers comprehensive treatment of diseases from both abstract and concrete perspectives. ง กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธเรื่อง “การประยุกตใชคิลานสูตร เพื่อปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรม” ฉบับนี้ สำเร็จสมบูรณไดดวยความกรุณาจาก พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร. และ รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ ที่ไดใหคำแนะนำและแกไขขอบกพรองมาโดยตลอด ตั้งแตเริ่มตนจนสำเร็จเรียบรอย ผูวิจัยขอกราบขอบพระคุณดวยความเคารพอยางสูง ขอกราบขอบพระคุณ ผศ. ดร.สมหวัง แกวสุฟอง, รศ. ดร.สัญญา สะสอง, ดร.วิโรจน วิชัย ที่กรุณาเปนผูเชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัยในครั้งนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ใจเพชร กลาจน ประธานมูลนิธิแพทยวิถีธรรมแหงประเทศไทย ที่กรุณาใหสัมภาษณในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณ จิตอาสาแพทยวิถีธรรม เจาหนาที่บุคลากรสาธารณสุข ผูเขาคายสุขภาพแพทยวิถีธรรมทุกทาน ที่กรุณาใหขอมูลการสัมภาษณและการสนทนากลุมแกผูวิจัย ขอขอบพระคุณ คณาจารย เจาหนาที่บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม ทุกทาน และกัลยาณมิตรเพื่อนรวมรุนทุกรูป/คน ที่คอยชวยเหลือและเปนกำลังใจซึ่งกันและกัน ผูวิจัยขอขอบพระคุณไว ณ โอกาสนี้ คุณความดีอันเกิดจากวิทยานิพนธเลมนี้ ผูวิจัยขอถวายเปนปฏิบัติบูชา เพื่อตอบแทนคุณพระพุทธศาสนา ตอบแทนคุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย ตลอดจนผูมีพระคุณทุกทาน หากงานวิจัยครั้งนี้มีขอบกพรองประการใด ผูวิจัยตองขออภัย และยินดีนอมรับคำแนะนำดวยความเต็มใจยิ่ง นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ จ สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอภาษาไทย ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ค กิตติกรรมประกาศ ง สารบัญ จ สารบัญตาราง ช สารบัญภาพ ซ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ ฌ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย ๕ ๑.๓ วัตถุประสงคของการวิจัย ๕ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๕ ๑.๕ นิยามศัพทเฉพาะที่ใชในการวิจัย ๖ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ๗ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย ๑๗ ๑.๘ ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย ๑๙ บทที่ ๒ การรักษาโรคในพระพุทธศาสนาตามหลักคิลานสูตร ๒๐ ๒.๑ ความหมายของโรค ๒๐ ๒.๒ ประเภทของโรค ๒๓ ๒.๓ โรคที่ปรากฏในพระไตรปฏก ๓๑ ๒.๔ การรักษาโรคในพระไตรปฎก ๓๒ ๒.๕ สรุปทายบท ๔๓ บทที่ ๓ วิธีปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทยวิถีธรรม ๔๕ ๓.๑ บริบทของมูลนิธิแพทยวิถีธรรมแหงประเทศไทย ๔๕ ๓.๒ ศาสตรการแพทยวิถีธรรม ๕๑ ฉ ๓.๓ การแพรระบาดของโรคโควิด ๑๙ ๖๓ ๓.๔ การปองกันโรคโควิด ๑๙ ตามหลักแพทยวิถีธรรม ๗๐ ๓.๕ การดูแลรักษาสุขภาพจากโรคโควิด ๑๙ ดวยหลักการแพทยวิถีธรรม ๗๘ ๓.๖ ตัวอยางผูที่ใชหลักการแพทยวิถีธรรมที่ปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ตามหลักการแพทยวิถีธรรม ๙๑ ๓.๗ สรุปทายบท ๑๒๐ บทที่ ๔ วิเคราะหการประยุกตใชคิลานสูตรเพื่อการปองกันและรักษาสุขภาพ จากโรคโควิด ๑๙ ของเครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ๑๒๒ ๔.๑ ประชากร ๑๒๒ ๔.๒ การประยุกตหลักธรรมคิลานสูตรกับหลักการแพทยวิถีธรรม ๑๒๔ ๔.๓ การปองกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทยวิถีธรรม ๑๓๒ ๔.๔ ผลของการประยุกตใชหลักคิลานสูตรดูแลสุขภาพตามหลักศาสตรการแพทยวิถีธรรม ๑๓๓ บทที่ ๕ สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ ๑๓๗ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๑๓๗ ๕.๒ ขอเสนอแนะ ๑๔๒ บรรณานุกรม ๑๔๔ ภาคผนวก ๑๕๒ ภาคผนวก ก. หนังสือขอความอนุเคราะหผูทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ๑๕๓ ภาคผนวก ข. แบบสัมภาษณ ๑๕๙ ภาคผนวก ค. หนังสือขอความอนุเคราะหเก็บขอมูลวิจัย ๑๖๖ ประวัติผูวิจัย ๑๘๘ ช สารบัญตาราง ตารางที่ หนา ตารางที่ ๑ แสดงจำนวนและรอยละของกลุมประชากร จำแนกตาม เพศ อายุ การศึกษา อาชีพหลัก ๑๒๒ ซ สารบัญภาพ ภาพที่ หนา ภาพที่ ๑ กราฟแสดงจำนวนผูปวยสะสมโรคติดตอเชื้อไวรัสโคโรนา ............................................... ๖๕ ภาพที่ ๒ หลักการล็อกดาวนแบบแพทยวิถีธรรม ............................................................................ ๗๑ ภาพที่ ๓ วิธีทำกระโจมอบสมุนไพร................................................................................................ ๘๑ ภาพที่ ๔ ภาพเสนลมปราณแขน ดานหนาและดานหลัง ................................................................. ๘๒ ภาพที่ ๕ เสนลมปราณลำไสใหญ ................................................................................................... ๘๓ ภาพที่ ๖ วิธีการใชขวดสวนลางลำไสใหญ (ดีท็อกซ) ....................................................................... ๘๙ ภาพที่ ๗ วิธีการสอดสายเขาไปที่รูทวารหนัก ................................................................................. ๙๐ ภาพที่ ๘ การอานบททบทวนธรรมหมอเขียว .............................................................................. ๑๐๘ ภาพที่ ๙ อาหารเปนยาบำบัดโรคและฟนฟูสุขภาพ ..................................................................... ๑๐๙ ภาพที่ ๑๐ ออกกำลังกาย กดจุด โยคะ กายบริหาร แบบหมอเขียว ............................................ ๑๑๐ ภาพที่ ๑๑ ถอนพิษรอน ปรับสมดุลรอนเย็นดวยยาเม็ดที่ ๔ แชมือแชเทา ................................... ๑๑๐ ภาพที่ ๑๒ คบและเคารพมิตรดี แลกเปลี่ยนสภาวะกายใจ .......................................................... ๑๑๑ ภาพที่ ๑๓ โรงพยาบาลสนามชุมชนตำบลบึงวิชัย อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ .......................... ๑๑๒ ภาพที่ ๑๔ กิจกรรมสวดมนตทบทวนธรรม โรงพยาบาลสนามชุมชนตำบลบึงวิชัย ...................... ๑๑๓ ภาพที่ ๑๕ กิจกรรมออกกำลังกายโรงพยาบาลสนามชุมชนตำบลบึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ...... ๑๑๓ ภาพที่ ๑๖ กิจกรรมออกกำลังกายโรงพยาบาลสนามชุมชน ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ .......... ๑๑๔ ฌ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ อักษรยอในวิทยานิพนธฉบับนี้ อางอิงจากคัมภีรพระไตรปฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๓๙ ในการอางอิงใชระบบระบุ เลม/ขอ/หนา โดยใสตัวเลขไวหลังคำยอชื่อคัมภีร ดังตัวอยางเชน สํ.ม.(ไทย) ๑๙/๑๙๖/๑๓๐ หมายถึง พระสุตตันตปฎก มหาวารวรรค ภาษาไทย เลมที่ ๑๙ ขอที่ ๑๙๖ หนาที่ ๑๓๐ เรียงตามคัมภีร ดังนี้ ๑. คำอธิบายคำยอในภาษาไทย ก. คำยอชื่อคัมภีรพระไตรปฎก พระวินัยปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา วิ.มหา. (ไทย) = วินัยปฎก มหาวิภังค (ภาษาไทย) วิ.ม. (ไทย) = วินัยปฎก มหาวรรค (ภาษาไทย) วิ.จู. (ไทย) = วินัยปฎก จูฬวรรค (ภาษาไทย) พระสุตตันตปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปณณาสก (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก (ภาษาไทย) สํ.ส. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) สํ.สฬา. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (ภาษาไทย) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.เอกก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย เอกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทุก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปฺจก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ปญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.เอกาทสก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต (ภาษาไทย) ญ ขุ.ขุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) พระอภิธรรมปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา อภิ.สงฺ. (ไทย) = อภิธรรมปฎก ธรรมสังคณี (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา พระพุทธเจา ตรัสวา ความไมมีโรคเปนลาภอยางยิ่ง,0๑ ความสำคัญของการมีสุขภาพรางกายดี ไมมีโรคภัยเบียดเบียนวา เปนชวงเวลาที่เหมาะแกการบำเพ็ญเพียรอยางยิ่ง1๒ หากรางกายเจ็บปวยไมอาจเยียวยาไดแลว พระองคจะทรงมุงเนนการเยียวยาทางดานจิตใจเปนหลัก ดังที่ปรากฏวา ครั้งหนึ่งมีภิกษุ ทุพพลภาพปวยหนัก ระยะสุดทาย พระพุทธเจาทรงเยียวยารักษาดานจิตใจทรงมีพระดำรัสวา “แมรางกายจะเจ็บหนักแตยังสามารถพัฒนาไปสูการบรรลุธรรมได”2๓ พระองคตรัสสูตรในการรักษาโรคไวทั้งโรคทางกายและโรคทางใจ หนึ่งในพระสูตรในการรักษาโรคที่พระพุทธเจาตรัสสอนไวคือ “คิลานสูตร”3๔ วาดวยคนไขและบุคคลผูเปรียบดวยคนไข ดังพุทธพจนวา ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนไข ๓ จำพวกนี้มีปรากฏในโลก ๓ จำพวกคนไข ๓ จำพวกไหนบาง คือ ๑. คนไขบางคนในโลกนี้ ไดโภชนะที่เปนสัปปายะ หรือไมไดโภชนะที่เปนสัปปายะก็ตาม ไดยาที่เปนสัปปายะ หรือไมไดยาที่เปนสัปปายะก็ตาม และไดคนพยาบาลที่เหมาะสม หรือไมไดคนพยาบาลที่เหมาะสมก็ตาม ยอมไมหายจากอาพาธนั้นไดเลย ๒. คนไขบางคนในโลกนี้ไดโภชนะที่เปนสัปปายะหรือไมไดโภชนะที่เปนสัปปายะก็ตาม ไดยาที่เปนสัปปายะ หรือไมไดยาที่เปนสัปปายะก็ตามและไดคนพยาบาลที่เหมาะสม หรือไมไดคนพยาบาลที่เหมาะสมก็ตามยอมหายจากอาพาธนั้นได ๓. คนไขบางคนในโลกนี้ไดโภชนะที่เปนสัปปายะ จึงหายจากอาพาธนั้น เมื่อไมได ยอมไมหาย ไดยาที่เปนสัปปายะจึงหายจากอาพาธนั้น เมื่อไมไดยอมไมหาย และไดคนพยาบาลที่เหมาะสมจึงหายจากอาพาธนั้นเมื่อไมไดยอมไมหาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนไข ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยูในโลก จากพุทธพจนดังกลาว ตองเลือกใชวิธีที่ทำใหรูสึกสบาย ไมวาจะเปนอาหารกาย อาหารใจ ยาและวิธีการรักษา ตองเลือกผูที่ดูแลที่เหมาะควร ๑ ขุ.ขุ. (ไทย) ๒๕/๒๐๔/๙๖. ๒ องฺ.ปฺจก. (ไทย) ๒๒/๕๓-๕๔/๙๒-๙๓. ๓ องฺ.ปฺจก. (ไทย) ๒๒/๑๒๑/๒๐. ๔ องฺ.ติก. (ไทย) ๒๐/๒๒/๑๖๙. ๒ จึงจะหายจากอาพาธนั้น ในพระพุทธศาสนาที่ใชบำบัดรักษาความเจ็บปวย หากปฎิบัติใหถึงการ ลด ละ เลิก ความโลภ ความโกรธ ความหลง และความมัวเมาจนถึงขั้นบรรลุนิพพานแลว ก็สามารถบำบัดโรคทางกายและโรคทางใจไดอยางถาวร ซึ่งในพระพุทธศาสนาไดกลาวถึงโรค ๒ ประการคือ โรคทางกาย (กายิโก โรโค) และโรคทางใจ (เจตสิโก โรโค) ดังพุทธพจนวา ดูกรภิกษุทั้งหลาย โรค ๒ อยางนี้ ๒ อยางเปนไฉน คือ โรคทางกาย ๑ โรคทางใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตวทั้งหลายผูปฏิญาณความไมมีโรคดวยโรคทางกาย ตลอดปหนึ่ง มีปรากฏ ผูปฏิญาณความไมมีโรคตลอด ๒ ป บาง ๓ ป บาง ๔ ป บาง ๕ ป บาง ๑๐ ป บาง ๒๐ ป บาง ๓๐ ป บาง ๔๐ ป บาง ๕๐ ป บาง ผูปฏิญาณความไมมีโรคแมยิ่งกวา ๑๐๐ ป บาง มีปรากฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตวเหลาใดปฏิญาณความไมมีโรคทางใจแมครูหนึ่ง สัตวเหลานั้นหาไดยากในโลก เวนแตพระขีณาสพเทานั้น4๕ องคการอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ไดใหความหมายของคำวา สุขภาพ หรือ สุขภาวะ วา เปนสภาวะอันสมบูรณที่ครอบคลุม ๔ ดานของชีวิต ไดแก ๑) สภาวะดานรางกาย ๒) สภาวะดานจิตใจ ๓) สภาวะดานสังคม ๔) สภาวะดานจิตวิญญาณ5๖ สอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) มีวิสัยทัศนวา “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเปนคติพจนประจำชาติวา “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยยึด “คนเปนศูนยกลางการพัฒนา” มุงสรางคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีสำหรับคนไทย6๗ สุขภาพที่ดีจึงเปนสิ่งสำคัญไมวาจะเปนระดับบุคคล ครอบครัว หรือระดับประชาคมโลก ดังคำที่วา “สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตประการแรกคือสุขภาพตองแข็งแรง” ความเจ็บปวยเปนปญหาที่สรางความทุกขทรมานแสนสาหัสใหกับผูปวย ไมเพียงแตตัวผูปวยเอง ยังรวมไปถึงครอบครัวญาติพี่นองอีกดวย ความเจ็บปวยยังสงผลถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม เชน เมื่อมีคนในครอบครัวปวยหนัก คนในครอบครัวตองลาออกจากงานเพื่อมาดูแล ทำใหครอบครัวขาดรายได เสียคาใชจายสูง ซึ่งวิธีดูแลสุขภาพในปจจุบันนั้นสามารถลดปญหาสุขภาพไดเพียงสวนหนึ่งแตยังมีปญหาสุขภาพอีกจำนวนมากที่ไมสามารถแกไขได ๕ องฺ.จตุกฺก. (ไทย) ๒๑/๑๕๗/๑๖๘. ๖ ความหมายของสุขภาพ, [ออนไลน], แหลงที่มา: http://mh64012.blogspot.com/2015/11/4-who-world- health-organization.html. [๑๑ กันยายน ๒๕๖๓]. ๗ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่สิบสอง พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔. หนา ๔. [ออนไลน], แหลงที่มา: https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422 [๑๑ กันยายน ๒๕๖๓]. ๓ โรคระบาดในโลกนั้นมีมาอยางยาวนานยกตัวอยางเชน เมื่อราว ๗๐๐ ปกอนซึ่งตรงกับสมัยกรุงสุโขทัยของไทย เกิดมีโรคระบาดที่ไมเคยมีใครรูจักมากอน แพรกระจายไปทั่วทวีปยุโรป โรคดังกลาวคราชีวิตผูคนในทวีปนั้นไปอยางนอย ๑ ใน ๔ ของประชากรทั้งหมด ตอมายังกระจายไปทั่วโลกและอาจทำใหมีคนเสียชีวิตมากถึง ๗๕ ลานคนทั่วโลก โรคนี้ไดรับชื่อภายหลังวากาฬโรค (Black Death หรือ Black Plague)๘ ความรายแรงของโรคกาฬโรคนั้นทำใหเกิดความหวาดกลัวตอผูคนทั่วไปและบุคคลากรทางการแพทย และยังมีโรคระบาดอื่นๆ ตามมาไมวาจะเปน โรคไขหวัดใหญสเปน (Spanish flu), โรคซารส (Sars) หรือไขหวัดมรณะ, โรคเมอรส8๙ เปนตน การมาถึงของโรคติดเชื้อโควิด ๑๙ (COVID-19) เปนโรคอุบัติใหมลาสุดที่กลายเปนโรคระบาดไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ทำใหเกิดอาการเจ็บปวยจำนวนมากและบางสวนเสียชีวิต การระบาดของโรคโควิด ที่แพรกระจายไปจำนวนมากเกิดสภาพผูปวยลนเตียงลนโรงพยาบาล ผูปวยจำนวนมากที่ไมสามารถเขาถึงบริการสุขภาพได สงผลกระทบใหเกิดความเสียหายเดือดรอนดานตาง ๆ สืบเนื่องตามมา ไดแก ปญหาดานจิตใจ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม เกิดสภาพผูปวยลนเตียงลนโรงพยาบาล เนื่องจากความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้น ซึ่งอาการโดยทั่วไปของโรคโควิด ๑๙9๑๐ เชน มีไข ไอแหง ออนเพลีย อาการที่พบไมบอยนักมีดังนี้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว เจ็บคอ ทองเสีย ตาแดง ปวดศีรษะ สูญเสียความสามารถในการดมกลิ่นและรับรส มีผื่นบนผิวหนัง หรือนิ้วมือนิ้วเทาเปลี่ยนสี อาการรุนแรงมีดังนี้ หายใจลำบากหรือหายใจถี่ เจ็บหนาอกหรือแนนหนาอก ผูที่ไมมีภูมิตานทาน มีโรคประจำตัว หรือรางกายออนแอ มักเกิดอาการปอดบวม ปอดอักเสบ ไดมากกวาไขหวัด ไขหวัดใหญ หรือโรคภูมิแพ โดยเฉพาะในคนที่เปนกลุมเสี่ยง เชน ผูสูงอายุ สุขภาพไมแข็งแรง มีโรคประจำตัว เปนตน สูญเสียความสามารถในการพูดและเคลื่อนไหว โดยเฉลี่ยแลวผูที่ติดเชื้อไวรัสจะแสดงอาการปวยใน ๕-๖ วัน อยางไรก็ตาม ผูปวยอาจใชเวลานานถึง ๑๔ วันจึงจะแสดงอาการ การหาหนทางในการแกปญหาสุขภาพทั้งทางกายและทางใจที่ทำใหหายหรือทุเลาจากโรคจึงเปนสิ่งสำคัญ ๘ ดร.นำชัย ชีววิวรรธน, COVID-๑๙ โรคระบาดแหงศตวรรษ, พิมพครั้งที่ ๑, (กรุงเทพมหานคร: บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน), ๒๕๖๓), หนา ๑๗. ๙ กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย, Disaster Profile สาระภัย การถอดบทเรียนวิกฤติการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙, ปที่ ๗ เลมที่ ๑๒ (เมษายน ๒๕๖๔): ๑๕-๑๖. ๑๐ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, [ออนไลน], แหลงที่มา: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ind_knowledge.php [๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๔]. ๔ การปองกันและแกปญหาที่สำคัญที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด ดังที่พระพุทธเจาตรัสไว คือ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ “ตนเปนที่พึ่งของตน”10๑๑ การพึ่งตนในการดำรงชีวิตที่ประหยัด เรียบงาย รวมถึงการพึ่งตนในการทำสิ่งที่จำเปนสำคัญตอชีวิตในทุกๆ ดาน ที่ตนสามารถทำได ทั้งดานการดูแลสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอม ฯลฯ จึงเปนสิ่งที่จำเปนสำคัญอยางยิ่งที่ตองทำควบคูกับการแกปญหาที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กำลังดำเนินการอยู จึงจะทำใหชีวิตอยูรอดปลอดภัย อยูเย็นเปนสุข และชวยเหลือเกื้อกูลผูอื่นสืบเนื่องตอไปได การที่ผูปวยหรือประชาชนพึ่งตนเองไดมาก ทำใหเจาหนาที่สุขภาพไมตองแบกรับภาระที่มากเกินไปและสามารถดูแลผูปวยไดอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งเปนผลดีตอผูปวยและระบบสุขภาพโดยรวม ซึ่งการแพทยวิถีธรรมนั้นสามารถพึ่งตนหรือบูรณาการรวมกับการดูแลสุขภาพทุกแผนไดตามความเหมาะสม ดวยเหตุนี้เองจึงทำใหผูวิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาหลักการประยุกตใชคิลานสูตรในพระไตรปฏก เพื่อดูแลสุขภาพและปองกันโรคโควิด ๑๙ ปองกันการติดเชื้อโควิด ๑๙ การรักษาหรือบรรเทาอาการติดเชื้อโควิด ๑๙ หรืออาการคลายติดเชื้อโควิด ๑๙ และอาการแทรกซอนจากการรับวัคซีนปองกันโควิด ๑๙ รวมถึงการฟนฟูสุขภาพจากปญหาโควิด ๑๙ โดยผูวิจัยเลือกที่จะศึกษากับเครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรม ซึ่งเปนจิตอาสาสังกัดมูลนิธิแพทยวิถีธรรมแหงประเทศไทย โดย ดร.ใจเพชร กลาจน (หมอเขียว) เปนประธานมูลนิธิ ซึ่งเปนองคกรที่จัดการอบรมเพื่อใหความรูในเรื่องการดูแลสุขภาพพึ่งตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมกับหลักพุทธธรรมแกประชาชนทั่วไปโดยไมรับคาตอบแทนใดๆ ภายใตแนวคิดที่วา “ลดกิเลสรักษาโรค, ศูนยบาทรักษาทุกโรค, และหมอที่ดีที่สุดในโลกคือตัวเราเอง” ซึ่งในปจจุบันมีจิตอาสาทั้งในและตางประเทศที่ผานเกณฑการคัดเลือกจากองคกร ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๖๕ ประมาณ ๗๐๐ กวาคน เฉพาะที่เปนจิตอาสาแพทยวิถีธรรมประมาณ ๔๐๐ กวาคนและมีประชาชนที่ผานการอบรมจากมูลนิธิไมต่ำกวา ๓๐๐,๐๐๐ คนทั่วโลก11๑๒ ถาผูใดสามารถพึ่งตัวเองไดจนโรคหายหรือทุเลา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive