570115 วาทกรรมเรื่องเลือกหรือไม่เลือกตั้ง.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.42 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

วาทกรรมเรื่องเลือกหรือไม่เลือกตั้ง กมล กมลตระกูล เป็นเรื่อง “ขำกลิ้ง” ที่มีนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับเทพจำนวนไม่น้อย ผู้นำเอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหวการเมืองที่คร่ำหวอด มากประสบกากรณ์ อีกจำนวนมากที่ออกมาเรียกร้องสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ 2557 โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้ง กติกาการเลือกตั้ง และกรรมการเลือกตั้งที่เป็นกลไกของรัฐ ในการรักษาระบอบการเมือง(ที่ล้มเหลว)ให้อยู่ในสภาพเดิม(Status quo) อันที่จริง ถ้าหากเขาต้องการรักษาระบอบการเมืองที่ล้มเหลว ที่บริหารโดยไร้หลักธรรมภิบาล ไร้จริยธรรม ปฏิเสธระบบนิติรัฐ ให้อยู่ในสภาพเดิม(Status quo) ต้องการได้นักการเมืองที่ฉ้อฉล ไร้ความรู้ ไร้คุณธรรม มีคุณสมบัติของอันธพาลมากกว่าผู้รับใช้ประชาชน เขาควรออกมาเรียกร้องให้ ”ไม่มีการเลือกตั้ง” ในวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ 2557 มากกว่า เพื่อประหยัดเงินภาษีอากรจำนวนไม่ต่ำกว่า 4000 ล้านบาทที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดการให้มีการเลือกตั้ง เพราะว่าการเลือกตั้งโดยไม่มีการเปลี่ยนกติกาให้มีความเป็นธรรม ไม่มีการสร้างระบบการป้องกันการซื้อเสียงและขายเสียงให้รัดกุม รวมทั้งการเพิ่มบทลงโทษผู้ซื้อและผู้ขายเสียง ไม่มีการการเปลี่ยนตัวกรรมการที่เป็นคนกลางที่ไม่ใช่กลไกของรัฐ ซึ่งรัฐบาลรักษาการเป็นหัวหน้าควบคุมอยู่ โดยสามารถสั่งการได้ จัดสรรงบประมาณให้ได้ กลไกเหล่านี้ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นหัวคะแนนให้นักการเมือง บุคคลเหล่านี้สามารถมีบทบาททางอ้อมในการบันดาลให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม หากไม่มีการปรับสนามแข่งให้เรียบเสมอกัน(Level field) ทั้งสองด้านของสนาม ผลของการเลือกตั้งก็จะออกมาโดยได้นักการเมืองหน้าเก่าที่สามานย์ ไร้คุณภาพ ขี้โกง มีประวัติส่วนตัวไม่

อ่านต่อ

ใสสะอาด ระบบปาร์ตี้ลิสท์ ที่เห็นชื่อแล้วต้องร้อง ยี้ว์ ดังนั้น แล้วจะมีการเลือกตั้งเพื่อผลาญเงินภาษีอากรไปเพื่ออะไร หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.การเลือกตั้งให้เป็นประชาธิปไตยทางตรง โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายกระทรวง และเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งผู้กำกับการตำรวจของทุกจังหวัด ซึ่งมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า การเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่มิใช่ทั้งหมดของระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาชนถูกชวนเชื่อให้เห็นว่าประชาธิปไตย คือการเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ถูกต้องแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น องค์ประกอบที่สำคัญอื่นๆของระบอบประชาธิปไตย คือ ระบบนิติรัฐ ระบบการถ่วงดุลที่เป็นจริงและมีประสิทธิภาพ ระบบการแบ่งอำนาจของ 3 ฝ่ายที่มีประสิทธิภาพและเป็นจริง ระบบธรรมมาภิบาลของฝ่ายบริหาร ระบบจริยธรรมในหมู่นักการเมืองและข้าราชการ การเลือกตั้งไม่ใช่ใบอนุญาตให้นักการเมืองเข้ามาปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน ปล้นทรัพยากรธรรมชาติ ขายทรัพสินของแผ่นดินในราคาถูกให้พวกพ้องวงศ์สาคณาญาติ การแข่งขันทางการเมืองก็ไม่ต่างกับการแข่งขันกีฬา ซึ่ง ต้องมีกติกาที่เป็นธรรมต่อผู้แข่งขันทุกฝ่าย กรรมการต้องเป็นกลาง ไม่ลำเอียง ไม่ใช่เป็นคนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นการเลือกตั้งจะเลื่อนเป็นวันที่ หรือเดือนไหน ก็จะไม่ช่วยให้การเมืองไทยมีความสะอาด บริสุทธิ์ โปร่งใส และมีเสถียรภาพ นอกจากว่ามีการแก้ไข ปฏิรูประบบการเมือง ระบบการเลือกตั้ง พ.ร.บ.เลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ อย่าง 360 องศา เพราะระบบเก่านั้นล้าหลัง ลอกจากตะวันตกในยุคศตวรรษที่แล้ว บทเรียนความไม่มีเสถียรภาพของการเมืองไทยในระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมานั้นเพียงพอและมีราคาแพงมากเกินไปแล้ว ไม่ควรคิดแบบย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือ พายเรือในอ่างอีกต่อไป ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนจัดให้มีการเลือกตั้งในเร็วๆนี้ จนกว่าจะดำเนินการแก้ไข ปฏิรูประบบการเมือง ระบบการเลือกตั้ง พ.ร.บ.เลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ อย่าง 360 องศา ให้สำเร็จเสร็จสิ้นก่อน โดยรัฐบาลรักษาการที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือรัฐบาลของพรรคที่ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้ง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน