570113 Bkk shutdown copy.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

570113 Bkk shutdown นับเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก เมื่อการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเพื่อไทย โค่นระบอบทักษิณ และผลักดันให้มีการปฏิรูปประเทศไทย ภายใต้แคมเปญ 'ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ' โดยการนำของ 'ลุงกำนัน' สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ได้ถูกขนานนามว่าเป็น 'ชัตดาวน์ แฟสติวัล'

เพราะแม้แต่สื่อนอกอย่าง 'สำนักข่าวรอยเตอร์' ก็ถึงกับตีข่าวว่าทึ่งกับการชุมนุมดังกล่าวที่มีบรรยากาศไม่ต่างจากงานเฟสติวัลเลยทีเดียว

จากปฏิบัติการปิดเมือง ให้คนหยุดทำงาน เพื่อออกมาร่วมต่อต้านอำนาจรัฐ โดยตั้งเวทีกระจายใน 8 จุด ได้แก่ ราชประสงค์ อโศก ปทุมวัน ชิดลม สวนลุมฯ ห้าแยกลาดพร้าว อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแจ้งวัฒนะ เพื่อยึดพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยมวลมหาประชาชนที่มานั่งมานอนกันเต็มท้องถนน แต่ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน มีศิลปินนักร้องหลากหลายแนวสลับสับเปลี่ยนกันมาขับกล่อมบนเวที มีการแสดงนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลิเก รำตัด มโนรา ศิลปะพื้นบ้าน แฟชั่นโชว์ ไปจนถึงอุปรากรจีนล้อการเมืองอันลือลั่น ภายใต้ชื่อ 'งิ้วธรรมศาสตร์' ที่หาดูได้เฉพาะในวาระที่มีการชุมนุมทางการเมืองอันร้อนแรงเท่านั้น แม้แต่นักวิชาการที่ขึ้นเวทีไฮปาร์คตีแผ่ปัญหาคอร์รัปชั่นและการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาลก็ยังมีลีลาลูกเล่นที่เต็มไปความสนุกสนาน จึงทำให้หลายประเด็นที่เป็นเนื้อหาหนักๆ กลายเป็นเรื่องที่สนใจและเข้าใจง่าย

นอกจากนั้นยังมีอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งที่ผู้ชุมนุมที่มีทุนทรัพย์นำมาแจกจ่าย และที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้านำมาขายรอบๆ พื้นที่ชุมนุม มีการขายสินค้านานาชนิด โดยเฉพาะสินค้าซึ่งมีสัญลักษณ์เกี่

อ่านต่อ

ยวกับการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวก ผ้าพันคอ ซึ่งสกรีนข้อความ “Bangkok Shutdown” ต่างหู ที่คาดผม สายรัดข้อมือ ที่สัญลักษณ์ธงชาติ รวมทั้ง มือตบ นกหวีด และธงชาติ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ผู้ชุมนุมแน่นขนัดไปทุกพื้นที่ และต่างพากันปักหลัก กางเต้นท์ กินดื่ม จับจ่ายซื้อของ นั่งร้องเพลงและเต้นรำบนท้องถนน ส่งผลให้บรรยากาศในการชุมนุมดูไม่ต่างจากงานเทศกาลดนตรีใหญ่ๆอย่าง 'บิ๊กเมาน์เทนต์' เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งที่เป็นสีสันในงานก็คือบรรดาศิลปินดารา เซเลบฯคนดัง ที่แห่แหนมาร่วมชุมนุมกันอย่างคับคั่ง ชนิดที่เรียกว่าเปิดตัวเปิดหน้ากันเอิกเกริก อย่างไม่กลัวว่างานจะหายเงินจะหดอย่างที่ผ่านๆ มา ซึ่งจุดที่คึกคักเป็นพิเศษเห็นจะเป็นที่เวทีราชประสงค์ และเวทีเล็กที่บริเวณด้านหน้าเซ็นทรัลชิดลม โดยทั้งสองเวทีมีศิลปินดารามาร่วมอย่างมากมาย แต่เวทีที่เซ็นทรัลชิดลมนั้นดูจะเป็นที่รวมของดาราวัยรุ่นเด็กแนวมากกว่า

นักร้อง ศิลปินดารา และเซเลบฯคนดัง ที่มาร่วมชุมนุมและเอนเตอร์เทนบนเวทีนั้นมีมากมายจนจาระไนไม่หมด ไม่ว่าจะเป็น 'หมอก้อง'- สรวิชญ์ สุบุญ ,'เหมี่ยว'- ปวันรัตน์ นาคสุริยะ, 'ท็อป'- ดารณีนุช โพธิปิติ, 'ต้น'-จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ , 'น็อต'- วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์, 'เอ็กซ์' - ปิยะ วิมุกตายน, โจแอน บุญสูงเนิน , จินตหรา สุขพัฒน์ , 'หมิว' ลติตา ปัญโญภาส ,สุเชาว์ พงศ์วิไล ,เกรียงไกร อุณหะนันท์ , 'ตุ๊ก'-ดวงตา ตุงคะมณี ฯลฯ

ด้านศิลปินรุ่นใหญ่ สุรชัย จันทิมาทร หรือ 'หงา คาราวาน' ก็มาร้องเพลงให้ความบันเทิงและให้กำลังใจผู้ชุมนุม ขณะที่ เจ้าพ่อเพลงแร๊พอย่าง 'เจ'- เจตริน วรรธนะสิน” นั้นสละเวลามาเปิดมินิคอนเสิร์ต สร้างความคึกคักให้ผู้ชุมนุม , ติวเตอร์ชื่อดังอย่าง 'ครูลิลลี่' กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ นอกจากจะมาชุมนุมแล้วยังขึ้นเวทีปราศรัยด้วยลีลาสุดแซ่บ , ไฮโซตระกูลดัง 'ป๋าต๊อบ'- ปฏิญญา ควรตระกูล ควงแฟนสาว 'ปีใหม่'- สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์” มาทอดปาท่องโก๋สูตรอร่อยแจกจ่ายผู้ชุมนุมถึงขอบเวที ขณะที่'นายศักดิ์ชัย กาย' ไฮโซชื่อดังเจ้าของนิตยสาร Lips ก็นำเสื้อสกรีนลาย 'Bangkok Shutdown' มาจำหน่ายเพื่อนำรายได้สมทบให้ 'กำนันสุเทพ'ใช้ในการจัดการชุมนุม

ทั้งนี้ แต่ละเวทีก็มีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ดังนี้

1.ชอบบันเทิงดารา ไปราชประสงค์

2. ชอบศิลปิน แนวๆ ไปชิดลม

3.ชอบวิชาการ และอยากพบแพทย์หนึ่ง ไปอโศก

4. อยากใกล้ชิดลุงกำนัน และชอบวัยรุ่น ขาโจ๋ ไปปทุมวัน

5. ชอบสาระ พบปะนักธุรกิจ ไฮโซ นักวิชาการ ไปสวนลุม

6.ชอบอาหารอิสลาม สวนสวย ห้างใหญ่ ตื่นเต้นระทึกใจ ไปห้าแยกลาดพร้าว

7.ชอบอาหารภาคกลาง อาหารใต้ ใฝ่ธรรมะ และบรรยากาศฮารด์คอร์ บู๊สนั่นเชิญ ไปแจ้งวัฒนะ

8.ชอบอาหารเหนือ ชอบชอปปิ้ง ได้พบเพื่อนใหม่จากทุกภาค ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“ศักดิ์ชัย กาย' ได้แสดงทัศนะ ถึงการชุมนุม Shutdown ในครั้งนี้ว่า “ จริงๆ แล้วถึงแม้จะมีการแบ่งเวทีกัน แต่ผมก็อยู่หลายเวทีไม่ว่าจะเป็นปทุมวัน ราชประสงค์ อโศก ซึ่งเสน่ห์ของการชุมนุมครั้งนี้อยู่ที่ทุกคนออกมาด้วยความภาคภูมิใจว่าจะชนะหรือแพ้ก็ไม่รู้ แต่ทุกคนภูมิใจ มีความรู้สึกเหมือนออกมาเฉลิมฉลองมากกว่า เราได้เห็นมิติใหม่ของประเทศไทย ทุกคนทุกเวทีมีแต่ความฮึกเหิม เจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์เยอะ ซึ่งทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกัน เชื่อในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งผมก็ขายเสื้อเพื่อบริจาคม็อบไป 2 ล้านแล้ว ทุกคนก็ซื้อเสื้อเพื่อช่วยกันเอามาใช้จ่ายในการชุมนุม ค่าน้ำ ยา อาหาร"

อีกปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากก็คือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่สะพัดในย่านการค้าตลอดแนวการชุมนุม ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจรอบบริเวณที่มีการชุมนุมเติบโตขึ้นหลายเท่า เนื่องจากผู้ชุมนุมนับล้านแห่แหนกันเข้าไปใช้บริการภายในร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟต่างๆ ทั้งที่เป็นร้านรถเข็น ร้านที่ตั้งอยู่สองข้างทางและในห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลชิดลม ห้างมาบุญครอง สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน เทอร์มินอล 21 ห้างบิ๊กซี หรือเซเว่นอีเลฟเว่น ฯลฯ อย่างเนื่องแน่น ชนิดที่เรียกว่าของไม่พอขายนับเงินกันไม่ทันเลยทีเดียว ทั้งนี้ยังไม่นับรวมวินมอเตอร์ไซค์ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน และบรรดาโรงแรมต่างๆ ที่มียอดรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ร้านอาหารในแถบพื้นที่การชุมนุมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ด้วยเหล่าผู้ประท้วงพากันเข้าไปหลบร้อนใช้จ่ายซื้อหาอาหาร ซึ่งเจ้าของร้านอาหารใกล้ๆ กับห้างสรรพสินค้าพารากอน ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับเปลี่ยนมาขายอุปกรณ์การประท้วงแก่ผู้ชุมนุมแทน ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ข้อความ หมวกแก๊ป และเสื้อยืดซึ่งสกรีนข้อความ “Bangkok Shutdown”

ขณะที่ผู้บริหารของห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง เปิดเผยว่ายอดลูกค้าในช่วงการชุมนุมชัตดาวน์ เพิ่มถึง 10%

จากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มผู้ค้าและโรงแรมในย่านที่มีการชุมนุมต่างก็ให้การต้อนรับผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี ขณะที่ร้านอาหารบางร้านก็จัดโปรโมชั่นเพื่อเรียกลูกค้า โดยขึ้นป้ายว่า “ร้านนี้ลดราคาค่าอาหาร 10% เฉพาะผู้ชุมนุม Shutdown Bangkok” บางโรงแรมอนุญาตให้ผู้ชุมนุมเข้าไปใช้ห้องน้ำและห้องอาบน้ำได้ฟรี นอกจากนั้นบรรดาผู้ประกอบการยังคาดหวังให้การชุมนุมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้แต่บรรดาแม่บ้านที่ทำความสะอาดห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าก็เช่นนั้น เนื่องจากการชุมนุม Shutdown ทำให้พวกเธอมีรายได้จากค่าทิปที่ผู้ชุมนุมใจดีที่มาใช้บริการวางไว้ให้เป็นสินน้ำใจ รวมแล้ววันละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทเลยทีเดียว

'พจน์ อานนท์' ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักปั้นชื่อดัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนในวงการบันเทิงที่ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง ได้เล่าประสบการณ์ประทับใจ ระหว่างไปร่วมชุมนุม “ชัตดาวน์ กรุงเทพ” ว่า “ระหว่างที่ชุมนุมที่แยกอโศก..ผมเข้าไปทานอาหารในเทอร์มินอล..เสร็จแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ หน้าห้องน้ำชาย มีพนักงานทำความสะอาดผู้หญิง 2 คน..พนักงานหญิงคนหนึ่งถามผมว่า พรุ่งนี้จะมากันอีกมั้ยคะ มาชุมนุมถึงวันไหนคะ..ผมยังไม่ตอบ แต่ถามกลับว่า ทำไมเหรอครับ..พนักงานคนเดิมตอบว่า วันนี้เธอได้ตังค์เป็นพันแล้ว อยากให้มาอีก..ผมถามว่า ได้จากไหนครับ..เธอบอกว่า ได้จากคนที่มาชุมนุม ที่มาเข้าห้องน้ำแล้วให้ทิป .เธอเล่าอย่างมีความสุขและดีใจที่ได้ทิป..ทำให้ผมคิดว่า กลุ่มพวกเราที่มาชุมนุมนี่นอกจากช่วยชาติแล้ว ยังทำให้พนักงานทำความสะอาดห้องน้ำมีความสุขจากการมีรายได้เพิ่มด้วย ”

กล่าวได้ว่าการชุมนุม 'ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ' ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น'ชัตดาวน์ แฟสติวัล' ในครั้งนี้นั้นถือเป็นความสำเร็จในการสร้างความตื่นตัวทางการเมืองให้กับผู้คนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจและมีภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวพ้นจากนักการเมืองคอร์รัปชั่นและเดินไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น

ที่สำคัญคือ ความเข้าใจดังกล่าวยังทำให้ความวิตกในเรื่องกระแสตีกลับจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและข้อวิตกว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะลดลงหากการชุมนุมยืดเยื้อคลี่คลายลงไป เพราะกระแสที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นกลับกลายเป็นว่าคนเมืองไม่รู้สึกเดือดร้อนมากนัก และไม่สนใจว่าจะต้องชุมนุมยาวนานขนาดไหน เพราะต่างมีจิตใจมุ่งมั่นที่จะร่วมกันผลักดันให้ประเทศรอดพ้นวิกฤตที่เกิดจากระบอบทักษิณ

ทุกคนพร้อมจะเสียสละ พร้อมจะอดทนกับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและยาวนาน เพราะตระหนักดีว่า สิ่งที่รัฐบาลได้กระทำต่อชาติบ้านเมืองนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใด เอาแค่การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว การกู้เงินมโหฬาร 2.2 ล้านล้าน การออกกฎหมายช่วยคนโกงบ้านกินเมืองฯ ก็เป็นเหตุผลเพียงพอสำหรับการเสียสละเพื่อประเทศชาติและลูกหลานในอนาคต กระทั่งกล่าวได้ว่า นี่คือการชุมนุมที่สะกดคำว่า “แพ้” ไม่เป็น

แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ 'เป้าหมาย' หลังจากนี้ ซึ่งทันทีที่สามารถกดดันให้ รักษาการนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ 'การปฏิรูปประเทศไทย' โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การปฏิรูปพลังงาน” เพราะไม่เช่นนั้นความเหนื่อยยากจากการออกมาชุมนุมและกินนอนข้างถนนเป็นเวลานานหลายเดือนก็จะสูญเปล่า เพราะเท่ากับว่าไม่สามารถสร้างระบบใหม่ที่จะป้องกันไม่ให้นักการเมืองคอร์รัปชั่นเข้ามามีอำนาจในบ้านเมืองเราได้

คำถามสุดท้ายมีอยู่ว่า เมื่อมวลมหาประชาชนตื่นรู้ถึงขนาดนี้ บรรดาบิ๊กถั่งเช่าทั้งหลายจะยังคงปราศจากจิตสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมืองเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีกหรือ และถ้ายังคงทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์บัลลังก์รัฐบาลเหมือนทุกวันนี้ ก็ถึงเวลาที่จะต้องเคลื่อนทัพเพื่อไปกดดันกองทัพกันเสียที

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน