00 วิทยานิพนธ์ วรรณา พลรบ.pdf
เนื้อหาในไฟล์
วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ ศึกษาวิเคราะหพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม AN ANALYTICAL STUDY OF THE BUDDHIST FUNERAL CEREMONY FOR DHAMMA MEDICINE COMMUNITY นางสาววรรณา พลรบ วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ (ลิขสิทธิ์เปนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) ศึกษาวิเคราะหพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม นางสาววรรณา พลรบ A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2023 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) An Analytical Study of the Buddhist Funeral Ceremony for Dhamma Medicine Community Miss Wanna Pholrob
ก ชื่อวิทยานิพนธ : ศึกษาวิเคราะหพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ผูวิจัย : นางสาววรรณา พลรบ ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ : รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง, พธ.บ. (ศาสนา), ศศ.บ. (ไทยคดีศึกษา), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and Buddhism) : พระครูสิริปริยัตยานุศาสก, ดร., ป.ธ. ๕, พธ.บ. (ศาสนา), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) วันสำเร็จการศึกษา : ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ บทคัดยอ งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค คือ ๑) เพื่อศึกษาการจัดงานศพในพระพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษาการจัดงานศพของชุมชนแพทย
อ่านต่อ
วิถีธรรม ๓) เพื่อวิเคราะหพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ผลการวิจัยพบวา การจัดงานศพในพระพุทธศาสนาไรรูปแบบและเพื่อจัดการศพไมใหเกิดการเนาเหม็น เชน การจัดงานศพของพระพาหิยะ พระพุทธเจาตรัสเพียง จงยกรางพระพาหิยะวางบนเตียงแลวนำไปเผา วิธีการที่เรียบงายนี้จึงลดการสิ้นเปลือง ลดความยุงยาก สวนพระบรมศพของพระพุทธเจาใหจัดแบบเดียวกับพระเจาจักรพรรดิ เพื่อการเคารพสักการะอยางสูงสุด การจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ไมมีพิธีกรรมอะไรที่ยุงยาก แตละชีวิตใครจะไดอะไรก็เกิดจากพฤติกรรมของตนเอง ถายังลางกิเลสไดไมหมดยังมีสวนเหลือ การตายก็เปนไปตามกฎวัฏฏะ จนกวาจะสิ้นกิเลส โดยใชหลักสาราณียธรรม ชวยเหลือกันดวยความเมตตา เสียสละ แรงกาย แรงใจ แรงปญญารวม เปนการลดตนทุน ลดความยุงยาก ลดทุกข ในการจัดงานศพ การจัดงานศพของแพทยวิถีธรรมเปนการจัดแบบปญญาพาพนทุกข เพราะสิ่งสำคัญคือความสงบสุข การปติอิ่มใจของญาติ คือ ไมทำใหผูจัดเปนหนี้ ไมทำใหสัตวตัวใดตองตายเพราะการจัดงานศพ ปราศจากอบายมุข ไมผิดศีล ๕ ไมสงเสริมการปาณาติบาตดวยการเลี้ยงอาหารแบบมังสวิรัติ ไมมีการลักทรัพย ไมมีการโกหก ไมมีอบายมุขที่จะทำใหคนหลงงมงาย สงเสริมใหผูมีปญญาไดระลึกถึงความตายของตนเองและผูตาย รูวาสิ่งไหนดีควรปฏิบัติ สิ่งไหนไมดีไมควรปฏิบัติ ข Thesis Title : An Analytical Study of the Buddhist Funeral Ceremony for Dhamma Medicine Community Researcher : Miss Wanna Pholrob Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Assoc. Prof. Dr. Thepprawin Chanraeng, B.A. (Religions), B.A. (Thai Studies), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and Buddhism) : Phrakrusiripariyatyanusath, Dr., Pali V., B.A. (Religions), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : June 2, 2023 Abstract The objectives of this investigation were threefold: 1) to scrutinize Buddhist funeral arrangements, 2) to explore the funeral arrangements of the Dhamma Medicine Community, and 3) to analyze the Dhamma Medicine Community's application of Buddhist funeral arrangements. The findings indicated that Buddhist funeral arrangements, as shown by Venerable Bahiya's funeral, are distinguished by their simplicity. The Buddha just asked that Bahiya's body be placed on a bed and burned. There were no elaborate rites or crematoriums involved. This basic strategy reduces waste and emphasizes simplicity. In contrast, managing the Lord Buddha's remains required a comparable approach to that of an emperor in order to maintain the utmost level of devotion and adoration. Within the Dhamma Medicine Community, funeral arrangements show a similar penchant for simplicity, free of complex ceremonies. Their point of view emphasizes the idea that people bear the repercussions of their choices during their lifetime. If the defilements are not completely removed, leftover components remain. Death is just viewed as a corporeal transfer, with the cycle continuing until the defilements are totally eradicated. The practice of Saraniyadhamma, or virtues for ค brotherly life, which encourage mutual compassion, sacrifice, physical strength, mental strength, and wisdom, helps to reduce funeral costs. The Dhamma Medicine Community's funeral planning policy represents the use of knowledge to alleviate suffering. The achievement of peace is the basic tenet. It promotes relatives' comfort without putting financial strain on the organizers. The funeral preparations forbid animal sacrifices, abstain from any infractions of the Five Precepts, and do not support lavish feasts, instead choosing vegetarian meals. Dishonesty, thieving, and deceitful vices are prohibited by the protocols. They create a knowledge of virtuous deeds to seek and unvirtuous actions to avoid by encouraging conscious contemplation of mortality, both one's own and those of the departed. ง กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธเรื่อง “ศึกษาวิเคราะหพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม” เลมนี้ สำเร็จลุลวงไดดวยความอนุเคราะหจาก รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง ที่ปรึกษาหลักและพระครูสิริปริยัตยานุศาสก, ดร. ที่ปรึกษารวม ไดเมตตาใหกำลังใจ ใหคำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรู การดำเนินการวิจัย การตรวจสอบ และแกไขขอบกพรองตางๆ ทำใหวิทยานิพนธมีเนื้อหาที่สมบูรณ และทำใหการศึกษาในครั้งนี้ สำเร็จไดดวยดี ซึ่งผูวิจัยขอกราบขอบพระคุณทุกทานเปนอยางสูง ผูวิจัยขอกราบนมัสการกราบขอบพระคุณดวยความเคารพอยางสูงยิ่งในความเมตตากรุณาจากพอครูสมณะโพธิรักษ ผูเปนนักบวชผูนำทางจิตวิญญาณของชาวชุมชนบุญนิยมอโศก ผูใหกำเนิดทางจิตวิญญาณแกผูวิจัยและคณะทานสมณะผูเปนนักบวชชายชาวชุมชนบุญนิยมอโศกและสิกขมาตุผูเปนนักบวชหญิงชาวชุมชนบุญนิยมอโศก ที่เมตตาถายทอดอบรมและแนะนำใหคำสอน “การจัดงานศพ” อยางสัมมาทิฐิ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ใจเพชร กลาจน ผูเปนผูนำทางจิตวิญญาณของชุมชนเครือขายจิตอาสาแพทยวิถีธรรม สวนปานาบุญ ผูใหกำเนิดทางจิตวิญญาณแกผูวิจัย ใหมีจิตวิญญาณแหงการพึ่งตน เสียสละ เมตตา เอื้อเฟอและแบงปน เพื่อความผาสุกของมวลมนุษยชาติอันแทจริงพรอมทั้งใหคำแนะนำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการพัฒนาสัมมาทิฐิ ตามหลัก “การจัดงานศพตรงตามพุทธพิธี” กราบขอบพระคุณผูทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บขอมูลทั้ง ๓ ทาน คือ ผศ. ดร.สมหวัง แกวสุฟอง, ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร, และ ดร.พิสิฏฐ โคตรสุโพธิ์ ที่อนุเคราะหในการใหขอมูล ใหคำปรึกษา และชี้แนะแนวทางการสรางเครื่องมือเก็บขอมูลในการทำงานวิจัย ขอขอบพระคุณจิตอาสาแพทยวิถีธรรมทุกทาน ที่มีสวนรวมในการสนับสนุนการศึกษาและการลงพื้นที่ภาคสนาม เพื่อเก็บขอมูลสำหรับทำงานวิจัย กระทั่งทำใหการทำงานวิจัยนี้ ประสบผลสำเร็จลุลวงดวยดี ทายที่สุดนี้ขอกราบขอบพระคุณ สมาชิกในครอบครัว ที่ใหแนวทางในการพัฒนาคุณธรรมภายในจิตวิญญาณของตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมโลก ใหเจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไปตามลำดับ นางสาววรรณา พลรบ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ จ สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอภาษาไทย ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ง สารบัญ จ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ ซ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย ๖ ๑.๓ วัตถุประสงคของการวิจัย ๖ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๗ ๑.๕ นิยามศัพทเฉพาะที่ใชในการวิจัย ๘ ๑.๖ ทบทวนและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ๘ ๑.๗ วิธีดำเนินงานวิจัย ๒๐ ๑.๘ ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย ๒๒ บทที่ ๒ การจัดงานศพในพระพุทธศาสนา ๒๓ ๒.๑ แนวคิดเรื่องชีวิตและความตายในพระพุทธศาสนา ๒๔ ๒.๑.๑ ชีวิตคืออะไร ๒๔ ๒.๑.๒ ความตายคืออะไร ๒๕ ๒.๒ การจัดงานศพในพระพุทธศาสนา ๒๗ ๒.๒.๑ การจัดงานศพในสมัยพุทธกาล ๒๘ ๒.๒.๒ การจัดงานศพในสังคมไทย ๔๗ ๒.๓ หลักพุทธธรรมที่เกี่ยวกับการจัดงานศพ ๕๒ บทที่ ๓ การจัดงานศพของชุนชนแพทยวิถีธรรม ๕๘ ๓.๑ บริบทชุมชนแพทยวิถีธรรม ๕๙ ๓.๑.๑ ภูมิประเทศชุมชนภูผาฟาน้ำ ๖๐ ๓.๑.๒ ลักษณะประชากรชุมชนภูผาฟาน้ำ ๖๑ ฉ ๓.๑.๓ วัฒนธรรมและกิจกรรมชุมชนภูผาฟาน้ำ ๖๑ ๓.๑.๔ หลักปฏิบัติตนของจิตอาสาในชุมชนภูผาฟาน้ำ ๖๑ ๓.๑.๕ การจัดสรรสวัสดิการดานปจจัย ๔ ๖๒ ๓.๑.๖ ฐานงานหลัก ๑๒ ฐานงาน ๖๒ ๓.๒ แนวคิดและหลักการ การจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถี ๖๖ ๓.๓ กระบวนการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๗๓ ๓.๔ ปญหาและอุปสรรคการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๗๖ ๓.๕ ผลสัมฤทธิ์และคุณคาจากการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๗๘ ๓.๕.๑ การจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๗๘ ๓.๕.๒ ดานนามธรรม ดานจิตใจ ๗๙ ๓.๕.๓ ดานรูปธรรม ๘๐ บทที่ ๔ วิเคราะหพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๙๓ ๔.๑ วิเคราะห แนวคิดและหลักการ การจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๙๔ ๔.๑.๒ สาราณียธรรม ๙๖ ๔.๑.๓ วรรณะ ๙ ๙๗ ๔.๑.๔ เรียบงาย ๑๐๐ ๔.๑.๕ พึ่งตนเองได ๑๐๑ ๔.๑.๖ พนทุกขไดจริง จัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๑๐๑ ๔.๒ วิเคราะห ขบวนการการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๑๐๒ ๔.๓ วิเคราะหพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๑๐๕ ๔.๔ วิเคราะหคุณคาพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๑๑๑ บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ ๑๒๒ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๑๒๓ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๑๒๘ ๕.๓ ขอเสนอแนะ ๑๒๘ บรรณานุกรม ๑๓๑ ภาคผนวก ๑๓๘ ภาคผนวก ก. หนังสือขอเชิญเปนผูทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ๑๓๙ ภาคผนวก ข. แบบสัมภาษณเพื่อการวิจัย ๑๔๓ ภาคผนวก ค. หนังสือขออนุญาตสัมภาษณผูทรงคุณวุฒิ ๑๔๖ ช ภาคผนวก ง. ภาพถายการเก็บขอมูลภาคสนาม ๑๔๗ ประวัติผูวิจัย ๑๕๑ ซ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ ๑. คำอธิบายคำยอในภาษาไทย อางอิงจากคัมภีรพระไตรปฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๓๙. ก. คำยอชื่อคัมภีรพระไตรปฎก พระวินัยปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา วิ.มหา. (ไทย) = วินัยปฎก มหาวิภังค (ภาษาไทย) วิ.ม. (ไทย) วิ.ป. (ไทย) = วินัยปฎก = วินัยปฎก มหาวรรค ปริวารวรรค (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) พระสุตตันตปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก (ภาษาไทย) สํ.นิ. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ.สฬา. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (ภาษาไทย) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) องฺ.นวก. (ไทย) = สุตตันตปฎก = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต นวกนิบาต (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) องฺ.เอกาทสก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ธ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ชา.ปฺจก. (ไทย) ขุ.ม. (ไทย) ขุ.จริยา. (ไทย) = สุตตันตปฎก = สุตตันตปฎก = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ขุททกนิกาย ขุททกนิกาย ปญจกนิบาตชาดก มหานิทเทส จริยาปฎก (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) ฌ พระอภิธรรมปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา อภิ.ปุ. (ไทย) = อภิธรรมปฎก ปุคคลบัญญัติ (ภาษาไทย) ๑ บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา พัฒนาการของการเกิดเปนมนุษยใน “อัคคัญญสูตร พระสูตรเกี่ยวกับการกำเนิดของมนุษย เหลาสัตวสวนมากไปเกิดที่พรหมโลกชั้นอาภัสสระ นึกคิดอะไรก็สำเร็จไดตามปรารถนา มีปติเปนภักษา มีรัศมีซานออกจากรางกาย เที่ยวสัญจรไปในอากาศ อยูในวิมานอันงดงาม สถิตอยูนานแสนนานสมัยหนึ่ง ครั้นเวลาลวงเลยมาชานาน โลกนี้เจริญขึ้น เมื่อโลกกำลังเจริญขึ้น เหลาสัตวสวนมากจุติจากพรหมโลกชั้นอาภัสสระมาการเกิดเปนมนุษย นึกคิดอะไรก็สำเร็จ ไดตามปรารถนา มีปติเปนภักษา มีรัศมีซานออกจากรางกาย เที่ยวสัญจรไปใน อากาศ อยูในวิมานอันงดงาม สถิตอยูนานแสนนาน”0๑ เมื่อมีมนุษยเกิดมา ก็ตองมีการเสื่อม และมีการตายในที่สุด การตาย คือ การสลายธาตุกลับสูธรรมชาติ ธาตุดินกลับสูดิน ธาตุน้ำกลับสูธาตุน้ำ ธาตุไฟกลับสูไฟ ธาตุลมกลับสูลม เปนธรรมชาติธรรมดา เมื่อมีการตายก็ตองมีการจัดการศพ “ซึ่งความรูสึกลึกๆ ของคนในระยะแรกเกี่ยวกับเรื่องของคนที่ตายแลว เปนไปในลักษณะมีความรักความอาลัยตอผูที่ตายไปแลว จึงเก็บศพไวในบานและจัดหาอาหารมาเซนไหว ครั้นเมื่อเปลี่ยนเปนพิธีฝงศพก็เกิดมีความกลัวคนที่ตายจะมาปรากฏใหเห็น กลัวกลับมารบกวน จึงพยายามหาทางใหศพอยูในที่จำกัด เพื่อไมใหวิญญาณออกมาเพนพานทำใหคนเปนตองเดือดรอน จึงมีความเชื่อวาคนตายจะกลับเขารางเดิม สวนการเผาศพเกิดขึ้นเมื่อเชื่อวา วิญญาณเปนอมตะไมมีตาย อันเปนระยะ ๓ แหงความเจริญทางวัฒนธรรม ถึงจะเผาศพใหสูญไหมไป ก็เปนแตการเผาราง อันเปนเปลือกนอกของวิญญาณเทานั้น”1๒ การจัดงานศพจึงเปนไปตามประเพณีและวัฒนธรรมของถิ่นนั้น ๆ เชน การจัดงานศพครั้งสมัยประวัติศาสตร “ชาวอียิปต นิยมจัดงานศพโดยมีความเชื่อชีวิตหลังความตายยาวนานกวาชีวิตในปจจุบัน จึงทำการรักษาศพไมใหเนาเปอยเปนที่มาของมัมมี่ และมีการทำหลุมฝงศพโดยใชหินซึ่งคงทน ๑ ที.ปา (ไทย) ๑๑/๑๑๙/๘๘-๘๙. ๒ เสฐียรโกเศศ, ศาสนาเปรียบเทียบ, พิมพครั้งที่ ๒, (กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๓๑), หนา ๔๔. ๒ ถาวรกวาดิน พรอมใสสมบัติที่ศพรักใสลงไปดวย เพื่อตอนรับการกลับมาของวิญญาณ”2๓ สวนชาวอินเดียเชื่อวา “ชีวิตเกิดมาจากสวรรค เมื่อตายกอนกลับสวรรคตองลางบาปใหบริสุทธิ์เสียกอน โดยการจุมศพลงในแมน้ำคงคา ๓ ถึง ๕ ครั้ง กอนจัดการเผาศพบริเวณริมแมน้ำคงคา หากเผามาจากที่อื่นก็เอากระดูกมาลอยน้ำแทนเปนการชำระบาปเชนกัน”3๔ ชาวจีนเชื่อวา “การเซนไหวเปนการทำวิญญาณมีความสุข”4๕ ชาวทิเบต จัดการชำแหละศพโดย “สับเนื้อเปนชิ้น ๆ เอาคอนทุบใหกระดูกแตกผสมกับเนื้อ แลวสงใหแรงกิน พื้นที่ทิเบตสวนใหญเปนภูเขาหิน ฟนหายากจึงจำเปนตองใหแรงชวยจัดการศพ”5๖ พราหมณเชื่อวา “พระมหากษัตริย ทรงเปนสมมุติเทพ ซึ่งสถิตบนเขาพระสุเมรุ เมื่อจุติลงมายังโลกมนุษย เปนสมมุติเทพ เมื่อสวรรคตจึงตองตั้งพระบรมศพบนพระเมรุมาศ เพื่อเปนการสงพระศพและวิญญาณกลับสูเขาพระสุเมรุดั้งเดิม”6๗ “ชาวนิวกินีเก็บศพไวในกระทอม จัดอาหารใหทุกวัน การเก็บศพไวใกลคน นานเขาเดือดรอนก็เลยเปลี่ยนเปนเก็บศพไวบนตนไมหรือบนรานที่ยกสูงขึ้นจากพื้นดิน ชาวเวดดาเปนชาวปาในเกาะลังกา ทิ้งศพไวในถ้ำใหผูตายอยู แลวพวกตนก็ทิ้งถ้ำนั้นไป การบรรจุศพไวในถ้ำและคูหาที่มีอยูแลวหรือทำถ้ำขึ้นมาใหม ยังมีกันอยูทั่วไปในทวีปเอเชีย เอเชียนอยและประเทศอิตาลี”7๘ “ประเพณีงานศพของชาวมุสลิมนั้น เมื่อมีผูเสียชีวิตในหมูบานหรือชุมชนมุสลิมทุกคนตองรีบเรงจัดการศพ (มัสยิด) ของผูตายอยางรวดเร็วดวยการประกอบพิธีกรรมทาง ๓ พัฒนศรี ทิพยประไพ, “วิวัฒนาการรูปแบบการฝงศพของชาวอียิปตโบราณ กรณีศึกษาตั้งแตสมัยกอนราชวงศถึงราชวงศปโตเลมีของกรีก”, รายงานวิจัย, (ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี: มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๒), หนา ๘. ๔ อาชวภูริชญ นอมเนียม, (๗ เมษายน ๒๕๖๒), “ความเชื่อเบื้องหลังพิธีเผาศพของชาวอินเดียสูสถิติเผาริมแมน้ำคงคา ๓๕,๐๐๐ ศพตอป”, ศิลปวัฒนธรรม, [ออนไลน], ๒๓ ยอหนา, แหลงที่มา: https://www.silpa-mag.com/history/article_๓๐๖๑๕ (๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๕). ๕ Shi Lei, ฉลอง ทับศรี, บุญเชิด หนูอิ่ม, “วัฒนธรรมหลังความตายของคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดชลบุรี: ความเชื่อและวิถีปฏิบัติ”, การศึกษาและการพัฒนาสังคม, ปที่ ๑๒ ฉบับที่ ๒ (๒๕๕๙): บทคัดยอ. ๖ ซิน หรัน, ฝงเธอที่ปลายฟา, แปลโดย นิลุบล พรพิทักษพันธุ, พิมพครั้งที่ ๓ (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพสันสกฤต, พ.ศ. ๒๕๕๐) หนา ๑-๑๗๙. ๗ ณรงคกรรณ รอดทรัพย, ภูศิษฐ แสวงกิจ, นิพัทธพงศ พุมมา, “คติไตรภูมิกับการสรางพระเมรุกับพระเมรุมาศ” มนุษยศาสตรและสังคมศาสตร, ปที่ ๖ ฉบับที่ ๒, (๒๕๕๗): ๓๘. ๘ เสฐียรโกเศศ, ศาสนาเปรียบเทียบ, พิมพครั้งที่ ๒, (กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตสถาน, ๒๕๓๑), หนา ๔๕. ๓ ศาสนาแลวนำไปฝงที่กุโบวโดยเร็วที่สุด”8๙ “แนวคิดเกี่ยวกับความตายทางศาสนาคริสตนิกายโรมันคาทอลิค คือ ความตายเปนสวนหนึ่งของธรรมล้ำลึกของชีวิต ชัยชนะไมไดอยูที่หนีความตายได แตอยูที่ความเปนหนึ่งเดียวกับพระเจา และความเปนหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่นอง ความหวังชาวคริสตตั้งอยูบนธรรมล้ำลึกแหงความตาย และการกลับคืนชีพของพระเยซูคริสตเจา มนุษยไดรับการเชื้อเชิญใหเขามามีสวนรวมในธรรมล้ำลึกนั้น”9๑๐ สวนการจัดงานศพในประเทศไทย “พิธีศพแบบดั้งเดิมราว ๒,๕๐๐ ปมาแลว ทำตามความเชื่อในศาสนาผี เพราะยังไมไดรับความเชื่อจากทางศาสนาพราหมณ - ฮินดู, ศาสนาพุทธจากอินเดีย จึงไมมีการเผาศพ, ไมมีการเวียนวายตายเกิด, ไมมีโลกหนา, ไมมีสุคติภพ, ไมมีสวรรคนรก, และที่สำคัญ คือ ไมมีวิญญาณ ศาสนาผี มีความเชื่อเรื่อง “ขวัญ” วาคนตายเพราะขวัญหาย เหตุที่คนตายขวัญหาย แลวไมกลับราง เนื่องจากขวัญหลงทางกลับเขารางไมได ตองมีพิธีเรียกขวัญ ถาขวัญคืนราง คนก็ไมตาย สวนคนตายแลว ถูกเรียกวาผี และขวัญของคนตายถูกเรียกผีขวัญ มีวิถีประจำวันปกติเหมือนเมื่อยังไมตาย เพียงแตอยูตางมิติซึ่งสัมผัสไมได มองไมเห็น ผีหรือผีขวัญ คือ ผีที่คนปจจุบันทั่วไปรูจัก เชน ผีแมนาคพระโขนง ไมใชวิญญาณตามความเชื่อในพราหมณพุทธที่คนตายแลววิญญาณไปจุติใหม เพราะผีขวัญไปหามาหาสูกับคนปจจุบันไดโดยหลังพิธีการเขาทรง ซึ่งเปนไปตามขอความในพงศาวดารลานชาง ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบขาด”10๑๑ “ศาสนาพราหมณ-ฮินดู กับศาสนาพุทธ เริ่มเขามาเมื่อมีการคาทางทะเล เผยแผจากอินเดียถึงอุษาคเนยและไทย”11๑๒ “การทำศพในยุคที่พระพุทธศาสนาเขามาแรก ๆ ตองการปองกันไมใหผีกลับมารบกวนคนเปนพิธีอันศักดิ์สิทธิ์อันเปนบุญกุศลจึงเกิดขึ้นในที่สุด ถาศพใดไมมีคนฝงหรือเผา ศพนั้นจะกลายเปนผี ๙ จำเปน เรืองหิรัญ, (๒๓ กันยายน ๒๕๖๔), “ประเพณีงานศพ”, กระทรวงวัฒนธรรม, [ออนไลน], ๖ ยอแหลงที่มา: https://www.mculture.go.th/phatthalung/ewt_news.php?nid=3314&filename=King (๒๕ กันยายน ๒๕๖๕). ๑๐ สันติชัยสุนทร (ชยธมฺโม), “การศึกษาเปรียบเทียบพิธีการจัดงานศพในพุทธศาสนาเถรวาทกับศาสนาคริสตนิกายโรมันคาทอลิค”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๘), บทคัดยอ. ๑๑ สุจิตต วงษเทศ, (๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๔), “หลังความตายตางระดับ พิธีกรรมก็ตางขนาด” มติชน, [ออนไลน], ๑๘ ยอหนา, แหลงที่มา: https://www.matichonweekly.com/sujit/article_456786 [๒๒ กันยายน ๒๕๖๕]. ๑๒ สุจิตต วงษเทศ, (๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๔), “โลกหลังความตาย ถูกอธิบายดวยพราหมณ-พุทธ” มติชน, [ออนไลน], ๑๓ ยอหนา, แหลงที่มา: https://www.matichonweekly.com/sujit/article_461714 [๒๒ กันยายน ๒๕๖๕]. ๔ เรรอน คือ เปนผีไมมีศาล ไมมีญาติ”12๑๓ พระพุทธศาสนาจึงเขามา เพื่อทำใหพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ใหเกิดขึ้น เชนมีการสวดพระอภิธรรม มีการนิมนตพระไปสวด ไปฉันภัตตาหาร เปนตน “การจัดงานศพแตเดิมนิยมปฏิบัติตามจารีตดั้งเดิมของทองถิ่นและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาโดยไมมีอบายมุขใด ๆ เขามาเกี่ยวของ เพื่อใหเกียรติและอุทิศสวนกุศลแกผูตาย แตในยุคปจจุบันพบปญหาสำคัญดังตอไปนี้ ๑) คาใชจายจากอบายมุข เชน การดื่มสุราและการพนัน ซึ่งไมเกี่ยวของกับการทำกุศล แตเปนการสรางอกุศล ผิดศีล พระพุทธเจาตรัสวา “ใครทำผิดศีล ผูนั้นไดรับความเดือดเนื้อรอนใจ”13๑๔ เปนเหตุใหเกิดภาระรายจายสิ้นเปลืองโดยเปลาประโยชนแกเจาภาพ เชน คาใชจายในการเลี้ยงดูผูคน รวมทั้งสงเสริมการทำปาณาติบาต เจาภาพตองฆาหมู ฆาวัว ฆาควาย ครั้งละหลายตัวขึ้นอยูกับเวลาที่เก็บศพวา จะเก็บไวกี่วัน ซึ่งไมมีแกนสารอะไรที่จะเปนประโยชนกับเจาภาพและผูที่มารวมงานศพ”14๑๕ “การจัดงานศพของคนจีนเฉพาะที่ดินสำหรับจัดทำฮวงซุยราคาเทียบเทาอพารตเมนตหรือบานหลังหนึ่งทีเดียว ไมนับรวมพิธีเซนไหวตาง ๆ ซึ่งตองใชวัสดุ อุปกรณ เปนจำนวนมาก จึงเกิดธุรกิจเกี่ยวกับศพตอเนื่อง”15๑๖ “ตัวอยางการจัดงานศพวัดดัง ๆ ในกรุงเทพมหานครไมต่ำกวาหลักหมื่นถึงหลักแสน ขึ้นอยูกับรูปแบบ การจัดงาน และกำลังทรัพยของเจาภาพ”16๑๗ ธุรกิจงานศพจากการวิจัยของ “อารดา ฉิมมากูร พบวา มูลคาตลาดในการประกอบงานศพแบบประเพณีนิยมตามธรรมเนียมไทยมีคาใชจายสูงกวา ๔๐๐-๑,๐๐๐ ลานบาทตอป”17๑๘ ๒) ความยุงยาก “พิธีกรรมในงานศพ พระพุทธเจาไมเคยตรัสวา ตองทำอยางไร จะจัดหรือไมจัดก็ได เพราะไมมีประโยชนอะไรกับศพ ศพเมื่อวิญญาณออกจากรางก็ไปเกิดใหมตามวิบากดี ๑๓ เสฐียรโกเศศ, ศาสนาเปรียบเทียบ, พิมพครั้งที่ ๒, (กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๓๑), หนา ๔๔. ๑๔ องฺ.เอกาทสก. (ไทย) ๒๔/๑/๓๘๙-๓๙๐. ๑๕ รัตนะ ปญญาภา, ประสิทธิ์ กุลบุญญา, สุชาติ บุษยชญานนท, ไพศาล พากเพียร และ เรืองเดช เขจรศาสตร, “รูปแบบการจัดงานศพเชิงสรางสรรคของชาวพุทธในชุมชนชนบทตามทัศนะของผูนำชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี”, วารสารสันติศึกษาปริทรรศน มจร, ปที่ ๗ ฉบับที่ ๒ (มีนาคม-เมษายน ๒๕๖๒): ๒๙๐. ๑๖ Shi Lei, ฉลอง ทับศรี, บุญเชิด หนูอิ่ม, “วัฒนธรรมหลังความตายของคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดชลบุรี: ความเชื่อและวิถีปฏิบัติ”, การศึกษาและการพัฒนาสังคม, ปที่ ๑๒ ฉบับที่ ๒ (๒๕๕๙): บทคัดยอ. ๑๗ สิริกาญจน มงคลอุกฤษฎ, “การพัฒนาคุณภาพการใหบริการภายนอกดานการจัดดอกไมสำหรับงานศพ” วิทยานิพนธการจัดการมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการจัดการ, (บัณฑิตศึกษา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, ๒๕๕๖), หนา ๒๑-๒๒. ๑๘ อารดา ฉิมมากูร, “ธุรกิจรับจัดงานศพออนไลน”, วิทยานิพนธวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ, ๒๕๕๐), หนา ๑. ๕ รายที่ไดกระทำไวกอนตาย ผูอื่นไมสามารถทำแทนกันได สัปเหรอทำพิธีไปตามความเชื่อและความคิดเห็นของตนเอง แตละทองถิ่นจึงจัดงานศพแตกตางกันออกไป”18๑๙ การกระทำตามความเชื่อและความเห็นสวนตัวทำใหเกิดพิธีกรรมที่ยุงยาก และเปนเหตุใหสิ้นเปลืองคาใชจาย เชนกัน ๓) ไมพนทุกข แตทำใหเพิ่มทุกข เจาภาพแสดงความรักความอาลัยตอผูตาย เจาภาพมีความสุขวา ไดสงคนที่ตายไปแลว ไปสูภพภูมิที่ดี คิดวาอยางนั้น คือ การไดทำบุญ ทำกุศล ไปใหตามหลักการของพุทธศาสนา จึงตองหาเงินเพื่อมาจัดการศพ สำหรับคนมีเงินก็ไมมีปญหาเรื่องเงิน แตเปนตัวอยางที่ไมพนทุกขใหกับคนที่ไมมีเงิน เพราะคนไมมีเงินตองวิ่งหาเงินเพื่อมาจัดงานศพ บางคนตองขายที่ดิน บางคนตองไปดีดกีตารหาเงินทำศพใหพอ บางคนทำแลวเงินไมพอทะเลาะกับวัดซึ่งเป
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive