00 วิทยานิพนธ์ วรรณา พลรบ.docx

โฟลเดอร์นางสาว วรรณา พลรบ เรื่อง ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์5.21 MB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถ ีธรรม an analytical study o f THE buddhist funeral ceremony for dhamma medicine community

นางสาววรรณา พลรบ

ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม

นางสาววรรณา พลรบ

An Analytical Study of the Buddhist Funeral Ceremony for Dhamma Medicine Community

Miss Wanna Pholrob

-1381125 -1381125 0 0 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติให้นับวิทยานิพนธ์เรื่อง “ ศึกษาวิเคราะห์ พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม ” เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธ ศา สตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

............ ......... ...................................

(พระ สุธีรัตนบัณ ฑิต , รศ. ดร.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ............ ......... ................................... ประธานกรรมการ

( ผศ. ดร. สมหวัง แก้วสุฟอง )

............ ......... ................................... กรรมการ

( ดร. วิโรจน์ วิชัย )

............ ......... ................................... กรรมการ

( รศ. ดร.เทพประวิณ จันทร์แรง )

............ ......... ................................... กรรมการ

( พระครูสิริปริ ยัต ยา นุศา สก์ , ดร. )

คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ รศ. ดร. เทพประวิณ จันทร์แรง ประธานกรรมการ

พระครูสิริปริ ยัต ยา นุศา สก์ , ดร. กรรมการ

ชื่อวิทยานิพนธ์ : ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัย : นางสาววรรณา พลรบ

อ่านต่อ

ปริญญา : พุทธ ศา สตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

: รศ. ดร.เทพประวิณ จันทร์แรง , พธ.บ. (ศาสนา), ศ ศ . บ. (ไทยคดีศึกษา), M . A . ( Buddhist Studies ), Ph .D. ( Pali and Buddhism )

: พระครู สิริปริ ยัต ยา นุศา สก์ , ดร., ป.ธ. ๕ , พธ.บ. ( ศาสนา ), M.A. ( Buddhist Studies ), Ph . D . ( B uddhist Studies ) วันสำเร็จการศึกษา : ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ บทคัดย่อ งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาการจัดงานศพในพระพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษา การจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม ๓) เพื่อ วิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม ผลการวิจัยพบว่า การจัดงานศพในพระพุทธศาสนา ไร้ รูปแบบ และ เพื่อ จัดการ ศพ ไม่ให้เกิดการ เน่าเหม็น เช่น การ จัดงานศพของ พระพาหิยะ พระพุทธเ จ้า ตรัสเพียง จงยก ร่างพระพาหิยะ วางบนเตียงแล้ว นำไป เผา วิธี การที่ เรียบง่าย นี้ จึง ลดการสิ้นเปลือง ลดความ ยุ่งยาก ส่วนพระบรมศพของ พระพุทธเจ้า ให้จัดแบบเดียวกับพระเจ้าจักรพรรดิ เพ ื่อการ เคารพ สักการะอย่างสูงสุด การจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม ไม่มีพิธีกรรมอะไรที่ยุ่งยาก แต่ละชีวิตใครจะได้อะไรก็เกิดจากพฤติกรรมของตนเอง ถ้ายังล้างกิเลสได้ไม่หมดยังมีส่วนเหลือ การตายก็เป ็นไปตาม ก ฎ วัฏฏะ จนกว่าจ ะสิ้น กิเลส โดยใช้หลักสาราณียธรรม ช่วยเหลือกันด้วยความเมตตา เสียสละ แรงกาย แรงใจ แรงปัญญาร่วม เป็นการลด ต้นทุน ลดความยุ่งยาก ลดทุกข์ ในการจัดงานศพ การจัดงานศพ ของ แพทย์วิถีธรรม เป็นการจัดแบบปัญญาพาพ้นทุกข์ เพราะสิ่งสำคัญคือความสงบสุข การ ปิ ติอิ่มใจของญาติ คือ ไม่ทำให้ผู้จัดเป็นหนี้ ไม่ทำให้สัตว์ตัวใดต้องตายเพราะการจัดงานศพ ปราศจากอบายมุข ไม่ผิดศีล ๕ ไม่ส่งเสริมการปาณาติบาตด้วยการเลี้ยงอาหารแบบมังสวิรัติ ไม่มีการลักทรัพย์ ไม่มีการโกหก ไม่มีอบายมุขที่จะทำให้คนหลงงมงาย ส่งเสริมให้ผู้มีปัญญาได้ระลึกถึงความตายของตนเองและผู้ตาย รู้ว่าสิ่งไหนดี ควรปฏิบัติ สิ่งไหนไม่ดี ไม่ควรปฏิบัติ

Thesis Title : An A nalytical S t udy o f the Buddhist Funeral Ceremony for Dhamma Medicine Community Researcher : Miss Wanna Pholrob Degree : Master of Arts ( Buddhist Studies ) Thesis Supervisory Committee

: Assoc. Prof. Dr. Thepprawin Chanra eng , B.A. ( Re ligions ), B.A. ( Thai Studies ) , M.A. ( Buddhist Studies ) , Ph .D. ( Pali and Buddhism )

: P hrakrusiripariyatyanusath , Dr., Pali V., B.A. (Religions), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : June 2, 2023 A b stract

The objectives of this investigation were threefold: 1) to scrutinize Buddhist funeral arrangements, 2) to explore the funeral arrangements of the Dhamma Medic ine Community, and 3) to analyze the Dhamma Medic ine Community's application of Buddhist funeral arrangements. The findings indicated that Buddhist funeral arrangements, as shown by Venerable Bahiya's funeral, are distinguished by their simplicity. The Buddha just asked that Bahiya's body be placed on a bed and burned. There were no elaborate rites or crematoriums involved. This basic strategy reduces waste and emphasizes simplicity. In contrast, managing the Lord Buddha's remains required a comparable approach to that of an emperor in order to maintain the utmost level of devotion and adoration. Within the Dhamma Medic ine Community, funeral arrangements show a similar penchant for simplicity, free of complex ceremonies. Their point of view emphasizes the idea that people bear the repercussions of their choices during their lifetime. If the defilements are not completely removed, leftover components remain. Death is just viewed as a corporeal transfer, with the cycle continuing until the defilements are totally eradicated. The practice of Saraniyadhamma , or virtues for brotherly life, which encourage mutual compassion, sacrifice, physical strength, mental strength, and wisdom, helps to reduce funeral costs. The Dhamma Medic ine Community's funeral planning policy represents the use of knowledge to alleviate suffering. The achievement of peace is the basic tenet. It promotes relatives' comfort without putting financial strain on the organizers. The funeral preparations forbid animal sacrifices, abstain from any infractions of the Five Precepts, and do not support lavish feasts, instead choosing vegetarian meals. Dishonesty, thieving, and deceitful vices are prohibited by the protocols. They create a knowledge of virtuous deeds to seek and unvirtuous actions to avoid by encouraging conscious contemplation of mortality, both one's own and those of the departed.

กิตติกรรมประกาศ

วิทยา นิ พนธ์ เรื่อง “ศึกษาวิเคราะห์ พุทธวิธี การจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม” เล่มนี้ สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความอนุเคราะห์จาก รศ. ดร.เทพประวิณ จันทร์แรง ที่ ปรึกษ า หลัก และพระครูสิริปริ ยัต ยา นุศา สก์ , ดร . ที่ปรึกษา ร่วม ได้เมตตาให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรู้ การดำเนินการวิจัย การตรวจสอบ และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ทำให้วิทยานิพนธ์มีเนื้อหาที่สมบูรณ์ และทำให้การศึกษาในครั้งนี้ สำเร็จได้ด้วยดี ซึ่งผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ผู้ วิจัย ขอ กราบ นมัสการกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งใน ความ เมตตากรุณาจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ผู้เป็นนักบวชผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชุมชนบุญนิยมอโศก ผู้ให้ กำเนิดทางจิตวิญญาณแก่ผู้วิจัยและคณะท่านสมณะผู้เป็นนักบวชชายชาวชุมชนบุญนิยมอโศกและ สิ ก ขมาตุ ผู้เป็นนักบวชหญิงชาวชุมชนบุญนิยมอโศก ท ี่ เมตตาถ่ายทอดอบรมและแนะนำให้คำสอน “การจัดงานศพ” อย่างสัมมาทิฐิ ขอกราบขอบพระคุณ ดร . ใจเพชร กล้าจน ผู้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชุมชนเครือข่ายจิตอาสาแพทย์ วิถีธรรม สวนป่านาบุญ ผู้ให้ กำเนิดทางจิตวิญญาณแก่ผู้วิจัย ให้มีจิตวิญญาณแห่งการพึ่งตน เสียสละ เมตตา เอื้อเฟื้อและแบ่งปัน เพื่อความผาสุกของมวลมนุษยชาติอันแท้จริงพร้อมทั้งให้คำแนะนำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการพัฒนาสัมมาทิฐิ ตามหลัก “ การจัดงาน ศพตรงตามพุทธพิธี ” กราบขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บข้อมูลทั้ง ๓ ท่าน คือ ผศ. ดร. สมหวัง แก้วสุฟอง , ผศ. ดร. สยาม ราชว ั ตร , และ ดร. พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ ที่อนุเคราะห์ในการ ให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา และชี้แนะแนวทางการสร้างเครื่องมือเก็บข้อมูลในการทำงานวิจัย ขอขอบพระคุณ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษาและการลงพื้นที่ภาคสนาม เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับทำงาน วิจัย กระทั่งทำให้การทำงานวิจัยนี้ ประสบ ผล สำเร็จ ลุล่วง ด้วยดี ท้ายที ่ สุดนี้ขอกราบขอบพระคุณ สมาชิกในครอบครัว ที่ ให้แนวทางในการพัฒนาคุณธรรมภายใน จิตวิญญาณ ของตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมโลก ให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไปตามลำดับ

นางสาววรรณา พลรบ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖

สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ภาษาไทย ก บทคัดย่อ ภาษาอ ั งกฤษ ข TOC \o " 1-4" \t " 8.ชื่อบท , 1 , ชื่อบท18 , 2 , ชื่อบท16 , 2" กิตติกรรมประกาศ PAGEREF _Toc136461364 \h ง สารบัญ PAGEREF _Toc136461365 \h จ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ PAGEREF _Toc136461366 \h ซ บทที่ ๑ บทนำ PAGEREF _Toc136461368 \h ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา PAGEREF _Toc136461369 \h ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย PAGEREF _Toc136461370 \h ๖ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย PAGEREF _Toc136461371 \h ๖ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย PAGEREF _Toc136461372 \h ๗ ๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย PAGEREF _Toc136461377 \h ๘ ๑.๖ ทบทวนและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง PAGEREF _Toc136461378 \h ๘ ๑.๗ วิธีดำเนินงานวิจัย PAGEREF _Toc136461381 \h ๒๐ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย PAGEREF _Toc136461386 \h ๒๒ บทที่ ๒ การจัดงานศพในพระพุทธศาสนา PAGEREF _Toc136461388 \h ๒๓ ๒.๑ แนวคิดเรื่องชีวิตและความตายในพระพุทธศาสนา PAGEREF _Toc136461389 \h ๒๔ ๒.๑.๑ ชีวิตคืออะไร PAGEREF _Toc136461390 \h ๒๔ ๒.๑.๒ ความตายคืออะไร PAGEREF _Toc136461391 \h ๒๕ ๒.๒ การจัดงานศพในพระพุทธศาสนา PAGEREF _Toc136461393 \h ๒๗ ๒.๒.๑ การจัดงานศพในสมัยพุทธกาล PAGEREF _Toc136461394 \h ๒๘ ๒.๒.๒ การจัดงานศพในสังคมไทย PAGEREF _Toc136461395 \h ๔๗ ๒.๓ หลักพุทธธรรมที่เกี่ยวกับการจัดงานศพ PAGEREF _Toc136461396 \h ๕๒ บทที่ ๓ การจัดงานศพของชุนชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461398 \h ๕๘ ๓.๑ บริบทชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461399 \h ๕๙ ๓.๑.๑ ภูมิประเทศชุมชนภูผาฟ้าน้ำ PAGEREF _Toc136461400 \h ๖๐ ๓.๑.๒ ลักษณะประชากรชุมชนภูผาฟ้าน้ำ PAGEREF _Toc136461401 \h ๖๑ ๓.๑.๓ วัฒนธรรมและกิจกรรมชุมชนภูผาฟ้าน้ำ PAGEREF _Toc136461402 \h ๖๑ ๓.๑.๔ หลักปฏิบัติตนของจิตอาสาในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ PAGEREF _Toc136461403 \h ๖๑ ๓.๑.๕ การจัดสรรสวัสดิการด้านปัจจัย ๔ PAGEREF _Toc136461404 \h ๖๒ ๓.๑.๖ ฐานงานหลัก ๑๒ ฐานงาน PAGEREF _Toc136461405 \h ๖๒ ๓.๒ แนวคิดและหลักการ การจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถี PAGEREF _Toc136461406 \h ๖๖ ๓.๓ กระบวนการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461407 \h ๗๓ ๓.๔ ปัญหาและอุปสรรคการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461409 \h ๗๖ ๓.๕ ผลสัมฤทธิ์และคุณค่าจากการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461410 \h ๗๘ ๓.๕.๑ การจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461411 \h ๗๘ ๓.๕.๒ ด้านนามธรรม ด้านจิตใจ PAGEREF _Toc136461412 \h ๗๙ ๓.๕.๓ ด้านรูปธรรม PAGEREF _Toc136461413 \h ๘๐ บทที่ ๔ วิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461415 \h ๙๓ ๔.๑ วิเคราะห์ แนวคิดและหลักการ การจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461416 \h ๙๔ ๔.๑.๒ สาราณียธรรม PAGEREF _Toc136461417 \h ๙๖ ๔.๑.๓ วรรณะ ๙ PAGEREF _Toc136461418 \h ๙๗ ๔.๑.๔ เรียบง่าย PAGEREF _Toc136461419 \h ๑๐๐ ๔.๑.๕ พึ่งตนเองได้ PAGEREF _Toc136461420 \h ๑๐๑ ๔.๑. ๖ พ้นทุกข์ได้จริง จัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461421 \h ๑๐๑ ๔.๒ วิเคราะห์ ขบวนการการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461422 \h ๑๐๒ ๔ . ๓ วิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461423 \h ๑๐๕ ๔.๔ วิเคราะห์คุณค่าพุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc136461424 \h ๑๑๑ บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc136461426 \h ๑๒๒ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย PAGEREF _Toc136461427 \h ๑๒๓ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย PAGEREF _Toc136461428 \h ๑๒๘ ๕.๓ ข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc136461429 \h ๑๒๘ บรรณานุกรม PAGEREF _Toc136461430 \h ๑๓๑ ภาคผนวก PAGEREF _Toc136461431 \h ๑๓๘ ภาคผนวก ก . หนังสือขอเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย PAGEREF _Toc136461433 \h ๑๓๙ ภาคผนวก ข . แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย PAGEREF _Toc136461435 \h ๑๔๓ ภาคผนวก ค. หนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ PAGEREF _Toc136461437 \h ๑๔๖ ภาคผนวก ง. ภาพถ่ายการเก็บข้อมูลภาคสนาม PAGEREF _Toc136461439 \h ๑๔๗ ประวัติผู้วิจัย PAGEREF _Toc136461443 \h ๑๕๑

คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ

๑ . คำอธิบายคำย่อในภาษาไทย อ้างอิงจากคัมภีร์พระไตรปิ ฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬ า ลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๓๙. ก . คำย่อชื่อคัมภีร์พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.มหา. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวิภังค์

(ภาษาไทย) วิ. ม . (ไทย) วิ. ป . (ไทย) = วินัยปิฎก = วินัยปิฎก มหา วรรค ปริวาร วรรค

(ภาษาไทย) (ภาษาไทย) พระสุตตันตปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปา ฏิก วรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ .นิ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ . สฬา . (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬาย ตนวรรค (ภาษาไทย) สํ .ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) องฺ. นวก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก = สุตตันตปิ ฎก อังคุต ตร นิกาย อังคุต ตร นิกาย ฉั กกนิบาต นวก นิบาต (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) องฺ. เอกาทสก . (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย เอกาทสก นิบาต (ภาษาไทย) ขุ .ธ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ธรรมบท (ภาษาไทย) ขุ .สุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ .ชา. ปญฺ จก. (ไทย) ขุ .ม. (ไทย) ขุ .จริยา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก = สุตตันตปิฎก = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ขุ ททกนิกาย ขุ ททกนิกาย ปัญจกนิบาตชาดก มหานิทเทส จริยาปิฎก (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) (ภาษาไทย)

พระอภิธรรมปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา อภิ.ปุ. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก ปุค คลบัญญัติ

(ภาษาไทย)

บทที่ ๑

บท นำ

๑.๑ ความ เป็นมา และความสำคัญของปัญหา พัฒนาการของการเกิดเป็นมนุษย์ใน “ อัคคัญญ สูตร พระสูตรเกี่ยวกับการกำเนิดของมนุษย์ เ หล่า สัตว์ ส่วนมาก ไปเกิดที่พรหมโลกชั้นอาภัสสระ นึกคิดอะไรก็สำเร็จได้ตามปรารถนา มีปีติเป็นภักษา มีรัศมีซ่านออกจากร่างกาย เที่ยวสัญจรไปในอากาศ อยู่ในวิมานอันงดงาม สถิตอยู่นานแสนนาน สมัยหนึ่ง ครั้นเวลาล่วงเลยมาช้านาน โลกนี้เจริญขึ้น เมื่อโลกกำลังเจริญขึ้น เหล่าสัตว์ส่วนมากจุติจากพรหมโลกชั้นอาภัสสระมา การเกิดเป็นมนุษย์ นึกคิดอะไรก็สำเร็จ ได้ตามปรารถนา มีปีติเป็นภักษา มีรัศมีซ่านออกจากร่างกาย เที่ยวสัญจรไปใน อากาศ อยู่ในวิมานอันงดงาม สถิตอยู่นานแสนนาน ” เมื่อมีม นุษย์เกิดมา ก็ ต้อง มีการเสื่อม และ มีการตา ยในที่สุด การตาย คือ การสลายธาตุกลับสู่ธรรมชาติ ธาตุดินกลับสู่ดิน ธาตุน้ำ กลับสู่ ธาตุน้ำ ธาตุไฟกลับสู่ไฟ ธาตุลมกลับสู่ลม เป็นธรรมชาติธรรมดา เมื่อมีการตายก็ต้องมีการจัดการศพ “ ซึ่ง ความรู้สึกลึกๆ ของคนในระยะแรกเกี่ยวกับเรื่องของคนที่ตายแล้ว เป็นไปในลักษณะมีความรักความอาลัยต่อผู้ที ่ ตายไปแล้ว จึงเก็บศพไว้ในบ้านและจัดหาอาหารมาเซ่นไหว้ ครั้นเมื่อเปลี่ยนเป็นพิธีฝังศพก็เกิดมีความกลัวคนที่ตายจะมาปรากฏให้เห็น กลัวกลับมารบกวน จึงพยายามหาทางให้ศพอยู่ในที่จำกัด เพื่อไม่ให้วิญญาณออกมาเพ่นพ่านทำให้คนเป็นต้องเดือดร้อน จึงมีความเชื่อว่าคนตายจะกลับเข้าร่างเดิม ส่วนการเผาศพเกิดขึ้นเมื่อเชื่อว่า วิญญาณเป็นอมตะไม่มีตาย อันเป็นระยะ ๓ แห่งความเจริญทางวัฒนธรรม ถึงจะเผาศพให้สูญไหม้ไป ก็เป็นแต่การเผาร่าง อันเป็นเปลือกนอกของวิญญาณเท่านั้น” การจัดงานศพจึงเป็นไปตาม ประเพณีและวัฒนธรรมของถิ่นนั้น ๆ เช่น การจัดงานศพครั้งสมัยประวัติศาสตร์ “ชาวอียิปต์ นิยมจัดงานศพโดยมีความเชื่อชีวิตหลังความตายยาวนานกว่าชีวิตในปัจจุบัน จึงทำการรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อยเป็นที่มาของมัมมี่ และมีการทำหลุมฝังศพโดยใช้หินซึ่งคงทน ถาวรกว่าดิน พร้อมใส่สมบัติที่ศพรักใส่ลงไปด้วย เพื่อต้อนรับการกลับมาของวิญญาณ” ส่วนชาวอินเดียเชื่อว่า “ชีวิตเกิดมาจากสวรรค์ เมื่อตายก่อนกลับสวรรค์ต้องล้างบาปให้บริสุทธิ์เสียก่อน โดยการจุ่มศพลงในแม่น้ำคงคา ๓ ถึง ๕ ครั้ง ก่อนจัดการเผาศพบริเวณริมแม่น้ำคงคา หากเผามาจากที่อื่นก็เอากระดูกมาลอยน้ำแทนเป็นการชำระบาปเช่นกัน” ชาวจีนเชื่อว่า “การเซ่นไหว้เป็นการทำวิญญาณมีความสุข” ชาว ทิ เบต จัด การ ชำแหละ ศพโดย “สับเนื้อ เป็นชิ้น ๆ เอาค้อนทุบให้กระดูกแตกผสมกับเนื้อ แล้ว ส่ง ให้แร้งกิน พื้นที่ ทิ เบตส่วนใหญ่เป็นภูเขาหิน ฟืนหายากจึงจำเป็นต้องให้แร้งช่วยจัดการศพ” พราหมณ์เชื่อว่า “พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นสมมุติเทพ ซึ่งสถิตบน เขาพระสุเมรุ เมื่อจุติลงมายังโลกมนุษย์ เป็นสม มุติเทพ เมื่อสวรรคตจึงต้องตั้งพระบรมศพบนพร ะ เมรุ มาศ เพื่อเป็นการส่งพระศพและวิญญาณกลับสู่ เขา พระสุเมรุดั้งเดิม ” “ชาวนิวกินีเก็บศพไว้ในกระท่อม จัดอาหารให้ทุกวัน การเก็บศพไว้ใกล้คน นานเข้าเดือดร้อนก็เลยเปลี่ยนเป็นเก็บศพไว้บนต้นไม้หรือบนร้านที่ยกสูงขึ้นจากพื้นดิน ชาว เวดด้า เป็นชาวป่าในเกาะ ลั งกา ทิ้งศพไว้ใน ถ้ำให้ ผู้ตายอยู่ แล้วพวก ตนก็ ทิ้ งถ้ำ นั้นไป การบรรจุศพไว้ในถ้ำและคูหาที่ มีอยู่แล้ว หรื อ ทำ ถ้ำ ขึ้น มาใหม่ ยังมีกันอยู่ทั่วไปในทวีปเอเชีย เอเชียน้อย และ ประเทศอิตาลี ” “ ประเพณีงาน ศพ ของชาวมุสลิมนั้น เมื่อมีผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านหรือชุมชนมุสลิมทุกคนต้องรีบเร่งจัดการศ พ ( มัสยิด ) ของผู้ตายอย่างรวดเร็วด้วยการประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนาแล้วนำไปฝังที่กุ โบ ว์ โดยเร็วที่สุด ” “ แนวคิดเกี่ยวกับ ความ ตายทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอ ลิ ค คือ ความตายเป็นส่วนหนึ่งของธรร มล้ำ ลึกของชีวิต ชัยชนะไม่ได้อยู่ ที่หนีความ ตายได้ แต่อยู่ที่ความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า และ ความ เป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้อง ความหวัง ชาว คริส ต ์ ตั้งอยู่บนธรรมล้ำลึกแห่งความตาย และการกลับคืนชีพของพระเ ย ซูค ริสต ์ เจ้า มนุษย์ได้รับการเชื้อเชิญให้เข้ามามีส่วนร่ วม ในธรรมล้ำลึก นั้น” ส่วนการจัดงานศพในประเทศไทย “ พิธีศพแบบดั้งเดิมราว ๒ , ๕๐๐ ปีมาแล้ว ทำตามความเชื่อในศาสนาผี เพราะยังไม่ ได้รับความเชื่อจาก ทางศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู , ศาสนาพุทธจากอินเดีย จึงไม่มี การ เผาศพ , ไม่มี การ เวียนว่ายตายเกิด , ไม่มีโลกหน้า , ไม่มีสุคติภพ , ไม่มีสวรรค์นรก , และที่สำคัญ คือ ไม่มีวิญญาณ ศาสนาผี มีความเชื่อเรื่อง “ขวัญ” ว่าคนตาย เพราะขวัญหาย เหตุที่คนตาย ขวัญ หาย แล้วไม่กลับร่าง เนื่องจาก ขวัญ หลงทางกลับ เข้า ร่างไม่ได้ ต้องมีพิธีเรียก ขวัญ ถ้า ขวัญ คืนร่าง คน ก็ไม่ตาย ส่วนคนตายแล้ว ถูกเรียกว่า ผี และ ขวัญ ของ คน ตายถูกเรียก ผีขวัญ มีวิถี ประจำวันปกติเหมือนเมื่อยังไม่ตาย เพียงแต่อยู่ต่างมิติซึ่งสัมผัสไม่ได้ มองไม่เห็น ผีหรือผี ขวัญ คือ ผี ที่คนปัจจุบันทั่วไปรู้จัก เช่น ผีแม่นาคพระโขนง ไม่ใช่วิญญาณตามความเชื่อในพราหมณ์พุทธที่คนตายแล้ววิญญาณไปจุติใหม่ เพราะ ผีขวัญ ไปหามาหาสู่กับคนปัจจุบันได้ โดย หลังพิธีการเข ้ า ทรง ซึ่งเป็นไปตามข้อความในพง ศ าวดารล้านช้าง ผีแล คนเที ่ ยวไปมาหากันบ ่ข าด ” “ศาสนา พราหมณ์ - ฮินดู กับศาสนาพุทธ เริ่มเข้ามาเมื่อมีการค้า ทางทะเล เผยแผ่จากอินเดียถึงอุษาคเนย์และไทย ” “ การทำศพใน ยุคที่พระพุทธศาสนาเข้ามา แรก ๆ ต้องการป้องกันไม่ให้ผีกลับมารบกวน คน เป ็น พิธีอันศักดิ์สิทธิ์อันเป็นบุญกุศล จึงเกิด ขึ้นในที่สุด ถ้า ศพใด ไม่มีค น ฝังหรือเผา ศพนั้นจะ กลายเป็นผี เร่ร่อน คือ เป็น ผีไม่มีศาล ไม่มีญาติ” พระพุทธศาสนา จึง เข้ามา เพื่อทำให้พิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ให้เกิดขึ้น เช่นมีการสวดพระอภิธรรม มีการนิมนต์พระไปสวด ไป ฉัน ภัตตาหาร เป็นต้น “ การจัดงานศพแต่เดิมนิยมปฏิบัติตาม จารีต ดั้งเดิมของท้องถิ่นและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาโดยไม่มีอบายมุขใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้เกียรติและอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย แต่ในยุคปัจจุบัน พบ ปัญหา สำคัญ ดัง ต่อไป นี้ ๑) ค่าใช้จ่าย จาก อบายมุข เช่น การดื่มสุร าและ การพนัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการทำกุศล แต่เป็นการ สร้าง อกุศล ผิดศีล พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ใครทำผิดศีล ผู้นั้นได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจ” เป็นเหตุให้เกิด ภาระรายจ่ายสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์แก่เจ้าภาพ เช่น ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูผู้คน รวมทั้งส่งเสริมการทำปาณาติบาต เจ้าภาพต้อง ฆ่า หมู ฆ่า วัว ฆ่าควาย ครั้งละหลายตัวขึ้นอยู่กับเวลาที่เก็บศพ ว่า จะเก็บไว้กี่วัน ซึ่งไม่มีแก่นสารอะไรที่จะเป็นประโยชน์ กับ เจ้าภาพและ ผู้ที่มาร่วมงาน ศพ ” “การจัดงานศพของคนจีนเฉพาะที่ดินสำหรับจัดทำฮวงซุ้ยราคาเทียบเท่าอพาร์ตเมน ต์ หรือบ้านหลังหนึ่งทีเดียว ไม่นับรวมพิธีเซ่นไหว้ต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เป็นจำนวนมาก จึงเกิดธุรกิจเกี่ยวกับศพต่อเนื่อง” “ตัวอย่างการจัดงานศพวัดดัง ๆ ในกรุงเทพมหานครไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับรูปแบบ การจัดงาน และกำลังทรัพย์ของเจ้าภาพ ” ธุรกิจงานศพ จากการวิจัยของ “ อา รด า ฉิม มากูร พบว่า มูลค่าตลาดในการประกอบงาน ศพ แ บบ ประเพณีนิยมตามธรรมเนียมไทยมีค่า ใช้ จ่ายสูงกว่า ๔๐๐ - ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ” ๒ ) ความยุ่งยาก “ พิธีกรรมในงานศพ พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสว่า ต้องทำอย่างไร จะจัดหรือไม่จัดก็ได้ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรกับศพ ศพเมื่อวิญญาณออกจากร่างก็ไปเกิดใหม่ตามวิบากดี ร้ายที่ได้กระทำไว้ก่อนตาย ผู้อื่นไม่สามารถทำแทนกันได้ สัปเหร่อทำพิธีไปตามความเชื่อและความคิดเห็นของตนเอง แต่ละท้องถิ่นจึงจัดงานศพ แตกต่างกัน ออก ไป” การกระทำตามความเชื่อและความเห็น ส่วนตัวทำให้เกิดพิธีกรรมที่ยุ่งยาก และเป็นเหตุให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เช่นกัน ๓) ไม่พ้นทุกข์ แต่ทำให้เพิ่มทุกข์ เจ้าภาพ แสดง ความรักความอาลัยต่อผู้ตาย เจ้าภาพมีความสุ ข ว่า ได้ส่งคนที่ตายไปแล้ว ไป สู่ ภพภูมิที่ดี คิดว่าอย่างนั้น คือ การ ได้ทำบุญ ทำกุศล ไป ให้ ตามหลักการของพุทธศาสนา จึง ต้องหาเงิน เพื่อมาจัดการศพ สำหรับคนมีเงินก็ไม่มีปัญหา เรื่องเงิน แต่เป็นตัวอย่างที่ไม่พ้นทุกข์ให้กับคนที่ ไม่มีเงิน เพราะคนไม่มีเงิน ต้องวิ่งหาเงินเพื่อมาจัดงานศพ บาง คน ต้องขายที่ดิน บาง คน ต้องไปดีดกีตาร์หาเงินทำศพ ให้พ่อ บางคนทำแล้วเงินไม่พอทะเลา ะ กับวัดซึ่งเป็น คนจัด สรรอุปกรณ์ ให้ มีตัวอย่าง ความทุกข์ ที่มี ให้เห็นอยู่มากมายในสังคม ซองพระ ซ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน