สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน ทำไมคำสอนปัจจุบันผิดไปจากคำสอนพระพุทธเจ้า.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน ทำไมคำสอนปัจจุบันผิดไปจากคำสอนพระพุทธเจ้า 3. ทำไมคำสอนปัจจุบันจึงผิดไปจากคำสอนพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า...ก็เพราะความหมายความรู้ มันรู้ไม่ได้ มันไม่ยอมรู้ตามพระพุทธเจ้า ก็ใช้พยัญชนะใช้ภาษาสื่อสารว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง มันก็เลยไม่ตรงกับของพระพุทธเจ้า ก็พยายามทำให้ตรงกับของพระพุทธเจ้า เมื่อรู้ตรงกันก็เข้าใจแล้ว ไม่เห็นยากเลย ทีนี้มันเข้าใจไม่ได้นี่แหละมันจะต้องพยายามศึกษาให้ดีๆ ทำความเข้าใจไป ก็จะค่อยๆรู้ตามเหตุปัจจัย พระพุทธเจ้าท่านใดแยกความต่างออกมาว่าเป็นสูตรเรียกว่าปฏิจจสมุปบาท 12 ขยายความต่อไป เราใช้ภาษาไทย ก็คิดว่าคนจะรู้ร่วมได้กับอาตมาเยอะ บันทึกไว้ในหนังสือต่างๆทุกคนเข้าใจร่วมกันนะ ในพจนานุกรมก็มี หรือภาษาที่เรากำหนดหมายได้ ก็มาพูดกันให้เข้าใจรู้เรื่อง มันก็จะจบ ก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นสรุปแล้วที่ทำมา 3 ประเด็น ทำไมบางคนฟังธรรมไม่รู้เรื่องเพราะไม่กำหนดให้ตรงให้รู้เรื่องให้ดี ขัดแย้งกันก็ยังไปทะเลาะกันไปตีกันอีก บ้านเมืองก็เลยขัดแย้ง มันก็เท่านั้นเอง ทำไมคำสอนปัจจุบันจึงผิดไปจากคำสอนพระพุทธเจ้าก็เพราะว่ากำหนดผิดยึดถือผิด ต่างคนต่างยึดถือของตน ยึดในความนึกคิดตอนสมมุติของตนเอง การสมมติอะไรของตนขึ้นมาเป็นอุปาทาน จะไปยึดถืออย่างไรก็นึกไปได้หมด ของเราเอง แต่เพี้ยนให้แตกต่างจากของคนอื่นได้สารพัด อยู่ที่เราจะบ้าบอยึดถือไป ในโลกนี้ต้องรู้สมมุติตามเขา สมมุติว่าเรามี 2 สิ่งคนนี้สมมุติอย่างนี้คนนี้สมมุติอย่างนี้ เราก็พยายามทำความสมมุติให้ตรงกับเขาให้ได้เขายึดถืออย่างนี้นึกคิดอย่างนี้ ก็จบ ตรงกันแล้ว เราจะต้องการอย่างนี้ทำมาให้แก่ตนหรือว่าตกลงว่าเรายืนยันว่าตรงกันแล้วอย่างนี้ไม่ตรงอย่างนี้ต่างกันอย่างนี้ อย่างนี้ไม่เอานะเอาอย
อ่านต่อ
่างนี้ เราก็รู้ร่วมกันให้ได้ แยกแยะให้ออกว่าเอาอย่างนี้ไม่เอาอย่างนี้ เราก็ทำความเข้าใจ ทำอันนี้คืออันนี้ อันนี้คืออันนี้ อันนี้คือเอาอันนี้คือไม่เอา 1 ความเข้าใจตรงกันว่าเอาอันนี้ไม่เอานี้ แล้วไม่เอาอันนี้ก็ทำอันนี้ให้ตรงกันก็จบ สัจจะมันมีอย่างนี้ อยู่ที่จิตของเราจะยังจิตของเราให้เป็นไปในอำนาจ ให้จิตของเราเป็นไปตาม ผู้ที่สามารถเอาจิตของตนเองรู้ตามเข้าใจตาม คนอื่นได้ เราก็ไม่ต้องเป็นตัว ถ้าเราจะให้จิตเรามีอำนาจให้คนอื่นรู้ตามได้อีก คุณก็เก่งก็จบ หากคนอื่นรู้ตามไม่ได้ก็เป็นไปไม่ได้ พระพุทธเจ้าละเอียดมากให้คนรู้ตามได้ด้วย แล้วมีความดีที่ต่างกันอีก อันนี้ดีกว่าอีก จนกระทั่งดีที่สุดดีจนกระทั่งระดับพระพุทธเจ้า สัพพัญญูรู้กัน ละเอียดมากรู้กันหมดเลย สรุปอันนี้มากที่สุดคือสูญ เมื่อใครเข้าใจแล้วว่ามากที่สุดกับสูญไม่ต่างกันเลย แต่ถ้าคนเข้าใจว่ามีความแตกต่างกันมากแล้วไม่เป็น 0 สักทีคนนี้ยังอีกนานนนนนน อาตมาพยายามใช้ภาษาง่ายๆสบายๆให้เข้าใจ ศึกษาให้ดี มันยึดมั่นถือมั่นคำเดียว เราไม่ยึดมั่นถือมั่นก็ปล่อยความเข้าใจ ศึกษาของเขาแล้วก็อนุโลมตามเขาไป คนหนึ่งมามองอันนี้เรียกว่ากล้วยนะ อีกคนหนึ่งบอกว่า กล้าย อีกคนหนึ่งว่ากล้วย แต่อันนี้มันอันเดียวกันนะ แต่ 2 คนนี้มันหาเรื่องกันแล้ว เอาพยัญชนะมาคนนึงบอกว่ากล้วยคนนึงบอกว่า กล้าย ถ้ามันไม่ลงกันสุดท้ายมันก็ฆ่ากัน เถียงกัน ถ้าหากอีกคนหนึ่งบอกว่า กล้ายก็กล้ายนะ ก็จบเหมือนกัน อาตมานี่ฉลาด แพ้ก็แพ้วะ แพ้ทำไงต่อ ก็ติดคุก ติดก็ติด แล้วเขาอนุโลมรอลงอาญาสองปีก็รอ จะให้คนมาควบคุมความประพฤติ จะมาก็มา คนมาควบคุมไม่กี่วันไม่กี่ปีก็ไม่มาอีกแล้ว หายไปเลยตั้งแต่บัดนั้น มาแค่ทีสองทีบันทึกรายงาน คนบันทึกรายงานก็บันทึกแล้วว่า ท่านทำดีแล้ว เรายังไม่ดีเท่าเลย มันก็บาดเสียดหัวใจตัวเอง คือ สัจจะมันเกิดขึ้นมาจริงแล้วทั้งนั้นเลย ศึกษาให้ดีเถอะ อาตมาศึกษามาแม้เป็นแค่โพธิสัตว์ระดับ 7 มีความรู้ความจริงที่มาแสดงต่อโลก ผู้คนรู้เข้าใจว่ามีความต่างมีทฤษฎี ผู้ที่เอาตามยังไม่ได้ไม่เห็นด้วยก็ขัดแย้ง ก็ไม่เห็นแปลกอะไร เพราะฉะนั้นเราเอาอย่างนี้แหละ พระพุทธเจ้าท่านสรุปแล้วเราทำตามอย่างท่านได้แค่นี้ ก็ยังเกิดความสงบเกิดความอบอุ่นเกิดความยินดีเป็นไป อาตมาก็เห็นว่ามนุษย์ยุคนี้ได้ใฝ่หาสัจธรรมอันนี้ เขาไปใฝ่หาจะทำอีกแบบมานานแล้วมันเดือดร้อนมากแล้วตอนนี้ก็ไม่เอา มาเอาแบบนี้มันมี 2 ทิศทางเป็นธรรมะ 2 ในโลก แนวโน้มที่เป็นเทรนด์ต่างๆในโลก จิตวิญญาณคนเรามีความรู้สึกร่วมที่ดี อย่างเช่นจะช่วย 13 หมูป่า มันเป็นความรู้สึกที่ดี คนต่างๆที่ไม่มีความรู้สึกมันก็เกิดความทึ่งความเซอร์ไพรส์ มันก็เลยมากัน แค่นี้ เรามีที่สูงกว่านี้เยอะเลย ของเราไม่ใช่หมูป่าเป็นคนเมืองเลย มากกว่า 13 คน เขายังไม่เห็นเลย มีคุณสมบัติอะไร หมูป่าเป็นทีมฟุตบอล 12 คน มีโค้ชหนึ่งคน รวมเป็นคณะ รวมกันไปเตะบอลแค่นั้นแหละ เตะให้เข้าประตู ใครเตะเข้าประตูมากกว่าก็เก่งแค่นั้น ก็ยิ่งใหญ่กันต่างๆนานา บอกว่ามันดี คนนี้มีแทคติก คนนี้มีแรงมาก อะไรก็แล้วแต่ ก็เหตุปัจจัยต่างๆ ให้เรารู้ แล้วก็รู้สึกทึ่งในสิ่งที่เขาสมมุติกันขึ้นมาแต่มันไม่มีสาระอะไร แต่แค่มีอารมณ์ร่วมอารมณ์สนุก เก่งในแทคติกเทคนิคต่างๆ วิธีการเคลื่อนไหวต่างๆ แล้วได้อะไรไหมกินอิ่มไหมจ่ายแรงงานออกไป พวกเราไม่นิยมไม่เห็นดีงามแบบเขาหรอก นี่เป็นภาษาง่ายๆว่าใครติดสมมุติยึดแล้วก็ทำ แต่เราไม่ยึดติดก็เห็นแง่มุมเหลี่ยมต่างๆที่จะเกี่ยวข้องกับชีวิตเราขนาดไหน ย่นย่อแค่ปัจจัยสี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนอกนั้นก็เป็นบริขารองค์ประกอบไม่มากมายอะไร อันไหนมีมากเกินไปเราก็รู้ว่าชีวิตนี้เราไม่ต้องเราก็ไม่ได้แสวงหา เขาได้ยัดเยียดให้เรามาแค่นี้เขาก็พอแล้วสันโดษแล้วทั้งที่หนักไม่เบาสบาย ใครมีแรงงานมีผลผลิตเรือก็มาร่วมสร้างสรร อะไรที่เป็นสาระก็ทำอันนั้นก่อนอะไรที่ไร้สาระอย่างนี้ไม่ทำ เราจะมาทำอาหาร ยังทำได้อีกเยอะ หรือเราบอกว่าเงินเรามีเหลือก็จ่ายค่าขนส่งให้เขาด้วยเราโง่ไหม แจกจ่ายเกื้อกูลเขาเราโง่ไหม...ไม่ เราไม่โง่หรอก แต่คนหวงแหนของกูปล่อยเน่าเสีย คนนี้ไม่รู้ตัวว่าโง่ แล้วก็เข้าใจเขาอย่าไปทำอย่างโง่ๆ เขาไม่รู้ก็ทำแต่เราไม่ทำ ชีวิตเกิดมามีประโยชน์ต่อคนอื่น 611104_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาผ่าวิปัสสนาโลกุตระค่ายม.4