ปัญหา ข้อขัดข้องและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการ.docx

โฟลเดอร์561220 แถลงการณ์พฟด ไม่ลงเลือกตั้ง 2
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์24 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

ปัญหา ข้อขัดข้อง และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชั่นในทัศนะ ของผู้เขียน

ปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น เป็นปัญหาสำคัญของประเทศชาติในทุกยุคทุกสมัย และทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศจะต้องเผชิญ และทุกรัฐบาลจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวในระดับต้น ๆ บางรัฐบาลประกาศเป็นสัญญาประชาคม หรือกำหนดเป็นนโยบายและแถลงต่อรัฐสภา และบางรัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และหน่วยงานถือปฏิบัติ ให้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนและยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด แต่ที่น่าแปลกคือ ขนาดให้ความสำคัญและเร่งด่วนปานนั้นแล้ว ปัญหาดังกล่าวหาได้ลดน้อยลงตาม กลับจะเป็นปัญหาลุกลามไปทุกจุด ทุกภาคส่วน และทุกหน่วยงานให้ต้องคอยแก้ไข ป้องกันและปราบปรามโดยตลอด และนับวันมีแต่จะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวอ้างว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมาย เป็นปัญหาในการตีความ และการบังคับใช้กฎหมาย โดยเนื้อหาสาระที่ผู้เขียนจะนำเสนอนี้ จะเน้นไปในทางการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้สามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบได้ง่ายและหลายช่องทาง โดยเขียนจากมุมมองการทำงานและประสบการณ์ส่วนตัว แนวคิดบางเรื่องอาจมีการนำไปใช้แล้ว บางเรื่องอยู่ระหว่างศึกษา ริเริ่ม ส่วนบางเรื่องอาจถึงขนาดเห็นว่าทำได้ยาก หรือทำไม่ได้ หรือไม่ต้องการให้ทำ ให้ถือเสียว่าเป็นอีกหนึ่งมุมมองเพื่อแลกเปลี่ยนและศึกษาร่วมกันก็พอ สังคมไทยที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีการปฏิวัติหรือรัฐประหาร จนนำไปสู่การยกเลิก เปลี่ยนแปลง แก้ไขรัฐธรรมนูญกี่คราวก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์หรือการกระทำอันมีมูลที่ส่อไปในทางทุจริต คอรัปชั่น หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี นักการเมือง ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว การดำเนินคดีหรือฟ้องร้อง

อ่านต่อ

ผู้กระทำความผิดต่อกฎหมายในระบบปกติจะมีกระบวนการและขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การร้องทุกข์กล่าวโทษ การกล่าวหา การตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยภายในองค์กรหรือหน่วยงาน หากต่อมามีการสรุปว่า นอกจากเป็นความผิดทางวินัยแล้วยังมีมูลความผิดทางอาญาด้วย หน่วยงานหรือองค์กรนั้นจะส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณา อนุมัติ ว่าสมควรที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิด หรือไม่ และปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูง จะอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่การไต่สวนข้อเท็จจริง พิจารณาลงมติ และเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อสั่งฟ้องและดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนต่อไป ส่วนเรื่องอื่นที่อยู่ระดับองค์กร หรือเจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา หากผู้บังคับบัญชาหรือคณะกรรมการพิจารณาแล้ว มีมติว่าเป็นความผิดอาญา ก็จะนำเรื่องเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลนั้น และหากเป็นคดีแพ่งก็จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือไล่เบี้ยให้ชดใช้ค่าเสียหายคืน ในคดีอาญาทั่วไป หากเป็นการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ยกเว้นกรณีคดีที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้ว ภายหลังพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษ จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า มีการกระทำความผิดตามที่กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ หากไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำความผิด จะสืบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำความผิด จากนั้นจะเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา พิจารณาพยานหลักฐาน และทำความเห็นทางคดีว่าสมควรฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหา จากนั้นส่งสำนวนคดีพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง หากพิจารณาสำนวนแล้ว คดีมีมูลที่จะฟ้องร้องได้ พนักงานอัยการจะยื่นฟ้องผู้ต้องหานั้นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ แต่หากพยานหลักฐานไม่มีมูลหรือมีเหตุอื่นที่ไม่สมควรฟ้อง พนักงานอัยการอาจใช้ดุลพินิจพิจารณาสั่งไม่ฟ้องได้ เมื่อจำเลยถูกฟ้องต่อศาล ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ภายหลังพิจารณาแล้ว กรณีเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิด จะพิพากษาลงโทษ แต่หากฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด ศาลจะพิพากษายกฟ้อง ส่วนกรณีการกระทำไม่ถึงขั้นเป็นความผิดอาญา แต่คำสั่งของเจ้าพนักงานกระทบต่อสิทธิ หรืออำนาจหน้าที่ของบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรแล้ว ผู้เสียหายสามารถนำคดียื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งและเยียวยาความเสียหายให้ แต่หากเป็นคำสั่งที่ถูกต้อง ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องและยืนยันความชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นกลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่ใช้กันมาโดยตลอด ปัญหาในทางปฏิบัติที่ผ่านมาปรากฏว่า การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ หรือต่อประชาชน เหตุการณ์หรือการกระทำที่มีมูล น่าเชื่อว่าน่าจะเป็นความผิดหรือส่อไปในทางทุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหายนั้น มักจะไม่ค่อยเป็นคดีความหรือไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในระบบการพิจารณาคดีในชั้นศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือศาลอื่นเพื่อให้ศาลหรือตุลาการได้พิจารณาพิพากษาไปตามพยานหลักฐานได้อย่างถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย หรือก่อนคดีขาดอายุความ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวมีที่มาหรือสาเหตุหลายประการ ดังนี้./ ๑) องค์กรหรือหน่วยงานพิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทำเช่นนั้น แม้จะเป็นความผิดอาญา แต่เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในองค์กรหรือหน่วยงาน เมื่อผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาสามารถตกลงกันได้ จะพิจารณาและมีความเห็นไปในทำนองว่า เป็นเพียงความผิดทางวินัยและลงโทษเฉพาะความผิดทางวินัยเท่านั้น โดยไม่สรุปว่าเป็นความผิดทางอาญา หรืออาจสรุปว่าผู้ต้องหาไม่มีเจตนาในการกระทำความผิดและสำนึกในการกระทำความผิดแล้ว จึงไม่ส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานตำรวจหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินคดีตามกฎหมาย นั่นอาจเป็นเพราะวัฒนธรรมของสังคมไทยที่มีค่านิยมในระบบอุปถัมภ์และเส้นสาย ซึ่งเน้นไปในทางประนีประนอมและอะลุ้มอล่วยต่อกัน ๒) ความผิดในลักษณะนี้เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน องค์กร หรือราชการ โดยประชาชนไม่ค่อยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็น จึงสามารถปกปิดความผิด หรือการกระทำอันทุจริตนั้นได้ และแม้ประชาชนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือตรวจพบ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นมักจะเกิดแก่ภาครัฐโดยส่วนรวม หรือ ต่องบประมาณแผ่นดิน หากประชาชนผู้นั้นพิสูจน์ไม่ได้ว่าได้รับความเสียหายเป็นพิเศษอย่างไรแล้ว ก็จะไม่มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ หรือฟ้องร้องคดีต่อศาลให้ดำเนินคดี เรื่องที่ผิดดังกล่าวจึงเกิดขึ้นและจบไปในองค์กร หรือหน่วยงานนั้นโดยไม่มีการตรวจสอบ แต่ปัจจุบันได้พยายามเพิ่มหลักธรรมาภิบาลในการบริหารและให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบมากขึ้น ๓) กระบวนการหรือช่องทางดำเนินคดีมีหน่วยงานของรัฐ หรือผู้มีอำนาจจากหน่วยงานของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องหรือตัดสินใจ ซึ่งมีผลชี้นำต่อการตัดสินใจของสมาชิกองค์กร หรือคณะกรรมการผู้บริหารได้ ยิ่งหากเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมโดยตรง ในการทำหน้าที่จับกุม รวบรวมพยานหลักฐาน สั่งฟ้องหรือดำเนินคดี อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นต้น หากองค์กรหรือหน่วยงานดังกล่าว ขาดความเป็นอิสระอย่างแท้จริง หรือทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญหรืออยู่ภายใต้อำนาจกำกับดูแลของฝ่ายการเมือง เพราะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมืองสามารถพิจารณาให้คุณหรือให้โทษได้ กระบวนการในการพิจารณาและสั่งคดีย่อมได้รับผลกระทบและอาจถูกแทรกแซงได้ อันมีผลทำให้กระบวนการในการตรวจสอบเป็นอันหยุดชะงัก หรือผิดไปจากความจริง และอาจส่งผลให้ไม่มีการดำเนินคดี ยุติคดีต่อผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ๔) ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศยังไม่ตื่นตัวที่จะเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของชาติ หรือ ประโยชน์ส่วนรวมของรัฐ หรือสิทธิที่เป็นประโยชน์สาธารณะ การทำหน้าที่ดังกล่าวมักจะเป็นหน้าที่ขององค์กรเอกชนหรือเอ็นจีโอ ที่มีงบประมาณหรือความรู้พอที่จะติดตาม ตลอดจนให้ความสนใจต่อปัญหาบ้านเมือง อันอาจเกิดจากความไม่รู้เพราะไม่ได้รับการศึกษา หรือเกรงกลัวอิทธิพลต่อผู้มีอำนาจบารมี นักการเมือง ข้าราชการประจำ เช่น คดีที่กลุ่มผู้บริโภครวมตัวกันฟ้องขอให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกาในการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจากรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทมหาชน ซึ่งประชาชนที่ถูกกระทบทั่วไปไม่ได้ให้ความสนใจ และถึงขนาดมองไม่ออกว่าเกิดความเสียหายหรือไม่อย่างไร จนองค์กรของเอกชนได้ยื่นฟ้อง และในที่สุดศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน พอกล่าวได้ว่าการรวมกลุ่มกันของประชาชนยังขาดคุณภาพที่เพียงพอต่อการตรวจสอบและดำเนินคดีต่อภาครัฐนั่นเอง ๕) ข้อมูลข่าวสารในการให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อดำเนินการกับการกระทำโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐหรือการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการอันเป็นการทุจริต หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐยังมีน้อยเกินไป เพราะรัฐขาดการส่งเสริมให้ประชาชนมีองค์ความรู้ ในการช่วยเหลือสอดส่อง หรือตรวจสอบการกระทำ อีกทั้งรัฐไม่มีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้ประชาชนที่ได้กระทำการอันเป็นประโยชน์ดังกล่าวได้รับประโยชน์เป็นการตอบแทน ต่างจากกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่มีสินบนนำจับหรือเงินรางวัลจากการจับกุมในคดีคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน หรือกฎหมายที่กำหนดเงื่อนไขการได้รับรางวัลและสินบนไว้ ๖) ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดกฎหมาย นอกจากไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว กลับก่อหรือส่งเสริมให้เกิดการกระทำความผิดขึ้นใหม่ด้วยการให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน แลกกับการไม่ต้องถูกดำเนินคดี ดำเนินคดีข้อหาที่เบากว่าหรือประโยชน์อื่นที่ได้รับ เมื่อเจ้าพนักงานผู้ดำเนินคดีได้รับประโยชน์จากการกระทำโดยมิชอบเช่นนั้นแล้ว ย่อมเป็นผู้ซึ่งร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ดุลพินิจในการพิจารณาสั่งคดีให้ถูกต้องตามจริง เมื่อทั้งสองฝ่ายสมประโยชน์ที่ได้รับต่อกัน และไม่ถูกจับได้แล้ว จึงเป็นเรื่องยากที่บุคคลที่ถูกกล่าวหาเดิมนั้นจะมาดำเนินคดีเอากับเจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำการโดยมิชอบดังกล่าว ๗) รัฐบาลขาดความจริงจังและจริงใจในการกำหนดทิศทางหรือส่งเสริมให้มีการปราบปรามการทุจริต หรือการกระทำโดยมิชอบ การละเว้นการกระทำที่มิชอบ เช่น การไม่จัดสรรงบประมาณให้ การใช้อิทธิพลข่มขู่ การตรวจสอบการเสียภาษี การใช้อำนาจรัฐรังแก หากเป็นนักการเมืองเป็นผู้กระทำ นักการเมืองก็จะพยายามไปนั่งยังกระทรวงหรือหน่วยงานที่สามารถจะไม่ดำเนินคดี หรือ ปกปิดการกระทำของตนได้ เช่น โครงการทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน หากผู้ถูกกล่าวหาไปนั่งยังตำแหน่งสูงสุดในกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรงแล้ว ย่อมมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยตรงของเจ้าพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ๘) องค์กรตุลาการที่ตัดสินคดีโดยยึดหลักผู้เสียหายโดยเคร่งครัดเกินไป เนื่องจากที่ผ่านมาบุคคลที่นำคดีฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอให้ระงับการดำเนินการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือดำเนินคดีเอาแก่เจ้าหน้าที่ผู้ทุจริต หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น มีแนวคำวินิจฉัยว่าจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐนั้น บางคดีแม้รู้อยู่ว่าเกิดหรือจะเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน แต่เมื่อไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นผู้เสียหายโดยตรง เมื่อรัฐเป็นผู้กระทำเองแล้ว จึงไม่มีผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีแทนได้ หากเปิดโอกาสให้ประชาชน หรือหน่วยงานบางหน่วยงาน แม้ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่หากเป็นผู้ที่เชื่อว่าจะได้รับความเสียหาย หรือกระทำการแทนผู้ซึ่งได้รับความเสียหาย หรือให้มีอำนาจฟ้องคดีได้แม้ไม่ใช่ผู้เสียหาย อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งอันเป็นทางเลือกให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐได้ ๙) ปัญหาข้อขัดข้องจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่กำหนดว่า การจะดำเนินคดีได้นั้น จะต้องมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีเสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินคดีได้ หากไม่มีผู้เสียหาย หรือผู้เสียหายไม่มาแสดงตน หรือสามารถตกลงไกล่เกลี่ย ข่มขู่จนผู้เสียหายพอใจ หรือ เกรงกลัวอิทธิพล ก็จะไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ ทำให้ขาดพยานหลักฐานที่จะสามารถดำเนินคดีต่อไปได้ หรือ ความผิดที่มีมูลนั้น อายุความตามที่กฎหมายกำหนดไว้สั้นเกินไป ทำให้บางครั้งมีการถ่วงคดีเพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือหมกสำนวนไว้จนคดีขาดอายุความ ทำให้ไม่สามารถดำเนินคดี หรือ เอาผิดกับผู้กระทำความผิดได้ จากข้อเท็จจริงที่ได้ประมวลมาแล้วข้างต้น เห็นได้ในหลายคดีและหลายเหตุการณ์ว่า องค์กรของรัฐไม่ได้เข้ามาแก้ไข หรือตรวจสอบอย่างจริงจัง เช่น การฟ้องร้องขอให้ยกเลิกการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การละเมิดสิทธิมนุษยชน การทุจริตคอรัปชั่นในโครงการที่สำคัญ การฟ้องขอให้เพิกถอนการเลือกตั้ง การเรียกเงินคืนจากผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง การดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลายคดีท ี่ ส่วนมากรัฐเป็นผู้เสียหายซึ่งถูกกระทบต่อการกระทำนั้น ๆ แต่ภาครัฐไม่ได้ดำเนินการอย่างไร กลับเป็นเอกชนที่เป็นผู้ยื่นฟ้องเอง และสามารถชนะคดีได้หลายเรื่อง จึงน่าสนใจว่า ในอนาคตข้างหน้า สังคมพร้อมหรือยังที่จะให้มีการเพิ่มทางเลือกในการตรวจสอบ ดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำโดยมิชอบได้โดยตรง โดยพิจารณาจากหลักการและเหตุผลที่ว่า ๑) เพื่อให้สามารถดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชั่น การปฏิบัติหน้าที่ หรืองดเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดที่ทำลายระบบโครงสร้าง และความสุจริตของสังคมได้เพิ่มมากขึ้น จำต้องยกระดับให้ความผิดเหล่านั้นเป็นความผิดอาญาร้ายแรง หรือมีโทษที่หนักขึ้นกว่าเดิม และอาจจะต้องเพิ่มกำหนดอายุความให้ยาวนานขึ้น หรือไม่จำต้องมีอายุความสูงสุดจำกัดไว้ หรือเพิ่มเหตุผลพิเศษที่สามารถจะทำให้ศาลเชื่อได้ว่า เพราะเหตุใดจึงไม่สามารถฟ้องคดีได้ทัน หากเหตุผลดังกล่าวเป็นเหตุผลอันควรรับฟัง และเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือราชการ นอกจากจะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ร่วมกระทำความผิดเกรงกลัวแล้ว ยังจะทำให้ไม่สามารถปกปิดข้อเท็จจริงได้ตลอดรอดฝั่ง และหากจะลงโทษแล้ว ศาลจะต้องลงโทษให้หนัก เพื่อเป็นการป้องปราม และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น หากเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีความจำเป็นและสำคัญจริงแล้ว รัฐย่อมสามารถดำเนินการได้ โดยเทียบเคียงกับการแก้ไขกำหนดอายุความในคดียาเสพติด ซึ่งมีการแก้ไขโทษและอายุความแก่ผู้กระทำความผิดในกรณีผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือในกรณีเป็นความผิดที่รัฐต้องการปราบปราม ซึ่งสามารถกำหนดแนวทางหรือวิธีพิจารณาคดีไว้เป็นการเฉพาะได้ เทียบเคียง พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ . ศ . ๒๕๕๐ มาตรา ๒๒ ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สำหรับฐานความผิดซึ่งต้องระวาง โทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดสามสิบปีนับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ . ศ . ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ กรรมการหรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาลหรือสภาท้องถิ่นอื่น ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจผู้ใดกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือกระทำความผิดตามมาตรา ๔๒ ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น กรณีดังกล่าวได้มีการให้สัมภาษณ์ของร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่สอดคล้องกับแนวทางของผู้เขียนว่า “ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการกับนายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องยาเสพติดกับการทุจริต ทั้งนี้ ตนหารือกับนายกรัฐมนตรีว่า จะเอาผู้เชี่ยวชาญเรื่องยาเสพติดไปอยู่ในกลุ่มของอาเซียน ทั้งนี้ จะมีการส่งไปในบางประเทศ อาทิ ในประเทศจีน มณฑลยูนนาน ที่มีสารตั้งต้นใช้ผลิตยาเสพติดก่อนส่งเข้ามาในประเทศไทย นอกจากนี้ ก็จะส่งไปในประเทศพม่า กัมพูชาและลาว ประเทศละไม่เกิน ๒ คน ส่วนจะส่งไปตอนไหนต้องรอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ซึ่งตนจะเสนอในสัปดาห์หน้า ถ้าไม่ทันก็ภายใน ๑ เดือน "ผมยังศึกษารูปแบบการปราบปรามยาเสพติดของประเทศออสเตรีย ที่ไม่มีปัญหายาเสพติดเลย นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเกี่ยวกับคดียาเสพติดให้ขยายอายุความจาก ๒๐ ปีไปเป็น ๓๐ ปี และให้ผู้ที่ถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าให้ประหารชีวิต ไม่มีสิทธิในการฎีกาได้อีกเพื่อให้บรรดาผู้ค้าหลาบจำ" (ให้สัมภาษณ์เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่มามติชนออนไลน์) ๒) จะต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองว่า การทุจริต คอรัปชั่น การปฏิบัติหน้าที่ หรืองดเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากเป็นการกระทำที่มีผลกระทบต่อสังคมส่วนรวม งบประมาณของแผ่นดิน ภาษีอากรของประชาชน การละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน หรือ กรณีอื่นใดตามที่กฎหมายบัญญัติ แม้รัฐเป็นผู้เสียหาย หรือ ไม่ปรากฏว่าใครคือผู้เสียหายโดยตรงอย่างชัดแจ้งแล้ว ควรให้สิทธิแก่ประชาชนที่มีส่วนได้เสีย เช่น ญาติ ทายาท องค์กรเอกชน หรือ หน่วยงานตามที่กฎหมายจะกำหนดว่าให้สามารถดำเนินคดีได้ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นนำคดีเข้าสู่ระบบการตรวจสอบได้ เป็นการเพิ่มช่องทางในการดำเนินคดีโดยไม่ต้องเพิ่มองค์กร หรือหน่วยงาน หรือ งบประมาณจากเดิม เพียงแต่เพิ่มเติมและแก้ไขในส่วนของกฎหมาย และระเบียบ อันเป็นขั้นตอนในส่วนของนิติบัญญัติที่จะออกเป็นกฎหมายใช้บังคับ ๓) ออกกฎหมายเพื่อให้มีองค์กรที่สามารถใช้สิทธิแทนผู้เสียหาย หรือ สามารถดำเนินคดีได้เอง เมื่อมีผู้เสียหายร้องขอในกรณีที่องค์กรหลักตามปกติของรัฐไม่ยอมดำเนินการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ดำเนินการล่าช้าเกินควรอันไม่อาจชี้แจงได้ ดำเนินการไปในทางที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือผู้เสียหาย หรือ มีเหตุอันเชื่อว่าจะมีการไม่สุจริตไปในทางที่ช่วยเหลือผู้กระทำความผิด โดยปัจจุบันมีเฉพาะสำนักงานอัยการสูงสุดที่ทำหน้าที่ในการฟ้องคดี แต่หน่วยงานดังกล่าวเป็นองค์กรของรัฐ หากมีการกระทำที่รัฐได้รับผลกระทบ หรือนักการเมือง ข้าราชการที่สามารถควบคุมการสั่งคดีได้ ย่อมมีผลต่อการดำเนินการและวินิจฉัยคดี หากเพิ่มช่องทางและให้อำนาจแก่สภาทนายความ หรือ สำนักงานช่วยเหลือประชาชนและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งหากจะมีต่อไป สามารถฟ้องคดีบางประเภทแทนพนักงานอัยการได้อีกองค์กร โดยไม่ได้ตัดสิทธิองค์กรเดิมแล้ว อาจมีผลต่อการถ่วงดุลอำนาจ โดยให้มองว่า ไม่ใช่การแย่งงานจากองค์กรที่มีอยู่ตามระบบปกติ แต่เป็นการเพิ่มช่องทาง และร่วมกันตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อีกทางหนึ่ง อันเป็นประโยชน์แก่สังคมและรัฐโดยส่วนรวม ๔) หน่วยงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบไม่ควรจะรวมศูนย์กลางอยู่ ณ จุดเดียว เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชั่นเพียงระดับจังหวัด ควรจะพิจารณาให้จบในระดับจังหวัด หรือ เขตพื้นที่ โดยไม่จำต้องส่งเรื่องให้ส่วนกลางดำเนินการทุกเรื่อง หรือเป็นส่วนใหญ่ เช่น กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่รับเรื่องจากทั่วราชอาณาจักร เพราะจะทำให้เกิดความล่าช้า และมีผลให้คดีขาดอายุความ หากให้อำนาจแก่หน่วยงานในระดับที่เล็กลงสามารถพิจารณาและตัดสินได้เอง ย่อมจะเป็นการแบ่งเบาภาระขององค์กรสูงสุดได้ แม้จะมีข้อเสียอยู่ที่อาจเกิดการวิ่งเต้นได้โดยง่ายก็ตาม อาจควบคุมและถ่วงดุลได้โดยต้องรายงานข้อเท็จจริงและสำนวนให้ส่วนกลางทราบถึงเหตุผลของการวินิจฉัยและสั่งคดี โดยปัจจุบันได้มีการพยายามกระจายอำนาจในการสั่งคดีลงไปในระดับจังหวัดบ้างแล้ว ๕) รัฐต้องส่งเสริม หรือ จัดสรรงบประมาณ หรือเพิ่มสิ่งจูงใจให้แก่ประชาชนที่สามารถดำเนินการ หรือให้ความช่วยเหลือ หรือ เป็นพยาน หรือ แจ้งเบาะแส ต่อการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือคอรัปชั่นหรือกระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เพื่อจูงใจให้ประชาชนตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว เพราะการเข้าให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นเรื่องที่ขัดแย้งต่อผลประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากมีเรื่องที่จะต้องเสี่ยง และอาจนำภัยมาสู่ตน แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนมีมูลค่ามากเพียงพอ อาจทำให้ประชาชนหรือผู้เสียหายเลือกที่จะทำ ดีกว่าที่ตนจะไม่ได้อะไร เพราะหากมีภัยถึงขนาดต้องเสียชีวิต ญาติพี่น้องที่เหลืออยู่จะได้ไม่ลำบากจากทรัพย์สินหรือสวัสดิการที่รัฐช่วยเหลือดูแล ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าได้รับคำชมเชยจากรัฐเพียงฐานะพลเมืองที่ดีเท่านั้น ๖) รัฐต้องกำหนดมาตรการในการลงโทษมากกว่าที่มีอยู่ตามกฎหมายต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต คอรัปชั่น หรือ การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ แม้สุดท้ายศาลจะพิพากษายกฟ้อง หรือ ไม่ลงโทษ หรือ รอการลงโทษ เนื่องจาก เหตุในการยกฟ้องอาจเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันว่าบุคคลนั้นไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่นกัน กลับกันหากเจ้าหน้าที่ผู้ใดที่ถูกกลั่นแกล้ง หรือได้มีส่วนช่วยเหลือในการปราบปราบการกระทำดังกล่าว และเจ้าหน้าที่นั้นได้รับความเสียหาย ต้องมีมาตรการในการชดเชย หรือ ให้รางวัลตอบแทนแก่ผู้ถูกกระทำเช่นนั้นด้วย แง่มุมที่ผู้เขียนได้นำเสนอมาข้างต้นนั้น เชื่อว่า บางเรื่องเป็นแนวทางที่หลายภาคส่วนทราบ และได้ดำเนินการเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขแล้ว โดยบางเรื่องมีการแก้ไขได้ดี และเป็นประโยชน์กว่าที่ผู้เขียนนำเสนออีก ส่วนบางเรื่องอาจอยู่ระหว่างวิจัย ศึกษา และหาแนวทางในการแก้ไขอยู่ บางเรื่องที่ผู้เขียนได้นำเสนอ อาจมีความสอดคล้อง ตรงกัน แต่บางเรื่องอาจมีความเห็นต่างถึงขนาดไม่เห็นด้วยก็คงมี ซึ่งผู้เขียนขอน้อมรับฟังด้วยความจริงใจ และโปรดได้เข้าใจผู้เขียนด้วยเช่นกันว่า ล้วนมาจากความสุจริตใจและหวังให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและบ้านเมืองมากที่สุด./

..............................................

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน