งานพุทธาภิเษกสุดยอดปฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๘ ณ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ กทม_.docx

โฟลเดอร์_บทสรุปการชุมนุมNeoprotest2556-57
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

งานพุทธาภิเษกสุดยอดปฏิหาริย์ ครั้งที่่ ๓๘ ณ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ กทม. อา.๙ – ส. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ กองทัพธรรมได้เข้าร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ กับกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ(กปท.) ที่ได้ชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ที่สวนลุมพินี จนย้ายมาประท้วงต่อที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ การชุมนุมได้ยืดเยื้อยาวนานหลายเดือน แต่ก็ยังไม่มีทีท่าจะจบลงได้ เพราะความ “ด้านจนโด้ โง่จนง่าน” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ดังนั้นมวลมหาประชาชน จึงยังคงปักหลักชุมนุมต่อไปไม่ย่อท้อ ดูเหมือนว่าการออกมาทำงานการเมืองครั้งนี้ ชาวอโศกได้งดเว้นการทำกิจวัตร กิจกรรม การปฏิบัติธรรมไปนาน พ่อครูได้ระลึกขึ้นได้ว่า การที่พวกเราขาดการทำวัตร การคบสัตบุรุษ การฟังธรรม จะเป็นความเสื่อมของชาวพุทธ จึงได้ดำริให้จัดงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ ๓๘ ขึ้นที่ บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กทม. ถือโอกาสนี้ ที่ได้ฝึกฝนปฏิบัติธรรม ท่ามกลางผัสสะ ท่ามกลางสนามรบ โดยที่ ถ้าเราอยู่จัดงานพุทธาฯต่อจนถึงวันมาฆบูชา ซึ่งปีนี้พิเศษที่ตรงกับวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ที่สากลถือเป็นวันวาเลนไทน์ด้วย และเป็นวันเทศกาลง่วนเซียว คือวันที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปี หลังผ่านพ้นวันตรุษจีน และชาวจีนจะออกมาชมการประดับโคมไฟ เพื่อความเป็นศิริมงคล เป็นสามพลังเลย ซึ่งกำนันสุเทพก็ประกาศว่าให้วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เป็นวันแห่งความรัก ที่ยิ่งใหญ่แห่งมวลชน เป็นวันบอกรักประเทศไทย ไม่มีอาฆาตมาดร้าย ดุเดือด มีแต่เอื้อเฟื้อเจือจาน เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเลย พ่อครูให้ชื่อเต็นท์ใหญ่หน้าเวทีที่จะใช้เป็นสถานที่ฟังธรรมว่า เป็น “ศาลาพุทธาภิเษกผ่านฟ้าลีลาศ” ที่ประชุมกองทัพธรรมได้ให้ชาวชุมชนศาลีอโศกและชาวภูผาฟ้าน้ำ เป็นเจ้าภาพ แต่ทุกพุทธสถานและญาติธรรมก็ได้ช่วยก

อ่านต่อ

ันเนรมิต บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ให้เป็นสถานที่พุทธาภิเษกฯ จนสำเร็จได้ภายในหนึ่งวันครึ่ง ราวปาฏิหาริย์

วันอาทิตย์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

- ๐๙.๐๐ น. พ่อครูเทศน์เปิดงาน และพาปฏิญาณ ศีล ๘

วันนี้วันที่ ๙ ก.พ. ๕๗ เป็นวันเริ่มต้นทำพิธีพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ ๓๘ เริ่มขึ้นอย่างไว เพราะอาตมาระลึกขึ้นได้ว่า เราขาดการทำวัตร การฟังธรรม จะเป็นความเสื่อม อันเป็นความเสื่อม ๗ ประการของชาวพุทธ ๑. ไม่มาวัด มาพบสมณะพระ ๒. แม้มาวัด ก็ละเลยการฟังธรรม ๓. ไม่ศึกษาธรรมะ ในศีล เพื่อจะได้เกิดสมาธิ เกิดปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนา เป็นความเสื่อมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เร่ิมแต่ข้อแรกที่เราขาดการพบสมณะ ห่างเหินภิกษุ(คือภิกษุที่สัมาปฏิบัติ สัมมาทิฏฐิ ที่จัดเป็นทักขิเนยยบุคคล คือผู้ที่ต้องลุกรับ ควรให้ของทาน อาจไม่บรรลุธรรม แต่ตั้งใจศึกษาปฏิบัติ ใส่ใจในธรรม มักน้อยสันโดษ แม้จะนอกศาสนาเรา แต่เป็นผู้ตั้งใจลดละไม่เบียดเบียน คนเช่นนั้นเป็นทักขิเณยยบุคคล ส่วนคนที่เป็นอาริยบุคคลก็แน่นอนอยู่แล้ว ต้องเคารพ) ๔. ไม่มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุ ทั้งที่เป็นเถระ ผู้ใหม่และปานกลาง แต่กลับเข้ามาแล้วกร่าง ไม่เคารพเลื่อมใสในภิกษุ อย่างนี้มาวัดแล้วได้บาป ๕. เพ่งโทษฟังธรรม (ธัมมัง สุณาติรันธคเวสี) แม้ฟังธรรม แต่ตั้งใจเพ่งโทส จับผิด ผู้เพ่งโทสผู้อื่นคือผู้อาวะเจริญยิ่ง หาแต่ข้อผิดพลาดข้อเป็นโทส เรามาวัดเราจะมาเอาสิ่งดี สิ่งไม่ดี พระจะไม่พาทำชั่ว เพราะฉะนั้นส่ิงชั่วพักไว้ สิ่งดีเราต้องตั้งใจเลือกเฟ้นเอาสิ่งดี อันไหนชั่วรู้แล้ววาง แต่ดีต้องเพ่งดี ถ้าใครมาตั้งจิตคอยเพ่งโทสฟังธรรมอันนี้หนัก ๖. แสวงบุญนอกเขตศาสนานี้ (พหิทธา ทักขิเณยยัง คเวสติ) พวกนี้หลุดแล้ว ไปใส่ใจคำสอนอื่นไปแล้ว ๗. ทำสักการะก่อนในเขตบุญนอกศาสนานี้ (ตัตถะ จ ปุพพการัง กโรติ) เช่นเราเป็นพุทธแต่เราไปสักการะอื่นก่อนเลย เราเป็นพุทธแท้ ถ้าเจอสองอย่าง ที่เป็นลัทธิพุทธของตนจะใส่ใจน้อย

เรามาทำงานนี้ ทำงานการเมือง งานสังคม เราน่าจะทำประโยชน์ตน-ท่านไปในตัว มีผัสสะที่ใดมีที่ได้ปฏิบัติธรรมที่นั่น ส่วนของลัทธินอกพุทธจะไม่เกี่ยวข้องกับอันอื่น จิตหลบอยู่ภายในเป็นการสร้างภพ ส่วนของพระพุทธเจ้านี้ล้างภพ รู้องค์รวม คือกาย ที่มาจาก กาย วาจา และใจ เรื่องของศาสนา เรื่องธรรมะเป็นเรื่องใหญ่ในความสำคัญของการเป็นมนุษย์ ยำ้เป็น ๒ ล้านๆครั้ง คนเกิดมาไม่ได้ธรรมะแก่จิตวิญญาณไปนั้น เป็นโมฆบุรุษ การเมืองที่ไม่มีธรรมะและคุณธรรมสถาปนาเข้าไปนั้นไม่ใช่การเมือง เรามาทำงานการเมือง เราเอาธรรมะมาหยั่งลง แล้วเห็นผล ว่าเอาธรรมะมาหยั่งลงแล้วทำให้การเมืองดีขึ้น อาตมาตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น อย่างน้อยก็เกิดในหมู่กลุ่มอโศกเรา เราได้รับใช้ทางกายวิญญัติ วจวิญญัติ โดยได้ผลทางมโนเราด้วย ดับกิเลสให้ได้ ประหารกิเลสไปตามลำดับ ใครทำได้จริงก็แล้วแต่ตัวใครๆ ไม่ใช่ว่าเราเป็นตัวการใหญ่ทำให้การเมืองดีขึ้น แต่เป็นเมืองไทยเราสั่งสมความดีงาม ธรรมะ จนสามารถสู้กับผีร้ายการเมืองที่เขาก็บ่มเพาะมานาน จนถึงยุคทักษิโณมิกส์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เห็นความแข็งของเขา แต่แข็ง แอ นะ ไม่ใช่แข็งแรง แต่ถูกลดน้ำหนักลดฤทธิ์เสื่อมลงไปมากแล้ว มาถึงวันนี้ระบอบการเมืองแบบนี้ ก็ยังมีคนที่ไม่เชื่อว่าทักษิณเป็นตัวเลวร้าย เขายังไม่ชัด ก็น่าสงสาร ส่วนต่างประเทศก็ยังมีกระแสสนับสนุนส่งเสริมช่วยเหลือผีร้ายของประชาธิปไตยอยู่ แต่เอาเถอะตอนนี้ก็ยังเจริญขึ้นมาก จากนั้นพ่อครูได้พาปฏิญาณ ศีล ๘

-๑๔.๐๐ – ๑๖. ๐๐ น. รายการปฐมนิเทศ โดยสมณะบินบน ถิรจิตโต ,สมณะหม่อน มุทุกันโต ,สมณะดวงดี ฐิตปุญโญ ,สิกขมาตุรินฟ้า นิยมพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน