งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๓๕.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๓๕ อา.๓-ส.๙ เมษายน ๒๕๕๔ ณ ชุมชนไทยคู่ฟ้าดิน ถ. พิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล จัดปลุกเสกฯ ๕๔ ใน NEO-PROTESTชาวอโศกจัดงานปลุกเสก"พระ"แท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๓๕ วันที่ ๓-๙ เม.ย. ๕๔ ณ ถนนพิษณุโลก กรุงเทพฯ โดยมีคำขวัญของงานคราวนี้ว่ายิ่งกว่าเอกราชย์ทั่วทั้งแผ่นดิน ยิ่งกว่าเสพสวรรค์ชั้นใดๆ ยิ่งกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง คือ พระแท้ๆของพุทธ ครั้งแรกที่ชาวอโศก จัดงานปลุกเสกฯ ที่ชุมชนไทยคู่ฟ้าดิน ข้างทำเนียบรัฐบาล นับเป็นงาน ซึ่งจัดต่อเนื่องจากงานพุทธาฯ ที่จัดขึ้นที่นี่เหมือนกัน ในช่วงกลางเดือน กพ. เนื่องด้วยต้องมาชุมนุมประท้วงแนวใหม่ NEO-PROTEST เพื่อช่วย ๗ คนไทยที่เขมรลักพาตัวไป ทั้งเพื่อ ปกป้องแผ่นดินและผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งได้ชุมนุมมายาวนานเกือบ ๓ เดือนแล้ว ผู้มาร่วมงานจะได้รับประโยชน์ทั้ง ๒ อย่าง คือ ได้ทั้งมาปลุกเสกความเป็นพระแท้ของพุทธให้กับตนเอง และยังได้มาชุมนุมปกป้องแผ่นดินด้วย การตระเตรียมงานก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย ง่ายงามขึ้นกว่างานพุทธาฯที่ผ่านมาเพราะได้เตรียมตัวกันมากว่า ๒ เดือนแล้วนับจากที่ชุมนุมมา และในงานนี้ก็ได้มีเต๊นท์ใหญ่บริเวณเวทีที่มีโครงใหญ่กว่าเดิม กันฝนได้ จุคนได้มากขึ้น มีการเลื่อนอาหารเพื่อตักเป็นแถว ซึ่งเพิ่มเติมขึ้นจากงานพุทธาฯ ที่เป็นการตักอาหารแบบบุฟเฟต์ ทำให้บรรยากาศการขบฉันอาหารและรับประทานอาหาร ดูสงบสำรวมเหมือนอยู่ในวัดมากขึ้น มีการถ่ายทอดสดทาง FM.TV เกือบทุกรายการ แม้กระทั่งการเลื่อนอาหารและการรับประทานอาหารก็มีการถ่ายทอดสดด้วย ในช่วงงานกาชาดซึ่งจัดใกล้ที่ชุมนุมทำให้มีบรรยากาศที่เป็นผัสสะที่เพิ่มขึ้นกับผู้มาร่วมงาน เพราะจะมีคนที่มาเที่ยวงานกาชาดเดินผ่านในที่ชุมนุมแทบตลอดวัน แม้กระทั่งขณะรับประทานอาหาร หรือฟังธรรม รวมถ
อ่านต่อ
ึงเสียงดังจากการจัดคอนเสิร์ตในงานกาชาดด้วย แต่ผู้ปฏิบัติธรรมก็สงบสำรวมได้ดี กลายเป็นนิทรรศการกู้ชาติที่มีชีวิตเสริมงานกาชาดให้ประชาชนได้สัมผัส นับว่าเป็นงานปลุกเสกฯที่เข้มขลังคุณค่ามากกว่าทุกๆครั้ง เพราะที่ผ่านมาจัดงานในป่าช้าศีรษะอโศก แต่ครั้งนี้มาจัดงานท่ามกลางป่าคอนกรีต ในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ข้างทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของการบริการประเทศเลยทีเดียว เป็นโจทย์และเหตุปัจจัยให้ฝึกปฏิบัติธรรม ทำใจให้สงบท่ามกลางความวุ่นวาย เป็นก้อนน้ำแข็งท่ามกลางเตาหลอมเหล็ก บางวันขณะฟังธรรมก็มีเสียงดังจากกลุ่มชาวบ้านที่มาประท้วงรัฐบาล ให้ได้ฝึกโลกวิทูและฝึกใจให้สงบเย็น เบิกบาน ท่ามกลางวิกฤติต่างๆ และระหว่างการจัดงานปลุกเสกฯ ในวันที่ ๖ เม.ย. ซึ่งตรงกับวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ชาวอโศกและพธม.บางส่วน จึงรวมกันไปแสดงกตัญญูกตเวทิตา ต่อ บูรพมหากษัตริย์ ที่ปกปักรักษาแผ่นดินไทยให้เราได้อยู่อาศัย จวบจนปัจจุบัน ที่สะพานพุทธยอดฟ้า บริเวณปฐมบรมราชานุสรณ์ นับเป็นกิจกรรมพิเศษที่เกิดขึ้น ในงานปลุกเสกฯครั้งนี้ และถ้าไม่มี NEO-PROTEST ครั้งนี้ เราก็ไม่เคยคิดจะจัดงานปลุกเสกฯ กลางถนนพิษณุโลก เช่นนี้แต่ในที่สุดชาวเราก็ได้มาปฏิบัติธรรม กิน-อยู่-หลับนอน อยู่กลางถนน พิษณุโลกเลยทีเดียว ต้องขอบคุณวิกฤติต่างๆ ที่ให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ฝึกปฏิบัติเข้มข้น แบบชนิดที่จะมีเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่มีอีกแล้วในชีวิต เพราะเกิดขึ้นตามธรรม นับเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่ท่ามกลางวิกฤติต่างๆของชาติ ท่ามกลางความไม่สงบต่างๆ ก็ยังมีผู้ที่กล้าหาญ มาร่วมกันปฏิบัติธรรม ถือศีลเคร่ง ในสถานที่ที่พิเศษเช่นนี้เพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ชาติ ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของชาวเราก็ได้ และแม้แต่ พธม. บางท่านก็สามารถมาฝึกถือศีลรับประทานอาหารวันละ ๑ มื้อได้ด้วย เป็นเรื่องน่าอนุโมทนาอย่างยิ่งว่า ความเป็น "พุทธแท้ๆ" สามารถ "ปลุกเสก" ขึ้นในจิตวิญญาณของคนได้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลาหรือสถานที่ (อกาลิโก) โดยปฏิบัติตามสัมมาอาริยมรรค มีองค์ ๘ อา. ๓ เม.ย. ๕๔ ๐๙.๐๐ น. พ่อท่านแสดงธรรมเปิดงาน และนำปฏิญาณศีล ๘ พูดถึงเรื่องสมมุติสัจจะ และปรมัตถ์สัจจะ สมมุติสัจจะ เป็นเรื่องของการสมมุติขึ้นในโลก แต่มันก็ไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงไป ส่วนปรมัตถ์สัจจะ ก็เป็ฯสัจจะ ที่ไม่เปลี่ยนแปลง อาตมาว่าศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์