240817-A ธรรมที่เป็นประโยชน์อย่างใหญ่ ตอน1-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ028.txt

โฟลเดอร์ธรรมที่เป็นประโยชน์อย่างใหญ่ MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์177 KB
วันที่แก้ไข12 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้วันที่ 17 สิงหาคม 2524 พ่อท่านเดินทางกลับมาจากสันติอโศกให้ได้ทำวัตรเย็นมาเรียนศึกษากันที่ประวัติการศึกษาจะทำให้เราได้พัฒนาในก้าวหน้าอย่างแท้จริงถ้าเราจะวันวันกลางคืนแล้วก็กินอยู่หลับนอนไปตามเรื่องตามราวมันก็เหมือนสัตว์สัตว์ทั้งหลายมันก็วันวันกลางคืนมันก็กินอยู่หลับนอน เป็นไปอย่างนั้นน่ะวันๆกลางคืนแล้วก็ตายแต่แท้จริงในสัตว์ต่างๆก็มีสัตว์หลายประเภทที่มีการพัฒนาตนเองมีการพยายามทำงานในจำนวนสัตว์มีสัตว์ที่ทำงานอย่างน้อยที่สุดเราก็จะเห็นว่าสัตว์นกหลวงปู่ปีอะไรต่างๆมันก็มีงานที่มันเห็นว่าเป็นงานประจำสำคัญของมันทำนู่นทำนี่อะไรบ้างจะมีการแม้แต่ที่สุดมันรู้จักทำรังของมันเองมันก็ทำละครมีตัวอย่างหนังเรื่องบีเวอร์ยอดขยัน ไอ้สัตว์บีเบอร์ต่างประเทศแกก็ทำงานวันยังค่ำคืนทำอะไรต่ออะไรของแกไปตามประสาของแกเองที่แกเห็นว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วมันจะเกิดผลอะไรต่ออะไรต่อชีวิตของแกที่จะเป็นอยู่เป็นอะไรมันก็พัฒนาใช้ปัญญาของมันเองแล้วมันก็ฉลาดตามปัญญาอ่อนแล้วก็อยู่รอดแล้วมันก็อยู่ดีมันทำไปของมันอย่างนั้นน่ะแล้วมีสัตว์อีกหลายประเภทที่เราไม่ได้เรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์นับที่มันมีการกระทำงานการอะไรต่ออะไรขยันหมั่นเพียรของมันอยู่ตามเรื่องตามราวของมันในแม้แต่สัตว์มันก็ยังทำงานมันก็ยังศึกษาตามธรรมชาติของมันแต่มนุษย์นี่เป็นสัตว์ประเสริฐ ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐที่สูงสุดกว่าสัตว์ใดๆในโลกที่ประเสริฐสุดก็เพราะว่าเป็นสัตว์ที่จะพัฒนาผู้จัดการสร้างสรรค์วิชาการเสียสละไม่เห็นแก่ตัวหมดกิเลสสัตว์ทุกประเภทไม่มีทางหมดกิเลสแต่สัตว์มนุษย์นี่มีทางหมดกิเลสได้เสียสละความเห็นแก่ตัวรู้จักการยังชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์ในกิเลสต่างๆก็ตัดจนกระทั่งแม้กิเลสหลายประการที่ไม่มีทางเลยจะให้ทำให้สัตว์แกเลิกสิ่งอย่างนั้นได้โดยแกต้องเข้าใจเอาเ

อ่านต่อ

องแล้วก็หยุดไม่มีนอกจากไปฆ่าไปแกงแกไปตัดไป ถึงแกก็อาจจะขาดได้เพราะว่าการกลั้นการตัดส่วนตัดๆไปเลยเป็นการกลั้นประจำย้อมชุดจำยอมเท่านั้นแต่มนุษย์นี้มาศึกษาปฏิบัติโดยการใช้จิตวิญญาณใช้ปัญญาใช้ทางจิตรถละเลิกความต้องการความเป็นไปทางธรรมชาติที่มันเคยก่อให้สัตว์เป็นสัตว์โลกเกิดมาแล้วแล้วเราไม่รู้จักหยุดไม่หยุดจากระงับจนกระทั่งสามารถหยุดได้ระงับได้ไม่มีการก่อเกิดเหนือธรรมชาติแม้แต่ธรรมชาติในการที่จะก่อเกิดแบบสมสู่แบบสร้างแล้วสร้างเหล้าไม่ใช่ธรรมชาติทั้งหลายในโลกก็สามารถเหนือธรรมชาติ เพราะฉะนั้นแม้แต่ธรรมชาติอื่นที่สูงกว่าธรรมชาติการสมสู่เท่านั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ค้นพบความลึกซึ้งสามารถระงับและหยุดได้จนกระทั่งถึงต้นตอของจิตที่มันเป็นการโรคเป็นการแสวงหาเป็นการกอบโกยมาให้แก่ตัวเดินหลงมันว่าเป็นความสุขสมใจคนพร้อมแล้วก็ได้พิสูจน์จนแน่ชัดแล้วเอาสัจจะเหล่านั้นออกสอนมนุษย์มนุษย์จริงๆก็มีหลายระดับและมีมนุษย์ระดับ ถึงรอบที่สามารถจะปฏิบัติตามได้จะได้ปฏิบัติตามจนสำเร็จผลเป็นไปได้อย่างแท้จริงก็มีศาสดามากหลายที่พยายามจะปฏิบัติเพื่อดับเพื่อหยุดเพื่อไม่เกิดให้หมุนเวียนก็เห็นว่าเป็นรังแห่งทุกข์เกิดมาก็มีแต่กินสูบดื่มเสพดังกล่าวแล้วก็มีศาสดาหลายองค์สมเด็จค้นพบว่าการหยุดและหยุดได้จริงระงับไปได้ตลอดชีวิตหนึ่งก็ไม่ไปกระทํา ค้นพบโดยทฤษฎีของท่านเห็นความลึกซึ้งละเอียดตามนัยยะปัญญาที่คุณของท่านเองท่านสามารถเห็นได้ลึกกว่านั้นหรือไปจนกระทั่งจับตัวกิเลสตัวต้นเหตุที่มันสามารถทำให้คนนี่มีการเห็นแก่ตัวและไม่ซ้ำไม่สามารถที่จะระงับได้อย่างจริงจนท่านสามารถที่จะเอากิเลสที่เห็นแก่ตัวทั้งหมดอย่างละเอียดลึกซึ้งจนถึงขั้นเรียกว่าอาสวะอนุสัยสามารถดับได้สนิทสิ้นเปลืองจนมันหมดความเห็นแก่ตัวและสามารถที่จะทนทานต่ออำนาจธรรมชาติโลก ได้อย่างมีปัญญาอยู่เหนือจึงเรียกลัทธิของท่านว่าโลกุตระเป็นลัทธิที่เหนือโลกเหนือธรรมชาติเหนือความเกิดของโลกทุกๆโลกไม่ว่าโรคอะไรในความอยู่เหนือแท้จริงแล้วท่านก็เอามาพิสูจน์กับบุคคลที่มีฐานแห่งปัญญาและแรงกำลังจิตที่สามารถปฏิบัติได้ดีของท่านก็ไม่เหมือนศาสดาฤาษีที่ไประงับว่ามันไม่ไปยุ่งกับโลกแล้วไม่ไปสู่สัมพันธ์แบบสัตว์โลกหรือมนุษย์โลกที่ก่อที่เกิดอยู่เขาก็ได้ในระดับหนึ่งซึ่งศาสนาพุทธก็รู้รู้อย่างนั้นและพระพุทธเจ้าก็ไม่ ยืนยันรับรองว่าเป็นการวิมุตที่สนิทเพราะเป็นระบบกฎคมและก็ไม่ได้ทำลายฐานที่ละเอียดเป็นเพราะว่าพบวิภาวะภพสูงขึ้นไปอีกไม่ทำลายฐานนั้นศาสนาพระพุทธเจ้าจึงได้มาค้นพบวิธีด้วยซ้ำมาดีมากองค์ 8 ปฏิบัติลืมตาสามารถรู้ฌานเป็นฌานที่แท้จริงโดยสามารถรู้ได้อย่างชัดแจ้งมีสติเต็มโพรงรู้จักอาการของอารมณ์จึงเรียกว่าวิปัสสนารู้รูปนามอาการเป็นพระนิมิตอุเทศรู้ด้วยรูปนามการเทศน์รู้ว่าจิตวิญญาณมีความหล่อมีการสามารถปั้นรูปสร้างเรื่องได้ แท้จริงวิญญาณไม่มีตัวไม่มีตนเป็นแต่เพียงธาตุรู้เป็นอนัตตาวิญญาณังอนัตตาและท่านกลับมาให้ค้นคว้าพิสูจน์ในรูปนามของอาการของกิเลสนั้นเป็นอย่างไรอาการของจิตบริสุทธิ์ประภัสสรเป็นอย่างไรให้ไล่เรียงไปตั้งแต่มันประภัสสรเบื้องต้นกับพระสอนเขียนลากิเลสหยาบมันก็สงบจากกิเลสอย่างสูงขึ้นไปที่จะมีสัมผัสเรียนรู้อีกว่ามีกิเลสชั้นต่อไปอีกนะก็เรียนรู้อาการกิเลสอย่างมีสติสัมปชัญญะลืมตาสัมผัสจริงรู้ว่ามีการสัมผัสจึงมีกิเลสจริงในการสัมผัสแล้วก็ปรับปรุงเปลี่ยนอาการของกิเลสนั้นดับไม่ให้มันเกิด [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เป็นเหตุเป็นปัจจัยมีชีวิตอยู่เป็นปกติเพราะฉะนั้นจะทำอะไรกับมันอย่างขวนขวายหรือจะแปลในพระไตรปิฎกแปลว่าความกระวนกระวายแปลว่าความที่จะต้องเอาภาระจะเรียกว่าเป็นการถึงขั้นกระวนกระวายหนึ่งก็ไม่ใช่มันเป็นอาการที่แต่เชื่อแน่ว่าเป็นลักษณะอย่างนั้นไม่เลี้ยงไม่เปิดพระบาลีดูแต่เชื่อแน่ว่าไม่ใช่อาการกระวนกระวายเพราะในภาษาไทยอาการกระวนกระวายนั้นเป็นเรื่องที่เป็นทุกข์เมื่อจิตถึงขั้นใจต่อสมาชิกอย่างนี้เราไม่เรียกทุกข์เมื่อไม่เรียกทุกข์ก็จะต้องเป็นสภาพหนึ่งซึ่งเข้าใจอยู่ในสภาวะธรรมขณะนี้จึงเชื่อแน่ว่าไม่ใช่คำว่ากระบวนการเป็นคำว่าเอาภาระกับมันมันมีรูปนามขันธ์ 5 แล้วก็เอาภาระกับมันรูปนามขันธ์ 5 ตามความพอดีเลยว่าสันโดษและเราก็ได้เรียนรู้ความมักน้อยแล้วมันก็จะอยู่พอดีเป็นไปสังเคราะห์มันไปพอประมาณไม่โลภโมโทสันรู้ความพอดีที่ถูกต้องเพราะฉะนั้นเราจะขวนขวายหรือว่าเราจะเรียกขวนขวายกรรมการรู้สึกว่าจะพยายามมากอยู่ก็ไม่ถึงขวนขวายแต่ว่าเอาภาระกับมันใช้คำว่าเอาภาระกับมันมีชีวิตเป็นปัจจัยแล้วก็เอาภาระกับมันแล้วเราก็จะมีจิตใจสูงขึ้นไปยิ่งกว่านั้นตรงที่เมื่อเอาภาระกับชีวิตร่างกายแล้วเราก็พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็มีปัญญาสูงสุดกว่าท่านจะได้ตราสูตรสัมมาอะระหังองค์ 8 ออกมาเนี่ยถ้าได้เรียนรู้ท่านได้ศึกษาท่าน แดดร้อนจนกระทั่งได้ตั้งทฤษฎีสมาดีมากองค์ 8 มาเป็นทางปฏิบัติเป็นทางปฏิบัติธรรมปฏิบัติโดยมีความเห็นที่ถูกต้องตามหลักลัทธิของพระพุทธเจ้านะเป็นสมาชิกก่อนไม่ใช่ลัทธิของฤาษีไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่เขามีทางปฏิบัติไอ้ที่นั่งหลับหูหลับตาอะไรเนี่ยเขาเป็นทางปฏิบัติของฤาษีมีมากล่าวตั้งแต่โบราณกาลก่อนพระพุทธเจ้าเกิดไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบพระพุทธเจ้าเคยไปนั่งหลับตามาก็ฤาษีเยอะแยะทีนี้ทางของท่านต้องเห็นให้ถูกตามทางของพระเจ้านะในสมาธิแล้วก็มีสัมมาวายามะสัมมาสติของปลอมเข้าช่วยปฏิบัติมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมมีความพยายามมีความนึกคิดได้อย่างมีความสุขความตรง ความสังกัปปะเรียกว่าความคิดนึกดำริริเริ่มคิดโน่นคิดนี่อะไรคิดจนกระทั่งเป็นเรื่องราวของอะไรต่ออะไรออกมาจนสามารถจะนำออกมาพูดได้เป็นวจีสังขารพร้อมพรั่งอยู่ก็ทำได้แต่จิตก็ต้องเป็นสมาธิได้เพราะว่าฝึกเข้าฝึกเข้าจิตก็ตั้งมั่นรู้อาการของจิตที่ไม่เป็นสมาธิเพราะกิเลสนิวรณ์อาการเป็นอย่างนั้นแตกต่างกับอาการที่ไม่เป็นนิวรณ์หรือว่านิวรณ์อ่อนจางเป็นอย่างนี้รู้อาการรู้ลักษณะนิมิตที่มันต่างกันมีวุฒิมีเพศหรือมีลิงค์พระที่ต่างกันแล้วก็ทำให้มาหารูปลักษณะตามนิมิตที่มันปราศจากกิเลสนิวรณ์ต่างๆแล้วก็ปรับเรื่อยตลอดเวลาที่มีสัมผัสแต่ต้องโดยประมาณ มีสัมผัสเป็นปัจจัยปฏิบัติมาตั้งแต่มิจฉาทิฏฐิพ้นมิจฉาทิฏฐิได้เพราะมีสัมผัสเป็นปัจจัยจนพ้นสักกายะทิฏฐิได้เพราะมีสัมผัสเป็นปัจจัยรู้ทั้งทางตาหูจมูกลิ้นกายใจทุกข์ทวาร 6 ตามมิจฉาทิฏฐิสูตรศักยะที่สุดจนถึงอัตตานุทิฏฐิสูตรพลอัตราทั้งหลายแหล่ที่เป็นอัตตาของกิเลสหมดจะมีเหลืออยู่แต่อัตราของความเป็นจริงเขาก็ไม่เรียกอัตราพระพุทธเจ้าท่านมีความเป็นอนัตตาแต่เป็นของมีอยู่จริงเรียกว่าลูกเรียกว่านามขันอีก 4 ซึ่งทำการอยู่ตามหน้าที่ของมันหมดกิเลสซึ่งได้ หมดกิเลสก็คืออนัตตาธรรมไม่ได้หมายความว่าหมดจิตหมดความรับรู้ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นการรับรู้ที่ชัดแจ้งรู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นทีเดียวหรืออยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวว่านี่หมอหมดแล้ววิมุติแล้วสะอาดแล้วดับสนิทแล้วไม่ใช่ดับโดยไม่รู้จริงดับอย่างรู้แจ้งเป็นนิพพานอย่างรู้ชัดรู้สึกตัวทั่วพร้อมตื่นเป็นผู้ตื่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสอยู่จริงโดยใช้หลักสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ปฏิบัติให้เป็นสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะมีอาชีพถูกต้องเลื่อนอาชีพแม้มิจฉาชีพต่างหากระดับก็เลื่อนมาปฏิบัติมาได้ เป็นฆราวาสตามหลักองค์ 8 คือทางปฏิบัติแท้จนกระทั่งเรื่องอาชีพหลายกลับมาจนกระทั่งจะมาเป็นพระมีอาชีพพ้นลาภังนี้จะคิดถึงฉันนัดตาไม่ต้องอาศัยทำงานทำการแล้วก็มีลาภอันแรกมีอะไรมาเปลี่ยนไม่ต้องเลยทำให้เขาได้ฟรีทั้งหมดเป็นอาชีพเป็นการงานเป็นการพูดเป็นการคิดทั้งหมดได้สมบูรณ์บริบูรณ์ศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่มีทฤษฎีแตกต่างจากฤาษีต่างๆซึ่งเป็นทฤษฎีขั้นง่ายของฤาษีในการง่ายแต่ของพระพุทธเจ้าด้วยปฏิบัติได้ยากขึ้นแต่เป็นทฤษฎีที่ กาวหมดทั้ง 3 ชั้นกามภพวิภวภพหมดเกลี้ยงกล่าวถึงอนุสัยอาสวะพิสูจน์ได้ยืนยันอยู่ไม่มีที่พิสูจน์ได้ก็เพราะว่ากระทบอยู่สัมผัสอยู่ไม่ได้วิ่งหนีไม่ได้หลับหูหลับตาลืมหูลืมตามีสัมผัสทั้ง 6 พร้อมกระทบอยู่สัมผัสอยู่แต่อยู่เหนือชัดแจ้งกระทบสัมผัสสู้ไม่ได้ก็รู้ว่าสู้ไม่ได้สู้ได้ลดได้จางได้ดับสนิทได้รู้ทุกขั้นตอนเป็นระยะๆหมดจึงเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้แน่แท้ว่าดับสนิทจริงเพราะไม่ใช่หลับหูหลับตาทำแต่ลืมตาทำเพราะในความนึกคิดในความที่จะตรวจสอบในจิตใจที่มันยังมี ปลาหมั้นหมายมีการกำหนดห่วงหาอาวรณ์เป็นอาลัยอาวรณ์เป็นเรื่องที่จำจำได้ว่าทำอย่างโน้นอย่างนี้แล้วจะตรวจสอบคำกริยาต่างๆก็มีบทธรรมในบุพเพนิวาสานุสติญาณหรือว่าเป็นการระลึกนั่งน้อมระลึกถึงอะไรต่ออะไรต่างๆนี้แล้วก็เอามาตรวจสอบพิสูจน์หรือแม้แต่จับจิตในขณะนั่งอยู่เฉยๆสัมผัสทั้ง 5 ทั้ง 6 ไม่ได้มีการสัมผัสอะไรรุนแรงชี้จะอะไรอย่างที่เราได้เราทำในระบบนั่งใจตัวสมถะหรือทำอานาปานสติในขณะที่อยู่กับที่จริงๆอานาปานสติก็เป็นอันเดียวกันกับสติปัฏฐานถ้าเราทำจองตั้งแต่อยู่อย่างช้าๆหรือนั่งอยู่กับที่ได้ลุกเดินยืนนั่งนอนแล้วก็ทำได้ทุกลมหายใจเข้าออกอาณาอาการหนักแล้วก็ลมหายใจเข้าลมหายใจออกถ้าเราจะมีลม เข้าลมหายใจออกอยู่ตลาดได้เราก็ทำตอนนั้นเป็นผู้มีสติเรียกว่าอานาปานสติมีสติแล้วก็ดำเนินบทปฏิบัติตามหลักของสติปัฏฐานรู้กายเวทนาจิตธรรมทุกลมหายใจเข้าออกเพราะดวงกันแล้วก็เป็นอานาปานสติกับสติปัฏฐานที่ปฏิบัติอยู่เป็นอันเดียวกันอธิบายสติปัฏฐานท่านก็อธิบายอานาปานสติอธิบายอานาปานสติท่านก็อธิบายสติปัฏฐานแม้แต่ในเนื้อหาของอานาปานสติอธิบายก็ให้ทำใจในใจให้รู้กายจะสังขารจิตสังขารให้รู้จิตรู้ธรรมารมณ์จนถึงธรรมเป็นสุดท้ายเหมือนกันหมดปัจจุบันเหมือนกันหมดแล้วก็ไม่ได้บอกหลับตาหลับแต่อะไรแต่จะหลับตาก็ได้ถ้าเราเก่ง บ้านที่มีฐานที่แท้จริงแล้วสามารถที่จะหลับตาลงไปก็ไม่มีศีลมีพระไม่มีฟุ้งซ่านหลับตาแล้วก็มีสติสัมปชัญญะจะปรุงทำจะคิดนึกจะใช้จิตระลึกรู้ทำอะไรจะดูก็ได้ก็เกิดปัญญาได้เหมือนกันเกิดระลึกรู้เหมือนกันในภาวะที่นั่งหลับตาไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยไม่มีภาษาต่างหูจมูกลิ้นกายมีแต่จิตมันเกิดผัสสะภายในใจเป็นทวาร 6 ทวารเดียวทวารที่ 6 ก็ทำเรียนรู้ให้มันละเอียดละออแม้ในภาวะทวารที่ 6 ก็ทำด้วยทวารตาหัวจมูกลิ้นกายก็เป็นทวารที่มาถึงใจทั้งสิ้นแสงตะวันที่มาถึงใจทั้งสิ้นไม่ใช่มีแต่ทวาร วันเดียวเพราะฉะนั้นเวลามันจะทุกข์มันก็ทุกข์ด้วยตาหูจมูกลิ้นกายใจมีอิริยาบถอ่ะมีทวารทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจแล้วก็มีการผัสสะครบพร้อมสัมผัสแล้วเราก็ไม่รู้เท่าทันการสัมผัสแม้จะอยากจะจ่ายเรายังไม่ค่อยเข้าใจก็เรียนรู้มาถ้าเรียนรู้พร้อมกันไปหมดตั้งแต่นอกๆอยากๆเรียนรู้ง่ายกว่าภาวะสัมผัสทางใจด้วยซ้ำเพราะงั้นเราก็หัดเรียนรู้จีนไประงับไปอันไหนที่มันทนไม่ได้จริงๆสัมผัสแล้วก็ยังสู้ไม่ได้ท่านก็มีระบบมีแบบการภาคไม้ในช่วงระยะทางออกจากน้ำเรียนรู้ศึกษาตั้งอกตั้งใจดีๆอะไรอื่นที่มันพอจะเก็บกวาดระงับกิเลสส่วนใดใดได้กระทำกันก่อนทำไปแล้วจนกระทั่งสามารถที่จะมาสัมผัสได้มีสมาธิมักองค์ ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 มีผัสสะเป็นปัจจัยยืนเดินนั่งนอนรู้เท่าทันมีสติทั่วพร้อมอยู่เสมอกระทบสัมผัสเมื่อใดก็รู้เท่าทันนี้เป็นอาการเป็นนิมิตของกิเลสลดล้างออกอุบายเครื่องออกทำอย่างนี้อย่างนี้ทำจริงๆลดจางได้จริงๆคุณจะรู้ของแต่ละบุคคลเองว่ามันลดลงไปจางลงไปมันเป็นลักษณะอย่างไรเรารู้ตัวเองไม่เหมือนกันไม่เหมือนกันบางอันก็เหมือนกันได้บางคนบอกไม่ถูกด้วยซ้ำว่าทำอย่างไรแต่ทำอย่างนี้อย่างเงี้ยแล้วมันก็ลดได้ก็ทำทำเอาแล้วมันก็รู้ๆเห็นๆมีสติสัมปชัญญะจึงตื่นรู้เห็นชัดแจ้งรถลงไปลดลงไปได้เพราะจะนั่งหลับตาทำบ้านถ้าสามารถ ไม่ตกแต่จิ้มไปเสริมไม่ทีนะมิตรท่าเจริญอ่ะยิ่งเป็นหลบๆมุ่นๆไม่ทำให้ชีวิตเจริญไม่ทำให้ฟุ้งซ่านเจริญก็ทำต้องรู้เป็นสมาธิที่ต้องทำให้ถูกต้องให้เป็นอุปการะแท้อย่าให้เป็นอันตรายเมื่อทำถูกแท้ไม่เป็นอันตรายก็ทำเสริมหนุนถ้าเกิดยืนยันถ้าจะนั่งทำเป็นแบบอานาปานสติแบบที่ยืมมันไม่ได้เป็นแบบสติปัฏฐานโดยตรงมันก็เป็นอุปการะถ้าเรายืนยันอานาปานสติเป็นการอุปการะทำถูกต้องก็อุปการะมากทำถูกเป็นสมาธิผิดก็คืออุปการะมากแต่ถ้าไม่ได้บอกว่าเป็นเอกลักษณ์ของสติปัฏฐานมีระบบอานาปานมีระบบของสัมมารีมักองค์ 8 มีพระศาสนาเป็นปัจจัยดังกล่าว นั่นต่างหากเป็นเอกลักษณ์โทเป็นทางเอกทางเดียวทางเลิศแม้มีอันนั้นอย่างเดียวไม่ต้องมานับทำอานาปานสติดังที่ยกตัวอย่างตามตำนานมีมาแล้วอ้าวไม่ว่าพระยาสระไม่ว่าเพื่อนพระยาสระไม่ว่าจะดินไม่ว่าใครต่อใครอีกหลายเจ้าท่านก็ไม่ได้เคยปฏิบัตินั่งอานาปานสติเลยไม่ได้มานั่งหลับหูหลับตาเลยฟังๆของท่านฟังอาทิตตปริยายสูตรฟังอนัตตลักขณสูตรฟังอะไรต่ออะไรต่างๆนานาสอนให้รู้สัจจะต่างๆเขาก็บรรลุเขาก็ปฏิบัติรู้หลักการรู้หลักธรรมปฏิบัติบรรลุไม่ได้บอกไม่ได้ยืนยันไม่ว่าพราหมณ์ไม่ว่าความต่างๆในสมัยนั้นมีแต่นักบวชนักปฏิบัติธรรมเป็นใหญ่พวกดูสงคราม เยอะแยะก็ไม่ได้มีลักษณะบอกว่านั่งหลับตาแต่ว่าหลับตามันมีมามันติดมากับศาสนาจิตมหาศาสดาความศาสนาฮินดูศาสนาอะไรต่ออะไรศาสนาต่างๆนานาใช้หลักการนั่งหลับตานี้เพื่อให้จิตสงบระงับทำให้จิตสงบลงครับมากหลายและศาสนาพุทธก็รู้ก็ใช้เป็นอุปการะประกอบด้วยทำให้จิตสงบนะครับเป็นเกย์ตัวสมถะซึ่งเราก็เรียนๆกันอยู่นี่ไม่ใช่ว่าไม่รู้ไม่ใช่ว่าไม่เรียนแต่ต้องรู้เป็นขั้นตอนว่าอะไรเป็นเอกอะไรเป็นรองหน้าที่ยึดแนะนำให้ฟังเพราะฉะนั้นการมาเรียนที่นี่บางคนเรียนกับอาจารย์อาจารย์เก่าๆแก่ๆที่ยกเอาการนั่งเป็นเอกเอาการนั่งหลับตาเป็นเอดส์เป็นบทปฏิบัติเอกนึกว่าเป็นเอกก็จะนำมาขอไม่ ไม่ใช่เอกชัยนะโมสติปัฏฐานสัมมารีมรรคองค์ 8 เป็นปฏิปทาต้องรู้ต้องยืนยันชัดว่าสัมมารีมรรคองค์ 8 เป็นทางปฏิบัติให้เกิดสมาธิได้โดยสมาชิกองค์ 8 และในมหาจักรใดเป็นสูตรก็เป็นการบรรยายชัดเจนว่าเกิดทำสมาธิมักองค์ 7 นั่นแหละแล้วจะสั่งสมลงไปสัมมาสัมพุทธเจ้าวิมุติด้วยอย่างแท้จริงตามที่เรากำลังเรียนกันอยู่อย่างลึกซึ้งเพราะถ้าเราไม่รู้แจ้งก็จะเป็นสมาชิกอย่างถูกต้องหมดแล้วเราต้องไปเอาหัวเป็นต้นเอาต้นเอาหัวเป็นปลายออกปลายเป็นหัวสลับเอารองเป็นเอกเอาเอกเป็นรองอะไรอย่างนี้เป็นต้นมันก็เป็นการพลาด อยากเป็นการพลาดเป้าหมายลักษณะละเอียดละออที่มันไม่ใช่ง่ายดังที่จะพยายามอธิบายสู่ฟังแล้วพาปฏิบัติมาด้วยพอจะอธิบายได้นี่ไม่ใช่ว่าพูดแล้วได้ง่ายๆนะที่อธิบายได้รู้เรื่องแล้วพาปฏิบัติมานี่เลยซักซ้อมได้มีบทปฏิบัติจริงแต่กระทำตามหลักศีลสมาธิปัญญามาจริงๆเด็กเกิดการฝึกตนอบรมกระทำมาพร้อมปลั๊กมีภาคปฏิบัติมีภาพปริยัติอธิบายพรั่งพร้อมขยายความมาไม่ง่ายกว่าจะรู้ขนาดที่ทั้งฝึกปรือมาและทำมาด้วยศึกษาด้วยมันยังไม่ค่อยจะรู้ได้ชัดเจนเลยเพราะมันมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันลึกซึ้ง ถ้ายังนั่งหลับตาเฉยๆน่ะมันไม่ยากเย็นอะไรนักหรอกไม่ยากเย็นนักนั่งอะไรไปอย่างนี้ก็เป็นไปโดยการพยายามทำความชำนาญให้มากอดข่มไว้กดข่มไว้จนเป็นลัทธิกดข่มซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ยอมรับว่าแม้แต่เป็นโสดามันจะไม่คิดนะนั่งหลับตามาทั้งนั้นแหละไม่ต้องห่วงแล้วเรื่องที่หลับตามันมีมากหลายปัจจัยบางทีก็นั่งหลับตามาพระพุทธเจ้ามาพบตอนที่ท่านตรัสรู้แล้วก็นั่งหลับตามามากมายพระพุทธเจ้ามาพบกันไม่ได้รับรองว่าเป็นแม้แต่โสดาต้องมาเรียนกับพระพุทธเจ้าก่อนให้เข้าทางเป็นเส้นเป็นทางเป็นระดับระดับก่อนทั้งสิ้นเข้าได้องค์เดียวก่อนอีก 4 องค์รอไปก่อนค่อยไล่ ค่อยเข้าโสดาสกิทานาคาอรหันต์ไม่ใช่ว่าท่านยอมรับไม่ยอมรับแม้จะเป็นโสดาท่านก็ไม่ยอมรับจะให้นั่งหลับหูหลับตาเก่งมากแค่ไหนก็ตามไม่ยอมรับแม้แต่โสดาต้องมีสมาธิติดที่ถูกต้องรู้หลักธรรมรู้ขอบเขตมีองค์ธรรมองค์ของสัมมาอะระหังโฆษณาอริยผลแม้แต่โสดาผลมีองค์ทำยังไงโสดาปฏิญาณพระองค์ธรรมที่เป็นโสดาคุณมีสภาพของศีล 5 บริสุทธิ์รู้จักรายละเอียดต่างๆที่ชัดแจ้งไม่ใช่รายละเอียดอย่างที่แปลเป็นๆแปลว่าสุราเมระยะมัชชะประมาทัฏฐานา เวลาไม่ได้แปลว่าเหล้าสุราของภาษาบาลีเขาไม่ได้แปลว่าเราแปลว่าเราก็ได้ด้วยแล้วคนไทยก็ไปเอาโซดามาแปลน้ำเหล้าอีกด้วยทั้งๆที่ภาษาเดิมของไทยก็บอกว่าเล่าแกก็ไปเอาภาษาสุรามาเรียกอีกก็เลยเข้าใจว่าเป็นเหล้าก็อย่างเดียวกันใหญ่ทั้งนั้นจะเป็นความเมาขี้เมาอยากจะได้อธิบายสู่กันฟังมากหลายแล้วถ้าเราเข้าใจด้วยเหตุผลดีจริงๆเราก็จะรู้ระดับสภาวะธรรมระดับอะไรต่ออะไรต่างๆที่เรามีผลมากมีอุปการะมากมีประโยชน์มากในการที่เข้าใจทำอย่างลึกซึ้งแล้วก็ทำให้ระงับดับถอดถอนไปการอธิบายธรรมะสู่ฟังนี้หลายหลากยาวนาน ฟังให้ดีคนมาฟังใหม่ๆเพลินๆนี้จะฟังออกว่าพระโพธิรักษ์นี่สอนไม่เอาหลับตาเลยตีหลับตาทิ้งไปเลยงั้นไม่ใช่พระโพธิรักษ์ไม่ได้สอนอย่างนั้นไม่ได้พูดอย่างนั้นเป็นการกล่าวตู่โดยแท้ถ้าพูดว่าอย่างนั้นพระโพธิรักษ์สอนว่าอาการนั่งหลับตาเป็นภาคปฏิบัติเป็นกรรมวิธีปฏิบัติรองของสติปัฏฐานการนั่งหลับตานั้นมีคุณอุปการะคุณด้วยมีประโยชน์มากถ้าทำถูกเป็นสมาธิแต่การไปเรียนหลับตากันมาถือว่าเป็นเอกนั้นมันเป็นมิจฉาทิฐิมาเดิมจึงต้องมาแก้แล้วก็อธิบายความแก้ให้ฟังมากโดยการบอก ไม่ถูกอย่างนี้มันผิดอย่างนี้ไม่ถูกอย่างนี้นั่งหลับตาไม่ดีอย่างนี้มันเสียตรงนี้เป็นอย่างนี้บอกจุดผิดให้ฟังพอจะยึดมั่นถือมั่นนับถือเชิดชูรสระบบนั่งหลับตามาฟังเข้าก็ไม่ค่อยชอบใจแล้วก็ไม่ฟังโดยแยบคายเมื่อไม่ฟังเยอะแยะใครก็เกิดปฏิกิริยานิมิตก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกว่ามันเกิดมีบอลมันจะฟังรู้เรื่องอะไรจิตไม่แยกขายคิดไม่ผ่องใสไม่ไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะมันยากอยู่ด้วยบอกแล้วมันยากมันไม่รู้เรื่องก็กลับไปนึกออกไปส่วนมากก็ไปหาว่าพระโพธิรักษ์เนี่ยโอ้ดูถูกนั่งหลับตาถ้าเสียเทเสียไม่ได้สาดเสียเทเสียเลยพูดเป็นระดับขั้นตอนเป็นจังหวะจากโคนเป็นระดับๆ แต่เพราะการยึดเพราะการถือเพราะการหลงบอกได้เลยว่าเป็นการหลงเอกในการหลับตาในภาคปฏิบัติแบบหลับตาอย่าว่าแต่ข้างนอกหรือแม้แต่ในพวกเราได้เคยเป็นนั่งหลับตามาแล้วก็ไปหลงผลของการน้ำหนักตาและเป็นผลเพี้ยนเพี้ยนด้วยก็ยังยึดถือเลยก็ยังนับถือยึดถือในภาคนั่งหลับตาที่ไม่เป็นไปตามครรลองที่ถูกต้องโดยการกล่าวประชาธิปคนนอกที่ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดฟังไม่ได้ชัดเจนอันนี้เป็นความเห็นของที่นี่ขอประกาศอย่างนี้ยืนยันอย่างนี้ว่าสัมมารีมรรคองค์ 8 ปฏิบัติสติปัฏฐานโดยลืมตาปฏิบัติได้ทุกเรียนบทยืนเดินนั่งนอนได้ แม้จะนั่งอยู่เฉยๆกับปฏิบัติได้นั่งหลับตาลงไปก็ปฏิบัติได้ยิ่งนั่งหลับตานั่นแหละมันมีภาพมีความเข้าใจที่จะเพี้ยนได้ง่ายและก็จะพาหลงไปเป็นมโนอัตราพาลงไปสร้างอัตภาพและสุดท้ายก็ไปตกในฐานผีนั้นที่ไม่รู้ตัวแล้วก็จงแช่อยู่อย่างนั้นจนกลายเป็นลัทธิที่ลึกลงว่ามันดับสนิทมันสูงเจ้าภาพคือสูญญตาในสภาพนั่งอย่างนั้นมีอยู่หลากหลายแต่ทำไปก็ไปตื้อตันอยู่ในระดับแค่นั้นแค่นั้นพอจะฟังไม่ได้ศัพท์ฟังไม่ได้เรียบร้อยฟังไม่ได้อย่างเป็นชั้นตอนที่ถูกต้อง มักจะลงโทษมักจะกล่าวหาว่าพระพุทธที่รักนี่ตีรันฟันแทงแต่ถ้าเผื่อว่าฟังแล้วก็จะได้เห็นว่าหิรัญพันธุ์แทงอยู่บ้านคือบอกว่าอย่างนี้ไม่ถูกอย่างนี้มันพลาดชิบหายอย่างนี้มันพาเสียก็ว่าอย่างนี้มันพาเสียจริงๆตามความเห็นแจ้งตามความเห็นจริงที่ได้บอกก็บอกจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นความเห็นไม่ได้ไม่ได้พูดอย่างดูถูกลูกแทนหรือของอะไรบอกมันเสียมันเสียหายมันไม่ดีก็พูดไปในคำความที่บอกว่ามันไม่ดีพูดเพื่อให้เห็นการปลดปล่อยพูดให้กำราบผู้ที่ข่มเพื่อจะได้เห็นด้วยจะได้ไม่ศรัทธาจะได้ไม่ไปหลงติดจะไม่ได้ไปหลงชมเชยชูเชิดอยู่ ก็ถ้าใจมันยังหลงชมเชยชูเชิดอยู่แล้วมันจะถ่ายมาได้อย่างไรผมก็ต้องพูดเชิงคมพูดถึงขนาดพูดถึงบอกความเสียหายให้ได้เห็นเหตุผลอย่างไรก็บอกด้วยว่ามันเสียหายอย่างไรมันไม่ดียังไงมันพาออกนอกลู่นอกทางอย่างไรก็บอกอธิบายเหตุผลให้ฟังไม่ใช่บอกไปแต่เปล่าคำพูดใดๆไปเฉยๆมีภาษาเท่าไหร่ก็อธิบายหลายในพูดก็ตามรอบทวนเพราะฉะนั้นการศึกษานี้ก็ขอบอกทิฐิของที่นี่เป็นอย่างนี้ใครจะศึกษาก็ต้องพยายามทำความเข้าใจให้ดีอย่าไปพูดตู่อย่าไปพูดผิดลักษณะดีหรือไม่ดีอย่างไรในการนั่งหลับตาก็พยายามทำความเข้าใจชัดแจ้ง แล้วตัวเองจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแล้วก็ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับหรอกบางอย่างอาจจะไม่เห็นด้วยไม่เห็นด้วยคุณก็ถืออยู่คุณก็เอาอยู่นั่นแหละแต่ถ้าอย่างบางอย่างคุณเห็นด้วยคุณก็เอาตามมันไม่แปลกอะไรหรอกมันเป็นเรื่องจริงผู้ใดก็ต้องทำตามปัญญาของตัวที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ขอให้รับรู้รับทราบสภาพพรุ่งนี้ไปให้ดีนี่ก็กำจัดคำกระชับความกันเป็นเรื่องหลักเรื่องใหญ่ที่ปฏิบัติธรรมอยู่เดี๋ยวนี้มันไขว้เขวๆๆไม่เหมือนกันนะยิ่งที่นี่แล้วปฏิบัติไม่เหมือนเอามากๆเพราะว่าในเรื่องเหล่านั้นหลับตาของเราก็ถือเป็นเครื่องรองเครื่องรองจริงๆบางทีบางอันบางอย่างก็บางคนก็ไม่ต้องไปมีอินทรีย์พละดีๆก็ไม่ต้องรับหูหลับตาอะไรเลย อินทรีย์ภาระไม่ดีต้องมานั่งใจตัวสมถะประกอบอินทรีย์พละไม่เก่งถ้าเก่งจริงๆไม่ต้องนั่งเลยไปนั่งไอ้ยัยตัวสมถะหรือนั่งอินทรีย์พละอะไรพวกนี้เอากับผู้รักษาเข้าไปเก่งจริงๆไม่ต้องปฏิบัติสัมมารีมักองค์ 8 ของพระพุทธเจ้าพร้อมพระแล้วยิ่งไม่ติดไม่หลงอัตภาพตัวตนของจิตไม่ไปหลงไปมีการสัญญามั่นหมายอะไรในจิตในภพในภูมิไม่เข้าเรื่องราวไม่ต้องอ่ะอย่าพยายามเป็นต้นเบื่อนายกามมาศึกษารู้ตามรู้โทษของกามออกจากการบรรลุเป็นพระอรหันต์เลยเพราะไม่มีสมมุติอะไรกับอัตภาพจึงได้ทันทีและท่านก็เบื่อมาแล้วจริงๆผมมาฟังธรรม 2 การที่มันรู้เลยเห็น ไม่ใช่เรื่องพิสดารอะไรเป็นเรื่องจริงจริงของท่านมีบารมีทางด้านท่านเบื่อการจริงๆแล้วก็ถ้าเขามาเรียนเรียนภาพรู้เลยถ้าไม่ได้ไปหลงเรื่องอัตตาหรือนั่งหลับหูหลับตาติดความสงบเพ้อจิตเป็นรูปนั้นเรื่องนี้ถ้าไม่มีไม่มีแต่หลงความเก่งของจิตของนั่นของนี่ไม่มีเพราะว่าถ้าเรียนรู้เท่านั้นท่านปฏิบัติฟังธรรมแล้วก็เข้าใจลึกซึ้งในเรื่องการที่ท่านก็เบื่อจริงๆท่านฟังธรรมเท่านั้นก็บรรลุธรรมซ้อมกันก็เป็นพระอรหันต์ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่เรื่องพิลึกไม่ใช่เรื่องเกินเฟ้อแต่เป็นเรื่องเป็นไปจริงถ้าเข้าใจอย่างชัดแจ้งแล้วนะมันก็จะไม่สับสนอะไรเลยไม่เป็นเรื่องแปลกมันเป็นเรื่องพิสดารแต่เป็นเรื่องถูกต้องด้วยเราจะเข้าใจศาสนา พูดอย่างสำคัญด้วยแต่ถ้าเราไปยึดถือไปหลงใหลนึกเห็นไม่ถูกต้องเห็นไปตามฤาษีมีความเห็นตามฤาษีหลงเข้าใจเพี้ยนๆไปตามฤาษีอยู่ยิ่งมากก็ยิ่งงงยิ่งมากก็ยิ่งสับสนถ้าไม่ไปเห็นตามฤาษีมากนะไม่สับสนไม่งงยิ่งจะชัดแจ้งว่ารักที่พระพุทธเจ้านี้สบายมันผู้ที่ไม่ได้เรียนทางศาสนาอะไรมามากๆเลยนะคนสมัยใหม่มาเรียนธรรมะของอโศกเนี่ยง่ายมาเรียนรู้ตามระบบที่พาทำง่ายแล้วก็ปฏิบัติได้เห็นมักเห็นผลมานี่หลุดละโลกมาเห็นเลยละโลกิยะละอะไรต่ออะไรมาแต่ทีนี้มาถึงภาวะพบกับมาล้างกิเลสที่นำมาล้างกิเลสอุจจาระกูจะอะไรออกไปให้มันชัดแจ้งอีกทีนึง ซึ่งเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน