0000 วิทยานิพนธ์ จงกช สุทธิโอสถ final 270566.pdf

โฟลเดอร์นางจงกช สุทธิโอสถ เรื่องวิเคราะห์หลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทย์วิถีธรรม
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์5.47 MB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ วิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทยวิถีธรรม AN ANALYSIS OF BUDDHADHAMMA CONCERNING FOOD CONSUMPTION AS FOUND IN THE DHAMMA MEDICINE COMMUNITY นางจงกช สุทธิโอสถ วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ (ลิขสิทธิ์เปนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) วิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทยวิถีธรรม นางจงกช สุทธิโอสถ A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2023 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) An Analysis of Buddhadhamma Concerning Food Consumption as Found in the Dhamma Medicine Community Mrs. Jongkot Suttiosot ชื่อผูวิจัย ........................................................ (นางจงกช สุทธิโอสถ) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติใหนับวิทยานิพนธเรื่อง “วิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทยวิถีธรรม” เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ........................................................ (พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ. ดร.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ ........................................................

อ่านต่อ

ประธานกรรมการ (ผศ. ดร.สมหวัง แกวสุฟอง) ........................................................ กรรมการ (พระวิสิทธิ์ ตวิสิทฺโธ, ผศ. ดร.) ........................................................ กรรมการ (พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร.) ........................................................ กรรมการ (รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร. ประธานกรรมการ รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง กรรมการ ก ชื่อวิทยานิพนธ : วิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนวิถีธรรม ผูวิจัย : นางจงกช สุทธิโอสถ ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ : พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร., ป.ธ. ๔, พธ.บ. (พุทธจิตวิทยา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) : รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง, พธ.บ. (ศาสนา). ศศ.บ. (ไทยคดีศึกษา), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and Buddhism) วันสำเร็จการศึกษา : ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ บทคัดยอ งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค คือ ๑) เพื่อศึกษาการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม ๒) เพื่อศึกษาการบริโภคอาหารตามแนวแพทยวิถีธรรม ๓) เพื่อวิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทยวิถีธรรม เปนงานวิจัยเชิงคุณภาพ แบบการวิจัยเอกสาร รวมกับการสัมภาษณเชิงลึกและสังเกตแบบมีสวนรวม ผลการวิจัยพบวา การบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม ใชหลักของ “อาหาร ๔” ที่กลาวไวในพระไตรปฎก โดยมีหัวใจสำคัญ คือ การดับตัณหาในกามคุณ ๕ ของการบริโภคที่ไมมุงเสพของอรอย ใหเนนไปที่มีประโยชน รับประทานในปริมาณที่พอดี (โภชเนมัตตัญุตา) ทานอยางมีสติตามขั้นตอนของหลักอาหาร ๔ คือ กวิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญานอาหารและสามารถปรับเปลี่ยนไดตามเหตุตามปจจัย ไมยึดมั่นถือมั่นของกฏไตรลักษณดวยความเขาใจและยินดี การบริโภคอาหารตามหลักแพทยวิถีธรรม สอนใหรูจักเลือกอาหารไรสารพิษใหเหมาะกับสภาพของรางกายและสภาพอากาศ เนนการบริโภคใหเกิดสมดุลรอนเย็นตามสภาพธาตุรอนธาตุเย็นของแตละคน โดยรูวิธีปรุงที่รสไมจัด เคี้ยวละเอียด ทานอาหารตามลำดับจากสิ่งที่ยอยงายไปสูการยอยยากและประกอบดวยสารอาหารที่รางกายตองใชตามหลักโภชนาการของกองอนามัยโลกดวย จากการฝกจิตอาสาใหบริโภคอาหารตามหลัก “อาหาร ๔” ของพระพุทธศาสนาจนสามารถแยก “อาหารที่ใหผลตอรางกาย” และ “อาหารที่ใหผลตอจิตใจ” ไดมีการผสมกับวิชาแพทยทางเลือกดั้งเดิมในการขับพิษออกจากรางกายของชาวเอเซียดวยวิธีของยา ๙ เม็ด ผสมผสานกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกสิ่งที่กิน กินสิ่งที่ปลูกแบบพึ่งพาตัวเอง ทานพืช จืด สบายใหมีความสมดุลทางกายและใจ ฝกเปนคนเลี้ยงงาย กินงายอยูงาย หาอาหารที่ขึ้นเองตามธรรมชาติแบบคนวรรณะ ๙ ไมบริโภคเนื้อสัตว เมื่อเลี้ยงตัวเองได ก็มีการเสียสละ แบงปนไปสูมวลมนุษยชาติตอไป ข ผลการวิเคราะหทำใหผูวิจัยไดคนพบ ความสอดคลองระหวางการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรมกับแนวแพทยวิถีธรรมวา การใชชีวิตดวยปจจัย ๔ โดยใช “อาหาร ๔” มาประกอบกันกับ หลักอปณณกปฏิปทา ๓ (สำรวมอินทรีย ทานแตพอดี ทานอยางมีสติ) ลักขณสูตร ภูตะสูตร อาหาเรปฏิกูลสัญญา และสังคีติสูตร เขามาประยุกตในการบริโภค ใชปาณาติปาติสูตร (ทานมังสะวิรัติ) เคี้ยวอาหารใหละเอียด จากการปฏิบัติอยางสม่ำเสมอมาได ๗ ปเปนอยางนอย จะมีผลทำใหรางกายแข็งแรง อายุยืน, มีความผาสุก ค Thesis Title : An Analysis of Buddhadhamma Concerning Food Consumption as Found in the Dhamma Medicine Community Researcher : Mrs. Jongkot Suttiosot Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Phrakrupariyathijethiyanuruksa, Asst. Prof. Dr., Pali IV, B.A. (Buddhist Psychology), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) : Assoc. Prof. Dr. Thepprawin Chanraeng, B.A. (Religions), B.A. (Thai Studies), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and Buddhism) Date of Graduation : June 2, 2023 Abstract The aims of this investigation encompassed: 1) exploring food consumption aligned with Buddhist Principles, 2) scrutinizing the connection between food consumption and the Buddhist Dhamma Medicine theory, and 3) delineating the application of Buddhist principles in the food consumption patterns of the Dhamma Medicine Community. A combined approach of documentary and qualitative research was deployed, supplemented by comprehensive interviews and participant observation. Food consumption according to the Buddhist Principles follows four steps of Buddhist Recipe Courses : Food, Sense contact, Intention and Mind that can be adjusted with pleasure for physical condition without attachment to it. The findings suggest that food consumption, as guided by Buddhist principles, adheres to a four-step process delineated in Buddhist Recipe Courses: Food, Sense contact, Intention,and Mond. These stages can be modified to suit individual physical conditions, whilst preventing attachment. ง An examination of food consumption in line with the Dhamma Medicine approach reveals a meticulous process. The initial step involves selecting non-toxic ingredients suitable for individual health and adjusting to prevqiling climatic conditions. The focus is on achieving a balanced interplay of hot and cold elements within everyone. The process also entails moderate seasoning, thoroygh mastication, and sequential consumption based on ease of digesrion. The diet contains essential nutrients required for human health in line with the dietary guidelines prescribed by the World Health Division. An anlysis of food consumption within the Dhamma Medicine Community involved educating community members and patients on distinguishing between “Food for physical body” and “Food for Spirituality,” utilizing the nine theoretical pills of Buddhist Dhamma Medicine. Participants were encouraged towards self-sufficiency – easy to care for, easy to eat, easy to live. The food sourced was preferably organically or naturally grown, embodying the nine virtues of Asian individuals. A vegetarian diet was promoted, devoid of meat, and combined with scientific understanding of the hot and cold characteristics of different food items. Thisapproach was amalgamated with traditional alternative medicine to detoxify Asian bodies via nine methods. The philosophy of sufficiency economy was followed, emphasizing locally sourced food’s benefits, fostering community cohesion, and supporting a simply lifestyle. Upon reaching self-sufficiency, individuals were encouraged to continue sharing with the broader human community. The research results highlight a clear alignment between food consumtion according to Buddhist principles and the pratices of the Buddhist Dhamma Medicine Community. This alignment incorporates living by the four factors derived from Buddha’s principles and following the four steps of the Buddhist Recipe Courses in food consumption. By integrating mindful eating, vegetarianism, thorough mastication, and other Sutra in Tripitaka, and maintaining this practice over at least seve n years, I ndividuals are predicted to achieve robust health, longevity, and overall well-being. จ กิตติกรรมประกาศ การวิจัยเรื่อง “วิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทยวิถีธรรม”ครั้งนี้ สำเร็จลุลวงไปไดดวยดีเนื่องจากไดไปคนควาขอมูลในพระไตรปฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฉบับปรับปรุงใหมซึ่งไดรับการสนับสนุนจากสาขาวิชาพระพุทธศาสนาบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กอนอื่นผูวิจัยขอกราบนอบนอมระลึกมายังพระเมตตาจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา ผูเปนสยังอภิญญาที่ผูวิจัยไดมีโอกาสศึกษาและไดนำขอมูลมาใชอางอิง ทำใหไดเขาใจและซาบซึ่งในหลักพุทธธรรมเกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่เราตองพิจารณาทุกวัน ขอกราบนมัสการมายังพระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ. ดร. คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย, พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร. ประธานกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ, ขอกราบขอบพระคุณ รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง กรรมการผูคุมวิทยานิพนธที่ไดเมตตาชวยเหลือและตรวจแกไข และคณาจารยทานอื่นๆ เชน พระครูสิริปริยัตยานุศาสก, ดร. ผูมีความกรุณาเอื้อเฟอมาเปนประธานควบคุมวิทยานิพนธดร. พิสิฎฐ โคตรสุโพธิ์ ผูอำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา, ที่หมั่นใหกำลังใจในการเขียนบทความและใหเกียรติชาวแพทยวิถีธรรมโดยไดไปรวมในการจัดกิจกรรมเรื่อง”อาหารเปนหนึ่งในโลก” รวมกับคณาจารย โดยมี พระวิสิทธิ์ ตวิสิทโธ, ผศ. ดร. มี รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง, รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ ที่ไดกรุณาใหเกียรติไปรวมงานสัมนา ณ ชุมชนภูผาฟาน้ำของแพทยวิถีธรรมซึ่งเปนสถานที่ตั้งและเปนแหลงขอมูลหลักของวิทยานิพนธฉบับนี้เชนกัน และคณาจารยอื่นๆ เชน ผศ. ดร.เยื้อง ปนเหนงเพ็ชร, ดร.วิโรจน วิชัย ซึ่งมีสวนรวมใหคำแนะนำเพิ่มเติม ทำใหวิทยานิพนธเลมนี้มีความสมบูรณถูกตองมากยิ่งขึ้น ขอกราบขอบพระคุณ ผูทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บขัอมูลวิจัยอีก ๓ ทานคือ ผศ. ดร.สมหวัง แกวสุฟอง, ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร และ ดร.พิสิฏฐ โคตรสุโพธิ์ ที่อนุเคราะหในการใหขอมูล คำปรึกษาและแนะแนวการสรางเครื่องมือเก็บขอมูลในการทำวิจัยครั้งนี้จนสำเร็จลงดวยดี ขอกราบนมัสการมายังพอครูสมณะโพธิรักษ ผูนำทางจิตวิญญาณของชุมชนอโศก ที่ไดกรุณาใหสัมมาทิฐิเกี่ยวกับการบริโภคอาหารในมุมมองของทาน และขอกราบขอบพระคุณเปนอยางสูงมายังอาจารย ดร.ใจเพชร กลาจน (หมอเขียว) ประธานมูลนิธิแพทยวิถีธรรมแหงประเทศไทย ที่อนุญาตใหขาพเจาไดนำวิธีการทานอาหารตามแนวแพทยวิถีธรรมมาใชในการเขียนวิทยานิพนธ และชวยใหเกียรติในการอนุญาตใหทำการสัมภาษณเชิงลึกเพื่อที่ผูวิจัยสามารถนำมาวิเคราะหเพื่อนำเสนอในวิทยานิพนธฉบับนี้ ฉ ขอขอบคุณรุนพี่ ป.เอกและ ป.โท และเพื่อน ๆ กัลยาณมิตรที่ใหผูวิจัยไดมีโอกาสสัมภาษณเพื่อเก็บขอมูลมาทำวิจัยครั้งนี้ ขอบคุณคนในครอบครัวทุกคนที่ใหกำลังใจในการศึกษาและการทำงานวิทยานิพนธมาโดยตลอด ความสําเร็จของวิทยานิพนธเลมนี้ ผูวิจัยมีความตั้งใจใหผูที่สนใจในเรื่องสุขภาพจากการบริโภคอาหาร สามารถนำไปประยุกตใชใหไดรับประโยชน หากมีคุณความดีและกุศลอันเกิดจากขอมูลของวิทยานิพนธฉบับนี้ ผูวิจัยขอถวายเปนเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย และอานิสงสแหงความดีและกุศลครั้งนี้ก็ใหมีไปถึงครูบาอาจารยผูมีพระคุณและเพื่อนๆทั้งหลายที่มีสวนรวมในงานวิจัยครั้งนี้ดวย และสุดทายขอขอบคุณมายังผูเขาคายทั้งที่เจ็บปวยและไมเจ็บปวย ซึ่งไดอนุญาตใหขาพเจาไดใชภาพและขอมูลของทานมาอางอิงเพื่อนำเสนอในวิทยานิพนธฉบับนี้ ความเอื้อเฟอของทานครั้งนี้ขอใหทุกทานไดอานิสงสโดยใหมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้นๆ เทอญ. นางจงกช สุทธิโอสถ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ ช สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอภาษาไทย ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ค กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ช สารบัญตาราง ญ สารบัญภาพ ฎ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ ฏ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย ๔ ๑.๓ วัตถุประสงคของการวิจัย ๔ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๔ ๑.๕ นิยามศัพทเฉพาะที่ใชในการวิจัย ๕ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ๖ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย ๒๔ ๑.๘ ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย ๒๖ บทที่ ๒ การบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม ๒๗ ๒.๑ ความหมายของอาหารตามหลักพุทธธรรม ๒๗ ๒.๒ ประเภทของอาหารตามหลักพระพุทธศาสนา ๒๘ ๒.๒.๑ อาหารที่ยอยงายและมีประโยชน ๒๘ ๒.๒.๒ อาหารสมดุลทำใหมีโรคาพาธนอย ๒๘ ๒.๒.๓ อาหารที่ไมเบียดเบียนสัตว ๒๙ ๒.๒.๔ อาหารที่ทำใหอายุยืนหรืออายุสั้น ๓๐ ๒.๓ การบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม ๓๐ ๒.๓.๑ กวิงการาหาร ๓๑ ๒.๓.๒ ผัสสาหาร ๓๒ ซ ๒.๓.๓ มโนสัญเจตนาหาร ๓๓ ๒.๓.๔ วิญญาณอาหาร ๓๔ ๒.๔ รูปแบบของการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม ๓๖ ๒.๔.๑ พิจารณาหลักอปณณกปฏิปทา ๓ ๓๗ ๒.๔.๒ พิจารณาการฝกกินอาหารวันละมื้อ ๔๐ ๒.๔.๓ พิจารณาหลักอวิชชาสูตร ๔๑ ๒.๔.๔ พิจารณาหลักภูตสูตร ๔๒ ๒.๔.๕ พิจารณาหลักอภิญญาปหานสูตร ๔๔ ๒.๔.๖ พิจารณาเรื่องปาณาติปาติสูตร ๔๔ ๒.๔.๗ พิจารณาดวยสติสุปฏฐิตสูตร ๔๔ ๒.๔.๘ พิจารณาดวยสัมมัปปธานสูตร ๔๕ ๒.๔.๙ พิจารณาดวยผาสุกวิหารธรรม ๔๕ บทที่ ๓ การบริโภคอาหารตามแนวแพทยวิถีธรรม ๔๗ ๓.๑ บริบทของแพทยวิถีธรรม ๔๗ ๓.๑.๑ ที่มาของแพทยวิถีธรรม ๔๗ ๓.๑.๒ พัฒนาการของการแพทยวิถีธรรม ๕๐ ๓.๑.๓ กิจกรรมชวยเหลือสังคม ๕๑ ๓.๑.๔ ผลงานเผยแพรสื่อสิ่งพิมพและวิดีทัศน ๕๑ ๓.๑.๕ การจัดคายอบรมใหความรู ๕๒ ๓.๒ ความหมายของอาหารตามแนวแพทยวิถีธรรม ๕๓ ๓.๓ ประเภทของอาหารตามแนวแพทยวิถีธรรม ๖๑ ๓.๔ รูปแบบการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรมของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๖๕ ๓.๔.๑ อาหารที่มีผลตอสุขภาพรางกาย ที่มีประสิทธิ์ภาพ ๓๐% ๖๕ ๓.๔.๒ อาหารที่มีผลตอสุขภาพจิตใจ (นามธรรม) ๗๕ บทที่ ๔ วิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๘๖ ๔.๑ วิเคราะหการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม ๘๖ ๔.๑.๒ วิเคราะหอาหารคือผัสสะ ๘๗ ๔.๑.๓ วิเคราะหมโนสัญเจตนาในการบริโภค ๘๗ ๔.๑.๔ วิเคราะหวิญญาณอาหาร ๘๘ ๔.๒ วิเคราะหการบริโภคอาหารตามแนวแพทยวิถีธรรม ๘๙ ฌ ๔.๒.๑ อาหารที่มีผลตอสุขภาพกาย ๘๙ ๔.๒.๒ อาหารที่มีผลตอสุขภาพใจ ๙๐ ๔.๓ วิเคราะหหลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทยวิถีธรรม ๙๑ ๔.๓.๑ วิเคราะประโยชนของการบริโภคอาหารแนวแพทยวิถีธรรม ๙๑ ๔.๓.๒ วิเคราะปญหาและอุปสรรคของการบริโภคอาหารแนวแพทยวิถีธรรม ๙๒ ๔.๓.๓ วิเคราะหหลักทั่วไปในการบริโภคอาหารแนวแพทยวิถีธรรม ๙๓ ๔.๓.๔ วิเคราะหความสอดคลองระหวางการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม กับ แนวแพทยวิถีธรรม ๙๓ บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ ๙๖ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๙๖ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๙๙ ๕.๓ ขอเสนอแนะ ๑๐๐ ๕.๓.๑ ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย ๑๐๐ ๕.๓.๒ ขอเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช ๑๐๐ ๕.๓.๓ ขอเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งตอไป ๑๐๑ บรรณานุกรม ๑๐๒ ภาคผนวก ๑๐๗ ภาคผนวก ก. หนังสือขอเชิญเปนผูทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ๑๐๘ ภาคผนวก ข. หนังสือขอความอนุเคราะหใหนิสิตเก็บขอมูลประกอบ การเขียนวิทยานิพนธ ๑๑๕ ภาคผนวก ค. หนังสือขออนุเคราะหใหนิสิตสัมภาษณเชิงลึกผูเชี่ยวชาญหรือ ผูใหขอมูลสำคัญ ๑๑๖ ภาคผนวก ง. หนังสือขอความอนุเคราะหใหนิสิตเก็บขอมูลประกอบ การเขียนวิทยานิพนธ ๑๑๘ ประวัติผูวิจัย ๑๔๓ ญ สารบัญตาราง ตารางที่ หนา ตารางที่ ๑ : ลักษณะของรางกายที่มีภาวะรอนเย็นกับวิธีแกดวยอาหาร ๖๔ ตารางที่ ๒ : ตัวชี้วัดความตางระหวางการบริโภคอาหารที่สมดุลกับไมสมดุลของแพทยวิถีธรรม ๖๕ ตารางที่ ๓ : การเปลี่ยนแปลงของจิตอาสาทางกายและใจจากอดีต กอนเขาแพทยวิถีธรรมและปจจุบัน ๘๔ ตารางที่ ๔ : ความสอดคลองระหวางการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม กับตามแนวแพทยวิถีธรรม ๙๔ ฎ สารบัญภาพ ภาพที่ หนา ภาพที่ ๑ : แผนที่ของชุมชนแพทยวิถีธรรม ณ.ภูผาฟาน้ำ ต.ปาแป อ.แมแตง จ.เชียงใหม ๕ ภาพที่ ๒ : รูปตัวอยางอาหารสูตร ๒ นองพุทธ ๖๘ ภาพที่ ๓ : ผูเชี่ยวชาญที่อนุญาตใหสัมภาษณเชิงลึกเกี่ยวกับอาหารไรสารพิษ ในการทำวิจัย (ดร. ใจเพชร กลาจน) ๑๑๗ ภาพที่ ๔ : ภาพจิตอาสาผูใหสัมภาษณการเปลี่ยนแปลงทางกายและใจเมื่อเปรียบเทียบ ระหวางอดีตและปจจุบัน (จำนวน ๑๕ ทาน) ๑๓๓ ฏ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ อักษรยอในวิทยานิพนธฉบับนี้ ใชอางอิงจากพระไตรปฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙. ๑. คำอธิบายคำยอในภาษาไทย ก. คำยอชื่อคัมภีรพระไตรปฎก พระสุตตันตปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก (ภาษาไทย) สํ.นิ. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ.สฬา. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปฺจก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ปญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.สตฺตก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.อฐก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ขุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ.ธ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท (ภาษาไทย) ขุ.อิติ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.อป. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย อปทาน (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา อะไรชื่อวา หนึ่ง ไดแก สัตวทั้งปวงดำรงอยูไดดวยอาหาร0๑ จาก สามเณรปญหา ซึ่งมนุษยทุกชีวิตไมสามารถมีชีวิตอยูไดถาขาดอาหารและน้ำในเวลาที่รางกายตองการเพื่อความอยูรอด ดังนั้นเราจึงตองมาเรียนรูสิ่งที่จำเปนที่สุดอยางยิ่งในการดำรงชีวิต ในสันตุฏฐิสูตร1๒ พระพุทธเจาไดตรัสแกภิกษุทั้งหลายวา ปจจัย ๔ อยางที่มีคานอย หาไดงายและไมมีโทษ คือ ๑. บรรดาจีวร บังสุกุลจีวร(ผาที่ไดมาจากกองผุน) ๒. บรรดาโภชนะ ปณฑิยาโลปโภชนะ (โภชนะคือคำขาวที่ไดมาดวยกำลังปลีแขง) ๓. บรรดาเสนาสนะ รุกขมูลเสนาสนะ (อยูอาศัยโคนไม) ๔. บรรดายารักษาโรค ปูติมุตตเภสัช (ยาดองน้ำมูตรเนา) เปนสิ่งจำเปน ๔ อยางที่ภิกษุซึ่งเปนผูสันโดษดวยปจจัยที่มีคานอยและหาไดงายนี้ เปนองคประกอบแหงความเปนสมณะอยางหนึ่งของภิกษุ พระพุทธเจาตรัสถามวา อะไรชื่อวาหนึ่ง ที่ชื่อวาหนึ่งคืออาหาร เพราะแมแตพระพุทธองคยังตองฉันอาหารเพื่อประคองกายขันธ คัมภีรที่ปรากฏในพระไตรปฎกเลมที่ ๑๖ ปุตตมังสสูตรนั้น คือ อาหาร ๔2๓ ที่เปนไปเพื่อการดำรงอยูของหมูสัตวผูเกิดแลว หรือเพื่ออนุเคราะหหมูสัตวผูแสวงหาที่เกิด โดยเริ่มตนจากการรูเรื่อง กวิงการาหาร คือ คำขาวที่หยาบหรือละเอียด โดยการใช กามคุณ ๕ เพื่อพิจารณาในการเลือก ผัสสาหาร (อาหาร คือผัสสะ) พิจารณาเวทนา ที่ผานปสาทรูปมาทางหู ตา จมูกลิ้นสัมผัสและใจเวลาอาหารเขามากระทบ มโนสัญเจตนาหาร (อาหารคือมโนสัญเจตนา) เพื่อพิจารณา ตัณหา ๓ ของความชอบชังที่เกิดขึ้นจากการบริโภค วิญญาณอาหาร (อาหารคือวิญญาณ)เพื่อพิจารณาการดับใหไมเหลือของตัณหาดวยวิราคะอันเกิดจากการติดยึด จากความอรอย. ๑ ขุ.ขุ. (ไทย) ๒๕/๔/๕. ๒ อง.จตุกฺก. (ไทย) ๒๑/๒๗/๔๒. ๓ สํ.นิ. (ไทย) ๑๖/๑๑/๑๗-๑๙. ๒ ความหมายของอาหาร3๔ อาหารในมุมมองดานภาษา ดานภาษา อาหาร หมายถึง ของกิน เครื่องค้ำจุนชีวิต เครื่องหลอเลี้ยงชีวิต ซึ่งตรงกับคำวา Food (ฟูด) ในภาษาอังกฤษความหมายวา บางสิ่งบางอยางที่มนุษย และสัตวกิน/ หรือพืชดูดซับ/ เพื่อรักษาชีวิตของพวกมันและตรงกับคำวา “อัลอัฎอิมะฮฺ” ในภาษาอาหรับโดยความหมายวาคือ ทุกสิ่งทุกอยางที่ใชรับประทานและสรางเสริมพลังงานแกรางกาย โดยมีความหมายครอบคลุมถึงทุกสิ่งที่งอกจาก พื้นดิน อาทิเชน ผัก ผลไม และสัตวทุกชนิดที่อิสลามอนุมัติใหรับประทานถึงแมวาสัตวนั้นมีชีวิตบนบก ในน้ำ หรือมีชีวิตไดทั้งบนบก และในน้ำ อาหารในมุมมองนักวิชาการ ดานวิทยาศาสตรการอาหาร (Food Science) และนักวิชาการดานเทคโนโลยีอาหาร (Food Technology) มองวา อาหาร คือ องคประกอบเชิงซอนของสารเคมี (Chemical Compound) ชนิดหนึ่งที่ประกอบเขาดวยกันของสารเคมีหลายๆอยาง เชนโปรตีน ไขมัน แปง และน้ำตาลเปนตน ฉะนั้น เมื่ออาหารเปนสารเคมี ก็ยอมมีผลตอกระบวนการทางเคมีในรางกายมนุษย (ชวยในกระบวนการยอยอาหาร) หากรางกายของมนุษยรับอาหารในปริมาณที่มาก หรือนอยเกินไป ยอมจะนำมาสูปญหาในเรื่องของปรับความสมดุลของรางกายมนุษย ดานโภชนาการศาสตร/คหกรรมศาสตร (Nutrition) กลาววา อาหารทุกชนิดลวนมีสารอาหารอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยาง ซึ่งมีสวนชวยในการเจริญเติบโตซอมแซมเนื้อเยื่อของรางกาย และอวัยวะตางๆ ของมนุษยใหสามารถดำรงชีวิตอยูในภาวะปกติ โดยอาหารอาจมีลักษณะในรูปของแข็งของเหลว หรือกาซ อยางเชน อากาศที่มนุษยหายใจเขาไป เลือด น้ำเกลือ และรวมไปถึงยาฉีดที่แพทยจัดใหผูที่มีรางกายที่อยูในภาวะไมปกติก็นับเปนอาหาร ดานชีววิทยา (Biologist) มองวาอาหาร คือพลังงาน เคมีรูปแบบหนึ่งที่มีการหมุนเวียนของธาตุอาหารในระบบนิเวศ/การถายทอดพลังงาน ซึ่งสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไมวาจะมีชีวิตหรือสิ้นชีวิต ลวนถือไดวาเปนแหลงของพลังงานอาหารที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในระบบนิเวศ อีกทั้งการหมุนเวียนของพลังงานนี้จะเปนไปในทิศทางเดียวเสมอกลาวคือ จะมีการเปลี่ยนพลังงานโดยผูผลิตไปยังผูบริโภค (Consumers) อาหารในมุมมองของศาสนาพุทธ มองวาอาหาร หมายถึงทุกสิ่งทุกอยางที่เปนปจจัยอันนำมาซึ่งผล เครื่องค้ำจุนชีวิต เครื่องหลอเลี้ยงชีวิต โดยการกินอาหารของมนุษยนี้ ถือไดวาเปนเพียงการตอบสนองความตองการขั้นพื้นฐานของมนุษยเทานั้น กลาวคือ มนุษยมีความทะยานอยากตองการกินอาหาร แตในความตองการที่จะกินอาหารนั้น มนุษยโดยทั่วไปจะนึกคิดแตเพียงวาเอามา ๔ สุพรรณี ไชยอำพร และ วิไลลักษณ รุงเมืองทอง, “แนวคิดวาดวยอาหาร..ความทาทายตอนโยบายดานอาหารมนุษยของรัฐ”, วารสารพัฒนาสังคม, ปที่ ๑๖ ฉบับที่ ๒ (๒๕๕๗): ๑๐๖-๑๐๗. ๓ รับประทานแ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน