141214 กายทิพย์-พ่อท่าน-วัดมหาธาตุ-r025.docx

โฟลเดอร์2514 รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์176 KB
วันที่แก้ไข15 กุมภาพันธ์ 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 14 ธันวาคม พ ศ 2514 วันนี้เราก็มาเริ่มต้น เอ่อ คุยกันหรือว่าเล่าสู่กันฟังซักเรื่องนึง เออ ตั้งชื่อเรื่องว่า กายทิพย์นี่ หลายคนอาตมาเที่ยววันนี้จะพลาดหวัง เพราะเห็นว่า คําว่า กายทิพย์นั้นเป็นภาษา ที่เรากําลังเข้าใจกันว่าอะไรอันหนึ่ง นะ เมื่อเราเข้าใจกันว่าอะไรอันหนึ่ง อาตมาก็จะมาอธิบาย ไอ้อะไรอันนึงนั่นแหละ ให้ฟังแต่ว่าอะไรอันนึงอันนั้น มันจะผิดจากที่เราคาดหมายไปหน่อย วัดจะผิดตามที่เราคาดไว้ไปบ้าง เพราะเหตุว่า ที่เราไปเข้าใจกันอยู่ โดยภาษาอย่างที่เราเคยเรียกเคยพูดเธอยึดถือกันมาแต่ไ หนแต่ไรนั่นแหละ มันเป็นภัย หรือว่า เป็นเรื่องที่มันคล่องมันติด ทําให้เราไม่ไม่รู้ความจริงอันแท้จริงไม่ทําให้เราเกิดยะฐา ปูตญาณทัศนะขึ้นมาได้ ก็เพราะภาษาทั้งหลายแหล่ หรือเพราะจารีตเพราะประเพณี หรือเพราะสิ่งที่มันได้ปลูกฝังกันเป็นประจําประจําทําตามตามพ่นกัน ไปเรื่อยเรื่อยต่อยกันไปนี่แหละ อันนี้แหละที่มันเป็นเกาะหรือเป็นไอ้เครื่องกั้น หรือเป็นสิ่งที่ทําให้เรารู้แจ้งแพงทะลุอะไรต่ออะไรไม่ได้ พูดมันโดยตรงจะเรียกง่ายๆว่ามันเป็นตัวกิเลสแท้ๆก็ได้ คือไอ้พวกนี้แหละ เพราะงั้นโดยภาษาของคําว่า กายทิพย์ มันมีนามธรรมอัน หนึ่งที่เป็นกิเลสอยู่ในตัวของกายทิพย์อยู่ด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อว่าเรารู้กายทบถ้วนทั่วละเอียดตั้งแต่ซ้ายไปขวา ฝาไปซ้ายมุมนั้นไปหามุมนี้ครบถ้วนบริบูรณ์หมดเลย ทุกประตูนั้น เราก็จะเรียกว่ารู้แจ้งแพงทะลุ ที่มันไม่แจ้งแพงทะลุกระเพาะได้รู้มาหน่อยเดียว แล้ วรู้มันอันเดียวมุมเดียวนิดเดียวแล้วเราก็ยึดถือว่าอันนี้ผิดไปจากอันนี้ไม่ใช่ เราเข้าใจกันอยู่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นจึงเถียงกันทุกวันนี้เถียงกันเพราะว่ามันรู้อยู่อันหนึ่งอันเดียว ถ้าใครไปเข้าใจว่าไปนิยามไอนิยาม อันนี้เฉพาะคําว่า กายท

อ่านต่อ

ิพย์ เนี่ ยมีคํานิยาม หมายความว่าอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้น ถ้าใครมาพูดขึ้นผิดกว่าอย่างนี้อย่างนี้นะ ไม่ใช่แล้วเสียงคอเป็นเอ็นเลย นี่แหละที่มันทําให้คนเราไม่ทะลุ แต่แท้ที่จริงถูกทั้งนั้นน่ะ ใครจะพูดกายทิพย์ว่าผี ใครจะพูดกายทิพย์ว่าวิญญาณ ใครจะพูดกายทิพย์หัวจิต ใครจ ะพูดกายทิพย์ว่าอะไรก็ตามแต่ แต่มันก็ถูกในมุมในเหลี่ยมของผู้ที่เป็นยึดเอาไว้ มันจึงลําบาก มันจึงเข้าใจกันไม่ทะลุ เพราะฉะนั้นอาตมาจะพยายามชี้แจงค่อยค่อยคลี่คลายไปเรื่อยแล้วอาจจะมาจากคําว่ารูปนามรูป นามรูป นามรูป นามรูป นามซ้ําซับเข้าไปเรื่อยเรื่อย แล้วเราจ ะรู้ตลกรู้ตั้งแต่มุมนี้ จนกระทั่งพลิกพลิกพลิกพลิกไปพลิกไปพลิกไปพลิกไปพลิกไปจนกระทั่ง หันมาครบจดที่เก่า ยศที่เก่าเพราะจดที่เก่าอีกเมื่อไหร่ไม่เหมือนกันแล้ว ทั้งๆที่มันมาหามาเหมือนกัน พลิกเข้ามาครบที่เก่าแต่ไม่เหมือนกันแล้ว มันจะกลายเป็นอย่างนั้นนะ เอาลอ งดูลองตั้งใจฟังดู เออ คําว่า กายทิพย์นั้น ก่อนที่จะ บ่อยยึดถือเอาคําว่า การที่อาตมา ก็อยากจะบอกทําทั้งหมด ที่เนื่องกับกายไปซะก่อน และก็เป็นพื้นฐานเปรียบเทียบ อาจจะมาอยากจะให้พยายามฟังแล้วให้เปรียบเทียบไปตามเรื่อยๆ ตามตามไปตามลําดับตามลําดับ แล้วก็พยายา มทําความเข้าใจว่าเมื่อไหร่มันเป็นอันนี้เมื่อไหร่มันเป็นอันนี้ตามไปเรื่อยๆ แล้วอาตมาจะมาอธิบายทีหลังให้ฟัง จะขอเขียน เอ่อ ไอ้ นั่นไว้ 4 ตัวซะก่อน ขอเขียนในคําที่ควรจะเขียนเอาไว้ 4 ตัว คําว่ากายมีกัน 4 ตัวนี้ที่มันจะเป็นเหตุเป็นผลแล้วมันจะคล้องจองมันจะทํางา นหรือมันจะมีหน้าที่อะไรต่ออะไรไปตามลําดับอย่างนี้คือมีกายเน แล้วก็กลายอย่ากล่อม เราจะเรียกให้มันเข้าเข้าคล้องจองเป็นภาษาเรียกว่าภาษาที่สนธิ ก็ได้กายยะกายกรรมกายะ ทิพย์กายจะทําหรือถ้ามันจะไม่เรียกอย่างงั้นจะเรียกกาย เนื้อกายกรรมกาย ทิพย์กายทําก็ได้นะ ใน 4 ตัวนี้อาตมา ก็จริงเดี๋ยวจะต้องกําชับกําชับไว้อีกนิดนึง อาตมาแยกแยะพวก รูปนามเอาไว้อย่างนั้น ก็คงจะเมาพอดูถ้าดูกันธรรมดา บางตัวเป็นทั้งลูกเป็นทั้งงาม แล้วก็แยก หมวดหมู่ อะไรเข้าไปอีก แต่เนี่ยทํามาเพียงเขียนเอาไว้คร่าว คร่าวยังไม่ได้ซ้อนซ้อนซ้อนกันเข้าไ ปจนมากมา ยนะ เหลือ เวลาอธิบายไปแล้วค่อยเขียนค่อยซ้อนกันไปอีกทีหนึ่ง อาตมาจะลงเริ่มต้น แต่สภาพที่เราเห็นได้ง่ายที่สุด เรียกว่าสภาพที่เราว่า จะต้องสัมผัสแตะต้องได้ด้วย ของหยาบๆ หรือด้วยของที่เรียกว่าชั้นต้น ไปซะก่อนแล้วเราก็ค่อยตามลึกลึกละเอียดเข้าไปหาไอ ่ที่มันละเอียดทีหลัง อ่ะพูดที่อยากจะมารู้จักกายทิพย์ที่เป็นผีเป็นสางอะไรก็อดใจไว้สักหน่อยตอนท้ายท้ายหน่อยมันจะรู้ตอนนี้ขอพยายามทําความเข้าใจที่จะทําประโยชน์แท้ประโยชน์จริงที่เราควรจะได้ซะก่อน ยังไม่อธิบายว่าอัคคีอ่ะสางอะไรธรรมดา คําว่า กายเน อันนั้นก็หม ายความว่าชั้นนอก เอาความหมายง่ายๆชั้นนอก เมื่อมีกายเนื้อแล้วมันก็จะมีกายทิพย์เป็นชั้นในนี่คู่ที่หนึ่ง อาตมาเขียนไว้แล้วพูดที่หนึ่งนะไอ้ที่เครื่องหมายวงกลม 11 ด้วยกันนะ เป็นคู่ที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นกายเนื้อก็หมายความว่ารูป กายทิพย์ ก็หมายความว่าน้ํา เป็น คู่ที่หนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะมีรูปมีนามอยู่เท่านั้นแหละ มันจะมีรูปมีนามอยู่แค่นี้แหละ ทีนี้ใครจะรู้จักรูปนามละเอียดละอออะไรต่ออะไรต่อตามกันเข้าไปลึกละเอียดแค่ใดก็หมายความว่า เป็นปัญญาญาณของแต่ละผู้นั้นที่เขาจะ 3 ารถตามรู้เข้าไปได้ อ่ะทีนี้ครับ ขั้นขั้น ที่หนึ่ง ถ้าเมื่อเราจะไปรู้ สิ่งใดที่มันเรียกว่า เออ ของที่มันละเอียดขึ้น ป้าโดยเฉพาะเมื่อเวลาเราจะรู้อะไรได้ เราใช้คําว่าตาแท้จริงตาเนี่ยไม่ได้หมายความว่าลูกตาโปลมโพลนี้อย่างเดียว เท่านั้นตาหมายความว่าอายัดตนะอย่างหนึ่ง ซึ่งเราสามารถจะเข้าไปรู้หรือเข้ าไปเห็นหรือเข้าไปแจ้งให้ได้ เพราะฉะนั้นในศัพท์นอกง่ายง่ายเขาก็เรียกว่าตาเนื้อเห็นได้ด้วยเนี่ย ตา 2 ข้างโพรงๆธรรมดา ปลามันก็มีอีก เป็นชั้นชั้นก็ไปถึง 5 ตาเน แต่ตาที่ 5 น่ะเราเองเรายังไม่ต้องไปพูดถึงหรอก แต่อาตมาจะบอกชื่อด้วยว่าคือตาอะไรตาแรกเรานี่ว่าตาเนื้ อ ตา 2 เราเรียกว่าตาทิพย์ก็นี่แหละคู่ที่หนึ่งนี่แหละกาย เนื้อกายทิพย์นี่แหละ เพราะฉะนั้นเราจะรู้ได้ก็รู้ได้เป็นกายตาเนื้อตาทิพย์ ทีนี้มีตาที่จะละเอียดเข้าไปอีก เราเรียกว่าตาที่ 3 เราเรียกว่าตาปัญญา ตา ปัญญา ตาที่ 4 เราเรียกว่าตาทําตาทํา มันเพียงแต่ไอ้ไอ ้ชื่อของการนิดหน่อย ตาที่ 4 เรียกว่าตาทํา โดนตาที่ 5 ที่อาตมาบอกว่า จะไม่พูดนั้นจะไม่อธิบายนั้นจะบอกชื่อไว้ก็คือตาพุทธะ ตาพุทธพระนี่ขอยกไว้จะไม่อธิบายเพราะเหตุว่ามันเกินกว่าเหตุที่เราจะพูดกันอาศัย แต่แค่กายไอตาเนื้อตาทิพย์ตาปัญญาตาธรรมกับเหลือกินแล้วสําหร ับชั้นเราเรามาให้เขามาถึงอะระหังกันละตาทิพย์ตาทําเนี่ยไม่ต้องไปเอากันถึงขั้นตาพุทธหรอก เพราะฉะนั้นถ้าเราจะรู้จักกายเนื้อแล้วก็รู้ด้วยตาเนื้อธรรมดาธรรมดา นี่สบายมันมีปัญหา เรารู้แค่นี้สบายตา เนื้อทีนี้ ถ้าเราจะมีการได้รู้กายทิพย์เข้าไปอีกเราจึงจะต้องอาศั ยความรู้อีกอันนึง ถ้าเรียกโดยภาษา ที่เรียบโดยภาษาอย่างที่เราเข้าใจกันมาที่เขาตั้งเนี่ย คําว่า ตาทิพย์เนี่ยเราจะใช้อาศัยคําว่า ตาทิพย์เนี่ย เราก็จะรู้ในลักษณะสิ่งๆหนึ่งตาทิพย์นั้นจะเข้าไปรู้สิ่งนั้นเรียกมันว่าของที่มันซ้อนกันอยู่กับกายเนื้ออันนั้น เราเรีย กมันว่า กายพิชญ์ก็ได้ เราจะรู้ด้วยภาษานั้น ถ้าเรียกว่ามันกายทิพย์ที่เข้าไปรู้ด้วยตาทิพย์อย่างนั้น ท่านเรียกว่าจะรู้ได้ด้วยลูก ฟังให้ดีหนะ มันซ้อนกันซะจนไม่รู้จะซ้อนยังไง รู้ได้ด้วยลูก ภาษาเต็มๆ ถ้าเรียกว่ารูปนิมิต เช่นคนไปนั่งหลับตา อาตมาอธิบายต้นๆซะก ่อน เช่น ทุกคนไปนั่งหลับตาเพ่ง แล้วก็เกิดรูปนิมิตขึ้นมาในในภาพในห้วงนึกของเค้าในภาพของเค้าอะขึ้นมาจริงจริง ปรากฏเป็นภาพขึ้นมาเป็นรูปนิมิต นั่นเรียกว่าตาทิพย์ได้เหมือนกัน โดยศัพท์ภาษาเดี๋ยวนี้เราก็เข้าใจกันอยู่แค่นั้นแหละ ไอ้รูปนิมิต อันนั้นเกิดขึ้นมาให้เ ราเห็นนั่นน่ะ มันเป็นกายที่อันนั้นเราเรียกมันว่ารูป ไม่ยักกะเรียกมันว่านาวนะ แต่กู้ที่นึงเนี่ยอาตมาตั้งชื่อว่ากายเนื้อเป็นรูปกายทิพย์เป็นนาม พอ ทีนี้พอซ้อนเข้าไปอีกนิดนึง สามารถที่จะเอาตาทิพย์มาใช้ซ้อนเข้าไปแล้วเพราะตาทิพย์เข้าไปเห็นกายในเข้าไปอีกเรียกว ่ากายทิพย์เข้าไปอีกไม่เรียกกายในอันนั้นว่านามซะแล้วแหะ เราเรียกมันว่า รูปนะ เอ้า ถ้าอาตมายังไม่ต่อหน้ามันคืออะไรยังไม่ต่อ ผู้ที่ไม่ 3 ารถที่จะนั่งหลับตาอย่างนั้น ก็อาจสามารถจะรู้ได้ด้วยเหมือนกัน ไม่ใช้ตาทิศ แต่ใช้ตาปัญญา ใช้ตาปัญญาสามารถที่จะเข้าไปรู้ส ิ่งนั้นได้เหมือนกันด้วยตาปัญญา ตามปัญญาที่รู้อย่างนั้น เราเรียกมันว่า ตอบว่าไงดีนะ เราเรียกมันว่านามตอน ร้อนมาก มันจะสลับซับซ้อน เพราะฉะนั้นถึงต้องอาศัยกระดานด้วย เราเรียกมันว่านาม เอาล่ะ ถ้า พูด ถึง ลูก ถึง นาน ขนาดนี้ ชัก เมา กันไป หลายๆ ยกตัวอย่าง ง่ายๆ ใช้ อุปกร ณ ์ วันนี้มี อุปกร ณ ์ การสอน ก็ถ้าอาตมายกอันนี้ขึ้นให้ทุกคนเห็น ทุกคนก็รู้แล้วเห็นแล้วกล่องอะไรอันนึง นะ กล่องอะไรอันนึง กล่องอันนี้เป็นกายนอกกาย เนื้อทุกคนเห็นแล้วว่ากายเนื้อก็มาทึบกล่องสี่เหลี่ยมกล่องนึง ถ้าใครอ่านหนังสือก็ไม่ออกทํ าอะไรก็ไม่ออก อยากรู้ว่าไอ้สิ่งที่อยู่ข้างในนี่คืออะไร เค้าก็นั่งหลับตาเข้าเพ่งชาน ก็ไม่รู้เห็นแล้วไอ้ลูกไปอยู่ ข้างในนี่เป็นรูปอะไรอันหนึ่ง อ้าวใครมีตาทิพย์เพ่งเลยหลับตา ก็เพ่งว่าอะไรอยู่ ข้างในนี่ นะฮะ เช่นทีเดียวก็จะเห็นได้เห็นรูปสิ่งนั้นแหละ อยู่ในนี ้เรียกมันว่ารูปนิมิตเป็นกายทิพย์ของมันฟังให้ดีนะกายทิพย์ของมันกาย เนื้อของมันนี่กล่องแต่กายทิพย์ของมัน เป็นอะไรยังไม่รู้ ใครสามารถที่จะมีตาทิพย์ก็รู้ได้ เห็นรูปมันได้ แต่บางคนไม่ต้องใช้ตาพิมพ์ใช้ตาปัญญาดูกาย เนื้อ เออ นี่มันบอกเว้ยว่าไพลอตจริง ฉันรู้ด้ วยปัญญาแล้วแงแหงเลย ในนี้ก็ก็เอ็งอ่ะดิ ก็ขวดอิ้งอะดิ อยู่ในนี้อ่ะ ใช่ไหม ขวดน้ําหมึกอ่ะ ก็รู้แล้ว ทั้งทั้งที่ไม่เปิดนี่คํานวณรู้เลย ประกวดหมึก ถ้าจะทดลองกันจริงๆใช่มั้ย เปิดออกมาดู ให้มันสัมพันธ์กันทั้งกาย เนื้อตา เนื้อด้วยทั้งตาปัญญาหรือตาทิพย์ด้วยคนท ี่หลับตาเพ่งเมื่อกี้เนี่ยเพ่งเข้าไปนี่เห็นขวดหมึกจริงไหม ถ้าเห็นขวดหมึกจริงก็ลองเอามาดูที่พิสูจน์กันให้มันให้รู้ชัดทั้งรูปและนามสิ เพราะเวลาหลับตาอย่างนี้มันเป็น พอเวลาหลับตาเพลงเห็นรูปนิมิต แต่ว่าตัวจริงมันจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ยังไม่รู้ เพราะฉะนั้นจ ะเอามารู้ให้มันชัดเป็นนาม นามคืออะไร สัมผัสรูปสั่งอายัดตา นะเลย นี่ตาทิพย์นะ เพราะฉะนั้นพอยกไอ้นี่ออกมาดูขวดหมึกจริงด้วยรูปนิมิต้องเห็นรูปนี้แหละ เพราะฉะนั้น พอตาเราเห็นเนี่ยเป็นนามธรรมจิตใจเรามาสัมผัสรูม นี่คือผลน้ําหมึกก็ครบรูปนาม เออใช่ตรงแล้วตามขวดมึง แต่เมื่อกี้คนที่เขาใช้ตาปัญญา ขวดมึงอันนี้ เขาไม่ได้เห็นรูปเลยไม่เห็นรูปนี้มีคนที่ใช้ตาปัญญาแต่เห็นได้ด้วยการคํานึงเอาเองนึกว่าตัวเองตามปัญญาจะรู้ว่าเห้ย ในนี้มันจะต้องไปขวดมึง กดเบอร์ก็มันบอกนี่ว่านี่ pilot เองเพราะงั้นเราเอามาดูที่รูปจริงๆมันเป็นไง อ๋ อรูปหวอดขวดหมึกก็ไม่เห็นรูปเมื่อกี้นี้เพ็งจะรู้ด้วยนามคํานวณเอาเองนึกเอาเองว่ารูปร่างมันจะต้องเป็นอย่างนี้ รูปร่างมันจะต้องไปกดมึงสิ พอเอายกขวดเบิกรูปจริงๆมาเจอรูปนี้มีชัดๆ ทีนี้รูปชัดๆเห็นชัดทั้งรูปทั้งนาม ฝ่ายตาปัญญาก็รู้ได้ชัดเหมือนกัน ควายที่ใช้ตาพิษ จะรู้ได้ชัดเหมือนกัน เพราะงั้นลักษณะของตาทิพย์กับตาปัญญาไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันนะ เหมือนกลับกันนะ คนละข้างมันกลับกันคนละส ภาวะมันจะเป็นรูปเป็นนามคนละสภาวะ นี่แหละคือธรรมดาธรรมดาของธรรมดาที่เข้าใจได้ง่ายๆ เข้าใจได้ง่ายๆว่า เป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ นี่รู้ด้วยสภาพภายนอกธรรมดาๆเลย รู้โดยรูปโดยนามธรรมดา ไม่มีอะไรลึกซึ้ง แทงทะลุออกไปกว่านั้น ที่มันจะแทงทะลุเพิ่มขึ้นอีก ก็หมายความว่าเราจะต้องมีความรู้ที่นอกจากจะรู้ด้วยตาเนื้อ รู้ด้วยตาทิพย์อย่างอธิบายไปแล้วรู้ด้วยตาปัญญาอย่างอธิบายไปแล้วเราจะมีตาอีกตาน ึงคือตาทําเราจะ 3 ารถรู้ลงไปทะลุเลยด้วยว่ากล่องนี้กล่องอะไร ตามทํานี่จะต้องรู้ทะลุหมดเลยนะ เราเห็นแล้วโดยสภาพด้วยตาเนื้อเป็นอย่างนี้ และเสาร์ อาทิตย์ก็ 3 ารถ รู้ได้ว่า อ่อ ในนี้เป็นรูปขวด ตา ปัญญา ก็รู้ชัดด้วยตั้งแต่ข้างนอกแล้วว่าเขาเขียนเอาไว้ว่ามันควรจะเ ป็นอย่างงั้นหลับตาเพ่งดูจริงๆก็รู้ด้วยว่า เป็นปวดหมึกนี่เห็นด้วยทั้งตาทุกชั้นนะ ถ้าคนธรรมดาที่ถึงตาทําแล้วจะเห็นเป็น 3 ชั้นก่อนเรียงลําดับผิดจังเมื่อกี้นี้ คือเห็นตาเนื้อ แล้วก็ตาปัญญาเห็นตามที่คนอื่นเขาเห็นตาปัญญาแล้วก็เพ่งเข้าไปเห็นรูปนิมิต ข้างในเป็นขว ดเป็นตาทิพย์อีกชั้นหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่มีตาทํานี่จะใช้ตาเนื้อใช้ตาปัญญา และก็ใช้ตาทิพย์แล้วจึงจะเกิดตาทํา แต่ที่จริงมันไม่ไม่ไม่เป็นระดับอย่างนี้หรอก เค้าพุ่งปร๊าไปถึงตาทําก็รู้ของแท้ตาทําคืออะไร ตาทําคือรู้คุณนะประโยชน์อันแท้จริงของของสิ่งนี้ด้วย คือ รู้เนื้อแท้ เนื้อจริงของของสิ่งนี้ด้วยว่าไอ้นี่คืออะไร ไอ้นี่คือหมึก มีอะไรมีกายนอกปล่องมันมีเนื้อหาข้างในคืออะไร มีขวดน้ําหมึก และมีคุณประโยชน์ แท้ๆ จริงๆต้องมันตรงตัวของหมึกคืออะไรคือน้ําหมึกที่จะให้สําหรับใส่ผักกาดเคียง เรียกว่าตาทําตาธรรมะ รู้ความเป ็นจริงอันแท้จริงของสิ่งนี้ไม่ติดในสมมุติใครจะเลือกหมึกก็ช่างภาษาอังกฤษจะเลือกทิ้งก็ช่างภาษาจีน เค้าจะเรียกอะไร ก็ช่างไม่รู้ล่ะ เค้าจะเรียกโดยสมมติภาษาว่ายังไงก็ช่างแต่ไรตาทําไม่ยึดสมมติอะไรด้วยเลย ตาทอมแล้วรู้ทะลุไปหมดเลยว่าอ๋อ สิ่งนี้คือสิ่งที่ประโยชน์ แ พ้ประโยชน์จริงเท่านั้นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นตาทําจะไม่มองแม้กระทั่งว่าไอ้กล่องนี้สวยหรือไม่สวยไม่เข้าใจ ไอ่น้ําหมึกจะสียังไงก็ไม่เข้าใจ แต่รู้แล้วว่าหน้าที่ของหมึกคือเอามาไว้ใช้เขียนกระดาษให้มันเป็นภาษาเท่านั้น ตาทําก็จะรู้อย่างนี้ ตา ความรู้อย่างนี้ เพ ราะฉะนั้นถ้าใครธรรมดาแค่ตาเนื้อก็เห็นเห็นแค่นี้ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ําไป ถ้าคนไม่มีความรู้อะไรเลยนะ เห็นแค่ตาเนื้อกล่องนี่ยังไม่รู้ว่ามันข้างในมีอะไร ถ้ามีตาทิพย์ก็เห็นไอ้นี่ขวดมึงถ้ามีตาตาปัญญาก็รู้ว่าอันนี้เป็นขวดมึง เท่านั้นส่วนตาทํายังไม่ค่อยทะลุไปถึงเท่ าไหร่ จะพิจารณาตั้งแต่รูปนอกไปจนกระทั่งรูปนายก็เบิกสีอะไรอ่ะ สวยมั้ยไม่สวย ไม่ใช้แน่ บางทีเป็นอย่างงั้น นี่เรียกว่าพวกกิเลส ถ้าพวกคนธรรมดาๆ ถ้าคนที่เป็นผู้ที่ถึงตาทําแล้วก็หมึกนี่นะ มันจะสวยหรือไม่สวย เขียนให้มันออกมาเป็นไอ้เนี่ย สําหรับประโยชน์ แท้ ประโย ชน์ ถึงจริงคือเขียนให้มันอ่านออกเท่านั้นเอง เอามาเป็นอาวุธ หรือมาเป็นเครื่องใช้หน้าที่โดยตรงคือของบึก คือเอามาใส่ปากกาแล้วเขียนเป็นตัว ได้เรียกว่าตาทําตามธรรมมะ แพ้แพ้ชัดให้ถึงตาทําแทงความเป็นจริงถึงความเป็นจริงของความแท้จริงอย่างนี้ได้อย่างนี้แหละ เรีย กว่าตาปัญญาขั้นขั้นที่พุทธเจ้าสอนอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะไปยึดติดแค่เปลือกนอกและแค่รูปร่างของกายทิพย์ แม้แต่แค่เปลือกนอกของกล่องสวยแล้วไม่สวยก็ไปยึดติดคนนั้นก็ยิ่งกล่องนี้ไม่สวยเลย ยังไม่เอาตั้งแต่ต้นคนนี้ไม่ได้อะไรเลย แม้แต่กระทั่งหมึกนี้เพราะกล่องสวยก็ติดแ ล้ว เป็นประตูประตูด้านแรก หรือเป็นกิเลสด้านแรกแล้วพอเอาออกมา นี่ โอ๊ยขวดมันไต่ก็ไม่สวย หรือว่าหมึกสีมันก็ไม่สวย เป็นชั้นที่ 2 เป็นกิเลสชั้นใน อีกคนนี้ก็ไม่ได้หมึกอันนี้อีก แต่ถ้าคนนี้ไม่เคยไม่ตึกติดยึดเลย กิเลสสวยไม่งาม งามไม่งามอะไรไม่สําคัญกล่องมีไม่มีก็ ไม่เข้าใจ ลึกลึกกล่อง มี เป็นรูปร่างสวย มีสีอะไรก็ตามแต่ผ้าคนนี้เป็นมีตาทําแล้วจะไม่ยึดติดอะไรเลย เมึกสีสวยหรือไม่สวยก็ไม่เข้าใจทั้งนั้นแหละ ต้องการหมึกมาใช้ประโยชน์ อันนี้ตรงหน้าที่ของมาได้ตรงเป็นหมึกโอเค เรียกได้ว่าผู้ที่ไม่ติดอยู่ในสภาพของของข้างนอก สมมุติของโลกไอ้แท้จริง หมึกกองกองนี้ไม่ต้องใช้กล่องนี้ได้ไหม ได้ไหม ได้ไม่ต้องใช้กล่องนี้มีแต่แค่นี้ก็ได้ หน้าที่แท้จริงไอ้นี่คืออะไร ฟุ่มเฟือย แต่โลกบอกว่าต้องทํานะให้มัน 80 ข้อด้วยนะ ให้มันมีอะไรชี้ชวนด้วยน้า แนบเนียนด้วยนะ หล่อหลอมด้วยอะไรด้วยนะ คนจะได ้ซื้อขวดนึงนี้ไปแม้แต่รูปร่างของขวดนี้อีก ต้องหล่อหลอกมันได้รูปร่างอีก จนกระทั่งแม้แต่เนื้อหาของหมึกเองเอาสีนะ นี่หมึกสีม่วงนะ ต้องว่ากันด้วยสีม่วงนะ สีน้ําเงินมั้ง สีเขียว อ่อนเคี้ยวแก่สีน้ําเงิน อ่อนน้ําเงินแก่ต่างๆนานา หลอกล่อกันด้วยสีอะไร ต่างต่าง เร ียกได้ว่าหลอกกันเป็นกิเลสทั้งนั้น ด้วยความเป็นจริง แท้จริง ถ้าจะปลูกหมึกขึ้นมามันได้สีอะไรก็สั่งมันมันไร้ปรุงมาตอนนี้ เออไอ้นี่แกจัดไปหน่อยเพราะไปเติมธาตุ อันนี้มากไปหน่อยได้หมึกอันนี้มาเอาไปเลย บรรจุขวดไปเขียนเลยมันก็เป็นหมึกที่ใช้ได้แน่นอน แต่เดี๋ยวนี้ไม ่ได้ต้องจงใจ อันนี้ต้องให้ออกมาสีม่วง แม้แต่ยี่ห้อไพลอตอย่างเดียว มีสีม่วง สีน้ําเงิน สีเขียว สีแดง สีอะไรนานาชนิด สีเพราะอะไร ต้องปรุงให้เข้ากับ พวกกิเลสทั้งหลายแหล่ที่ชอบนี่จะต้องเอามาใช้ก็ต้องใช้สีหลายๆอย่าง ต่างๆนาๆ เอาล่ะ ทีนี้ก็พอจะเข้าใจนะว่ากายเ นื้อกับกายทิพย์มันมีลักษณะอย่างนี้และเป็นสภาวะอย่างนี้ เราสามารถจะรู้กายทิพย์ได้อย่างที่ว่านี้และอาจจะ 3 ารถรู้กายทิพย์ได้โดยทั้งตาทิพย์และตาปัญญาได้ด้วย ถ้ายิ่งใคร 3 ารถรู้ได้ด้วยตาของธรรมะด้วยผู้นั้นถึงที่จริงถึงที่สุดแล้วจะไม่ลงติดยึดในแค่ภาษาหรือแคบเปลือกน อกที่ปรุงแต่งอยู่ตรงนี้ด้วย นี่เราเรียกว่าเรารู้สิ่งของสิ่งหนึ่งเรียกว่ารู้ว่า การคิด แล้วที ถ้าเผื่อว่า อาตมายกเอากล่องกล่องนึงขึ้นมา ให้ดูกันบ้าง ขณะนี้ ถ้าอาตมายกอย่างนี้ขึ้นมาเอาอันนี้ยังไม่เอาอันนี้เอาอันนี้ก่อน ถ้าอาตมายกกล่องนี้ขึ้นมา หลายคน ก็เห็นก็รู้กล่องนี้มีกายเนื้อ อย่าง ตอนนี้มีกายเนื้ออย่างนี้ ขณะนี้ใครอ่านตัวหนังสือก็ไม่ออกหรือไม่ เคยเห็นกล่องนี้มาเลย ไม่เคยรู้เลยว่ากล่องนี้จะเป็นอะไร รู้แต่เฉพาะกาย เนื้อของมันคือกายนอกของมันเนี่ย ก็ไม่ 3 า รถจะเดาได้ว่าข้างในคืออะไร แล้วไม่รู้ว่ ากายทิพย์ของมันคืออะไร เมื่อผู้ใดไม่รู้แม้กระทั่งว่ากล่องอย่างนี้ก็ไม่เคยเห็น และอ่านหนังสือก็ไม่ออก พอ อ่านหนังสือก็ไม่ออก คนนี้ก็ต้องใช้ตัดพิมพ์ หลับตาเพ่งเลย เอ๊ะ กล่องนี้ข้างในมันจะอะไรหลับตาเพ่งเลย ถ้ามีตาทิพย์จริงๆก็เพ่งเข้าไปดู ข้างในนี้ออกว่าคือ อะไร นะ คืออะไร ฟังให้ดี ณ ตอนนี้จะทําให้คนเขวมาก บางคนที่ไม่มีตาที่มีตาปัญญา ก็จะคํานวณเอาด้วยปัญญาปัญญาที่เคยจําได้มากกองรูปร่างลักษณะอย่างนี้มันเป็นของที่ใช้สําหรับบรรจุอันนี้สิ หรือถ้ากรองอย่างนี้แล้วล่ะก็พอเขาบอกไว้ นี่ก็ขอเกรดยาสีฟัน อะไร ต่างต่า งอ้าว เราก็จะรู้ได้ด้วยปัญญาของเราธรรมดา ธรรมดานี่บอกว่าอันนี้มันก็จะเป็นข้างในนี้จะมีกายทิพย์เป็น หลอดสีฟันดอดยาสีฟันอะไรนะ ทีนี้ก็ลองดูกันซิ บอกกําไรนี่มันจริงหรือเปล่า เปิดออกมาดูเมื่อกี้นี้ ตาทิพย์ก็คํานึงแล้วเพ่งเข้าไปเลยว่าข้างในเป็นรูปหล่อ ยาสีฟ ันนะฮะ ส่วนตาปัญญา ก็บอกว่าเขาบอกไว้แล้วชัดชัดกล่องอย่างงี้ต้องบรรจุยาสีฟันหลอดยาสีฟัน หรือภาษามันก็บอกแล้วว่ากล่องยาสีฟัน เพราะงั้นข้างในนี่มันต้องควรเป็นยาสีฟันสิเปิดออกมาดูสิมันใช่รึเปล่า เอ๊ะ ไม่ใช่ยาสีฟันนิ ตา อาทิตย์ คนนี้ก็เก ตาที่คนนี้ก็เกย์แล้ว ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่ยาสีฟันนี่ มันเข็มหมดมันคลิปอะไรก็ไม่รู้ไม่ใช่ยาสีฟันนิ ้ว คนที่ทาทริปที่นั่งเพ่งเข้าไปเห็นอย่างนั้นเห็นได้นานิเห็นเป็นหล่อยาธิปฟันได้ ที่เห็นเป็นหลอดยาธิปฟันได้เพราะอะไร เพราะจิตของตัวเองไปยึดติดเชื่อมั่นบ้าง โอ้ยในนี้รู้แล้วมีอุปทานมัน ต้องเป็นหลอดยาสีฟัน กล่องอย่างนี้ต้องบรรจุยาสีฟันหรือกล่องอย่างนี้ต้องบรรจุของคล้ายคล้ายอย่างนี้อ่ะ มีอุปาทานมีความยึดติด มีความเข้าใจว่าอย่างนั้นเขาก็สร้างภาพอย่างนั้นขึ้นมา ภาพนั้นเป็นภาพปลอม ภาพนั้นเป็นภาพเจ๊กายทิพย์นั้นที่เกิดในจิตของคนตาทิพย์คนนั้นจึ งเป็นกายจิตเจ๊ เป็นกลายเป็นเกมส์ คนที่ใช้ตาปัญญาก็เหมือนกัน คํานึงคํานวณเอาด้วยปัญญาของตัวเองด้วยเหตุด้วยผลมา อ๋อไอ่ นี่มันควรจะเป็นหลอดยาที่ฟันอยู่ในนี้ แต่พอเวลาเปิดออกมาให้ดูอีกที ไอ้สาธิตเห็นว่ารูปเป็นยอดยาที่ฟันพอเปิดออกมาตามมาสัมผัสกับไอ้นี่ จริงจ ริงของแท้เกิดไม่ใช่ พอมีนามขึ้นมาตามไม่ตรงตามลูกชนิดก็ผิด คนที่มีตาปัญญาคํานึงคํานวณออกมาว่าควรจะเป็นนามธรรมอย่างนี้ ขอเปิดรูปออกมาให้ดูด้วยตา นึกว่าชัดๆเห็นไม่ใช่หล่อยาสีฟันอีกเหมือนกัน แต่กลายเป็นคลิปเป็นอะไรต่ออะไร ต่างๆนี่เรียกว่าความผิดเพี้ยน บิดเบือ นด้วยกาย เนื้อกายนอกมันชักจะออกมาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าใครตาทิพย์ไม่จริง ก็ไม่ชัดเจนและจะไม่จริงด้วย หรือแม้ใครตามปัญญายังไม่จริง ยิ่งจะไม่เกิดแม้กระทั่งอย่าไปพูดถึงตาธรรมเลย ท่านนี้ท่านนี้จะไม่มีแม้กระทั่งตาธรรม ถ้าคนปัญญาอย่างนี้ไม่จริง ก็เรียกว่าไม่ฉลาดที ่จะรู้ ถูกเขาหลอกได้ด้วยเปลือกนอกหรือเปลือกของกาย เนื้อคนสมัยนี้อยู่ด้วยรูปร่างของอย่างเยอะแยะ อยู่ด้วยรูปร่างของสภาวะของก่ายเนื้อหรือเปลือกนอก แต่สภาวะของกายในเป็นเปรตหรือเป็นเดรัจฉาน หรือเป็นอสูรกาย หรือเป็นสัตว์นรกไม่รู้ ถ้าใครไม่มีตาทําแท้ๆหรือไม่ม ีตาทิพย์พอดูได้หรือไม่มีตาปัญญาพอดูได้ จะดูกายในหรือกายทิพย์ของคนผู้นั้นไม่ออก จะเห็นแต่ตาธรรมดา กายเนื้อนี่ไม้คนนี้แต่งตัวภูมิฐานดีจริงแต่งตัวภูมิฐานดีจริง ตาเนื้อเราเห็นเนี่ยเรารู้หรือเปล่า ว่าที่จริงเขาแต่งตัวภูมิฐานคนนี้ไอ้นี่คือนักต้มมนุษย์ เยอะเลยเ ดี๋ยวนี้ไม่รู้ เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดมีกายที่มานั่งเพ่งเล็งอย่างงี้เอามาใช้ในหน้าที่จริงในกองตํารวจนี่ก็ควรจะใช้ กองตํารวจก็ควรจะใช้นั่งเลยคนนี้ สอบศาลนั่งตามที่เคร่งกายในเลย กายทิพย์ไอ้ที่เป็นโจรหรือเป็นคนดี เอามาทําสิ ได้เหมือนกันนะ ได้เหมือนกันนะ แปลว ่าคนผู้นั้นลําบากเหมือนกันแหละ เพราะมันต้องเก่งต้องไม่มีกิเลสตัณหา อย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้ถ้ากิเลสตัณหาอุปทานยึดติดมองไอ้นี่เป็นกล่องยาสีฟันลงไปว่าลูกมันต้องเป็นยาสีฟัน เพราะอีกมีอุปทานนั่งดูนั่งเคร่ง ถ้าใจมันไปประวัตินิดนึง หรือไปผูกมัดหน่อย แน่นอนมันก็จะต ้องเอนเอียงไปทางนั้น เพราะงั้นถ้าคนที่นั่งเส้นอันนี้มีจิตประวัติมีกิเลสนิดนึง ไม่ว่าจะต้องเป็นรูปร่างของหลอดยาที่ฟันนั่งเคร่งเข้าหลอดยาที่ฟันแหงออกมาเห็นเลย มันจะเป็นอย่างงั้นจริงจริงนี่เป็นเรื่องจริง เพราะว่าตัวเองสมมุติขึ้นในใจซะแล้ว สมมติในใจซะแล้ว ดัง นั้นคนที่ชะตาทิพย์จึงต้องเป็นคนที่ไม่มีกิเลสตัณหา จริงๆมันถึงจะเกิดภาพอันนี้ตรงเป๊งไม่มีอะไรเข้ามาบิดเบือน อ้าว ทีนี้นอกจากจะสาธิตอย่างนี้แล้ว ตาปัญญา ถ้ามีตาปัญญาคนที่แต่งตัวโก้แต่งตัวภูมิฐาน เขาใช้ปัญญาของเขา ธรรมดานี่ก็อาจ 3 า รถจะพิจารณาได้ไหมครับ บว กลบคูณหารออกมาเอ้ยคนนี้แต่งตัวคุมฐาน แต่ว่ามีลักษณะหลายๆอย่างนะ อันนี้ไม่ต้องบอกตรงตํารวจมีแล้ว ปัญญาอย่างนี้เค้าสอนกันด้วย กรมตํารวจมีแต่ตาทิพย์ไม่มีที่กรมตํารวจไม่มี สําหรับที่จะมา มองกายทิพย์ของคนแบบนี้นะฮะ เพราะฉะนั้นก็ได้จะใช้ตาปัญญา เอาหมด พิจารณา ดูว่านี่เมื่อกี้ก็แต่งตัวผมแท้จริงจะต้องเป็นคนนักต้มอะไรเนี่ย พอรู้ได้ พอรู้ได้หรือบางทีง่ายๆก็แค่คนนี้ไม่ใช่นายทหาร แต่แต่งร้อยเอกทีเดียวแต่งเครื่องร้อยเอกเดินไปงี้ พอคนที่เป็นทหารจริงๆ หรือว่าคนที่มีปัญญาจริงๆก็รู้ว่าส่วนประกอบต่างๆที่ควรจะเป็นนายร้อยเอ กมันไม่มันไม่เขินๆ เคลิ้มๆมันไม่มีอะไรผิดๆเพี้ยนๆ ติดไอ้นี่ก็ไม่ถูก ส่วนไอ้นี่ก็ไม่เข้าท่อแก๊ป เขาดูมันก็รู้ด้วยปัญญาคํานวณธรรมดา ก็ออกมาไอ้ นี่กายทิพย์ไม่ใช่กายนอกเปลือกนอกเป็นนายทหารร้อยเอกแต่เปลือกในไม่ใช่เลยกายชิดข้างในไม่ใช่เลยก็ 3 ารถรู้ได้เหมือนกันนะ นี่เรียกว่า เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย ตื่นขึ้นมาอีกหน่อย ถ้ายิ่งมันยากที่สุดเลย ยากที่สุดเลย เช่น กล่องกล่องนี้หยิบขึ้นมา มันไม่มีอะไรให้เรารู้เลย มีแต่กล่องเปล่าๆเงี้ย ถ้าเราไม่รู้มาก่อนเลยว่าไอ้นี่คืออะไร ใครจะทายออกไปว่านี่คือกล่องอะไร ให้เดาดูเดี๋ยวเน ี้ย ถ้าใครไม่เคยรู้มาเลย มันกล่องอะไรนี่จะไม่รู้เลย มันนี่กล่องไอ้นี่มันอะไรข้างใน หรอ รู้แต่กาย เนื้อของมัน เอ้ย นี่กล่องสี่เหลี่ยมแดงแดง นะ ถ้าผู้ใดอยากรู้มากกว่านี้ก็นั่งเคร่งหลับตาเพ่งเข้าไปเลย 3 ารถมีจีบเพ่งเข้าไปรู้ดูข้างในถ้าจิตบริสุทธิ์ก็จะเห็นขอ งข้างในจริงๆก็คืออะไรเหมือนกันแต่เมื่อกี้ ถ้าจิตไม่บริสุทธิ์เดาๆมันก็จะเพี้ยนอย่างเมื่อกี้ ส่วนคนที่มีตาปัญญาชักชักแยกเหมือนกันนะ ตอนนี้ต้องคํานวณหนักหน่อย เพราะมันไม่ให้อะไรเป็นพลิกแนวเลยว่ามันจะเป็นกล่องอะไร ไม่มีเลย ไม่มีสัญญาณว่า เอ๊ะ ไอ้นี่มันไม่มี อะไรที่เป็นเครื่องหมายว่ามันจะเออทําให้เราเดาออกว่าไอ้นี่คือกล่องอะไร เพราะฉะนั้นยากขึ้นแล้วยากขึ้นแล้วถ้ายากขึ้นแล้ว กาย เนื้อที่เรียกว่ามันอยู่ในสภาพที่เขาทําอะไรให้เรีย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน