140822 ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง-r043.docx
เนื้อหาในไฟล์
ในที่จะทํานิพพานพวกท่านควบตามแล้วก็พวกพานทานหนึ่งแล้วก็ทานที่ 2 ทุติยฌาน คือหลงในขณะที่ตัวเองยินดีว่าตัวเองทําได้ แหม ฉันทําได้แล้ว ท่านวางได้แล้ว ไอ้สิ่งที่ควรวาง เนี่ย ไอ้ วิตก วิจารณ์ เมื่อกี้เนี่ย วิตก วิจารณ์ ว่าอย่างนี้อย่าไปยึดถือนะ วาง วางได้แล้ว ดีใจ พอวางได้แล้วก็วางจริงจริง ไม่คิดอีกแล้ว เลิกคิด วิตก วิจารณ์ ไม่มี เลิกคิด วางตัวเลิกคิดไป แต่ยังยินดีท่านดีใจ แหม ภาคภูมิใจตัวเองมากมีปีติแรงมีตัวปีติเป็นองค์ธรรม ทุติยฌาน เป็นอย่างนี้มีปีติดีใจ พอแล้วแทนที่ยังมีความสุขแล้วจึงเรียกว่าทิฏฐธรรมนิพพานที่ติดตรงนี้เห็นความสุขอยู่แค่นี้ พวกตติยฌาน ดับความดีใจนี่ลงได้ด้วย ความดีใจ หลงเพลิด โอ่อ่าไปคุยโม้อาตมาจะบอกระดับของท่านคุณอ่านให้ฟัง คุณจะคุณอัดอยู่ได้แค่เนี้ย เนี่ย ปีติบัญญัติเป็นทิฏฐธรรมนิพพานที่ติดอยู่ในทุติยฌานทิฏฐธรรมนิพพานอยู่แค่นี้นี่ของคุณอ่ะ ทีนี้ของคู่ต่อไปดับความโอ่อ่าดับความปีติยินดี เหลือแต่สุขของตัวเองในใจคุณอยู่ไม่โม้เฉยสบายสุขจะดีใจมีความมีรสมีค่ามีรสแห่งความสุขสบาย ประกาศว่าตัวเองเป็นที่กระทำนิพพานที่สุดของตัวเองทำได้แค่นั้นไหม ทำได้แค่มีปัญญาแค่ วิตก วิจารณ์ แค่แยกได้แค่นั้น เอ้ย ระหว่างแค่นี้พอแล้ว นั่นแหละ แล้วก็ได้ตัดสินใจเป็นแบบนี้ สุขสบายอยู่ไม่โอ่อ่าปีติก็ไม่ขี้โอ้แล้ว ไม่ขี้โอ้ ไม่อยากบรรยายไม่อะไรอ่ะ ใครอยากให้บรรยายก็บรรยายอะไร แต่เสพเป็นจุดส่วนตัวของตัวเอง แต่ปีตินี่มันยังโลดแล่นมันอยากจะโชว์มันอยากจะอวดด้วย แต่สุขเฉยเฉยเนี่ยไม่อวดแล้วไม่โชว์ นี่เรียกว่าตติยฌาน อย่าตู่ปรีชาไม่สุขด้วย สุขก็ไม่เสพไม่มีรส ไม่มีค่าวางเฉยนิ่งไปอัตตาเลย บอกว่าจบแล้วของฉัน จบถ้วนรู้นิ่งเฉยอยู่แค่นี้ว่าง แต่แท้จริงจิตตัวเองยังมีอัตตาเต็มตัวยังเสพรสอยู่ พอเสพแล้วก
อ่านต่อ
็บอกเฉยอิ่มแล้วนี่พอแต่เสพ แต่ยังมีเสพอยู่เสมอ จิตมันเอาไปเสพ ไม่ใช่กายเสพจิตมันเสพอยู่เสพอยู่เสมอเรียกว่าจตุตถฌานวางเฉยเสพแล้วไม่ดีใจไม่เสียใจ ไม่มีสุข ไม่มีรส ไม่มีชาติวางสุขด้วยเฮ้ยจบแล้วฉันทําแค่นี้มาใหม่ ฉันเสพอีก พอเสพแล้วก็มาจบอยู่แค่นี้ เดินอยู่อย่างนี้สม่ำเสมอเป็นอย่างนี้นี่เรียกว่าทิฏฐธรรมนิพพานที่เป็นความเห็นที่ยังผิดอยู่ ยังไม่สูงขึ้น เพราะงั้นผู้หลงแค่นี้ทําได้แค่นี้ก็จะวนอยู่แค่นี้รอบสั้นอยู่แค่นี้ ไม่เกิดสูงกว่านี้ ตัวภาวนาจะไม่ช่วยปฏิเวธธรรมให้ทะลุขึ้นไปเรื่อยๆๆๆๆๆ ได้เหมือนกัน เป็นสุขาปฏิปทาทันธาภิญญา เป็นแบบง่ายง่ายแต่ช้าเหลือเกินได้นะ ไม่ใช่ไม่ได้นะปฏิบัติแบบนี้ไม่ใช่ไม่ได้นะ แต่หลายชาติมาหลายกัปหลายกัลป์อย่างที่ว่าถ้าจะเอาไปพระพุทธเจ้าต้อง 80 อสงไขย ช้ามาก เป็นแบบได้เหมือนกันนะแบบนี้ไม่ใช่ไม่ได้เพราะทุกอย่างในโลกนี่ประพฤติอะไรได้ทั้งนั้นแหละ ไม่มีอะไรเสียไม่มีอะไรทิ้งเปล่าแต่มันได้แบบไหน เพราะฉะนั้นแบบนี้จึงเป็นแบบง่ายง่ายนี่ปฏิบัติแบบนี้คล้ายคล้ายไม่ง่ายอ่ะ คนจึงชอบอธิบายแบบนี้ ใครอธิบายทําแบบนี้ คนชอบ แหม ฟังดูก็ดูง่าย และปฏิบัติก็ง่ายด้วยไม่ยากเลย ง่ายมาก มันช้าได้ผลช้ามากจึงเรียกว่าสุขาปฏิปทา ตันธาภิญญาสะดวกง่ายดาย แต่ช้านานเนิ่นนานไม่ดีนะ ไอ้นี่เป็นการประพฤติแบบนี้ ทีนี้การประพฤติแบบนี้แหละ ถ้าใครยังเห็นว่าเราจะยึดถือเอาเอาเลยถูกศรัทธาเข้าแบบนี้แล้วก็ทําได้ จะได้จะได้ช้านานอะไรก็ตามแต่ถ้าท่านศรัทธามั่นไม่เปลี่ยนแปลงเลยไม่เอาปัญญาขึ้นมาพิจารณาเอาแต่ปักศรัทธาดิ่งเข้าไปเลยนะเอาไปเลย พรุ่งนี้ก็จะได้ตามทางนั้นจบจริงจริงเหมือนกันไม่ใช่ไม่จบแต่ช้านานมาก เหมือนพันทิพย์บอกจะไปยุโรปไม่รู้ฉันจะไปซ้ายไปขวา ไม่รู้ฉันอธิษฐานเลยแล้วก็ไปจบเหมือนกันถึงที่เหมือนกัน แต่ไม่มีความรู้ว่าทิศไหนแท้อันไหนควรกว่าเพราะไม่ยกปัญญามาเลยมีแต่ศรัทธาปักดิ่งอย่างเดียวว่าถูกแล้วถูกแล้วถูกแล้วก็เป็นอย่างนี้ เพราะมันยังเป็นทิฐิเป็นนิษฐาทิฏฐิ ในหมวดย่อยข้อที่ติดในหมวดย่อยอีก 5 หมวดในทิฏฐิ 62 ของพระพุทธเจ้าอีก ซึ่งยังไม่ถึง นะ ส่วนผู้อื่นมีอีกเยอะแยะ เอาล่ะ ถ้าพูดไปพวกนี้แล้วประเดี๋ยวจะมาอธิบายทิฏฐิ 62 ซึ่งเป็นของยากมาก พระพุทธเจ้าไม่อธิบายและอาตมาก็ไม่อธิบายเพราะว่ามันเป็นของยากจะอธิบายไปบ้างเท่านั้นเอง อธิบายทิฏฐิ 62 ไม่ใช่อธิบายให้คนธรรมดาฟังต้องอธิบายถึงขั้นสูง เข้าใจจริงจริงจึงจะเป็นเรื่องที่จะบรรยายกันทั้งหมดทั้งมวลได้ เพราะงั้นก็พูดให้ฟังนี่เพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้นเอง