240802-B เจาะลึกการละนิวรณ์5 ตอน2-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ028.txt
เนื้อหาในไฟล์
Japanese การฝึกของวันที่ 2 สิงหาคมซึ่งวันนี้พ่อท่านอธิบายถึงการละนิวรณ์ทั้ง 5 เติมมาศึกษากันไปการศึกษานี่ก็มันก็ศึกษากันทั้งชีวิตนั่นแหละเป็นแต่เพียงว่าเราจะสบายแล้วหรือยังที่จะบอกว่าหมดเขตสิ้นภาระก็ต่อเมื่อเราเองเราไม่มีอะไรทีนี้ก็ศึกษาเป็นปกติผู้ที่จะศึกษานั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรก็ศึกษาได้ผู้ที่ศึกษาได้อย่างสบายพอจบจิตสิ้นภาระแล้วก็ศึกษาก็ศึกษาไปเรียนรู้ไปทีนี้เรียนรู้โดยที่ไม่มีภาระเรียนรู้โดยที่มันก็มีแต่เรื่องว่าจะเรียนก็เรียน ธุรกิจกับอังกฤษกิจที่จะเป็นประโยชน์ท่านส่วนของตนนั้นก็เรียนไปทำอะไรไปเพื่อประโยชน์แก่หมู่แก่กลุ่มด้วยตัวเราเองก็ได้รับส่วนประโยชน์ที่มันควรเป็นผลประโยชน์ที่ดีที่งามอะไรเพิ่มเติมขึ้นไปในส่วนที่สบายก็สบายไม่เป็นทุกข์ไม่เดือดร้อนเรื่องก็เรียนได้ส่วนพื้นที่ยังไม่หมดจิตที่จำเป็นจะต้องศึกษาน่ะสิมันไม่ค่อยอยากศึกษาหรือว่าศึกษาอย่างเป็นทุกข์ส่วนผู้ที่จิตศึกษาแล้วจริงๆไม่ศึกษาก็ได้แล้วแต่ถ้าศึกษาสบายสิ้นภาระแล้วจะศึกษาสบายเพราะท่านรู้ธรรมดาเป็นเรื่องที่ก็มันไม่เบื่อในธรรมมันก็ฟังธรรมไอ้ที่ฟังซ้ำก็จำไปให้ฟังใหม่ก็สวัสดี ก็มีใหม่อะไรต่ออะไรไปเรื่อยๆมันก็สบายๆส่วนผู้ที่เบื่ออยู่เกิดต่อต้านเกิดมันไม่ขยันหมั่นเพียรมันไม่ค่อยอยากจะรับไม่อยากจะเรียนก็จะต้องพากเพียรมันตรงกันข้ามกันอยู่ย้อนแย้งกันอยู่ตัวนั่นแหละจำเป็นจะต้องศึกษาจำเป็นต้องเรียนก็ไม่กลับไม่อยากจะเรียนกลับไม่อยากจะใส่ใจอะไรต่างๆไปมันก็เลยยิ่งไม่เข้าท่าแล้วเราก็เรียนก็ศึกษาไปไม่ได้ประโยชน์ทั้งสองอย่างไม่ว่าจะเป็นผู้สิ้นคิดแล้วทั้งผู้ที่ยังไม่สิ้นคิดก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้นก็การศึกษาก็เพิ่มเติมขึ้นไปนอกจากว่าเป็นการศึกษาที่มันมันก็ถ้าบอกว่าผู้ที่จำการศึกษานั้นได้แล้วต้องไปเรียนกับผู้ที่ก็ สอนหรือว่าอธิบายในเรื่
อ่านต่อ
องเก่าๆอ่ะพูดทีสิสิ้นคิดหรือว่าผู้ที่เรียบร้อยแล้วอะไรต่ออะไรต่างๆก็ฟังไปอธิบายก็เก่าๆอยู่ไม่มีอะไรคลี่คลายก็อาจจะบ่ได้ฟังซ้ำเท่านั้นก็อาจจะต้องมีเวลาอื่นมีกิจอื่นอะไรอาจจะทำก็อาจจะไปทำบ้างก็ได้นะถ้าได้ค้างเนี่ยจะต่อเรื่องเกี่ยวกับนิวรณ์ 5 เมื่อวานนี้ก็ได้ว่านิวรณ์ 5 ไปหมดทีนี้ก็ว่าด้วยเหตุไม่ให้นิวรณ์ 5 เกิดขึ้นเหตุไม่ให้นิวรณ์ 5 เกิดขึ้นเอาแต่ต้นไปดูก็ได้พิสูจน์ทั้งหลายเราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่จะเป็นเหตุให้การฉันทะที่ยังไม่เกิดไม่เกิดขึ้นหรือกามฉันทะที่เกิดขึ้นแล้วอันบุคคลย่อมละได้เหมือนอสุภะจะแก้การแก้อย่างไรต้องแก้ด้วยอสุภะดูกรภิกษุทั้งหลายเมื่อบุคคลใส่ใจอสุภะโดยแยบคายกามฉันทะที่ยังไม่เกิดย่อมไม่เกิดขึ้นและกรรมการที่เกิดขึ้นแล้วอันบุคคลย่อมรักได้นี่ก็บอกชัดๆเป็นแต่เพียงว่าเราจะต้องรู้อะไรคือเอาเฉพาะนิมิตรให้ชัดแจ้งเท่านั้นแหละตามที่มันยังไม่เกิดก็จะเกิดหรือเกิด แล้วก็จะละได้ที่เกิดขึ้นแล้วก็จะไม่เกิดเกิดขึ้นแล้วก็จะจางใครละได้ไปเรื่อยๆเพราะเราใส่ใจโดยแยบคายในอันนี้อสุภะอสุภะในบาลีนี้ก็ตรงตรงตัวอักษรนิมิตตังอัศจรรย์ในนี้ทับศัพท์เลยทีนี้ในความหมายของไทยๆที่เราจะกระจายที่เราจะอธิบายที่ออกมาสู่กันฟังศุภนิมิตรก็ได้อธิบายไปแล้วก็คือสิ่งที่มันสมมุติกันอยู่ในโลกเป็นเครื่องหมายเป็นเครื่องบอกมันจะมีอยู่โดยธรรมชาติก็มีหรือปรุงแต่งเสริมไปอีกก็มีในโลกก็เป็นอย่างนั้นแต่ถึงแม้อะไรมันจะ สวัสดีตามที่มันเป็นตามธรรมชาติดีอย่างสมมุติว่าดอกไม้มันดอกไม้บานออกมาสีก็เปล่งสวยดอกกระบาลสดอะไรแบบนี้แล้วว่าอย่างนั้นมันเป็นศุภนิมิตรแต่มันก็ไม่เที่ยงมันก็จะต้องเหี่ยวต้องโรยต้องเช้าต้องเน่าเปื่อยสลายไปมันไม่เที่ยงต้องพิจารณาจริงๆว่าของเหล่านี้ไม่ใช่ของที่จะไปเสพเอาสุขได้ถ้าเผื่อว่าของเหล่านี้เราจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นอยู่แล้วเราจะต้องพบกับความทุกข์แน่แท้ถ้าเราจะไปติดสุขภัณฑ์นิมิตต่างๆพวกนี้มันไม่เที่ยงมันไม่เป็นของที่จะเป็นไปได้ต้องเพลงเห็นทุกวันนี้มันไม่ใช่ของดีแท้รอมันเปลี่ยนเปลี่ยนบนมันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมันเป็นอยู่อย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นแหละ มันดีแล้วมันก็ลอยแล้วมันก็เหี่ยวเกิดขึ้นกับแกก็เช้าก็เสื่อมชราเปลี่ยนแปลงไปเขาไม่ดีก็กลับมาเป็นเน่าเป็นเหม็นไปอะไรต่างๆนานาเป็นอย่างนี้ทั้งสิ้นเป็นอยู่อย่างนี้ทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องไม่เที่ยงนี่มันพาเป็นทุกข์ถ้าเรายึดไม้เอาอยู่แต่อย่างนั้นอย่างนั้นแล้วก็เป็นทุกข์เพราะฉะนั้นเราอย่าไปยึดหมายเลยดีกว่าเนี่ยเราย่อมไม่ประยุทธ์หมายเอาสิ่งที่เน่าเหม็นเป็นสุขแน่สิ่งที่มันเป็นอสุภะเป็นสุขแน่เพราะฉะนั้นเมื่อมันไม่เป็นสุขเราไปยึดเอาทุกส่วนเราไปยึดเอาสุขส่วนหนึ่งเราก็อยากจะทุกข์ส่วนหนึ่งเพราะถ้าเราไม่ไปยึดเอาสุขส่วนหนึ่งเราจะไม่มีทุกข์อีกส่วนหนึ่งเพราะเราก็ไม่ต้องยึดสุขมันก็ไม่เป็นเป็นทุกข์ไอ้ตัวทุกข์ที่เป็นหลวงพ่อสุขใจต้องได้อย่าง อย่างนี้อย่างนี้เป็นอย่างนี้มีอย่างนี้อะไรก็ได้เป็นยศอุปทานไว้ว่าเราจะพยายามล้าทั้งในความหมายพวกนี้ว่าทุกอย่างมันก็มีอสุภะของมันทั้งสิ้นมันมีสภาพที่จะมีเครื่องบอกเครื่องชี้ให้เรารู้ได้ทั้งนั้นน่ะอะไรก็ต้องเปื่อยผุพังเน่าเหม็นเปลี่ยนแปลงไปทั้งนั้นสังขารธรรมใดสังกัดกระทำใดเป็นไปอย่างนี้ทั้งสิ้นพิจารณาบ่อยๆพิจารณาเสมอเสมอเห็นจริงๆอ่าในส่วนที่บอกพร่องในส่วนที่เสื่อมสลายในส่วนที่ไม่งามในส่วนที่ไม่ดีอสุภะส่วนที่ไม่ดีส่วนที่ไม่งามส่วนที่ไม่มียวนชวนใจอะไรพิจารณาจริงๆแล้วมันมีทั้งสิ้น ไม่มีทั้งสิ้นเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆเสมอๆอยู่อันหนึ่งก็คือของตัวเองเนี่ยเคยถูกผู้หญิงอกหักหักอกไม่ใช่อกหักผู้หญิงหักอกเราแม่เรารู้สึกเจ็บปวดเรารู้สึกทุกข์ทรมานทำอย่างไรจะลืมผู้หญิงคนนี้ได้เราก็พยายามระลึกขายจุดที่บกพร่องจุดที่เสื่อมจุดที่ไม่ดีไม่งามระลึกไปหมดแหละตรวจตราไปหมดเท่าที่มันจะระลึกได้เป็นจริงทั้งรูปร่างหน้าตาเนื้อตัวส่วนบกพร่องส่วนนั้นส่วนนี้ไปจนกิริยาท่าทีไปจนทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมทั้งนิสัยใจคออะไรต่างๆนานา ส่วนใดก็แล้วแต่ทั้งที่เป็นสิ่งที่ประกอบกับชีวิตของเขาส่วนด้อยส่วนด้อยส่วนไม่ดีส่วนที่ไม่ได้เรื่องพิจารณาหาคนให้มากเลยไม่นานเลยน่าเกลียดน่าชังไม่นานเลยจางคลายเลิกไปนี่ได้ทำมาจริงๆในชีวิตยังจำได้ในชีวิตยังจำได้หาสิ่งที่เป็นนี่เองซึ่งเราก็ไม่รู้ตอนนั้นไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไรทำไมเรานึกออกแล้วทำไมเรารู้จักวิธีการก็ไม่รู้มันมีมาแต่ไหนก็ไม่รู้แต่ทำเองทำแล้วก็ได้ผลแล้วก็ยังจำได้เออมันได้ผลน่ะมันแล้วมันก็จำได้ว่าเราเองเราเลิกสิ่งที่จะต้องเป็นกรรมเป็นความรักราคะเป็นอะไรต่ออะไรพวกนี้นี่เราใช้วิธีอย่างนี้ หายเลิกศูนย์ล้างหน้าจุดจางหมดไปเสียงอื่นๆใดๆก็เหมือนกันที่มันจะเป็นสิ่งที่เราเป็นหลงก็เพราะมันหลงว่าเป็นศุภนิมิตดังที่พระพุทธเจ้าจะยืนยันแล้วก็ตามมันจะเกิดได้หรือมันจะงอกงามไพบูลย์ได้เพราะเราไปหลงเป็นศุภนิมิตแต่รู้ว่ามันดีมันงามมันชื่นชูชื่นชมชื่นชวนอะไรต่างๆนานามันเป็นสิ่งสมมุติมันไม่มีจริงหรอกเพราะมันจางคลายมันเลิกแล้วมันไม่มีแล้วเราจะรู้ได้ว่ามันไม่มีใครมีการมีอารมณ์ใครอยากไม่มีอารมณ์ติดพันอะไรอยู่มันไม่มีมันไม่มีได้จริงๆนะมันมีพวกคุณไปหลงแล้วโลกเราก็เอาวิชาหรือไปหลงผิดแล้วก็ไปติดอยู่ในความมีไปสร้างความมีขึ้นมาเขาพาเขาเป็นเขาอะไรก็ตามแต่มันเป็นเรื่องของโลกโลก ณโลกุตระเนี่ยเข้ามาหาตัวไม่มีก็ไม่มีมันก็เป็นของโลกเหมือนกันนะที่จริงแต่ถ้าตัวไม่มีแล้วเราก็ไม่ไปหลงไหลเรารู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงแล้วไม่ต้องไปเพิ่มไปก่อนแล้วมาขึ้นมาเนี่ยมันเป็นความอยู่สงบสบายไม่ต้องไปเต้นไปดีดก็ได้มาไม่ได้มาเป็นกาละเป็นเวลาเป็นครั้งเป็นคราวเป็นนั่นเป็นนี่แหละไม่ต้องไม่ต้องไปสะดุ้งสะเทือนกับมันจะสูญมันจะก่อหรือมันจะมีมันจะพร่องมันจะเสื่อมมันจะมามันจะเป็นอะไรไม่ต้องเลยศูนย์อยู่มีก็ศูนย์ไม่มีก็ศูนย์มันจะมีกระสุนไม่มีก็ศูนย์มันก็เป็นเรื่องปกติสามัญสามัญของโลกุตตระของเราได้มันจะเกิดอย่างนั้นเพราะฉะนั้นนี่มันต้องตรงพระพุทธเจ้าท่านตรัสตรงๆอยู่แล้ว หาสิ่งที่ไม่ดีสภาพไม่ดีไม่ว่าของอะไรไม่วาดรูปไม่ว่ารถไม่ว่ากลิ่นไม่ว่าเสียงไม่ค่อยสัมผัสส่วนใดก็แล้วแต่มันก็อย่างนั้นแหละแล้วเราก็พยายามซับซาบสิ่งไม่ดีถ้าเราไม่ยึดไม่ยึดไม่ติดมันก็ไม่ทุกข์อะไรเราไม่ไปหลงสิ่งที่เป็นสุภัคเราปล่อยวางได้ในศุภะต่างๆแม้แต่สิ่งที่เขาสมมติกันว่าเป็นอสุภะเราก็ต้องมาทำใจให้ไม่เป็นหน่ายไปไหนอีกทีนึงไม่ไปลำบากลำบนใจอะไรไปจางๆว่างๆเพราะฉะนั้นในจิตใจที่สูงสุดนั้นจึงไม่ใช่ทั้งเราไม่ชอบและเราก็ไม่ใช่ทั้งเราไปทำแต่นิมิตราจ้างคลายจากสุพรรณนิมิตมาก่อน แม่นที่สุดเราจะมีกำลังผลักอยู่บ้างก็มันก็ยังดีมันไม่ต้องกอดต้องเกิดนี่มันปรับมันก็ไม่ก่อให้เกิดมันก็หักมาจากกันแต่มันก็เป็นเป็นเหตุแห่งทุกข์อยู่เหมือนกันมันเป็นตัวพาให้ทุกข์อยู่เหมือนกันผลักช้างถ้าแปลว่าใกล้ชิดขึ้นมาสัมผัสเกี่ยวข้องกันขึ้นมาแล้วมันทุกข์มันอึดอัดขัดเคืองแล้วเราก็ต้องปลงใจวางก็มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่ในโลกมันจะสมมุติว่าดีมันจะว่าเรียกว่าไม่ดีอะไรมันจะว่างงานไม่งามอะไรมันก็อยู่ในโลกของมันเราเฉยๆกับมันให้ได้เพราะฉะนั้นฐานเดี๋ยวจะเข้าไปหานิพพานนี้ก็คือฐานเฉยๆฐานอุเบกขาหรือว่าฐานะทุกข์เข้ามาส่งไม่สุขไม่ทุกข์ไม่ดีไม่งามกลางๆมาจริงๆนะเป็นฐานที่สบายอันนี้เราจะลดราคาในเรื่องของการ ก็อธิบายได้ง่ายๆอย่างนี้ในนัยยะคล้ายกันนี้ไม่ว่าจะเป็นเสียงเป็นกลิ่นเป็นรสเป็นสัมผัสดังกล่าวแล้วและเราก็พิจารณาทั้งหมดทุกอย่างที่เราติดเรายึดเราหลงเกิดกลางกับสิ่งใดๆแม้แต่อาหารการกินเราใช้อยู่ทุกวันนี้เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆนานามันไม่ติดแล้วมันก็ไม่มีมันก็ไปได้ง่ายๆไม่ลำบากตำบลอะไรมันจะเอาสวยทิ้งยังไงมาแล้วก็เฉยๆควรใช้ก็ใช้ไม่ควรใช้ก็ไม่ใช้จะเอาไพเราะมายังไงก็เฉยๆอ่าคนใช้ก็ใช้ไม่ควรใช้ก็ไม่ใช่ไม่ต้องธรรมดาธรรมดาก็อ่าน ที่ 7 ต้องพิจารณาจริงๆจากสิ่งสัมผัสเป็นปัจจัยสัมผัสแล้วก็อ่านแล้วก็ปรับปรุงจิตเปลี่ยนจิตพิจารณาไปด้วยและจะเห็นอาการหรือว่าอารมณ์ของจิตของเรามันลดไหมรถจัดการไม่รู้จักอะไรไหมพิจารณาจริงๆมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเสมอแล้วเราก็ทำจริงๆไปนั่งแต่รู้ภาษาที่พูดไปแล้วไม่เข้าใจแล้วภาษาแต่ว่าจริงๆมันเป็นไหมมันจะมีจะเกิดจะเป็นตาหูจมูกลิ้นกายมันก็ผ่านก็พัดสัมผัสอะไรไปแล้วเราก็พยายามกระทำจริงหรือแม้แต่ในใจของเรามันเกิดมันยังมีผีหลอกมันยังมีโน่นนี่อยู่หลอกจนแก่เป็นผีเปรตใหญ่เลยหลอกเราอยู่หนักเราก็เหมือนกันเราก็ต้องเป็นเราต้องตรงๆต้องลดต้องละต้องกระทำในใจทำใจในใจทำให้มันเปลี่ยนสภาพ ทำไมรถลายจางอะไรจะได้ออกไปจริงๆมันจึงจะเป็นสภาพที่ดีเป็นสภาพที่เขาไปหาอนาสวะหรือเป็นสภาพที่เข้าไปหาสภาพที่หมดกิเลสทั้งที่เราหมายมุ่งหมายอันนี้เรื่องการต่อมาด้วยทั้งหลายเราไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่จะเป็นเหตุให้พระยาพยาบาลที่ยังไม่เกิดไม่เกิดขึ้นหรือพยาบาลที่เกิดขึ้นแล้วอันบุคคลย่อมรักเหมือนเมตตาเจโตมีมนุษย์ในเครื่องแก่พยาบาลทั้งหลายดูกรภิกษุทั้งหลายเมื่อบุคคลใส่ใจเมตตาเจโต โดยแยบคายพยาบาทที่ยังไม่เกิดย่อมไม่เกิดขึ้นและพยาบาทที่เกิดขึ้นแล้วอันบุคคลย่อมละได้ก็นิวรณ์อันที่ 2 พยาบาลจะละลายได้ด้วยเมตตาเจโตวิมุตตาเจโตวิมุติพระเมตตาแก่ตนเองเหมือนกันทับศัพท์มาจากในนี้เจโตวิมุตติอ่าโยนิโสมนสิการโลโตเมตตาเจโตไม่หมดเมตตาภิกขเวจบเจโตวิมุตติติงโยนิโสมนสิการโลโตต้องใส่ใจให้แยกขายโยนิโสมนสิการโลโตใส่ใจให้แยกถ่ายกับเจโตวิมุตติ เจโตวิมุติและก็เป็นเมตตาวิมุตตินี้ก็หมายความว่าเรามีเมตตาก็จริงอยู่เราเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเอ็นดูเมตตาเข้าใจในความเป็นจริงและอธิบายเคยอธิบายตัวจิตที่ควรเมตตาและเมตตาคือเราภาษาบาลีเรียกว่าที่จริงไม่ใช่ภาษาบาลีอ่ะหรือเราเข้าใจเข้าไปหาแก่นสารหรือสาระหรือสงสารเมื่อเราเข้าใจไปมองเข้าไปจนกระทั่งถึงแก่นสารสงสารและจิตของเรานี่เห็นเพื่อนเห็นทุกอย่างเป็นเพื่อนเป็นเพื่อนเกิดมาในร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกันมาเป็นเครื่องเป็นเครื่องที่จะเสพสุข หรือว่าจะมาก่ออะไรต่ออะไรขึ้นมาไม่ใช่เราจะต้องเกิดเมตตาเกิดช่วยเหลือเกื้อกูลไม่ใช่ว่าจะเป็นเครื่องที่เราจะมาเข่นฆ่าอาฆาตมุ่งมั่นก่อร้ายอะไรแก่กันไม่ใช่ทำในใจทำในใจจริงๆเลยและเจโตวิมุตินะเมตตาเนี่ยเมตตาแล้วท่านก็มันเป็นคนละคำอยู่ 2 ส่วนมันขยายกันเมตตาด้วยและมีจิตที่เป็นเจโตวิมุตติด้วยใจต่อวิถีก็หมายความว่าหลุดพ้นจากจิตในส่วนที่จะเป็นพยาบาทตัวที่หมายถึงนิวรณ์ตัวนี้แหละให้มันจางเจอไปหมดเลยและแม้ที่สุดจะสอนลงไปอีกว่ามี ตายแล้วเราก็ยังจะสามารถเดินเมตตาในเป็นบทตามหลักตามหลักธรรมของศาสนาคริสต์เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเพราะไปถึงฐานอุเบกขามันก็จะไปหาฐานวิมุตอีกแหละไปหาสถานีรถอีกเหมือนเดิมแต่เราจะต้องมีจิตที่เป็นอาการเป็นอารมณ์หรือเป็นความรู้สึกที่มันเป็นสภาพเมตตาเอ็นดูเกื้อกูลรู้จักสาระของมนุษย์มนุษย์ฆ่ากันไม่ใช่สาระมนุษย์เกื้อกูลกันเป็นสาระมนุษย์ช่วยเหลือโปรไฟล์กันเป็นสาระเพราะฉะนั้นจึงต้องรู้ความจริงว่าคุณเองคุณจะโกรธเขาคุณจะเคืองเขาคุณจะอาฆาตมากได้แล้วเขาไม่ถูกกับคนไม่ใช่คนที่ถูกเรื่องมันจะต้องพิจารณาข้อหาสัจธรรมเราต้องเป็นสาระแก่กันการทำลายล้างไม่ใช่สาระ หาที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นเรื่องสาระเป็นสงสารเป็นสังสาระฟังดีๆเพราะใครก็ตามเขาจะชั่วก็จะเลวหรือแม้แต่เขาจะทำร้ายแก่เราเราทำร้ายตอบก็มีแต่การทำลายกันไปไม่ใช่สาระของมนุษย์น่ะเราศึกษาทางธรรมมาป่านนี้แล้วเรารู้ดีว่าจริยธรรมไม่ใช่มานั่งฆ่าแกงพยาบาทอาฆาตทำร้ายกันลงไปไม่ใช่มีแต่จะทำดีทำความดีให้ถึงพร้อมด้วยขึ้นไปนี้เป็นสาระเป็นสงสารเพราะฉะนั้นในตัวเมตตานี้ก็ไม่มีอะไรแต่เมตตากับพยายามที่จะเห็นเพื่อนเป็นมิตรไมตรีแล้วก็ช่วยเหลือให้เกิดสาระกันแล้วเรียกเป็นภาษาไทยแล้วก็บอกว่าเห็นสงสารหรือให้เกิดสงสาร เราก็ช่วยกันให้เกิดสงสารให้เกิดสาระเพราะฉะนั้นก็ตกต่ำอะไรเขาไม่ดีอะไรเขาจะฆ่าเราแล้วถ้าเราช่วยเขาได้ว่าอย่าเลยให้เขาเลิกจักกรรมเลวนี้ได้นั่นแหละเราทำเขาหาเขาเข้าหาสงสารฟังดีๆนะอย่าเพิ่งเมาฟังให้รู้สาระยังองคุลิมาลนี้จะฆ่าพระพุทธเจ้าวิ่งตามจะฆ่าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็สงสารแม่คนนี้ไม่รู้สาระแห่งชีวิตมะฆ่าแกงคนไม่ถูกเรื่องมามากแล้วจะมาฆ่าแกงพระพุทธเจ้าเนี่ยพระพุทธเจ้าก็จะต้องทำให้องคุลิมาลรู้จักสาระเข้าหาสงสาร เมตตาเกื้อกูลเอ็นดูแต่ไม่ได้โกรธได้เคืองไม่พยาบาทอาฆาตมาดร้ายอะไรถ้าไม่ถามหรอกอย่างนั้นน่ะมันเป็นความเร็วของมนุษย์ท่านยิ่งใหญ่ฉันรู้ดีแล้วท่านก็ไม่ทำจริงๆนอกจากไม่ทำแล้วท่านทำให้เขาเข้าหาสาระได้ด้วยนี้จึงเป็นตัวถึงที่ถึงแก่นสารแท้ถึงตัวจริงแท้ก็ช่วยองคุลิมาลจนกระทั่งไม่ฆ่าพระพุทธเจ้าเปลี่ยนใจเป็นคนมีแก่นสารสาระเป็นคนดีก็ทำดีเลิกการกระทํา อยู่ในสงสารขึ้นมานี่เป็นตัวเมตตาแท้เป็นกรรมกิริยาเพราะฉะนั้นเราจะไปเรียกจิตใจว่าโอ๊ยสงสารเขาแล้วก็มีอาการมีอารมณ์อยากอยากนะอยากแรงๆอยากให้เขาดีเหลือเกินอยากให้เขาได้ดีเหลือเกินถ้าอาการของจิตมันมากๆเลยนะมันก็เป็นทุกข์เหมือนกันนะถ้าเราช่วยเขาไม่ได้ก็เป็นทุกข์แต่แท้จริงแล้วกรรมกิริยาเป็นอย่างไรก็ทำด้วยความเก่งความสามารถช่วยคนเข้าหาสาระอย่าให้เขาตกต่ำอย่าไปฆ่าแกงอย่าไปทำร้ายทำลายกันอย่าไปทำร้ายอะไรอะไรกันช่วยกันแม้จะเป็นทั้งศัตรูถึงปานเช่นนี้เพราะฉะนั้นใครก็ตามจริงๆเขาไม่ได้เป็นศัตรูเราเลยเขาก็เป็นคนดีๆธรรมดาคนนั้นคนนี้ก็ง่ายยิ่งง่ายกว่าด้วยช่วยเขาขึ้นมาให้เขาหาแก่นสารให้เขาเป็นคนดี คนที่ไม่ได้มาทำร้ายอะไรเราหรอกก็ยิ่งต้องช่วยหรือแม้เขาจะมาเป็นเหตุเป็นปัจจัยอะไรที่เราอยู่เราจะต้องพยาบาทเคืองอะไรกันอยู่ก็จะต้องเข้าใจถึงสารธรรมพวกนี้ให้ได้เมตตารับแปลเป็นไทยว่าสงสารไงก็อธิบายเนื้อหาความหมายคำว่าสงสารให้ฟังถึงขั้นประมาทแล้วพอจริงๆก็คือเอ็นดูเกื้อกูลเขาให้ต่างคนต่างร่วมกันจูงกันนำพากันไปสู่ที่เจริญที่ดีมันมีเมตตาแล้วสุดท้ายเราก็เจโตวิมุติทีนี้เราจะมีพลังสูงก็เพราะว่าเรามีวิมุติมีปัญญามีมดมีแต่ต่อไปไม่ได้เป็นตัวที่สุดแห่งความจริงเรามีเจโตวิมุติแล้วเราก็เอาพลังของวิมุตที่เรามีนี่แหละ มันมีวิมุติจริงๆมันมีพลังมันจะสามารถที่จะช่วยคือเมื่อไม่มีมดนี่มันไม่มีพยาบาลเพราะเราจะต้องทำเข้าไปจนจริงๆทำเข้าไปจนกระทั่งเราเป็นกำลังของเราใจโตของเราให้วิมุตจริงๆไม่มีพยาบาทจริงๆเนี่ยมันก็จบเกมกันในเมตตาด้วยใจโตไปหมดพยาบาทหมดไม่ได้เอาไม่เช่นนั้นเหลือเชื้อจะเหลือหยาบหรือกลางอย่างไรหมดหยาบแล้วเหลือกลางเหลือละเอียดอย่างไรอ่าไม่จริงหรอกเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเองเราจะทำซึ่งๆก็รู้ความหมายนี้แล้วใจมันยังไม่ยอมก็ตามเข้าไปเกื้อกูลเขาช่วยเหลือเขาพยายามที่จะให้เขาได้ดีสนับสนุน เสริมเขาแม่ใจมันจะฝืนฝึกเอาฝึกจริงๆคนนี้ครูอาฆาตเราจะทำยังไงระวังยียวนกันมากไปช่วยเดี๋ยวก็จะหาว่าประชดประชันเค้านะเพราะฉะนั้นก็ต้องดูเหลี่ยมดูมุมดีๆเกื้อกูลเขาก็ไปใจดีเข้าไปอะไรๆก็ไปด้วยนั่นแหละเป็นการที่จะนำตนเข้าไปเปลี่ยนแปลงสภาพพยาบาทอาฆาตให้รถจางคลายแท้ๆยิ่งสัมผัสอยู่รู้อยู่อีกเลยแล้วก็จะเป็นสภาพดีเกิดขึ้นจริงใจขึ้นไปเรื่อยๆมันก็จะล้างสิ่งเหล่านี้ได้ความเคยความเสพคุณที่เราจะก่อให้เกิดสภาพพวกนี้เป็นได้ถ้าเราเก่งในการทำใจในใจก็ทำเลยแต่เราไม่เก่งก็บอกแล้วก็ต้องควบคุมกายให้กลายเป็นอย่างนี้มีวาจา วาจาที่จะไปเกื้อกูลเอ็นดูผู้อื่นเข้าไปให้เป็นเมตตาทั้งทางกายกรรมก็เป็นเมตตาซึ่งเราก็คงจะไม่ไม่สงสัยนักว่าเราจะไม่เมตตาเกื้อกูลอุ้มชูช่วยเหลือได้ทางใดๆล่ะมันมีแง่มีเชิงยังไงที่เราจะไปอุ้มชูเกื้อกูลเขาว่ากายกรรมอย่างนี้เป็นเชิงเมตตาสุจริตตัวนี้ก็ดีแล้วจริตที่ดีเป็นจริตที่เป็นเมตตาเกื้อกูลสุจริตวาจาก็เป็นสุจริตเป็นจริตที่เมตตาเกื้อกูลทำเข้าไปบอกแล้วว่าเราเองเราทำกายเราทำวาจานี้มันต้องได้ทำที่ใจด้วยมันอบรมใจด้วยแล้วมันเป็นสภาพใหญ่สภาพที่มีรูปมีแบบมีทรงมากมันแรงมันดึงเราไปได้ต้องทำอย่างนี้แหละจนกว่าจะละเอียดเอาออกขึ้นไปกายก็ทำได้ วิธีก็ทำได้หรือในใจมันยังมีลางๆเลือนๆเล็กๆน้อยๆยังไม่สนิทเรียนก็ถามเข้าไปอีกจอห์นจิตมันหมดไม่เหลือเชื้อแม้แต่พยาบาลเล็กพยาบาลน้อยหรือว่ายังไม่พอใจในส่วนนั้นส่วนนี้มันจะเกิดอาการนี้อะไรเข้ามาต้องมีความแยบคายต้องมีความแยบคายที่รู้ใจในใจแม้กายจะคำว่าจี้กรรมนี่ดูดีแล้วนะนี่ดูท่าทางช่วยเหลือเมตตาเกื้อกูลนะกายก็ว่าทำปากก็หวานจ๋อยเลยแหมเมตตาแต่ใจยังไม่ได้เอ็นดูเมตตาหรอกเป็นหน้าเนื้อใจเสือใจยังมีอาการอารมณ์อะไรพยาบาทอาฆาตเคียดแค้นถ้าได้ที่อย่างโน้นอย่างนี้เมื่อนั้นเมื่อมีอะไรก็ยังจะทำอยู่ไม่ได้งั้นไม่ได้น้ำมัน จับมันตลกไม่จริงแต่ถ้าเราพยายามกระทำไปจริงๆจริงๆแล้วก็ต้องปล่อยใจโน้มใจไปด้วยเสมอเสมอเสมอเสมอให้มันจริงน่ารู้ตัวทั่วพร้อมมีสติสัมปชัญญะปรับปรับจริงๆยิ่งสัมผัสเกี่ยวข้องด้วยจริงๆนี่แหละยิ่งจะยิ่งใหญ่ยิ่งเป็นผลสำเร็จจริงๆเรานึกนึกเอาเราคิดว่าเราทำได้นะไม่เป็นไรแล้วถ้าเราเจอนะเราจะอภัยนะเราจะไม่พยาบาทนะเราจะเข้าไปสนิทสนมกับเขาเข้าไปพูดด้วยเขาไปทำกิริยาเมตตาเกื้อกูลช่วยเหลือนะคิดได้ใครก็มันก็คิดเล่นได้ลิเกแบบนี้เขียนเป็นนิยายได้พอเจอเขาจริงๆแล้วก็มันจะตายจะเป็นน่ะมันไม่ใช่ง่ายๆต้องทำทำจริงๆ ฉะนั้นจึงต้องทำทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมมันก็จะถูกอบรมด้วยเป็นสุจริต 3 ถูกดับๆจริงๆอย่ามานั่งคาดคะเนโดนดาวมานั่งสร้างวิมานได้ๆไม่จริงก็นั่นมันมีโอกาสจริงมันมีเวลาจริงก็ต้องทำให้เกิดเมตตามันจึงจะไปสู่เจโตวิมุตติแล้วก็จะต้องอ่านจิตอ่านใจเมตตาเป็นอาการอย่างนี้นะจิตเราลดจางหายจากพยาบาทเป็นเออเราก็เกื้อกูลได้แม้ยังไม่ดีก็มันก็ยังไม่เหมือนก่อนมันรุนแรงตอนนี้มันลดราคาลงมาจนสุดท้ายมันจืดมันเป็นใจต่อไปหมดต้องแยกขายในการดูจิตพวกนี้จริงๆแล้วต้องทำเพื่อเราจะเห็นความสำคัญของกายกรรมวจีกรรมนี้กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมสุจริต มากขึ้นนักเรียนมาในตำราสูตรที่เอามาเขียนมันเป็นตำราสำคัญมันเป็นหลักการสำคัญของเราเข้าใจกันดีแล้วก็ต้องไม่ใช่เขียนเล่นไม่ใช่ว่าเราเอาขึ้นมานี่เล่นสูตรใดสำคัญเนี่ยผมยกขึ้นมาไว้แล้วพวกเราก็เข้าใจที่ผมเน้นก็เอามาใช้ๆๆผมก็จะใช้ผมก็ใช้บ่อยเพราะบอกมีสิ่งเหล่านี้บางอันอาจจะเป็นสูตรที่ดีๆผมยังไม่เจอนะในพระไตรปิฎกนี้ผมอ่านไม่มากเท่าไหร่แต่ผมอ่านมากๆมีอะไรมากๆมันก็จะเยอะแหละพวกคุณจะเลอะเลอะเลอะเลอะลานๆมันมากนักบางทีมันก็ยุ่งเหมือนกันนะโอ๊ยสุดๆนี้มึงไม่รู้จะเอาสูตรไหนมั่งมันก็จะยุ่งขนาดนี้ก็ไม่ใช่น้อยแล้วก็เอาละไม่เป็นไรถ้าเจออีกก็สูตรพวกนี้หนักแน่นหรือว่ามั่นคงจำแม่นแล้วก็สูตรใหม่มาเติมอีกในอนาคตผมก็ค่อยๆไล่ไปแล้วผมก็ค่อยรู้คนนั้นคนนี้ ผมอ่านเจอเองมั่งคนนั้นคนนี้เลยอ่านแล้วก็เอามาแนะนำผมมาบอกผมบอกว่าเออก็ดีผมก็เอาสูตรนั้นสูตรนี้หลายคนช่วยนะช่วยนำมาหลักการนั้นหลักการดีๆก็เอามามันเป็นทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าให้เอามาประพฤติปฏิบัติให้เอามาใช้แล้วมันเป็นทฤษฎีสัจจะวันที่ศิริสัจจะพยาธิเราทำเป็นสุจริตโดยธรรมสุจริตนี้ด้วยการฝึกปรือเป็นสติปัฏฐานเป็นโพชฌงค์ 7 มีสติปัฏฐานโดยหลักสติปัฏฐานด้วยโพชฌงค์ 7 มีสติมีธรรมวิจัยมีวิริยะแล้วก็อ่านรู้รู้ตัวเสมอตัวพร้อมเสมอว่ามันมีปิติมันดีนะสงบลงไปได้ประสิทธิภาพเป็นสมาธิเสมอสุดท้ายก็ถึงสมาธิถึงอุเบกขาฐานเจโตวิมุติมันก็จะเข้าไปหาอุเบกขาฐานเป็นอุเบกขาโพชฌงค์แล้วก็เข้าไปถามให้สะอาดเกลี้ยงเกลาหมดเกลี้ยงมันไม่ได้ขัดแย้งเลยทฤษฎีของเจ้านี่อธิบายเมื่อใดเมื่อใดก็จะเห็นสอดคล้องลงไปหาตัวจริงลงไปหาตัวพวกนี้มันก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือว่าเราจะทำให้พยาบาทหายไปก็ด้วยการสภาพปรับปรุงปฏิบัติสติปัฏฐานปฏิบัติกดส่งหรือสมาธิมักองค์ 8 อะไรก็ไม่เห็นคะแนนโดยการให้เกิดอาการ อารมณ์ด้วยความหมายว่าเมตตาถึงเจโตวิมุตติแล้วให้แยบคายละเอียดละอออย่าทำเพลินๆพริ้วๆนึกว่าเราแล้วเพราะว่าอ้าวขออภัยกันซะยกเอาดอกไม้ธูปเทียนไปถึงอโหสิกรรมด้วยจะทำได้ทางกายก็ดีวาจาก็ดีมโนก็ดีในล่วงเกินขอให้อภัยยกโทษให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิดทำไปเถอะมันไม่ได้มีแยกขายมันไม่ได้มีการประพฤติปฏิบัติอย่างที่กล่าวนี้นะคนทำอีก 500 เที่ยวมันก็ไม่ได้ฝากกดตรงลงไปหรอกไม่เราก็ตามมันจะทำท่าทีเฉยเฉยแต่มันก็มีบ้างเหมือนกันนะว่าบางทีมันกล้าลงไปทำเนี่ยมันเอาดอกไม้ธูปเทียนไปขออภัยเขานี่บางทีมันก็มันก็มีบางๆแต่ก็เข้าจริงแล้วถ้าไม่แยกขายนะถ้าไม่เห็นถึงจิตในจิตดูดีๆเลยนะว่าเราเจตนาทำด้วยตั้ง เองแต่ไปถูกบังคับทำเพราะว่าเป็นจารีตประเพณีแบบเดียวกันกับศาลตัดสินให้ขอขมายกโทษให้อภัยกันเสียต้องเอาดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาสร้อยขอไปให้ตายใจมันยังบอกว่ามันตัดสินบังคับกลัวทำเพราะมันบังคับว่ามันก็เลวๆแต่โลกมันก็ทำได้แค่นั้นแหละแต่ทางธรรมของเราเนี่ยพระพุทธเจ้าตรัสไว้นี่ลึกซึ้งและทำให้จริงแล้วมันก็สบายที่เราต้องเห็นในธรรมอย่างมากว่าถ้าเราปลดลงสิ่งเหล่านี้ลงไปได้ไม่มีอาฆาตมาดร้ายพยาบาทอะไรพวกนี้นี่มันสบายนี่ต้องไปสมัครที่ยิ่งพอใจในนี้ขณะที่เรารู้ว่าจริงนะเราหมดแล้วเนี่ยมันจะสบายขนาดนั้นยังเป็นๆอยู่บ้างเลยใครมีไหมล่ะแต่ผมในชีวิตนี้ผม อยู่อย่างผมไม่เคยอาฆาตใครในชีวิตไม่เคยเป็นพยาบาทอาฆาตใครเลยในชีวิตจำได้หรือไม่เคยไม่เคยไปเอาค่าพยาบาลใครจะไปคิดทำร้ายแรงเข้าไปคิดแต่อย่างแย่งชิงอะไรอะไรกันนี่นาแย่งชิงมีบ้างอย่างแย่งชิงขนาดแย่งชิงผู้หญิงผู้หญิงคนนี้ก็แย่งชิงก็เราจะเอาชนะเขาอย่างนู้นอย่างนี้แต่จะไปทำร้ายเขาอย่างนู้นอย่างนี้จะไปอาฆาตแรงยังว่าอย่างนี้จะทำให้เขาเสื่อมต่ำล้มเหลวลงไปอย่างนู้นอย่างนี้อะไรต่างๆนานาไม่เคยไม่เคยต่อสู้กันด้วยวิธีนี้ต่อสู้กันด้วยวิธีว่าเราต้องแน่กว่าเราต้องเด่นกว่าตรงเนื้อกว่าต้องเก่งกว่าแบบนี้ชิงครับเราต้องแลกกับเขาไอ้แต่เขาจะเลวลงเราไปทำยังไงเราจะ พาไปแกงไปหาไปกัดแล้วทำก็ไม่ได้ไม่เคยคิดในแง่นี้เลยแม้แต่แข่งขันอย่างผู้หญิงกันอย่างเงี้ยมีแต่วิธีนี้เคยทำมาเนี่ยไม่เคยไปอากาศไม่เคยพยาบาทอะไรอะไรใครทั้งนั้นก็เลยไม่ค่อยได้ล้างไม่ค่อยได้อะไรเพราะมันไม่มีจะล้างไม่ต้องไปล้างเป็นเรื่องอะไรแต่ใครมีบ้างอ่ะใครเคยบ้างอาฆาตก็แค่ไม่ให้คนนี้น่าจะแก้แค้นอยากจะเข้าไปชกไปต่อยไปตีไปทำร้ายทำลายไม่เผาบ้านมันซะเหลืออะไรต่างๆนานาก็แล้วแต่นะเดี๋ยวกูทุกอย่างใครเคยมีใครเคยก็จะต้องลองๆดูมาปฏิบัติแล้วเดี๋ยวนี้มันเป็นยังไงลดละทำจริงๆถ้ามันมีจริงก็ต้องลดหรือเมตตาทำให้มันมีหมดลงไปอันนี้ก็อธิบายไม่มากนัก นักอธิบายแต่ก็คิดว่ามันคงไม่ซับซ้อนหรือไม่ยุ่งยากที่จะไม่เข้าใจต่อมาก็เรื่องของผีนั้นที่จะพบกันนานหน่อยดูการรับสู่ทั้งหลายเราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่จะเป็นเหตุให้ผีนะมีธาตุที่ยังไม่เกิดไม่เกิดขึ้นที่หน้ามีตาที่ยังไม่เกิดไม่เกิดขึ้นหรือสีนั้นมีธาตุที่เกิดขึ้นแล้วอันบุคคลย่อมละได้เหมือนความริเริ่มความพากเพียรความ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive