590409 สรุปงานปลุกเสก#๔๐ (ข่าวอโศก).docx
เนื้อหาในไฟล์
590409 สรุปงานปลุกเสก#๔๐ (ข่าวอโศก) งานปลุกเสก “พระแท้”ๆ ของพุทธ ครั้งที่ ๔๐ ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓ - ๙ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ พุทธสถานราชธานีอโศก ต . บุ่งไหม อ . วารินชำราบ จ . อุบลราชธานี เป้าหมายของงานปลุกเสกฯ คือ การสร้างพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ให้เกิดขึ้นภายในตัว “คน” อันเป็นกิจที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพากระทำมาก่อน ภายในงานนี้จึงจะไม่มีพิธีการอันงมงายที่เป็นเดรัจฉานวิชา โดยเอาอิฐ หิน ดิน ปูน โลหะ และวัตถุอัปมงคลต่างๆเข้ามาปลุกเสกอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการหลอกลวง และไม่ตรงตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การปลุกเสก “พระแท้ๆ” ของพุทธ ก็คือ การทำคนให้เป็นพระ หรือผู้ประเสริฐในแบบพุทธ อย่างต่ำก็เป็นพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี สูงสุดเป็นพระอรหันต์ ดังเช่นที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรง “พุทธาภิเษกหรือปลุกเสก” คนอื่นๆต่อมา จนเป็นอาริยสาวกสืบต่อศาสนาให้ยั่งยืนสืบต่อไป ซึ่งในงานนี้มีท่านสมณะ และท่านสิกขมาตุ ที่เป็นเกจิอาจารย์ ผู้ช่วยแนะนำแนวทางในการดำเนินชีวิตสู่ความเป็นอาริยะ เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาร่วมปฏิบัติธรรมในงานได้เข้าพบสนทนาธรรม ซักถามปัญหา เพื่อเพิ่มสัมมาทิฏฐิและทำความเข้าใจในหมวดธรรมต่างๆเพิ่มยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าอบรมในงานปลุกเสกฯจะต้องมาฝึกถือศีล ๘ รับประทานอาหารมังสวิรัติวันละ ๑ มื้อ และไม่สวมรองเท้า เพื่อเป็นการฝึกบำเพ็ญสร้างวินัยให้กับตัวเองอย่างเคร่งครัด เป็นการอบรมธรรมะเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณ มีทั้งปริยัติและปฏิบัติ มีคำสอนคำอธิบาย และวิธีการที่จะสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ได้ขัดเกลาบำเพ็ญตน ให้รู้จักการกินอยู่หลับนอนตามกรรมฐานของชีวิต ในวันแรกของงาน พ่อครูสมณะโพธิรักษ์จะนำการปฏิญาณตน ให้เหล่าชาวพุทธตั้งใจถืออุโบสถศีล ๘ ตลอดระยะเวลาทั้ง ๗ ว
อ่านต่อ
ันของงาน เพื่อให้ศีลเป็นเกราะคุ้มกันจิตวิญญาณในการพากเพียรปฏิบัติธรรมให้เกิดผลจริง ตามหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า “ ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งจิตปฏิญาณ ในงานปลุกเสกพระแท้ๆ ของพุทธนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าทั้งหลาย จะขอบำเพ็ญธรรม ประพฤติตน อยู่ในศีล ๘ อันได้แก่ ... ... ศีลทั้งหลายเหล่านี้ หากข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ตั้งใจประพฤติ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่ได้ผล ถ้าหากข้าพเจ้าทั้งหลายตั้งใจประพฤติ ก็ย่อมได้ ตามธรรมสมควรแก่ธรรม ดังนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายจักตั้งใจศึกษาฝึกฝน พากเพียรบำเพ็ญ ตามที่หมู่คณะ ได้นำพา ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันด้วยดี ให้สุดความสามารถ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งใจ ปฏิญาณไว้ ณ โอกาสนี้ ตามนี้ ” ในงานปลุกเสกพระแท้ๆ ของพุทธ มีกิจกรรมหลากหลายอย่างตามวิถีชีวิตในชุมชนบุญนิยม ในการฝึกฝนศีล ๘ คือดำเนินชีวิตตื่นแต่เช้าตรู่ สวดมนต์ทำวัตรเช้า ฟังการแสดงธรรมของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๓ . ๓๐ - ๐๖ . ๓๐ น . เรื่อง เพชรพุทธสุดยอดศิลป์ หลังจากนั้น ทำบุญตักบาตร และมีการประชุม ตลาดอาริยะ ประชุมการก่อตั้งอุดมศึกษา ประชุมเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษและประชุมพาณิชย์บุญนิยม ตั้งแต่วันที่ ๓ - ๖ เม . ย . ฟังการแสดงธรรมก่อนฉัน เวลา ๐๙ . ๐๐ - ๑๐ . ๐๐ น . โดยท่านสมณะสลับกันมาให้สัมมาฏิฐิ รวมถึง มีรายการสัมภาษณ์พิเศษคุณลุงจำลอง โดยอ . รัศมี กฤษณมิษอีกด้วย หลังรับประทานอาหาร ช่วงบ่ายไปปฏิบัติฐานงานเตรียมงานปีใหม่ตลาดอาริยะ บูรณาการ “ศีลเต็ม เข้มงาน สืบสานวิชชา” สำหรับบ่ายวันที่ ๗ เม . ย . มีรายการ“ศิลปะโลกุตระ ( ภาค๒ )” และบ่ายวันที่ ๘ เม . ย . สอบ ว . บบบ ( วิชชารามบรรดาบัณฑิตบุญนิยม ) และภาคค่ำ ฟังการสัมภาษณ์ปฏิบัติกรรายการ “บุญญาวุธหมายเลข ๒” รายการ“หน่อเนื้อเชื้อพุทธ” รายการ“กลับคืนสู่ชมพูทวีป” รายการ“พลังศรัทธา” รายการ “ตอบปัญหาเพชรพุทธสุดยอดศิลป์ ( ๑ )” และคืนวันที่ ๘ ได้ฟังข้อคิดดีๆ จากสมณะ สิกขมาตุในรายการ “๒ นาทีทองของเกจิฯ” ปีนี้มีผู้มาลงทะเบียนร่วมงานทั้งสิ้น ๙๗๙ คน สำหรับเช้าวันที่ ๘ เม . ย . ๒๕๕๙ มีพิธีรับเข็มพระธรรม จากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ โดยปีนี้มีผู้รับเข็มพระธรรมเข็ม ๓ เข็ม ๒ และเข็ม ๑ ทั้งสิ้น ๒๑๕ คน สัมภาษณ์ สมณะเดินดิน ติกขวีโร กล่าวว่าเป้าหมายของงานปลุกเสกพระแท้ๆ ของพุทธคือสร้างความเป็นพระแท้ๆ ของพุทธให้เกิดขึ้นมา พระแท้ๆ ก็หมายเอาการทำคนให้มีคุณธรรม ซึ่งทุกวันนี้ไปเข้าใจผิดว่า การไปสร้างพระแท้ๆ ก็คือไปปลุกเสก อิฐ หิน ดิน ปูน สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถเป็นพระแท้ๆ ได้ ทำให้ศาสนาพุทธกลายเป็นพุทธพาณิชย์ไป การสร้างคนให้มีคุณธรรมศีลธรรมจึงมีความจำเป็นและต้องการในโลกยุคนี้มาก เพราะปัญหาโลกปัญหาสังคมเกิดจากคนไม่มีคุณธรรมศีลธรรม เราจึงยืนหยัดยืนยันที่จะทำสิ่งนี้เพื่อสร้างคุณธรรมศีลธรรมให้เกิดขึ้นกับ คนที่ยังมีจิตวิญญาณและยังมีชีวิตอยู่ และนัยะการปฏิญาณตนงานปลุกเสกฯ ว่าเหมือนกับการรับศีลของพุทธศาสนิกชน แต่งานปลุกเสกพระฯ ก็จะเน้นเรื่องศีล ๘ การปฏิญาณตนก็เพื่อที่จะยึดถือหรือปฏิญาณศีล ๘ ในช่วงเวลา ๗ วัน เนื้อหาของศีลแต่ละข้อ ญาติธรรมก็จะได้ตั้งใจปฏิบัติตัวเองให้เคร่งครัดในศีลแต่ละข้อ เราสมาทานตั้งใจที่จะปฏิบัติให้ได้ แม้วันหนึ่งคืนหนึ่งก็เป็นการดำเนินตามรอยพระอรหันต์ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ศีล ๘ หรืออุโบสถศีล จะเป็นศีลที่มีความเจริญมาก รุ่งเรืองมากทำให้ศาสนามีความแพร่หลายมาก และเราก็ตั้งใจจัดมา ๔๐ ปีแล้ว เพื่อที่จะทำให้ศาสนาของเรามีความเจริญรุ่งเรืองแพร่หลายๆ ต่อๆ ไป งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธที่ชาวอโศกจัดขึ้น ไม่ใช่พิธีกรรมอันงมงาย หากแต่เป็นงานเรียบง่ายอย่างที่สุด ที่พุทธศาสนิกชนช่วยกัน “ ปลุก” คือ การทำตนให้มีสติ สัมปชัญญะ และปัญญาที่ตื่นจากความหลงผิด “ เสก” คือให้การศึกษาจนเจริญเป็นอาริยบุคคล จนที่สุดแล้วก็ไม่ต้องเสกอีก ไม่ต้องศึกษาอีกแล้ว เพราะเข้าถึงพระอาริยะในแบบพุทธ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ตามธรรมวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมณะบินบน ถิรจิตโต ทำไมชาวอโศกจึงต้องจัดงานพุทธาภิเษกหรือปลุกเสกขึ้นมา ซึ่งแตกต่างจากที่โลกๆเขาทำกัน และอะไรคือหัวใจหรือเป้าหมายสำคัญของงานปลุกเสกที่แท้จริง ว่า แบบพระพุทธเจ้าที่พาทำกันอยู่ก็คือ การแสดงธรรมให้สัมมาทิฏฐิจนผู้นั้นได้ความรู้ เอาไปปฏิบัติจนเกิดเป็นพุทธะในจิตใจของตน พุทธะ ก็คือเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานจากกิเลสทั้งหลาย มาสละกิเลสได้ ถ้าผู้ใดมีลักษณะเช่นนี้ก็แสดงว่าเราได้สัมมาทิฏฐิเอาไปประพฤติปฏิบัติ เหมือนกับปัญจวัคคีย์ได้รับการประจุพุทธคุณ หรือการปลุกเสกจากพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ แล้วท่านก็นั่งฟังเทศน์จนกระทั่งเกิดการบรรลุธรรม ถ้าคนมีพื้นฐานอยู่แล้วได้ฟังเทศน์ก็จะเข้าใจทั่นที เหมือนว่าท่านเทศน์ถึงศีล ๕ พอเข้าใจปั๊บ เราก็พอมีอยู่นะแต่เรายังไม่ชัดเจน พอฟังแล้วเกิดความเข้าใจเกิดศรัทธาศีลเต็มรอบ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มีศีล ๕ ตลอดไป ก็แสดงว่า พุทธคุณได้รับการบรรจุในจิตวิญญาณแล้ว หรือเราได้รับการปลุกเสกเป็นพระแล้ว
ผู้มาร่วมงานนี้ต้องถือศีล ๘ กินข้าวมื้อเดียว ไม่ใส่รองเท้าประพฤติพรหมจรรย์ ถ้าเราทำได้ แม้วินาทีหนึ่งก็ถือว่าเข้าถึงความเป็นพระ แต่ต้องดูก่อนว่า เข้าถึงเพียงแค่รูปแบบหรือเปล่าในสิ่งที่เราประพฤติปฏิบัติ อย่างเช่นเราถือศีล ๘ เราไปอยู่ในกรอบของศีล ๘ นั่นก็ถือว่าเป็นพระโดยสมมุติ เรียกว่าสมมุติสงฆ์ ถ้าจะให้เข้าถึงความเป็นสงฆ์ หรือว่าได้รับการปลุกเสกเป็นพระที่แท้จริงความเห็นแก่ตัวของตนต้องลดลง ถือศีลและเห็นความเห็นแก่ตัวของตนเองลดลงไปเราได้เข้าถึงความเป็นพระแท้ๆ แล้ว ถ้าลดลงไปนิดหนึ่งก็เป็นพระนิดหนึ่ง ถ้าลดลงไปมากก็มีความเป็นพระแท้ๆ มากขึ้น จนกระทั่งไม่เห็นแก่ตัวเลยนั่นเป็นพระอรหันต์ เราอาจจะมีความไม่เห็นแก่ตัวในบางขณะ ขณะนั้นก็มีความเป็นพระอรหันต์ได้ สามารถสะสมเก็บหน่วยกิต ตรงนี้รักษาความเป็นพระแท้ๆ ให้ได้อย่างต่อเนื่องเราจะเข้าถึงเป้าหมายของงานปลุกเสกพระแท้ๆ ของพุทธ การปลุกเสกคนเพื่อให้เข้าถึงความเป็นพระแท้ๆของพุทธ ที่ชาวอโศกได้จัดอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน จนถึงครั้งที่ ๔๐ แล้วนั้น ก็ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญในการทำความถูกต้องให้กลับมาสู่เนื้อแท้ ของพุทธ เพื่อเดินตามรอยพระบรมศาสดา โดยการปลุกเสกคน จากปุถุชน ผู้หนาไปด้วยกิเลสตัณหา เลื่อนขึ้นสู่อาริยชน ผู้พากเพียร ลดละกิเลส จนเบาบาง นำพาชาวพุทธบางส่วน สามารถพึ่งพากรรมดีในตน จนเป็นที่พึ่งแก่สังคมได้ .