630817_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 4.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์27 KB
วันที่แก้ไข12 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

630817_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 4

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1OYvmYGwMv6zGUedT2U7RUuMtcPUPP7dpUkkV4ESZiYA/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1rUkzgA_LWrqMyDj7kbx4MyRQ-K1ex30j/view?usp=sharing

ยูทูปที่ https://youtu.be/aDJJCaRlXfg

สู่แดนธรรม...วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้มีผู้ชมจากทางบ้านจากหลายประเทศมาเข้ารายการด้วย พ่อครูว่า…SMS วันที่ 16 ส.ค. 2563 _Revolution TH : กูเข้ามาดูผิดช่อง มีแต่พระที่ปล่อยวางไม่ได้ วิจารณ์มั่วๆ ไม่ได้จรรโลงจิตใจเลย. พ่อครูว่า…ก็ขออภัย แต่อาตมายืนยันว่า ไม่ได้มั่ว _Thinger Thinger : หยุดหากินกับคำว่าประชาธิปไตยได้แล้ว ถ้าจะอยู่ฝ่ายอำนาจนิยมก็อยู่ไป การเอาหลักการประชาธิปไตยไปบิดเบือนมั่วซั่วนอกจากจะทำให้สาวกหลงผิดในหลักการแล้ว ระยะยาวก็คือศรัทธาของอโศกที่จะเสื่อมลง ยกเว้นข้อ9 ที่เหลือถือว่าอยู่สอดคล้องกับคุณสมบัติที่ดีของนักการเมืองหรือข้าราชการทั่วไป พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้หากินกับประชาธิปไตย อาตมาทำตนเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยแล้วมั่นใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร อาตมาทำประชาธิปไตยแนวเดียวกับพระพุทธเจ้า เป็นประชาธิปไตยที่มีกระบวนการองค์ประกอบผลลัพธ์ตามที่พระพุทธเจ้าพาเป็น ตั้งแต่บัดโน้นจนถึงปัจจุบันนี้ อาตมาก็ทำตรงตามที่พระพุทธเจ้าท่านพาเป็นทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจะบอกว่าหากิน อาตมาไม่เคยอาศัยประชาธิปไตยหากิน ในชีวิตพฤติกรรมจิตวิญญาณอาตมาไม่ได้มี ฝ่ายอำนาจนิยม เขาคงคิดว่าเราไปเชียร์นายกตู่ เชียร์รัฐบาลในปัจจุบันนี้ ก็เลยหาว่าเป็นฝ่ายอำนาจนิยม ปัจจุบันพลเอกประยุทธ์เป็นฝ่ายอำนาจนิยมเผด็จการทหารอะไรอย่างที่ค

อ่านต่อ

ุณเข้าใจ อาตมาก็อธิบายอยู่ พยายามอ้างอิงหลักฐานต่างๆนานาในที่สุดว่า พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ทำการปฏิวัติ เป็นแต่เพียงมารับลูกต่อจากประชาชน อันนี้คือสภาวะจริง แต่พฤติการณ์บัญญัติมันเหมือนว่า พลเอกประยุทธ์บอกว่าผมขอยึดอำนาจ เป็นแค่เพียงบัญญัติ มันรวม เป็นสิริมหามายา คำว่าผมขอยึดอำนาจนี้เป็นภาษาสิริมหามายา เป็นภาษาที่ทำให้เกิดสิทธัตถะ ทำให้เกิดสิ่งที่จริงที่สุด เนื้อแท้ที่สุด แต่คนเข้าใจสิริมหามายานี้ไม่ได้ เพราะว่ายังไม่พ้นจากกรอบของมายา ไม่หลุดจากกรอบของมายาจึงเป็นสิริมหามายาไม่ได้ ก็มีแต่พวกคุณไม่เข้าใจประชาธิปไตย เอาเถอะ ก็ดูกันไปก็แล้วกัน อาตมาก็ไม่บอกว่า อโศกจะแข็งแรงหรือยังยืนอย่างไร อาตมาตั้งใจจะอยู่อีกนานไป 151 ปี คุณก็อยู่ดูก็แล้วกัน ข้อ 9 นักการเมืองคือผู้มีอิสระอย่างแท้จริง ไม่เป็นทาสโลกธรรม นักการเมืองต้องเป็นอริยบุคคลต้องเป็นพระอรหันต์ แสดงว่า เขายอมรับข้ออื่น แต่ละคนมีสิทธิ์จะเข้าใจอย่างไรก็ได้ พิสูจน์สัจจะไป

_สติพล จนพัฒนา : คิดไม่ดีเพียงนิด..ก้อเป็นมโนทุจริตแล้ว!!. พ่อครูว่า…ใช่ ทั้งทางกายวาจาใจเป็นกรรมทั้งนั้น

อุปัชฌาย์มิใช้ผู้สำเร็จการบวชให้ _คอยใคร : กราบเคารพพ่อครูครับ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมเห็นมีคำถามเกี่ยวกับคำว่า อุปัชฌาย์ ผมจึงนึกในใจเล่นๆว่า ถ้าผมมาศึกษาธรรมอยู่ที่บ้านราชแบบธรรมะเจาะลึก และทำตามกฎกติกาของการเตรียมตัวบวชเป็นสมณะจนได้รับความเห็นชอบว่าให้บวชเป็นสมณะได้ คำถามคือว่าผมจะเลือก อุปัชฌาย์ เองได้หรือไม่ครับ ถ้าเลือกได้ผมจะขอเลือกท่านอุปัชฌาย์เดินดินเป็นผู้บวชให้ผมครับ เพราะท่านเดินดินได้ตั้งชื่อใหม่ให้ผมว่า คอยใคร ฉะนั้นถ้าผมจะเป็นคนใหม่ผมจึงอยากให้ท่านเดินดินเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตใหม่ผมครับ ส่วนพ่อครูก็คืออาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แก่ผมครับ และท่านดินไทก็ยังเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาจากโลกียะสู่โลกุตระครับ กราบขอบพระคุณพ่อครูเป็นอย่างสูงครับ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งอาทิตย์ครับ พ่อครูว่า…ขอให้ความรู้ คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าพระอุปัชฌาย์คือผู้สำเร็จการบวช คืออุปัชฌาย์ให้ใครบวชก็สำเร็จได้เลยมันไม่ใช่ อุปัชฌาย์ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นผู้สำเร็จการเป็นองค์พระ อุปัชฌาย์ไม่สามารถทำให้ใครเป็นพระได้ ผู้จะเป็นองค์พระให้พระภิกษุได้ก็คือ หมู่สงฆ์รับเข้าหมู่ ไม่ใช่อุปัชฌาย์จะเอาคนนี้มาเข้าเป็นพระ ทำเหมือนกับพระพุทธเจ้าไม่ได้ อุปัชฌาย์ไม่มีสิทธิ์เหมือนกับพระพุทธเจ้า เป็นไม่ได้ ต้องให้องค์สงฆ์เป็นใหญ่ องค์สงฆ์รับเข้าหมู่ อุปัชฌาย์มีหน้าที่อบรมสั่งสอนช่วยเหลือ สัทธิวิหาริก ผู้นำบวช มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลแต่ไม่มีหน้าที่สั่งการให้เป็นภิกษุเป็นสงฆ์ นี่แหละคือความเข้าใจผิดของศาสนาพุทธทุกวันนี้นึกว่าอุปัชฌาย์เป็นใหญ่ นอกนั้นเป็นพระอันดับ สวดไป มันเป็นการทำจารีตประเพณีเฉยๆ สีลัพพตุปาทาน ทุกอย่างเหมือนแผ่นป้ายแผ่นกระดาษ ยูนิฟอร์มเฉยๆ นัตถิ 5 อามะ 8 เฉยๆ ก็ไม่ใช่ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่สัมมา มันวิบัติ คำพูดก็วิบัติ ไม่เป็นสมบัติ เป็นวิบัติ ก็เลยเป็นองค์สงฆ์ที่ไม่เต็มสงฆ์ เพราะเข้าใจไม่ถูกตามธรรม เช่นถามว่า คุณเป็นนาคใช่ไหม ก็ตอบ นัตถิภันเต แต่เขาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ถามว่าคุณยังรับเงินเดือนอยู่หรือเปล่า ก็ตอบเปล่าครับ ทั้งๆที่ก็รับเงินเดือนอยู่ครับ นิตยภัตอยู่ อย่างนี้เป็นการโกหก วิบัติไม่สำเร็จด้วยองค์สงฆ์ ทำไปตามจารีตประเพณีไม่รู้เรื่อง ทำไปทางขีดถูกขีดผิดเฉยๆ นัตถิ 5 อามะ 8 แค่ขีดถูก ก็ได้บวชเป็นพระได้แล้ว มันเป็นการกระทำที่ไม่ถูกไม่มีสติสัมปชัญญะไม่มีปัญญา ที่พูดนี่ไม่ได้ไปดูถูกดูแคลนหรือกล่าวโทษใครแต่พูดอย่างวิชาการ พูดอย่างเป็นสัจจะให้กันฟังมันเป็นเช่นนั้น

อยู่กับเพื่อนอย่างไรให้เข้าใจกัน _ชนิฉัตร : การอยู่มันยากนะคะ กับเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน จะมีสักกี่คนที่เข้าใจเราจริงๆไหมคะ เอาง่ายๆคนที่เข้าใจตัวเรา จริงๆแล้วอาจจะไม่มีเลยก็ได้ ขนาดตัวเราบางทียังไม่เข้าใจตัวเองเลย ถ้าเป็นไปได้ ถ้าคนที่ควรคุยกันมีอะไรก็คุยกันพยายามพยุงกันไปให้ถึง ม.6 แม้ว่าจะมีคนออกไปบ้าง อย่างน้อยก็ยังมีช่วงเวลาดีๆซึ่งกันและกัน มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะคะ พ่อครูว่า...หนูคนนี้พยายามทำให้เกิดสิ่งดีขึ้น อาตมาก็อ่านตามที่เขียนมา ก็พอจะเข้าใจดีอยู่ แต่ว่า สื่อเป็นภาษาออกมามันตะกุกตะกักหน่อย สรุปคืออาตมาว่าเข้าใจดีแล้วล่ะพยายามต่อไปเถอะอย่างที่หนูเข้าใจนี่แหละ มันยังไม่สมบูรณ์ มันยังไม่เรียบร้อย ติดติดขัดขัด ทำไปแล้วเราจะรู้ ความเห็นต่างกันมากก็อยู่ด้วยกันได้ ความเห็นต่างกันน้อยก็อยู่ด้วยกันได้ มันอยู่ที่เรา เรารู้จักอนุโลมเราจะไปติดใจมากหรือว่าคนนี้ต่างจากเราก็ไม่เป็นเพื่อนกันเลยคบกันไม่ได้ อย่าคิดอย่างนั้นแม้จะต่างกันกับเราคนละขั้วตรงกันข้ามกันเลยก็อยู่ด้วยกันได้เขาคิดอย่างนั้นเขายึดถืออย่างนั้นก็ต่างกัน นานาสังวาสไป เขาต่างแล้วก็เข้าใจเขา เพราะเขาต้องยึดตามที่เขาว่าถูกต้อง ส่วนเราก็ทำตามของเราไป ต่างคนต่างทำ ก็อยู่รวมกันไม่ต้องทะเลาะกันเพราะเขาเห็นว่าอย่างนั้นมันถูก เขาถืออย่างนั้นจริงๆ เขาเชื่อมั่นว่าดี เราไม่ต้องไปบอกว่าเขายึดชั่วว่าชั่ว เรายึดดีว่าดี ไม่ต้องไปพูดอย่างนั้นก็ได้ เขาก็ต้องยึดของเขาว่าของเขาดี เราก็ต้องคิดของเราว่าของดี แต่มันก็ต้องต่างคนละขั้ว แต่เราก็ต้องเข้าใจเขาเห็นใจเขาว่าเขายังเข้าใจอย่างนั้นเชื่ออย่างนั้นอยู่ เราบังคับกันไม่ได้ ห้ามกันไม่ได้ แต่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ ต่างคนต่างยึดถือของแต่ละคน พระพุทธเจ้าท่านใช้คำสรุปตรงนี้ว่า ความเห็นของเธอกับความเห็นของเรา มันคนละอย่าง ก็จบ อย่างนี้เป็นต้น

_หมอเขียว จากดอยแพงค่า...ขอความเห็นพ่อครู ตอนนี้เขามีการชุมนุมปลดแอกกัน เขาก็มีบอกว่า ทางรัฐบาลเป็นเผด็จการ แต่รัฐบาลก็ให้โอกาสเขาในการแสดงความคิดเห็นไม่ใช้ความรุนแรง แต่ว่าตอนที่เราไปชุมนุมกันใน 9 ปีนี้ เขาบอกว่ารัฐบาลเป็นประชาธิปไตย แต่เราโดนแก๊สโดนระเบิดตลอดเลย ประชาธิปไตยของเขามันใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม แต่ว่า พอรอบของปลดแอก รัฐบาลที่เขากล่าวหาว่าเป็นเผด็จการกลับไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับเขา ใช้การรับฟังและใช้กฎหมายไปแต่พอควรอย่างนี้เป็นต้น เราก็พยายามที่จะใช้ข้อมูลเหตุผลต่างๆ ทำตามที่เขาต้องการ โดยที่เท่าที่ฟังดู แม้จะปฏิบัติตามที่เขาต้องการ อย่างนั้นอย่างนี้ ต่อไปแล้วหลายปีแล้วจนกระทั่งพวกที่เขาฟังไม่ไหวก็มันไม่เข้ากับความต้องการของผู้คนที่นี่ก็ผ่านไปเองก็ได้ตามนี้แหละเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยเนี่ยจะมาก็บอกคำพูดว่าประชาธิปไตยและสม่ำหมายเนี่ยมันเป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่เป็นประชาธิปไตยโลกุตระของประชาธิปไตย เช่นที่มาของสว. การยุบสภา จริงๆต่างประเทศก็ทำมาแล้วแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้แก้ปัญหา ไม่ได้พ้นทุกข์อะไร ก็วนเวียนกลับไปกลับมาเหมือนเดิม พ่อครูมีคนเห็นกับสถานการณ์อย่างนี้อย่างไรครับ พ่อครู...ตอบไปหลายทีแล้ว จนเขาฟังไม่ไหว ก็ไม่เข้ากับที่เขาพูด เรื่องของความเป็นประชาธิปไตย อาตมาก็บอกก็พูดว่า ประชาธิปไตยที่อาตมาหมาย มันเป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ เป็นประชาธิปไตยโลกุตรธรรม เป็นประชาธิปไตยที่คนโลกียยังรู้ได้ยากมาก เพราะมันเป็นโลกุตระ คือ ประชาธิปไตยที่เราพูดถึงนี้เป็นประชาธิปไตยที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่มีอัตตาตัวตน พวกที่เขาบอกว่า เราเป็นเผด็จการ แต่เขามีตัวตนเต็มรูป เขาไม่เข้าใจว่าเราเป็นมีตัวตน แต่เขาไม่เข้าใจความมีตัวตน เขาจะยังไม่ประสีประสาเลย เขาแสดงออกมาเป็นตัวตนเต็มเหนี่ยวเลย เขาจะยังไม่รู้ตัวเองเลย เขายังไม่ได้ศึกษาสัจธรรมอะไร ก็เป็นโลกียธรรมดา 100% เต็มๆ เพราะฉะนั้นเราจะไปบอกให้คนตาบอดเห็นฟ้านี่ ชี้ให้ตายอย่างไร คนตาบอดก็ไม่มีสิทธิ์จะมองเห็นฟ้า ต้องทนเอาหน่อยว่า คนตาบอดพวกนี้ จนกว่าเขาจะมีแสงสว่างเข้าไปในตาบ้าง หรือเขาจะหมดแรงมาต่อต้านต่อสู้ ซึ่งเราก็จะพอไหวพอรับมือได้ มันต้องมีเราจะไปห้ามไม่ได้ ในสังคมประชาธิปไตยต้องมีฝ่ายค้าน เขาต้องเป็นฝ่ายค้าน ยิ่งเขาแสดงออกให้เห็นว่า คนตาบอดนั้นบอดจริงๆ จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนตาบอดย่อมมองไม่เห็นฟ้า แน่นอน เราก็ต้องเข้าใจเขาจริงๆ จะพูดอย่างไร จะทำอย่างไรคนตาบอดก็เพราะเขาตาบอดจะไปเห็นฟ้าได้อย่างไร เอื้อมไม่ถึงฟ้า สายตาเขาไม่ดี เป็นเรื่องสัจจะ ก็เข้าใจได้ก็แล้วกันว่า อยู่ในโลกมี 2 ส่วน ส่วนความบวกกับความลบคู่กัน ถ้าเป็นหนึ่งเดียวมันถือว่าเป็นเผด็จการ ยิ่งใช้เบ่งอำนาจฝ่ายเดียวยิ่งเป็นเผด็จการใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ให้เขาได้ออกความเห็น ออกกำลังออกอะไรต่างๆนานาไป แล้วก็มีหลักเกณฑ์ที่เป็นสากลซึ่งเมืองไทยนี้ก็ขอพูดอีกทีว่าเป็นประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตยที่เยี่ยมยอดที่สุดแล้ว ถอดแบบออกมาจากโครงสร้างกระบวนการของพระพุทธเจ้า ซึ่งโลกเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความรู้แบบเทวนิยม เขายังเข้าใจความเป็นเทวที่แปลว่า 2 ไม่ได้ โลกุตระของพระพุทธเจ้าเข้าใจความเป็น 2 และสามารถทำให้รวมเป็น 1 ในที่สุดทำให้เป็น 0 คนอื่นทำเป็น 0 ไม่ได้ก็ทำให้ตัวเองเป็น 0 ก่อน ซึ่งสุดยอดแล้ว ผู้ที่ทำตัวเอง 0 ได้จึงเป็นคนที่ไม่มีตัวตน เป็นภาษาที่เป็นโลกุตระ เราไม่ได้ไปว่าเขา จะให้ตาบอดเห็นฟ้า มันเป็นไปไม่ได้จริงๆเลย มันเป็นสัจจะ มันต้องจำนน พลัง ยังไม่มีตังค์จะมากกว่า อาจารย์หนึ่งที่พูดเนี่ยมีตัวตนที่ค้างอยู่จะเป็นตัวต่ำ ก็บอกให้เพื่อนไปลองดูสิมันดีนะเพื่อนเพื่อนเพื่อนก็ไม่ต้องเครียด อย่างนั้น จนกว่าจะมียารักษาให้คนตาบอดมาเป็นตาดีได้ คุณช่วยเขาสิหายาดีๆมารักษาคนตาบอดให้ตาดีขึ้นมาแล้วก็จะสามารถ ถ้าคุณสามารถมียาดีจริงๆ เพราะยาของพระพุทธเจ้าคือธรรมะโอสถทำให้คนตาบอดเห็นได้ อาตมามีปณิธานทำให้คนตาบอดเห็นได้

_ส.โพธิสิทธิ์...ทางลานนาฝนตกครับ มีเด็กๆจะถามปัญหาพ่อครู…

ทำใจอย่างไรไม่ให้เถียงกับผู้ใหญ่ ด.ญ.พอเพียง ป.3...หลวงปู่คะ หนูจะทำอย่างไร ถึงจะเป็นคนดี หนูพยายามแล้วแต่ไม่ได้ค่ะ เช่น เชื่อฟังคำสั่ง ไม่เถียงผู้ใหญ่ ไม่ทะเลาะกับเพื่อน จะเสียสละ พ่อครูว่า...หนูถาม ก็ถามตัวเองสิ ว่าทำไม เราเสียสละไม่ได้ เราจะอดไม่เถียงทำไม่ได้ ถามตัวเองว่ามันจะตายหรือ รับรองว่าไม่เถียงเพื่อนมันไม่ตายหรอก เสียสละก็ลองเสียดูสิ เสียสละอะไรบ้าง ก็คงจะเสียสละ ไม่ต้องถึงขั้นตัดแขนตัดขา อย่างเก่งก็แค่ข้าวของ ข้าวของมันก็อะไรที่จำเป็นเรายังให้ไม่ได้ก็บอกเพื่อน อันไหนที่พอให้ได้ก็ให้เพื่อนไปก็ลองดูสิ มันดีนะ เสียสละให้เพื่อน แล้วก็ไม่ได้เถียงกัน ตั้งใจดีๆ ที่ทำอย่างนี้มันก็ดี ส่วนคนที่อยากจะแสดงออกและอยากจะทำความเข้าใจ ถามมา แล้วอาตมาก็ตอบไป คนอื่นที่ฟังก็จะได้เข้าใจได้ด้วย และคนที่ถามเอง จะมี อัตราการก้าวหน้าไปในตัวไม่มากก็น้อย ถ้าไม่กล้าถามเลยแล้วไม่เอาถ่านเลยไม่สนใจ คนนี้เสียโอกาสและไม่เจริญ แต่ตั้งใจถาม ตั้งใจฟังนี้ดีแล้ว ไม่ได้มากก็ได้นิด

อะไรมีแต่ข้อดีอย่างเดียวไม่มีข้อเสียเลย _ด.ญ.ดาวเพ็ญเพชร ป.4...หลวงปู่คะ มีอะไรที่มีข้อดีอย่างเดียวแต่ไม่มีข้อเสียเลย และมีอะไรที่มีข้อเสียอย่างเดียวไม่มีข้อดีเลย พ่อครูว่า...สุดยอดเลยคำถามใครคิดให้นี่ หรือคิดเอง (คิดเองค่ะ) สุดยอดเลย อะไรมีอะไรที่ดีอย่างเดียวไม่มีเสียเลย อะไรที่เสียอย่างเดียวไม่มีดีเลย โอ้โห ก็อาจจะยากนิดนึง อะไรที่มีแต่ดีอย่างเดียวไม่มีเสียเลย อาจจะยากหน่อย สิ่งที่ดีอย่างเดียวไม่มีเสียเลยนั้นคือ นิพพาน นิพพานคืออะไร? นิพพานคือ คนเรียนรู้ รู้จักกิเลสของตนเอง กิเลสเป็นนามธรรม คนที่มีญาณปัญญา มีธาตุรู้ที่เรียกว่าปัญญา จะอ่านนามธรรมที่ไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตนนี้ แต่มีอาการ มีเครื่องหมายให้รู้ได้ ว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี กิเลสเป็นสิ่งที่ไม่ดี เรียกต้นภาษาว่า กลิ มาเป็นกิเลส มันไม่ดี อ่านอาการไม่ดีนี้ออก แล้วก็มีวิธีทำ เรียกว่า มรรควิธี อาริยมรรค ของพระพุทธเจ้าสอนมาทั้งนั้น จรณะ 15 วิชชา 8 ศีล สมาธิ ปัญญา มาเป็นโพธิปักขิยธรรม 37 ก็สามารถเข้าใจในทฤษฎีต่างๆแล้วก็ปฏิบัติ กิเลสถูกกำจัด จริงๆ เมื่อกิเลสถูกกำจัดแล้วกิเลสหมด เรียกว่าเป็นหนึ่งในโลก การกระทำของคนสามารถทำให้กิเลสหมดได้นี้เป็นหนึ่งในโลก ไม่มีอะไรเทียบได้เลย อันอื่นของศาสนาไหนก็มีคู่ 2 ทั้งนั้น มีนิพพานอย่างเดียวแล้วก็ทฤษฎีที่จะทำให้เกิดนิพพาน นี่คือหนึ่งเดียว เอกัง หิ สัจจัง มีอันนี้อันเดียวเท่านั้นนอกจากอันนี้ไม่มี นี่คือดีอย่างเดียวไม่มีสองเลย ทีนี้เสียอย่างเดียวไม่มีดีนี้ หายาก หลวงปู่ตอบไม่ได้ เสียอย่างเดียวไม่มีเสียอีกเลย ไม่มีใครดักดานถึงขนาดนั้นหรอก คนที่เลวขนาดไหนสามารถจะดีขึ้นได้ แต่คนที่ดีที่สุดไม่เลวอีกเลยนี้คืออรหันต์ขึ้นไป ดีที่สุดจบไม่มีเลวอีกเลย นี่คือดีอย่างเดียวไม่มีเลวเลย สัพพปาปัสสอกรณัง ไม่ทำชั่วไม่ทำบาปอีกเลย กุสลัสสูปสัมปทา ทำแต่ดีอย่างเดียว เพราะว่าจิตใจนั้นบริสุทธิ์ถึงความเป็นอรหันต์แล้ว

ทำไมเราเกรงใจคนไกลตัวแต่ถือสาคนใกล้ตัวมากกว่า _ในปางฝัน...ทำไมเราเกรงใจคนไกลตัว ถือสาคนใกล้ตัวมากกว่า พ่อครูว่า...เราอย่าไปคิดถึงว่าไกลหรือใกล้ เราคิดถึงเนื้อเรื่องว่าเราเกรงใจอะไร โดยเฉพาะคนใกล้ตัวนี้ มันจะเกิดกระทบกัน เกิดปฏิกิริยากัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องเกรงใจอันนี้ก่อน เนื้อเรื่องอันนี้สมควรที่เราจะต้องเกรงใจ เราก็ต้องเกรงใจ แต่เนื้อเรื่องอันนี้ ที่จริงเราจะไปเกรงใจเท่านั้น เกรงใจคือ เราไม่ไปขัดแย้งเราไม่ไปบอก ไม่ไปพูด ไม่ต้านอะไรเกรงใจเขาเฉยๆเถิด ปล่อยเขาไปเถอะ ถ้าเผื่อว่ามันไม่สมควรปล่อย เนื้อเรื่องนี้ ถ้าปล่อยไปเขาจะยิ่งแย่เราก็จะต้องค้าน แต่ถ้าเราเห็นว่าตัวผู้นั้นมีอะไรบกพร่อง ถ้าเราจะบอกเขาเตือนเขา ให้เขาฉุกคิดขึ้นมา รู้สึกว่ามันจะไม่มีผลดี แสดงออกไปแล้ว มันจะร้ายแรงกว่าเก่า อันนี้ก็ต้องจำนน ยอมให้เขา สมมุติว่าคุณถูกต้องนะให้เขาไม่ถูกต้อง หรือสิ่งนั้นควรให้เขาแก้ไข แต่เราจะช่วยไม่ได้ เพราะเราเกรงใจก็ปล่อยเขาไป เราก็ต้องจำนน ต้องปล่อยเขา เพราะว่าทำไปแล้วไม่ดีมันจะทะเลาะกัน ช่วยกันไม่ได้ต่อไปมันจะเสื่อม มันจะไม่มีประโยชน์มากกว่า มันจะเสียประโยชน์มากกว่า เราก็อย่าไปทำ ก็ต้องชะลอไว้ คงที่ ถ้าไปทำแล้วจะเสียประโยชน์มาก _สู่แดนธรรม...ปัญหานี้เรียกว่าปัญหามีธรรมชาติของมันมีอยู่ว่า สิ่งที่มีคลื่นใกล้เคียงกันมันจะไม่ยอมกันง่ายๆ เช่น พี่กับน้อง ถ้ามีผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า อันนี้ก็จะเกรงใจ ล้วนแต่เป็นอย่างนั้นกันครับ พ่อครูให้พวกเรามีความเป็นพี่เป็นน้อง ซึ่งจะยอมกันไม่ได้ง่ายๆ ก็ต้องมาหัดยอม หัดไม่ให้มีปัญหา พ่อครูว่า...ก็ต้องให้ผู้ใหญ่กว่า แม้ว่า จริงๆเราจะถูกนะ ก็ให้ผู้ใหญ่เขาผ่านไปก่อน เพราะเราเคารพเรียกว่าคุรุกรณะ เป็นการเคารพโดยวัยวุฒิ เขามีวัยสูงกว่า แม้จะผิด เราอยู่ด้วยกันมันจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้มีพระคุณ เป็นพ่อแม่ เป็นผู้ใหญ่กว่า ก็ต้องยอมก่อน แต่ในประเด็นนี้เขาผิด แต่เราก็ต้องยอมเพราะอื่นๆเขามีดีหรือเขามีประโยชน์อะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะก็ต้องอาศัยกันไป

_ศาลีอโศก...ส.ลือคม...ให้คุณกิ่งเพชรได้แสดงความเห็น….ลูกในนามตัวแทนชาวบวรศาลีอโศก ลูกๆทั้งหมดขอกราบเท้าพ่อครู กราบขอบพระคุณพ่อครูที่นำพาพวกลูกๆให้ได้พบธรรมะ ได้พบพระพุทธศาสนาที่ถูกแท้ หากไม่พบพ่อครูไม่พบหมู่กลุ่ม ก็ไม่รู้ว่ากิเลสจะพาลงนรกขุมไหน ไม่มีปัญหาค่ะ เก่งกันทุกคน พ่อครูว่า...คือ จะพูดไปแล้วพวกเราชาวอโศกมันเหมือนคนที่ซื่อๆ อินโนเซ้นท์ เก่งกันทุกคนหน้าตาเฉย คือไม่ค่อยได้มีมารยาทสังคม มารยาทสังคมคนที่เก่งเขาจะไม่พูดว่าตัวเองเก่ง จะทำเป็นเต๊ะจุ๊ย แต่นี่ซื่อๆไม่เดียงสา มีความจริงใจอย่างไร ก็พูดความจริงใจออกมาซื่อๆ อันนี้เป็นสิ่งที่วิเศษ มันลอกเลียนยาก คนก็พยายามลอกเลียนกัน มันไม่ง่าย เป็นเรื่องซับซ้อนเป็นเรื่องยิ่งใหญ่

_ฉบับสุดท้ายก่อนนั้น (อีกแล้ว)...พ่อหนุ่มใจดี นี่คือยังมุ่งมั่น ถ้าเธอมีความมุ่งมั่น เธอจะไม่ถามว่าอีกไกลไหม แต่จะพูดว่าใกล้จะถึงแล้ว (หนังเกาหลี) สู้สุดใจทะยานสุดฝัน

นรกแปลว่าอะไร _นะลก แปลว่าอะไรครับ? พ่อครูว่า...เอ๊ อนุบาล 2 หรือเปล่า? ก็ต้องพูดให้ถูก น ร ก ฟังดีๆ นรก แปลว่า ในองค์ประกอบของที่เราจะตกอยู่ในตรงไหน ตรงนั้นอยู่แล้วเดือดร้อน อยู่แล้วไม่เป็นสุข อยู่แล้วทรมาน ตรงนั้นเรียกว่านรก เพราะฉะนั้น ถ้าคนนั้นไม่ฉลาดพอ เอาตัวเองไปอยู่ในกระทะน้ำเดือดๆ ร้อนลวกไหม้เลย ตาย นี่คือที่ยกตัวอย่าง ชอบยกตัวอย่างกันว่าเป็นนรก นรกเหมือนคนตกกระทะทองแดงต้มน้ำเดือด ร้อนมาก เดือดมากร้อนมากนี่เป็นรูปธรรมตัวอย่าง ยกตัวอย่าง หรือขึ้นต้นงิ้วก็มีหนามเต็มไปหมด ก็ให้ปีนป่าย หนามก็เสียบแทงผิวหนังตลอด เอาเนื้อตัวไปถูกหนามก็แทงที่เนื้อตัว พอมือไปถูกก็เสียบที่มือเจ็บปวด นั่นคือที่ที่เราอยู่แล้วเดือดร้อนอย่างนี้เป็นต้น สรุปแล้ว นรก คือ สถานที่ที่เราอยู่แล้วก็เดือดร้อนมาก ร้อนใจร้อนกาย เดือดร้อนใจเดือดร้อนกาย ไม่เป็นสุขทางใจ ไม่เป็นสุขทางกาย นี่เรียกว่านรก แดนที่ไม่ค่อยน่าอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเราทำบาปเราทำไม่ดี เราจะต้องไปตกอยู่ในแดนอย่างนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เหมือนกับคนในโลกที่เห็นได้ว่าเขาไม่อยากเป็นนะ แต่เขาต้องเป็น เหมือนกับถูกต้มอยู่ในน้ำร้อนเดือด เหมือนกับจะต้องไปขึ้นต้นงิ้วที่มีแต่หนาม เขาต้องเป็นอย่างนั้น เขาหนีกรรมวิบากไม่ได้ เขาพ้นจากกรรมวิบากที่เขาทำไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่เกินจะคิด เราคิดเอาเราไม่อยากเป็น แต่ถ้าเราทำกรรมชั่ว เราจะต้องเป็นอย่างนั้น เหมือนคนที่ตกอยู่ในนรกอย่างนั้น เขาตกอยู่ในนรกทรมานมาก คนที่ตกอยู่ในนรกหรือคนที่ถูกทรมาน ทั้งร้อนทั้งเจ็บปวด อะไรก็แล้วแต่ แล้วเขาก็รู้สึกว่าเขาไม่อยากอยู่หรอก ตรงนี้เขาเจ็บปวด เขาไม่อยากจะได้อาการนี้ อาการเจ็บปวดทรมานไม่อยากได้ เขาก็อยากจะหาทางออก อย่างนี้ก็เป็นผู้ที่สามารถจะพ้นนรกได้ เพราะเขาจะต้องพยายามดิ้นหาทางออก ทีนี้ ตอบด้วยภาษาธรรมะ คุณจะต้องทำดีแล้วคุณจะหลุดพ้นจากนรกนี้ คุณต้องทำดีคุณถึงจะหลุดพ้นจากนรกนี้ นี่ก็เป็นภาษาง่ายๆ แล้วคุณจะต้องศึกษาว่าดีคืออะไร ที่นี้มีความซับซ้อน คนที่โง่ซ้อนแต่หลงว่าฉลาด คนที่โง่ซ้อนแต่หลงว่าตัวเองฉลาด คือ เราไปแย่งชิงเขา ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา เขาตายเขาสู้ไม่ได้ เขาได้เมียของผู้ที่เขาฆ่าตาย แล้วเขาก็ว่าเขาชนะ เขาก็หลงว่าเขาได้สุข แต่เขาได้ทำชั่วไปแล้ว เขาฆ่าคน เป็นวิบากที่มันจะต้องตอบสนองกันโดยไม่รู้ หรืออย่างนี้ก็เข้าใจง่าย คุณไปโกงทรัพย์สินของประเทศ คุณไปโกงได้แล้วคุณก็หลงในความฉลาดขี้โกง คุณโกงสำเร็จอย่างที่คนในประเทศไทยที่มีตัวอย่างให้เห็นยังอยู่ด้วย โกงชนิดที่เรียกว่าถูกพิพากษาแล้วว่าโกงจริงๆ แต่ตัวเองก็ฉลาดหนี ไม่ให้จับเข้าคุกไม่ให้จับมาลงโทษอย่างนี้ เป็นต้น คนนั้นแหละเป็นคนชาตินี้ เขายังไม่ได้รับวิบาก ชาติต่อไป ไม่ต้องกลัว เขาจะต้องตกอยู่ในสภาพเดือดร้อน เหมือนกับขึ้นต้นงิ้วหรือตกในกระทะทองแดงจริงๆ อย่างน้อยที่สุดเขาตายไปจิตวิญญาณของเขาจะตกนรกกระทะทองแดง เพราะเขาทำอะไรไม่ได้ เขาช่วยตัวเองไม่ได้ คนที่ตายไปแล้ว ธนบัตรเงินทองทรัพย์สินอำนาจช่วยเขาไม่ได้เลย จิตวิญญาณตายแล้วนี้ไม่มีอำนาจเงินอำนาจของคนนั้นคนนี้ของอะไรก็แล้วแต่ ช่วยเขาไม่ได้ เขาจะต้องรับวิบากนั้น เพราะฉะนั้นตายแล้วเขาจะต้องลงกระทะทองแดงจะต้องถูกหนามงิ้วแทงอย่างนั้นเลย แต่ที่มันเจ็บปวดนี้ไม่ใช่แค่ตกอยู่ในน้ำร้อนกระทะทองแดงหรือขึ้นแค่ ดีนะครับน้ำก่อนนะครับ ต้นงิ้ว มันมีอีกหลายอย่างที่จะทรมานเดือดร้อนเจ็บปวด เขาจะต้องเป็น สิ่งนี้เป็นอจินไตย คิดเอาไม่ได้ คุณไม่กลัวแต่คุณจะต้องตก คุณไม่กลัวเพราะคุณไม่รู้ ตายไปแล้วคุณไม่รู้ แต่จิตวิญญาณของคุณเป็นจิตวิญญาณคุณได้รับ ยิ่งทำไว้มาก คุณจะยิ่งจะตกแรง ร้ายและนาน นี่เป็นสัจจะ แต่เขาไม่รู้ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรับโทษอยู่ในนรกนั้นจนกว่าคุณจะรู้สึก เข็ด สัจจะจะให้คุณต้องเข็ด เมื่อสัจจะเห็นว่าขณะนี้คุณเข็ด คุณจะพ้นวิบาก ให้คุณรับนานเท่านั้นเมื่อคนพ้นมาแล้ว ถ้าคุณไม่เข็ดอีก มาทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อได้ขันธ์มาอย่างนั้นอย่างนี้ก็ทำชั่วอีกหนักกว่าเก่า แต่ถ้าคุณเข็ด คุณก็พัฒนาขึ้น อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้คำว่า นรก พยัญชนะว่า นระ มันมีคำว่าไม่อยู่ นระ แปลว่าไม่ แล้วนระ จะเพิ่มไปเป็นนลิ ก็แปลว่าไม่เหมือนกัน นรกะก็เป็นนรก นริยะก็เป็นนรก แล้ว นรกะ เป็น static นริยะป็น dynamic เป็นพลังงานเคลื่อนเป็นความชั่วที่เคลื่อนไหวมากกว่า แต่นรกะ เป็นพนักงานชั่วที่จมนิ่งแข็ง เดือดร้อนก็ร้อนจมอยู่กับความร้อนอย่างนั้นแหละ ด่าน static นริยะ เป็นทางเคลื่อน นริยภูมิ กับ นรกภูมิ เอาสภาวะตามพยัญชนะขยายความให้ฟังตามที่อาตมามีความรู้ในสภาวะเหล่านี้ สรุปแล้ว ทั้งนรก นริยะ นรกะ ไม่มีใครอยากเป็นหรอก อาตมามีสภาวะจึงหยิบเอาเป็นพยัญชนะมาขยายความให้ฟัง

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

สู่แดนธรรม…เรื่องนรกกำลังดำเนินไปดี มีเหตุต้องหยุดนรกชั่วคราว เด็กๆก็ตั้งใจฟังกันดีครับ สมณะเดินดิน...สภาพการต่อสู้ทางการเมืองเห็นพวกนักศึกษาที่ถูกหลอก คนเอาแอกมาใส่คอเขาแล้ว (พ่อครูว่า...เขานึกว่าแอกอยู่ในเมืองไทย แต่ที่จริงแอกอยู่ที่คอเขา) แต่ทั้งหมด เพราะว่าเขาถูกหลอก ทุกคนที่เป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นนักการเมืองมาหลอก ซึ่งแกนนำบางคนแม้จะติดคุกก็เขียนหนังสือพูดจาออกมาแสดงความเกลียดชัง ต้องการกระทบสถาบันสูงสุดโดยตรงเรียกว่า หมูไม่กลัวน้ำร้อน แต่คนปลุกปั่นจริงๆ พยายามบอกว่าเราจงรักภักดีอยู่ พวกนี้เขารู้กฎหมาย แต่ก็ยุแหย่ให้เด็กๆที่เขาไม่รู้เรื่องอะไร ไม่รู้ว่ากำลังเดินทางไปสู่อะไร พวกที่เป็นแกนนำรุ่นเก่าๆอย่างคุณสนธิคุณจตุพรเขาก็บอกเลยว่า ไม่ใช่จบอยู่ที่เรา แต่คุณกำลังจะไปจบที่ราชทัณฑ์ หรือจบที่นรกก็ได้ แต่เขาไม่รู้ แต่ก็มีมุมมองเหมือนกัน คุณเสรีสุวรรณภานนท์ ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกังวลกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเท่าไหร่ มันเป็นการออกจากห้องเรียนมาสู่สนามจริงของประชาธิปไตย เป็นประสบการณ์ในชีวิตของเขา ก็คงดีกว่าไปนั่งกดเกมเล่นเกมอยู่เฉยๆ ออกมาอย่างนี้ทำให้เขารู้ว่าอะไรจริง อะไรหลอก แต่เป็นความสวยงามของประชาธิปไตยไทย

ทำไมประชาธิปไตยสมบูรณ์ต้องมีสองขา พ่อครูว่า...ก็ขยายความประชาธิปไตย คือ คำว่า ประชาธิปไตย ที่อาตมาพยายามยืนยันให้ฟังว่า ประชาธิปไตยต้องมี 2 ขาต้องมีจิตวิญญาณและองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งรวมทั้งหมดตั้งแต่ ดินน้ำไฟลม พืชพันธุ์ธัญญาหาร หรือสัตว์ ซึ่งรวมถึงมนุษย์ องค์ประกอบทั้งหมดนั่นแหละ จะต้องมีทั้ง 2 ส่วน มีรูปกับนาม ประชาธิปไตยจะมีแต่นามอย่างเดียวหรือรูปอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้แต่เป็นไปอย่างที่ผิดสัจจะ เป็นประชาธิปไตยขาเดียว เป็นประชาธิปไตยที่พิการ เทวะ แปลว่า 2 ในสิ่งที่เกิดมาเป็นจิตนิยาม เป็นชีวะ ต้องมี 2 ต้องมี Subject กับ object ต้องมีบวกกับลบ เมื่อมาเป็นชีวะเป็นนามเป็นธาตุรู้เรียกว่า วิญญ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน