02_ใบองค์ความรู้วิชาประวัติศาสตร์.doc.docx

โฟลเดอร์2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข26 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

ใบองค์ความรู้ วิชา ประวัติศาสตร์ ในการเรียนรู้แบบบูรณาการ ค่าย “ทำดีเพื่อพ่อ ตลอดไป” ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ และปวช.ปี ๑ ของชาวอโศก

“ประวัติพิธีมหาปวารณา” วันออกพรรษา (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑) นอกจากจะเป็นวันสิ้นสุดของระยะจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์แล้ว ยังเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุทำปวารณา หรือพิธีปวารณา คือ ยอมให้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้โดยไม่ถือโทษโกรธเคือง ทำให้วันออกพรรษามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "วันมหาปวารณา" พิธีปวารณา คืออะไร ตามความหมาย "ปวารณา" คือ ยอมให้, เปิดโอกาสให้, อนุญาต ซึ่งพระวินัยบัญญัติไว้เพื่อให้พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันตลอดไตรมาสสามารถว่ากล่าวตักเตือน ในสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็น ได้ฟัง หรือสงสัย และชี้ข้อบกพร่องด้วยจิตเมตตาให้กับพระสงฆ์ที่ถูกตักเตือนได้มีโอกาสได้รับรู้ข้อบกพร่องของตัวเอง เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป ทั้งนี้พระสงฆ์ทุกรูปถือว่ามีความเสมอภาคกัน ดังนั้นพระผู้มีอาวุโสน้อยกว่าก็สามารถชี้แนะถึงข้อไม่ดีของพระผู้ใหญ่ได้เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่พระผู้ใหญ่กล่าวตักเตือนพระผู้น้อยเพียงเท่านั้น ความเป็นมาของวันมหาปวารณา สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้มีการทำมหาปวารณาในวันออกพรรษานี้ได้นั้น มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแคว้นโกศล ได้มีการตั้งกติกาไม่ให้พระภิกษุที่จำพรรษาพูดคุยกัน แต่ให้ใช้วิธีบอกใบ้ หรือใช้มือแทนคำพูด เมื่อถึงวันออกพรรษา พระภิกษุเหล่านี้ได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสถาม พร้อมกับติเตียนในกติกาดังกล่าว ก่อนจะทรงอนุญาตให้ทำปวารณา เพื่อให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ด้วยเหตุ ๓ ประการคือ ๑. โดยเห็น ๒ . โดยได้ยิน ได้ฟัง ๓. โดยสงสัย หลักธรรมที่ควรปฏิบัติ ในเทศกาลออกพรรษานี้ มีหลักธรรมสำคัญที่ควรนำไปปฏิบัต

อ่านต่อ

ิคือ ปวารณ า ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนตนเองได้ในการปวารณานี้อาจแบ่งบุคคลออกเป็น ๒ ฝ่ายคือ ๑. ผู้ว่ากล่าวตักเตือน จะต้องเป็นผู้มีเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้ที่ตนว่ากล่าวตักเตือน เรียกว่ามีเมตตาทางกาย ทางวาจา และทางใจพร้อมมูล ๒. ผู้ถูกว่ากล่าวตักเตือน ต้องมีใจกว้าง มองเห็นความปรารถนาดีของผู้ตักเตือน ดีใจมีผู้มาบอกขุมทรัพย์ให้ การปวารณานี้ จึงเป็นคุณธรรมสร้างความสมัครสมานสามัคคีและดำรงความบริสุทธิ์หมดจดไว้ในสังคมพระสงฆ์ การปวารณา แม้จะเป็นสังฆกรรมของสงฆ์ ก็อาจนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมชาวบ้านได้ด้วยเช่น การปวารณากันระหว่างสมาชิกในครอบครัว ในสถานศึกษา ในสถานที่ทำงาน เป็นต้น วิธีทำปวารณา การทำปวารณานั้น ในสมัยแรก ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาต พระภิกษุจะต้องห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง (นั่งเอาปลายเท้าตั้งลงที่พื้น ส้นเท้าทั้ง ๒ รับก้น) ประคองอัญชลี แล้วกล่าวปวารณา ๓ ครั้ง เพื่อให้ภิกษุผู้นวกะ (พระที่บวชใหม่) กล่าวปรวารณาตอบ ภิกษุนวกะก็ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวปวารณา ๓ ครั้ง แต่ต่อมา พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ภิกษุที่ปวารณาแล้วนั่งบนอาสนะได้ เพราะเคยมีภิกษุชราภาพนั่งกระโหย่งคอยนานจนเป็นลมล้มลง คําปวารณาออกพรรษา สำหรับคำกล่าวปวารณา ที่พระสงฆ์จะใช้ว่ากล่าวตักเตือนกันนั้น มีคำกล่าวเป็นภาษาบาลีเป็นดังนี้ “สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิฯ” “ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง ปะวาเรมิ ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิฯ” “ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง ปะวาเรมิ ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิฯ” มีความหมายว่า ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็นหรือได้ฟังก็ตาม ขอท่านทั้งหลายโปรดอนุเคราะห์ ว่ากล่าวตักเตือนกระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้ว จักประพฤติตัวเสียเลยใหม่ให้ดี... จุดมุ่งหมายของการปวารณา ๑. เป็นกรรมวิธีที่ช่วยลดหย่อนความขุ่นข้องหมองใจ ความสงสัยให้หมดไป เพราะการว่ากล่าวตักเตือนหรือสอบถามในสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็น ได้สงสัย จะช่วยขจัดความคลางแคลงในหมู่พระสงฆ์ด้วยกัน ๒. ช่วยปรับความเข้าใจในหมู่สงฆ์ เพราะการอยู่จำพรรษาร่วมกันมา อาจมีการกระทบกระทั่ง หรือผิดใจกันบ้าง แต่การปวารณาจะช่วยประสานรอยร้าวนั้นได้ ๓. สร้างเสริมความสามัคคีในหมู่ให้กลมเกลียวอยู่ร่วมกันอย่างสนิทใจ ๔. สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้น เพราะพิธีปวารณานี้สามารถว่ากล่าวตักเตือนพระสงฆ์ได้ แม้ว่าพระรูปนั้นจะมียศ ชั้น พรรษา หรือวัยสูงกว่า ๕. ก่อให้เกิดภราดรภาพ เกิดความรู้สึกเป็นมิตรชิดเชื้อ ปรารถนาดี เอื้อเฟื้ออาทร เป็นพื้นฐานนำไปสู่พฤติกรรมอันพึงประสงค์ที่ดีงามคล้าย ๆ กัน เรียกว่า ศีลสามัญญตา อานิสงส์ของการปวารณา ๑. ทำให้เกิดความบริสุทธิ์ในเพศบรรพชิต ทั้งทางกาย วาจา และใจ เป็นการคลายความสงสัย ระแวง ให้หมดไปในที่สุด ๒. พระภิกษุจะรู้ข้อบกพร่องของตนเอง เพื่อปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ๓. เป็นการฝึกความอดทนต่อการว่ากล่าวตักเตือนได้ ช่วยให้เปิดใจยอมรับฟังผู้อื่น ๔. พระภิกษุทุกรูปจะได้ขอขมากันและกัน เพื่อที่จะไม่ถือโทษโกรธเคืองกันในภายหลัง เกิดการให้อภัย ความปรารถนาดีที่จะทำให้อยู่ร่วมกันในหมู่คณะได้อย่างผาสุก ๕. ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี สร้างเสริมความเป็นปึกแผ่น ไม่ให้ผู้ที่ไม่หวังดีต่อพระพุทธศาสนาเข้ามาทำลาย ที่มา : คัดบางส่วนจาก หนังสือวันสำคัญโครงการปีรณรงค์วัฒนธรรมไทยฯ ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ , https://hilight.kapook.com/view/109297 …..................................................................................

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

2560สถิติบุญทีวี.docx
6 พฤศจิกายน 2560