601107_รายงานสรุปงานมหาปวารณา ครั้งที่ 35 ณ บวร ศาลีอโศก(สารอโศก).docx
เนื้อหาในไฟล์
601107_รายงานสรุปงานมหาปวารณา ครั้งที่ 35 ณ บวร ศาลีอโศก
สรุปงานมหาปวารณา ครั้งที่ 35 ณ บวร ศาลีอโศก 4-7 พฤศจิกายน 2560
พุทธประเพณีอย่างหนึ่งของชาวพุทธ หลังจากออกพรรษาแล้ว คืองานมหาปวารณา สำหรับชาวอโศกครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 4-7 พ.ย.60 ณ บวรศาลีอโศก จ.นครสวรรค์ ซึ่งเดิมทีจัดที่บวรปฐมอโศกเป็นหลัก แต่ครั้งที่ 35 นี้ ย้ายมาจัดที่ศาลีอโศกเป็นครั้งแรกที่ได้มาจัดที่นี่ ก่อนงาน วันที่ 30 ต.ค. 2560 มีการจัดค่ายทำดีเพื่อพ่อตลอดไป ของนักเรียนสัมมาสิกขา ม.4 , ปวช.1 จาก 6 โรงเรียนสัมมาสิกขา จำนวน 41 คน มาช่วยเตรียมงาน และมีการวมตัวของชมรมสัมมาบัณฑิต(ทิดของชาวอโศก)มาช่วยเตรียมงาน ทั้งจัดสถานที่ ทำความสะอาดอาคารที่พัก รวมไปถึงการเตรียมจัดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติฟรีตลอดงาน เพื่อบริการเพื่อนพ่อแม่พี่น้องที่มาร่วมงาน
วันศุกร์ที่ 3 พ.ย. 2560 เวลา 06.30 น. ประชุมคณะสมณะเอาภาระสงฆ์(คภส.)ที่อาคาร กบส. 13.15 น. สมณะ 48 รูป โดย สมณะกรรมกร กุสโล เป็นประธาน ประชุมสมณะมหาเถระ โดยมีพ่อครูมาให้โอวาทปิดท้ายการประชุม
วันเสาร์ที่ 4 พ.ย. 2560 เวลา 04.18 น. หมู่สมณะ 79รูป จากพุทธสถานและสังฆสถานต่างๆของชาวอโศก เข้าร่วมประชุมมหาปวารณา เป็นยัญพิธีที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ด้วยใจที่ยินยอมพร้อมให้ว่ากล่าว ตักเตือนซึ่งกันและกัน และพิธีกรรมได้เสร็จภายในวันเดียว ในเวลา 14.27 น.
การปวารณาไม่ได้มีเพียงแต่ของนักบวชเท่านั้น ทางด้านฆราวาสก็มีการชี้ขุมทรัพย์เช่นกัน สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้วถือว่าเป็นกำไร เมื่อมีผู้อื่นมาบอกข้อบกพร่อง และพร้อมน้อมรับด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน นำไปปรับปรุงแก้ไขตนเองให้เจริญยิ่งๆขึ้น เพราะชาวอโศกเดินด้วยหลักมงคล 38 ประการ ในข้อที่ 22 และ 23 คือ คา
อ่านต่อ
รโว นิวาโต อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้
ในช่วงค่ำของวันที่ 4 พ.ย. มีดนตรีจากวงฆราวาส และร่วมชมภาพยนต์ เรื่อง นักรบทวนกระแสผู้ยากไร้(ฟราสซิสโก้) กิจกรรมนี้พ่อครูได้มาร่วมชมภาพยนต์ด้วยกับลูกๆ
วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 2560 03.30 น.สมณะฟ้าไท สมชาติโก นำสวดมนต์ มีสม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ แสดงธรรมหลังทำวัตรเช้า 06.30 น. สมณะสิกขมาตุ ออกบิณฑบาต ในการตักบาตรเวโว 07.00 น. มีการเปิดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติ ประมาณ 20 โรงบุญ 09.10 น. พ่อครู และสมณะเดินดิน แสดงธรรมก่อนฉัน มีการสรุปผลการประชุมหาปวารณาด้วย
สมณะมีทั้งหมด 89 รูป สมณะเข้าร่วมประชุม 79 รูป สมณะลาป่วย 8 รูป 1.สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน 2.สมณะแดนเดิม พรหมจริโย 3.สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม 4.สมณะคมลึก เมตตจิตโต 5.สมณะดงเย็น สีติภูโต 6.สมณะถนอมคูณ คุณกิตตโณ 7.สมณะแก่นหล้า วัฑฒโน 8.สมณะแด่ธรรม ธัมมรักขิโต 9.สมณะสอน โสปาโก 10.สมณะธาตุบุญ ธาตุปุญโญ
_ปีนี้จะมีการจัดงาน เพื่อฟ้าดิน แทนงาน ว.บบบ.
ศาสนบุคคล สมณะช่วยงาน บุญนิยมทีวี มี 3 รูปคือ สมณะลั่นผา สุชาติโก, สมณะหินมั่น สีลาปากาโร, สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต
ปัจฉาสมณะ พ่อท่านฯ- สมณะเดินดิน ติกขวีโร และคณะ (สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะดินไท ธานิโย สมณะหนักแน่น ขันติพโล และสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ) คณะปัจฉาของพ่อท่าน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากองเลขาฯ สมณะเดินดิน ติกขวีโร - สมณะขยันยอม วิริยธโร สมณะบินบน ถิรจิตโต - สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะผืนฟ้า อนุตตโร - สมณะนวกะภูผาฟ้าน้ำ สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ - สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว
สมณะป่วยแห่งปี 1.สมณะกรรมกร กุสโล 2.สมณะเด็ดขาด จิตโตสันโต 3.สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน 4.สมณะคมลึก เมตตจิตโต 5.เบิกบาน ธัมมนิยโม 6.สมณะถนอมคูณ คุณกิตตโณ 7.สมณะแก่นหล้า วัฑฒโน 8.สมณะธาตุบุญ ธาตุปุญโญ
คณะเอาภาระสงฆ์ (คภส.) 1.สมณะผืนฟ้า อนุตตโร 2.สมณะถ่องแท้ วินยธโร 3.สมณะขยะขยัน สรณีโย 4.สมณะฟ้าไท สมชาติโก รวมทั้งอุปัชฌาย์อีก 3 รูปด้วย
คณะอาจารย์โรงเรียนนวกะ มี 2 รูป ได้แก่อาจารย์ 1(สมณะบินบน ถิรจิตโต) อาจารย์ 2 (สมณะผืนฟ้า อนุตตโร ) รร.นวกะปีนี้แบ่งเป็นสองห้อง คือวิทยาเขตภาคเหนือและวิทยาเขตภาคใต้ ครอบคลุมถึงทะเลธรรม
สมณะลงอาราม ปี 2559 (สมณะทั้งหมดมี 89 รูป)
พุทธสถานสันติอโศก 20 รูป สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน สมณะกล้าดี เตชพหุชโน สมณะเมืองแก้ว ติสสวโร สมณะกอบชัย ธัมมาวุโธ สมณะขยะขยัน สรณีโย สมณะชนะผี ชิตมาโร สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ สมณะซาบซึ้ง สิริเตโช สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม สมณะกล้าจริง ตถภาโว สมณะลานศิลป์ วชิโร สมณะดงเย็น สีติภูโต สมณะชัดแจ้ง วิจักขโณ สมณะลั่นผา สุชาติโก สมณะธรรมทาบฟ้า รวิวัณโณ สมณะแก่นหล้า วัฑฒโน สมณะแด่ธรรม ธัมมรักขิโต สมณะแม่นใจมั่น จิตตถาวโร สมณะธาตุบุญ ธาตุปุญโญ สมณะถักร้อย ธัมมธโร
พุทธสถานปฐมอโศก 11 รูป สมณะกรรมกร กุสโล สมณะเสียงศีล ชาตวโร สมณะแน่วแน่ สีลวัณโณ สมณะฝุ่นฟ้า อัคคชโย สมณะคมลึก เมตตจิตโต สมณะดาวดิน ปฐวัตโต สมณะนาไท อิสสรชโน สมณะบินก้าว อิทธิภาโว สมณะวิเชียร วิชโย สมณะเมฆฟ้า นภมังคโล สมณะชุบดิน วิชชานันโต สมณะขยันยอม วิริยธโร
พุทธสถานศีรษะอโศก 5 รูป สมณะถ่องแท้ วินยธโร สมณะดวงดี ฐิตปุญโญ สมณะผองไท รตนปุญโญ สมณะพอจริง สัจจาสโภ สมณะสอน โสปาโก
พุทธสถานศาลีอโศก 5 รูป สมณะลือคม ธัมมกิตติโก สมณะเน้นแก่น พลานีโก สมณะเลื่อนฟ้า สัจจเปโม สมณะจนแจ้ง อัสสกจาโร
พุทธสถานสีมาอโศก 5 รูป สมณะสร้างไท ปณีโต สมณะฝนธรรม พุทธกุโล สมณะดินทอง นครวโร สมณะสยาม สัจจญาโณ
พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ 13 รูป สมณะบินบน ถิรจิตโต สมณะร่มเมือง ยุทธวโร สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะฟ้ารู้ นโภคโต สมณะฮังดิน ภูมิคโต สมณะค้ำดิน ภูมิปูรโณ สมณะสู่บุญ ปุญญคโต
พุทธสถานราชธานีอโศก 23 รูป สมณะแดนเดิม พรหมจริโย สมณะคิดถูก ทิฏฐุชุกัมโม สมณะฟ้าไท สมชาติโก สมณะเด่นตะวัน นรวีโร สมณะเทินธรรม จิรัสโส สมณะสมชาย ตันติปาโล สมณะคมคิด ทันตภาโว สมณะคำจริง วจีคุตโต สมณะแก่นเกล้า สารกโร สมณะถนอมคูณ คุณกิตตโณ สมณะหินกลั่น ปาสาณเลโข สมณะมือมั่น ปูรณกโร สมณะข้าฟ้า ฐานรโต สมณะหินมั่น สีลาปากาโร สมณะพันเมือง ภทันโต สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต สมณะขุนศึก อโยมโน สมณะด่วนดี สุชโว สมณะเพียงพอ สันตุฏฐิธัมโม สมณะหินจริง วีรปาสาโณ สมณะคมเย็น ถามวโร สมณะดินทน ธีรภัทโท
สังฆสถานทะเลธรรม 4 รูป 1. สมณะผืนฟ้า อนุตตโร 2. สมณะพอแล้ว สมาหิโต 3. สมณะพ้นพิษ วิสมุตโต 4. สมณะอุดม อุตตโม
สังฆสถานหินผาฟ้าน้ำ สมณะแก่นผา สารุปโป สมณะตรงมั่น อุชุจาโร
สำหรับพ่อครูสมณะรัก โพธิรักขิโต และปัจฉาฯ (สมณะเดินดิน ติกขวีโร สมณะดินไท ธานิโย สมณะหนักแน่น ขันติพโล และสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ) ไม่ลงอารามประจำที่ใด
_โรงบุญ 5 ธันวาฯมหากุศล จัดเป็นปีสุดท้าย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ไม่จำกัดว่าเป็นอาหารเท่านั้น เป็นของใช้ก็ได้ที่ไม่ผิดศีลธรรม
โศลกธรรมงานมหาปวารณา : จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ
จากนั้นพ่อครูได้แสดงธรรมต่อ... พ่อครูว่า...เจริญธรรมคนจนผู้สุขสำราญเบิกบานใจทั้งหลาย “คุณสมบัติของความจนอันประเสริฐ(อรหันต์)” สัจธรรมที่เป็น“อรหันต์”นี้จะยืนยันความจริงว่า “ความจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ ที่ประเสริฐ(อรหันต์)มีคุณค่ายิ่งในโลก”นั้น สังคมคนที่เป็นได้ด้วยตนเองจริง(สันทิฏฐิโก) ชนิดที่มีได้ไม่จำกัดยุคกาล(อกาลิโก) เป็นของสูงที่ควรเอื้อมเอามาให้ตน(โอปนายิโก) เชื้อเชิญให้ใครๆมาพิสูจน์ได้(เอหิปัสสิโก) ซึ่งเข้าถึงบรรลุจริงได้ด้วยตนเองรู้เองเห็นเอง(ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ) และเป็นไปได้อย่างถาวรยั่งยืน(ธุวัง) เที่ยงแท้(นิจจัง) ตลอดกาล(สัสสตัง) ไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่น(อวิปริณามธัมมัง) ไม่มีอะไรหักล้างได้(อสังหิรัง) ไม่กลับกำเริบ(อสังกุปปัง) มิใช่ว่า“เป็นได้จริง”เพียงในกาละชั่วครั้งชั่วคราว แล้ว“ความจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจที่ประเสริฐยิ่งมีคุณค่าอยู่ในคนที่เป็นอรหันต์แล้วนี้จะเปลี่ยนไปเป็น“มีทุกข์”เข้ามาในใจได้อีก ซึ่งจะไม่เป็นเช่นนั้นเลย ความสุขสำราญเบิกบานใจของคนจนผู้เป็นอรหันต์นี้จริงแล้ว จะ“เป็นความจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ”ที่อยู่ในใจไปตลอดกาละ ไม่มีช่วงใดขาดตอนแม้ชั่วเศษเสี้ยววินาทีเดียว เป็นแล้วเป็นเลย ไม่กลับไปเป็นอื่นอีก แม้สักแวบ 5 พ.ย. 2560 01.33 น.
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน อรหันต์เป็นคนรวยไม่ได้ อาการอารมณ์ของจิตที่เป็นอรหันต์จะเป็นคนจนตลอด อรหันต์เป็นคนรวยไม่ได้ ไม่มีอรหันต์รวยในโลก พระอรหันต์คือผู้ที่ไม่มีของตัวของตน ไม่ยึดถือเป็นของตัวของตน อปจยะ ไม่สะสมอะไร นี่คือคุณสมบัติความเป็นอรหันต์ ในโลกจึงไม่ค่อยมีคนอยากจะเป็น แต่คนที่มีภูมิปัญญาอย่างแท้จริงอยากจะเป็น คนที่มีปัญญาจะเข้าใจ เป็นได้แล้วเบาสบายว่างไม่มีอะไรเป็นของตัวของตนเลย สบายอิสรเสรีภาพ บริสุทธิ์สะอาดเบิกบานใจ ถ้าเป็นไปได้แล้วมันก็จะเป็นไปได้อย่างมีหมู่กลุ่ม อรหันต์จะอยู่กับหมู่กลุ่ม ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่ปลีกเดี่ยว แต่เป็นศาสนาของสัตว์โขลงกับหมู่มวลเป็นพหุชนะ แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อคนหมู่ใหญ่ และมีความสุขสำราญเบิกบานใจ ไม่ใช่เล่นคารมใช้ภาษาหลอกลวง แต่เป็นเรื่องของสัจจะ ขอยืมภาษาคำว่าสุขนี่มาเรียก จริงๆคุณสมบัติอย่างนี้มันยิ่งกว่าสุขที่โลกียะเขาเข้าใจ เพราะว่าสุขอย่างโลกียะเขาเข้าใจมันเป็นสุขเท็จ สุขอัลลิกะ เป็นสุขที่ไม่จริง สุขเก๊ ความสุขไม่มีจริง ในโลกของความเป็นมนุษย์นั้นความสุขไม่มีจริง เป็นของเก๊ของปลอมในโลก มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไปไม่มีหรอกสุข สุขแวบอะไรก็ไม่มี สุขนี้ของเก๊ทั้งนั้น คนนี้โง่ที่สุดเอาแต่สุขแสวงหาความสุข คือคนโง่ คนที่พยายามแก้ความทุกข์ไม่ให้ความทุกข์เกิดได้อีกเลยในใจ นี่คือจบ ไม่ต้องไปสุขอะไรอีก ความสุขเป็นของเก๊ อาการอารมณ์อย่างนั้นไม่มีจริง มีแต่ความทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป ไม่มีอย่างอื่นเลย นี่เป็นอาริยสัจ ของผู้ประเสริฐผู้เจริญผู้รู้ของจริงเป็นจริง ในโลกถ้าศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสสิ่งที่จริงที่สุด จริงอย่างไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกเลยเป็น Axiom ไม่ต้องพิสูจน์ไม่ต้องทำอะไรเลย เป็นตถตา ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นก็ไม่ใช่ มันต้องเป็นอย่างนั้น ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้วจึงไม่มีสงสัยเลย ไม่มีประหลาดอะไร เห็นคนอื่นเขาสุขเขาทุกข์ เขายังไม่จบก็ต้องสุขต้องทุกข์ ทั้งที่พวกมันเป็นของเก๊ เมื่อทำให้หมดไปมันก็ไม่เห็นมีทุกข์เลย คนที่ถ้าเป็นได้แล้วเป็นคนแปลกประหลาดจากคนในโลกนี้จริงๆ ไม่ได้ต้องการอะไรเลยความสุข มันเป็นของเก๊ เป็นของไม่มี ไปแสวงหาสิ่งที่มันไม่มีจริงเป็นไม่เป็นทุกข์อริยสัจไปแสวงหาทำไม 14.00 น. มีกาประชุมสถาบันบุญนิยมและพรรคเพื่อฟ้าดิน ที่ศาลาพุทธาภิเษก มีสมณะเดินดินติกขวีโร เป็นประธานการประชุม 16.00 น. พ่อครูเอื้อไออุ่น ศิษย์เก่าสัมมาสิกขา … ศิษย์เก่าศาลีอโศก ชะวา รายงานว่า….รวมศิษย์เก่าศาลีอโศกและศิษย์เก่าจากที่อื่นด้วยสำหรับศาลีอโศกเป็นการรวมตัวครั้งที่ 9 พ่อครูว่า...ตอนนี้ บ้านเมืองมันมีเหตุการณ์หลายประการ ทางด้านผู้บริหาร ทางด้านของการปรับเปลี่ยนกษัตริย์ ด้านสภาพจริงของสังคมประเทศ เป็นอย่างไร สภาพจริงของประเทศนั้นขณะนี้ อาตมาว่ากำลังอยู่ในฐานะที่พัฒนาตัวเอง ดิ้นรนตัวเอง มันมีจิตวิญญาณของคนที่มีบทบาท มีพลังงานที่ร่วมกัน มีเจตนาที่จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น กำลังมีพลัง ปรารถนาที่จะทำให้ดีขึ้น อาตมาอุ่นใจดีใจ ที่ประเทศไทยรักษาความสงบไม่รุนแรงเหมือนประเทศอื่น ประเทศอื่นฆ่าแกงรุนแรงโหดร้าย ประเทศเราไม่เป็นอย่างนั้น พยายามรักษาความสงบเรียบร้อยสุภาพงดงาม ใช้พลังงานไปในทางเมตตาไม่ให้รุนแรงกันได้ดีมาก อาตมาอุ่นใจมาก แต่อยู่ในภาวะที่กำลังปรับตัว ทีนี้พวกเราชาวอโศก โดยเฉพาะพลังหนุ่มสาวพวกเรา อาตมาว่ามีประสิทธิภาพสูงถ้าได้มารวมพลัง เราจะทำในหมู่กลุ่มพวกเราไม่ต้องไปเกี่ยวกับภายนอกก็เป็นพลังงานในสังคม ถ้ามีจุดมุ่งหมาย อาตมามั่นใจว่าพวกเราบริสุทธิ์สะอาดไม่มีอะไร เช่น ยกตัวอย่างง่ายๆว่ามีนายทุนมาครอบงำพวกเรา อาตมาว่าพวกเรามีปัญญาแล้ว สองพลังทางการเมือง อาตมามั่นใจว่าพวกเราไม่โง่เง่าจะไปถูกนายทุนครอบงำ ก็เหลือแต่พลังที่ในสังคมมันก็มีพลังงานการเมืองที่และยิ่งใหญ่ นอกนั้นเป็นพลังานกลางๆ มันเป็นโอกาสดีมากเลย ถ้ากระจายกันก็ไม่รวมเป็นพลัง ต้องรวมตัวกันถึงจะมีกำลัง ถ้าพลังงานที่ร่วมกันขัดแย้งกันมันจะมีพลังงานใหม่ แต่อาตมามั่นใจว่าพวกเรารวมตัวกันได้ง่าย เพราะมีแกนทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา อาตมาว่าง่าย ยังเหลือแต่ว่าพวกคุณจะมารวมกันจริงหรือไม่เท่านั้น นี่คือคำตอบสุดจบ เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้ว ส่วนตัวใครเดือดร้อนบ้าง ใครเป็นหนี้ถึงสองล้านบ้าง...มีคนหนึ่งยกมือว่ามากกว่าสองล้าน อาตมาก็สอนๆว่าไม่เป็นหนี้นี้เป็นลำดับต้นเลย อยู่ในวัดทำไมเป็นหนี้ขายขี้หน้าตาย อยู่ข้างวัดไม่ได้ไกลเกินเป็นอย่างนั้นได้ไง จะทำยังไงแก้ไขให้เป็นแปลง วิบากใครวิบากมัน โดยองค์รวมไม่มีปัญหามาก เหลือแต่พวก เราจะมารวมกันเมื่อใด 18.00 น.สมณะ 13 รูป นำโดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร ประชุมสิกขมาตุ มีสิกขมาตุมาประชุม 20 รูป 18.30 น. เนื่องจากมีฝนตก การแสดงจึงต้องย้ายจากเวทีธรรมชาติ ทุ่งศาลี เข้ามาแสดงที่ศาลาพุทธาภิเษก มีการแสดงสาระบันเทิง มีคุณรอยใบไม้ มุณีเวช น.ส.เหนือไฟฝัน ไทยทัตกุล น.ส.แสงไฟธรรม กระจ่างโพธิ์ เป็นพิธีกร _การแสดงจาก บวร ศาลีอโศก เพลง พวงมาลัยศาลีฯ มีสตรีแม่บ้านโคกเดื่อ แสดงกลองยาวล้ำยุค เพลงต้นไม้ของพ่อ หนุ่มศาลีฯ _การแสดงของ บวร หินผาฟ้าน้ำ ในเพลง สิ่งดีของชัยภูมิ เพลงสิ่งดีของหินฟาฯ เพลงหลานถามน้าทำไมร้องไห้ เพลงเทอดพระเกียรติร.9 _การแดงของ บวร สีมาอโศก เพลงลูกกตัญญู เพลงค่าน้ำนม _การแสดงของชมรมสัมมาบัณฑิต รายงานความเป็นมาของกลุ่ม จากนั้นร้องเพลงกราบเท้าพ่อ มาร์ชจิตอาสาสัมมาบัณฑิต เพลงเส้นทางบัณฑิต _การแสดงปฐมอโศก รำวงชาวนา รีวิว ของเป็นข้ารองบาททุกชาติไป _การแสดงของบวร ภูผาฟ้าน้ำ เพลงน้ำใจเพื่อพ่อ ตีกลองสะบัดชัย
วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2560 03.30 น. สมณะและพระ 30 รูป สิกขมาตุ 14 รูป นำโดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ พาอธิษฐานจิต แสดงธรรม เรื่อง ขุมทรัพย์ชาวอโศกปี 2560 โดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร สมณะแสนดินภูมิพุทโธ สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล 06.30 น. สมณะ 16 รูป สิกขมาตุ 3 รูป นำโดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร ประชุมการศึกษาบุญนิยม มีพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ มาให้โอวาทปิดประชุม...พ่อครูว่า...เหมือนกับเราพยายามที่จะทดสอบทดลอง การศึกษาอะไรต่อไปเรื่อยๆ ที่จริงแล้ว เราก็ต้องรู้เสียก่อนว่า เรามีหัวข้อชื่อว่าการศึกษาแบบนี้ เราเรียกว่าการศึกษาที่จะเกิดได้แบบบุญนิยม ความหมายของบุญนิยมคืออะไร บุญนิยมคือลัทธิตัดกิเลส Boonism แล้วเราก็บอกว่าการศึกษาบุญนิยม ก็ต้องคือ การศึกษาที่เน้นตัดกิเลสเป็นหลัก การศึกษาตัวหนังสือวิชาการตำราทางโลกเขาคิดค้นขึ้นมาแล้วเอามาใช้นั้นเป็นเรื่องของความประกอบในชีวิต เรื่องการทำอาชีพเลี้ยงตน การทำการงานต่างๆที่จะเกิดกับสังคม เป็นอาชีงะ กัมมันตะ วาจา สังกัปปะ นั่นแหละ เป็นเทคนิค ทีนี้ เทคนิคก็สำคัญ เนื้อเรื่องมนุษย์ต้องมีเทคนิคมีการงาน มีอาชีพ มีการพูดจานึกคิดก็แน่นอนต้องมี แต่ขาดธรรมะทำไมไม่ได้ การศึกษาที่เรียกว่าการศึกษาวัวลืมตีน เป็นการศึกษาที่ขาดธรรมะ แล้วมันจะวิ่งยังไง โบราณช่างคิดว่า วัวลืมตีน วัวไม่มีตีนเดินไง กลิ้งไปหรือ เขาลืมจริงๆ เขาลืมธรรมะเป็นวัวลืมตีน เขาไปเล่นกับเรื่องของเทคนิคต่างๆ เทคนิคการประกอบอาชีพเทคนิคการกระทำกรรมกิริยาต่างๆ แต่เขาลืมใจ ลืมความสำคัญทางใจ ที่จะมาอยู่กับอาชีพ มิจฉาชีพอย่างไรมิจฉากัมมันตะอย่างไร มิจฉาวาจา 4 อย่างไร มิจฉาสังกัปปะ 3 เป็นอย่างไร มีหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าครบแต่เขาไม่รู้ วิธีการให้เกิดบุญนิยมให้เกิดการเรียนรู้ตามหลักทฤษฎีพระพุทธเจ้า ให้เรียนรู้ทั้งเรื่องเทคนิค หลักสูตรวิธีการ เราก็ต้องฝึกฝนอยู่แล้ว แล้วเราก็สามารถที่จะควบคุมจัดการ ซ้อนเรื่องพฤติกรรม กายวาจาใจ และโดยเฉพาะจิตใจที่เป็นตัวเหตุใดมีกิเลสเป็นตัวการใหญ่ ทำให้เกิดดีทั้งกรรมกายวาจา การเลี้ยงชีพ อันนี้เป็นเรื่องสุดยอด ที่นี้จะทำให้เกิดผลดีหรือดีที่สุดได้ ก็ต้องเป็น บวร จะได้ดีที่สุดต้องเป็นระบบ บวร คือไม่แยกบ้านไม่แยกวัด ไม่แยกโรงเรียน ให้อยู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างที่ชาวอโศกเราทำแล้ว ชาวอโศกเราจะมีอาคารที่ไปนั่งเรียนบ้างจริง เป็นสถานที่ครั้งคราว แต่การเรียนของโรงเรียนทั่วพื้นที่ที่เราอยู่ด้วยว่าชุมชนด้วยกว่าบ้าน และพร้อมกันนั้นทั้งบ้านและโรงเรียน มีวัดคลุมอยู่หมดเลย คลิปพฤติกรรมการศึกษามีธรรมะดูแล มีสงฆ์มีนักบวชหญิง แม้ฆราวาสผู้ใหญ่ การช่วยกันระแวดระวังดูแล สิ่งที่เป็นอกุศลไม่ดีงาม ตามสามัญสำนึกตามหลักเกณฑ์ก็มีอยู่จริง สังคมชาวอโศกมีครบทุกอย่างที่พูดมา ทางเทคนิคที่เขาทำกัน โดยเฉพาะเป็นธรรมะและเป็นระบบของบวรด้วย ระบบบวร มีสิ่งลึกซึ้งอันหนึ่งคือการOsmosisโดยธรรมชาติ มันมีการไหลซึมโดยที่ไม่รู้เรื่องไม่รู้ตัว แต่มันซึม osmosis อะไรที่Osmosis ก็คือทางจิตวิญญาณ ทั้งพฤติกรรม การงาน ที่มีอยู่ ในสังคมนั้นนั้น สังคมของเรามีบ้านวัดโรงเรียนผสมผสานกันเรียกกันใช้เรียกกันทำงานอยู่อย่างนั้นมีชีวิตอย่างที่อาตมาก็อธิบายไม่เก่ง อธิบายไม่หมด มันละเอียดกว่านี้ เกิดเป็นสภาพจริงปรากฏการณ์จริงพฤติกรรมจริง ครบทั้งหลักสูตรทฤษฎีวิชาการ ครบทั้งธรรมะ ครบทั้งความเป็นจริงของการเป็นอยู่ทั้งหมด สถานที่ พื้นที่ทั้งหมดและทั้งอาคาร ห้องหับก็มีทุกอย่าง มีทั้งที่ฝึกอาชีพกำกับงานทุกอย่างปัดกวาดเช็ดถูมีหมดเลย ดูแลความสกปรกเลอะเทอะมีหมด มีแม้การสร้างสรรจนถึงงานรับแขก งานสัมพันธ์กับต่างถิ่นต่างพื้นที่ก็ทำร่วมกันหมด เป็นการเฉลี่ยซึมซับ พฤติกรรมทางกายวาจาใจมันจะซึมซับ Osmosis ไม่มีอะไรกั้นไม่มีอะไรคั่น ลักษณะของOsmosisคนไม่เข้าใจก็จะไม่ให้ความเอาใจใส่ไม่สำคัญไม่รู้เรื่อง แต่ว่าเราชัดเจน ว่ามันมีลักษณะของมันเราจะต้องสังเกตต้องเรียนรู้ ก็เห็นความเป็นจริงว่ามันเกิดได้เป็นได้ ช่วยมันได้ที่มันเกิดเจริญได้ เราข้ามไม่ได้เพราะว่าคนอยู่ร่วมกันก็มีOsmosisอยู่แล้ว สมมุติว่าพฤติกรรมในสังคมนี้เป็นสังคมเลว ความเลวนั้นก็ osmosis เข้าหากันโดยอัตโนมัติตลอดเวลา คุณรู้ตัวเมื่อไหร่ หากไม่ระมัดระวังก็ซึมซับตลอดเวลา ดีไม่ดีส่งเสริมกันด้วยก็พัง แต่ถ้าเรานึกออก เข้าใจ มันละเอียดมากเราก็ได้ระมัดระวังตั้งแต่ความรู้สึกตัว ใครจะสามารถระมัดระวังได้ตั้งแต่ หยาบ กลาง ละเอียด ก็มีการป้องกัน แต่ถ้าไม่รู้เรื่องเลยมันก็เกิดโดยที่สบายมาก ไม่มีอะไรให้ระแวงฉัน ฉันก็ทำตามที่ฉันต้องการทำเต็มที่ ก็ซวยไป แล้วลักษณะของบวร เป็นลักษณะOsmosisสมบูรณ์ บ้านวัดโรงเรียนจะไหลซึมเข้าหากันโดยอัตโนมัติอย่างที่เป็นจริง อาตมาว่า เราได้ทำการศึกษามาถึงวันนี้แล้ว ถึงขั้นสรุปเข้าไปสู่ความเป็นบวร อธิบายการศึกษามาตั้งแต่ต้น การศึกษาที่เราศึกษา ตามที่เราทำตามหลักสูตรวิชาการ แล้วเอามาปฏิบัติตามที่สมควร ไม่ใช่การศึกษาที่อยู่แต่ในห้องเรียน ศึกษาโดยมีพฤติกรรมชีวิตด้วย ศึกษาการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมด้วย สิ่งที่มันเกิดมันเป็นมาแล้ว การศึกษาคือ โลกเขาเป็นทั้งโลกเลยคือนักเรียนหรือเด็กต้องไปการเรียนไปทำการศึกษา ไปอย่างไรก็คือส่งเข้าห้อง บ้านไหนใครอยู่ไหนก็ไปวิทยาลัยไปโรงเรียนแล้วส่งเข้าห้อง เกิดมา ได้วัยพอสมควรก็เข้าห้องเรียนแล้ว จบปริญญาเอกก็เดินทางไปมหาวิทยาลัยเพื่อจะไปเรียน แล้วมันได้ทิ้งสังคมที่ตนเองเป็นอยู่ไหม ทิ้งสังคมไปไม่รู้เรื่องเลย ประเด็นในกระดาษในห้องเรียนในเครื่องเทคนิคต่างๆนานา แล้วชีวิตเป็นอย่างไรไม่รู้ เด็กจบแล้วเป็นอย่างไรก็มาบริหารสังคม อะไรของมันวะ เห็นไหมว่านี่คือการศึกษาของโลก เป็นอย่างนี้ทั้งนั้นแล้วไทยก็เอาตามเขานะ เพราะฉะนั้นเรากบฏต่อโลกเถอะ เรามาศึกษาให้เป็นบวรด้วยชีวิตธรรมชาติ สามัญของเราแล้ว ที่พูดนี้เราเป็นกันแล้วและรู้แล้วด้วย ที่ว่าเป็นนั้นเป็นอย่างไร … 06.30 น. สมณะ สิกขมาตุ ออกบิณฑบาต 09.30 น. สมณะบินบน ถิรจิตโต แสดงธรรมก่อนฉัน 14.00 น. ประชุมพาณิชย์บุญนิยมและตลาดอาริยะ ที่ศาลาพุทธาภิเษก 16.20 น. ประชุมครบรอบ10 ปี บุญนิยมทีวี มีสมณะ 15 รูป สิกขมาตุ 6 รูป ร่วมประชุม โดยมีพ่อครูมาให้โอวาทปิดประชุม...พ่อครูว่า...ก็พวกเราช่วยกันคิดช่วยกันทำ ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นพนักงานที่มีรายได้ได้รับค่าแรงงาน เราก็ทำกันมา 10 ปี ไม่น้อยเลย 10 ปี ใครคิดจะเลิกทำกันไหมนี่ ...ไม่คิดจะเลิกทำกันเพราะสุขสำราญดี อาตมาว่า พวกเราได้ศึกษาพักผ่อนธรรมะพระพุทธเจ้ากันแล้ว จนกระทั่งเพียงพอเลี้ยงชีวิต ดำรงชีวิตให้เป็นอยู่รอดไป กับโลกมนุษย์เขา พอถึงวันนี้แล้วอาตมาเชื่อมั่นว่า ธรรมะพระพุทธเจ้า ทำให้ไม่ลำบากใจอะไร เราจะกินจะอยู่จะยังชีวิตต่อไป ไม่เหมือนกับคนที่เขายากจนทั่วประเทศ ร้องห่มร้องไห้แต่ละวันไม่มีอยู่ไม่มีกิน อดทนทรมานทรกรรมอะไร ซึ่งก็เป็นข่าวคราวกันทั่วโลก มันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากเลย เดรัจฉานทุกตัวมันไม่มีชีวิตอย่างคน คนที่เขาเลี้ยงตัวไม่รอด ทุกข์ทรมานหากินกัน แต่ก่อนต้นหมากรากไม้มีธรรมชาติ ไม่ต้องมีของส่วนตัว แต่คนจะยึดเป็นของส่วนตัวเลยไปละลาบละล้วงสิ่งที่ไม่ใช่ของตัว ที่จริงเก็บกินใช้ในสาธารณะก็มีเพียงพอ ป่าเขาแม่น้ำลำธารภูเขาอีกเยอะ มีคนเลี้ยงชีวิตเลี้ยงตนเองก็รอดได้ก็แค่กินนะ ถ้าจะยังอยู่รอด มันเป็นความอวิชชาเป็นความโง่เขลาเบาปัญญาสู้เดรัจฉานไม่ได้ แต่ว่า ถ้าเผื่อว่า เราคิดอีกที ตรวจสอบในสังคมโลก คนที่เขาอยู่ป่ามนุษย์ผีตองเหลือง มีอีกหลายเผ่าเยอะก็ไม่เดือดร้อนเท่ากับคนในกรุงนะ วันๆก็มีกินมีใช้ไปเหมือนเดรัจฉาน เขาก็เลี้ยงตัวเองรอดไป มีเป็นพันปีแล้วก็เป็นอยู่ได้ ทีนี้มาเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมเป็นสังคมเมือง กลับเกิดความเดือดร้อน จะไปอยู่ป่าก็หากินไม่เป็นแล้ว ว่าเป็นคนในเมือง เข้าป่าก็ไม่ได้ แต่อยู่ในเมือง เลี้ยงตนเองไม่รอด ทั้งทั้งที่ ปลูกเป็น ทำกินเป็น ไม่ใช่กินแต่พืชผักเท่านั้น ดันไปกินสัตว์ปูปลา เนื้อทุกชนิด อีสานกินทุกอย่างที่ดิ้นได้ กินทั้งนั้น ไม่ดิ้นก็กิน คนอีสาน กินสารพัด นอกนั้นที่เป็นพิษก็ไม่กิน อีสานก็ไปแพร่ให้ที่อื่นกินตามไปอีก เป็นอาหารขึ้นป้ายมีราคา ที่เราทำสื่อเจตนาสื่อสารให้ลึกซึ้งกว่าเรื่องทำมาหากินเท่านั้น จะทิ้งอาชีพพากินไม่ได้ เราสื่อธรรมะ แต่ธรรมะนั้นมีทั้งอาชีพ กัมมันตะ วาจา สังกัปปะ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทิ้งอาชีพ ไม่ได้ทิ้งความเป็นอยู่ของชีวิต ไม่ได้หนีเข้าป่าเขาถ้ำ โดยไม่รู้เรื่องสังคมว่าเป็นอย่างไรทำมาหากินสังคมไม่ได้สู้เขาไม่ได้ ชาวอโศกปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแล้ว อยู่กลาง กลุ่มศิวิไลซ์ก็อยู่ได้ โดยอยู่ในระบบเราก็อยู่รอด อย่างสบายมาก ไม่เดือดร้อนเลยว่าจะมีเงินเหลือไปถึงพรุ่งนี้ไหมไม่ต้องเสียดอก ไม่เป็นอย่างที่เขาเป็น เพราะเรารู้ในการตัดสิ่งที่มันโง่ไปได้ ก็เหลือสิ่งที่เป็นสาระเป็นประโยชน์ของตนเองด้วย อาตมาทำงานมา 40 กว่าปียืนยันได้ว่าทำได้ อาตมาก็พูดหลายทีแล้ว พูดไปให้สังคมประเทศรู้ การบริหารมนุษย์และประเทศชาติให้เกิดผลของการเป็นอยู่มีพฤติกรรมสังคมมีวิธีการดำเนินชีวิตในสังคม เขาต้องการให้เป็นอย่างไร เป็นแบบคอมมิวนิสต์คืออย่างไรประชาธิปไตยคืออย่างไร อโศกนี้ปฏิบัติตามธรรมพระพุทธเจ้าได้สูงสุด ของคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตย สูงสุดของประชาธิปไตยคือเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ และสูงสุดกว่าคอมมิวนิสต์ต้องการ แต่คอมมิวนิสต์ไทยการบังคับ ส่วนคอมมิวนิสต์บังคับคนที่ได้รายได้มาก ส่วนประชาธิปไตย แพ้พวกมีรายได้มาก เขาเลี่ยงภาษี เอาเปรียบได้ หาทางไม่เสียภาษีไม่แชร์ให้ส่วนกลาง หลบเก่ง แม้แต่ในประเทศอเมริกา ก็มีที่ให้เสียภาษี90% ก็มี เป็นอัตราก้าวหน้า แต่มีรายได้อยู่ได้อย่างไรมันอยู่ได้ มันมีวิธีหลบแล้วก็รวยได้ คอมมิวนิสต์ถึงมันเขี้ยวโกรธพวกนี้ จะใช้หลักบริหารบังคับเอา ข้ารู้นะเอ็งต้องจ่ายภาษี ก็คือต้องการให้เข้าส่วนกลางให้ได้มาก แล้วพวกเราเป็นไง ประสบความสำเร็จหรือเปล่า...ได้แล้ว เอาเข้ากองกลาง 100% แบ่งกินใช้ตามควร ไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่ จะมาใช้อย่างฟ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive