18 บทที่ 11 ใจเพชร น 763-802.pdf

โฟลเดอร์PDF Morkeaw secured
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์383 KB
วันที่แก้ไข10 กุมภาพันธ์ 2559

เนื้อหาในไฟล์

บทที 11 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรือง “จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ” นี เป็นการศึกษาโดยใช้กระบวน การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา(Ethnography Research) และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ซึงมีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1. ศึกษาประวัติศาสตร์การแพทย์วิถีพุทธจากจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 ของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม 2. ศึกษารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ 3. วิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ การวิจัยครั งนี ได้กําหนดขอบเขตของการวิจัยออกเป็น 3 ขอบเขต ดังนี คือ ขอบเขตเชิงเนื อหา ขอบเขตเชิงพื นที และขอบเขตเชิงประชากรผู้ให้ข้อมูลหลัก ขอบเขตเชิงเนื อหา มีดังนี 1. ศึกษาประวัติศาสตร์การแพทย์วิถีพุทธจากจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 รวมถึงเอกสารและสือต่าง ๆ ทีบันทึกข้อมูลทีเกียวข้องกับสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธสถาบันบุญนิยม ในประเด็นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการแพทย์วิถีพุทธ การบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธ และสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ วิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้าง สุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื นบ้าน ทฤษฎีเกียวกับสสารกับพลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั วตรงกันข้าม รวมทั งแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม 2. ศึกษารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ โดยศึกษาข

อ่านต่อ

้อมูลจากจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ในประเด็นการให้ความสําคัญของเทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น หรือเทคนิคการดูแลสุขภาพแต่ละข้อตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ แรงจูงใจในการมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ความสําเร็จ ปัญหาและอุปสรรค ในการพึงตนและช่วยเหลือผู้อืนให้มีสุขภาวะทีดี ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธนานาชาติเพือมวลมนุษยชาติ วิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะ 764 ตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม โดยใช้การพรรณนาและใช้สถิตร้อยละในบางช่วง พัฒนาเป็นรูปแบบจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ 3. ศึกษาองค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ ขอบเขตเชิงพื นที คือ เครือข่ายแพทย์วิถีพุทธ ทั งในและต่างประเทศ และมีขอบเขตเชิงประชากรแบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี 1. จดหมายเหตุและสือต่าง ๆ คือ เอกสารและสือต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธสถาบันบุญนิยม ตั งแต่ พ.ศ. 2538-2558 ได้แก่ 1.1 หนังสือ วารสาร เอกสาร และแผ่นพับทีผู้เขียนจัดพิมพ์และสือต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลทางสือโทรทัศน์ วิทยุ สือออนไลน์ ดีวีดี วีซีดี เอ็มพี 3 ทีผู้เขียนจัดทําเผยแพร่สู่สาธารณชน 1.2 หนังสือ วารสาร เอกสาร แผ่นพับ และสือต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลทางสือโทรทัศน์ วิทยุ สือออนไลน์ ดีวีดี วีซีดี เอ็มพี 3 ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธทีองค์กร หน่วยงาน บุคคลต่าง ๆ จัดทําเผยแพร่สู่สาธารณชน 1.3 เอกสารและสือต่าง ๆ ทีบันทึกข้อมูลทีเกียวข้องกับสุขภาวะของผู้ป่วยทีใช้การแพทย์วิถีพุทธสถาบันบุญนิยม 2. จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์ทั งในและต่างประเทศ ตั งแต่ พ.ศ. 2538-2558 จํานวน 10,000 คน การสรุปและอภิปรายผลการวิจัย การสรุปและอภิปรายผลการวิจัย ใช้การพรรณนา โดยวิเคราะห์สังเคราะห์เนื อหาในประเด็นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการแพทย์วิถีพุทธ การบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธ และสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ จากเอกสารและสือต่าง ๆ ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนา สุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื นบ้าน ทฤษฎีเกียวกับสสารและพลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั วตรงกันข้ามรวมทั งแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม ใช้การพรรณนา โดยการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทางสือสารออนไลน์หรือช่องทางอืน ๆ ในประเด็น การให้ 765 ความสําคัญของเทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น หรือเทคนิคการดูแลสุขภาพแต่ละข้อตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ แรงจูงใจในการมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ความสําเร็จ ปัญหาและอุปสรรค ในการพึงตนและช่วยเหลือผู้อืนให้มีสุขภาวะทีดี ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม พัฒนาเป็นรูปแบบจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ และใช้การพรรณนาวิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ สรุปผลการวิจัย ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการแพทย์วิถีพุทธ ปี พ.ศ. 2535-2538 ผู้วิจัยรับราชการทีโรงพยาบาลหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ซึงใน ช่วงเวลา 3 ปีแรกของการเริมรับราชการ ผู้วิจัยได้ใช้องค์ความรู้ด้านสุขภาพแผนปัจจุบันอย่างเต็มความสามารถ ในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน แต่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้เพียงบางส่วนเท่านั น ยังมีปัญหาสุขภาพอีกจํานวนมากทียังไม่สามารถแก้ไขได้ ยิงไปกว่านั นปัญหากลับบานปลายมากยิงขึ น โดยเฉพาะอย่างยิงปัญหาโรคเรื อรัง ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพสูงขึ น ศักยภาพในการพึงตนในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพน้อยลง ทําให้เริมชัดเจนว่าการดูแลสุขภาพแผนปัจจุบันช่วยลดหรือแก้ปัญหาได้บางส่วน แต่อีกหลายส่วนยังไม่สามารถลดหรือแก้ปัญหาได้ ผู้วิจัยจึงได้เริมแสวงหาความรู้เพิมเติม โดยศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและวิธีการดูแลสุขภาพแนวบุญนิยมจากการอ่านหนังสือและได้ไปอบรมการแพทย์พื นบ้าน และกสิกรรมผสมผสาน ไร้สารพิษ การดํารงชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงกับปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มพ่อผาย พ่อคําเดือง พ่อสุทธินันท์ จากนั นจึงได้ศึกษาการดูแลสุขภาพแนวทางเลือกต่าง ๆ หลากหลายศาสตร์เพิมเติม รวมถึงการทํากสิกรรมไร้สารพิษและการดํารงชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง ผู้วิจัยได้ทดลองปฏิบัติตามหลักการดูแลสุขภาพแผนต่าง ๆ ควบคู่กับการปฏิบัติพุทธธรรมแนวบุญนิยม ทํากสิกรรมไร้สารพิษและการดํารงชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง โดยบูรณาการร่วมกับความรู้ด้านสมุนไพรทีเรียนรู้ซึมซับมาจากบิดาตั งแต่ผู้วิจัยยังเยาว์วัย พบว่า ทําให้ผู้วิจัย มีสุขภาพดีขึ น จึงได้เผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวช่วยเหลือประชาชนทีเดือดร้อนด้านสุขภาพทีสนใจ ซึงพบว่าประชาชนสนใจมาใช้วิธีการดังกล่าวมากขึ น และส่วนใหญ่ทีใช้วิธีการดังกล่าวมีสุขภาพดีขึ น 766 จากประสบการณ์การลงมือปฏิบัติด้วยตนเองและเก็บข้อมูลจากการช่วยเหลือผู้อืน ผู้วิจัยได้บูรณาการมาเป็นศาสตร์การดูแลสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ โดยนําเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั ง 4 แผน คือ แผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือกและแผนพื นบ้าน รวมกับหลัก 8 อ. เพือสุขภาพทีดีของสถาบันบุญนิยมมาบริหารจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ผสมผสานบูรณาการด้วยหลักธรรมของพุทธศาสนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมสิงแวดล้อมในปัจจุบัน เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพทีต้นเหตุโดยใช้สิงทีประหยัดทีสุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงทีสุดด้วยวิธีทีเรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึงพาตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถินเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้ และมีความยังยืน เมือพบข้อมูลว่า ประชาชนทีใช้การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมส่วนใหญ่ มีสุขภาพทีดีขึ น จึงได้เผยแพร่องค์ความรู้เพือช่วยเหลือประชาชนในวงกว้างมากขึ น โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จนเกิดสโลแกน “ศูนย์บาทรักษาทุกโรค” และ “หมอทีดีทีสุดในโลกคือตัวคุณเอง” เกิดการรวมตัวกันของผู้ทีปฏิบัติตามแนวแพทย์วิถีธรรมทีมีสุขภาพดีขึ น ทีต้องการเสียสละช่วยเหลือผู้ทีเดือดร้อนด้านสุขภาพมากขึ น เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1, 2, 3, 4 และ 5 และเกิดมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ตามลําดับ รวมทั งเกิดเครือข่ายย่อยทั งในและต่างประเทศ ดําเนินกิจกรรมพึงตนและเผยแพร่องค์ความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ (แพทย์วิถีธรรม) ในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ 1. การจัดค่ายอบรมให้ความรู้ และข้อมูลเกียวกับสุขภาพพึงตนตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ 1.1 ค่ายสุขภาพพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (หลักสูตร 3-7 วัน) จัดเดือนละ 1-2 ครั ง มีผู้เข้าอบรมเฉลียครั งละ 200-300 คน จัดทีสวนป่านาบุญ 1-5 และเครือข่ายแพทย์วิถีพุทธ ทัวประเทศ 1.2 ค่ายสุขภาพพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (หลักสูตร 1 วัน) มีผู้เข้าอบรมเฉลียครั งละ 200 คน จัดทีสวนป่านาบุญ 3, 4, 5 และเครือข่ายแพทย์วิถีพุทธทัวประเทศ 1.3 ค่ายแฟนพันธุ์แท้ เพือตามหาและสร้างจิตอาสาศูนย์บาท เสียสละทํางานฟรี ไม่รับเงินทอง แต่ทําประโยชน์เพือผองชนทําเพือผู้อืน จัดปีละ 1 ครั ง มีผู้เข้าร่วมการอบรมเฉลียครั งละประมาณ 300 คน 1.4 ค่ายพระไตรปิฏก เพือเผยแพร่สัจธรรมในพระพุทธศาสนา เน้นฝึกฝนปฏิบัติเข้มข้นลด ละ ล้างกิเลส และฆ่ากิเลส ฝึกรับประทานอาหารเพียงมื อเดียว (อาหารไม่มีเนื อสัตว์รสจืด) ฝึกฝนสมรรถนะและความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจด้วยกิจกรรมพิเศษ เดินจาริกจาก 767 สวนป่านาบุญ 4 (บ้านแดนสวรรค์) อําเภอธาตุพนม เพือไปสักการะพระธาตุพนม อําเภอธาตุพนม เป็นระยะทางทั งสิ น 23 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมการอบรมเฉลีย 300 ท่าน จัดปีละ 2 ครั ง ที สวนป่านาบุญ 1 หรือ สวนป่านาบุญ 4 ผู้วิจัยได้ช่วยเหลือประชาชนทีมีความทุกข์จากปัญหาสุขภาพกายและใจ ด้วยหลัก การแพทย์วิถีพุทธ (แพทย์วิถีธรรม) สุขภาพพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง รวมแล้วจนถึงปัจจุบัน (ปี 2558) สามารถช่วยคนได้กว่า 160,000 คน 2. การให้บริการความรู้และข้อมูลแพทย์วิถีพุทธในรูปแบบของสิงพิมพ์ ได้แก่ หนังสือ วารสาร แผ่นพับ แผ่นการ์ดต่าง ๆ ณ เดือนเมษายน พ.ศ. 2558 ผู้วิจัยได้เขียนและเผยแพร่ผลงานสือสิงพิมพ์หนังสือด้านสุขภาพพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ รวมแล้วมียอดพิมพ์ 1,800,000 เล่ม นอกจากนี ยังได้จัดทําสือภาพและเสียงประเภท ดีวีดี วีซีดี และเอ็มพีสาม เช่น ค่ายสุขภาพ ค่ายแฟนพันธุ์แท้ ค่ายพระไตรปิฎก โยคะกดจุดลมปราณและกายบริหาร ยา 9 เม็ด แลกเปลียนประสบการณ์ สวดมนต์ ฝึกลมหายใจ กัวซา มหัศจรรย์นํ าปัสสาวะ เทคนิคทําใจให้หายโรคเร็ว คนพอเพียง ความผาสุกทีแท้จริง ฯลฯ จนถึงปัจจุบัน (ปี 2558) รวมประมาณ 12,000 แผ่น 3. การให้บริการความรู้และข้อมูลหลักการแพทย์วิถีพุทธ และให้คําปรึกษาปัญหาสุขภาพรายบุคคลโดยตรง (ตัวต่อตัว) 4. การให้บริการความรู้และข้อมูลแพทย์วิถีพุทธผ่านสถานีโทรทัศน์ 4.1 สถานีโทรทัศน์บุญนิยมทีวี www.boonniyom.tv ในรายการ “สุขภาพดีกับแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว)” ออกอากาศเวลา 06.00-07.00 น. ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ 4.2 สถานีโทรทัศน์หมอเขียวทีวีออนไลน์ 5. การให้บริการความรู้และข้อมูลแพทย์วิถีพุทธผ่านสถานีวิทยุ รับฟังรายการแพทย์วิถีธรรมทางอากาศ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์เวลา ทุ่มถึง 2 ทุ่มทางคลืน 102.75 หล่ายแก้วเรดิโอ รับเชิญไปออกรายการวิทยุท้องถิน เช่น สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอํานาจเจริญ สถานีอําเภอป่าซางบ้านโฮ่ง เวียงหนองล่องจอมทอง จังหวัดลําพูน สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนครพนม ฯลฯ 6. การให้บริการความรู้และข้อมูลแพทย์วิถีธรรม ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทีเวป หมอเขียวดอทเน็ต www.mokeaw.net ซึงตั งแต่ ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน (ปี 2558) มีผู้เข้าไปศึกษาสือทางระบบอินเตอร์เน็ตขององค์กรแพทย์วิถีธรรมรวมกว่า 11 ล้านครั ง 7. การให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพและ ข้อมูลทาง LINE 8. ได้รับเชิญออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ 768 • สารคดีธรรมชาติบําบัดพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 • สารคดี สุขภาพดี วิถีไทย ของกระทรวงศึกษาธิการ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 • รายการสุขภาพดีด้วย 8 อ. “สุขภาพแนวพึงตนแนวเศรษฐกิจพอเพียง” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพือมวลมนุษยชาติ “บุญนิยมทีวี” (เดิมชือ FMTV) • รายการคน ค้นคน “หมอเขียวศูนย์บาทรักษาทุกโรค” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ • รายการมองโลก มองธรรม เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบุญนิยมทีวี • รายการ เรืองจริงผ่านจอ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 • รายการครูสร้างคน คนสร้างโลก ของ คุรุสภา ตอน “หมอเขียว” เยียวยาครอบครัวครู ซึงครอบครัวครูดูแล โดย สกสค. เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ • สารคดี ทางนําชีวิต ตอน “ธรรมะดับโรค” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 9. การจัดการความรู้ ทําวิจัย และพัฒนาด้านวิชาการ • จัดตั งกลุ่มวิชาการเพือศึกษาวิจัยการใช้การแพทย์วิถีธรรม ในการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน ซึงได้มีผู้สนใจเข้าร่วมทั งหน่วยงานโรงพยาบาลของรัฐ สํานักสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าทีด้านสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล อสม. ร่วมกับภาคประชาชนทีเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธร่วมกับสํานักการแพทย์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการทําหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพือการพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง • ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ เปิดหลักสูตร ผู้ประกอบการสังคม ความถนัดแพทย์วิถีธรรม ร่วมกับการศึกษานอกโรงเรียน จัดหลักสูตรการแพทย์วิถีธรรมให้นักเรียนการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) • ร่วมทําวิจัยกับโครงการกําลังใจในพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในการฟื นฟูผู้ต้องขังหญิง ได้แก่ เรือนจํากลางนครพนม เรือนจําจังหวัดภูเก็ต และทัณฑสถานเปิด โคกตาบัน จังหวัดสุรินทร์ ศรัทธาต่อการแพทย์วิถีพุทธ 1. ศรัทธาต่อการแพทย์วิถีพุทธ ประเด็นประสบการณ์และข้อคิดเห็นจากบุคคลต่าง ๆ 2. ศรัทธาต่อการแพทย์วิถีพุทธ ประเด็นรางวัลและเกียรติบัตรต่าง ๆ 769 ผู้ใช้หลักการแพทย์วิถีพุทธ ทีสามารถนําหลักการแพทย์วิถีพุทธไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนือง ได้ผลสุขภาพดีขึ นทั งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา (จิตวิญญาณ) นั น ผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธล้วนแต่เป็นผู้มีความศรัทธาต่อการแพทย์วิถีพุทธ ใน 4 ด้าน คือ 1) ศรัทธาต่อตัวผู้วิจัย เมือผู้วิจัยพากเพียรฝึกฝนปฏิบัติตามองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธทีได้บูรณาการมาตามทีนําเสนอในบทที 5 จนเกิดสภาพชีวิตพอเพียงเรียบง่าย ร่างกายแข็งแรง จิตใจดีงาม และจิตใจเป็นสุขแล้ว ซึงเป็นสภาพแห่งความเป็นพุทธบุตร เข้าใจและเข้าถึงองค์ความรู้ทีถูกต้อง จึงดําเนินการพัฒนาเผยแพร่องค์ความรู้เพือช่วยเหลือมนุษยชาติต่อไป ดังทีพระพุทธเจ้าตรัสเกียวกับการพึงตนเองและช่วยเหลือผู้อืน ในอัตตวรรคที 12 2) ศรัทธาต่อธรรมะหรือคุณธรรมทีทรงไว้หรือทีมีอยู่ในตัวของผู้วิจัย โดยเฉพาะความมีเมตตาธรรมและความเสียสละอย่างทุ่มโถม ทีไม่รู้จักเหน็ดเหนือยในการเพียรช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มทีไม่หยุดหย่อน อย่างต่อเนืองตลอดระยะเวลา 20 ปี ทั งในประเทศไทยและต่างประเทศ 3) ศรัทธาต่อหลักเทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ไปปฏิบัติในการดูแลป้องกัน รักษา ฟื นฟู และสร้างเสริมสุขภาพให้ทุเลาจากโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เป็นการผ่าทางตันของระบบสุขภาพ ทีจะนําไปสู่สุขภาวะทีสมบูรณ์ได้อย่างยังยืน หรือสร้างเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรงได้จริง เห็นผลเปลียนแปลงในทางทีดีขึ นได้จริง ผู้ใช้มีความสบาย เบากาย มีกําลัง มีความเป็นอยู่ทีผาสุกขึ นเจริญขึ น 4) ศรัทธาต่อหมู่กลุ่มแพทย์วิถีพุทธ ทีเป็นมิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี เนืองจากเป็นหมู่กลุ่มทีจะนําพาให้จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธแต่ละท่านทีมีความศรัทธาต่อหมู่กลุ่มอย่างบริสุทธิqใจจริง ไปสู่เป้าหมายของความผาสุก สงบสันติสุข เพือมวลมนุษยชาติได้อย่างแท้จริง การบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธ มนุษยชาติทัวโลกประสบกับภาวะปัญหาสุขภาพ 3 ประการหลัก ได้แก่ 1) ปริมาณผู้ป่วย ชนิดและความรุนแรงของความเจ็บป่วยมีแนวโน้มเพิมมากขึ น 2) ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วยเพิมมากขึ น 3) ประชาชนมีศักยภาพในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพด้วยตนเองน้อยลง การบริหารจัดการองค์ความรู้และการดําเนินการทีมีอยู่ในระบบปกติ ช่วยลดปัญหาได้เพียงบางส่วน ยังมีปัญหาอีกจํานวนมากทียังไม่สามารถแก้ไขได้ ยิงไปกว่านั นกลับทวีความรุนแรงยิงขึ น ๆ ผู้วิจัยจึงพัฒนาองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธขึ น เพือสร้างสุขภาวะช่วยลดหรือแก้ปัญหาดังกล่าว และวิเคราะห์สังเคราะห์องค์ความรู้ โดยใช้แนวคิดและทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลัก 770 วิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื นบ้าน ทฤษฎีสสารและพลังงาน และทฤษฎีขั วตรงกันข้ามเชิงสุขภาพ พบว่า สาเหตุหลักทีทําให้เกิดโรคหรืออาการเจ็บป่วย ตามหลักแพทย์วิถีพุทธเกิดจาก 5 ประการใหญ่ ๆ ได้แก่ 1) ความร้อนเย็นไม่สมดุลด้านวัตถุ 2) ทําบาปหรืออกุศลกรรม 3) การ ไม่บําเพ็ญบุญกุศล 4) ความกลัว ความใจร้อน ความวิตกกังวล และความเศร้าหมอง และ 5) การคบมิตรทีไม่ดี การอยู่ในสังคมและสิงแวดล้อมไม่ดี แบ่งเป็นสาเหตุความเจ็บป่วย 9 ข้อย่อย 1) อารมณ์เป็นพิษ 2) อาหารเป็นพิษและ ไม่สมดุล 3) พิษจากการไม่ออกกําลังกาย หรือการออกกําลังกายและอิริยาบถทีไม่ถูกต้อง 4) พิษจากมลพิษต่าง ๆ ในโลกเพิมมากขึ น 5) พิษจากการสัมผัสเครืองยนต์ เครืองไฟฟ้า หรือเครืองอิเลคทรอนิคมากเกินความสมดุล 6) ไม่พึงตน ด้วยวิธีทีประหยัดเรียบง่าย ในการลดความรุนแรงของพิษหรือระบายพิษออกจากร่างกาย 7) การเพียรการพักทีไม่พอดี 8) บาปหรืออกุศลกรรม 9) การบูรณาการองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ เกิดความเจ็บป่วยหรือกลุ่มอาการร้อนเย็นไม่สมดุล 5 กลุ่มอาการ ดังนี 1) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายร้อนเกิน 2) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายเย็นเกิน 3) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายร้อนเกินและเย็นเกินเกิดขึ นพร้อมกัน 4) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายทีมีสาเหตุเกิดจากร่างกายร้อนหรือร้อนเย็นพันกันเกินตีกลับเป็นอาการเย็นเกิน (เย็นหลอก) 5) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายทีมีสาเหตุเกิดจากร่างกายเย็นหรือร้อนเย็นพันกันเกินตีกลับเป็นอาการร้อนเกิน (ร้อนหลอก) ซึงแก้ไขได้ด้วยการปรับสมดุลร้อนเย็น ใช้เทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ตามหลักแพทย์วิถีพุทธ ดังนี 1) การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น 2) การกัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม (การขูดระบายพิษทางผิวหนัง) 3) การสวนล้างพิษออกจากลําไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรทีถูกสมดุล ร้อนเย็น (ดีท็อกซ์) 4) การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนทีไม่สบายในนํ าสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 5) การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 6) การออกกําลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ทีถูกต้อง 7) การรับประทานอาหาร ปรับสมดุล ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 8) ใช้ธรรมะ ละบาป บําเพ็ญบุญกุศล ทําจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิงแวดล้อมทีดี 9) รู้เพียรรู้พักให้พอดี โดยเทคนิค (ยาเม็ด) ที 6-9 เป็นเทคนิคหลักทีมีผลต่อสุขภาพมากทีสุด จึงควรพากเพียรปฏิบัติให้ได้ดีทีสุดเท่าทีจะทําได้ ส่วนเทคนิค (ยาเม็ด) ข้อ 1-5 นั น เป็นสิงทีช่วยเสริมในการปรับสมดุลร้อนเย็นได้เป็นอย่างดี ให้เลือกปฏิบัติในข้อทีรู้สึก สุขสบายเบากายมีกําลัง ในปริมาณหรือจํานวนครั งเท่าทีรู้สึกสบาย ข้อใดทีทําแล้ว รู้สึกไม่สบายไม่เบากายไม่มีกําลัง ก็ไม่ต้องทํา พระพุทธเจ้าตรัสว่า การใช้สิงทีประหยัด หาได้ง่าย และไม่มีโทษ เป็นสิงทีมีประสิทธิภาพสูงสุดใน 771 การดับทุกข์ (จัตตาริสูตร) เมือใช้เทคนิคทั ง 9 ข้อ ตามหลักการใช้สิงทีประหยัด หาได้ง่าย และไม่มีโทษ ทีพระพุทธเจ้าทรงยืนยันเป็นสิงทีมีประสิทธิภาพสูงสุดในการดับทุกข์ เป็นวิธีหลักในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บป่วยทียังทุกข์ทรมานทนได้ยากทนได้ลําบากอยู่ หรือไม่แน่ใจว่าจะสามารถปรับสมดุลร้อนเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพจนชีวิตสามารถกําจัดโรคได้ ก็ให้ใช้ธรรมะตามทีพระพุทธเจ้าตรัสว่า “สัพเพธัมมานาลังอภินิเวสายะ” แปลว่า “สิงทั งหลายทั งปวงไม่ควรยึดมันถือมัน” (สํ.สฬา.18/96) แสดงให้เห็นว่า สิงใดทีเข้าไปยึดมันถือมันจะไม่ทุกข์เป็นไม่มี สภาพดังกล่าวนั นจึงไม่ควรยึดมันถือมัน ทีจะใช้เฉพาะเทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) อย่างเดียวเท่านั น ก็ควรพิจารณาหาวิธีการในการดูแลสุขภาพแผนต่าง ๆเสริมเติมเต็ม ซึงการใช้วิธีในการดูแลสุขภาพแผนต่าง ๆเสริมเติมเต็มนั น ใช้หลักลางเนื อชอบลางยา คือ เลือกใช้วิธีทีทําแล้วรู้สึกสุขสบายเบากาย มีกําลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกําลัง ถ้าใช้แล้วไม่สบายหนักตัวกําลังตกอ่อนเพลียก็ให้หยุดทํา หรือท่านทีได้ใช้วิธีการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพตามแผนต่าง ๆมาแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บป่วยอยู่ ก็สามารถศึกษาทดลองใช้เทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น ด้วยเทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ตามหลักแพทย์วิถีพุทธ เสริมเติมเต็มหรือทดแทนตามความเหมาะสมของสภาพชีวิตผู้นั น ๆ ได้ สําหรับท่านทีประเมินสถานการณ์ความเจ็บป่วยทีเป็นอยู่ว่าวิธีการต่าง ๆ นั นไม่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพดังกล่าวได้ ซํ ายังเสียงต่อความทุกข์ทรมานจากวิธีการใด ๆ ดังกล่าวแล้ว ต้องการวางร่างวางขันธ์ด้วยวิธีเทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ซึงสามารถติดตามรายละเอียดได้ ในภาคผนวก ฐ “การวางร่างวางขันธ์” โดย ใจเพชร กล้าจน การแพทย์วิถีพุทธ เป็นการดูแลสุขภาพทีเหมาะกับคนทัวไปทุกฐานะ ทุกอาชีพ ทุกชนชาติ ทีต้องการเรียนรู้ฝึกฝนการดูแลสุขภาพ และเข้าถึงวิชชาแห่งพุทธะ ทีมีประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลสุขภาพกาย ใจ ในหมู่มิตรดี สังคมและสิงแวดล้อมทีดี ผลสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ จากการศึกษาประวัติศาสตร์การแพทย์วิถีพุทธ จากจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 ของผู้ป่วยทีใช้การแพทย์วิถีพุทธสถาบันบุญนิยม ในประเด็น “สุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ” มีขอบเขตด้านพื นทีการศึกษาจากจดหมายเหตุ คือ เอกสารบันทึกแบบต่าง ๆ อันได้แก่ 1) หนังสือและแผ่นพับต่าง ๆ ทีเผยแพร่เกียวกับความรู้และหลักการแพทย์วิถีพุทธ 2) งานวิจัยเกียวกับการแพทย์วิถีพุทธสถาบันบุญนิยม 3) แบบบันทึกแลกเปลียนประสบการณ์ การใช้การแพทย์วิถีพุทธ 4) แบบบันทึกข้อมูลจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ หรือผู้ทีใช้การแพทย์วิถีพุทธ 5) การสัมภาษณ์เชิงลึกจากการแลกเปลียนประสบการณ์การแพทย์วิถีพุทธทีบันทึกไว้ ในรูปของเอกสาร เอ็มพีสามและวิดีโอ 6) ใบสมัครและใบประเมินผลการอบรมค่ายสุขภาพการแพทย์วิถีพุทธ 7) การสัมภาษณ์แลกเปลียนประสบการณ์และข้อมูลการดูแลสุขภาพผ่านสือออนไลน์ทางเวปไซด์ 772 ยูทูป เฟสบุ๊ค ไลน์ และสืออิเล็คทรอนิคแบบต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 ผลสุขภาวะของผู้ใช้แพทย์วิถีพุทธโดยเลือกสุ่มอย่างง่ายและแบบเจาะจง จํานวนรวมทั งสิ น 1,542 กรณีศึกษา สรุปสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ ทั ง 4 ด้าน จากการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ สรุปได้ดังนี 1. ด้านร่างกาย สุขภาวะทางกาย มีการเปลียนแปลงเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ น อาการเจ็บป่วยทุเลา ลดลง มีความรู้สึกสบาย มีกําลัง โปร่ง เบากายมากกว่าเดิม และเมือเจ็บป่วยสามารถพึงตนและดูแลตนเองได้ด้วยหลักการแพทย์วิถีพุทธเพือการพึงตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ต้องไปพบแพทย์ ลดปริมาณการใช้ยาลงได้ หรือถึงระดับทีหยุดการใช้ยาลงได้เด็ดขาด ลดหรืองดการทานเนื อสัตว์ได้ ทานอาหารรสจืดลงได้ และพยายามทานอาหารผักผลไม้มากขึ น สุขภาวะทางกายในด้านเศรษฐกิจ มีการเปลียนแปลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในปัจจัยสีทีเป็นสิงจําเป็นในการดํารงชีวิตประจําวันได้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล ลดหรืองดการใช้ยา สามารถหลีกเลียงการนํายาเคมีเข้าร่างกายได้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน