561007 บทสกู๊ปกองทัพธรรมร่วมกปท.ยกระดับชุมนุมปักหลักพักค้างหน้าทำเนียบรัฐบาล.docx
เนื้อหาในไฟล์
กองทัพธรรมร่วมกับ กปท. ยกระดับชุมนุมปักหลักพักค้างหน้าทำเนียบรัฐบาล
7 ตุลาคม 2556 ภายหลังจากร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันครบรอบ ๕ ปีเหตุการณ์ ๗ ตุลาฯ ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้ารัชกาลที่ ๕ กลุ่มมวลชนกปท.ร่วมกับกองทัพธรรมบางส่วน ได้เคลื่อนพลจากสวนลุมพินี มาปักหลักชุมนุมที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ โดยมีรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยชั่วคราว
คณะเสนาธิการร่วมกปท.ได้แถลงถึง เหตุผลของการชุมนุมครั้งนี้ เพราะ “ รัฐบาลเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง โดยเฉพาะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกทั้งไม่เร่งที่จะแก้ไขปัญหาเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้น คณะกปท.และกองทัพธรรม จึงขอปักหลักชุมนุมอยู่ที่นี่โดยสงบ และจะอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อคัดค้านการกระทำของรัฐบาลดังกล่าว
และในค่ำของวันที่ ๗ ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลไม่ต่ำกว่า 10 คันรถตู้ พร้อมรถคุมผู้ต้องขัง ได้มาปิดกั้นทางเข้าออกของผู้ชุมนุมทุกด้าน แม้วันนี้การลำเลียงเสบียงและอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นจะเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่มวลชนก็ยังหลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย ยืนหยัดยืนยันปักหลักพักค้างข้างทำเนียบรัฐบาล โดยสันติ อหิงสา ถูกกฎหมาย ไม่ปีนเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เอฟเอ็มทีวีก็ถ่ายทอดสดตลอดตั้งแต่ เร่ิมชุมนุมไปจนถึงกลางดึกจึงหยุดถ่ายทอดสด
ในวันรุ่งขึ้น วันที่ ๘ ตุลาคม เวลา ประมาณ ๐๙.๐๐ น. พ่อครูได้มาเยี่ยมและขึ้นเทศนาธรรมบนรถเวที ข้างรั้วทำเนียบรัฐบาลใกล้ประตู ๓ พ่อครูได้กล่าวว่าครั้งนี้จะเป็นการใช้ธรรมนำหน้าอย่างแท้จริง เราต้องเอาความดีงามชนะความชั่ว เอาความถูกต้องดีงามชนะความผิด เราไม่มุ่งเอาแพ้ชนะ ถ้าเราแพ้เราก็กลับ ไม่มีเสียหน้า เราได้ทำงานเพื่อมนุษยชาติแล้ว โดยวันนี้ตำรวจไม่ยอมให้รถเครื่องเสียงและเครื่องปั่นไ
อ่านต่อ
ฟรวมทั้งเต็นท์หรือแม้แต่รถขนอาหาร ตำรวจก็ไม่ยอมให้เข้ามาส่งภายในที่ชุมนุมได้ แต่ก็เป็นผลให้ผู้ชุมนุมได้เกิดความสามััคคีกันยิ่งขึ้น โดยช่วยกันยืนต่อสายพานกันลำเลียงอาหารเข้าไปในที่ชุมนุม เป็นภาพที่แสดงถึงความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคของผู้ชุมนุม
วันต่อมาคือวันที่ ๙ ตุลาคม วันนี้ตำรวจหลายชุดมาขอเจรจากับคณะเสนาธิการร่วมฯ แต่ขณะเดียวกันตำรวจก็ สกัดไม่ยอมให้รถสูบส้วมและรถเติมน้ำเข้าที่ชุมนุม แม้แต่ข้าวและน้ำ หรืออาหาร ตำรวจก็สะกัดกั้นไว้ จนผู้ชุมนุมต้องอาศัยน้ำขวดแทนน้ำประปาเวลาถ่ายทุกข์ โดยในช่วงเย็น พ่อครูสมณะโพธิรักษ์และสมณะสิกขมาตุจำนวนหนึ่งได้มาให้กำลังใจและอยู่ร่วมปักหลักพักค้างกับมวลชนที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตำรวจก็ได้ทำการกระชับพื้นที่เข้ามาเรื่อยๆ ขณะที่มวลชนก็หลั่งไหลกันมาไม่ขาดสายเพื่อตรึงพื้นที่ ซึ่ง แม้จะยากลำบากอย่างไร ผู้ชุมนุม ยังคงยืนหยัดปักหลักพักค้างประท้วงรัฐบาลที่ได้ประกาศใช้พรบ.ความมั่นคง อีกทั้งระดมกำลังตำรวจมาไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ นาย ทั้งที่ประชาชนมีจำนวนหลักร้อยถึงหลักพันและเป็นการชุมนุมที่สงบ สันติ อหิงสา
เช้าวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ที่ได้ปักหลักพักค้างจำวัดในเต๊นท์ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ได้เมตตาขึ้นเทศนาในช่วงเช้าถึง ๓ ชั่วโมง ตั้งแต่ประมาณ ๖.๐๐ – ๙.๐๐ น. เนื่องจากบรรยากาศในตอนนั้นกำลังตึงเครียด เนื่องจากตำรวจพยายามเคลื่อนไหวกดดันมวลชนหลายทางและเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ที่ผู้ร่วมชุมนุมนั่งฟังธรรมอย่างสงบ ทั้งที่เป็นธรรมะขั้นลึกซึ้งถึงปรมัตถธรรม ทำให้บรรยากาศลดความตึงเครียดลง
ในช่วงสายหลังจากพ่อครูเทศนาเสร็จ พลตำรวจตรีอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.และตำรวจผู้ติดตาม ได้เข้าเจรจา แต่ขณะที่ตำรวจมาเจรจานั้น ก็ยังมีการกดดันจากทางตำรวจ โดยห้ามไม่ให้นำอาหารและนำ้เข้ามาในที่ชุมนุม แม้ถูกจำกัดสิทธิ์มนุษยชน แต่ผู้ร่วมชุมนุมก็พยายามลำเลียงอาหารมาบนท่อน้ำประปาที่ข้ามคลองเข้ามาในที่ชุมนุมอย่างทุลักทุเล แต่ทำได้ไม่เท่าไหร่ ตำรวจก็ปิดทางอีก ห้ามลำเลียงมาบนท่อน้ำประปาข้ามคลอง ผู้ร่วมชุมนุมก็ยังไม่ย่อท้อ พากันเสียสละ ลงลุยนำ้ในลำคลอง แล้วใช้หม้อใบโตเบอร์ ๕๐-๖๐ ใส่อาหารลอยตัดลำคลองข้ามฝั่งมายังที่ชุมนุม เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก อีกทั้งยังดัดแปลงตู้เย็นนำเอาฝาตู้เย็นออก แล้วใช้ตู้เย็นเปล่า เป็นเรือสำหรับลำเลียงคนเข้ามาในที่ชุมนุมได้ทีละ ๑ คน
ขณะนั้นมีมวลชนจำนวนประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ คนที่รับฟังสื่อสารที่ส่งออกไปทางโทรทัศน์และสื่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดความเห็นใจผู้ชุมนุมที่ถูกทรมานจากตำรวจ ทำให้พากันออกมาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก แต่เข้ามาในที่ชุมนุมไม่ได้เพราะตำรวจตั้งด่านสะกัดไว้ที่แยกสนามม้านางเลิ้ง ผู้ชุมนุมจึงตั้งเวทีปราศรัยขึ้นบนรถยนต์ โดยใช้เครื่องเสียงขนาดเล็ก มีผู้นำคือทนายนิติธร ล้ำเหลือ ต่อมามีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงมาเข้าร่วมด้วย
ช่วงบ่ายนี้ตำรวจพยายามมาเจรจาถึง ๓ รอบ ซึ่งทิศทางการเจรจาก็เป็นไปด้วยดี ทางผู้ชุมนุมพร้อม ทำตาม กติกา ตำรวจจึงเชิญคณะเสนาธิการร่วมฯขึ้นรถตู้ไปเจรจาตกลงกับคณะตำรวจที่มีอำนาจสั่งการ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งทางคณะเสนาธิการร่วมฯก็ตกลงไปเจรจาด้วย แต่ตำรวจก็ยังคงใช้วิธีการบีบคั้นกดดันให้ผู้ชุมนุมทุกข์ทรมานกันต่อไป ต่อมาอีกประมาณ ๑ ชั่วโมง พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ พร้อมคณะเสนาธิการร่วม ก็กลับมาสู่ที่ชุมนุมแล้วประกาศยุติการชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว เนื่องจากเห็นแก่ภาพลักษณ์ของประเทศ ในการต้อนรับการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ ๑๑ ต.ค. ซึ่งหากเสร็จสิ้นภารกิจต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีนแล้ว ทางกลุ่มจะกลับมาปักหลักชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาลเช่นเดิม
หลังจากที่ประกาศยุติชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และขอให้มวลชนย้ายกลับไปปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินี เนื่องด้วยตำรวจกระทำการอย่างอยุติธรรมกับผู้ชุมนุม จึงทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ ๓ แยกนางเลิ้งไม่ยอมสลายการชุมนุมต้องการประท้วงต่อ ทนายนิติธร ล้ำเหลือ จึงช่วยเหลือให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายไปยังแยกอุรุพงศ์ เพื่อให้ไม่ผิดพรบ.ความมั่นคงโดยมีนายอุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษารามคำแหงมาร่วมด้วย และต่อมาได้ก่อตั้งเป็นเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยหรือ คปท.
ซึ่งพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้เทศนาไว้ตอนหนึ่งหลังกลับไปที่สวนลุมฯว่า เหตุการณ์ที่มีผู้ผิดหวังจากการไปครั้งนี้แล้วไปชุมนุมที่อุรุพงศ์ เป็นความก้าวหน้าของประชาธิปไตย เคล็ดวิชานี้ไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน ครั้งนี้พล.อ.ปรีชาเลื่อนชั้นยกระดับชนะอย่างโลกุตระ ชนะอย่างอาริยะ เห็นน้ำใจจากพวกเราทุกคน คณะเสนาธิการก็เเป็นหนึ่งเดียวกัน มีกระบวนท่าลีลาที่เยี่ยมยอดทำให้จบอย่างสวยงามมาก ไม่เสียเกียรติยศด้วย