การบำเพ็ญเพียรขั้นสุดท้ายของมวลมหาประชาชน(๑).docx
เนื้อหาในไฟล์
การบำเพ็ญเพียรขั้นสุดท้ายของมวลมหาประชาชน(๑)
แม้ว่านายกยิ่งลักษณ์จะถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นสภาพรัฐมนตรีไป ซึ่งเปรียบเสมือนได้ตายคาเก้าอี้ประชาธิปไตยไปแล้ว แต่ว่ายังคงมีรมต.ที่ไม่ได้ถูกศาลตัดสินให้พ้นสภาพรัฐมนตรีทำการรักษาการ เป็นรัฐบาลรักษาการที่ไม่สมประกอบต่อไปอีก มวลมหาประชาชนก็ยังคงต้องบำเพ็ญเพียรกันต่อไป วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๙.๐๙ น. นับหนึ่ง “วันเผด็จศึก” กำนันสุเทพประกาศ ถือเป็นวันเริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายของมวลมหาประชาชน โดยเมื่อถึงเวลานัดหมาย ในเวลา ๐๙.๐๙ น. กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำมวลชนเดินขบวนแรกจากลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖ ออกประตู ๔ สวนลุมพินี เข้าถนนราชดำริ มุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล สมทบกลุ่ม คปท. ภายหลังประกาศเผด็จศึกรัฐบาล
โดยวันนี้จัดทัพเคลื่อนรวม ๖ ขบวน ส่วนอีก ๕ ขบวน มีดังนี้ ขบวนของ นายอิสสระ สมชัย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ นายสกลธี ภัททิยกุล เคลื่อนที่เร็วไป ช่อง ๗ ขบวน นายถาวร เสนเนียม เคลื่อนที่เร็วไป ช่อง ๑๑ ถนนวิภาวดี ขบวนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เดินไป ช่อง ๓ ขบวน นายชุมพล จุลใส และ นางสาวจิตภัสร์ กฤดากร เดินไป ช่อง ๙ ขบวน นายวิทยา แก้วภราดัย เดินไป ช่อง ๑๑ ถนนเพชรบุรี และขบวน เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ แนวร่วมกองทัพธรรม ไปช่อง ๕ ขณะที่ หลวงปู่พุทธะอิสระ นำมวลชนไป ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ หรือ ศอ.รส.
โดยมวลมหาประชาชนแยกกระบวนทัพไปตามสื่อต่างๆ เป็นการไปนั่งบำเพ็ญเพียร ชุมนุมอย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ไม่มีการบุกยึดสถานที่ โดยการเคลื่อนไปยังสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีนั้น มีเจตนาดี เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง ถึงผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ต่างๆ คือ ๑.ขอให้งดเสนอข่าวของฝ่ายรัฐบาลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ๒.ขอความร่ว
อ่านต่อ
มมือให้นำเสนอข่าวภาคประชาชน โดยขอให้มีการถ่ายทอดแถลงการณ์ของกปสส.
โดยมวลมหาประชาชนต้องบำเพ็ญเพียรกินนอนกลางถนนหน้าสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆอยู่ ๓ วัน ๓ คืน โดยสงบปราศจากอาวุธ และยังมีสายฝนตกลงมาตลอด ๓ วันนี้ เพราะเป็นช่วงฤดูฝน แต่มวลชนไม่ได้ย่อท้อต่อสายฝน กลับทยอยกันเข้าร่วมชุมนุมเพ่ิมขึ้นเรื่อยๆในทุกๆจุดที่นัดชุมนุม โดยการเจรจาข้อเรียกร้องของกปปส.ต่อสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆก็ได้รับการตอบรับที่ดี เกือบทั้งหมด มีการถ่ายทอดแถลงการณ์ของกปปส.ในแทบทุกสถานี มีบางสถานีก็ได้งดถ่ายทอดแถลงการณ์ของศอ.รส.อีกด้วย
และในวันที่ ๙ พฤษภาคมนี้เอง วุฒิสภาก็ได้มีมติเลือก "นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย" เป็นประธานวุฒิสภา ด้วยคะแนน ๙๖:๕๑ เสียง ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีเพราะคุณสุรชัยมีแนวทางที่จะช่วยเหลือบ้านเมืองให้พ้นวิกฤติ
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากดาวกระจายกันไปปักหลักพักค้าง หน้าสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆได้ ๒ คืน ๒ วัน ท่ามกลางฤดูฝนที่มีฝนตกหนักบ้างเบาบ้างเป็นระยะๆ และในช่วงบ่ายวันนี้ ทาง กปปส.จึงได้ประกาศให้แต่ละจุดได้ถอนตัวกลับที่ตั้ง ดังนั้นวันนี้ ทางกปท.และกองทัพธรรม จึงได้ขนย้ายมวลชนกลับมายังสะพานผ่านฟ้าฯ ส่วนทางกปปส.หลักก็ได้ขนย้ายมวลชนมาปักหลักพักค้างที่ข้างทำเนียบรัฐบาล มวลชนมากันเป็นจำนวนมาก ล้นหลามจากข้างทำเนียบรัฐบาล ยาวมาถึงสะพานผ่านฟ้า มวลชนบางส่วนยังได้ไปนอนพักค้างที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกด้วย มวลมหาประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังไม่กลับบ้าน จะร่วมต่อสู้จนกว่าจะได้ชัยชนะ
๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ วันนี้เป็นวันที่ กลุ่มเสื้อแดง นปช.นัดชุมนุมใหญที่ถ.อักษะหรือถ.อุทยาน โดยประกาศจะชุมนุมต่อเนื่องไม่กำหนดเวลาเลิดชุมนุม และวันนี้ก็เป็นวันที่กปปส.ประกาศยุบเวทีสวนลุมฯ แล้วย้ายเวทีใหญ่ไปอยู่ที่ถ.ราชดำเนินนอก บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ หรือหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) โดยก่อนเดินขบวน กำนันสุเทพ พร้อมแกนนำร่วมสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖ เพื่อความเป็นสิริมงคล และขอพรในการฉลองชัยชนะ ขณะที่มีการเคลื่อนขบวนออกจากสวนลุมพินี มีประชาชนออกมารอส่งตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส ประชาชนต่างยืนรอบนสกายวอล์ค โบกธงชาติ เป่านกหวีด ยาวไปถึงแยกปทุมวัน เป็นบรรยากาศอันอบอุ่นยิ่ง ขณะที่กลุ่มของผู้ชุมนุม คปท.ที่ปักหลักอยู่บริเวณทำเนียบรัฐบาลได้มีการเคลื่อนมวลชนไปยังบริเวณรัฐสภาในเวลาเดียวกันด้วย โดยวันนี้ กำนันสุเทพ และแกนนำกปปส.ได้เข้าพบนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนให้การต้อนรับเพื่อปรึกษาหารือที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติครั้งนี้ ดังนั้น ทางกปปส.จึงได้รอให้ทางวุฒิสภา ดำเนินการหาทางออกให้ประเทศชาติ จนกว่าจะถึงวันที่ ๑๖ พฤษภาคมนี้ ถ้าวุฒิสภาไม่สามารถหาทางออกให้ประเทศชาติได้ประชาชนจะเป็นผู้ดำเนินการเอง
๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ วันวิสาขบูชา วันนี้ที่เวทีกปปส.หน้าUN ได้มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวันวิสาขบูชา และเพื่อความเป็นสิริมงคลในการชุมนมของกลุ่ม กปปส. โดยถือว่าวันนี้เป็นวันทำบุญประเทศ เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ผ่านพ้นไป ซึ่งพระสงฆ์ ๓๐ รูป จากวัดต่าง ๆ ได้เตรียมรับบิณฑบาตจากประชาชน ขณะที่ประชาชนของกลุ่ม กปปส. ขณะนี้ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อสีขาวและสีสันสดใสต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมตัวกันเนืองแน่นเต็มด้านหน้าเวที นำเครื่องอุปโภคบริโภคมาตักบาตรพระสงฆ์กันเป็นจำนวนมาก ส่วนเวทีคปท.ก็ได้นิมนต์พระ ๑๙ รูป จากวัดเบญจมบพิตร ทำบุญวันวิสาขบูชา เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้ชุมนุมและประเทศชาติเช่นกัน ส่วนทางเวทีกปท.และกองทัพธรรม ก็ได้นิมนต์สมณะสิกขมาตุมาบิณฑบาตในช่วงเช้าและได้นิมนต์ให้พ่อครูสมณะโพธิรักษ์เทศนาที่เวทีผ่านฟ้าฯในช่วงสายอีกด้วย
ในวันนี้เอง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา แถลงหลังการหารือนอกรอบกับสมาชิกวุฒิสภาว่า การหารือวันนี้ได้ข้อสรุปตั้งทีมประชาสัมพันธ์เพื่อทำงานชี้แจงต่อสื่อมวลชน และจะมีการเดินสายหารือองค์กรต่างๆ พร้อมทั้งตั้งคณะทำงานประสานงานกับองค์กรภายนอกเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อหาทางออกให้ประเทศ โดยกำหนดว่าจะให้ได้ข้อสรุปภายในวันศุกร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม นี้
ดังนั้น ทางกปปส.ในช่วงเวลา ก่อนถึงวันศุกร์ที่ ๑๖ นี้จึงได้เคลื่อนไหวไปให้กำลังใจสว.ที่จะปรึกษาหารือองค์กรต่างๆ และตั้งมั่นอยู่ในที่ตั้งก่อน และได้ส่งหน่วยสื่อสารในเครือกปปส. เช่น Blue sky และ FMTV ไปถ่ายทอดสดการประชุมของวุฒิสภากับองค์กรต่างๆในสังคม เพราะว่าทางวุฒิสภาไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากช่องฟรีทีวี จึงเป็นโอกาสที่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่เสียสละเพื่อชาติอย่าง Blue sky และ FMTV จะได้รับใช้ชาติในโอกาสสำคัญยิ่งนี้
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นอีกหนึ่งวันที่มีการสูญเสียชีวิตของพี่น้องกปปส.ผู้รักชาติไปอีก ๓ ชีวิต เมื่อเวลา ๐๓.๐๐ น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายยิงเอ็ม ๗๙ และกราดยิงใส่ผู้ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และแยกคอกวัว ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งเวทีย่อยของผู้ชุมนุม กปปส. มีผู้บาดเจ็บ ๒๒ คน เสียชีวิต ๓ คน นับเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมอย่างย่ิง เพราะผู้ชุมนุมมาด้วยอุดมการณ์เสียสละเพื่อชาติ มาด้วยสองมือเปล่า สงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ แต่คนร้ายก็ทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างไร้ความปราณี แต่ก็ไม่ได้ทำให้กำลังใจของผู้ชุมนุมลดน้อยลงแต่อย่างใด ผู้ชุมนุมก็ยืนยันที่จะอยู่ร่วมชุมนุมต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะแม้จะต้องตายก็ถือว่าได้ตายเพื่อชาติ เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งอีกด้วย
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ วันนี้เป็นวันที่วุฒิสภาจะประกาศข้อสรุปการหาทางออกของประเทศภายหลังจากได้ปรึกษาหารือกับทุกภาคส่วนทุกองค์กรเสร็จแล้ว ซึ่งวันนี้กำนันสุเทพก็ได้พามวลมหาประชาชนมาชุมนุมหน้ารัฐสภาเพื่อรอฟังผลการประกาศข้อสรุปของวุฒิสภา และเมื่อเวลา ๑๘.๑๕ น. ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา นำโดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา ได้แถลงถึงข้อสรุปในการหาทางออกประเทศไทย โดยสรุปว่า ที่ประชุมเห็นพ้องว่า วุฒิสภาต้องทำหน้าที่ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้วิกฤตชาติ โดยได้มีการประสานไปยังทุกภาคส่วนของสังคม ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากองค์กรต่างๆ เช่น องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม องค์กรเอกชน อธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ผลการจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความเห็นต่างมีความเห็นตรงกันว่า หากปล่อยให้สภาวการณ์แบบนี้ดำรงต่อไปอาจนำไปสู่การล่มสลายทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งชาติ ทุกภาคส่วนเสนอให้วุฒิสภาแก้ไขวิกฤตของชาติ เพื่อไม่ให้ขยายตัว จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.ให้แก้ไขปัญหาวิกฤตชาติโดยคืนความสงบสุข สมานฉันท์ด้วยการจัดให้ปฎิรูปประเทศในทุกด้น ซึ่งต้องมีนายกฯ และรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็ม
2. ให้รัฐมนตรีที่ปฎิบัติหน้าที่รัฐบาล และพรรคการเมืองให้ความร่วมมือกับวุฒิสภาในการหาทางออกให้ประเทศ ภายใต้หลักการร่วมมือของคนในชาติ และลดเงื่อนไขความรุนแรง
3.วุฒิสภาพร้อมจะทุ่มเทในการทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องจะนำความคิดเห็นมาพิจารณาประกอบ หากจำเป็นจะอาศัยข้อบังคับเปิดประชุมเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้ได้นายกฯ ตามกรอบรัฐธรรมนูญ และประเพณีปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ตามประเพณีทั้งของสากลและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของไทย
ภายหลังจากที่มวลชนกปปส.ได้ฟังแถลงการณ์วิธีการแก้ปัญหาของชาติโดยวุฒิสภาแล้ว อารมณ์ของมวลประชาชนส่วนใหญ่ก็มีความผิดหวัง ที่วุฒิสภาไม่ได้เลือกนายกฯให้แก่ประเทศในทันทีอย่างที่คาดหวังกัน แต่กำนันสุเทพก็ได้ปราศรัยที่หน้ารัฐสภาทำให้อารมณ์ของมวลชนสงบลงได้ แล้วพามวลชนเดินเท้ากลับเวทีกลางที่สะพานมัฆวานฯ
๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วย แกนนำหลักได้เตรียมความพร้อมหารือกับ แกนนำ กปปส.จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อที่จะประเมินสถานการณ์กำหนดแนวทางเคลื่อนไหว เดินหน้าหานายกรัฐมนตรี ม.7 เป็นทางออกประเทศต่อไป หลังจากทางสมาชิกวุฒิสภาไม่สามารถเสนอทางออกได้ตามกำหนด กำหนดระยะเวลาของการทวงคืนอำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของปวงชนให้ได้ โดยที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. และจะต้องจบลงในวันที่ 26 พ.ค. โดยในวันที่ 18 พ.ค.นั้น จะมีการเชิญเครือข่ายสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจทุกเครือข่ายเข้าร่วมประชุม เพื่อแบ่งหน้าที่กันตามความถนัดในเวลา 10.00 น. จากนั้นเวลา 14.00 น. ก็จะเชิญอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณอายุราชการแล้ว มาร่วมประชุมด้วย และจะเริ่มปฏิบัติการทวงคืนอำนาจอธิปไตย ในวันที่ 19 พ.ค. โดยจะแบ่งมวลชนออกเดินทางไปทวงคืนอำนาจจากทางคณะรัฐมนตรีรักษาการกลับมาให้ได้ และก็จะต้องรู้แพ้รู้ชนะกันในวันที่ 26 พ.ค.
ทั้งนี้ กำนันสุเทพ ได้กล่าวว่า หากข้าราชการและประชาชนไม่ออกมาร่วมด้วย ตนเองจะยอมเข้ามอบตัวในวันที่ ๒๗ พ.ค.