620520_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 50.docx
เนื้อหาในไฟล์
620520_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 50
อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1HMkGK6IRgtDzrJOl0mVvbkuFEkPJKPIhQnDbRdoJZSs/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1vE78WLBhz0ZF6hwahSKHRUHbqVk5OcTR พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 ที่ บวร ปฐมอโศก เด็กชาวอโศกเป็นเด็กที่สาธารณะไม่จำกัด เหมือนอย่างที่เขาให้ Concept กับเด็กว่าไม่ควรไปที่นั่นที่นี่อย่างไร เด็กของเราที่นี่ไม่ให้กลัวใครให้เป็นมิตรกับทุกคน ใครก็เป็นพี่น้องปู่ย่าตายายกันไปหมดเลยทุกที่เลยเด็กๆชาวอโศกไม่เหมือนกับเด็กข้างนอกเขา เด็กข้างนอกเขาบอกว่าอย่าไปใกล้นะอย่าไปแตะต้อง แต่ที่นี่เราไม่มี จิตใจของเด็กจึงต่างกัน Concept ของเด็กก็ต่างกัน อันนี้เป็นเรื่องลึก จิตวิญญาณเป็นเรื่อง ญาติทางธรรม ญาติธรรม จิตวิญญาณเป็นญาติกันเป็นที่พึ่งพากันเป็นที่สมานกัน จิตใจมันต่อเนื่องกันไปหมดไม่มีการแบ่งแยก พวกเราเป็นพวกไม่มีทุกข์ไม่มีสุขสูงสุด ตอนนี้ก็เน้นเรื่องนี้ มาหลายปีพยายามเชื่อมต่อไปให้ถึงขั้นนี้ ถ้าจะเอาตั้งแต่ต้นเลยไม่เอาทุกข์ สุข ไม่มีสวรรค์นรกเลยเขาไม่เอา มันอุจเฉททิฏฐิไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก แต่ตอนนี้ได้แล้ว พวกเรารู้จักขั้นตอนแล้ว ผู้ที่ยังต้องใช้สวรรค์นรกอยู่ก็ว่าของเขาไป แต่ของเราเอง ไม่มีสวรรค์นรกได้ รู้แต่ว่าเป็นแดนที่อาศัยเท่านั้นเองอยู่ได้ตามเหตุปัจจัยไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น ถ้าจะต่อภพชาติเราก็ต่อไป ถ้าไม่ต่อก็ไม่มีปัญหา
_ส.กรรมกร...วันนี้เป็นวันเปิดเรียนของเด็กใหม่อยากให้พ่อท่านให้ธรรมะแก่เด็กใหม่ _คู่ฟ้า...ถ้าผมเป็นเด็กผมจะทำอย่างไรในการประสบความสำเร็จในการเป็นนักเรียน พ่อครูว่า...เป็นปัญหาใหญ่นะ ถ้าเราเป็นเด็กหรือเราเป็นใครก
อ่านต่อ
็ตามที่เราจะเดินไปสู่ความสำเร็จ จะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม เราจะทำอย่างไรถึงจะสำเร็จในสิ่งที่เรามุ่งหมาย สำเร็จในความเป็นเด็กของเราก็ต้องโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ที่จะต้องรู้โลกกว้างมากขึ้นรู้หน้าที่มากขึ้น รู้ความดีงามความถูกต้องที่เราควรจะต้องประพฤติเราจะต้องกระทำเพิ่มขึ้นๆอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งชีวิตเราจะต้องก้าวหน้าไปสู่ความกว้าง ความกว้างของสังคมความกว้างขวางของผลผลิต ความกว้างขวางของความสามารถของเราที่เราจะมีความสามารถ สร้างสรรค์ทำงานแล้วความรู้ของเราก็จะต้องเพิ่มขึ้นตาม เพื่อที่จะได้รวมทั้งการผลิตการสร้างสรรค์ ให้มันเกิดการพัฒนาเจริญก้าวหน้าไปได้ด้วยดีเป็นความสุขสงบมีประโยชน์คุณค่า ไม่เกิดการแย่งชิงมีแต่สิ่งที่ไม่บกพร่องมีแต่สิ่งที่ประเสริฐเลิศเลอ พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้ความรู้ ในความเป็นมนุษย์ที่จะต้องมีกรรมกิริยามีการกระทำที่เราเองเป็นประธานเป็นเจ้าของจิตวิญญาณ ที่จะเป็นตัวบัญชาการเป็นตัวบงการให้เกิดกรรมกิริยาต่างๆออกมา กับรู้เรื่องสังคมมนุษยชาติที่เราจะต้องอยู่ร่วมตั้งแต่ที่ใกล้ชิดจนกระทั่งขยายออกไปกว้างขึ้น ก็รู้ลำดับที่เราจะต้องทำขนาดนั้นขนาดนี้ขนาดไหน ให้มันได้สัดส่วนพอเหมาะพอดี แล้วก็ทำตามที่เราเข้าใจทำให้ได้ ได้มีส่วนสร้างส่วนผลิตนั้นๆ สมบูรณ์ เป็นประโยชน์คุณค่า เต็มๆ _SMS วันที่ 15 พ.ค. 2562 (สำมะปี๋ ซี๋วิต พ่อครู)
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ตั้งตนบนความลำบากกุศลธรรมเจริญ _5711 มีเรื่องขอความกรุณาสอบถามครับ ความแตกต่างระหว่าง การตั้งตนอยู่ในความลำบากกุศลเจริญยิ่ง กลับ การกระทำตนเป็นผู้ไม่ลำบาก ต่างกันยังไงครับแล้วควรทำแบบไหนครับ ขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า…การตั้งตนบนความลำบากคือเราเองไม่ไปติดสบายไม่ไปติดในความมักง่ายมันจะต้องมีอุปสรรคในสิ่งที่ให้เราต้องพากเพียรอุตสาหะขวนขวายอดทน แล้วเราก็รู้ว่าอดทนทำไปแล้วมันจะเกิดผลดีเราจึงเอา ถ้ามันจะเกิดผลไม่ดีไม่ต้องไปเสียเวลาอดทนเสียแรงงานเลย ตีทิ้งไปได้ แต่ถ้ามันจะเกิดผลดีเราก็อดทนขวนขวายอุตสาหะ มันต่างกันที่การทนได้ด้วยความลำบากกับทนได้ด้วยความไม่ยากไม่ลำบาก ผู้ที่ทำตนตามสบายไม่ลำบาก พระพุทธเจ้าตรัสต่อไปว่าอกุศลธรรมเจริญยิ่ง การตั้งตนบนความสบายบนความไม่ลำบาก อกุศลธรรมเจริญยิ่ง อันนี้เป็นสัจจะที่คนจำนวนมากที่คนไม่เข้าใจแล้วบำเรอกิเลสตัวเอง อกุศลกรรมก็เจริญ มีเงื่อนไขว่าที่เราจะต้องอดทนนั้นผลที่มันจะเกิดขึ้นจะมีผลดีหรือไม่ดีต้องมีปฏิภาณรู้ ถ้าผลมันจะออกมาดีก็ทำ ถ้าผลมันไม่ดีก็อย่าไปทำจะไปอดทนเสียเวลาไปลำบากลำบนทำไมเสียเวลาแรงงานแคลอรี่ จะต้องมีปฏิภาณความรู้อันนี้ด้วยถ้ามันดีเราก็ต้องอดทนทำ มันต่างกัน อันหนึ่งมันลำบากอันหนึ่งมันไม่ลำบาก อันนึงมันสบายๆ อันนึงไม่สบายแล้วได้ผลดีกับคนไม่ดี พระพุทธเจ้าตรัสว่าการอดทนตั้งตนบนความลำบากกุศลธรรมเจริญยิ่ง ถ้าไม่อดทนไม่ตั้งตนบนความลำบากปล่อยปละละเลยอกุศลธรรมก็เจริญ
_0499อโศกสอนดิฉันให้รู้จักอภัยและปล่อยวาง จนว่างเบาเจ้าค่ะ(ศีล ๘ รุ่น ๑ ถึง ๙ สันติอโศก) พ่อครูว่า…ดีได้ผลขึ้นมาอย่างนี้
_สรรพศิริ · ชาวพุทธที่มุ่งจุดหมายปรินิพพาน ต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ทุกคำสอนไหมครับ ถ้าไม่ต้องควรปฎิบัติแบบไหนถึงจะไปถึงจุดหมายครับ พ่อครูว่า…คุณจะไปทำที่เดียวทุกคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าบอกว่าต้องทำคุณก็ทำไม่ได้หรอกทันทีหมดทุกคำสอนของพระพุทธเจ้าทำได้อย่างไรทีเดียว ต้องทำไปตามลำดับ จับทีละคู่ด้วยซ้ำ ศีลข้อ 1 แล้วก็ทำไป หรืออย่างเก่งจะศีล 3 ข้อ ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับของเกี่ยวกับพืช พืชนั้นไม่เหมือนกัน ยังไม่มีกรรมวิบาก สัตว์มันมีกรรมวิบากแล้ว 3 ระมัดระวังตาหูจมูกลิ้นกาย กามคุณ 5 ซึ่งมันจะเกิดปฏิกิริยาความชอบความชังในจิตใจอันนี้เป็นความสำคัญความดูดความรักความชอบความชังในจิต ต้องเรียนรู้อย่าให้มันเกิดอาการนี้ในจิต ถ้ามันเกิดอย่างหยาบอยู่ก็ต้องลดมันจนไม่มี ไม่มีความผลักความดูดอย่างนี้เป็น ฟังให้ดีแล้วทำตามด้วยความเข้าใจจะได้เสมอๆแล้วจะค่อยๆเข้าใจ ทำไปตามลำดับจะได้นิพพานได้จุดจบสำเร็จไปตามทีละขั้นทีละลำดับ ไม่ใช่มีลำดับเดี่ยวชั้นเดียวอันเดียว
_สีเหลือง ตามที่พ่อครูเคยสอนว่าเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้ว อัตภาพของพระองค์ก็จะถูกทำลายกลายเป็นอุตุธาตุ หรือจะมีเศษเล็กเศษน้อยเป็นพีชธาตุอยู่บ้าง ก็ไม่ฟื้นมาเป็นจิตธาตุแล้ว สงสัยว่าพีชธาตุที่เหลือจากการถวายพระเพลิงพระสรีระของพระองค์ไปแล้วนั้นคือะไร พ่อครูว่า…ปรินิพพานเป็นปริโยสานหมายความว่าต้องเป็นพระอรหันต์เป็นต้นไปถึงจะทำได้ รู้กิเลสในตนจนถึงอาสวะแล้วก็ทำให้สิ้นอาสวะได้ ถึงจะเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสานคือการตายอย่างแยกธาตุของตัวเองไปเป็นอุตุ ไปเป็นดินน้ำไฟลม ธาตุที่มันรวมตัวเป็นจิตนิยามไม่เหลือแล้วแตกธาตุนี้ออกไปเป็นวัตถุ แม้แต่พีชะก็ไม่เหลือ หรือเหลือเศษพีชะก็รวมตัวเป็นจิตนิยามเป็นอัตภาพไม่ได้อีกแล้วมันน้อยไปต้องสลายทิ้งไปในอนาคตต่อไป จับตัวเป็นอัตภาพของจิตนิยามไม่ได้อีก ผู้ที่สามารถรู้ความหมายของ อุตุธาตุ พีชธาตุ จิตธาตุ จนถึงกรรมธาตุ ธรรมธาตุ คุณก็จะต้องรู้อาการของจิตที่มันรวมตัวกันเป็นพลังงาน รู้เข้าใจตั้งแต่พลังงานของอุตุของวัตถุธรรมดา วิทยาศาสตร์ทางฟิสิกส์เขาก็เรียนพลังงานทางวัตถุ ทางชีววิทยาก็จะเรียนรู้พีชะเพิ่มเติมขึ้นมาบ้างเรื่องของสัตว์ ซึ่งยังไม่เจริญขึ้นมาเท่าไหร่ พระพุทธเจ้าจะรู้ละเอียดจนสามารถทำได้จนสามารถจัดการเรื่องของจิตนิยาม ทำให้มันเกิดอย่างนี้ซึ่งจะได้อย่างนี้จนสามารถปรินิพพานได้ ขออธิบายอย่างรวบรัดไว้เช่นนี้ การดูพลังงานของธาตุต่างๆตั้งแต่อุตุธาตุ พืชหรือพีชธาตุ จนเป็นจิตธาตุ เป็นสัตว์ สามารถที่จะจัดการจิตให้เกิดกรรมกิริยาอย่างไรๆ เป็นผู้กำหนดกรรม ให้ทำกรรมที่เรียกว่ากรรมดีกรรมชั่วกุศลอกุศล โลกียะ จนถึงโลกุตระ พยัญชนะที่อาตมากล่าวไปเป็นตัวจริงเป็นของจริงเป็นสิ่งที่เกิดจริงเป็นจริงได้ ไม่ใช่ว่าพูดไปแล้วมีแต่ภาษา แต่มันมีความจริงเป็นจริง อาตมาที่พูดออกมาพูดมาจากของจริงที่ตัวเองมีตัวเองเป็นตัวเองผ่านมาแล้วได้มาแล้วทำให้เกิดให้ดับมาได้จนกระทั่งอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็พูดเปิดเผยความจริงนี้ไปคนที่อาจจะหมั่นไส้ว่าอวดตัวตน ก็เห็นใจ ที่จริงแล้วพูดความจริงให้ฟัง มัวแต่ปิดบังอำพรางอยู่เลี้ยวลดมันเสียเวลา เวลาก็มีไม่มากนักอาตมาจึงตัดทิ้งพวกนี้เอาความตรงเข้าว่าเลย ทำให้ได้ผลสูงสุดดีที่สุดจะได้เร็วที่สุดมากที่สุด
_ใบฟ้า อัง.14 /5 / 62 กราบนมัสการพ่อครูด้วยเศียรเกล้าฯ กราบขอพิจารณาตามสมควรค่ะ “ พฤษภา...มหาปิติ” ด้วยเรื่องราวที่เป็น “มงคล”ยิ่งดังนี้ 1. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก2562 เสร็จสิ้น ลงอย่างทรงคุณค่าและสง่างามในระดับ “โลก” สืบสานรักษาและต่อยอด สถาบันพระมหากษัตริย์ให้ยืนยงสถาพรตลอดไป เป็น “ศูนย์รวมใจ”และความ “ภาคภูมิใจ” ของ “คนไทย” ทุกคน ชาวบวรราชธานีอโศกได้มีโอกาสที่น่าปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับใช้งานของพระองค์ท่าน ในฐานะ “โรงครัวพระราชทาน” ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยมีประชาธิปไตยสองขาดีที่สุดในโลก พ่อครูว่า… ขอวิจารณ์เรื่องนี้สำหรับพวก Progressive หน่อย การที่เมืองไทยเรามีราชพิธีฉลองใหญ่โตขนาดนี้ ก็คือเป็นการถ่วงดุลสังคมที่กำลังเห่อสมัยใหม่ เหมือนพวกอนาคตใหม่เหมือนพวกที่บ้าๆบอๆใหม่ๆพวกนี้ เลยต้องถ่วงดุลเอาไว้ เพราะว่าไอ้ใหม่ๆนี้มันมักง่าย มันเป็นอัตตาความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว เป็นความเร็วความมักง่ายที่มันไม่มีแกนของความอดทนไม่มีรูปร่างไม่มีสังคม ไม่มีสิ่งที่เป็นพิธีพระราชพิธี มีกฎเกณฑ์มีหลักการ มีประเพณีจารีต มันไม่มีเลย มันสั้นและลัดๆหลวมๆเร็วๆเลิกแล้วทิ้งๆ คนไม่มีแกนไม่มีแก่น เป็นพวกมักง่ายก็เลยมาดูถูกพวกคนที่มีแกนมีแก่น แกนแก่นเขาเป็นรูปธรรมที่มีคำอธิบายได้ มีจิตวิทยาสังคม แต่เขาเข้าใจจิตวิทยาสังคมนี้ไม่ได้เลย คนพวกนี้ไม่รู้เรื่องของจิต พวกสมัยใหม่ไม่รู้เรื่องของจิตวิญญาณ รู้แต่เรื่องจิตวิญญาณที่จะบำเรอความพอใจต้องการของตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วต่างคนต่างมีของตัวเอง มีจุดร่วมจุดเดียวกันตรงที่ว่ามักง่ายและรวดเร็ว เป็นจุดร่วมของคนพวกนี้ สิ่งที่จะเป็นไปได้มันต้องมีรูปร่างมีความต่อเนื่องมีฐานมีชั้นมีตอนมีขั้นวรรณะ ที่ต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ปัจจุบัน status quo พวกนี้กำลังโวยวายอย่างแรง การประท้วงพวกนี้จึงค้านกับ พระราชพิธีที่นานช้าหรูหราเขื่องเพื่อถ่วงดุลเอ็งนี่แหละ รู้ตัวไว้ด้วยแต่เขาไม่รู้เรื่องหรอก แล้วเขาจะไม่ฟังอาตมาพูดด้วย เขายึดถือแต่จุดที่ตนเองพอใจว่าจะเอาอย่างนี้ๆ เพราะฉะนั้นเราจะปล่อยปละละเลยให้เขาเอาก็ไม่ได้ ทำให้สังคมประเทศไทยพัง เขายังไม่มีฝีมือยังไม่มีสิ่งที่ปลูกฝังมาเป็นราก root ของหมู่กลุ่มสังคมโดยเฉพาะความเป็นคนไทยประเทศไทย วัฒนธรรมไทย จิตวิญญาณไทย เขายังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก เพราะฉะนั้นจึงจำเป็น เป็นอะไรละเอียดที่คนไม่รู้เขาก็จะไม่รู้ แต่ว่าอาตมาพอรู้ก็เลยเอามาขยายความให้ฟัง ก็ฟังบ้าง เพราะทุกอย่างไม่ได้เกิดจากกลุ่มเล็กๆหรือคนคนเดียว พวกคุณเองอย่านึกว่าตนเองเป็นกลุ่มใหญ่มันดูวูบวาบเลยดูเหมือนใหญ่ มันมีความซับซ้อนที่มีกิเลสตัวรำคาญความซ้ำซาก ความซ้ำซากนี้คือของเดิม ซ้ำๆซากๆ อาตมาเขียนบทเพลงแห่งความซ้ำซากไว้ถึง 10 บทเพลง ความซ้ำซากต้องอาศัย หากไม่อาศัยกลุ่มก้อนที่แข็งแรง ประเทศไทยก็แตกสลายชิบหายวายป่วงแหลกเหลวกระจายไม่เกาะกลุ่มกันแล้ว แต่นี่เพราะความรู้ของบุพชน สามารถมีความรู้นี้แล้วรักษาสิ่งนี้ไว้ด้วยความสงบด้วยความเบิกบานสดชื่นไม่รุนแรงเดือดร้อนวุ่นวายเหมือนกับประเทศอื่นที่ตีรันฟันแทงฆ่าแกงกันมากมาย โดยตัวคนไทยเองยังรักษาได้อยู่ ตั้งแต่ในยุคของทักษิณเป็นต้นมามันจึงยุ่งยากมากมาย แต่ก่อนก็มีน้อยเดียวเดี๋ยวก็เปลี่ยนแปลงเป็นความสงบ เยอะก็มี แน่นอนก็ต้องมี Error ความเดือดร้อนวุ่นวายชั่วคราวนิดหน่อยมาคั่น แต่โดยค่าเฉลี่ยแล้วประเทศไทยมีความสงบเรียบร้อยมาจนถึงทุกวันนี้ได้
เรื่องของความเป็นกษัตริย์เป็นเรื่องของความเป็นจิตวิญญาณที่คนจะยังไม่เข้าใจ ประชาธิปไตยขาเดียวที่ไม่มีกษัตริย์มันไม่ยั่งยืนหรอก คอยดูเถอะ หัวโจกใหญ่ของประชาธิปไตยขาเดียวขณะนี้ในโลกก็คงพอรู้พอยืนยันได้ ก็คืออเมริกา หัวโจกใหญ่ที่เป็นประชาธิปไตยขาเดียว อเมริกาเกิดมาได้ไม่ถึง 300 ปี ดูไปแล้วก็จะเห็นความจริงเอง ไม่ต้องไปยุ่งยากมากเรื่องแล้วก็จะรู้ จะอยู่ยืนยาวหรือไม่ยืนยาวกันอย่างไร นี่ไม่ได้แช่งนะ แต่มันเป็นสัจจะของสังขารธรรมของโลก เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เทวดาไม่ใช่ 2 เกิดเป็นสังคมมนุษยชาติที่มีจิตวิญญาณจะต้องมีทั้งรูปและนามจะต้องมี 2 มีทั้งวัตถุและมีจิตวิญญาณ คุณจะมาเอาแต่ทางวัตถุเอาแต่วัตถุ ไม่เอาจิตวิญญาณไม่เป็นสภาพคู่เป็นขาเดียวมันก็ไม่ใช่สังคมมนุษย์มันเป็นเรื่องของวัตถุ มันไม่ทนนานหรอก
2. พระนิยตโพธิสัตว์เจ้า พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้กล่าวเป็นวาจา “สิริมหามายา” ว่า “จะกลับมาเกิดอีกเพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาให้ถึง 5,000 ปี” และมีเมตตากรุณา จะตามหา ลูกๆ ที่ร่วม “โพธิกิจ” ที่ไม่ได้ตามติดๆ ทั้งนี้เพราะเป็น... พวกเดียวกัน ลูกคนนี้ “อุ่นใจ” จริงๆค่ะ พ่อครูว่า…เรื่องของสิริมหามายา ไม่ง่ายที่จะเข้าใจมันเหมือนความหลอกมันเป็นมายาแต่ที่จริงแล้วเป็นเรื่องสุดยอดยิ่งใหญ่เป็นเรื่องสิริ สิริ = ดี ,มายา = หลอก 2 ตัวนี้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก รวมแล้วไม่ใช่เรื่องหลอกแต่เป็นเรื่องดีที่ดูเหมือนเรื่องหลอก เป็นสิริมหามายา ความเป็นแม่ของพระพุทธเจ้า ที่จริงแล้วพระพุทธเจ้าเกิดเองเป็นเองก็ได้ไม่ต้องมีแม่ก็ได้แต่มันไม่ลงตัวของสังคมมนุษย์ จะต้องมีแม่มาเกิด เพราะฉะนั้นแม่พอเกิดมา ผู้ที่จะเป็นแม่ให้สำหรับเป็นคู่ของพ่อ ก็มีฐานะคู่จึงจะได้มีลูกเกิดมา จึงอาศัยแม่มาเกิดแค่ 7 วัน ก่อนสิ้นพระชนม์ไปเกิดลูกให้เท่านั้นเอง นี่เป็นความลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นแม่ของพระพุทธเจ้าอายุสั้น 7 วันเอง อย่างนี้เป็นต้น ทำไมต้องเลข 7 ไม่ขยายความต่อ เป็นความซับซ้อนลึกซึ้งที่อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เข้าใจที่พูดวันนี้ไม่ได้อ่านตำรามา ไม่ได้เอาคำพูดคำสอนหรือคำอธิบายของใคร ไม่ได้เอาขี้ปากใครมาพูด ของตัวเองทั้งนั้นที่มีภูมิธรรมรู้ขยายความให้ฟังบ้าง คำว่า สิริมหามายาว่า จะกลับมาเกิดอีก เพื่อศึกษาพระพุทธศาสนาให้ถึง 5,000 ปีและมีเมตตากรุณาจะตามหาลูกที่ร่วมโพธิกิจ ลูกคนนี้อุ่นใจจริงๆเจ้าค่ะ ก็ดี คุณฟังแล้วคุณเข้าใจก็สบายใจอุ่นใจ
3. คุณลุงจำลอง “ปูชนียบุคคล” ของชาวอโศก คนดีคนกล้าสามารถของสังคม การันตีด้วยฉายาMr. Clean และรางวัล “แมกไซไซ” เป็นไทแล้ว พร้อมกับแกนนำพันธมิตรอีก 4 ท่าน ส่วนคุณสนธิ ลิ้มทองกุลต้องอยู่ต่อด้วยคดีอื่น “วิบากกรรม” ของ 5 ท่านนี้ ย่นย่อลงเป็น “3 เดือนหย่อน 3 วัน” กราบขอโอกาสร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงคืนคนดีให้สังคม กราบขอทรงพระเจริญยั่งยืนนานตลอดกาลแห่งรัชสมัยเทอญ
_กูรูเอ๊กซ์ ปุจฉา: ขอคำสรุปสั้นๆ จากคุณสู่ ได้ไหมว่า คำว่า สมาธิ ในความเป็นพุทธ ที่สัมมานั้น คืออย่างไร? _วิสัชนา: สมาธิก็คือ ความไม่วอกแวกของการปล่อยวางอารมณ์ คือ ความตั้งมั่นของอารมณ์ที่ปล่อยวางความสุข ความทุกข์ ออกไปอย่างชนิดที่ว่า.. จะมีอารมณ์ใดๆ ก็มีแต่อารมณ์แท้ๆที่เป็น๑ ไม่มีอารมณ์ของทุกขอริยสัจมาวอกแวกให้จัดการอีก
พ่อครูว่า…ใช้ได้ ถ้าเราสามารถทำความเป็นสมาธินี้ให้ตั้งมั่นจนจบ ใช้ภาษาว่า สมาหิตะหรือสมาหิโต แปลว่าความตั้งมั่นที่สำเร็จจบสมบูรณ์แบบแล้ว ซึ่งเป็นคู่สุดท้ายของเจโตปริยญาณ 16 เกือบสุดท้ายแล้ว อันสุดท้ายคือวิมุติ กับ อวิมุติ อสมาหิโต คือยังไม่ถึงสมาหิตะสมบูรณ์ แบบ หากสมบูรณ์ก็เป็นสมาหิโต
_ในชุมชนปฐมอโศกมีผู้หญิงคนหนึ่ง ปากร้าย เที่ยววิจารณ์ระเบิดอารมณ์กับคนที่ตนเองไม่พอใจ เวลาของขึ้นเธอจะต่อว่าแบบไม่ไว้หน้าใคร ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง (เพราะเธอคงคิดว่าที่เธอว่ามาถูกต้องแล้ว) เธอเป็นผัสสะที่ดี ในการทดสอบอารมณ์ของผู้ปฏิบัติธรรม เวลาโดนเธอด่า คนในชุมชนก็ไม่ถือสาเธอ ไม่เอาเรื่องเธอ เพราะเธอก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว อย่างไรก็ตามเธอมีน้ำใจช่วยเหลือการงาน (พ่อครูว่า มีตัวถ่วงไว้ ด่าเก่งด่าไม่รู้เรื่องแต่เขาช่วยการงานดี) เขียนแค่นี้ทุกคนก็รู้ว่าคือใคร การที่ไม่มีใครขัดเกลาเธอ เพราะที่เธอพูดมามันมีส่วนจริงอยู่บ้างในส่วนใส่ไข่ ในส่วนเกินจริงก็รอให้วิบากกรรมสุกงอมก่อน ก็แล้วกัน ให้วิบากจัดการเอง เมื่อเจ้าทุกข์คิดเช่นนี้เธอก็ยิ่งได้ใจ และเป็นผู้ยิ่งใหญ่อยากจะว่าใครก็ว่า คนเก่าคนใหม่เธอก็ฉีกหน้าได้โดยไม่ดูคนรอบข้าง ไม่ดูอินทรีย์พละของคนเลย นี่แหละคือปัญหา เวลาคนใหม่ๆเข้ามาเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอไม่เคยคิดถึงชื่อเสียงของปฐมอโศกและลบหลู่ผู้ปฏิบัติธรรมทำให้คนอื่นได้ยินอย่างไม่ไว้หน้า (จำนวนมาก) คำถาม.. 1. การคิด ไม่เอาเรื่องเธอ แม้ว่าเธอจะผิดศีลข้อ 4 อย่างเห็นชัดเจนอย่างนี้ไม่เป็นการโหดร้ายกับเธอหรือคะ พ่อครูว่า...โหดอยู่นะ ใครจะพยายามดูแลช่วยกันใช้ศิลปะช่วยกันหน่อย ไม่อย่างนั้นอาการจะหนักขึ้นจะย่ามใจจะติดใจตัวเอง ก็จะเสียหายแก่ตัวเขาเองและทั้งสังคมด้วย ช่วยกัน เป็นใครอาตมาก็ยังเดาไม่ออก ตอนนี้อาตมาไม่รู้
2. ถ้าคนที่ถูกเธอว่าเก็บหลักฐานไว้ (มีคนถวายซอง พ่อครูว่า...เงินคือกระดาษชำระที่ใช้หนี้ได้ตามกฎหมาย ธนบัตรคือกระดาษชำระทั้งนั้น จริงๆนะ กระดาษชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ธนบัตรนี้ ของจริงเลย เพราะฉะนั้นใครอย่ามาเกลียดโกรธกันนะ อาตมาบอกว่าไปหลงอยู่ได้กับกระดาษชำระอย่ามาโกรธอาตมานะเป็นของจริงกระดาษชำระ) ถ้าคนที่ถูกเธออัดเสียงไว้เอามาฟ้องร้องหมิ่นประมาทจะได้ไหมคะ ให้กฎหมายจัดการไปเลยจะดีกว่าจะได้สำนึก พ่อครูว่า...มันแรงหนักขนาดนี้หรือ ก็ช่วยกันหน่อย ยังไม่ถึงขั้นนั้นก็อย่าเพิ่งทำเลยถ้าถึงขั้นนั้นจริงๆจังๆก็ค่อยว่ากัน
3. การที่จะแก้ปัญหาทั้งสองฝ่ายทั้งผู้กล่าวร้ายและผู้ถูกกระทำอย่างสันติควรจะเป็นเช่นไร พ่อครูว่า...ก็บอกกันหลายๆคน บอกคนที่เขามีบารมีที่จะให้เขาเชื่อฟังบ้างก็น่าจะได้ ก็ต้องช่วยกันแหละถ้ามันสุดวิสัยไม่มีใครช่วยได้จริงๆก็ค่อยว่ากัน มันก็เป็นขั้นสุดท้าย มันก็ต้องทำเช่นนั้น
_กระถิน...โจทย์อันนี้เป็นกระถินเองค่ะ ก็ขอบอกพ่อท่านว่า ที่ผ่านมา ปฐมอโศก ปล่อยให้วิบากกรรมจัดสรรแต่สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ต้องโดนให้ออกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เราแสดงออก ถามว่าทำไปนี้ผู้ใหญ่รับรู้ไหม ผู้ใหญ่ในชุมชนรู้ว่าเขาทำอะไรเขาก็เห็นด้วยว่าจริง ถามอาต้อยสิ เวลากระถินระบายกับใครก็จะมาบอกกับอาต้อย อาต้อยก็จะไปตามต่อ ก็จะรู้ว่าใช่ แต่เรื่องที่ปฐมอโศก คนเก่าไม่ยอมรับรู้กฎระเบียบ คนใหม่มาเขาก็อยู่กันอย่างผิดๆ แต่อันที่ไม่จริงนี่ยอมรับว่าน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริง และบางคนเป็นคนวัดที่ถือศีล 8 สมบัติต้องน้อย พ่อท่านคะ คนวัดสมบัติมากเก็บไว้ที่บ้าน แล้วจะเป็นคนวัดหรือคนบ้าน คนวัดครองพื้นที่ตึกไว้หมด สมณะอาพาธก็นอนไม่ได้ พ่อครูว่า...ก็ช่วยไป ทุกคนก็พอมีปฏิภาณปัญญามีความรู้กันทุกอย่างมันจะให้ได้เร็วตามใจ เร็วรวด ตามใจก็คงยาก ได้ขนาดนี้ก็พอเป็นพอไปแล้วล่ะใจมันอยากให้ดีเร็วๆมันก็ดี แปลว่าต้องรู้ว่าระยะเวลาของมันอย่างไร
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลข้อ ๑ เมตตาแบบคิดสั้นกับการเลี้ยงสัตว์ _พ่อครู เคยประกาศนโยบายไม่ให้เอาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงในชุมชนและในวัด การบรรยายแสดงธรรมก็แสดงอีกหลายครั้งหลายคราวแต่ก็ยังมีคนไม่เชื่อฟัง ปัจจุบันนี้ลูกได้รับความทุกข์มาก ๆๆๆ จากแมวที่คนเขาเลี้ยงไว้มันมาถ่ายและเยี่ยว ที่บ้านของลูก ทั้งๆที่เราไม่ได้เลี้ยงแต่คนอื่นเลี้ยงจะทำอย่างไรดีคะ ตอนนี้แมวในชุมชนปฐมอโศกมีประมาณ 10 ตัว บางทีเขาก็เบิกอาหารแมว ใช้เงินส่วนกลางด้วยค่ะ ที่อยากจะเรียนให้ทราบว่ามันเดือดร้อนจริงๆด้วยช่วยบรรเทาทุกข์ให้ลูกด้วย
พ่อครูว่า...ก็บอกผู้ใหญ่ เรื่องนี้พูดไปแล้วคนไม่เข้าใจก็จะหาว่าอาตมาเป็นคนไม่มีเมตตา แมวมันจะอยู่ด้วยบ้างก็เลี้ยงมันไม่ได้บ้างหรืออย่างไร อาตมาไม่ได้คิดสั้นเหมือนที่คนคิดเช่นนั้น คนคิดเช่นนั้นมีเมตตาคิดสั้นๆก็จริงมันก็ถูกในความคิดสั้นๆ แต่ว่าอาตมาคิดไปถึงวัฏสงสารเยอะแยะ อีกยาวไกล ด้วยกรรมวิบากของสัตว์ที่เกี่ยวเนื่องกันมันต่อเนื่องกันไปนับชาติไม่ถ้วน สัตว์แต่ละตัว มันจะอยู่กับเราก็มีวิบากแล้วและจะต่อเนื่องวิบากไปอีกนานเท่าไหร่ สัตว์มันไม่รู้ก่อนเราง่ายๆเราต้องรู้ก่อนสัตว์ การที่เราไม่ไปเกี่ยวข้องอะไรกับสัตว์ อาตมาก็บรรยายมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว สัตว์ทุกตัวตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนถึงสัตว์ที่เป็นมนุษย์ มันมีวิบากของตนของมันเอง ที่อาตมาพูดเป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า คนทุกคนมีการเป็นทายาทของกรรมตนเองทั้งนั้นปล่อยให้มันเป็นไปตามวิบากเถิด ในศีลข้อที่ 1 สัตว์ทุกตัวมันเกิดมาตามวิบากของมัน ปล่อยมันไปตามวิบาก มันจะมาเกี่ยวกับเราเราก็ต้องพยายามตัดลัดให้มาเกี่ยวกับเราได้ดีที่สุด หากมันเข้ามาแล้วคุณไม่ป้องกันออกไปมันก็จะเกี่ยวเนื่องอีกไม่รู้กี่ชาติ เพราะคุณไม่รู้สึกและไม่ป้องกัน แล้วสัตว์มันก็ไม่รู้กับคุณด้วยมันก็จะไปอีกยาวนาน ถ้าคุณไปเกี่ยวอย่างนี้คนไม่ไปนิพพาน เราที่จะไปนิพพานก็ต้องตัด เราไม่ได้ทรมานมันเราปล่อยมันไปตามวิบาก เราไม่ได้ทำร้ายอะไรมันเลย เป็นแต่เพียงป้องกันไม่ให้มันมาเกี่ยวกับเรามันจะมีวิบากกับเรา มันจะมาทำร้ายเรา เราไม่ทำร้ายมันดีแล้ว หรือสัตว์บางอย่างมันจะมาทำดีกับเราเราก็ไม่ต้องเกี่ยวกับมันจะเป็นวิบากกรรมใช้หนี้ใช้สินกันต่อไปอีก ใช้หนี้กันไปใช้หนี้กันมาทั้งนั้นเพราะฉะนั้นตัดวงจรวิบากตรงนี้เลย สัตว์ทุกตัวไม่ต้องเกี่ยวข้องไม่ต้องเอามาเลี้ยงดูไม่ต้องไปทำอะไรต่ออะไร แม้แต่ที่สุด ใครจะหาว่าอาตมาพูดเหมือนไม่มีเมตตาเลย ไม่ต้องกลัวเลยว่ามันจะอดอยากตาย มันจะอดอยากตายก็ต้องปล่อยให้มันตายไปไม่ต้องไปให้อาหารมัน ให้มันตายไปเลยเพราะเป็นวิบากของมัน ใครจะบอกว่าอาตมาใจดำอำมหิตไม่มีเมตตาก็ว่าไป แต่อาตมาจะช่วยคนที่ไปนิพพาน เพราะฉะนั้นคุณจะไม่ไปนิพพานคุณจะนัวเนียไปอีกกี่ชาติก็ว่ากันไป อาตมาก็เข้าใจคุณทำได้ของคุณก็ไม่มีปัญหา แต่อาตมาก็แนะนำว่าถ้าคุณจะไม่แล้วก็ต้องใจแข็ง แล้วก็ต้องยอมให้คนเข้าใจผิด ว่าเราไม่มีเมตตา เรามีเมตตาคือเราขีดไว้ว่าเราไม่ไปทำร้ายเขา พระพุทธเจ้าสอนเรื่องศีลข้อที่ 1 เป็นผู้ที่ไม่ฆ่าไม่มีอาวุธไม่ทำร้ายแล้วก็ต้องมีใจเอ็นดู มีใจปรารถนาดี หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวง จบ เราก็ให้เขาเกิดประโยชน์คือตัดวงจรที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับใครนั่นแหละ เขาจะมาเกี่ยวกับเราด้วยความรักหรือความชังเราก็ต้องช่วยเขาตัด เขาไม่ตัดเราก็ตัดมันถึงจะสั้นลง ถ้าเราไม่ตัดเขาก็ไม่ตัดแล้วเมื่อไหร่มันจะจบ ฟังแค่นี้ไม่ใช่ใจดำนะ แม้แต่อาตมานี่ยังมี กุศลอะไรอีกเยอะที่จะช่วยได้ อาตมาจะอนุโลมบ้างก็ได้ แต่ขนาดนั้นอาตมาก็ไม่ไปเสริม เพราะว่าจะไปเป็นพระพุทธเจ้าแล้วมันก็จะมาเสริมอีกมันก็จะช้าอาตมาต้องไปเสียเวลาเท่านั้นสำหรับคำว่าไม่เอาแล้ว ใครจะเห็นว่าใจจืดใจดำก็ไม่เป็นไรจะพูดสั้นๆว่ าเห็นแก่ตัวเอาแต่ตัวในทางให้บรรลุสูงสุดจุดหมายปลายทางของอาตมา คืออรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าของอาตมา ของคนอื่นก็เป็นอรหันต์แต่ละลำดับ อรหันต์ของโสดาฯ สกิทาคามีอนาคามีอรหันต์ โพธิสัตว์อีก 10 ระดับไป
_เห็นพ่อครู ออกกำลังกายเป็นปกติต่อเนื่องเก่งมากทำอย่างไรลูกๆจะมีจิตใจที่เห็นประโยชน์ต่อการออกกำลังกายเช่นนี้ พ่อครูว่า...ต้องมีความอุตสาหะวิริยะจริงๆ ออกกำลังกายอาตมานี่ก็เข้าใจเห็นใจคนที่เขาขี้เกียจไม่อยากทำ อาตมาจะว่ามีความรู้สึกตรงนี้ไหม พอถึงเวลาจะออกกำลังกายแล้วจะมีความขี้เกียจไหม จะว่าไม่มีมันก็มี แวบๆหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายนอกจากบางครั้งคราวที่มีงานต่อเนื่องที่ควรทำและเห็นว่าไม่ถึงขั้นปล่อยปละละเลยทิ้งไปจนเสียประโยชน์ไม่ออกกำลังกายนานเกินควร ก็ดูองค์ประกอบด้วย จริงๆแล้วอาตมาก็รู้สึกบางทีมันมีแวบ ก็ไม่ถึงกับขี้เกียจหรอกแต่มันเสียเวลาเรานะ แต่มันก็ต้องทำถ้าเผื่อว่าเห็นสมควรมันทิ้งไม่ได้ ไม่เช่นนั้นมันก็ขาดสมดุล มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องให้มันได้ 8 อ.ที่อาตมาเรียบเรียงเอาไว้นั้นครบแล้วในการที่จะทำให้อายุไขของเรายืนยาวด้วย 8 อ. ศึกษาให้ดี ออกกำลังกายก็ตัวสำคัญ
สื่อธรรมะพ่อครู(มิจฉาอาชีวะ 5) ตอน แม่ค้ากับครูอันไหนสัมมาอาชีวะกว่ากัน _อยากถามว่าการเป็นคุรุ กับ การเป็นพ่อค้าแม่ค้าควรเลือกเป็นอะไรดีถึงจะทำให้เราได้ประโยชน์มากกว่ากัน พ่อครูว่า..สั้น
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive