590131_สคริปชีวิตนอกกล่อง ตอน ปวช.ต่อเรือ ๑.docx

โฟลเดอร์สคริปรายการ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข4 กุมภาพันธ์ 2559

เนื้อหาในไฟล์

590131_สคริปชีวิตนอกกล่อง ตอน ปวช.ต่อเรือ ๑ “การศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาชีวิตและสังคมของมนุษย์” คำกล่าวนี้เป็นสัจจะที่มีผลประจักษ์ให้เห็นว่า การศึกษาที่ล้มเหลว ส่งผลให้สังคมโลกทุกวันนี้รุนแรงเลวร้ายลงเรื่อยๆโดยภาพรวม แต่ละประเทศต่างมุ่งมั่นพัฒนาอาวุธร้ายแรงให้เก่งที่สุดมากที่สุด เพื่อเอาชนะคะคานกันให้ประเทศตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่คำนึงถึงเมตตาธรรม และมนุษยธรรมแต่อย่างใด ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าการศึกษาที่ไม่ลดกิเลส เอาแต่ส่งเสริมเรื่องความฉลาดรู้เทคนิควิชาการให้แก่คนแล้วผลิตคนที่ฉลาดนี้ไปรับใช้ระบบทุนนิยม โดยไม่มุ่งเน้นให้คนมาลดละกิเลสก่อน จึงเป็นการหยิบยื่นอาวุธร้ายแรงให้แก่คนขี้โลภ เอาไว้กอบโกยเข้าหาตัวเองและพวกพ้อง ชาวอโศกซึ่งนำพาโดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จึงได้พาหมู่กลุ่มชาวอโศกออกจากการศึกษาที่รับใช้ทุนนิยม ออกมาสร้างระบบการศึกษาที่เรียกว่า การศึกษาแบบบุญนิยม โดยตั้งชื่อล้อเลียนการศึกษาแบบทุนนิยมนั่นเอง พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ได้ให้ นิยามของ การศึกษาบุญนิยมว่า มีความหมายชัดๆ ก็คือ การศึกษาที่เน้นเรื่อง "บุญ" คือ ศึกษาให้ถึงความเป็น " บุญ" และ“บุญ" ที่สัมมาทิฏฐิ คือ การชำระกิเลสในจิตสันดานให้สะอาดหมดจด (สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ) “ การศึกษา ที่ไม่ลดกิเลส กู้ประเทศไม่ได้" ... นี้คือ สัจจะที่จริงแท้ การศึกษาบุญนิยม จึงมีหลักในการศึกษา คือ "ศีลเด่น-เป็นงาน-ชาญวิชา" โดยจัดสัดส่วนของการเรียนไว้ว่า ศีลเด่น ๔๐% เป็นงาน ๓๕% ชาญวิชา ๒๕% หมายความว่า ต้องให้นักเรียนมีศีลมีธรรม ๔๐% และให้เป็นงานอันพึงได้พึงเป็น ๓๕% คือนักเรียนไม่ใช่มีแต่รู้ แต่ต้องทำงานเป็น ปฏิบัติได้ด้วย ส่วนการเรียนความรู้ตามที่กระทรวงกำหนด ก็มีการเรียนและสอนเต็มที่ ให้ครบหลักสูตร ๑๐๐% มิใช่ "ชาญวิชา"

อ่านต่อ

หมายถึง เรียนวิชาการตามหลักสูตรแค่ ๒๕% ณ ชุมชนบุญนิยมราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นชุมชนในระบบบุญนิยมสาธารณโภคีของชาวอโศก มีการจัดการศึกษาแบบ บ้าน วัด โรงเรียน หรือ บวร แบ่งออกเป็นการศึกษาหลากหลายระดับชั้นเรียน ตั้งแต่ชั้นเรียนวิชชาโลกุตระของพ่อครู ชั้นเรียนของหมู่นักบวชและผู้เตรียมบวช ชั้นเรียนวิชชาลัยบรรดาบัณฑิตบุญนิยมหรือว.บบบ. ชั้นเรียนมหาวิชชารามนาวาบุญนิยมหรือว.นบ. ชั้นเรียนปวส. ปวช. ชั้นเรียนสัมมาสิกขา ชั้นเรียนสมุนพระราม และชั้นเรียนอนุบาลหิ่งห้อยริมมูน ซึ่งทุกกลุ่มการศึกษาล้วนมีปรัชญาการศึกษาที่อยู่ในหลัก ศีลเด่น-เป็นงาน-ชาญวิชา ทั้งสิ้น (คั่นด้วยภาพและดนดนตรีชีวิตนอกกล่อง) รายการชีวิตนอกกล่องช่วงนี้ขอนำเสนอ เรื่องราวของชั้นเรียนปวช.สาขาการต่อเรือ ของวิทยาลัยสัมมาสิกขาวิชชาราม ซึ่งนักศึกษาปวช.ชั้นปีที่ ๑ มีจำนวน ๔ คนด้วยกัน โดยใน วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙ นักศึกษาปวช.สาขาต่อเรือทั้ง ๔ คน ได้เข้าเรียนรู้วิธีการตอกหมันยาชันให้กับเรือไม้ โดยมีคุรุเย็นยิ่ง นาวาบุญนิยม ที่เป็นผู้ชำนาญการเรื่องการดำนำ้และเรื่องเรือมาให้องค์ความรู้ และพาทำการซ่อมรูรั่วของเรือ ด้วยการตอกหมันยาชัน ซึ่งเป็นการใช้วัสดุธรรมชาติมาซ่อมแซมเรือ ซึ่งเรือไม้เหล่านี้ มีทั้งขนาดเล็กๆและขนาดใหญ่แบบเรือเอี้ยมจุ๊น จำนวนมากมายที่นี่ และนี่ก็คือก้าวแรกของการเรียนรู้ในโครงการอนุรักษ์เรือไทย เพื่อให้เรือไม้เหล่านี้ได้คงอยู่คู่กับราชธานีอโศก บ้านราชฯเมืองเรือของเรานั่นเอง… (….สลับด้วยเสียงจริงภาพจริงในการเรียนรู้ประกอบดนตรี…) วันนี้ นร.ปวช.อาชีวะทั้งสี่คนได้เรียนวิธีการตอกหมันยาชัน จากคุรุเย็นยิ่ง นาวาบุญนิยม โดยมีเรือโยกองที่ซื้อมาจากนราธิวาสพร้อมๆกับ"เรือกอและ"คงนอนแช่น้ำอยู่หลายปีผ่านมาแล้ว! โดยจะพยายามชุบชีวิตเรือโยกองให้กลับมาอยู่เหนือน้ำได้อีกครั้ง เรือ"โยกอง"นี้เป็นเรือที่สามารถโต้คลื่นลมได้เก่งมากๆเพราะ"หัวเรือและท้ายเรืองอนขึ้น" เรียกได้เต็มปากว่าเรือสำหรับ"ออกทะเล"แม้ลำจะเล็ก ลักษณะ"หัวและท้ายงอนขึ้นเหมือนกาบมะพร้าวลอยน้ำ" เร่ิมต้นการชุบชีวิตเรือโยกองด้วยการขูด"ร่องแนวยาชัน"เก่า ที่เสื่อมคุณภาพออกเพื่อเตรียมตากแดดให้แห้งแล้วก็ซ่อม พร้อมกับ"ตอกหมัน'ยาชัน'ทาน้ำมันยางรักษาเนื้อไม้'"ให้เรือ"โยกองที่นับอายุครบ 95 ปี เมื่อ17กรกฎาคมปี 2543 ผ่านมาแล้ว ณ.วันนี้อายุเพิ่มเป็น110 ปีแล้ว และคงมีอายุเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบปีแน่นอนถ้าเราดูแลให้ดี โดยทาน้ำมันยางอย่างสม่ำเสมอ การตอกหมันคือ การนำเส้นด้าย ฝ้าย เชือกปอ ป่าน หรือเส้นใยพลาสติกมาพันและตอกอัดเข้าไปในช่องระหว่างแผ่นกระดานเรือ จากนั้น ใช้ชัน ปิดรอยหมัน โดยชัน คือส่วนผสมของปูนขาว ปูนแดง น้ำมันยาง และเสน ผสมกันในอัตราส่วนที่พอเหมาะสม แล้วคนให้เข้ากันใช้ปาดรอยแนวหมัน (….สลับด้วยเสียงจริงภาพจริงในการเรียนรู้ประกอบดนตรี…) เมื่ออุปกรณ์ตอกหมันยาชันพร้อม คุรุเย็นยิ่งก็พาผสมวัสดุธรรมชาติที่จะมาทำการตอกหมันยาชันกัน….ซึ่งก็ไม่ยากเลย และนักศึกษาปวช.ของเราก็พร้อมจะเรียนรู้อยู่แล้ว คุรุเย็นยิ่งสาธิตการตอกหมันว่าทำอย่างไรให้เส้นด้ายที่จะตอก แทรกไประหว่างช่องไม้จะเข้าไปได้ ขั้นตอนนี้ไม่ง่ายเลย นักศึกษายังทำได้ไม่ดีนักในการตอกเส้นด้ายเข้าไปในช่องไม้ ส่วนขั้นตอนการยาชันนั้นไม่ยากเย็นนัก เพียงแต่พร้อมเลอะเทอะเท่านั้นเอง (….สลับด้วยเสียงจริงภาพจริงในการเรียนรู้ประกอบดนตรี…) เมื่อเสร็จจากการเรียนรู้ภาคเช้า ทั้งคุรุและนักศึกษาก็ได้ร่วมสรุปองค์ความรู้ โดยมีท่านสมณะมือมั่นมาพาสรุป….(ภาพและเสียงสรุปงาน) นอกจากงานบำรุงรักษาเรือไม้แล้ว ยังมีงานสำคัญอีกอย่างคืองานทำงานใต้น้ำ เนื่องจากเรือหลายลำมีขนาดใหญ่และอยู่ในลำน้ำ การซ่อมแซมเรือในส่วนที่อยู่ใต้น้ำจึงเป็นความจำเป็น และเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ ซึ่งโชคดีที่มีคุรุเย็นยิ่ง นาวาบุญนิยมที่ชำนาญในการดำน้ำได้หลายรูปแบบ มาเป็นคุรุผู้ฝึกสอนให้ คุรุเย็นยิ่ง ได้ให้นักศึกษา ปวช.ฝึกดำน้ำด้วยชุด “สคูบร้า” หรือ ชุดมนุษย์กบ ใช้ “การหายใจทางปาก” ซึ่งมีความแตกต่างกับการดำน้ำแบบใช้ปั้มลม ที่ "หายใจทางจมูก" ซึ่งเด็กค่อนข้างคุ้นเคยและสามารถดำน้ำได้นานๆแล้ว! และเป็นการให้ทดสอบความแตกต่างระหว่างการดำน้ำสองวิธีนี้ ซึ่งยังไม่ปล่อยให้ไปตามธรรมชาติของเด็กก่อน แค่ให้ลงไปถึงดินแล้วให้นับ 1-100 ก็ให้โผล่ขึ้นมาเปลี่ยนคนใหม่ลงไปฝึกเหมือนกันต่อไป ที่ผ่านมาคุรุเย็นยิ่งได้พาไปฝึกงมหาสิ่งของใต้น้ำจริงๆ ซึ่งต้องใจกล้ามากๆเพราะน้ำขุ่นมาก ปรากฏว่าสามารถงมได้เรือไฟเบอร์กลาสมา 1 ลำ วันเสาร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๘ ก็มีกำหนดให้ไปฝึกดำน้ำหาของที่บริเวณหม่องเบิ่งปลาเดิม ตั้งแต่เวลาเที่ยงตรง เริ่มต้นด้วยการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนออกทำงาน เพราะว่าเป็นงานที่มีการเสี่ยงอันตรายด้วย อุปกรณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานและจำเป็นต่อชีวิตอีกด้วย นักศึกษาต่างตระหนักในส่วนนี้ดี รวมทั้งอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของคุรุเย็นยิ่ง (….สลับด้วยเสียงจริงภาพจริงในการเรียนรู้ประกอบดนตรี…) เมื่อถึงบริเวณที่หมายแล้ว คือหม่องเบิ่งปลาเดิมที่เป็นแพฮ่านปันบุญอันเก่าซึ่งเป็นบริเวณที่คาดว่าจะมีสิ่งของรวมทั้งเรือจมอยู่ใต้บุ่งไหมแห่งนี้มากมาย (….สลับด้วยเสียงจริงภาพจริงในการเรียนรู้ประกอบดนตรี…) ปรากฏว่า สามารถงมได้ของมาเล็กน้อย มีถ้วย ชาม ไม้ เนื่องด้วยอุปกรณ์ในการทำงานไม่พร้อมและ ด้วยความไม่ชำนาญนักของนักศึกษา เนื่องจากการทำงานใต้น้ำนั่นจะมองไม่เห็นอะไรเลย เหมือนคนตาบอดคลำหาสิ่งของเอานั่นเอง ถ้าไม่ชำนาญพอก็คงไม่สามารถหาของที่ไม่มีพิกัดแน่นอนได้นั่นเอง (….สลับด้วยเสียงจริงภาพจริงในการเรียนรู้ประกอบดนตรี…) (ต่อด้วยการสรุปบทเรียน) การศึกษาที่ไม่ลดกิเลสกู้จิตใจเยาวชนไม่ได้ และก็ย่อมกู้สังคมประเทศชาติไม่ได้ไปด้วย การศึกษาที่ให้เด็กนักเรียนฝึกฝนซึมซับเรียนรู้กับคุรุที่มีศีล จึงเป็นทางตรงและเร็วที่สุดในการปลูกฝังความเป็นคนดีมีศีล มีน้ำใจให้กับเยาวชน เป็นการศึกษาที่อยู่กับปัญหาจริงของชุมชนและช่วยกันแก้ไขปัญหา เอาปัญหามาเป็นปัญญา มาเป็นบทเรียนฝึกฝนเยาวชนให้รู้จักกตัญญูต่อสังคม งานซ่อมบำรุงเรือไม้โบราณเหล่านี้ เป็นงานสำคัญอย่างหนึ่งของบ้านราชฯเมืองเรือแห่งนี้ แม้จะยังไม่ชำนาญนัก แต่เมื่อมีความตั้งใจและยินดีเป็นก้าวแรกแล้ว ก้าวต่อไป รายการชีวิตนอกกล่องก็จะติดตามมานำเสนอต่อท่านผู้ชมต่อไป เจริญธรรมสำนึกดี

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน