21-16 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 2043-2076.pdf
เนื้อหาในไฟล์
2043 ทานเท่านัน หากใครอยากทานของอร่อยต้องไปหาทานเองแล้วสมบัติป้าย่านางตอนนีก็ไม่มีแล้วยกให้ลูกไปหมด แต่ก็ไปอยู่ได้คงจะขออนุญาตลูกได้ไปได้จริง ๆ แต่ไม่มีของอร่อยจริง ๆ มีแต่ของที*มีประโยชน์ถ้าเราคิดว่ามันมีประโยชน์กับเรา ก็ให้เพื*อนทานของที*มีประโยชน์ ตังความคิดไว้ว่าจะ ไม่พยายามซือขนมมาฝากเพื*อน ขอบคุณค่ะ กรณีศึกษาที* 7.75 นางจิตรา พรหมโคตร เพศหญิง เจริญธรรมค่ะ ที*เราได้ทํามันอย่างนันจริง ๆ ค่ะ เพราะว่าการที*เราคิดว่าสิ*งที*เรามานี* มันถูกทางแล้ว เราไม่ได้สงสัยก็เดินตามทางท่าน ที*ผ่านมาเราทุกข์ตลอด 50 กว่าปี แต่ครังนีถือว่าเราได้มาฟังธรรมะ จากสัตบุรุษ ซึ*งเป็นอาจารย์ของเรา เมื*อเราได้ปฏิบัติจริงแล้วมันได้อย่างนันจริง ๆ ความสุขกายสุขใจมันเกิดขึนและยิ*งสําคัญ เราสังเกตุว่าสิ*งเลวร้ายที*เกิดขึนกับเราเมื*อก่อนนีเรากลัว แต่เดี?ยวนีก็สามารถมีจิตที*แข็งแกร่ง ครังหนึ*งไม่ว่าจะส่วนใหญ่ที*จะไปบําเพ็ญบุญจะมีพวกมาร คือ กิเลส เราไม่รู้เมื*อก่อนนีและไดัฟังอาจารย์บอกว่ากฏแห่งกรรม ถ้าใครไม่เข้าใจเรื*องกรรม จะ ไม่บรรลุธรรม ซึ*งเมื*อได้ฟังธรรมของอาจารย์ตรงนี เป็นจุดเหตุที*ทําให้ฉันยอมทุกอย่างที*จะทําลายกิเลสตนเองสิ*งต่าง ๆ ที*เกิดขึนตอนนีกลับไปก็รู้สึกว่า ทุกสิ*งเมื*อก่อนนันทําให้เรามีทุกข์ ก็ไปขอบพระคุณเขา คือ เรายอมในความดีของคนอื*นที*ทําให้เราเกิดเป็นแบบนี คือมันเป็นอะไร คือ จะพูดว่า เรามาถูกทางแล้ว และธรรมะที*ทํานันมันมีจริง ทําจริงได้จริง ทําเล่นได้เล่น และมาในครังนี มันก็เกิดจากการที*เรามีมานะพากเพียร เราไม่สงสัย กิเลสนะมันน่าดูจริง ๆ เมื*อก่อนจะมา ค่ายพระไตรปิฎก มา 5 ครังแล้ว แต่สิ*งที*เราทําไปเเล้วนะ แล้วได้ดีจริงนะคะ วันนีเราก็จะไปขอยันต์เกาะพิษจากอาจารย์เอาไปสู้กับกิเลส ตอนนีปิดประตู
อ่านต่อ
สู้กับกิเลส ฆ่ามันให้ตายนะคะ เมื*อก่อนเราจะลอมฉอม เพราะเราไม่ทราบจะทําอย่างไรกับมัน ก็ขอเท่านีนะคะ สวัสดีค่ะ กรณีศึกษาที* 7.76 นางจิรนันท์ ทับเนียม อายุ 54 ปี เพศหญิง 2044 กราบนมัสการพระคุณท่าน กราบคารวะอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมพี*น้องจิตอาสาทุก ๆ ท่านและก็นักศึกษาแพทย์วิถีธรรมค่ะ ชื*อจิระนันท์ ทับเนียม อายุห้าสิบสี*ปี ชื*อทางธรรม ปุ๊ พริวลมบุญ จะใช้ชื*อนีในการจัดทํารายการสุขภาพดีกับแพทย์วิถีธรรม เป็นชื*อพ่อท่านตังให้ “พริว” ตอนแรกพ่อท่านตังให้ ก็มีความรู้สึกแบบเหมือนเรารู้สึกเหมือนเราไม่ตรงไปตรงมา บิดพริวนะคะ ไม่ค่อยจะชอบชื*อนีเท่าไหร่ ก็ถกเถียงกันกับหมู่กลุ่ม เปลี*ยนไปเปลี*ยนมาก็กลับไปขอพ่อ ขอเหมือนเดิม ส่วนเรื*องสภาวธรรม ยันพิธีพูดง่าย ๆ ว่า ยันพิธีมีผลก็จะเห็นกิเลสของตัวเองหลายอย่างก็ถูกตีไปก็ตีมา กิเลสมันก็หลบขึนหลบลงก็ถือว่าก็สลดลงไปเยอะ ก็คิดว่าเราไม่น่าจะช้า อาจารย์ก็บอกว่าเราน่าจะทําประโยชน์ตนบ้าง เพราะว่าชีวิตนะคะ ความที*ว่าเราเจ้าของโปรเจค มันแบกมาเยอะ ตังใจจะทําอะไรมันขนมาเยอะเพราะฉะนันโปรเจคที*เอามาพี*น้องไหนที*มาคุยกับปุ๊ ถ้าอยากได้งานก็เชิญได้เลย ปุ๊มีโปรเจคเยอะแยะที*จะแจกจ่าย แต่อาจารย์ว่างานมันไม่ใช่คําตอบ งาน งานสําเร็จแต่ถ้าใจไม่สําเร็จก็ไม่ใช่ เพราะฉะนันสิ*งสําคัญที*เราควรจะทํา คือ ลดอัตตาและกิเลส ซึ*งมันเช็คได้มันก็สลดลงนะคะอาจารย์ อย่างพี*น้องเราพาดพิงอย่างนี*ปกติมันจะมีตัวไม่ยอมนะคะ ไม่ถูกต้อง มันก็พยายามที*จะแบบเอาให้ใช่นะว่าสิ*งที*คุณเข้าใจมันไม่ใช่ แต่ในที*นี*มันก็เอออะไรยังไงก็ยอมไปก่อนแล้วกันนะ ยอมได้ก็ยอม วางได้ก็วาง เพราะว่าในงานของปลุกเสกที*ได้ยินพ่อท่านเทศน์บอกว่าอัตตามัน คือสมมติ แล้วเราจะเอาอะไรกันหนักกันหนา ต่างคนต่างที*จะเอาให้ได้อย่างใจตัวเองมัน คือ สมมติทังนัน เราจะเอาอะไรทําให้เราพึงมานึกถึงจุดนีนะคะ ในบางจุดที*บางครังพี*น้องเราตักเตือนหรือพี*น้องเราบอกกล่าวหรืออาจารย์บอกกล่าวนะคะ บางครังเราก็ติดเบรกไม่ค่อยจะอยู่ มันทําให้เรามองย้อนกลับไปถ้าว่าสิ*งเหล่านันมันทําให้เราแบบไม่เจริญขึนนะคะ ก็ตรงนีก็คิดว่า ยัญพิธีนี และในงานพระไตรปิกฎครังนี ปุ๊คิดว่ากิเลสและอัตตาปุ๊มันน่าจะเบาบางลงได้ ส่วนในเรื*องทําความดีอะไรบ้าง ดีแบกมาเยอะเลยคะอยากทําดี ๆ ทังนันเลย แต่ที*สําคัญก็คืออาจารย์ท่านบอกว่าอย่ายึดดีและให้วางดี ก็สิ*งนีค่ะ ที*ปุ๊จะต้องเพียรและก็ปฏิบัติเพราะว่าอย่างไรก็ตามมันก็ต้องอยู่ด้วยงานเป็นตัวที*จะต้องทําให้เราเดินไปตราบใดที*ชีวิตเรายังมีลมหายใจและก็มีแรงเราก็คงต้องบําเพ็ญต่อไป ละกิเลสอะไรได้บ้าง ลดกิเลส กิเลสที*ลดได้ที*เห็นชัดก็เรื*องรูปนะคะ รูปที*จากการที*เราจะมาทานมือเดียวในงานนีนะคะ เราก็เป็นคนที*ผอมง่ายอยู่แล้ว เราก็จะติด คือทุกคนจะทักว่าเราผอม นึกถึงว่าถ้าเรากินแล้วสวยขึนมันจะเกิดอะไรขึนนะคะ แทนที*การปฏิบัติธรรมเรามันจะเจริญขึน มันอาจจะทําให้เราถูกทางโลกทางอะไรดึงกลับไปได้นะคะ ปุ๊ก็เลยคิดว่าสิ*งที*เราปฏิบัติ อาจารย์เคยบอกแล้วว่าผอมนี*ล่ะ คือ เจริญแล้ว แต่ถ้ายังอ้วนอยู่นันถือว่ายังไม่เจริญนะคะ ก็ขอฝากพี*น้องเราไว้เพียงแค่นีนะคะ ขอบคุณค่ะ 2045 กรณีศึกษาที* 7.77 นางสาวจิราพร ตันใจเพชร เพศหญิง กราบนมัสการพระคุณเจ้า กราบคารวะอาจารย์หมอเขียวค่ะ และก็เจริญธรรมสํานึกดี พี*น้องผู้เจริญในธรรมทุกท่านค่ะ ชื*อจิราพร ตันใจเพชร นะคะ หรือว่า ชื*อเล่นชื*อ อ๋า มาจากพะเยาค่ะ จบทางด้านอาหาร โภชนาการ และก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ และวิทยาศาสตร์อาหารนะคะ ลดตอนนีก็คือ ลดอาหารอยู่มือเดียว และก็ละในเรื*องมีความโกรธ มีการติดดิสเบรคให้กับความโกรธ ส่วนการเลิกก็เลิก เนือ นม ไข่ ผลิตภัณฑ์ จากสัตว์หรือว่านําผึง ความดีก็ไม่ค่อยมีอะไรเด่นชัดนะคะ แต่ความชั*ว ยิ*งเรียนไปหลายวัน รู้เลยว่าชั*ว และก็ช้า ในการล้างกิเลสมาก ๆ ส่วนสภาวธรรมพึ*งผ่านมาหยก ๆ ก่อนที*จะมาเข้าค่ายที*นี* ต่างจังหวัดก็เรียกว่าผีเข้าพี*สะใภ้ แต่เขาไม่มีใครบอก ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วเขาค่อยมาบอก เสร็จแล้วเราก็ไปดูกลับไปดูที*บ้านว่าเป็นยังไง ก็ไปคุยกับเขา คุยไปคุยมา อาการมันครบเซตเหมือนในทีวี คือ คนเวลาผีเข้ามันมีอาการยังไง มันก็คือออกมาแบบนัน แล้วทุกคนที*อยู่รอบ ๆ ข้าง เขาก็ขนหัว ขนแขน แสตนอัพกันไปหมดแล้ว เราก็จําเป็นต้องเข้าไปดูพี*สะใภ้ว่ามันเป็นยังไงบ้าง ก็คุย ก็พยายามเพ่งดูเขา เขาก็ไม่ยอมมองหน้าเรา เขาก็พยายามหลีกเลี*ยง สักแป๊บนึงพี*ชายเขาก็ไปหาหมอผีที*ไหนก็ไม่รู้มา เขาก็จะทําพิธีอะไรของเขา เราก็ยืนมองอยู่ เราก็ยัง มันอะไร ทําไมเขาเหมือนกับผีที*สิงพี*สะใภ้ทําไมเขาชีหน้าด่าอะไรสารพัด เราก็ลองภูมิ มีความรู้สึกอยากทดลอง เลยเข้าไปแล้วก็บอกถ้าแน่จริงก็ชีหน้าด่ามาสิ หรืออะไรอย่างนี เขาก็ไม่ทําอะไร แต่เขาก็พยายามหลบตาเรามาก ก็ยังไม่ออกอีก เราก็เลยนั*งคุยกับเขาดี ๆ คุยไปคุยมา เป็นคนแก่อายุ 70 เขาอยากได้ชุดขาว เขาอยากจะให้ร่างนี ครอบครัวนีนี* ถือศีลกินเจ มันก็เข้าทางเราพอดี เราก็พยายามเน้น ๆ ว่าเขาจะต้องถือศีลกินเจใช่ไหม แล้วคุณถึงจะออกจากร่างนี ทีนีพี*เอยทุกคนก็พยายามรวมกันแล้วก็บอกโอเค จะถือศีลกินเจ อะไรกันพอบอกแบบนันเสร็จเราก็กลับไป พออีกวันหนึ*งเขาก็ยังไม่ออกอีก เราก็บอกว่าเขาขอก่อน ขอชุดขาว เราก็เลยเป็นภาระให้กับพี*ชายเพราะว่าจิตเขาเริ*มตก เราก็ไปซือชุดขาว เป็นคนที*กายห่างวัด ไปซือชุดขาวเสร็จจะไปถวายสังฆทาน เราก็ซือชุดเดียวกลัวเขาจะไม่มีเปลี*ยน ก็ซือสองชุดไปถวาย ก็ไปเล่าคนอื*นเขาก็บอกที*เขาซือกันแค่ชุดเดียวกัน ก็ผ่านตรงนันไปอีก ทีนีเขาก็ไปหาพระที*แบบสักยันต์ เต็มตัวแทบจะไม่มีที*ว่างเลย แล้วก็ลูกปะคํา พระเต็มเลย แล้วก็มาทําพิธีที*บ้านอีก แล้วก็มาชี ๆ สารพัดเราก็อยู่ห่าง ๆ ยืนมองอยู่ เขาก็ชี ๆ จะต้องมารอหลังคาบ้านทําโน่นทํานี* อะไรทุกสิ*งอย่าง จะต้องใช้เงิน จากสามพัน สี*พันเป็นห้าพันเป็นหมื*น สุดท้ายพี*สาวของพี*สะใภ้มาด้วยก็บอกคนนันผีเข้าอีกเขาก็มอง เสร็จแล้วพอพระองค์นีไปเราก็เรียกพี*ชายมาคุย เราก็บอกว่า เตือนสติเขา ไม่งันก็สติตก ตังค์ก็ไปด้วย ต้องดึง ดึงสติสตัง เขากลับคืนมา และก็คุย 2046 อีกวันหนึ*ง เขาก็ยังอยากจะหาที*อื*นอีก ก็บอกว่าถ้างันก็ขอเป็นคนขับรถก็พาล่ะกัน ก็ไปอีกที*หนึ*ง ก็ไปพระที*แต่งองค์ทรงเครื*องครบอีกเหมือนกันเราก็ไปยืนหลังพี*สะใภ้ เพราะว่ากลัวเขาจะล้ม คือ พระแต่ล่ะองค์ที*เราไปยืนใกล้ ๆ เขาก็จะหันมาถามว่า คุณเป็นใคร เหมือนกับไปขวามเขาไรนี*ค่ะ เสร็จแล้วสิ*งหนึ*งที*อ๋า ได้ตรงนี พอขากลับมา เราขับรถมาคุยกับพี*กับพี*สะใภ้ ก็คือ พยายามเล่าเรื*องที*อาจารย์ พูดถึงเรื*องธรรมะให้เขาฟัง เสร็จแล้วก็ นั*งขําอยู่ว่า จริง ๆ แล้วนีเครื*องประดับที*เขาใส่กัน ที*พระใส่น่ะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยนะ จริง ๆ อยู่ที*ตัวเรามากกว่าทําตัวเราให้ขลัง แม้แต่ผีเวลาเราคุยเขาก็ยังยอม แต่พระทําไมต้องขู่ขนาดนันก็ แล้วพลังคิดว่า เคยมีครูบาอาจารย์เขาเคยพูดว่ามนุษย์เรานี*หรือแม้แต่มหาลัยฮาวาดร์เองก็วิจัยมาเป็นวิทยาศาสตร์ ใช้สติปัญญาหรือว่าสมองเราแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ เอง อีก 95 เปอร์เซ็นต์ เราไม่ใช้ แต่พระพุทธเจ้าใช้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็มานั*งคิด ถ้าคนเรา หรือมนุษย์เรานี* ใช้แค่ 51 เปอร์เซ็นต์ เราก็เกินมนุษย์แล้ว แต่การจะทําไอ้ 51 เปอร์เซ็นต์นัน 1 เปอร์เซ็นต์นัน มันมีแค่ทางเดียวไม่มีทางอื*นเลยก็คือปฏิบัติธรรมให้ตรงให้ถูกทางเท่านันค่ะ สาธุค่ะ กรณีศึกษาที* 7.78 นางสาวจาริณี กวิวิวิธชัย อายุ 57 ปี เพศหญิง กราบนมัสการพระคุณเจ้า และก็กราบอาจารย์หมอเขียวที*เคารพอย่างยิ*งค่ะ เจริญธรรมพี*น้องทุก ๆ ท่านค่ะ ดิฉัน จาริณี กวิวิทธชัย หรือเอ๋ อยู่ที*คลอง 3 นะคะ เป็นนักศึกษาปี 56 ก็จะขอเสนอในเรื*องของสภาวธรรมค่ะ ในด้านของสภาวธรรมนี* ถ้าจะเปรียบเทียบกับบรรดาพี* ๆ น้อง ๆ เพื*อน ๆ ส่วนใหญ่ที*พูดคุยกันนะคะ ดิฉันเชื*อว่าในตัวเองยังมีเรื*องของความรับรู้ด้านสภาวธรรมไม่สู้ดีนักคงจะต้องมีการฝึกฝนและก็ไฝ่เรียนรู้กันไปตามลําดับอีกทีหนึ*งคราวนีมีอยู่สิ*งหนึ*งที*รับรู้ได้ชัดเจน คือ เรื*องของความมีอัตตาในตัวเองนะคะมันก็คงจะติดพันกันมาตังแต่ในโลกอาชีพ ที*เราอยู่กันในชีวิตโลก ๆ นะคะก็ติดพันจนถึงทุกวันนี คือ ในแง่ของความชอบใจไม่ชอบใจ บางสิ*ง บางคน บางกิริยาอาการของบางคนนี* ซึ*งอาจจะดูแล้วเราอาจรู้สึกว่าไม่ชอบใจ ในสิ*งที*เป็นคําพูด คําจา กิริยาอาการก็จะเกิดขึนกับในบางคนที*เราได้พานพบ เราก็พึ*งจะรู้นะคะ ว่าสิ*งที*เรารวม ๆ กันแล้วมัน คือ อัตตาในตัวตน ที*ผ่านมาในเวลาที*เราเจอเหตุการณ์เช่นนีนะคะ สิ*งที*กระทําก็คือ เราจะหลีกเลี*ยงไม่อยากจะปะทะสังสรรค์ เพราะเนื*องจากว่าบางที*นี* คือพูดกันไปแล้วมันจะมีความรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ในคลื*นเดียวกันนะคะ เราก็จะหลีกเลี*ยงกันออกไป เพื*อที*จะไม่ให้เกิดการกระทบกระทั*ง คือ จะพูด 2047 ให้น้อยลง หรือว่าพูดเท่าที*มีความจําเป็นที*จะต้องสื*อสารกัน วิธีการที*ทําจะเป็นแบบนันเพิ*งจะมารู้จากที*ฟังคําบรรยายของอาจารย์ตลอด 2-3 ปี ที*ผ่านมานี*ว่าสิ*งนีล่ะก็คือ อัตตาในตัวตน แต่สิ*งต่าง ๆ ที*เราเป็นอยู่นี*ก็ได้ทบทวนจากบททบทวนธรรมของอาจารย์ ตามที*ท่านบอกว่า ถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื*น แสดงว่าเราก็ยังไม่เข้าใจตนเอง ก็ได้ยําเตือนกับตัวเองตลอดเวลาว่า นั*นคือสิ*งที*เราเป็นอยู่หรืออีกสิ*งหนึ*งที*บอกว่า สิ*งที*เราได้รับ คือ สิ*งที*เราทํามา ไม่มีสิ*งใดที*เราได้รับโดยที*เราไม่เคยทํามา ก็พยายามเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่า สิ*งที*เราได้พานพบทุกวันนี เป็นกระจกสะท้อนภาพของเราซึ*งตัวเราเองเราก็อาจจะไม่รู้ในการกระทํานัน ๆ ไม่ว่าอาจจะเป็น ในปัจจุบันชาติหรืออดีตชาติต่าง ๆ ก็ตามที พอสรุปได้ว่านี*คือ ปีศาจที*อยู่ในตัวเอง ก็ถือว่าเป็นโจทย์อันหนึ*งที*เราจะต้องกําจัดมันให้ได้ ถือว่าเป็นตัวสารเลวที*อยู่ในตัวเอง อายุปูนนี ยังไม่เคยด่าตัวเองต่อหน้าสาธารณชน หรือแม้แต่ด่าตัวเองด้วยตัวเองก็ตามทีว่า เรามีปีศาจหรือเป็นสารเลวในตัวเองนะคะ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกระจกสะท้อนภาพตัวเอง แต่ก็มีความมุมานะว่าเราคงจะต้องหาทางกําจัดสิ*งที*มีอยู่ในตัวเราให้จงได้เพื*อที*จะทําให้เรามีความสุขกาย เบาใจมากขึน แต่ถ้าโดยภาพรวมของการใช้ชีวิต (อาจารย์หมอเขียวแทรก) อันนี คือ ความก้าวหน้าของพวกเรา ผมเห็นพวกเรากล้าที*จะเปิดเผยความจริงของชีวิตตัวเองในส่วนทังส่วนที*ทําได้แล้วในส่วนที*ยังทําไม่ได้นะ ส่วนดีแล้วส่วนยังไม่ดี กล้าที*จะด่ากิเลสตัวเองได้กล้าจะเปิดเผยปีศาจของตัวเองได้นี*คือความเจริญ มันเป็นสัญชาตญาณในคนตรง นี*คือการล้างโลกธรรม เราไม่ได้มา เราไม่ได้มาปิดบังความจริงของเราว่า ฉันเลิศยอดสวยหรู ยังงัน ยังงีคนเขามองไม่เห็นกับเรา เราจะโกหกยังไงก็ได้แต่จริง ๆ แล้วนี* เราก็ไม่โกหก เราก็พูดความจริงของเราที*เราเป็น เป็นสัญชาติญาณแห่งคนตรง ถ้าเรามียังงีเขาจะบันทึกพลังชีวิตเราจะบันทึกเป็นวิบากดีของเรา ทําให้เราบรรลุธรรมเร็ว พระพุทธเจ้าตรัสเลย คนที*มีสัญชาติญาณแห่งคนตรงจะบรรลุธรรมได้ ผมเห็นความเจริญของพวกเรานะ แต่ละคนเปิดเผยสิ*งจริงในชีวิตตัวเอง ที*มันเป็นความแกล้วกล้าอาจหาญ ถ้าเราไม่มีธรรมะมากพอเราจะไม่กล้าเปิดเผยความจริง ถ้าเราไม่ล้างโลกธรรมได้มากพอมันจะไม่กล้าเปิดเผยความจริงมันจะบังตัวเองให้สวยหรูไปยังงันล่ะขอบคุณค่ะอาจารย์ คือ สิ*งเหล่านีก็เรียกว่าได้รับบทเรียนจากอาจารย์ ในรอบนีก็ต้องเรียนกับอาจารย์ว่า 57 ปี ที*ผ่านมาไม่เคยคิดว่าเราจะมีปีศาจร้ายสิงสถิตย์ แล้วมันก็อาจจะค่อย ๆ เติบโตมาตามลําดับจนกระทั*งถึงวันนี แต่ก็มีจิตตังมั*นว่า เราอาจจะไม่สามารถที*จะกําจัด หรือฆ่ามันได้ภายในระยะเวลาอันสันเพราะว่ามันสั*งสมกันมาอย่างยาวนาน แต่ถึงกระนันก็ดี ก็มีความตังใจว่าเราควรจะต้องกําจัดมันต้องเล็กลง ๆ ตามลําดับและก็จะคอยติดตามผลอีกที*หนึ*งว่าจากนีไปนี*สิ*งต่าง ๆ ที*เป็นอยู่จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร นะคะ อีกสิ*งหนึ*งก็คือเรื*องของความดีความชั*วนะคะ ในด้านความดีก็คิดว่าสิ*งที*ได้ทํามา 2-3 ปี นี ดิฉันเองก็ได้เข้ามาช่วยกิจกรรมการงานของทางคลอง 3 ทุกครังที*มีการจัดค่าย ตังแต่เริ*มต้น จนถึงหลังการปิดค่ายทุกครัง ก็คิดว่าสิ*งนีน่าที*จะเป็นตัววิบากดี ที*น่าที*จะสามารถที*จะล้างวิบากร้ายบางส่วนให้เจือจางลงไป 2048 ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ในแง่ของความชั*วก็ยังชอบกินของอร่อยอยู่นะคะ ก็อร่อยในที*นีเช่น อาหารก็ยังอยากจะปรุงให้อร่อย แต่ก็ไม่ได้รสจัด ยังติดที*จะกินในลักษณะแบบเช่นนันอยู่ก็จะพยายามควบคุมให้มันลดลง การลดกิเลส ในปีที*แล้วจําได้ว่ามานั*งตรงนี ปีที*แล้วตลอดปียังกินพวกสัตว์ใหญ่งดไปแล้ว ตังแต่หลังจากการเข้าค่ายและในการเข้าสู่ปีหนึ*งของนักศึกษา ก็บอกว่าเรางดเนือสัตว์จะเหลือแค่ไข่อย่างเดียวคือภาพเมื*อปีที*แล้ว แต่หลังจากการเข้าค่ายพระไตรปิฎกในปีที*แล้วก็สามารถกินไข่อย่างเดียวทําได้ต่อเนื*องมาจนถึง ณ วันนี จากตรงนีไปก็ให้คํามั*นว่า จากค่ายนีมีความตังใจว่าอย่างน้อยจะก็กินข้าววันละ 1 มือแบบว่าเด็ดขาดเลยะ อย่างน้อยหนึ*งครังในหนึ*งเดือนและก็รวมทังถือศีล 43 ขันต้นไม่กล้าที*จะผูกมัดว่าจะทําได้มากกว่าเดือนละหนึ*งครังนะคะและท้ายนีจะขอเป็นหนึ*งในผีเสือตัวน้อย ๆ ที*จะขยับปีกไปพร้อมกับท่านอาจารย์ในการเจริญเติบโตของแพทย์วิถีธรรมต่อไปค่ะสาธุค่ะ กรณีศึกษาที* 7.79 นางสาวจันทรา วิสุทธิเมธากูล อายุ 52 ปี เพศหญิง กราบนมัสการพระคุณเจ้า เจริญธรรม ชื*อหมวย จันทรา วิสุทธิเมธากูล อยู่กรุงเทพ อายุ 52 ปี อาชีพออกจากงานมานานแล้ว เกือบ 10 ปี เรื*องของสภาวธรรม จุดหักเห สนใจโดยที*ตัวเองไม่ได้เจ็บป่วย เริ*มต้นจากการดูวีดีโอ ลดสัตว์สี*เท้าได้ ด้วยความสงสาร หวงกิเลส เนือไก่เริ*มเหม็น ทานไม่ได้เลย ดีดออกง่าย ๆ กรณีศึกษาที* 7.80 เจน หลั*งเจริญ เพศหญิง กราบนมัสการพระคุณเจ้าทุกฐานะและขอคารวะอาจารย์หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน และเจริญธรรมสํานึกดีจิตอาสาแพย์วิถีพุทธทุกท่านคะ ดิฉันชื*อเจน หลั*งเจริญ มาจากอุตรดิตถ์ การศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น มีอาชีพเป็นแม่บ้าน อสม ฐานะสภาวธรรมที*ทําอยู่คือ โกรธเกลียดง่าย มีกิเลสเยอะพอได้มารู้จักอาจารย์ ใจเพชร หมอเขียว กล้าจน จึงมีความรู้สึกว่าลดละกิเลสได้มากกว่าเดิม แต่ก่อนโกรธแต่เดี?ยวนีไม่โกรธวางได้ใครว่าอะไรก็ปล่อยวางได้ไม่โกรธเคยกินอาหารที*เป็นที*เป็น 2049 กิเลสที*ชอบเดี?ยวนีก็ปล่อยวางได้เนือสัตว์จะลดละได้เยอะแต่ยังติดอย่างหนึ*ง คือ ความชั*วยังทานไข่อยู่ ความชั*วที*ทําอยู่ก็คือทางบ้านยังไม่ยอมรับเขายังกินเนือสัตว์อยู่ก็ต้องทําให้แต่พยายามที*จะซือปลาที*เป็น ๆ เมื*อก่อนนีเคยทําแต่ซือปลาตายเขาบ่นว่าไม่อร่อยก็พยายามทําให้อร่อยแต่ที*บ้านไม่ใช้ชูรสปรุงปฏิบัติธรรมทุกครังก็พยายามไปปฏิบัติธรรมกับพระที*ฉันมังสวิรัติที*วัดที*ไม่ฉันเนือนะคะเพราะมันมีประโยชน์ต่อตัวเราด้วยอันนีก็เป็นอาจารย์ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) ได้สั*งสอนไว้เมื*อยามเรามาปฏิบัติเข้าค่ายอยู่ครังแรกที*จังหวัดพิษณุโลกและก็พากเพียรทํามาบําเพ็ญประโยชน์ให้สังคมที*คนมีความเจ็บป่วยเราก็จะช่วยเข้าไปช่วยเหลือทันทีโดยไม่คิดว่าเราจะมีโรคประจําตัวอะไรเพราะเราไม่มีเชือโรคที*แพร่เชือเขาเราก็เข้าถึงตัวเขาเลยส่วนมากถ้าเดินไปในตลาดเราไม่ใช่หมอนะแต่แม่ค้าในตลาดเขาจะเรียกคุณหมอเราก็จะปฏิเสธเขาว่าเราไม่ใช่หมอนะคะเราเป็นเพียงจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเฉย ๆ แต่เขาไม่ฟังเขาก็จะเรียกว่าคุณหมอก็เดี?ยวนีก็ยังเป็นเพียงจิตอาสาเครือข่ายเขาขอความช่วยเหลือมาเราก็จะพยายามไปช่วยเหลือเขาเครือข่ายจะนัดกันเราก็จะไปตามเครือข่ายต่าง ๆ จะมีความพยายามให้มาขึนนะคะเพราะทางบ้านเขาไม่ค่อยยอมรับแต่มานี*ก็ภาวนาเลยว่าขอให้ได้มีบุญได้มาค่ายพระไตรปิฎกทุกครังเมื*อได้มาแต่ละครังก็มีความยินดีมีความสุขมากเพราะจิตใจนี*มันจะสบายขึนกว่าเก่าเมื*อก่อนนีจะทุกข์มากเพราะอยู่แต่บ้านไม่ได้ไปไหนเฝ้าบ้านตลอดแต่วันนีได้เดินทางออกมาศึกษาได้พบหมู่พ้องพวกพ้องเขาบอกว่าจะไปทําไมไปสอบนะก็เรียนมาทุกครังก็รู้อยู่แล้วทําอยู่บ้านก็ได้เราก็ยอมรับว่าทําไม่ได้อยู่ที*บ้านเพราะเราต้องมีหมู่กลุ่มมีพลังช่วยผลักให้เราทําเพราะเราอยู่บ้านมันจะมีกิเลสเยอะก็ขอจบไว้แค่นี กรณีศึกษาที* 7.81 นายชิณพงษ์ กิจพงษ์เจริญ อายุ 27.ปี เพศชาย กราบนมัสการพระคุณเจ้า คารวะท่านอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมสํานึกดีพี*น้องผู้เรียนรู้สุขภาวะธรรมทุกท่านครับ ผมชิณพงษ์ กิจพงษ์เจริญ อายุ 27 ปี จังหวัดกรุงเทพฯ วุฒิการศึกษาจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจ สภาวธรรมตังแต่ปี พ.ศ. 2554 ที*เข้ามาบําเพ็ญบุญก็ตอนนําท่วมจนตอนนีก็ 4 ปีแล้ว สภาวธรรมที*ได้ก็จากหมอเขียว และสมณะพ่อครูโพธิTรักษ์ ก็พยายามดูการปรับสมดุลร่างกายเรา ทังกายและก็จิตตอนนีการปรับสมดุลมันทําให้ผมรู้สึกว่าสี*ปีนีที*เกิดการเรียนรู้สมดุลร้อนเย็น ร้อนเกิน เย็นเกิน ร้อนเย็นพันกัน ร้อนหลอกเย็นหลอก มันทําให้รู้สึกว่ามันง่าย และมันก็พยายามปรับที*กายกับอาหารมากที*สุด กายและก็จิตใจและอาหารด้วย คือ ดูว่าแต่ละวันที*เราบําเพ็ญบุญนี*มากน้อยแค่ไหน ถ้ามากทรมานมากก็ใช้วัตถุบ้าง ภาวะก็แล้วแต่จะเกิด บางที*ก็ทัง 2050 สภาพแวดล้อม ฤดูร้อน ฤดูหนาว และก็ปรับใจไปด้วย จิตวิญญาณ ก็เพื*อที*จะเรียนรู้ ฝึกฝนแต่ละสภาวะที*มันคุ้นชินก็เข้ามาเรื*อย ๆ จนตอนนีก็รู้ว่าสาเหตุหลัก ๆ ก็รู้ว่าร่างกายเราแข็งแรงอย่างไรมันก็ขึนอยู่กับความดีความชั*ว ความชั*วที*ดูว่าที*เราก็รู้จริง ๆ ว่าชั*วขนาดไหนก็ตอนที*ได้กลับไปอยู่บ้านไม่ได้มาบําเพ็ญบุญมันเกิดความชั*วเร็วเหมือนเขากระตุ้นให้เรามา หันมาบําเพ็ญบุญในค่ายสุขภาพ เพราะว่าหลัก ๆ แล้วความดีที*เราทํามันอยู่ในค่ายสุขภาพ เหมือนกับว่าเราได้มาช่วยเหลือพี*น้องที*เขาได้มาเข้าค่าย เพื*อให้เขานํากลับไปพึ*งตนเองได้ ให้เขาได้เรียนรู้สุขภาวะได้ลดละกิเลสตอนนีก็ลดมาเรื*อย ๆ พยายามที*จะตัดกิเลสเมื*อเราจะกลับไปบ้านว่าจะกลับไปทําอะไร ถ้าเรากลับไปเสพมันก็เป็นผลร้ายต่อตัวเราเอง ก็พยายามตังศีล ตังอธิศีลให้มันสูงขึน ทังนีก็ตังแต่ทานเข้ามือเดียวก็ทานสิ*งที*ย่อยง่ายทานง่ายและไม่มีโทษก็มาพิจารณาแต่ละอย่างตอนที*มาค่ายพระไตรปิฎกครังนี อาเล็กก็ถามว่าเห็นผมกินอะไรแปลก ๆ คือ ช่วงนีฤดูร้อนการพิจารณาของผมเองเฉพาะตัวผมเองก็จะใส่ข้าวสวยราดแกงจืดใส่มะละกอดิบ อาเล็กก็ถามกินอะไรแปลก ๆ ก็มันก็เป็นการปรับสมดุลของตัวผมเอง เพราะว่าทังวันก็อยู่แต่ในห้องสื*อก็ไม่ได้ทุกข์อะไร แต่บางคนเข้าไปก็อาจจะทุกข์ร้อนเพราะว่าเก้าอีก็ร้อน โต๊ะก็ร้อน อุปกรณ์ก็ร้อนในช่วงเที*ยง ๆ ก็มากินอย่างนีก็ปรับสมดุลเอา พิจราณาเอามันไม่ได้เป็นตลอด ก็หาอะไรปรับเปลี*ยนก็เป็นการเรียนอย่างหนึ*งเพื*อให้เข้าถึงสภาวธรรมก็เพื*อที*จะบําเพ็ญบุญให้เต็มที* แต่บางครังการทํางานเต็มที*มันก็ไม่ได้ตื*นเช้ามาสวดมนต์สามวันแรกก็พอมีแรงอยู่แต่พอวันที*ไปขนปุ๋ยก็นอนจนถึงแปดโมงเก้าโมงก็ไปขนปุ๋ย บางทีมันก็อาจอยู่กับการทานอาหารด้วย เพราะบางทีก็ไปหาของเถื*อนใส่ในครัวบ้างก็เท่านีครับ ขอบคุณครับ กรณีศึกษาที* 7.82 ชนิตา เลิศศิริลักษณ์ อายุ 58 ปี เพศหญิง กราบเรียนท่านอาจารย์หมอเขียวด้วยความเคารพและศรัทธา เจริญธรรมเพื*อน ๆ พี* ๆ และน้อง ๆ ค่ะ ชื*อ ชนิตา เลิศศิริลักษณ์ ชื*อเล่น ดา จบการศึกษาวิทยาศาสตร์สาขาเคมี ตอนนีก็อายุ 58 ปี อาชีพเป็นพนักงานขายเคมีภัณฑ์ แต่ตอนนีก็เออรี*แล้วคะ เป็นแม่บ้าน สภาวธรรม ศีลข้อที* 1คือ ปาณาติปา คิดว่าได้ค่ะ เพราะว่าตอนนีตังแต่ป่วย คือ ตัวเองป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ระยะ 2 ก็ตังแต่ปี พ.ศ. 2555 แต่ตอนนียังไม่หลุดค่ะ มันก็ยังอยู่กับเรา แต่มันไม่ลาม ก็ไม่ได้ทานเนือสัตว์ ไข่ นม ขนม ก็เลิกมาเลย ของหวาน ไขมัน ก็ไม่ได้กินตังแต่ปี พ.ศ. 2555 ก็รู้สึกตัวเองว่าดี อารมณ์ดีขึนเมื*อก่อนจะเป็นคนใจร้อน ขีโมโห ก็ดีขึนแล้วตัวเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ท่านอาจารย์หมอก็แนะนํา 2051 บอกว่าไหนลองทดสอบกินมือเดียว อย่างมากที*สุด คือ 2 มือ มือเย็นนี*จะไม่ทานเลย ก็มาทดสอบดูว่าถ้าเราทาน 2 มือ กับมือเดียวนี*จะเป็นยังไง ก็รู้สึกว่าตอนเช้ามานี* เวลาเราตื*นถ้ากินมือเดียวเราจะตื*นได้เร็ว แล้วก็ตัวเบาระบบขับถ่ายก็ดี แต่ถ้าทาน 2 มือนี* มันเหมือนว่าเวลาเราดีท็อกซ์ ทําไมเราถึงถ่ายน้อยลง ก็ลองเปรียบเทียบดู ก็แบบนี*คะ แล้วก็คิดเรื*องทําดีส่วนใหญ่ยังติดกับเรื*องงานในครอบครัวอยู่ก็ไม่ค่อยได้ออกไปกับหมู่กลุ่มเท่าไหร่ ก็ลูกยังเล็กมากคะ คนโตอายุ 17 คนเล็กก็อายุ 11 ปี เวลาเขาป่วย เราก็ใช้ยา 9 เม็ดทําให้ค่ะ อย่างสมมติว่า ปวดท้องประจําเดือน ก็ใช้ผงถ่าน นําสกัดแล้วก็นํามันเขียว ท้องเสียก็ใช้อย่างนีคะ แต่ถ้าเป็นหวัดตัวร้อนเจ็บคอก็ใช้ยา 9 เม็ดคะ แล้วเวลาเขาทําไม่ดี บอกเขาว่าหนูลอง เพราะว่าถ้าเกิดไปโรงเรียน ถ้าเกิดดือกับแม่ ไปโรงเรียนหนูต้องเจอเพื*อนรังแกหนูหรือว่าคุณครูต้องดุหนูแน่เลย แล้วก็เรียนจะไม่เข้าใจ เขาก็จะมาบอกเราว่าวันนีจะเป็นยังไง ถ้าเกิดเขาดือ เขาบอกว่าวันนีเขาหกล้มเล่นฟุตบอลแล้วหกล้มอย่างนี*คะ ก็รู้สึกว่าเราก็เอาวิชาหรือว่าธรรมะที*ท่านอาจารย์สอนตอนมาอยู่ที*นี*ใช้กับครอบครัว โดยเฉพาะลูกของเราคะ ทําชั*วอะไรบ้าง ก็เรื*องความโมโหยังเยอะอยู่แล้วก็อัตตากับลูกคะ ถ้าเขาไม่ดูหนังสือเราก็จะขีโมโหแต่ว่าถ้าเรามาค่ายแล้วกลับไปรู้สึกว่าจะทําได้ประมาณอาทิตย์หนึ*งค่ะ ก็ต่อไปก็เหมือนเดิมอีก ก็มาครังนีท่านอาจารย์ก็พูดว่ากิเลสนี* เราจะต่อสู้กับมันยังไงบ้าง ก็เลยจะลองเอาแนวทางนีไปลองดูนะคะ แล้วก็ลดละเลิกกิเลสนี* คิดว่าต่อไปก็จะตังเรื*องจุลศีลแล้วก็ ศีล 43 ข้อคะ จะเป็นผีเสือตัวเล็ก ๆ อยู่ภาคกลางช่วยอาจารย์ค่ะ อาจารย์พูดผู้ใดช่วยปฏิบัติจุลศีลผู้นันล่ะได้ช่วยผม ได้ช่วยสังคม ได้ช่วยพระพุทธเจ้า จริง ๆ เราช่วยหมดนะ ผู้ใดปฏิบัติจุลศีลผู้นันได้ช่วยเหลือมวลมนุษยชาติทุกคน แล้วพลังของพวกเราทุกคนมีค่ามาก เหมือนที*พี*ท่านหนึ*งเล่าไปเมื*อกีนี* พลังเของพวกเรามีค่ามาก เลย แต่ละคนแต่ละท่านที*มามีผลพลังของท่าน ชีวิตของท่านมีผลทําให้พี*น้องเราบรรลุธรรม องค์ประกอบในชีวิตของท่าน มีผลให้พี*น้องเราบรรลุธรรม มีผลเติมกันทังหมดเลย พลังของเราก็มีผลต่อเพื*อน พลังของเพื*อนก็มีผลต่อเรา ต่างคนต่างหนุนกันให้บรรลุธรรม นี*คือคุณค่าอันลําค่าของหมู่มิตรดีสหายดี สังคมดี สิ*งแวดล้อมดี เป็นทังหมดทังสินของการพ้นทุกข์ เป็นเครื*องมือให้คนพ้นทุกข์ได้ ให้คนปราบปีศาจได้ ไม่เช่นนันจะไม่มีมนต์ขลัง จะไม่มีมนต์ขลังที*ปราบปีศาจได้ แต่พลังของหมู่มิตรดีสหายดีจะเป็นพลังมนต์ขลังที*ปราบปีศาจได้ พลังเดียวเลยพระพุทธเจ้ายืนยันพลังเดียวเลย มิตรดีสหายดี สิ*งแวดล้อมดี เป็นทังหมดทังสินของพรหมจรรย์ คือ การพ้นทุกข์ นีเป็นคําตรัสของพระพุทธเจ้า อื*นจากนีไม่มี เพ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive