รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8.pdf

โฟลเดอร์การศึกษา
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์5.06 MB
วันที่แก้ไข23 ธันวาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน ้าเครือแหชาวอโศก นายวิชัย เจียมวิจิตรกุล วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาการศึกษานอกระบบ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2557 A Model of Morality Development for Youths Using the Noble Eightfold Path Method Based on Phupha Fanam Khruahae Practice of Chao Asok Mr. Wichai Jiamvijitkul A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Education in Nonformal Education School of Educational Studies Sukhothai Thammathirat Open University 2014 ค ง ชือวิทยานิพนธ์ รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน ด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน'ํา เครือแหชาวอโศก ผู้วิจัย นายวิชัย เจียมวิจิตรกุล รหัสนักศึกษา 2542900614 ปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การศึกษานอกระบบ) อาจารย์ทีปรึกษา (1) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชนกนารถ บุญวัฒนะกุล (2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชูชาติ พ่วงสมจิตร์ ปี การศึกษา 2557 บทคัดย่อ การวิจัยนี' มีวัตถุประสงค์เพื@อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน พฤติกรรมและความคิดของเยาวชน ในเชิงศีลธรรม 2) ศึกษาวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 3) ศึกษาผลของวิธีการที@มีต่อพฤติกรรมและความคิดของเยาวชน ในเชิงศีลธรรม 4) สังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน ด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า เครือแหชาวอโศก ผู้ให้ข้อมูลหลัก 37 รูป/คน ประกอบด้วย สมณะการศึกษา ตัวแทนคุรุแม่ไก่ ตัวแทนผู้ปกครอง เยาวชนเป้าหมาย ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม เก็บข้อมูล

อ่านต่อ

ด้วยวิธีการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่มทั'งในรูปแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เนื'อหาและหาข้อสรุปเชิงอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบัน เยาวชนมีวิถีชีวิตเชิงศีลธรรมตามแบบชาวอโศก และติดตามคุรุแม่ไก่ ด้านพฤติกรรมเชิงศีลธรรม มีการละเมิดศีลบ้างในเรื@องเล็กๆน้อยๆ ด้านความคิดเชิงศีลธรรม มีทิศทางที@จะลด ละ เลิก ในสิ@งที@ทําให้ข้อศีลของตนบกพร่อง แต่ยังไม่เข้มแข็ง 2)วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'าคือ การสร้างสัมมาทิฏฐิในทุกด้านประกอบด้วยสิ@งแวดล้อม บุคลากร และกระบวนการที@เหมาะสมซึ@งได้แก่ การอยู่ร่วมกับคุรุแม่ไก่ ปฏิบัติศีล 5 ประเมินตนเอง ทํากุศลเพิ@มเมื@อละเมิด พบสมณะตามตารางเวลา 3) ผลของวิธีการ ช่วยให้เยาวชนมีการพัฒนาการดีขึ'นทั'งพฤติกรรมและความคิดทุกตัวอย่าง และ 4) รูปแบบการพัฒนามีดังนี'คือ 4.1) ปัจจัยป้อนเข้าได้แก่ เยาวชนที@สมัครใจ สิ@งแวดล้อม ได้แก่ วัฒนธรรมบุญนิยม 4.2) กระบวนการ ประกอบด้วย แนวคิดสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 และวิธีการ ประกอบด้วย การอยู่ร่วมระหว่างลูกไก่กับแม่ไก่ การปฏิบัติศีล 5 ในชีวิตประจําวัน การประเมินศีล การสนทนาธรรมกับสมณะ การทําโทษตนเอง เมื@อละเมิด การทําซํ'าเป็นกิจวัตร 4.3) ผลผลิต ได้แก่ เยาวชนจิตใจตั'งมั@นในระดับศีล 5 ได้จริง และ 4.4) ผลลัพธ์ ได้แก่ เยาวชนมั@นใจว่าจะไม่เสื@อมลงอีก คําสําคัญ สัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 แนวทางภูผาฟ้านํ'า ชาวอโศก จ Thesis title: A Model of Morality Development for Youths Using the Noble Eightfold Path Method Based on Phupha Fanam Khruahae Practice of Chao Asok Researcher: Mr. Wichai Jiamvijitkul; ID: 2542900614; Degree: Master of Education (Nonformal Education);Thesis Advisors: (1) Dr. Chanoknart Boonwatthanakul,Assistant Professor; (2) Dr. Chuchat Pungsomjit, Assistant Professor; Academic year: 2014 Abstract The Objectives of this research were to (1) to study the current moral state, behaviors and thinking of youths; (2) to study the Noble Eightfold Path Method Based on Phupha Fanam Khruahae Practice; (3) to study the effects of Method on moral behaviors and moral thinking of youths; and (4) to synthesize a model of morality development for youths using the Noble Eightfold Path Method Based on Phupha Fanam Khruahae Practice of Chao Asok. The 17 main informants consisted of monks in change of education, representatives of modeling teachers, representatives of parents, and target group youths. This study was the participatory observation type of qualitative research. Research data were collected via formal and informal interviews and focus group discussions. The obtained data were analyzed with content analysis to derive at inductive conclusions. Research findings revealed that (1) at present, youths adopted the moral way of life of Chao Asoke and followed the moral model demonstrated by modeling teachers; as for moral behaviors, their behaviors were mainly moral with only few violations of the percepts on just small matters; as for moral thinking, their thinking followed the direction of reducing of, refraining from, and stopping of matters that would result in defiling their precepts, but they were still not very firm in their conviction; (2) the Noble Eightfold Path Method based on Phupha Fanam practice was the creation of Sammaditthi (right understanding) on every aspect including the environment, personnel, and appropriate process, i.e. staying with the modeling teachers, practicing the five precepts, self-evaluation, making more merits when finding out that one violates the percept, and meeting the monks based on the schedule; (3) the effects of the Method were that it enabled every youth to better his/her behaviors and thinking; and (4) the morality development model comprised the following components: (4.1) the input comprising volunteer youths, and the environment, i.e. the merit-centered culture; (4.2) the process comprising the concept of Noble Eightfold Path Method, and the method which consisted of the learners and modeling teaches staying together, the practice of the five precepts in daily living, the self-evaluation on practicing precepts, the Dhamma conversation with the monks, the self-punishment when violating the precepts, and the regular practice to develop one’s habits; (4.3) the products which were youths who were committed to practicing the five precepts; and (4.4) the outcomes which were the youths’ commitment to maintain their practices without degeneration. Keywords: Noble Eightfold Path Method, Phupha Fanam Khruahae Practice, Chao Asok ฉ กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธ์เล่มนี' สําเร็จลุล่วงด้วยดีได้ โดยได้รับความกรุณาและอนุเคราะห์อย่างดียิ@ง จากผู้ที@มีพระคุณหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ@งจากประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ คือ อาจารย์ ดร.ชลทิตย์ เอี@ยมสําอางค์ และอาจารย์ที@ปรึกษาสองท่านได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนกนารถ บุญวัฒนะกุล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชูชาติ พ่วงสมจิตร์ ที@ได้ให้คําปรึกษา แนะนํา ตรวจแก้ไข ประเมินเครื@องมือในการจัดทํางานวิจัยตลอดจนให้ความรู้ทั'งทางด้านวิชาการ และ ประสบการณ์ในการศึกษาวิจัย ขอขอบพระคุณเจ้าของตํารา เอกสาร งานวิจัย บทความและหนังสืออ้างอิงต่างๆ ที@ผู้วิจัยได้นํามาศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะหนังสือสมาธิพุทธของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ โพธิรักขิโต กราบขอบพระคุณ ท่านสมณะบินบน ถิรจิตโต ผู้ดูแลการศึกษาเครือแหภูผาฟ้านํ'า ท่านสมณะโพธิสิทธิK โพธิสิทโธ ท่านสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี@ยวชาญที@ให้ความรู้ ให้คําปรึกษาชี'แนะ ตรวจเนื'อหา ทําให้การจัดทํางานวิจัยครั'งนี'สมบูรณ์ยิ@งขึ'น ขอขอบคุณ คุรุใจจริง ชาวหินฟ้า คุรุสุวภาพ เพชรสุข คุรุตั'งใจ วงษ์สมศรี คุรุเยาวภา โคตรบรม คุรุทนสู้ อุปชาใต้ คุรุอรุณ แสนมหามงคล คุรุนิวัช ตันติวัฒนไพศาล อีกทั'งท่านสมณะ คณะครู เยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้านํ'า ตัวแทนผู้ปกครองทุกท่าน ที@ได้กรุณาให้ความร่วมมืออย่างดียิ@ง ทําให้งานวิจัยครั'งนี'ลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณ คณาจารย์ทุกท่านที@ให้ความรู้ด้านวิชาการ ขอขอบคุณเพื@อนร่วมชั'นเรียน และทุกท่านที@มีส่วนเกี@ยวข้องในสถาบันที@ศึกษาคือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที@ให้ความร่วมมือ ชี'แนะ เป็นอย่างดียิ@ง และขอขอบคุณ คุณศิริวรรณ วิมลศิริพรรณ คุณวิศว์ เจียมวิจิตรกุล ที@คอยให้กําลังใจจนทําให้งานวิจัยผ่านพ้นช่วงที@ยุ่งยากมาได้ ที@สําคัญทําให้ผู้วิจัยได้ศึกษารูปแบบการพัฒนาศีลธรรม ซึ@งก่อให้เกิดประโยชน์แก่การจัดการศึกษาของชาติสืบไป วิชัย เจียมวิจิตรกุล พฤศจิกายน 2557 ช สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ง บทคัดย่อภาษาอังกฤษ จ กิตติกรรมประกาศ ฉ สารบัญตาราง ญ สารบัญภาพ ฎ บทที@ 1 บทนํา 1 ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา 1 วัตถุประสงค์การวิจัย 7 คําถามการวิจัย 8 ขอบเขตของการวิจัย 8 ประโยชน์ที@คาดว่าจะได้รับ 9 นิยามศัพท์เฉพาะ 10กรอบแนวคิดการวิจัย 11 บทที@ M เอกสารวรรณกรรม และงานวิจัยที@เกี@ยวข้อง 13 ความรู้พื'นฐานเกี@ยวกับ องค์กรอโศก 14 ทฤษฎี และกรอบแนวคิดทางทฤษฎีที@เกี@ยวข้อง 33 งานวิจัยที@เกี@ยวข้องกับการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน 59 บทที@ 3 วิธีดําเนินการวิจัย 72 รูปแบบการวิจัย 73 ตัวแปรที@ใช้ในการศึกษา 73 ประชากร กลุ่มเป้าหมายและผู้ให้ข้อมูล 73 เครื@องมือที@ใช้ในการวิจัย 74 ขั'นการเก็บรวบรวมข้อมูล 77 การตรวจสอบข้อมูล 79 การวิเคราะห์ผลข้อมูล 80 ซ สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที@ 4 พื'นฐานทั@วไป การพัฒนาศีลธรรมตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 84 ความเป็นมา การศึกษาและพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 86 ความมุ่งหมาย และความสําเร็จของการศึกษาแนวทางภูผาฟ้านํ'า 98 จุดเด่น จุดแข็งของการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 100 ปัญหา อุปสรรค ในการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนของภูผาฟ้านํ'า 101 การนํารูปแบบการพัฒนาศีลธรรมตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า ไปใช้ ในสังคมภายนอก 103 บทที@ 5 สภาพปัจจุบัน พื'นฐานพฤติกรรมและความคิดของเยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้านํ'า 107 สภาพปัจจุบัน ในปัจจุบันขณะทําการวิจัย ประกอบด้วย 108 สภาพพฤติกรรมของเยาวชนในปัจจุบันขณะทําการวิจัย 112 สภาพความคิดของเยาวชนในปัจจุบันขณะทําการวิจัย 116 เหตุแห่งปัญหาเชิงพฤติกรรม และ ความคิด ของเยาวชน ในปัจจุบัน 118 บทที@ 6 แนวคิด วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 และการพัฒนาศีลธรรมตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 124 แนวคิด สัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 จากหนังสือสมาธิพุทธ ของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ โพธิรักขิโต 125 วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 130 แนวทางภูผาฟ้านํ'า 135 การพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน ด้วยแนวคิด วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 137 บทที@ N ผลของการพัฒนาศีลธรรมตามแนวทางภูผาฟ้านํ'าที@มีต่อพฤติกรรม และความคิดของเยาวชน 179 เหตุแห่งการเปลี@ยนแปลงพฤติกรรม และ ความคิด ของเยาวชนเป้าหมาย 180 ผลของการพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า ที@มีต่อพฤติกรรมของเยาวชน 183 ผลของการพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า ที@มีต่อความคิดของเยาวชน 193 ผลลัพธ์ ความยั@งยืน และการติดตัวนําไปใช้ในอนาคต 197 ฌ สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที@ 8 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 201 สรุปผลการวิจัย 203 อภิปรายผลการวิจัย 222 ข้อเสนอแนะ 234 บรรณานุกรม 235 ภาคผนวก 244 ก ผู้ทรงคุณวุฒิ 245 ข การสร้างเครื@องมือจากวัตถุประสงค์ 250 ค เครื@องมือที@ใช้ในการวิจัย 252 ประวัติผู้วิจัย 261 ญ สารบัญตาราง หน้า ตารางที@ 3.1 กรอบแนวทางการดําเนินการวิจัย 81 ตารางที@ 7.1 ตาราง ผลการประเมินพัฒนาการด้านพฤติกรรมเชิงศีลธรรมของเยาวชน โดยตัวเอง 190 ตารางที@ 7.2 สรุปผลการประเมินพัฒนาการด้านพฤติกรรมเชิงศีลธรรมของเยาวชน โดยคุรุแม่ไก่ 192 ฎ สารบัญภาพ หน้า ภาพที@ P.P กรอบแนวคิดที@มาของปัญหา 6 ภาพที@ 1.2 กรอบแนวคิดทางออกของปัญหา 7 ภาพที@ 1.3 กรอบแนวคิดการวิจัย 12 ภาพที@ 2.1 รูปแบบระบบทั@วไป 20 ภาพที@ 2.2 รูปแบบในเชิงระบบสังคมของพาร์สัน 21 ภาพที@ 2.3 ตัวแบบในเชิงระบบองค์กรแห่งการเรียนรู้ 21 ภาพที@ 2.4 ตัวแบบในเชิงระบบสังคมของเกทเซลส์ 21 ภาพที@ 2.5 ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์กับบุญนิยม 23 ภาพที@ 2.6 การสื@อสารระบบบุญนิยม 24 ภาพที@ 2.7 ตารางแสดง สัมมาทิฏฐิ 10 ที@เป็นสาสวะ 40 ภาพที@ 2.8 เอกสารและงานวิจัยที@เกี@ยวข้อง 71 ภาพที@ 3.1 ขั'นตอน วิธีการดําเนินการวิจัย 83 ภาพที@ 4.1 รูปภาพแสดงโศลกธรรม กับ รูปหมู่สมณะชาวอโศก 86 ภาพที@ 4.2 รูปภาพแสดงการฟังธรรมของเยาวชน 88 ภาพที@ 4.3 รูปภาพ ‘เป็นงาน’ คือ เยาวชนทํางานจริงตามฐานงาน 88 ภาพที@ 4.4 รูปภาพ ‘เป็นงาน’ คือ เยาวชนทํางานจริงตามฐานงาน 88 ภาพที@ 4.5 รูปภาพแสดง ‘ชาญวิชา’เยาวชนเรียนเช่นเดียวกับโรงเรียนทั@วไปด้วย 89 ภาพที@ 4.6 รูปภาพแสดง ‘ชาญวิชา’เยาวชนเรียนเช่นเดียวกับโรงเรียนทั@วไปด้วย 89 ภาพที@ 4.7 สังคมสิ@งแวดล้อมตามโครงสร้างวิถีชีวิตชาวอโศก 91 ภาพที@ 4.8 รูปภาพการศึกษาอย่างบูรณาการ บ้าน วัด โรงเรียน 92 ภาพที@ 4.9 รูปภาพการศึกษาอย่างบูรณาการ บ้าน วัด โรงเรียน 92 ภาพที@ 4.10 รูปภาพการศึกษาอย่างบูรณาการ บ้าน วัด โรงเรียน 92 ภาพที@ 4.11 รูปภาพการศึกษาอย่างบูรณาการ บ้าน วัด โรงเรียน 92 ภาพที@ 4.12 ปรัชญาการศึกษา การบูรณาการกับปรัชญาชีวิต 93 ภาพที@ 4.13 ตารางกิจกรรมในกิจวัตรแต่ละวัน 93 ฏ สารบัญภาพ (ต่อ) หน้า ภาพที@ 4.14 ตารางกิจกรรมประจําปี ที@เยาวชนเข้าร่วม 94 ภาพที@ 4.15 รูปภาพแสดง แหล่งเรียนรู้ เครือแหภูผาฟ้านํ'า (1) 96 ภาพที@ 4.16 รูปภาพแสดง แหล่งเรียนรู้ เครือแหภูผาฟ้านํ'า (1) 96 ภาพที@ 4.17 รูปภาพแสดง แหล่งเรียนรู้ เครือแหภูผาฟ้านํ'า (2) 96 ภาพที@ 4.18 รูปภาพแสดง แหล่งเรียนรู้ เครือแหภูผาฟ้านํ'า (2) 96 ภาพที@ 4.19 รูปภาพแสดง แหล่งเรียนรู้ เครือแหภูผาฟ้านํ'า (2) 96 ภาพที@ 4.20 รูปภาพคุรุแม่ไก่ ของ ภูผาฟ้านํ'า กับ กิจกรรมการประชุมสัมมนา 105 ภาพที@ 4.21 รูปภาพคุรุแม่ไก่ ของ ภูผาฟ้านํ'า กับ กิจกรรมการประชุมสัมมนา 105 ภาพที@ 4.22 ภาพรวม พื'นฐานความเป็นมา การพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนของภูผาฟ้านํ'า 106 ภาพที@ 5.1 เงื@อนไข เยาวชนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศีลธรรม 108 ภาพที@ 5.2 ตาราง จําแนก จํานวน ชั'นเรียน และเพศ ของเยาวชน 109 ภาพที@ 5.3 โครงสร้างของกลุ่ม แม่ไก่ลูกไก่ ภาคการศึกษา 2/2555 111 ภาพที 5.4 สภาพปัจจุบัน พฤติกรรมและความคิดของเยาวชนเป้าหมาย 122 ภาพที@ 6.1 สัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 กับการปฏิบัติศีล 5 อธิบายแบบเชิงเดี@ยว 128 ภาพที@ 6.2 สัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 การทํางานอย่างบูรณาการ 130 ภาพที@ 6.3 สัมมาทิฏฐิ 10 ที@เป็นสาสวะกับการปฏิบัติ 133 ภาพที@ 6.4 ฐานงานบุญนิยม ของชุมชนชาวอโศก 141 ภาพที@ 6.5 ใบสมัครเป็นลูกไก่ 152 ภาพที@ 6.6 ใบตรวจศีล ในชีวิตประจําวัน 162 ภาพที@ 6.7 เกณฑ์ปฏิบัติศีล 5 ของเยาวชน 163 ภาพที@ 6.8 หลักเกณฑ์การให้คะแนนใบตรวจศีลประจําวัน 164 ภาพที@ 6.9 ใบตรวจศีลในงานแต่ละวัน 165 ภาพที@ 6.10 หลักเกณฑ์การให้คะแนน ใบงาน 166 ภาพที@ 6.11 ใบงบดุลชีวิต 167 ภาพที@ 6.12 แนวคิด วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 แนวทางภูผาฟ้านํ'า และการพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 178 ฐ สารบัญภาพ (ต่อ) หน้า ภาพที@ 7.1 ผลของการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน ด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า 200 ภาพที@ 8.1 รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน ด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้านํ'า เครือแหชาวอโศก 221 บทที 1 บทนํา 1. ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา ความเข้มแข็งทางจิตใจของเยาวชนจนสามารถเอาชนะกิเลส หรือ สิงยัวย้อมมอมเมาทีมากับค่านิยมตามกระแสโลกาภิวัตน์ได้ กับ ความคิดทีสามารถเลือกสรรเอาแต่สิงทีมีคุณค่าประโยชน์จริงต่อตัวเอง ครอบครัว และสังคม มาใช้ โดยไม่นําเอามาทั+งหมดซึงแฝงเร้นสิงทีทําลายวัฒนธรรมอันดีงามของเรา เป็นเป้าหมายสําคัญทีสุดในการพัฒนาเยาวชนไทยในยุคนี+ เพราะกระแสโลกาภิวัตน์ได้นําเอาค่านิยมทุนนิยมทีเน้นการลงทุนน้อยทีสุด เพือให้ได้กําไรสูงสูด ค่านิยมอํานาจนิยมทีมุ่งเอาชนะให้ได้โดยไม่เลือกวิธีการโดยความเชือทีว่า ผู้ชนะเป็นผู้กําหนดทุกอย่าง ทําให้ค่านิยมแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เอื+อเฟื+อเผือแผ่ การให้ การเสียสละ กลายเป็นเรืองล้าสมัย ทําให้สังคมทีเคยร่มเย็นผาสุก เปลียนเป็นเร่าร้อนด้วยการแข่งขันอย่างไม่คํานึงถึงผลกระทบอืนๆ โดยเฉพาะ การส่งออกค่านิยมประชาธิปไตยแบบตะวันตก ความเท่าเทียมทีไม่เคยมีจริงแม้ในสังคมตะวันตกเองก็ตามได้ทําให้ค่านิยมความเป็นชาติหมดสิ+นไป สังคมขาดความสามัคคี แตกแยก ขาดทีพึง และกําลังกลายเป็นสังคมทีล้มเหลว การทีเยาวชนจะมีความเข้มแข็งดังกล่าวได้นั+นก็ด้วยการศึกษาทีถูกตรง และเข้าถึงศาสนาอย่างทีเป็นทีพึงได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะศาสนาพุทธซึง เป็น ศาสนาทีมุ่งพัฒนาคนให้เป็นอาริยะ ในความหมายทีว่า เป็นคนลดละกิเลส ความเห็นแก่ตัว จนกระทังหมดความเห็นแก่ตัวในทีสุด ก็คือ การบรรลุธรรมสูงสุด เรียกว่า อรหันต์ หรือในอีกนัยหนึง ก็คือ การพัฒนาคนให้เป็นคนทีสามารถลดละเลิกจากสิงทีมา ยัวเย้า หลอกล่อต่างๆ เริมตั+งแต่ เรืองของอบายมุข 6 ต่อมาก็กามคุณ 5 แล้วก็โลกธรรม 8 สุดท้ายก็อัตตา 3 สําหรับคนทีพัฒนาแล้วนั+น ก็จะเข้มแข็งขึ+นตามลําดับ เริมจาก โสดาปฏิมรรค โสดาปฏิผล สกทาคามีมรรค สกทาคามีผล อนาคามีมรรค อนาคามีผล อรหัตมรรค จนทีสุดก็บรรลุอรหัตผล คือการเป็นอรหันต์ ผู้ซึงไม่หวันไหวต่อสิงยัวย้อมมอมเมาในทุกๆ เรือง ทุกๆ มิติ เป็นคนทีเข้มแข็งในการดํารงตนเพือประโยชน์ของมหาชน เพือความสุขสงบของมหาชน และเพือสงเคราะห์โลกอย่างแท้จริง(พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ)นันเอง และการฝึกฝนปฏิบัติอย่างถูกตรง เรียกว่า ปฏิบัติอย่างมีสัมมาทิฏฐิ ซึงเป็นประธานของสัมมาอริยมรรคมี 2 องค์ 8 ซึงก็คือหลักการทีชาวพุทธทีแท้จริงใช้ในการดําเนินชีวิต อันประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ รูปแบบการศึกษาฝึกฝนพัฒนาทีสามารถสร้างให้คนเข้มแข็งได้อย่างนี+ได้ น่าจะเป็นการพัฒนาทีเป็นทีปรารถนาของคนทั+งโลก และยิงในปัจจุบันนี+ ก็ยิงเป็นสิงทีขาดแคลนอย่างยิงยวด เป็นทีต้องการของคนทั+งโลก ไม่แต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั+น ยิงผู้วิจัยได้ศึกษาเห็นปัญหาในเรืองการตกเป็นทาสของกระแสโลก จนทําให้สังคมยุคนี+ขาดความสุขทีแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิง ผลทีมีต่อเยาวชนผู้ยังอ่อนต่อโลก อ่อนต่อการหลอกล่อ การยัวย้อมมอมเมาจากวัตถุ และค่านิยมทีส่งผ่านมาจากข้อมูลข่าวสารทีมากับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะเขาเหล่านั+นจะเป็นกําลังสําคัญในอนาคตของประเทศไทยและของโลกต่อไป แต่เมือหันมามองสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันเรากลับพบว่า จากการไหลบ่าของข้อมูลข่าวสาร ทีมาพร้อมกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านการโฆษณาชวนเชือทางการเมืองโดยระบบอํานาจนิยม (ศุภรัศมิD ฐิติกุลเจริญ, 2540, น. 253-254) ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยระบบทุนนิยมเสรี ก่อให้เกิดสภาพวิกฤตค่านิยมของประชาชนไทย(จุมพล พูลภัทรชีวิน, 2555) โดยเฉพาะอย่างยิงต่อเยาวชนทีจะเป็นกําลังสําคัญในการขับเคลือนประเทศต่อไปในอนาคต โลกทุกวันนี+ กําลังอยู่ในยุคสังคมไร้พรมแดน เป็น“สังคมแห่งการเรียนรู้”(Learning Society) (ณษมา สุวรรณานนท์. พ.ต.อ.หญิง, 2550) ซึงต้องใช้ความรู้ และนวัตกรรมเป็นฐาน เป็นอํานาจ สิงเหล่านี+ล้วนเกิดขึ+นได้ก็โดยการศึกษาทั+งสิ+น การศึกษาจึงเป็นคําตอบของทุกประเทศในโลก แต่ในมุมกลับกัน หากการบริหารจัดการการศึกษาไม่เป็นไปในทิศทางทีถูกต้อง ไม่ผ่านกระบวนการศึกษาทีถูกต้อง ในเวลาทีถูกต้องแล้ว การศึกษาก็จะกลายเป็นอุปสรรคของความก้าวหน้าของประเทศทันที หากเราไม่ปฏิเสธความจริงแล้ว เราจะพบว่าผลจากกระแส “โลกาภิวัตน์” ได้ทําให้ ปัจจุบันนี+คนไทยกําลังประสบปัญหาวิกฤตค่านิยม (ทําวันนี+ให้ดีทีสุด, 2552) ทีเป็นผลกระทบจากการเลือนไหลทางวัฒนธรรมต่างชาติเข้าสู่ประเทศทั+งทางสือสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยขาดการคัดกรอง และเลือกรับวัฒนธรรมทีดีงาม นําไปสู่ค่านิยมและพฤติกรรมทีเน้นวัตถุนิยมและบริโภคนิยมเพิมมากขึ+น ทําให้คุณธรรมและจริยธรรมของคนไทยเสือมลง (เกรียงศักดิD เจริญวงศ์ศักดิD, 2550) ซึงจากผลจากการพัฒนาแนวทางโลกาภิวัตน์ดังกล่าว ปรากฏว่า ก่อให้เกิดปัญหาในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมือง ซึงมุ่งเอาชนะคะคานทางการเมืองด้วยความรุนแรงมากขึ+นๆ โดยเชือว่าผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ทางด้านเศรษฐกิจก็ปรากฏ การฉ้อฉล คอรัปชัน มีการต่อสู้เพือให้ได้ครอบครองอํานาจทางผูกขาดด้านเศรษฐกิจ เช่น การเป็นผู้ผูกขาดตลาดรายใหญ่ การ 3 ได้มาซึงสัมปทานต่างๆ เช่น พลังงาน บ่อนํ+ามัน แก๊สธรรมชาติ และทรัพยากรธรรมชาติอืนๆ โดยวิธีการคอรัปชัน และแม้แต่ทางด้านสังคม ก็มีปรากฏการณ์ครอบครัวแตกแยก คุณแม่ม.ต้น เด็กเทียงคืน คนหนุ่มสาวหลงเมือง คนแก่คนเฝ้าชนบท อาชญากรรม ทั+งปล้น จี+ ฆ่า ข่มขืน ปัญหายาเสพติด คนเจ็บป่วยทางจิต คนฆ่าตัวตาย ฯลฯ เพิมขึ+นเรือยๆ ซึงสิงทีปรากฏเหล่านี+ เริมต้นล้วนเกิดจากความอ่อนแอภายในจิตใจ ประกอบกับข้อมูลข่าวสารทีไม่ได้คัดกรองอาศัยการส่งผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศดังกล่าว ทําให้คนไทยเกิดความอยากทีจะรํารวยจนตกเป็นทาสของเงินตรา เกิดความอยากได้ข้าวของทีทันสมัยจนตกเป็นทาสของวัตถุ อีกทั+งเกิดสภาพเอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่คิดถึงผลกระทบกับใคร ทําให้อารมณ์แปรปรวนรุนแรง ทําให้กลายเป็นคนรักสบาย ปลูกฝังจนกลายเป็นนิสัยขี+เกียจและสร้างความเห็นแก่ตัวมากขึ+นเรือยๆ... (ยังไม่มีชือเล่น, 2554) ประเทศไทยเองได้มีความพยายามทีจะแก้ปัญหาดังกล่าว โดยความพยายามในการพัฒนาคนไทย ให้มีความเท่าทันการเปลียนแปลงของโลก อย่างมีความรู้และ ความเข้มแข็งทางใจ มีความพยายามร่างกฎหมายต่างๆ เพือขับเคลือนการพัฒนาประเทศ โดยเน้นความสําคัญของ การพัฒนา คน และ ประชาสังคม ซึงเห็นได้จาก 1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที 10 (พ.ศ.2550 – 2554) ในบทนํา ส่วนที 1 ได้กล่าวถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับที 8 (พ.ศ.2540 – 2544) เป็นจุดเปลียนสําคัญของการวางแผนพัฒนาประเทศและเป็นแผนปฏิรูปความคิดและคุณค่าใหม่ของสังคมไทยทีให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม และมุ่งให้ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” และกล่าวถึง แผนพัฒนาฯ ฉบับที 9 (พ.ศ. 2545-2549) ได้อัญเชิญ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”มาเป็นปรัชญานําทางในการพัฒนาและบริหารประเทศ ควบคู่ไปกับกระบวนทรรศน์ การพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมทีมี “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ต่อเนืองจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที 8 ทั+งยังได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนไว้ที ข้อ 5.1 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ให้ความสําคัญกับการพัฒนาคนให้มีคุณธรรมนําความรู้ เกิดภูมิคุ้มกัน (สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2549, น. บ-ว) 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที 11 (พ.ศ.2555 - 2559) มีเนื+อหาสาระหลักๆ ประมวลไว้ใน วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์การพัฒนา ตามการศึกษาจากบริบทตลอดจนจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม ของประเทศไทย ให้เน้น สร้างค่านิยม “สัญญาประชาคม” ซึงก็คือ ค่านิยมทีประชาชนตกลงร่วมกันด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และใช้เป็นแนวปฏิบัติร่วมกันในสังคม เพือให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข ปลอดภัย และมีความมันคงในชีวิตและทรัพย์สิน (สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2554, น. 1–18) 4 3. กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 81 ได้ตราไว้ว่า ให้จัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม ให้สร้างเสริมความรู้และปลูกจิตสํานึกทีถูกต้องเกียวกับการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ราชกิจจานุเบกษา, 2540, น. 16) 4. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติปี 2542 มาตรา 6 ว่า พัฒนาคนไทยให้เป็น มนุษย์ทีสมบูรณ์ ทั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน