กดข่มความเจ็บปวดมันไม่พาบรรลุธรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข26 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

กดข่มความเจ็บปวดมันไม่พาบรรลุธรรม _ตุ๊ก อัศวิน · น้อมกราบขอบพระคุณ..'พ่อครู'..ที่กรุณาไขข้อข้องใจ..เรื่องกรรม/วิบาก ซึ่งเป็นเรื่องน่าประหวั่นพรั่นพรึงนัก เมื่อถึงคราวต้องเผชิญ..ในยามเจ็บป่วยได้ไข้ และ ถึงคราวต้องทำกาละ ละโลกนี้ พ่อครูไม่แนะให้ใช้เคล็ดวิชชา 'กดข่ม' ด้วยสมาธิ แต่ ให้ใช้วิชชา 'กฏแห่งกรรม' คือ เติมน้ำใส(ละชั่ว/ทำดี) เพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำนั้นให้ใส..ใสสะอาดขึ้น..วิบากร้ายจักได้เบาคลาย!! จึงขอโอกาส โปรดให้ สัมมาทิฎฐิ กรณี เจ้าคุณนรรัตน์ฯ..ที่ท่านอาพาธด้วยโรคมะเร็งที่คอและกรามช้าง จนเน่าเฟะ แต่ท่านมิได้แสดงความเจ็บปวดให้เห็น และ ยังคงลงอุโบสถ ทำวัตรเช้า_เย็น มิได้ขาดนั้น แสดงว่า เจ้าคุณฯ ท่านกดข่มด้วย สมาธิ กล่าวคือ..ท่านเจ้าคุณฯยังคงมีรับทุกข์เต็มร้อย แต่..ท่านไม่โอดโอย!! หรือ ท่านเจ้าคุณฯ ใช้ วิชชา กดข่มด้วยสมาธิ..บรรเทาเบาคลาย..หรือ ระงับ ดับความเจ็บปวดนั้นได้..เจ้าคะ พ่อครูว่า... จริง ท่านเป็นสายเจโต และท่านก็โดดเดี่ยว ท่านทำตัวโดดเดี่ยว ท่านมีบารมีระดับหนึ่ง ก็พยายามพากเพียรอุตสาหะ ท่านมีความอดทนพากเพียรสูงมาก มีความซื่อสัตย์สุจริต ท่านเองท่านเคารพในหลวง ร.6 ท่านเคารพอย่างสูง แล้วก็ออกบวชทดแทนที่ ในหลวงสิ้นพระชนม์ท่านก็ออกบวชตลอดชีพ เป็นตัวอย่างของสายเจโตที่อดทนได้เก่ง พากเพียรอุตสาหะมาก เป็นตัวอย่างแก่โลกในยุคนี้ในความเป็นเจโต แต่ก็พอมีสัมมาทิฏฐิเพราะคุยกันกับอาตมารู้เรื่อง แล้วก็เห็นว่า อาตมานี่แหละ อาตมาได้คุยกับท่านเจ้าคุณนรเป็นชั่วโมง ไปกับคุณสรวง ท่านไม่รับแขกนะท่านเจ้าคุณ เคยเล่าให้ฟังแล้ว คุณสรวงก็เป็นลูกศิษย์วัดเทพศิรินทร์ที่เจ้าคุณนรอยู่ ท่านก็ปิดกุฏิเงียบ ไม่โอภาปราศรัยกับใครเลย ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นแล้วก็กลับเข้าไปในตึกของท่านตลอดปิด ซึ่งมัน

อ่านต่อ

เป็นฤาษีอย่าง 100% เต็มที่เกินไป มันสุดโต่งเกิน แต่ท่านมีความพากเพียรอุตสาหะสูง แล้วที่มีบารมีคือคุยกับอาตมารู้เรื่อง อาตมาไปถึงก็จะทำยังไงดี ท่านก็ไม่เคยออกมารับแขก ใครจะไปเคาะไปเรียกท่านก็ไม่รับแขก อาตมาก็ว่าแล้วจะทำอย่างไร คุณสรวงก็รู้ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ท่านไม่รับแขกใคร อาตมาก็ลองๆดู ท่านก็อยู่ในกุฏิ ปิดหน้าต่างปิดประตู เงียบ อาตมาอยู่ห่างจากตึกประมาณ 5-10 เมตร อาตมาก็บอกคุณสรวงว่าจะลองดู อาตมาตอนนั้นยังเล่นเจโตอยู่ ตอนเป็นฆราวาส เป็นนายรัก รักพงษ์ อาตมาก็ใช้วิชาของอาตมา เสร็จแล้วท่านก็เปิดหน้าต่าง พลั๊วออกมา คุณสรวงก็ตกใจ เป็นไปได้อย่างไร เขาเห็นอาตมาส่งจิตไป ท่านก็เปิดหน้าต่างออกมา ปั๊บ เราก็บอก ขอนมัสการครับ ท่านก็ถามว่ามาทำไม อาตมาก็บอกว่าก็อยากจะมาทำความคารวะเคารพท่านครับ ท่านก็บอกว่าคารวะที่บ้านก็ได้ เราก็นึกว่าท่านจะตัดบท อาตมาก็เลยพูด ก็อยากจะมาโอภาปราศรัย มาได้รับธรรมะจากท่านบ้างครับ เท่านั้นแหละท่านก็ว่าเดี๋ยว ปิดหน้าต่างแล้วท่านก็ลงมา ข้างล่าง ท่านก็อยู่ข้างใน อาตมาก็อยู่ข้างนอก คุยกันเป็นชั่วโมง จำไม่ได้แล้วว่าคุยอะไรกันบ้าง พอคุยกันเสร็จแล้ว ท่านก็บอกว่า..ขอให้บรรลุนิพพานเร็วๆ ก็จบ ปิดหน้าต่าง คุณสรวงบอก พระมาอวยพรให้ฆราวาสหนุ่มๆด้วย มาอวยพรให้ฆราวาสบรรลุนิพพานได้อย่างไร เพราะเขาก็มีความรู้เรื่องธรรมะด้วย คุณสรวงก็รู้ว่า นิพพานเป็นเรื่องสูงส่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ พระมาอวยพรให้ฆราวาสบรรลุนิพพาน แสดงว่าพระนี้จะต้องรู้ว่าฆราวาสคนนี้ปฏิบัติไปนิพพานนะ คุณสรวง อักษรานุเคราะห์ เป็นเจ้าของห้องอัดเสียงจาตุรงค์ อยู่เชิงสะพานหัวช้าง _สู่แดนธรรม... ตามที่คุณตุ๊ก อัศวิน ถามมา เราต้องใช้พลังเจโตในการระงับความเจ็บปวดใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ถ้ามันสุดวิสัยจะใช้บ้างก็ได้ แต่มันไม่เห็นทุกข์ ถ้าคุณทำคุณก็กลบทุกข์เฉยๆด้วยอำนาจพลังงานชนิดหนึ่ง ที่เรียกพลังงานเจโต พลังงานสมถะ มันก็ทำให้ดับๆลืมๆไปได้ แต่มันไม่มีปัญญา มันไม่บรรลุธรรม มันไม่พาบรรลุธรรม มันได้แต่ชะลอ มันได้แต่ Symtomatic treament เท่านนั้นเอง รักษาตามอาการที่มันเจ็บปวดกดข่มมันไป มันไม่ได้ไปถอนเหตุไม่ใช่ Radical treatment ไม่ใช่ไปดับเหตุฆ่าเหตุ จะไปกดเหตุข่มเหตุไว้เฉยๆชั่วคราวมันเป็นการชลอ เฉยๆ _สู่แดนธรรม... จริงๆแล้วผมคิดว่า ทุกขเวทนาขนาดนั้น ร่างกายก็จะรับทุกข์เป็นธรรมดา พ่อครูว่า... ก็ต้องใช้ปัญญาสลายเหตุ มันก็หายไป เราก็จะรู้ได้ว่า อ๋อ.. เพราะเหตุมันดับ ทุกอย่างจึงดับ ทุกอย่างมาแต่เหตุ เหตุดับทุกอย่างก็ดับ _และ..ขอโอกาสเพิ่ม อีกกรณีเจ้าค่ะ กรณีศึกษา..อีกเรื่อง..ที่มีความเชื่อ กันว่า การสวด โพชฌงค์ 7..ก็บรรเทาความเจ็บปวด..ได้ ดังปรากฏใน พตปฎ ว่า ยามที่ พระพุทธเจ้าป่วย ท่านก็ได้ให้สานุศิษย์ สวดโพชฌงค์..เจ้าค่ะ น้อมกราบ..ขอบพระคุณในความกรุณาอย่างยิ่ง..เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... โพชฌงค์ 7 นั้นเป็นปัญญาที่แท้จริง แต่ถ้าไปสวดโพชฌงค์ 7 แล้วหายปวดนั้นมันเป็นศรัทธาเป็นเจโต แล้วกดข่มไปด้วยบทการสวด กดข่มไปด้วยพลังงานการสะกดจิต สมถะ ที่ไปจดจ่ออยู่ที่การสวด เลยนึกว่าบทสวดมีฤทธิ์มีอำนาจ ทำให้หายเจ็บหายปวด มันก็บรรเทาด้วยอุปาทานชนิดหนึ่ง อุปาทานที่มันไม่เจ็บไม่ปวด คนที่แทงทะลุ กินเจภูเก็ต ไม่เจ็บไม่ปวด เขาก็จะต้องมาเข้าทรงก่อนคือสะกดจิต สั่งตัวเองให้ไม่เจ็บไม่ปวด แล้วเขาก็แทงทะลุ ที่เขาเล่นกัน พวกภูเก็ตเขาทำกันเต็มๆต่างๆนานา เลือดไหลโทรมก็ไม่เจ็บไม่ปวด มันเป็นได้ อาตมาก็ทำมานักทางด้านสะกดจิต เล่นหนังเหนียวฟันไม่เข้า กรีดกัน แต่ไม่เข้า เหนียวกระทั่งเอามีดมาเฉือนก็ไม่เข้า แต่แรงๆก็เป็นเส้น เลือดซิบๆเหมือนกัน มีดคมๆ มีดจะลองฟันกันจะต้องเอามาโกนขนก่อนนะ โกนร่วงเลย กรีดอย่างมากก็เลือดซิบ เก่ง หนังเหนียวทน เล่นไสยศาสตร์อาตมาเล่นอยู่ 8 ปี เรื่องไสยศาสตร์ไม่ใช่อาตมาไม่รู้ เอาตัวเองไปทดลองไปเล่น ทางวิทยาศาสตร์ก็ทำ สะกดจิตแล้วพิสูจน์ ถึงได้รู้ว่า วิทยาศาสตร์นี้รู้กระจ่างแต่ตื้น ไสยศาสตร์นั้นมืดแต่ลึก มันก็ 2 ทิศ พุทธศาสตร์สว่างหมดเลย ไม่มีจากลึกมาตื้น จากมืดมาสว่างหมดเลย การสวดโพชฌงค์ 7 จึงเป็นเจโต เป็นการอาศัยบทสวดกดข่มระงับความเจ็บปวดได้ อย่างเจ้าคุณนรฯ เจโตแท้เลย ซึ่งมันก็ยากที่จะฟื้น ที่จะมารู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วยอมรับความจริงตามความเป็นจริง ก็ไปตามวิบากใครวิบากมัน 660426 คนเจริญแท้คือคนทำงานที่ไม่ไปหลงทำเงิน พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน