600613_รายงาน งานอโศกรำลึก ครั้งที่ ๓๖ สันติอโศก (สารอโศก).docx
เนื้อหาในไฟล์
งานอโศกรำลึกและบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ ๓๖ ปี ๒๕๖๐ ที่สันติอโศก
งานอโศกรำลึกและบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ ๓๖ เข้าสู่รอบนักษัตรที่ ๗ พ่อครูส่งสัญญาณ เหนื่อย! ให้ลูกๆขวนขวายไม่ประมาท
วันจันทร์ที่ ๕ ถึงวันเสาร์ที่ ๑ ๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ บวร สันติอโศก ก่อนงานอโศกรำลึก มีการจัดค่าย ม.๕ ชื่อค่าย “ขอทำดีเพื่อพ่อ” ของนักเรียน ม.๕ และปวช.ปี ๒ รวม ๓๖ คน จากโรงเรียนสัมมาสิกขา ๖ แห่ง มีราชธานีอโศก สันติอโศก ปฐมอโศก ศีรษะอโศก ภูผาฟ้าน้ำ หินผาฟ้าน้ำ มีคุรุจากพุทธสถานต่างๆ และศิษย์เก่า ๒๔ คนร่วมจัดค่าย เริ่มค่าย อังคารที่ ๓๐ พ.ค.๒๕๖๐ถึงอาทิตย์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ วันอาทิตย์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๐เวลา ๑ ๔.๐๐ น. มีการประชุมสมณะมหาเถระจำนวน ๓๖ รูป พ่อครูมาให้โอวาทด้วย รวมเป็น ๓๗ รูป งานนี้มีแตงโมจากญาติธรรมบริจาคมาให้ถึง ๑ ๒.๕ ตัน
วันจันทร์ที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ เร่ิมงานอโศกรำลึก ครั้งที่ ๓๖ พ่อครูบอกว่า เหนื่อย! _๐๖.๓๐ น.พ่อครูนำสมณะสิกขมาตุบิณฑบาต จากซอยกลางเข้าซอยเทียมพร และทุกวันตลอดงานก็จะมีการบิณฑบาตในทุกเช้า
_๐๙.๐๐-๑๐.๑๕ น.พ่อครูเทศน์เปิดงานอโศกรำลึกครั้งที่ ๓๖ ณ ลานหน้าน้ำตก ในตอนหนึ่งของการเทศนาวันนี้ พ่อครูได้ปรารภเรื่องความเหนื่อยของพ่อครู ไว้อย่างที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังกันมาก่อนว่า... อาตมาก็เกิดมาทำงานนี้ ตั้งแต่รู้ตัวอายุ ๓๖ ทำมาจนถึงวันนี้ อาตมาเลิกที่จะไปหาลาภยศ หาสรรเสริญ หาความสุขโลกีย์ แม้หาอัตตามาบำเรอ สร้างอัตตาตัวเองอีก อาตมาชัดเจนว่าไม่มีแล้วทำได้แล้ว อาตมาอวดหรือบอกไปจนหมดแล้ว ไม่ได้มาอวดอีก ที่พูดนี้พูดรายละเอียดของสัจธรรม มาถึงวันนี้ได้ผลพอสมควร ได้รู้ความจริงว่าสังคมพุทธศาสนาในเมืองไทย มีคนสนใจมีคนที่จะรับได้เท่านี้ เท่านี้ เท่านั้น! นอกนั้น ก็
อ่านต่อ
หนึ่ง ไม่แยแสเลย สอง แยแสเหมือนกัน แล้วก็ตัดสินว่า เฮ้อ ! ไม่ใช่ อย่างนี้ไม่ใช่พุทธ สาม รู้ว่าพุทธเหมือนกัน แต่คงเป็นพุทธที่แปลกๆ สี่ มีอะไรดีเหมือนกันเข้าท่า มีการสนใจเพิ่มขึ้นพอสมควร ห้า ก็คือพวกคุณ เข้ามาเอา ก็มีคนอยู่ในประเทศได้เท่านี้
ซึ่งอาตมาเอง ขอบอกอีกครั้ง ซึ่งบอกไปแล้วไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้ง ศาสนาพุทธยืนยาวมาถึง ๒๖๐๐ ปีนี้ ณ ปัจจุบันนี้ มันได้เสื่อมสูญไปหมดแล้ว นอกจากเสื่อมสูญแล้วเพี้ยนผิดไป พากันออกนอกลู่นอกทาง ปรุงแต่งคำสอนวิธีการลงไปทับถมศาสนาพุทธอีกเยอะ จนยากมากเลย ที่จะชะล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่มาห่อหุ้มศาสนาพุทธนี้ ลำบากลำบนจริงๆ แต่ไม่มีทางเลือกที่จะต้องทำ พูดจริงๆ มาถึงปีนี้วันนี้อาตมารู้สึกเหนื่อย ธรรมดาก็ไม่เคยเกิดอาการอย่างนี้ อาการเหนื่อยนี้ เห็นว่าไม่ดีแน่ๆ นี่เป็นความรู้สึกนะ ไม่ใช่เรื่องของร่างกายเหนื่อยนะ พลังงานทางจิต มันสุดเหนื่อย ถ้าเหนื่อยที่หนักหนาสาหัสกว่านี้มันจะเหนื่อยหน่าย ถ้าอาการถึงหน่ายแล้ว อาตมาว่าไม่รอดๆๆ อาการน่าเป็นห่วงตายแน่ๆไม่ดี เพราะฉะนั้นก็เลยต้องบอกสิ่งเหล่านี้แก่พวกเรา ให้พวกเรารับทราบว่าอาการของอาตมามันชักอาการน่าเป็นห่วง บอกให้พวกเรารู้ ทีนี้บอกไปแล้วจะเกิดผลดีได้อย่างไร พวกคุณก็จะต้อง ขมีขมัน กระตือรือร้น ช่วยอาตมา คนละไม้คนละมือขึ้นมาอย่างแท้จริง ที่พูดนี่ก็พูดความจริง พูดสัจธรรมออกไป ก็ไม่ใช่เชิงขอร้อง แต่จะบอกว่าให้อาตมาใช้คำพูดนี้ไปแล้ว หมายถึงว่าอาตมาขอร้องก็ได้ อาตมาก็ไม่มีปัญหา ขอร้องว่า น่าจะช่วยอาตมาบ้าง เพราะอาตมาก็อายุยาววันยาวคืน อายุก็ยืนยาวไปตามการหมุนของโลก
ภายหลังจากเทศนาเปิดงาน พ่อครูก็ได้เดินไปเปิดตลาดบุญนิยมที่หน้าซอยกลางสันติอโศก
_๑๐.๒๒ น. คุณข้าพุทธ ขาวดารา กล่าวรายงานความเป็นมาของตลาดบุญนิยม พ่อครูกล่าวเปิดตลาดบุญนิยมและอธิบายความแตกต่างระหว่างตลาดบุญนิยมกับตลาดอาริยะ จากนั้นพ่อครูสมณะ ๑๒ รูป สิกขมาตุ ๙ รูป เยี่ยมชมตลาดบรรยากาศตลาดคึกคักดี
_๑๓.๑๐ น. รายการ ๔๐ ปีที่ต้องรำลึก ดำเนินรายการโดยสมณะเดินดิน ติกขวิโร มีคุณขวัญดิน สิงห์คำ คุณสมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์ คุณเฉลิม เจ็กเส็ง(ทนสู้) พลตรีณรงค์ คงบำรุง คุณหมออรพิน คุณจำนง ชุดที่สองมีคุณแจ้งโชติ โยมแจ้ฮั้ว แซ่ลิ้ม(ลูกสาวซิ้มอ้วน) โยมเลิศพิทักษ์ อายุ ๘๗ ปี สมณะเดินดิน ติกขวีโร กล่าวว่าเราได้เชิญผู้ปฏิบัติธรรมมามากกว่า ๔๐ ปี ตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๒๐ เพื่อมาเจอพ่อครู ชีวิตหมดรสหมดชาติไปเลยไหม ตอนนี้เขาอยู่มายาวนาน ปฏิบัติธรรม ๔๐ ปี เขาได้อะไร เสียอะไร คิดอะไร คนแรกพบพ่อครู เคยเป็นครูมาก่อน เอาชีวิตมาทิ้งทางนี้ชีวิตเป็นอย่างไร คือ คุณขวัญดิน สิงห์คำ _คุณขวัญดิน สิงห์คำ... รู้จักอโศกตั้งแต่เป็นนักศึกษาปี ๓ เพื่อนชวนไปวัดก็ไม่ไป พี่ชายไปวัดได้พบท่านติกขวีโร พี่ก็เปลี่ยนไป ได้ฟังท่านติกขวีโร พูดว่าการได้เปรียบคือการเสียเปรียบ จากคำพูดนี้ทำให้สนใจติดตามศึกษา เห็นพ่อท่านพาทำนั่นทำนี่ ตอนแรกๆ ก็ฟังธรรมมาก ต้องตื่นทำวัตรเช้าทำวัตรเย็น ประทับใจการเติบโตของชาวอโศก ตั้งแต่งานปลุกเสกฯตอนนั้นไม่มีอะไรเลย ไม่นึกว่าชาวอโศกจะเติบโตมาถึงทุกวันนี้ ประเด็นที่ ๒ ประทับใจสุภาพบุรุษของพ่อท่าน หากถ้าเป็นเราคงต้องโวยวายอย่างเช่นปี ๓๒ ถูกจับพ่อท่านนิ่งมากเลย เป็นคำตอบ “ไม่ขอตอบใดๆ” จนพาหมู่กลุ่มรอดพ้นมาจากเหตุการณ์นั้น พ่อท่านเป็นแบบอย่างผู้กล้า เช่น ดิฉันไม่ชอบการเดินขบวนเลย เมื่อเวลาไปก็ได้คำตอบที่ท้าทาย ปี๒๕๕๔ สมัยสะพานชมัยมรุเชษฐ์ สมณะนั่งเป็นแถวสู้อย่างไม่กลัว คนชื่นชอบอโศกต่อสู้ตลอด พ่อท่านอยู่ตรงนั้นจึงเกิดความสงบ พ่อท่านไม่เคยก้มหัวให้กับความชั่วใดๆ ในโลกนี้ ๔๐ ปี เราชัดเจนขอให้มีคุณธรรม พ่อท่านเทศน์ไม่เคยหนีจากการลดละ กิเลส ตัวเราร้องไห้หลายครั้ง ถูกว่าขยันแต่โง่ ไม่มีใครสั่งฉันมาเส้นทางสายนี้ ฉันมาเอง ไม่มีเวลาพัก ดิฉันอยู่ทางโลก ๑๑ ปี จากนั้นก็มาอยู่ด้านใน ดิฉันไม่เสียใจเลย ไม่ท้อถอย เมื่อมีอุปสรรคมาจะก้าวผ่านไปได้อย่างไร เส้นทางนี้ทำให้ชัดเจน ชีวิตไม่มีเงินจะเป็นอย่างไร มาเส้นทางนี้ได้ศึกษา ตื่นเต้น ดิฉันมั่นใจ ๔๐ ปีมีแต่สิ่งดีๆ สมณะเดินดิน : กล่าวว่า หากเราไม่มาทางนี้จะเข้มแข็งมั๊ย คุณขวัญดิน : การถูกด่ามาปฏิบัติธรรมก็ถูกด่า เขาด่าถูกก็เข้าใจ ด่าผิดก็แก้ไข ที่ใจเรา การไม่มีเงินสบายกว่าการมีเงิน เราไม่มีเงินทำให้เกิดปัญญา ช่วยคนทางด้านปัญญามากกว่า เราไม่มี เขาก็จะให้ เราก็ไม่เอามาก เอาเท่าที่จำเป็น จนสบาย
_คุณสมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์ สมณะเดินดินได้แนะนำว่าคุณสมพงษ์เป็นนักเขียนหนังสือหลายเล่มของชาวอโศก และถ่ายรูป คุณสมพงษ์ว่าที่ท่านพูดเป็นผลงาน เจอธรรมะตอนเรียนปี๑ เมื่อ ปี ๒๕๑๒ อ่านหนังสือท่านพุทธทาส อาจารย์สอนศีลธรรมเอาหนังสือชีวิตนี้มีปัญหามาแจกเป็นหนังสือที่น่าสนใจ มีเพื่อนอยู่ปากน้ำจึงไปกับเพื่อนที่วัดอโศการามเจอกุฏิของท่านโพธิรักษ์ เข้าไปดูเห็นตาท่านวาวเลยสวยใสทราบว่าพ่อท่านบวชเมื่อวาน เราเป็นคนขี้สงสัย จึงเขียนจดหมายถามพ่อท่าน ปี ๒ เรียนอยู่ธรรมศาสตร์ ตอนปี ๑ เดินจาริกตามท่าน ๗ วัน ท่านถอดรองเท้า มีช่วงหนึ่งอ่านหนังสือ คนคืออะไร หลายตอนไม่รู้เรื่อง แต่อ่านก็รู้ว่าคนเขาเขียนนี่ใช่ พ่อท่านเพิ่งบวช จากนั้นก็ติดตามพ่อท่านมาตลอดเป็นนักวิ่ง ๑พันห้าร้อยเมตร ปี๑ได้เหรียญทอง เล่นกีฬาปี๑ ปี๒ เดินสำรวม ปี๓ เตะบอล สมณะเดินดิน ถามว่า ปฏิบัติ ๔๐ ปีเป็นอย่างไร คุณสมพงษ์ ว่า ดวงดี บางคนดวงไม่ดี ถูกกระแทก คิดเป็นผู้แพ้เป็นผู้บริหารอยู่ยาก เป็นตำรวจชี้ถูกชี้ผิด บางคนออกจากหมู่เพราะรู้สึกว่าสูงกว่าหมู่ บางคนก็ออกจากหมู่คิดว่าทุกอย่างต่ำต้อย บางคนก็ออกเพราะอัตตา ออกเพราะกาม อย่างไรก็ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน มันอยู่ที่กรรมปัจจุบัน อยู่ที่อ่อนน้อมถ่อมตน มีปรโตโฆสะฟังคนอื่นได้ ทำงานมากบางคนกระเด็นออกไป พ่อท่านฝึกผัสสะ คนทำงานก็มีผัสสะตลอด ถูกทิ่มก็ออกไป เราโกรธก็มองคนนั้นผิด การมองตนคือมองกิเลสตัวเอง การลดโทสะก็อยู่ที่ตัวเรา กิเลสก็คือเสือ บางทีตอนนี้เสือหลับ จะฆ่าโจทย์ก็ต้องแหย่ให้เสือตื่น จึงจะจัดการกับเสือได้ พ่อท่านเป็นใครก็รู้แล้ว แต่ก่อนลิเกเยอะ คำถามลึกซึ้งต้องถามพ่อครูตอนอยู่คนเดียว
_คุณเฉลิม เจ็กเส็ง(ทนสู้) เคยทำงานที่เดียวกับสิกขมาตุรินฟ้า ช่วงนั้นจะพามาฟังธรรมที่สันติอโศก พระว่าปฏิบัตธรรมต้องกินอยู่หลับนอน ถึงกินมังสวิรัติ ผมทำงานวิจัยโรคมาลาเรีย โรคกลัวน้ำ ทำสไลด์ อุปสรรค เรื่องศีลปาณาติปาตา แต่เราต้องต่อสู้รับผิดชอบเพราะลูกเรียน ต่อสู้มา ๔๐ ปี มารู้จักพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ รู้ว่าพระมีศีลได้บุญแน่ๆ ตอนนี้ทานมื้อเดียว อายุ ๘๑ ปี ขณะนี้ก็ทนสู้หลายอย่าง ครอบครัวไม่รู้จักมังสวิรัติ เป็นโรคไตรกลีเซอไลค์ไม่ทานข้าว มีปัญหาเรื่องไขมัน ลูกชายเป็นเส้นเลือดฝอยในสมองแตก เราผอม ฝรั่งจ้างแพง เขาก็กลัวว่าเราจะทำงานไม่ได้ ลูกชายเป็นอัมพาต อายุ ๕๐ ปี แล้วเป็นมา ๓๐ ปี อายุมากต้องออกกำลังแกว่งแขน ๒ พัน ลูกชายน้ำหนัก ๘๐ กก. ชีวิตนี้เจอพระดีมีศีล
_พลตรีณรงค์ คงบำรุง ผมเป็นลูกพ่อที่ห่างพ่อ พ่อให้ได้รู้เรื่องการเกิดใหม่ของชีวิต ชีวิตเกิดมาค่อนข้างกันดาร เป็นนักฆ่า ทอดแห หาปลา คุณพ่อเป็นตำรวจ เสียชีวิตแล้ว คุณแม่ก็ยุให้ปูหาปลา นั่นคือชีวิต สมัย พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่ อ.กันทรลักษณ์ ศรีสะเกษ เรียนปริญญาเอก อัตตาหิ อัตโนนาโถ เป็นความสำเร็จในชีวิตต้องมีอิทธิบาท ๔ ต่อมาได้เข้าไปศึกษาที่ศรีษะอโศก เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ มีเวลาทำงานเยอะขึ้น ได้ศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้า พ่อท่านสอนให้ใช้น้ำน้อยๆ ประทับใจไม่มีวันลืม เป็นลูกห่างๆมั่นใจศรัทธา ท่านให้จิตวิญญาณเราใหม่ ผมไม่ได้จบจากโรงเรียนนายร้อยไม่ได้วิ่งเต้น ทำงานวิจัย รูปแบบการสร้างสิ่งที่ไม่มีค่าให้มีค่า อย่างบ้านราชฯ สร้างของไม่ดีให้มีค่า เช่น โรงปุ๋ยงอกงาม แผ่นดินนี้อาหารคุณภาพ อาหารต้องบริสุทธิ์ ถ้าเรียนจบผมจะต้องทำต่อเพียงแต่เราจบต่อยอด จบปริญญาเอกเป็นนายพลต้องเป็นคนทำให้ได้ ทุกวันนี้เงินเดือนให้แม่บ้านจัดการ มีงานวิจัยเขียนงานวิจัย คุณปฏิบัติแล้วได้ตามพระพุทธเจ้าสอนมั๊ย ทำอย่างไรทำให้คนสามัคคีได้
สมณะเดินดิน “หมออรพิน เป็นครู ทิ้งครอบครัวมาคิด ” _หมออรพิน: หมอมาอโศกคนแรกคือหมอฟากฟ้าหนึ่ง ดิฉันก็ตามมา ตอนเล็กๆสงสัย ศาสนาพุทธน่าจะมีอะไรดี จึงอยู่มาได้ถึงสองพันกว่าปี เป็นลูกคนจีน ทางฝ่ายจีนก็เป็นเทวนิยม จนได้เข้าจุฬาฯเขาให้นิสิตเลือกชมรมฯ เราก็เลือกชมรมฯพุทธศาสนาและประเพณีได้ไปสวนโมกข์ ๘ วัน ท่านพุทธทาสสอนให้ไม่ยึดมั่นถือมั่นตัวกูของกู ธรรมกายก็ไป ธรรมกายเขาบริการมากมีรถรับส่งจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหลับตานั่งที่ธรรมกายก็ไม่เห็น จนกระทั่งปี ๔ คุณวิจิตร คุณวันดี ว่ามาที่นี่พระโพธิรักษ์เทศน์ดี ที่นี่ดีกว่าที่อื่น บอกขั้นตอนปฏิบัติ กรรมฐานหลัก กิน อยู่ หลับ นอน เลิกเนื้อสัตว์ โดยมีอาหารหลักมี ถั่วลิสงทอด สมัย ๔๐ ปี หามังสวิรัติกินยาก ใหม่ๆ พ่อต่อต้านมาก ๔๐ ปีล้มลุกคลุกคลาน เลิกแต่งตัว มีแฟนก็ตัดใจจากแฟน จบแล้วไปทำงานอยู่เพชรบูรณ์ ๑ เดือน ย้ายมาอยู่อยุธยาก็มาวัดกับคุณเถาว์ ปี ๒๕๒๗ คุณพ่อเสียชีวิต จิตตก กิเลส กามกลุ้มลุม มีแฟนแต่งงาน ได้ไปใช้ชีวิตคู่อยู่ข้างนอก ๑๐ ปี กลับไปกินเนื้อสัตว์เลยยาวไปกินเนื้อสัตว์ถึง ๑๒ ปี เห็นทุกข์ชีวิตคู่ชัดเจนเหมือนนกสองตัวผูกขากันบินไปทางซ้าย อีกตัวจะบินไปทางขวา เขาก็เปลี่ยนไป อีกคนก็ไม่เอา ตอนหลังเห็นทุกข์ การปฏิบัติธรรมตามแนวพ่อท่านก็ต้องกลับมาตอบแทนบุญคุณในวันเช้าเสาร์-อาทิตย์ ญาติธรรมมีงานเยอะมาก เราต้องมาช่วยเขา เมื่ออายุราชการครบ ๒๕ ปี มาช่วยงานปี ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบัน _คุณจำนง อายุ ๘๐ ปี : มาอโศกเพราะคุณแม่พามา ผมเป็นพ่อค้าอยู่ แม่มาเจอพ่อท่านได้เข้าใจได้รู้ แม่เป็นคนแสวงหาธรรมะ ท่านพยายามอย่างยิ่งให้ผมมาให้ได้ แต่ก่อนรับหนังสือก็ไม่ได้อ่าน แม่ก็มาถามว่า อ่านแล้ว ฟังเทปแล้วเป็นอย่างไรลูก ไม่ได้อ่านไม่ได้ฟังก็ไม่ตอบคำถามนี้ แม่เอามาให้เรื่อยๆ หนังสือให้บ่อย ก็ได้อ่านได้ฟังบ้าง เวลาแม่ถามจะได้ตอบได้พอถึงงานพุทธาภิเษกฯ ลูกไปนะ คนมาเยอะ ผมก็เกรงใจ ไปฟังพ่อท่านต้องถือศีลกินมังสวิรัติ ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต เรามีลาภ ยศ สรรเสริญ ที่นี่ต่างกัน ทานมังสวิรัติ ถือศีล ๕ เลิกอบายมุข ทำมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน มาได้เพราะแม่บังคับ สิ่งที่ได้คือไม่ติดไม่ยึดได้กินมังสวิรัติ สิ่งที่ได้มากคือเรื่องโทสะ เถียงเอาชนะให้ได้ก็ลดได้ สมณะเดินดิน ติกขวีโร ว่า: รุ่นสองรุ่นโชว์ตัว (เชิญญาติธรรมเก่าๆ มาขึ้นเวทีแสดงอีก ๓ คน) มีคุณสวงษ์ แจ้งโชติ อายุ ๘๖ ปี สุขภาพดีด้วย ๘ อ. ลูกสาวคนโตของซิ้มอ้วน อายุ ๗๖ ปี ชื่อโยมแจ้ฮั้ว แซ่ลิ้ม โยมเลิศ พิทักษ์ ญาติธรรมยุคแรกศีรษะอโศก
พิธีตั้งสัจจาธิษฐานบูชาพ่อครู งานอโศกรำลึกครั้งที่ ๓๖ ปี ๒๕๖๐ ณ บวรสันติอโศก
_๑๗.๓๐ น.( ๕ มิ.ย.) สมณะเดินดิน ติกขวีโร จึงนำหมู่นักบวชและฆราวาส กราบพ่อครู ๓ ครั้ง แล้วพากล่าวคำบูชาครู
ตั้งนะโม (๓ จบ)...ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ซึ่งเป็นแสงสว่างของโลก ผู้ทรงประทานเส้นทางแห่งความพ้นทุกข์ ให้แก่มวลมนุษยชาติ ด้วยการประกาศอาริยสัจ ๔ และสัมมาอาริยะมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งมีสัมมาทิฎฐิ ๑๐ เป็นเส้นทางสำคัญ ที่จะไขนำไปสู่การตรัสรู้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้ก้าวพ้นความสงสัย และมีความเชื่อมั่นกันว่า
อัตถิ ทินนัง ทานมีผลจริง อัตถิ ยิตถัง ยัญพิธีมีผลจริง อัตถิ หุตัง พิธีปฏิบัติ จนเกิดผลที่จิตมีจริง อัตถิ สุกฏทุกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก การทำดีทำชั่ว มีผลดลบันดาลได้จริง อัตถิ อยังโลโก โลกโลกีย์อันเป็นสังสารวัฏฏ์นี้มีจริง อัตถิ ปโรโลโก โลกหน้ามีจริง อัตถิ มาตา อัตถิปิตา แม่และพ่อผู้ให้กำเนิด ทางจิตวิญญาณ ของข้าพเจ้าทั้งหลายมีจริง อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญจ โลกัง ปรัญจ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ สมณพราหมณ์ผู้รู้แจ้งโลกนี้ โลกหน้า ด้วยตัวเอง แล้วประกาศ ให้ผู้อื่นได้รู้ตามมีจริง
และบัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ก็ได้พึ่งพาอาศัย สมณพราหมณ์ผู้นั้น ที่เป็นผู้รู้แจ้งโลกนี้ โลกหน้า ด้วยตัวเอง แล้วประกาศ ให้ผู้อื่นได้รู้ตาม คือพ่อครู สมณะโพธิรักษ์ ผู้นำสัมมาปฏิบัติ จนส่งผลให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้เกิดแสงสว่างในชีวิต มีสัมมาทิฏฐิ ๑๐ และเกิดสัมมามรรค สัมมาผล ตามธรรม สมควรแก่ธรรม
กว่า ๖ นักษัตร ของชีวิต ในการกอบกู้ศาสนาที่ผ่านมา พ่อครูได้ทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจ ด้วยเหงื่อทุกหยาด และเลือดทุกหยด เพื่อประโยชน์ และความสุข ของมวลมนุษยชาติ มาตลอด
จวบจนวาระสำคัญในโอกาสนี้ ที่พ่อครูจะมีอายุเต็ม ๘๓ ปี กำลังจะขึ้นสู่วาระครบรอบนักษัตร ที่ ๗ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นลูกๆที่ได้ชีวิตใหม่ ได้กำเนิดใหม่ ทางจิตวิญญาณ ขอปฏิญาณตนร่วมกันว่า...
ข้าพเจ้าทั้งหลาย จะขยันหมั่นเพียร ตั้งใจศึกษา ฝึกฝนอบรมตน ให้เกิดมรรคเกิดผล ยิ่งๆขึ้นไป ด้วยความไม่ประมาท ในโทษภัย อันมีประมาณน้อย พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย จักยังการศึกษาให้ถึงพร้อมในไตรสิกขา อันได้แก่อธิศีล-อธิจิต และในอธิปัญญาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อที่จะได้ช่วยกันสืบสาน บวรพระพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปจนถึง ๕,๐๐๐ ปี และร่วมกันทุ่มเทแรงกายแรงใจ สร้างชุมชนบวรสาธารณโภคี ให้เป็นองค์ประกอบของมิตรดี สหายดี และสังคมสิ่งแวดล้อมดี ซึ่งเป็นทั้งหมดทั้งสิ้น ของการทำพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์
นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอให้เราตั้งสัจจาธิษฐานโดนส่วนตัว เงียบ ๆ พ้อมกัน ได้แล้ว ..........................................................เงียบสักครู่ แล้วเปล่งสาธุพร้อมกัน ๓ ครั้ง
_๑๘.๐๐ น. จากนั้นพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้เทศนาต่อจากที่ลูกๆได้ตั้งสัจจาธิษฐานแล้ว พ่อครูว่า เจริญธรรม...ขอให้ทุกคนเจริญในธรรมกันจริงๆ การขอเป็นเพียงโวหาร การขออย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ที่ขอ ไม่ทำการพัฒนา ตามที่ควรพัฒนาให้เจริญ ขอใหตายก็สูญเปล่า
ผู้ที่มีปัญญา ปฏิภาณความรู้ เมื่อผู้ที่ควรเคารพ น่าเคารพ ผู้ที่เราเคารพจริงๆ ได้ขออะไรขึ้นมาแล้ว ท่านมีความปราถนาดี ท่านต้องการให้เราเจริญไม่ใช่ท่านต้องการอะไรจากเรา ให้เราพัฒนาให้เราดีขึ้น เป็นสิ่งลึกซึ้งซับซ้อนอยู่
การศึกษาที่ตามที่อาตมาพาทำ ตอนนี้กำลังทำความเข้าใจกับพวกเราอยู่ ๒ คำ คำว่าบวร กับคำว่า ออสโมซิส บวร คือ ความเป็นสามเส้า ตั้งแต่หยาบถึงละเอียด ละเอียดถึง Coefficient ละเอียดถึงพลังงานขั้น Coefficient แปลเป็นไทยว่าสัมประสิทธิ์ ซึ่งเป็นพลังงานที่ก้าวหน้า เป็นพลังงานเจริญ พัฒนาไปเรื่อย บูรณะ บูรณาการตลอดเวลา เป็น progration เป็นความก้าวหน้าตลอดไป ในนิยามของ Coefficient คนก็เข้าใจยาก เพราะว่ามีตัวซับซ้อน มีตัว Dynamic มี Static และตัวแปรที่ Dynamic ด้วย ทีนี้ ตัว Static ตัวค่าคงที่ มันเป็นค่าบวก Dynamic ที่เป็นตัวเคลื่อนรอบ เป็นตัวจักรพลังงานสำคัญ มันก็มีค่าที่สมดุลกับ Static ที่ทำงานอยู่ในนิวเคลียส ส่วนพลังงานตัวแปรใหม่ก็ต้องเคลื่อนที่แรงและเร็ว จึงมีความเข้าใจได้ยาก หนึ่ง ต้องเป็นพลังงานก้าวหน้า ถ้าจะก้าวหน้าจริง ต้องอยู่ในระดับพลังงานสูง สูงขึ้นไปอย่างต่ำต้องระดับคูณ คือพลังงานระดับ บวก คูณ ยกกำลัง ถ้าแค่บวกไม่แน่ เสื่อมได้ ไม่เจริญ แต่ถ้าคูณแล้วเจริญ ได้สองในสามแล้ว ก็จะไปสู่อนาคต สู่การเจริญพัฒนาได้แน่ นี่คือ หลักธรรมดา ธรรมชาติ ไอน์สไตน์ตั้งสูตร E=mc ๒ แต่อาตมาต้องมาเติม E=mc ๒ +A ตัว A คือ Abstract เป็นตัวทั้งมีการก้าวหน้า อย่างแท้จริง ซึ่งอธิบายไม่ง่าย อธิบายต่อยอดจากสูตรของไอน์สไตน์ไม่ใช่เล่นๆ เป็นสูตรยอดของไอน์สไตน์ทุกคนยอมรับ ฟังดูแล้ว โพธิรักษ์อวดเบ่ง ก็ไม่มีปัญหา ใครจะตั้งข้อสังเกต มองว่า อาตมาแอคอาร์ทก็แล้วแต่ อาตมาจริงใจ มั่นใจว่าที่พูดนี้เป็นความจริงความถูกต้อง อาตมาก็จะต้องมาถ่ายทอดให้ผู้ที่สนใจศึกษา เพื่อที่จะได้เข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติ แล้วก็จะรู้เองว่าจริง จะได้สืบสานต่อไปอีก ไม่เช่นนั้นมันก็จบ ไม่มีอะไรที่จะรู้ตัว เราต้องเสริมสานความรู้มีให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป ที่จะสรุปคือ ยืนยัน ฟีโนมีน่า คือ ปรากฏการณ์ที่มันเกิดจริงมาแล้ว ในมนุษยชาติคือพวกเรา พวกเราเป็นมนุษยชาติที่ได้เกิดความเจริญใหม่ ที่เป็นความเจริญในระดับโลกุตระ ที่มันสูญหายไปนานแล้ว อาตมาก็ไม่มีปัญญารู้ว่ามันเร่ิมเสื่อมอย่างไม่เหลือเชื้อ พลังงาน Coefficient พลังงานที่จะก้าวหน้านี้เมื่อไหร่ พลังงานนี้มัน Drop ไม่มีการก้าวหน้า แล้วแถมน้อยลงๆๆ ก็เลยเกิดชรตา เป็นความเสื่อม แล้วก็จะสูญไปในที่สุด แต่อาตมามาคว้าเอาไว้ทัน และพยายามสืบทอดสืบต่อ ซึ่งพวกเราก็พยายามใส่ใจ พากเพียรเอาจริงจนเห็นเป็นรูปธรรม จนเป็นสังคม
ก็ขอสรุปว่า อาตมาอายุปีนี้ครบ ขึ้นมาก็จะเป็นนักษัตรที่ ๗ จากนักษัตรที่ ๗ ขึ้นไปตอนนี้ก็ช่วงต่อ ตัวแปรคือการเคลื่อน ปีนี้ปีที่ ๘๔ มันยังไม่จับตัวแข็งแรงลงตัว มันมีวิบากเข้ามาวุ่นอยู่ ถ้าเผื่อว่าสามารถผ่าน ๘๔ นี้ไปจะเจริญคงที่ ผนึกลงไปเลย ๘๕ ๘๖ ๘๗ ก็จะดีขึ้น ช่วยกันหน่อยในปีนี้ ถ้าพวกเราช่วยกันก็จะมีพัฒนาการขึ้นมา จะเจริญได้จริงๆ สิ่งที่เราช่วยกันทำมันเจริญขึ้นจริงๆ แต่มันซ้อนที่ว่า เราเจริญแล้วไม่ได้เอามาเป็นตัวเราของเรา เจริญมาเพื่อได้รับใช้ผู้อื่นมากขึ้นจริงๆ ไม่ใช่มากอบโกยเอามาเป็นของตนไม่ใช่เลย เป็นสัจจะที่ทำความเข้าใจให้ดี เมื่อจริงแล้วจะไม่มีอะไรห้ามกั้น ความเคารพนับถือสุดยอด ซึ่งเป็น ความบริสุทธิ์ที่สุด ความถูกต้อง ความบริสุทธิ์ที่สุดจะชนะทุกสิ่งทุกอย่างทั้งโลก
...จากนั้น ได้ร่วมกันดูคลิปข่าวเด่นของชาวอโศกในรอบปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ โดยประกอบด้วยข่าว ๕ ข่าวคือ ข่าวการสวรรคตของในหลวงร.๙ และชาวอโศกจัดโรงบุญมังสวิรัติ อาลัยในหลวงร.๙ ข่าวการปรับภูมิทัศน์บวรราชธานีอโศก ข่าวงานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธครั้งที่ ๔๑ และงานตลาดอาริยะครั้งที่ ๓๘ ณ บวรราชธานีอโศก ข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของชาวอโศก ปี ๒๕๖๐ ข่าวพ่อครูฟื้นฟูสุขภาพที่จ.เชียงใหม่ ปี ๒๕๖๐ หมายเหตุ โรงบุญ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ มีโรงบุญ ๑๙ โรง รายการอาหารก๋วยเตี๋ยว ข้าวยำ หมูสะเต็กเจ ขนมจีน ข้าวราดแกง ข้าวเหนียว ส้มตำ กล้วยปิ้ง ผลไม้ โกโก้ ไอศครีม
วันอังคารที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ _ ๐๓.๔๕ น. สมณะ ๒ ๑ รูปพระ ๓ รูป สิกขมาตุ ๑ ๓ รูป โดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ _๐๔.๒๐ น. สมณะบินบน ถิรจิตโต สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล แสดงธรรม สมณะบินบน ถิรจิตโต: คราวนี้งานอโศกรำลึก ครั้งที่ ๓๖ การประชุมมหาเถระถ้าไม่รวมพ่อครู ก็ ๓๖ รูป รวามพ่อครู ก็ ๓๗ รูป เมื่อครั้งมีคดี กรณีสันติอโศก เจ้าหน้าที่มานำตัวพ่อท่านไป พ่อท่านกูกดำเนินคดี นักข่าวถามว่าพ่อท่านจะต่อสู้คดีด้วยอะไร พ่อท่านตอบว่า “ อาตมาจะสู้ด้วยความจริง” เรามาปฏิบัติธรรมยุงก็ไม่ตบ สัตว์ก็ไม่ฆ่า ไม่คิดทำร้ายคนอื่น เมื่อมีคดีก็สู้ด้วยความจริง แม้เข้าคุกก็ทำเหมือนเดิม ออกคุกก็ทำเหมือนเดิม เราสังคมบวรสัตว์เราก็มองเป็นพี่เป็นน้อง ครั้งนั้นแม้ทนายจะกำชับว่าเมื่อตำรวจสอบถามก็ให้บอกว่าจะไปให้การที่ศาล และได้พูดถึงบรรยากาศวันอโศกรำลึกในอดีตที่ผ่านมาว่าในแต่ละปีมีเหตุการณ์สำคัญๆ อะไรบ้าง สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน : พูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า มีสมณะล่วงลับไปมีท่านสมณะดินดี ท่านฉันทโส ท่านนาทอง ก็เป็นการเปลี่ยนรอบ เมื่อวานพ่อครูพูดถึงความเหนื่อยความหน่าย เราน่าจะรังสรรค์ตอนพ่อครูยังอยู่ เราก็ยังไม่รู้ว่าเราจะพักยกหรือพ่อครูพักยก ช่วงนี้เป็นนาทีทอง นาทีบุญ นาทีพิเศษ พ่อครูใช้ธรรมะ ธรรมะเป็นอัญญาเป็นเรื่องๆ ไม่ห่างหมู่กลุ่ม เช่น ตัวเองต้องเป็นบวรให้ได้ก่อน บ้านก็มีมิตรดี สหายดี เป็นวัว แม่ลูกอ่อน กินหญ้าไปพลางดูแลลูกไปพลาง พิจารณาเว้นขาด ด้วยญาณข้อ ๕ โสดาบัน วัด คือสิ่งสำคัญ เวทนา ๒ ก็ทำเวทนา ๒ ทำให้เป็น ๑ มโนปวิจาร ๑ ๘ ก็ทำให้อยู่ข้างเนกขัมมะ วิญญาณก็ให้เข้าถึงฐานอุเบกขา คิดถึงวันที่พระเจ้าอยู่หัวจากไป ท่านจากไปเราก็ทุ่มเท เสียสละตามท่าน ฉะนั้นถ้าเรา เราอยู่เพื่อพ่อท่าน ทำตามพ่อท่านได้มั๊ย อดีต อนาคต ไว้ทบทวน เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฯลฯ สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ : งานนี้เราก็ถ่ายทอดถึงทางบ้าน ฟังท่านอาจารย์เล่าอดีตดูประวัติพ่อครู เมื่อมีคดีกรณีสันติอโศก จะออกไปจากหมู่ก่อนก็ได้ ไม่ถือว่าผิด ส่วนอาตมาก็มาทีหลัง ตอนนี้ก็เรียกบวรราชธานีอโศก บวรสันติอโศก บวรภูผาอโศก ความบริสุทธิ์เท่านั้นย่อมชนะทุกสิ่งทั้งโลก
_๐๖.๓๐ น. สมณะ+พระ ๒๓ รูป สิกขมาตุ ๕ รูป นำโดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร บิณฑบาตจากซอยกลางเข้าซอยเทียมพร (นวมินทร์๔๔) หลังสมณะบิณฑบาต มีการเปิดโรงบุญวันนี้มี ๑ ๗ โรงบุญ รายการอาหารเหมือนเมื่อวาน มีเพิ่มเติม คือ ข้าวหมกฟองเต้าหู้ จาปาตี ขนมจีน น้ำเงี้ยว ผัดหมี่โคราช
_๐๙.๐๐- ๑ ๐.๐๐ น. พ่อครูเทศน์ก่อนฉันอโศกรำลึก องค์ ๖ ของปัญญากับการปหาน ๕ ในหลัก องค์ ๖ ของการเกิดปัญญา หรือธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มี ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ เกิดจากการทำบุญสำเร็จ ปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ในขณะประกอบอาชีพ กิริยา กายวาจาใจ ขณะพูด ขณะคิด และจับกิเลสได้ในขณะ ทำอาชีพ คิด พูด ทำ แล้วกำจัดกิเลสให้ลดหรือให้ตาย พอทำได้ ที่จะทำได้คือต้องมีธรรมวิจัย ต้องเป็นองค์ ๓ สติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ แล้วต้องพยายามให้มันลดได้ การลดลงของกิเลสมีถึง ๕ ระดับ กดข่ม หรือวิขัมภนปหาน ซึ่งทำเป็นกันทุกคน เป็นสามัญคนทั่วไปก็ทำได้ สอง พิจารณาให้ได้ว่ากิเลสมันเป็นของไม่จริงไม่เที่ยงแท้ เป็นเหตุแห่งทุกข์ มันไม่มีตัวตนจริงๆเลย ปัญญาหรือ ความเฉลียวฉลาด ความเข้าใจ ธาตุรู้ของตนเอง รู้ว่า กิเลส มันมีคุณสมบัติไม่เที่ยงแท้ เดี๋ยวใหญ่เดี๋ยวเล็ก เดี๋ยวไปเดี๋ยวมา มันทำไมตลบแตลงกันนักกิเลส สอง มันเป็นเหตุแห่งทุกข์จริงๆ เพราะมันพาเราไปหาแย่งสวรรค์ แต่สวรรค์ไม่มี สวรรค์มีแต่เท็จ มันพาเราไปอยากได้สวรรค์ มันคือเหตุแห่งทุกข์ จริงๆแล้วมันไม่มีตัวตน นี่คือกฎไตรลักษณ์ ผู้ที่เห็นปัญญานี่มันแจ้งจริงๆเลย พยายามทำให้ได้หรือ พิจารณาทีใดเห็นจริงว่ากิเลส พิจารณาแล้วมันลดเป็นครั้งๆ เรียกว่าตทังคปหาน ตทังคะแปลว่าแต่ละครั้งๆ ๑. วิกขัมภนปหาน ๒. ตทังคปหาน จริงๆแล้ว วิกขัมภนปหานคือทุกคนทำเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว มันอายก็กดข่มไว้ หรือสุดทนก็แสดงออก โทสะหรือกามก็ดี ถ้าไม่สุดทนก็ไม่แสดงออก ใครๆก็ต้องไม่ให้แสดงออก กามหรือโทสะก็ตาม มันมีการกดข่มเป็นธรรมชาติ แต่เราต้องเอาจริงกับมัน สองต้องพิจารณาใช้เหตุผลอ่านลงไปถึงความจริงตามกฎไตรล
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive