ข่าวปรับภูมิทัศน์บ้านราช.docx

โฟลเดอร์2560_พ่อครูอายุครบ 83 ปี ขึ้นรอบที่ 7
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.44 MB
วันที่แก้ไข31 พฤษภาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

ข่าวปรับภูมิทัศน์ บวรราชธานีอโศก บวรราชธานีอโศก แผ่นดินพุทธ ในรอบปี 2560 ที่ผ่านมาต้องเรียกได้ว่าฝุ่นตลบไปทั้งชุมชน ในพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ มีงานก่อสร้างปรับภูมิทัศน์ในหลายจุดเพื่อให้เกิดองค์ประกอบเป็น”เกาะรัตนราชธานี” เป็นราชธานีของชาวอโศก ตามดำริของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ งานหลักที่สำคัญคือการปรับภูมิทัศน์ของลำธารถอยหลังเข้า ช่วงเดือนมีนาคม 2559 พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้ออกตรวจงานสร้างสะพานเชื่อมรัตน์แทบทุกวัน ซึ่งสะพานเชื่อมรัตน์เป็นสะพานคอนกรีตข้ามระหว่างภายในเกาะรัตนราชธานีกับถนนทางออกไปหน้าหมู่บ้าน จนแล้วเสร็จทันใช้ข่วงงานตลาดอาริยะในเดือนเมษายน 2559 แต่ก็ยังต้องมีงานตบแต่งงานศิลปะปูนปั้นและงานวางหิน เพื่อให้สะพานดูเลียนแบบธรรมชาติมากที่สุด ลำธารถอยหลังเข้าเป็นลำธารที่พ่อครูดำริให้ขุดเป็นลำธารที่สามารถจะนำน้ำจากแม่น้ำมูนมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะการกักเก็บน้ำ ผันน้ำสร้างระบบชลประทาน เพื่องานกสิกรรม ทำนาและปลูกพืชผักไร้สารพิษ รวมถึงสร้างบรรยากาศให้เกิดความชื้น เย็นสบาย จากลำธารที่ไหลวนรอบๆหมู่บ้านที่พ่อครูดำริที่จะปรับภูมิทัศน์ให้งดงามเลียนแบบลำธารตามธรรมชาติให้มากที่สุด ซึ่งจะเกิดแก่งต่างๆรอบหมู่บ้านทั้งหมด 6 แก่ง ที่สำคัญยังเป็นสถานที่ผ่อนคลาย คลายร้อนให้กับชาวชุมชนและชาวหมู่บ้านใกล้ เรือนเคียงอีกด้วย ระยะทางลำธารถอยหลังเข้า ตั้งแต่หน้าพระพุทธาภิธรรมนิมิตที่น้ำจะไหลจากบ่าพระพุทธาภิธรรมนิมิตรไหลลงมาที่ลานสะโพธิ์หน้าน้ำตกผาแหงน ค่อยๆไหลรินลงแก่งแรกคือแก่งสะโพธิ์ ไหลผ่านข้างวิทยาลัยอาชีวะมาเลียบขนานกับถ.ตรงกลาง จะมีแก่งที่ 2 ชื่อแก่งตำอิด น้ำจะไหลรินอย่างเป็นธรรมชาติเข้ามาภายในหมู่บ้านผ่านหลังโฮงปัว ระยะลำธาร ๗๐๐ เมตร คือตำแหน่งเรือรามจักร พ่อครูจึงมีดำริให้ใช้ชื

อ่านต่อ

่อแก่งที่ 3 ในบริเวณนี้ว่า แก่งติดราม แก่งติดรามจะอยู่บริเวณใกล้กับสะพานเชื่อมรัตน์ เส้นทางของลำธารผ่านเข้ามาชุมชนฝั่งตะวันออก ไหลไปขนานกับถ.ตรงกลาง เกิดเป็นแก่งที่ 4 คือแก่งสามใส แก่งนี้สำคัญตรงที่ว่าเป็นบริเวณที่ผันน้ำเพื่อเข้านาคำยอดที่เป็นแหล่งทำนาปลูกข้าวของชาวบ้านราช เส้นทางน้ำ ไหลผ่านเข้ามาทางที่ตัดกับถนนไปเฮือนสุดชีวิตเดิม ไหลลงบุ่งไหมน้อย เกิดแก่งที่ 5 ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างลำธารกับบุ่ง ชื่อแก่งไผใญ่ มีอีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นถนนที่คั่นน้ำบุ่งทั้ง 2 ฝั่งเพื่อทำถนนมุ่งสู่ริมแม่น้ำมูน จะเป็นแก่งสุดท้ายชื่อแก่งไทบ้าน มีหินมาวางเรียงบ้างแล้วไม่มากนัก ซึ่งต่อจากแก่งไทบ้าน การเดินทางของลำธารก็จะไหลไปวนจนอ้อมมาถึงด้านหลังขึ้นไปที่บ่าของพระพุทธาภิธรรมนิมิตรอีกครั้ง ครบรอบระยะทางของ ลำธารถอยหลังเข้าคือ..๑,๔๐๐เมตร งานที่สำคัญและหนักของการปรับภูมิทัศน์บ้านราช ต้องใช้ความเพียรอย่างต่อเนื่องคืองานขนหินทราย ที่นำมาจากอำเภอโขงเจียม..ซึ่งเป็นที่ดินที่ซื้อเอาไว้จำนวน ๑๗ไร่..ระยะทางจากบ้านราชถึงตำแหน่งที่ดิน ๙๗ กิโลเมตร..เริ่มขนตั้งแต่วันที่..๑๗ พย ๕๙ เฉลี่ยวันละ ๒ เที่ยว ล่าสุดเมื่อ 20 พ.ค. 2560 ขนได้ ๑๕๖เที่ยว.. ขนหินทรายได้โดยประมาณ 1,092 ก้อน ขนาดของหินมีใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกันไป ในช่วงนี้เดือนพ.ค.2560 นี้ยังมีการปรับภูมิทัศน์ของลำธารถอยหลังเข้าอยู่อย่างต่อเนื่องเพราะห้วงเวลานี้ขนหินมาได้เป็นหลักพัน แต่พ่อครูดำริให้นำมาเป็นแสนก้อน เมื่ออาทิตย์ที่ 7 กพ.59 พ่อครูเห็นถึงความเสียสละ ความตั้งใจ ของทีมงานศิษย์เก่าและนศ.อาชีวะที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก พ่อครูเมตตาตั้งชื่อกลุ่มที่ช่วยงานขนหินนี้ว่า”กลุ่มหินสร้างเมือง” เมืองคือเมืองรัตนราชธานีอโศก สำหรับปี 2560 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้เกิดแหล่งน้ำใหม่ใกล้น้ำตกผาแหงน หลังจากที่มีพี่น้องประชาชนมาพักผ่อนที่น้ำตกผาแหงนเป็นจำนวนมาก พ่อครูเดินผ่านหินก้อนใหญ่น้อยที่วางเรียงด้านหลังอาสนะแทบทุกวัน ประกอบกับหินเหล่านี้ก็ย้ายไปประดับตบแต่งที่อื่นไม่ได้ พ่อครูจึงมีดำริให้ท่านส.คมคิดทำน้ำตกอีกที่หนึ่งบริเวณหลังอาสนะ มีองค์ประกอบพร้อมมาก ทั้งต้นไม้ ก้อนหินก็วางเรียงรายสมบูรณ์เพียงแต่เสริมสัดส่วนที่เป็นงานปูนปั้นเข้าไปเล็กน้อย ทำท่อสูบน้ำจากบุ่ง ปรับให้มีหาดทรายเหมือนช่วงแม่น้ำมูนน้ำลดจะเป้นหาดทราย น้ำตกแห่งนี้สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มาช่วยกันออกความเห็น และได้เริ่มทดลองใช้ไป ปรับปรุงไป ตามคำแนะนำของพ่อครูจนสามารถเปิดใช้น้ำตกได้ประมาณช่วงปีใหม่ 2560 แหล่งน้ำใหม่อีกแห่งหนึ่ง อยู่บริเวณนั่งฟังธรรมหน้าลานพระพุทธโต ที่พ่อครูดำริให้ปรับระดับ ลานใหม่โดยขุดดินลึกลงไปแล้วนำหินคลุกใหญ่ชั้นแรก ตามด้วยหินคลุกเล็ก ทรายและกรวดตามลำดับ ตามดำริที่พ่อครูจะเนรมิตลานฟังธรรมแห่งนี้เป็นลานสะโพธิ์ ซึ่งล้อคำมาจากลานสะพือที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจ.อุบลราชธานี ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จเพราะยังต้องมีการปรับ ลงหินเพิ่มอีกหลายจุด ในปี 2560 นี้เกิดอาคารแห่งใหม่ของชาวอโศกชื่อเฮือนสวน.หรือสัมมาสิกขาวิชชารามนาวาบุญนิยม อาคารเฮือนสวน. มีพื้นที่ถมดินทั้งหมด ๑๕ไร่ ตัวอาคารถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ จั่วกลางระยะกว้าง(ระยะเสา) ๓๐ เมตร ปีกข้างขวาและซ้าย กว้างข้างละ(ระยะเสา)๒๕เมตร....วัดความกว้างตัวอาคารทั้งสามส่วนคือ(ระยะเสา)๘๐เมตร.... ในส่วนความยาวอาคารทั้งสามส่วนยาว(ระยะเสา)๒๐๔เมตร.(.มีระยะเสาตามยาวห่างกันต้นละ ๖เมตร...คำนวนจำนวนเสาหลักอาคารมี๔แถวๆละ๓๕ต้นคือ ๑๔๐ต้น....แต่ในส่วนอาคารปีกซ้ายและขวา จะมีชั้นลอย ความสูงของพื้นเหนือพื้นดินคือ ๖ เมตร มีเสารับกลางของอาคารทั้งปีกซ้ายและขวาข้างละ ๓๕ต้น).. สรุปคือเสาหลักอาคารจั่ว ๗๐ต้น เสาหลังอาคารรับปีก ๗๐ต้น เสากลางอาคารชั้นลอย ๗๐ต้น....รวมทั้งหมด ๒๑๐ต้น พื้นที่เทปูนใต้อาคารใช้งานคือ ๘๐*๒๐๔= ๑๖,๓๒๐ตรม.(ประมาณ๑๐ไร่กว่าๆ) พื้นที่หลังคาที่มุงใช้งานอาคารคือ ๙๐*๒๑๐= ๑๘,๙๐๐ตรม.(ประมาณเกือบ ๑๒ไร่[๑๑.๘ไร่]) พื้นที่อาคารชั้นลอย ๒๕*๒๐๔= ๕,๑๐๐ตรม.(ประมาณ๓.๒ไร่..ต่อข้าง) ชั้นลอยมี ๒ข้าง จะมีพื้นที่รวม ๑๐,๒๐๐ ตรม(ประมาณ๖.๔ไร่) รวมพื้นที่ใช้งานชั้นล่างกับพื้นที่อาคารชั้นลอยคือ...๑๖.๖ไร่..ภายใต้หลังคารวมที่๑๑.๘ไร่ งานก่อสร้างอาคารเฮือนสวน.เป็นงานก่อสร้างคู่ขนาน ทำพร้อมกันกับน้ำตกที่ไหลจากบ่าพระพุทธาภิธรรมนิมตร ที่พ่อครูเดินดูแนววางท่อและให้คำแนะนำเพื่อให้แล้วเสร็จทันช่วงงานตลาดอาริยะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีประชาชนมาที่งานตลาดอาริยะ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่จะมาคลายร้อนที่น้ำตกผาแหงนและน้ำตกหินน้ำไหล นอกจากงานปรับภูมิทัศน์ทั้งชุมชน ยังมีงานก่อสร้างหมู่บ้านที่ได้จัดสรรที่ดินของส่วนกลางห้ญาติธรรมที่สนใจมาร่วมปฏิบัติธรรมมีบ้านและย้ายเข้ามาอยู่อาศัยที่ราชธานีอโศก กก.ได้จัดสรรที่ดินไว้มี 2 เฟส 4 โครงการ ที่จัดสรรเฟส1/1 มีผู้มาจับจองปลูกบ้านจำนวน 99 หลัง เฟส ½ จำนวน 42 หลัง เฟส 2/1 จำนวน 32 หลัง เฟส 2/2 จำนวน 27 หลัง ในต้นปี 2560 ได้เริ่มทยอยมาก่อสร้างบ้างแล้ว หลายหลังซื้อบ้านสำเร็จรูปแล้วนำมาติดตั้ง ก่อสร้างเพิ่มเติมเล็กน้อย ก็สามารถอยู่อาศัยได้เลย แม้จับจองไว้แล้วแต่ก็ยังไม่มาสร้างบ้านกันอีกหลายหลังจนคณะกก.ต้องออกมาตรการเพื่อคัดกรอง ลดการจับจองที่หวังเก็งกำไรหรือเป็นตัวแทนให้กับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับนโยบายของชุมชน เป็นความหลากหลายของการจัดสรรที่ดินของชาวบุญนิยม “เกาะรัตนราชธานีอโศก” สังคมบวร ที่พ่อครูได้เอ่ยถึงการปรับภูมิทัศน์ที่ราชธานีอโศกไว้ว่า “ชีวิตเรามีค่า ที่เอาเวลา ทุนรอน แรงงาน มาประกอบงาน สร้างสรรธรรมะ มาทำคนให้มาเอาธรรมะ ต้องทำสถานที่องค์ประกอบ ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้เป็นองค์ประกอบในการเผยแพร่ธรรมะ เป็นงานสร้างมนุษย์ที่ประเสริฐให้กับโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน