คำบรรยายนิทรรศการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
การเมืองประชาธิปไตยที่มีคุณลักษณะดีที่สุด ต้องมีสามเส้า คือ “กษัตริย์ -ประชาชน - และจิตวิญญาณ” ต้องเป็นระบอบที่มีจิตวิญญาณอันมี “ธรรมาธิปไตย” เป็นประธาน แล้วมีธาตุรู้จิตวิญญาณของกษัตริย์และประชาชน ที่ได้อบรมศึกษาฝึกฝนสั่งสมเป็นระบอบของพุทธศาสนาที่เป็นโลกุตรธรรม อย่างในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านเป็นนักประชาธิปไตยที่มีธรรมะเป็น โลกุตระ ๆ คือ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อส่วนรวม เพื่อมวลประชาชนอย่างแท้จริง ท่านให้ประชาชนมีประชาธิปไตยในตน จะได้เป็นอำนาจของตน อย่างอิสระเสรี ไม่ได้ใช้การหาเสียงครอบงำ ไม่มีพรรค ไม่ได้บังคับ แต่ประชาชนพากันยกย่อง เทิดทูน บูชา ด้วยจิตปัญญาของเขาเอง เพราะฉะนั้น เรื่องคุณธรรมของประชาธิปไตยนี่ ต้องเป็นอย่างพระเจ้าแผ่นดินของไทย เป็นสุดยอดประชาธิปไตยของโลก -พ่อครู สมณะโพธิรักษ์-
เมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธมายาวนาน แล้วจะเป็นชมพูทวีปต่อไป เพราะมี มนุษย์ชมพูทวีป อยู่มากที่สุด พระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงคุณสมบัติของมนุษย์ชมพูทวีป ๓ประการรวมกัน คือ ๑.มีความแข็งแรงของร่างกาย ครบอาการ ๓๒ บริบูรณ์ ๒.มีสติปัญญาถึง ถึงขีดขั้นโลกุตระ สามารถเลือกเส้นวิจัยธรรมให้ลดกิเลสได้ ๓.สามารถสร้างโลกลูกนี้ให้เป็น “โลกของพระพรหม” มีเมตตา-กรุณา-มุฑิตา-อุเบกขาจริง จนเป็นที่อยู่ของคนที่บริสุทธิ์ สะอาดจากกิเลส มากกว่าใคร ๆ ในโลก ในอนาคตไทยจะเป็นที่รวมศูนย์ของคุณธรรมในโลก และนำโลกไปสู่ความสงบสุขโดยเริ่มขึ้นในยุคของพระมหาจักรีวงศ์ที่ชื่อว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” ซึ่งในขณะนี้ได้หยั่งลงแล้ว เกิดในลำดับ ๙ และจะเริ่มจากนี้ไปจนกว่าจะสิ้นกลียุค. -พ่อครู สมณะโพธิรักษ์
ดินแดนชมพูทวีปย่อมมีองค์ประกอบของความเจริญ ๔ ด้านด้วยกัน ทั้ง “บุคคลเจริญ-สถานที่เจริญ-อาหารเจริญ-และธรรมะเจริญ” (สัปปายะ ๔) และความเจ
อ่านต่อ
ริญทั้ง ๔ ด้านนี้ย่อมเป็นดั่งสนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำทำให้เกิด “อาริยะบุคคล ๔” โสดาบัน-สกทาคามี-อนาคามี -และอรหันต์ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “พระอรหันต์อยู่ที่ใดสถานที่นั้นย่อมน่ารื่นรมย์ใจ” เพราะย่อมเป็นแสงสว่าง ของสัมมาทิฏฐิ ๑๐ ให้กับทุก ๆ ชีวิต และที่นั่นท่านจะได้พบกับบุคคลในสัมมาทิฏฐิข้อที่ ๑๐ คือ สมณพราหมณ์มณา ผู้มีสยัง อภิญญา มาประกาศโลกนี้และโลกหน้าให้ผู้อื่นได้รู้ตาม แล้วท่านได้พบกับบุคลลผู้เป็น สมณพราหมณ์มณา ตามสัมมาทิฏฐิข้อที่ ๑๐ แล้วหรือยัง?
ตามคำพิพากษา
ถึงเธอห่มครองผ้ากาสาวพัสตร์ ปฏิบัติพระธรรมบทอันโชติฉาย วัตรของเธอคือการละเลิกอบาย เธอก็ทำผิดกฎหมายในเมืองนี้
ถึงเธอเน้นพระวินัยไม่ติดยึด มุ่งประพฤติพรหมจรรย์อันเปี่ยมปรี่ ถึงเธอเคร่งคุณธรรมเชื่อความดี เธอก็มีผิดในหลายมาตรา
ถึงไม่สร้างวัตถุมงคลเลี้ยงชนม์ชีพ ด้วยหวังจุดดวงประทีปที่เจิดจ้า ถึงเพียรต้านต่อพิษอวิชชา เธอก็อยู่นอกศาสนามาเนิ่นนาน
ถึงเธอสร้างสันติอโศกบนโลกแล้ง หวังเป็นแหล่งโลกธรรมนำสุขศานติ์ สำนักนี้คือสำนักแน่วหลักการ แต่ก็เหมือนเธอสร้างฐานทางการเมือง
เธอจึงถูกพิพากษาว่าวันนี้ เธอเป็นเพียงผู้ที่ห่มสีเหลือง ที่เธอทำคือความ(ดีที่)เปล่าเปลือง ถึงประเทืองคุณธรรมก็ตามที
เธอทำผิดข้อกำหนดของกฎหมาย สร้างนิกายอันเสื่อมเสียเป็นเดียรถีย์ สํานักเธอคือความเถื่อนเหมือนไม่มี เธอผิดที่ทำแปลกคิดแยกตน
กับกฎเกณฑ์หลายประการเธอต้านอยู่ เธอต่อสู้เธอปฏิเสธอ้างเหตุผล เธอได้ปลุกสังคมร้อนเกินผ่อนปรน จะหลุดพ้นข้อกฎหมายได้อย่างไร
เธอคือเสี้ยนศาสนาคือภาระ จึงเกินจะทนดูอยู่อีกได้ เธอทำผิดพิธีกรรมธรรมวินัย เธอต้องไปโดยพลันตามบัญชา
ถึงเธอไม่เคยทำความเดือดร้อน แต่เธอก็บั่นทอนพระศาสนา เพราะเธอสร้างเธอสรรอีกมรรคา แปลกปลอมมาในนามผู้ทำลาย
เมื่อสังคมไม่มีที่ให้อยู่ ตามเงื่อนไขของผู้เขียนกฎหมาย สงครามแห่งศรัทธาซึ่งท้าทาย ก็มาถึงบทสุดท้ายในวันนี้
เพราะการพูดทุกคำนำกฎหมาย โดยยึดเอาอุบายเป็นวิถี การตัดสินว่าสิ่งใดดีไม่ดี จึงอยู่ที่กฎหมายรายมาตรา
ถึงเธอห่มครองผ้ากาสาวพัสตร์ ปฏิบัติตามธรรมอันล้ำค่า แต่จงรู้เถิดว่าวัตรสร้างศรัทธา หากต้องรอเวลากว่าชีวิต
"สามอาชีพกู้ชาติ" เป็นวิสัยทัศน์ของพ่อครูที่ตอกย้ำกับชาวอโศกมากกว่าสามสิบปีแล้ว เพื่อให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในโลกนี้คือ ขยะจะล้นโลก อาหารจะขาดแคลนในโลกนี้ พ่อครูจึงได้เน้นย้ำกับชาวอโศกตลอดมาว่า “สามอาชีพกู้ชาติเป็นอาชีพที่ชาวอโศกต้องทำ!” ซึ่งก็คือ ๑.กสิกรรมธรรมชาติ ๒. ปุ๋ยสะอาด ๓ ขยะวิทยา ทั้งสามอาชีพนี้จะเป็นเนื้อหาสาระสำคัญของการประกอบสัมมาอาชีวะที่จะกู้ตัวเองแล้วกู้ชาติได้จริงๆ