สกู๊ปสรุปงานอโศกรำลึก ครั้งที่ ๓๗.docx

โฟลเดอร์2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข1 กรกฎาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สกู๊ปสรุปงานอโศกรำลึก ครั้งที่ ๓๗

นับเป็นครั้ง ๒ ที่มีการจัดงานอโศกรำลึกที่บ้านราชเมืองเรือ ครั้งแรกจัดเมื่อปี ๒๕๕๗ ตอนนั้นจัดภายใต้สโลแกน ๘๐ ปี ไม่มีแก่ ปีนั้นจัดพิธีกตัญญุตาบูชาพ่อครู ที่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ฝนฟ้ากระหน่ำลงมาอย่างหนัก แต่ลูกๆทุกคนยังอยู่อาการสงบสำรวมและมุ่งมั่น ที่จะตั้งจิตอาราธนาให้พ่อครูฯมีสุขภาพที่แข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มธรรมให้กับลูกหลานตลอดไป......

มาปีนี้ ๒๕๖๑ กับงานอโศกรำลึกครั้งที่ ๓๗ ลูกๆชาวอโศก ได้จัดพิธีกรรมน้อมกตัญญูบูชาพ่อครู ที่เวทีใหญ่เฮือนบวร ภายใต้สโลวแกน ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ สร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ ช่วงเวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น.ของวันอังคาร ที่ ๕ มิ.ย.๖๑ ชาวอโศกเริมประกอบพิธีกรรมการบูชาพ่อผู้ให้กำเนินทสงจิตวิญญาณ

โดยการเปล่งกล่าววาจาตั้งสัจจาธิษฐาน เป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ซึ่งเป็นแสงสว่างของโลกพระองค์ทรงประทานเส้นทางแห่งความ พ้น ทุกข์ให้แก่มวลมนุษย์สยาชาติด้วยการประกาศอริยสัจสี่และสัมมาอริยมรรคมีองค์แปดซึ่งมีสัมมาทิฏฐิ 10เป็น เข็มทิศ ที่จะไขนำไปสู่การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ใส่เสียงสด ตอนกล่าววาจา “ลูกหลานชาวอโศกขอน้อมรำลึกนึกถึงพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ในการครบรอบ เจ็ดนักกษัตริย์ของชีวิตในการกอบกู้ศาสนาพอครูได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ตัวเองทุกหยาด ด้วยเลือดทุกหยดเพื่อประโยชน์และความสุขของมวล มนุษยชา ติลูกลูกชาวอโศกจะศึกษาให้ถึงพร้อมในไตรสิกขา อันได้แก่อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ให้ยิ่ง ขึ้นไปด้วยความไม่ประมาทในโทษภัยอันมีประมาณน้อย เพื่อที่จะช่วยกัน สืบสานบวรพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองไปจนถึง 5000 ปีและรวมกันทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างชุมชน บวร สาธารณโภคี ให้เป็นองค์ประกอบของมิตรดีสห

อ่านต่อ

ายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีซึ่งเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของการทำพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ สาธุ สาธุ สาธุ”

***ใส่บรรยากาศสงบนิ่งด้วย

วันเสาร์ที่ ๙ ม.ย.๖๑ เวลา ๑๗.๓๐ น.เริ่มการประกอบพิธีกรรมการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ โดยพ่อครู นำหมู่สมณะ สิกขมาตุ เดินธรรมญาตราจากหน้าน้ำตกผาแหงน ผ่าน ลานแก่งสะโพ ทางด้านหน้าพระพุทธาภิธรรมนิมิต มายังเฮือนบวร โดยมีน้องๆนักเรียนสัมมาสิกขาและรุ่นพี่ศิษย์เก่า ร่วมร้องเพลงต้อนรับ ๒ บทเพลง ได้แก่ เพลงบินตามพ่อและเพลงพญาแร้ง.....พ่อครูและท่านสมณะนั่งบนเรือเจิ้นเทิ่น เป็นลำนาวาเอี้ยม จุ๊น ที่จะพาฝ่ากระแสโลกีย์สู่โลกโลกุตระ

***ปล่อยเสียงสดร้องเพลงใส่ภาพพ่อครูเดินเป็นแถวสวยๆ

***เสียงสดตอนบูชา “ณ วาระศุภสมัยนี้ เหล่าข้าน้อยทั้งหลาย ขอตั้งปณิธานต่อพระมหาบรมสารีริกธาตุ ต่อพระพุทธาภิธรรมนิมิต

ณบัดนี้ว่า... เลือดและวิญญาณของเหล่าข้าน้อยทั้งหมดนี้ ขอถวายอุทิศแด่พระพุทธศาสนาไปตราบดินสิ้นฟ้า จนกว่าข้าน้อยแต่ละคนจะปรินิพพาน

ขอได้โปรดรับปณิธานนี้ ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อม เหล่าข้าน้อยเถิดเทอญ

สาธุ-สาธุ-สาธุ”

เสียงสดหลวงปู่ “ จริงๆแล้วอาตมามีพระธาตุอยู่องค์เดียวในชีวิตที่ปฏิบัติธรรมมาก็ได้อยู่องค์เดียว ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร ก็ประกาศไปว่ามีใครอยากจะได้ก็มาขอ ก็มีคนชื่อ ธรรมสามีติดต่อมารับไป จากนั้นก็ไม่มี จนกระทั่งวันหนึ่งได้บิณฑบาตอยู่หน้าพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วันที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้เดินบิณฑบาตข้ามสะพานเจริญศรัทธา ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเอาสตางค์มาใส่บาตร อาตมาก็รับเป็นพิธี รับเสร็จแล้วก็มอบคืนอย่างที่เราเคยทำ เราปฏิบัติธรรมมาแล้วบวชแล้วก็ไม่ได้ใช้เงินใช้ทองไม่ได้รับเงินมาเพื่อเป็นของตัวของตน เพราะผิดวินัยทำไม่ได้ ก็เลยรับกรรมที่เขาศรัทธาใส่แล้วด้วยใจจริงและก็คืนเขาไป บอกว่าเรารับมันไม่ได้เขาก็รับเงินคืนไป แล้วเขาก็บอกว่า...ใช่แล้ว อาตมาก็ไม่รู้ว่าเขาว่าใช่อะไรนะ แล้วเขาก็ควักสิ่งของในกระเป๋าออกมา ควักเอาตลับสีแดงออกมา ตลับสำหรับใส่ทองคำ ก็นึกในใจว่าคงเป็นทองคำเอามาให้อีก อาตมาก็บอกว่าจะรับอย่างไรเพราะเห็นว่าตลับสำหรับใส่ทองคำ เขาก็บอกว่าอันนี้ใส่พระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์ ที่เขาได้มา ซึ่งอาตมาไม่กล่าวว่าได้รับมาจากใคร เพราะไม่ควรกล่าวได้รับมาจากคนที่สูง เขาบอกว่า ถ้าพบผู้ที่มี ความควรจะรับพระบรมสารีริกธาตุก็ให้ไป เขาก็บอกว่า เจอแล้ว ใช่แล้ว ตอนนั้นเราไม่เพียงแต่ไม่รับเงินแต่เดินบิณฑบาตสงบมาก ไปเห็นกิริยาตอนนั้นสงบเนียนดีมากเลยทุกอย่าง ทุกอย่างตอนนั้นเรานิ่งมาก เสร็จแล้วเขาก็ยืนยันว่าท่านต้องรับไป อาตมาก็เห็นว่าปรารถนาดีไม่ใช่ระเบิดแน่นอน อาตมาก็รับมา รับมาจนกระทั่งบิณฑบาตเสร็จ กลับมาที่สนามตรงพระปฐมเจดีย์ จึงเปิดออกมาเห็นเป็นพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์ พอได้พระบรมสารีริกธาตุมา กำลังนั่งล้อมวงจะฉันอาหารกัน แผ่นดินก็ไหวเลย ตรงที่พระปฐมเจดีย์นั่นแหละ ก็มีแผ่นดินไหว จากนั้นมาอาตมาจึงนำพระบรมสารีริกธาตุมาเก็บรักษาเอาไว้ “

ประมวลภาพกราบ

ในส่วนของกิจกรรม ต่อเนื่อง ตลอดงาน ช่วงเช้าวันที่ ๕ ม.ย.๖๑ พ่อครูนำหมู่สมณะ พระอาคันตุกะ และสิกขมาตุออกรับบิณฑบาตรรอบเฮือนบวร มีการพูดคุยกับเพื่อนๆและนักร้องที่เคยช่วยงานพ่อครู มีการประกวดเครื่องปรุงที่ปราศจากผงชูรสและบริวาร มีประกวดอาหารที่ปรุงจากผักพื้นบ้านและมีการประกวดการทำอาหารที่มี วิตามินบี ๑๒ มีการประกาศผลการแข่งขันประกวดคำขวัญการแยกขยะ มีการเสวนา ๕ ธันวา(วันดินโลก) แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เสวนา ๑๐๐ ปี ชีวียั่งยืน รายการร่วมฉลอง ๑๐๐ ปี ชีวีพ่อครู

เพื่อเผยแพร่งานศาสนา ผลงานของพ่อครู บุญนิยมในทุกด้าน เราเห็นได้ผ่านนิทรรศการภายในอาคารบวร ๗ ด้าน 1. ประวัติพ่อครู 2. ศาสนา เน้นคดีประวัติศาสตร์ สยังอภิญญา 3. ชมพูทวีป สัปปายะ๔ แผ่นดินพุทธ โนอาห์นาวาบุญนิยม พระอรหันต์อยู่ที่ไหนที่นั่นย่อมมีแต่ความรื่นรมย์ 4. เศรษฐกิจดีที่สุดในโลกคือสาธารณโภคี เปลี่ยนจากมือที่ยื้อแย่งมาเป็นมือที่แบ่งปัน ไปสุดที่จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ 5. การเมืองการปกครองแบบบุญนิยมเน้นที่ความสงบสยบความรุนแรง 6.การศึกษาบุญนิยม บวร 7.สามอาชีพกู้ชาติ แล้วยังงานประติมากรรมอีกมากมาย ที่สื่อแสดงถึงนัยยะการสอนธรรมะที่เป็นวิชชาและ อวิชชา พร้อมวิถีของนักการเมืองที่ไม่ลดกิเลส กู้ประเทศไม่ได้

วันที่๖ มิ.ย. ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวเกี่ยวกับการ เตรียมการ จัดงานวันดินโลก โดยมีเนื้อหาว่า”วันที่ ๕ ธันวาคมนี้ เราจะรำลึก ถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศชีวิตเพื่อราษฎร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน ด้วยการจัดงานมหกรรมวันดินโลก โดยเราทุกคนที่เป็นลูกของพระองค์ท่าน สามารถแสดงกตัญญุตา และระลึกถึงท่าน ด้วยการลุกขึ้นช่วยกัน ทำดินให้ดี ใครจะราดสารพิษลงดิน ใครจะอนุญาตให้ยาพิษ ที่ฆ่าสรรพชีวิตในดินยังคงใช้ได้ ใครจะไม่รักแผ่นดินก็เรื่องของเขา แต่เราจะช่วยกันคืนชีวิตให้แผ่นดิน ช่วยฟื้นแม่ธรณี ให้แม่ธรณีได้เลี้ยงแม่โพสพ เลี้ยงพืชพรรณธัญญาหาร ที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตเรา มาช่วยกันทำดินให้ดี ให้น้ำดี อากาศดี เป็นเครื่องระลึกถึงและแสดงความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยพร้อมเพรียงกันจากนั้น อ.ยักษ์และคณะได้ร่วมกันปลูกป่าและทำนาโยน

ในส่วนของชุมชนชาวอโศกต่างๆได้จัดนิทรรศการมีชีวิต ตามวิถีทางที่ได้นำธรรมะจากพ่อครูไปปฏิบัติ จนเกิดระบบสาธารณะโภคีภายในชุมชนบุญนิยม นอกจากนี้แต่ละบวรมีการรวมพลังขึ้นไปแสดงบนเวทีเพื่อน้อมถวายพ่อครูอีกด้วย

ในส่วนของศิษย์เก่าสัมมาสิกขา จากทุกโรงเรียน ได้รวมตัวกัน ขึ้นร้องเพลงถวายพ่อครู ชื่อเพลงบินตามพ่อ และร่วมกันปลูกไม้ป่า เช่นยางนา มะค่าโมง เป็นต้น คุณหนิง-แก่นหยก ศิษย์เก่าสัมมาสิกขาปฐมอโศก รุ่นที่ ๑ กล่าวว่า “ต้นไม้พันธ์นี้ชื่อว่า ต้นรัก ขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคนที่มาร่วมด้วยช่วยกันแม้แดดจะร้อนยังยิ้มสู้ ปลูกป่าบูชาพ่อครูและยังเป็นการคืนป่าให้แผ่นดิน ถ้ามีโอกาสมีเวลากลับมาช่วยกันตัดหญ้าและปลูกเพิ่ม เสริมได้เสมอ ทางนี้จะเพาะเม็ดพัน ธ์ุ ไว้รอนะคะ”

งานอโศกรำลึกครั้งที่๓๗ ในปีนี้พ่อครูท่านบอกว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ ของโลกโลกุตระ เป็นยุคที่ชาวอโศกมีความอุดมสมบูรณ์ทางพืชพรรณธัญญาหารและในด้านของเศรษฐกิจระบบบุญนิยมถือว่ามีความเจริญสูงสุดคือความเป็นสาธารณะโภคีที่สมบูรณ์แบบ เป็นดินแดนชมพูทวีปที่มีองค์ประกอบของ สัปปายะ ๔ คือ เสนาสนะสัปปายะ อาหารสัปปายะ บุคคลสัปปายะ และ ธรรมะสัปปายะ อันจะเป็นดินแดนให้กำเนิดจิตวิญญาณพระอาริยะ สังคมโลกุตระ อันเป็นการยืนยันความเป็นสมณะพราหมณ์ผู้มีสยังอภิญญาในสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 (อาจจบด้วย พ่อครูเทศน์ท้ายๆ ทวช. วันที่ 7 มิ.ย. 2561) …...ประกาศตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ในวันอโศกรำลึกปีพ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นปี 77 2+5 หรือ 6+1 มันก็ 7 อาตมาเกิดปี 2477 ขอประกาศเลยว่าอาตมาเป็นโพธิสัตว์เป็นผู้จะมากอบกู้ศาสนาพุทธอย่างสัมมาทิฏฐิ ดึงให้เข้าร่องรอยที่มันออกนอกทิศทางเลอะเทอะเยอะแยะ จนกระทั่งทำลายศาสนา ปูยี่ปู้ยำอยู่ในสังคม ตอนนี้สังคมเขาปราบมันก็ดีขึ้น ปราบปรามเสี้ยนของศาสนาไป นี่ก็ประกาศตัวเองขึ้นมาในวันนี้ ปีนี้ปี 77 คือปี 2561 วันนี้กลาง วันที่ 7 เดือน 7 ด้วย แรม 9 ค่ำ ก็ประกาศมันข้างแรมนี่แหละ มันก็ยาก เพราะว่าประกาศตอนเดือนมืด ถ้าขึ้น 9 ค่ำก็ดีนะ ก็ได้แค่นี้แหละโพธิรักษ์ ประกาศแสงสว่างในที่มืดก็ได้แค่นี้ จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน