0 วิทยานิพนธ์ เพลินพิศ.pdf
เนื้อหาในไฟล์
วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ ศึกษาวิเคราะหการตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม STUDY AND ANALYSIS OF BUDDHIST DHAMMA MARKETING OF PHUPHAFANAM COMMUNITY, MAE LAO, MAE TAENG, CHIANG MAI นางสาวเพลินพิศ สังขบุญลือ วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ (ลิขสิทธิ์เปนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) ศึกษาวิเคราะหการตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม นางสาวเพลินพิศ สังขบุญลือ A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2022 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) Study and Analysis of Buddhist Dhamma Marketing of Phuphafanam Community, Mae Lao, Mae Taeng, Chiang Mai Miss Plernpit Soungbunlue ชื่อผูวิจัย ........................................................ (นางสาวเพลินพิศ สังขบุญลือ) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติใหนับวิทยานิพนธเรื่อง “ศึกษาวิเคราะหการตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม” เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ........................................................ (พระสุธีรัตนบั
อ่านต่อ
ณฑิต, รศ. ดร.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ ........................................................ ประธานกรรมการ (ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร) ........................................................ กรรมการ (พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร.) ........................................................ กรรมการ (รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง) ........................................................ กรรมการ (ดร.วิโรจน วิชัย) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง ประธานกรรมการ ดร.วิโรจน วิชัย กรรมการ ก ชื่อวิทยานิพนธ : ศึกษาวิเคราะหการตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ผูวิจัย : นางสาวเพลินพิศ สังขบุญลือ ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ : รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง, พธ.บ. (ศาสนา), ศศ.บ. (ไทยคดีศึกษา) M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and Buddhism)) : ดร.วิโรจน วิชัย, ป.ธ. ๓, พธ.บ. (ปรัชญา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) วันสำเร็จการศึกษา : ๒๖ เมษายน ๒๕๖๖ บทคัดยอ วิทยานิพนธนี้ประกอบดวยสามวัตถุประสงค คือ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิดการตลาดในปจจุบันและหลักคำสอนที่เกี่ยวของกับการตลาดในพระพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษาตลาดวิถีธรรม หมูบานแมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ๓) เพื่อวิเคราะหการตลาดวิถีธรรมของชุมชนภูผาฟาน้ำแมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม เปนงานวิจัยเชิงคุณภาพ แบบการวิจัยเอกสาร รวมกับการสัมภาษณเชิงลึกและสังเกตแบบมีสวนรวม ผลการวิจัยพบวาแนวคิดในการตลาดปจจุบัน หรือตลาดทั่วไป คือมีการแขงขันสูงทั้งคุณภาพ และราคาเพื่อเปาหมาย คือการกำไรที่ใหไดมากที่สุดและไดนำสวนประสมทางการตลาด 7Ps มาใช สวนคำสอนที่เกี่ยวของกับพระพุทธศาสนานั้น ในเรื่องตลาดไมปรากฏอยูในพระไตรปฎกมีแตเพียงหลักคำสอนที่เกี่ยวกับการเรื่อง มิจฉาวณิชชา ๕ หามคาขายที่มีอันตรายกับเพื่อนมนุษยตอสัตวคือ หลักสัมมาอาชีวะ สอนใหคนมีคุณธรรมเปนหลัก มีความซื่อสัตยไมโกง ซึ่งแตกตางจากปจจุบันโดยสิ้นเชิงการคาขาย ซึ่งคิดแตจะเอาแตผลกำไรเทานั้น สวนการตลาดวิถีธรรม แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ลักษณะของชุมชนภูผาฟาน้ำ และชุมชนแมเลา คือแนวคิดการคาขายแบบแบงปน ไมหวังผลกำไรจนเกินไปเนนเรื่องศีลธรรมเปนเปาหมายเพื่อสรางสังคมคนดีมีศีล มีความสามัคคีในชุมชนรักถิ่นฐานเพื่อใหเกิดความกินดีอยูดีใชชีวิตพอเพียงเรียบงายพึ่งตนเองได เกิดประโยชนสูงสุดตามศักยภาพของชุมชนจึงเริ่มจัดตลาดวิถีธรรมโดยใชหลักการคาบุญนิยม ๔ ระดับมาใช ข เมื่อวิเคราะหตลาดวิถีธรรมของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม เปนตลาดทางเลือกที่ไมเนนเรื่องการทำผลกำไร โดยดำเนินตามหลักการ ดังตอไปนี้ ผลผลิต: ผลิตเองหรือจากจิตอาสาและเครือขาย ราคา: ขายราคาถูกภายในคายสุขภาพเทานั้น สถานที่: ชุมชนภูผาฟาน้ำ สนับสนุนการขาย: ขายสินคาราคาพิเศษภายในชุมชน, บุคคล: จิตอาสาภายในชุมชนที่รักษาศีล ๕ เปนขั้นต่ำ, กระบวนการ: เนนการพัฒนาคนใหมีศีลธรรม, ลักษณะทางกายภาพ: ยิ้มแยม เรียบงายเปนลักษณะเดนของทีมงานตลาดวิถีธรรม ค Thesis Title : Study and Analysis of Buddhist Dhamma Marketing of Phuphafanam Community, Mae Lao, Mae Taeng , Chiang Mai Researcher : Miss Plernpit Soungbunlue Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Assoc. Prof. Dr. Thepprawin Chanraeng, B.A. (Religions), B.A. (Thai Studies), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and Buddhism) : Dr. Virot Vichai, Pali III, B.A. (Philosophy), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : April 26, 2023 Abstract This dissertation encompasses three primary objectives: 1) to explore contemporary marketing theories and principles in relation to Buddhism; 2) to investigate the Dhamma-based marketing approach in Mae Lao Village, Mae Taeng District, Chiang Mai Province; and 3) to analyze the Dhamma Lifestyle Marketing of the Phu Pha Fah Nam Mae Lao Community, situated in Mae Taeng District, Chiang Mai Province. The methodology employed for this qualitative research includes document analysis, in-depth interviews, and participatory observation. The findings reveal that prevailing marketing paradigms in the general market are characterized by intense competition concerning quality and price, with the primary goal of maximizing profit, employing the 7Ps marketing mix. In contrast, Buddhist teachings related to the marketplace are not explicitly found in the scriptures; instead, they encompass the Michavanijja 5 doctrine, which forbids harmful trade involving humans and animals, emphasizing the Right Occupational Principles. These principles advocate for virtuous conduct as the central focus, promoting honesty and discouraging deceit, which starkly contrasts with contemporary profit-driven commerce. ง The marketing approach in Mae Lao, Mae Taeng District, Chiang Mai Province, particularly within the Phu Pha Fah Nam and Mae Lao communities, is characterized by a philosophy of communal sharing rather than an excessive pursuit of profit. The emphasis on morality aims to foster a society of ethically-minded individuals who adhere to precepts, demonstrate unity, and cherish their communities to attain a good quality of life marked by simplicity and self-reliance. In order to optimize community benefits, a Dhamma market has been established, guided by the principles of four levels of merit-making. Upon examining the Dhamma lifestyle market of the Phu Pha Fah Nam, Mae Lao Community, Mae Taeng District, Chiang Mai Province, it becomes evident that this alternative market does not prioritize profit generation. Instead, it operates based on the following principles: Product – derived from self-production or sourced from volunteers and networks; Price – set affordably, exclusively for health camp participants; Place – situated within the Phu Pha Fah Nam Community; Promotion – offering special prices within the community; People – volunteers from the community adhering to a minimum of the five precepts; Process – highlighting moral development; Physical appearance – exemplifying a modest and cheerful demeanor as the trademark of the lifestyle market team, fostering fairness. จ กิตติกรรมประกาศ ขออาราธนา คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ คุณบิดา มารดา คุณครูบาอาจารยและเจากรรมนายเวร ที่ประสิทธิประสาทวิชาเปนแสงธรรมสองทางใหผูวิจัยมีกำลังใจมีทิศทางในการเขียนวิทยานิพนธเลมนี้จนจบ ขอกราบขอบพระคุณ รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง ประธานที่ปรึกษา ดร. วิโรจน วิชัย กรรมการที่ปรึกษา และคณาจารยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทุกทาน ที่เมตตาใหกำลังใจ ใหคำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรูและแนวทางการดำเนินการวิจัย ผูวิจัยกราบขอบพระคุณเปนอยางสูงไว ณ ที่นี้ ขอกราบขอบพระคุณผูทรงคุณวุฒิผูตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย ดร.พิสิฏฐ โคตรสุโพธิ์ พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ.ดร., ผศ.ดร.สยาม ราชวัตร ที่กรุณาใหขอมูล ใหคำปรึกษา ตลอดจนชี้แนะแนวทางการสรางเครื่องมือในการทำวิจัยในครั้งนี้ ทานอาจารย ผศ.ดร. เยื้อง ปนเหนงเพ็ชร, รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ ที่เมตตาใหกำลังใจและคอยชวยเหลือใหคำปรึกษาแนะนำอยางตอเนื่องกับผูวิจัย ขอกราบขอบพระคุณเปนอยางสูงไว ณ ที่นี้ และคุณบุญมี แกวตา เจาหนาที่บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยที่คอยใหความชวยเหลือปรับปรุงแกไขรูปแบบ การพิมพงานวิจัยใหมีความถูกตอง ผูวิจัยกราบขอบพระคุณเปนอยางสูงไว ณ ที่นี้ งานวิจัยชิ้นนี้ ผูวิจัยไดใชความเพียรพอประมาณรวม ๒ ปในการที่จะเขียนงานวิทยานิพนธชิ้นนี้ออกมา เพื่อถายทอดความรู ประสบการณที่ผูวิจัยมีความถนัดและมองเห็นวาเปนประโยชนกับสังคมทั้งดานความเปนอยู เศรษฐกิจ จริยธรรม ศาสนา สังคมและชุมชน หากวิทยานิพนธเลมนี้ จะเปนประโยชนกับผูอานหรือผูที่คนควาขอมูลขอใหทานประสพผลดั่งที่ตั้งใจ ทายสุดนี้ ขอนอบนอมกราบขอบพระคุณ ทานอาจารยใจเพชร กลาจน ผูใหกำเนิดทางจิตวิญญาณแกผูวิจัย ตลอดถึงเหลาพี่นองจิตอาสาแพทยวิถีธรรมทุกทานที่มีสวนเกี่ยวของโดยตรงและผูที่คอยชี้แนะกระตุนใหวิทยานิพนธมาถึงจุดนี้ได คือ ดร. ผุสดี เจริญไวยเจตน ที่คอยใหกำลังใจและสงเสริมขอมูลในการเขียนงานวิทยานิพนธเลมนี้มาตั้งแตตน คอยบำเพ็ญชวยเหลือเกื้อกูล และเพื่อนนิสิตระดับปริญญาโท สาขาพระพุทธศาสนาทุกทาน ที่มีสวนรวมในการสนับสนุน ตลอดถึงผูแตงหนังสือตำราทุกทานและทุกเลม ที่ผูวิจัยใชอางอิงในงานวิทยานิพนธฉบับนี้ ตลอดถึงทานที่เกี่ยวของกับความสำเร็จของการการวิจัยนี้ที่ไมไดกลาวนาม ผูวิจัยกราบขอบพระคุณเปนอยางสูงไว ณ ที่นี้ นางสาวเพลินพิศ สังขบุญลือ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๖ ฉ สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอภาษาไทย ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ค กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ สารบัญตาราง ญ สารบัญภาพ ฎ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ ฏ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย ๕ ๑.๓ วัตถุประสงคของการวิจัย ๕ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๕ ๑.๕ นิยามศัพทเฉพาะที่ใชในการวิจัย/และเชิงปฏิบัติการ ๖ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ๖ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย ๑๙ ๑.๘ ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย ๒๑ บทที่ ๒ แนวคิดการตลาดในปจจุบันและหลักคำสอน ที่เกี่ยวกับการตลาดใน พระพุทธศาสนา ๒๒ ๒.๑ แนวคิดการตลาดในปจจุบัน ๒๒ ๒.๑.๑ ความหมายของตลาด และการตลาด ๒๒ ๒.๑.๒ ความเปนมาและความสำคัญของตลาด ๒๓ ๒.๑.๓ แนวความคิดหลักทางการตลาด ๒๕ ๒.๑.๔ แนวคิดสวนประสมทางการตลาด 7Ps ๒๗ ๒.๒ ความหมายและความสำคัญของตลาดในพระพุทธศาสนา ๒๙ ๒.๒.๑ ความหมายของตลาดในพระพุทธศาสนา ๒๙ ช ๒.๒.๒ ความสำคัญของตลาดในพระพุทธศาสนา ๓๐ ๒.๓ ลักษณะตลาดในพระพุทธศาสนา ๓๑ ๒.๔ หลักคำสอนที่เกี่ยวกับการตลาดในพระพุทธศาสนา ๓๒ ๒.๔.๑ เปาหมายชีวิตของชาวพุทธ ๓๓ ๒.๔.๒ อริยทรัพย ๗ ประการ ๓๖ ๒.๔.๓ สัมมาอาชีวะ ในมรรคมีองค ๘ ๓๗ ๒.๔.๔ วณิชชาสูตร ๓๙ ๒.๔.๕ กุศลกรรมบถ ๑๐ ๔๐ ๒.๔.๖ สัปปุริสธรรม ๗ ๔๑ ๒.๔.๗ ความไมประมาทในธรรม ในมงคล ๓๘ ๔๓ ๒.๔.๘ ทุติยปาปณิกสูตร ๔๓ ๒.๔.๙ อิณสูตร วาดวยความเปนหนี้ ๔๔ ๒.๔.๑๐ วณิชชสูตร เหตุใหการคาขายขาดทุนหรือไดกำไร ๔๔ ๒.๔.๑๑ สังคหวัตถุ ๔ หลักธรรมเพื่อการอยูรวมกันอยางสันติ ๔๕ บทที่ ๓ ตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ๔๙ ๓.๑ ความเปนมาและความสำคัญของตลาดวิถีธรรม ๔๙ ๓.๑.๑ บริบทของของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ๔๙ ๓.๑.๒ ความเปนมาของตลาดวิถีธรรม ๕๓ ๓.๑.๓ ความสำคัญของตลาดวิถีธรรม ๕๖ ๓.๒ ความหมายของตลาดวิถีธรรม ๕๗ ๓.๓ แนวคิดตลาดวิถีธรรม ๕๘ ๓.๓.๑ ของดี ๕๘ ๓.๓.๒ ราคาถูก ๕๙ ๓.๓.๓ ซื่อสัตย ๕๙ ๓.๓.๔ มีน้ำใจ ๕๙ ๓.๔ สวนประสมทางการตลาดของตลาดวิถีธรรม ๖๑ ๓.๔.๑ ผลิตภัณฑ (Product) ๖๑ ๓.๔.๒ ราคา (Price) ๖๗ ๓.๔.๓ ชองทางการจัดจำหนาย (Place) ๖๙ ซ ๓.๔.๔ การสงเสริมการตลาด (Promotion) ๗๓ ๓.๔.๕ บุคคล (People) ๗๔ ๓.๔.๖ กระบวนการ (Process) ๗๕ ๓.๔.๗ ลักษณะทางกายภาพ (Physical Evidence) ๘๑ ๓.๖ ผลของการทำตลาดวิถีธรรม ๘๒ ๓.๖.๒ ประโยชนที่ผูจัดตลาดจะไดรับ ๘๗ ๓.๖.๒ ประโยชนที่ผูซื้อในตลาดจะไดรับ ๙๐ บทที่ ๔ วิเคราะหผลการทำตลาดวิถีธรรมของชุมชนภูผาฟาน้ำ แมเลา อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ๙๕ ๔.๑ วิเคราะหแนวคิดตลาดวิถีธรรมของชุมชนภูผาฟาน้ำ ตามหลักคำสอนที่เกี่ยวของกับการตลาดในพระพุทธศาสนา ๙๕ ๔.๑.๑ ของดี ๙๕ ๔.๑.๒ ราคาถูก ๙๖ ๔.๑.๓ ซื่อสัตย ๙๖ ๔.๑.๔ มีน้ำใจ ๙๗ ๔.๒ วิเคราะหสวนประสมทางการตลาด 7Ps ของตลาดวิถีธรรม ๙๘ ๔.๒.๑ ผลิตภัณฑ (Product) ๙๘ ๔.๒.๒ ราคา (Product) ๙๘ ๔.๒.๓ ชองทางการจัดจำหนาย (Place) ๙๙ ๔.๒.๔ การสงเสริมการตลาด (Promotion) ๑๐๐ ๔.๒.๕ บุคคล (People) ๑๐๐ ๔.๒.๖ กระบวนการ (Process) ๑๐๑ ๔.๒.๗ ลักษณะทางกายภาพ (Physical Evidence) ๑๐๓ ๔.๓ ปจจัยสนับสนุนการจัดทำตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๑๐๖ บทที่ ๕ สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ ๑๐๙ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๑๐๙ ๕.๑.๑ แนวคิดการตลาดในปจจุบัน และหลักคำสอนที่เกี่ยวของกับการตลาด ในพระพุทธศาสนา ๑๐๙ ๕.๑.๒ การตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๑๑๑ ฌ ๕.๑.๓ ผลวิเคราะหการตลาดวิถีธรรม ของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๑๑๒ ๕.๒ ขอเสนอแนะ ๑๑๔ ๕.๒.๑ ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย ๑๑๔ ๕.๒.๒ ขอเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช ๑๑๕ ๕.๒.๓ ขอเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งตอไป ๑๑๕ บรรณานุกรม ๑๑๖ ภาคผนวก ๑๒๓ ภาคผนวก ก รายนามผูทรงคุณวุฒิตรวจเครื่องมือวิจัย ๑๒๔ ภาคผนวก ข แบบประเมินความสอดคลองของเครื่องมือกับวัตถุประสงคการวิจัย ๑๒๕ ภาคผนวก ค แบบสัมภาษณแบบสัมภาษณเพื่อการวิจัย ๑๓๑ ภาคผนวก ง หนังสือขออนุญาตสัมภาษณผูทรงคุณวุฒิ ๑๓๘ ประวัติผูวิจัย ๑๓๙ ญ สารบัญตาราง ตารางที่ หนา ตารางที่ ๑ การติดปายราคาใหชัดเจน วาสินคาที่ขายขายในราคาบุญนิยมระดับใด ๗๗ ตารางที่ ๒ ตัวอยางราคาสินคาที่ขายขาดทุน ในงานกิจกรรมฉลองหนาว ๘๓ ฎ สารบัญภาพ ภาพที่ หนา ภาพที่ ๑ ภาพปกจุลสารตลาดวิถีธรรม ฉบับที่ ๒ ๕๓ ภาพที่ ๒ ผลิตภัณฑหลักของตลาดวิถีธรรม: ขาววิถีธรรมไรสารพิษ ๖๓ ภาพที่ ๓ พืชผัก ผลไมไรสารพิษที่ปลูกเองในสวนปาตางๆ ๖๔ ภาพที่ ๔ มาตรฐานเกษตรอินทรียแพทยวิถีธรรม: มาตราฐานของคนดีมีศีล ๖๕ ภาพที่ ๕ น้ำพริกเผาเห็ด เผ็ดนอย สูตร ๑ พวธ “น้ำพริกพลิกโลก” ๖๖ ภาพที่ ๖ แครแบงปน หนาชุมชนภูผาฟาน้ำ ทุกวันศุกรกับพี่นองชนเผาปกาเกอะญอ ๗๐ ภาพที่ ๗ ภาพหมูชาวชุมชนภูผาฟาน้ำกับกิจกรรมเปดรานดอยฟา หนาชุมชน ๗๐ ภาพที่ ๘ ใจเพชร กลาจน ชาวชุมชนแมเลา (ปกาเกอะญอ) ชาวชุมชนแมเลา และนักเรียน โรงเรียนวัดแมเลา มารวมงานตลาดวิถีธรรม จัดครั้งแรก ที่ศาลาดอยฟา ๗๑ ภาพที่ ๙ ตลาดวิถีธรรมครั้งแรกภูผาฟาน้ำ ๗๒ ภาพที่ ๑๐ แผนปายประชาสัมพันธงานฉลองหนาวภูผาฟาน้ำ ป ๒๕๖๖ ๗๓ ภาพที่ ๑๑ กิจกรรมแลกของ พืช ผัก ไรสารพิษ กับของดีที่จำเปนในชีวิต งด เนื้อ นม ไข ๗๖ ภาพที่ ๑๒ สินคาในตลาดวิถีธรรมของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๘๑ ภาพที่ ๑๓ ตลาดอาริยะ ในงานฉลองหนาว ชุมชนภูผาฟาน้ำ ๘๓ ภาพที่ ๑๔ พอลูกไดของถูกใจภาพแหงความสุขจากงานฉลองหนาว (พอไดหมอนลูกไดที่นอน) ๘๔ ภาพที่ ๑๕ ภาพแหงความทรงจำเราทั้งผองพี่นองกัน ๘๕ ภาพที่ ๑๖ ภาพตลาดวิถีธรรมที่เกิดขึ้นในคายสุขภาพบน ชุมชนภูผาฟาน้ำ ๘๖ ฏ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ อักษรยอในวิทยานิพนธฉบับนี้ ผูวิจัยไดใชอางอิงขอมูลจากคัมภีรพระไตรปฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙ การอางอิงพระไตรปฎก จะระบุ เลม/ขอ/หนา หลังคำยอชื่อคัมภีร เชน ที.สี. (ไทย) ๙/๒๐๔/๖๙. หมายถึง สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค พระไตรปฎกภาษาไทย เลมที่ ๙ ขอที่ ๒๐๔ หนาที่ ๖๙ ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙ ๑. คำอธิบายคำยอในภาษาไทย ก. คำยอชื่อคัมภีรพระไตรปฎก พระวินัยปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา วิ.มหา. (ไทย) = วินัยปฎก มหาวิภังค (ภาษาไทย) พระสุตตันตปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก (ภาษาไทย) สํ.ส. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปฺจก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ปญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.สตฺตก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.อฐก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ชา.เอกก. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย เอกกนิบาตชาดก (ภาษาไทย) ฐ คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา ขุ.ชา.ทุก. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ทุกกนิบาตชาดก (ภาษาไทย) ขุ.ชา.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย มหานิบาตชาดก (ภาษาไทย) พระอภิธรรมปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา อภิ.สงฺ. (ไทย) = อภิธรรมปฎก ธรรมสังคณี (ภาษาไทย) ข. คำยอชื่อคัมภีรอรรถกถา อรรถกถาพระวินัยปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา วิ.มหา.อ. (ไทย) = วินัยปฎก สมันตปาสาทิกา มหาวิภังคอรรถกถา (ภาษาไทย) ๒. คำอธิบายคำยอในภาษาอังกฤษ บัญชีคำยอที่สำคัญเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ คำยอ คำเต็ม ความหมาย หมายเหตุ ed. editor บรรณาธิการ, ผูจัดพิมพ พหูพจนใช eds. ibid. ibiden เรื่องเดียวกัน ตางหนากัน no. (s) number(s) ฉบับที่ p. page หนา พหูพจนใช pp. vol. volume เลมที่ พหูพจนใช vols. บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา พระพุทธศาสนาไมไดมีเรื่องการตลาดแตมีแนวคิด เปนเรื่องของการปฏิบัติ ซึ่งเขาไปเกี่ยวกับการแกไขปญหาใหกับชีวิตของมนุษย ซึ่งในปจจุบันสภาพในสังคมและสิ่งแวดลอมรอบๆตัวเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากเรียกวาตามแทบจะไมทัน ถาเราไมเรงแกไขหรือชวยกันก็คาดวาจะเกิดความเสียหายตามมา งานวิจัยนี้จึงนำเสนอการทำตลาดที่มีคุณธรรมตลาดวิถีธรรมคือตลาดของการใหการแบงปนเพื่อเปนอีกทางเลือกหนึ่งใหกับสังคมที่กำลังเอารัดเอาเปรียบ ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไดนำหลักธรรมคำสอนมาชวยใหเราเขาใจโลกไดมากขึ้น เนื่องจากลัทธิความเชื่อและคานิยมอื่นๆ ไดเขามาทำหนาที่นี้แทน ระบบเศรษฐกิจแบบปจจุบันทำหนาที่เสมือนกับวาเปนศาสนาอยางหนึ่ง กฎเกณฑทางเศรษฐศาสตรมีหลักการทางวิชาการนอยยิ่งกวาเทววิทยาทางศาสนา และพระเจา ในเชิงเศรษฐศาสตร คือ “ตลาด” ซึ่งกอใหเกิดวงจรการผลิตและการบริโภคอยางไมบันยะบันยังโดยสรางแรงจูงใจวานี้เปนสิ่งที่จะชวยใหมนุษยหลุดพนไดอยางหนึ่ง เพราะเศรษฐศาสตรในฐานะกระแสหลักจึงเขามามีบทบาทมากขึ้น ดวยการสรางวงจรการผลิตและบริโภค และสรางแรงจูงใจแกผูซื้อวาสิ่งนี้จะทำใหมนุษยหลุดพนได ทำใหมีความสุขได0๑ ทุกๆ ประเทศเนนพัฒนาประเทศของตนโดยมุงเนนความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ โดยใชการคาในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและลัทธิบริโภคนิยม จนเกิดความเอารัดเอาเปรียบในสังคมวงกวาง การตลาดวิถีธรรมจึงสวนกระแสสังคมสวนกระแสโลก ที่ทำการตลาดแบบเฉพาะที่มีความโดดเดนแตกตางกับการคาขายทั่วไปโดยใชราคาขายที่มีความยุติธรรม และมีหลักของศีลธรรมเขามาเกี่ยวของกับสังคมที่มีการแขงขันสูงทุกวินาที การตลาดวิถีธรรมนำหลักการคาบุญนิยมมาใชโดยเปาหมายเนนการแบงปน และอยูรวมกันอยางผาสุก ของคนในประเทศ และผูกมิตรไมตรีกับกลุมที่มีอุดมการณเดียวกัน เปนการนำแนวทางการตลาดรูปแบบใหมมาใชจริงในสังคมโดยเริ่มจากสังคมเล็กๆ ภายในคายสุขภาพและเปนตลาดปดเพื่อวาในอนาคตตลาดวิถีธรรมคงเปนสวนหนึ่งที่จะชวยสังคมมนุษยชาติ ไดเปนการทำตลาดการคาที่เสียสละ แบงปน และไมหวังกำไรเปนตัวนำ เนนการใหการ ๑ เดวิด ลอย, ตลาด ลัทธิใหมของศาสนา, แปลและเรียบเรียงโดย พระชัยยศ ยโสธโร, (กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิโกมลคีมทอง), ๒๕๔๗. หนา ๑๐๓-๑๐๔. ๒ สามัคคีเปนสิ่งสำคัญและ สงเสริมกิจกรรมของการกินดีและอยูดีของประชาชนไดรับประโยชนเต็มที่ไมสงเสริมใหมนุษยเห็นแกตัวใหมีน้ำใจใหกัน ไมใชเนนความมั่งคั่งทางวัตถุนิยม โดยเฉพาะในปจจุบันสังคมการบริโภคไรความหมายและคุณคาในตัว หมกมุนแตเรื่องการผลิตและการบริโภค ทำใหมองขามประโยชนหรือ“คุณคาการใชสอย” ซึ่งเปนประโยชนแทจริงและยั่งยืน อีกทั้งมาตรฐานการบริโภคปจจุบันถูกวัดดวยปริมาณและมูลคาเปนหลัก ผูบริโภคเนนการบริโภคเพียงเพื่อ “โออวดตัวตน” เปาหมายสำคัญกลายเปน “สังคมอุดมกิน” ความสุขในปจจุบันเปนเพียงแคความสุขที่ไดจากการเสพ1๒ จากบทเรียนและประสบการณในอดีต ไดชี้ใหเห็นไดอยางชัดเจนวา พลังที่มีอิทธิพลตอการเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษยไปในทางที่เสื่อมลง คือ พลังทางเศรษฐกิจ ที่ไปกระตุนใหมีความโลภเพิ่มมากขึ้นดวยความกาวหนาทางเทคโนโลยี ที่มาพรอมกับสัญญาที่ไมเคยเปนความจริงวาจะใหความหมายใหมแกชีวิต ประกอบกับความรูไมเทาทันสิ่งเหลานี้ที่เกิดจากความไมรูที่สะสมในตัวมนุษย และถูกปดกั้นเอาไวดวยภาพมายาที่มาในรูปแบบตางๆ ที่หลากหลายนั่นเอง ความรวดเร็วของระบบขอมูลขาวสารที่สวนหนึ่งชวยใหสามารถสืบคนความรูไดสะดวกรวดเร็ว ในทางตรงกันขามกลับมีสวนชวยปดกั้นความคิดอันรอบคอบที่ตองผานการกลั่นกรองมาอยางดี ทำใหสนใจที่จะหาความรูที่งายรวดเร็วแตฉาบฉวย และลดโอกาสในการทำความเขาใจในชีวิตของตนเองลง2๓ ในยุคพุทธกาล การดำรงชีวิตของมนุษยชาติ ในพระพุทธศาสนาลวนแตมีความเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีของความเจริญในแตละสังคมที่คลายคลึงกันไป แตยังขาดซึ่งจริยธรรมการเขาถึงรากฐานของพุทธ คือ “ลดทุกอยางที่เกินความจำเปนของชีวิตผานการปฏิบัติ” อยางแทจริง เราปฏิเสธไมไดวาสังคมในยุคปจจุบันเต็มไปดวยการแขงขันและเอารัดเอาเปรียบ แสวงหาแตผลประโยชนและอำนาจ ขาดความเมตตา ขาดคุณธรรมที่พึ่งนาจะมีจึงเปนผลที่ทำใหสังคมขาดความจริงใจโดยแท ทุกอยางที่เกิดขึ้นในโลกนี้ เกิดขึ้นอยางมีเหตุผล สิ่งที่เกิดขึ้นลวนแตเปนผลลัพธของการกระทำในอดีต ซึ่งจะสงผลตอสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยอมสงผลใหไดรับการตอบสนองจากกลุมเปาหมาย ทั้งกับตนเอง ผูอื่น และสิ่งรอบขางไมทางใดก็ทางหนึ่ง ในมุมมองของผูวิจัยการทำตลาดวิถีธรรมในชุมชนอาจตอบโจทยของสังคมได เพื่อเปนมุมมองทางเลือกกับผูบริโภคเนน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive