610713_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แผ่นดินแห่งอนาคามีที่สมบูรณ์ด้วยสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์38 KB
วันที่แก้ไข28 กรกฎาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

610713_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แผ่นดินแห่งอนาคามีที่สมบูรณ์ด้วยสาธารณโภคี อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=138lz_eDGGgyiMMh-9Vd3lz4R8T2BxAl5nNSxfmmXERY ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1h_Soy-fsspD36AfnoxQPbtkcSz5rZ_0b

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน 13 หมูป่าปรากฏการณ์บอกทิศทางกระแสโลก สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้เป็นวันที่ 13 เลข 13 เป็นเลขที่เราได้ยินติดหู เรื่องหมูป่า 13 คนติดถ้ำ ดูเหมือนว่าจะเป็นเลขที่ไม่เป็นมงคล แต่ก็กลายเป็นเลขที่สวยงามได้ เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ อาตมานึกถึงที่ พ่อครูบอกว่า ต่อไปประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางคุณธรรมของโลก ก็ยังดูว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ยังมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งพวกกันอยู่ แต่จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น คุณธีรยุทธ บุญมี บอกว่าเป็นพลังบวกที่มีอยู่ในสังคมไทย ปรากฏการณ์ที่โลกจับตามองการช่วยชีวิตนี้ ก็ทำให้ดูว่ามีเค้าน่าจะเป็นไปได้ ที่พลังบวกพลังคุณธรรมในจิตวิญญาณคนไทยจะเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯก็มาประชุมที่บ้านราชฯ เพื่อคุยกันว่าอยากจะทำให้จังหวัดอุบลฯ เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ ทำ MOU กับผู้ว่าจะทำเกษตรอินทรีย์ให้ได้ล้านไร่ ก็ตอนแรกจะทำให้ได้สองแสนไร่ ตอนนี้มีห้าหมื่นไร่ ภายในปี 2564 ก็มีผู้ใหญ่บ้านที่เคยมาอบรมกับพวกเราเมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่เป็นลูกบ้านตอนนี้เป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว อบรมก็กลับไปทำเกษตรอินทรีย์ทำมา 10 กว่าปีเขาก็บอกว่าไม่ง่าย เขารู้สึกว่าการทำเกษตรอินทรีย์ไร้สารพิษมันจะต้องทำด้วยใจ ในช่วงที่เขาฝ่าฟันก็พบกับอุปสรรครายได้ ตอนแรกก็พอได้แต่พอมีการประกันราคาข้าวเกวียนละ 20,000 สมาชิกหา

อ่านต่อ

ยไปเกือบหมดเลย เพราะเขาไม่สนใจคุณภาพข้าว ใส่ใจแต่จะให้ได้ปริมาณมาขาย ตอนนี้เขาก็กำลังหนักใจอีกว่า รัฐบาลให้ทำเกษตรอินทรีย์แต่จะให้เงินปีละ 2000 ในปีแรกปีต่อไปให้ปีละ 3000 ทำให้เห็นว่าพอเป็นตัวเงินขึ้นมา คุณภาพก็จะเปลี่ยนไป แต่ถ้าเป็นเรื่องของจิตใจ อย่างตอนนี้ที่ถ้ำขุนน้ำนางนอน ปรากฏว่า แม้ช่วยเด็กออกไปได้แล้ว ก็ประกาศที่จะช่วยกันฟื้นคืนสภาพภูมิทัศน์ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะว่ามันเปลี่ยนทิศทางไป ต้องการให้เป็นการอนุรักษ์ให้เป็นที่ท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ มีจิตอาสาไปทำกันพันกว่าคน บางคนเป็นชาวบ้านบอกว่ามีความรู้น้อยก็สมัครไปเป็นแม่ครัวทำอาหารได้ ตามกำลังที่ตัวเองจะทำได้แม้จะเป็นคนเล็กคนน้อย แต่ก็มาด้วยใจและช่วยเหลือ ถ้าหากเอาเงินเป็นตัวตั้งก็จะไม่ได้จิตใจและจิตวิญญาณ ในหลวงองค์ปัจจุบันส่งเสริมเรื่องจิตอาสา มีชุดให้พร้อมเลย ให้เป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างคนสร้างสังคมให้เป็นไปได้ด้วยดี แต่อย่างไรก็ดีบางทีเรานึกไม่ออกว่าจะพัฒนาไปอย่างไร แต่ก็ทำให้เห็นโมเดลของ คนมาอบรมที่เขาจากเราไปเสียก่อน แต่ก่อนเขาเป็นชาวบ้านธรรมดา ตอนนี้เป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว และก็มี Power พอสมควร ที่จะเป็นผู้พานำพาทำ หากผู้ใหญ่บ้านพานำพาทำในสิ่งที่สมควรก็จะเป็นสิ่งที่ดี ตอนนี้การระดมจิตอาสาเป็นไปได้อย่างดี เราก็ไม่เคยคาดคิดว่าสังคมไทยเราจะเป็นไปได้ดีอย่างนี้ แต่เดิมมีแต่พวกแร้งลงไทยมุง เวลารถอุบัติเหตุก็จะมีคนไปเอาของคนบาดเจ็บ ตอนนี้กลับปรับเปลี่ยนทิศทางไปอย่างไม่น่าเชื่อ พ่อครูบอกว่า เป็นเพราะว่าคนไทยมี DNA ของโลกุตระ เป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน งานนี้ถ้าไปถามคนแต่ละคน ว่าเป็นฮีโร่เขาบอกว่าไม่ใช่ ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนไม่ได้หวังรายได้หวังชื่อเสียงอะไร ทุกคนมาเพื่อช่วย สิ่งที่อยากจะขอได้ก็คือขอให้เด็ก 13 คนนี้รอดปลอดภัย ในงานนี้มีประโยคทองเกิดขึ้นเยอะแยะ แม้แต่ชาวบ้านธรรมดา อย่างเมียของจ่าแซม เขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อรู้ว่าเด็ก 13 คนรอดได้หัวใจเขาโล่งโปร่งเลย ไม่ใช่โล่งเพราะว่าสามีตาย แต่เพราะว่า ภารกิจของสามีที่ทำไว้เสร็จแล้ว แล้วเขาไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเป็นปุถุชนคนธรรมดาไม่คิดว่าสังคมต้องมายกย่องอะไรเขา คนเราเมื่อไม่ได้คิดอะไรเพื่อตัวเองก็จะมีความสุข ถ้าหากคิดอะไรเพื่อตัวเองก็จะทุกข์ หัวใจของชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้คิดเพื่อตัวเองคิดว่าจะให้คนอื่นกลับจะเป็นหัวใจที่มีความสุขขึ้นมาทันที พ่อครูบอกว่าทิศทางที่ดีของโลกเริ่มดีขึ้นแล้ว ขนาดโค้ชทีมฟุตบอลโลกยังบอกว่า แชมป์ที่แท้จริงอยู่ที่ถ้ำ คือทีมหมูป่า

พ่อครูว่า...ก็น่าประทับใจ น่ายินดีอย่างที่แนวโน้ม จิตวิญญาณของชาวโลก มีความรู้สึกร่วม มีความเข้าใจร่วม มีการเห็นคุณค่าอันสำคัญขึ้นมาแล้ว เห็นคุณค่าอันสำคัญร่วม ซึ่งคุณค่าอันสำคัญมันเป็นเรื่องของสิ่งที่ประเสริฐสุดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือ คุณค่าอันสำคัญ เขตของความสำคัญคือคำว่าโลกุตระ มันตัดความเป็นตัวตน ตัดความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ตนออกไป นิยามชัดๆของโลกุตระคือลดตัวตน ความเป็นจริงของสภาวะจิตสภาวะธรรมของแต่ละคนนี่ มันลดจริงๆและการลดตัวตนมันไม่ได้เสียดาย มันไม่ได้ห่วงแหน มันไม่รู้สึกว่าเป็นการเสีย มันรู้สึกว่าเป็นการเจริญของตนเลย มันลดได้แล้วมันดีใจในเรื่องที่เราได้เสียสละ หรือว่าได้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ซึ่งมันเป็นความบริสุทธิ์ใจ เป็นเรื่องของสิ่งที่ศัพท์บัญญัติบอกว่า คือตัวตนเกี่ยวกับตัวตน แล้วมันก็ลดตัวตน ตัดความเป็นตัวตน ตัวตนก็จะต้องยึดว่าตัวเองนี้ได้ ยึดว่าตัวเองต้องมีต้องเป็น แต่นี่มันหายไป ตัวตนของเราส่วนนี้ มันหายไปลดลงไป มันลดลงไปได้ 5% 25% มันก็รู้สึกว่าอาการนั้นหมดไป ยิ่งรู้สึกว่าเราไม่มีความรู้สึกนึกถึงตัวเลย ชั่วขณะหนึ่งก็ตาม ก็นั่นแหละ เริ่มเป็นสภาพที่เป็นโลกุตรธรรมเข้ามาเรื่อยๆๆ แล้วก็ยินดีในการที่ตัวตนเราได้หายไป ยิ่งเป็นปัญญาเป็นความฉลาดที่ว่า ตัวตนมันหายไปนี้มันเป็นความเจริญนะ ถ้ายิ่งสำทับความเข้าใจ ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นว่า อาการอย่างนี้ของจิตอย่างนี้ยิ่งเป็นอาการที่ยิ่งวิเศษ นั่นแหละ ทิศทางของโลกุตระเกิดขึ้นในจิตใจ ซึ่งมันเป็นจริงศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วเป็นจริงและทำให้หมดตัวตนเลยได้ พวกเรานี่มันหมดมากความเป็นตัวตนหมดมากมาอยู่ในชาวอโศก เป็นแดนอาริยะในขั้นอนาคามีภูมิขึ้นไป นี่แดนอาริยะของพวกเรา เป็นแดนอนาคามีภูมิถึงขั้นอรหันต์ อนาคามีภูมิ ก็มีนิยาม มีการจำกัดความว่า เรามาทางนี้อย่างเกินครึ่งแล้ว เกิน 50% แล้ว มาถึง 75% เลย ขึ้นเป็น 60 70 75 เปอร์เซ็นต์ เลย 75% ก็เลยอนาคามีไปหาอรหันต์เลย เพราะฉะนั้นในช่วงที่เราเป็นอนาคามีนี่คือ อนาคามิ อนาคามิกะ หรืออนาคามี ผู้ที่มีภูมิ อนาคมะนี่ไม่ย้อนกลับไปอีก อนาคมะ ไม่ย้อนกลับไปเป็นชาวโลกอย่างนั้นอีกแล้ว อาคามะเป็นผู้ที่ต้องเวียนกลับไปสู่ชาวโลกอีก ไปเป็นอย่างคนโลกีย์อีก แต่อนาคามีมรรค อนาคามิกะ อนาคามีบุคคล มันไม่ไปแล้ว จิตมันไม่ไป มันมีปัญญา มันมีความรู้ว่า อันนี้วนเวียนมันเป็นทุกข์ร้อน ไม่รู้แล้วไม่รู้จบ อย่างนี้จบได้ดี มันมาอย่างนั้นจริงๆ ชาวอโศกเราถึงอาตมาไม่ห่วง ชาวโลกีย์เขาจะมาหลอกล่อชี้ชวนครอบงำอย่างไร เชิญ ใครไม่จริงก็หลุดไปตามเขา อาตมาไม่กลัวหรอก มวลที่มีอยู่มีมากพอ อาตมาไม่จำเป็นต้องต้านคนจะมาดึงเอาคนอโศกไป ไม่จำเป็นต้องต้าน คุณคิดว่าแน่มาเอาคนอโศกไปก็มาเอาไป ขออภัยที่พูดเหมือนท้าทาย มาเอาไปเลย จิตมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันจะเกิดปัญญา มันจะเกิดเจโตธรรมะ 2 จิตจริงๆ มันเป็นอย่างนี้ ปัญญามันก็รู้เลย มันต้องอยู่ทิศนี้อย่างนี้ ทางโน้นแน่ชัดไม่ไป เพราะฉะนั้นผู้อยู่ที่แน่นอนแล้ว ไม่มีใครแวบวับว่าไปตามเขา เขามีอะไรต่ออะไร รุ่งเรืองฟู่ฟ่ามากมายอะไรก่ายกอง ทั้งลาภ ยศ สรรเสริญโด่งดัง เด่น หรูหราฟู่ฟ่า เรายิ่งชัดเจนว่ามันฟุ้งซ่านฟุ้งเฟ้อฟรุ้งฟริ้งมันเกินไป มันจะชัดในใจของเราเลย เราไม่ยี่หระไม่แยแสไม่สนใจหรอก จิตมันจะเป็นจริงของมันอย่างนั้นเลย อาตมาถึงบอกว่า ถือเอาความจริงที่จิต ถ้าไม่จริงคุณก็ไป คุณจริงคุณก็อยู่ เป็นการพิสูจน์ความจริงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นอาตมาจะใช้เวลานี่แหละพิสูจน์ เพราะฉะนั้นจึงพยายามอยากจะอยู่กันยืนยาว โดยใช้วิธีนี้แหละ ดูซิว่าอย่างใจแก้วจะอยู่จนตายหรือเปล่า คิดว่าจะอายุเท่าไหร่จะตาย 100 หรือ? ตอนนี้ 69 แล้ว อีกปีก็ 70 แล้ว อีก 30 ปีเองจะตายถ้า 100 ไม่ใช่ว่าเราสิ้นไร้ไม้ตอกนะ เรามีความรู้มีความสามารถ มีแรงงานมีสมรรถนะ สร้างสรรอยู่ ทุกวันนี้เราก็สร้างสรรอยู่แล้วก็ไม่ได้หวงแหน เราก็ไม่ได้คิดว่าเป็นคุณค่าอะไรมากมายว่าเราจะต้องไปทวงบุญทวงคุณเอาอะไรคืนมา ไม่มีหรอก มันชัดเจนปัญญามันชัดหมดเลย มันสบายใจ ตอนนี้ก็อย่างไรๆ โรงเรือนตลาดแปรรูปก็เข้าไปร่วมหรือยัง ตอนแรกจะให้เป็นตลาดตอนหลังก็กลายมาเป็น อาคารหลังใหญ่แทนที่เป็นตลาด ตรงนั้นก็ให้เป็นที่สร้างผลผลิต เชิญเลย เป็นโรงเรือนใหญ่ห้อมล้อมไปด้วยเรือต่างๆ ที่พร้อมที่คุณจะพักที่นั่น ได้อาศัยอยู่ที่นั่นด้วยกัน แล้วมันจะเป็นร้านค้าย่อยของสิ่งผลิตอยู่ที่นั่นเลย เอาขึ้นมาใส่ร้าน เอาเรือเป็นร้านค้าปลีกย่อย หรือจะเอามาที่โรงเรือนตลาดใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ตั้งอีกได้ยังมีที่ว่างอีกที่คุณจะจอง คุณจะเอาสินค้าเอาผลผลิตตอนนี้ยังมีที่นะ อีกหน่อยเต็มแล้วอย่ามาร้องไห้นะ เต็มแล้วไม่มีที่จะได้แล้วนะ ตอนนี้ว่างโหวๆเหวๆ อยู่เลย เป็นแต่เพียงว่าคนไม่มาซื้อเขาเลยไม่อยากเอามากัน ถ้ารอคนมาเต็มแล้วคุณจะมาแล้วมันจะทันเขาเหรอ ต้องลงทุนหน่อยสิ ตอนแรกๆ ช่วยบุกเบิกหน่อยสิ จะมาชุบมือเปิบได้อย่างไร

มาอ่าน SMS 12 กรกฎาคม 2561 (พ่อครู : บวรราชธานีอโศก รีรัน)

_3867ขอบคุณบุญนิยมที่ออกรายการธรรมะเทปซ้ำพ่อครูให้ดูชดเชย!วันถ่ายสดตรงกับรายการพิเศษปิดศอร.จบภารกิจกู้วิกฤติภัยโลก

_3867สามัคคีพลังกู้ภัยสัมฤทธิ์ถ้ำหลวงจารึกประวัติศาสตร์โลกที่รวมกองทัพนานาชาตินักกู้ชีพหมูป่า!แปรพลังเปลี่ยนสงครามความรุนแรงที่รบกันด้วยอาวุธ เป็นสงครามกอบกู้วิกฤติภัยธรรมชาติปรวนแปรทั่วโลก รบกันด้วยหัวใจนักกู้ชีพกู้ภัย!สากลคงเจริญสุขสงบสันติศิวิไรซ้ทั่วโลก! พ่อครูว่า...จะเรียกว่าการรบมันก็ไม่ถึงขั้นรบ มันเต็มใจเหมือนการแข่งขันแต่ไม่ใช่แข่งขัน มันซ้อนมันมีสภาพการซ้อน ตั้งใจคนทำดีเต็มที่ให้ยิ่งๆ มันเหมือนแข่งกันทำดี แต่จิตใจไม่ได้แข่ง ต่างคนต่างเต็มที่ จึงเป็นคุณภาพเป็นประสิทธิภาพที่วิเศษ คุณคนนี้ใช้คำว่า รบกันด้วยหัวใจนักกู้ชีพ เขาไม่ได้รบ แต่ดูเหมือนแข่งกันก็ไม่ใช่ ต่างคนต่างเร่งกันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ โดยไม่คิดถึงชีวิตเลยจนกระทั่งมีเสียชีวิตกันไป นี่แหละคือการหมดตัวตน การลืมนึกถึงตัวตนแม้ตนจะตาย มันลืมไปเลย แต่ก็จริงๆ มันก็ไม่ถึงขั้น ปล่อยให้เลยเถิดจนตัวเองเจอภัยจนตาย มันต้องมีปฏิภาณมีไหวพริบพอที่จะรู้ตัวอยู่อย่างนั้น สากลคงเจริญสุขสงบสันติศิวิไรซ้ทั่วโลก! ใช่มันเริ่มแล้ว มันมีแนวโน้มมา

สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึก จิตใดเป็นจิตวิญญาณ _0015จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึก จิตใดเป็นจิตวิญญาณครับ พ่อครูว่า...ฟังดีๆ จิตสำนึกคือ จิตเบื้องบน จิตปกติที่มีการใช้เป็นสามัญทั้งภายนอกภายใน เรียกว่าจิตสำนึก conscious เป็นจิตพื้นฐานเบื้องต้นที่เป็นปกติของคนทั่วไป คนที่ไม่ได้ศึกษาก็จะใช้อันนี้เป็นปกติของเขา จิตใต้สำนึกก็ช่วยเขาอยู่ แม้จิตไร้สำนึก มันจะมีจิตสำนึก conscious จิตใต้สำนึก subconscious จิตอีกอันหนึ่งเป็นอนุสัยเลย เป็นจิตขั้นที่ 3 ลึกอยู่ในก้นบึ้งของจิตเลย เรียกว่าจิตไร้สำนึก Unconscious ถามว่า จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึก อันใดเป็นจิตวิญญาณ ก็ขอตอบว่าทั้งสองอันยังไม่เป็นจิตวิญญาณเต็ม เพราะวิญญาณหรือใช้คำว่าวิญญาณจะใช้คำว่าจิตวิญญาณควบก็เป็นอันเดียวกัน เป็นความเต็มของพลังงานจิตของเรา พลังงานวิญญาณของเรา conscious เป็นเจตสิกส่วนหนึ่ง subconscious ก็เป็นเจตสิกส่วนหนึ่ง หมายความว่าเป็นส่วนย่อยลงไปอีกจากวิญญาณที่มาทำงานหน้าที่ของแต่ละหน้าที่ ที่จะมีมิติที่ต่างกัน conscious ก็มิติหนึ่ง subconscious ก็อีกมิติหนึ่ง มันจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น จิตสำนึก conscious ที่เขาใช้ก็เป็นสามัญสำนึกทั่วไป จะใช้ จิตใต้สำนึก subconscious ก็เป็นส่วนหนึ่งของจิตที่ใช้เข้าไปใกล้กันกับ conscious มาก ลึกลงไปหาชั้นลึกเข้าไปอีก เขาแบ่งเป็น 3 ชั้น เขามี conscious subconscious Unconscious หรือจิตสามัญสำนึก ใต้สำนึก ไร้สำนึกก็มีแค่นั้น ยิ่งลึกลงไปหาอนุสัยเท่าไหร่ เรียกว่าเวทนา หรือเรียกว่าความรู้สึก เจตสิกแห่งความรู้สึก ส่วนหนึ่งของจิตเป็นความรู้สึก แยกไปเป็นภาษาคือมันไม่เต็มวิญญาณ มันไม่เต็มความเป็นจิตทั้งหมด มันก็เป็นส่วนมาทำหน้าที่ของมันแต่ละหน้าที่ และมันก็มีทั้งดีกรี มีทั้งความแข็งแรงต่างๆ นานา ซึ่งมันเป็นลักษณะที่เป็นคุณสมบัติเป็นสมรรถนะของมันเสริมขึ้นมา มันก็พัฒนาขึ้นมา เวทนาก็พัฒนาขึ้นมา แล้วมันก็เลื่อนชั้นเข้าไปสู่ที่ลึกขึ้นๆๆ จึงเรียกว่าจิตใต้สำนึก subconscious และจิตไร้สำนึก Unconscious ใครทำจิตสำนึกได้เต็มสมบูรณ์บริบูรณ์ หรือไม่บริบูรณ์เราก็ทำอันที่ 2 เพิ่มขึ้น ก็ทำจิตสำนึกต้นก็จะเป็นพื้นฐานต้นฐาน เป็นกำลัง Static ให้แก่อันต่อๆไป ต่อๆไปก็พัฒนาขึ้นก็เป็นพลังงานร่วมที่ใช้ร่วมคือ dynamic พัฒนาขึ้นจัดการทำงานเพิ่มขึ้นก็เจริญขึ้นเข้าไปลึกเข้าไปหา subconscious หรือจิตใต้สำนึก จนกระทั่งจิตใต้สำนึกขึ้นมาเต็มอีก มันก็มาเป็นจิตสำนึก จิตใต้สำนึกเลื่อนขึ้นมาเป็นจิตสำนึกเต็ม จิตไร้สำนึกก็เลื่อนขึ้นมาเป็นจิตใต้สำนึกอีกทีหนึ่ง หรือเราลึกเข้าไปโดยคำอธิบาย โดยจริงจิตมันเลื่อนขึ้นมา มันเจริญขึ้นมาหาปัจจุบัน มาหาปกติปัจจุบันสามัญของชีวิตมนุษย์ที่เป็น ถือว่าข้างนอกที่เกี่ยวข้องกับความเปิดตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทำงานร่วมกันเลย เป็นทั้งนอกทั้งในร่วมกันไปด้วยกัน นี่เป็นสามัญธรรมดาเป็นความจริงที่สุด เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้เป็นความจริงที่สุด ส่วนที่ลึกอยู่ที่ยังดึงออกมาใช้ไม่ได้ ไกลลึกไปถึงกระทั่งต้องควักไปถึงอดีตมันถึงจะได้ มันยิ่งไม่ใช่ หรือยิ่งไปเฟ้อเอาอนาคตเอาอะไรก็ไม่รู้เอาลมๆแล้งๆ ขึ้นมาใส่ มันก็ยิ่งยังไม่ใช่ เอาความจริงที่ตรงนี้ ปัจจุบันนี้ ตอนนี้อาตมาอธิบายปัจจุบันชัดเจนขึ้น เน้นขึ้น ฟังดีๆ จะเข้าใจ

สรุปอีกที จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึก เป็นส่วนประกอบของวิญญาณ อยู่ภายในวิญญาณ ต่างกันนะ เป็นพลังงานของจิตของคน ความรู้อันนี้เป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วอาตมาก็เรียนตามพระพุทธเจ้ามาจริงๆ มาในยุคนี้ความรู้ของคนกำลังเลื่อนไหลมาสู่พลังงานระดับจิต ระดับวัตถุเขาเก่งแล้วเก่งจนจะรู้รอบกันหมดแล้ว เอามาใช้งานได้เต็มที่จนกระทั่งออกไปนอกโลก ออกไปสร้างสถานีนอกโลก ไปเป็นอะไรต่ออะไรเยอะแยะมากมาย ซึ่งมันก็เสียพลังงานเสียเวลาไปอีกเยอะ ทุนรอนมากมาย ซึ่งป่วยการ จริงๆ อยู่ในพื้นโลกนี้มันก็เหลือแหล่ที่จะทำ แต่คนมันอยากใหญ่ มันอยากอวดอ้างอวดอยากเด่นอยากเก่งเขาก็ทำกันไป แต่แท้จริงแล้ว จิตที่ช่วยมนุษย์ให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์อันนี้สำคัญกว่า คนเห็นแล้ว ในโลกตอนนี้เข้าใจขึ้น มารวมกันให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เกื้อกูลกันช่วยเหลือกัน ใครตกต่ำก็พยายามช่วยกันให้ดีขึ้นมา ผู้ใดประพฤติชั่วพยายามช่วยกันให้ดี ให้เป็นมนุษย์ที่ดีอยู่ในสังคมร่วมกันเจริญทั้งโลกมากขึ้นๆ ความเข้าใจอันนี้เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว ชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นความรุนแรงที่จะทำร้ายกัน เกิดมาเป็นสัตว์ที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เสร็จแล้วก็วนเวียน เขาจะรู้ความหมุนเวียนของจิตวิญญาณ ศาสนาเทวนิยมส่วนใหญ่จะอยู่ทางยุโรปอเมริกานั้น เขาไม่รู้จิตที่วนเวียนเกิดๆ เขาไม่รู้ reincarnation การเกิดแล้วตาย เพราะศาสนาเทวนิยมเกิดแล้วเมื่อตายลงจิตก็ไปอยู่กับพระเจ้า นิรันดรด้วยชาติเดียว มาเกิดอีกมาเวียนอีกเขาไม่ต่อ ไม่มีความรู้ที่ว่า ไม่ใช่จิตไม่ใช่เกิดปุ๊บตายชาตินี้แล้วชาติเดียวแล้วไปอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าก็พิพากษาให้ลงนรกหรืออยู่สวรรค์กับพระเจ้าเอง ไม่ใช่เท่านั้น จริงๆไม่มีพระเจ้าบันดาลหรือกำกับอย่างนั้นด้วยซ้ำไป แต่คนจะต้องพึ่งพระเจ้า ภูมิฐานยังไม่ถึงต้องพึ่งฐานนี้ คนส่วนมากที่อวิชชาอยู่ยังไม่ถึงมีเยอะ คนจึงนับถือศาสนาพระเจ้าหรือพึ่งพาอันนี้มากกว่า พุทธไม่ได้รังเกียจ พุทธไม่ได้สงสัย พุทธไม่ได้ริษยา เพราะว่ารู้ความจริงว่าต้องเป็นเช่นนั้น เพราะเขามีภูมิรู้ได้เท่านั้น เขาต้องทำขนาดนั้น ขออภัยนะที่พูดเหมือนข่ม เพราะฉะนั้นเราจึงบอกจะไปทำไมจริงๆ เราก็รู้แล้วเท่านั้นเราก็ผ่านมาแล้ว เรารู้อันนี้กว่านี้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่มีปัญหา เป็นแต่เพียงระวังเสียอย่าไปข่มเขาอย่าไปดูถูกดูแคลนเขาเท่านั้นเอง ศาสนาเทวนิยมที่เป็นลัทธิที่แรงก็แตะไม่ได้จึงต้องระมัดระวัง คริสต์นี้ค่อยยังชั่วรู้ตัวขึ้นมามากแล้ว แตะได้พอได้ แต่ศาสนาหลายศาสนาอย่าพึ่งไปแตะ แตะแล้วเป็นเรื่องดีไม่ดีตายด้วย เพราะพวกนั้นรุนแรง รุนแรงอย่างไม่ไว้หน้าด้วย เพราะงั้นเสียผลไม่เกิดประโยชน์ ต้องระมัดระวัง อันนี้ระมัดระวังจริงๆ อาตมาระมัดระวังมากเรื่องนี้ แต่ไม่รู้มันจะพลาดเมื่อไหร่ ถ้าพลาดขึ้นก็ซวย แต่ไม่ให้พลาด เพราะยากเขาเข้าใจยากแก้ตัวไม่ได้ เขายึดถืออย่างนั้น เขาถืออย่างนั้น เขาจริงอย่างนั้น เขาก็หวงแหนเชิดชูบูชาอย่างนั้นจริงๆ เราต้องระวัง สัจธรรมพวกนี้เป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าศึกษาตรัสรู้และเอามาประกาศ อาตมาศึกษาตามมาทุกวันนี้แล้วก็อุ่นใจ ดีใจ ชื่นใจที่ คนชักจะเข้าใจความละเอียดลึกซึ้งอันนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมในโลก เป็นพฤติกรรม เราหยิบขึ้นมาเป็น phenomenal ของในหลวงก็ดี พฤติกรรมของในหลวง ซึ่งอธิบายยาก อาตมาเคยโยงใยไว้แล้วว่า ไอน์สไตน์เขียนจดหมายบอกลูกเอาไว้ว่าเป็น Bomb of love ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ก็ยินดีพร้อมใจกันทั่วโลกทุกประเทศ เป็นการตื่นตัวตื่นเต้น แล้วก็เป็นการเสียดาย เป็นการเชิดชูบูชารวมกันเป็น Bomb of love ที่ยิ่งใหญ่ ไอน์สไตน์ก็บอกลูกว่า พ่อก็อธิบายให้ลูกฟังไม่ไหว อธิบายไม่ได้ว่ามันจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในอนาคต ตามภูมิของเขา เป็นอนาคตังสญาณของไอน์สไตน์ อาตมาเจอจดหมายฉบับนี้ของไอน์สไตน์อาตมาจึงเอาออกมาพูด ชี้ให้เห็นได้เลยว่าเหตุการณ์ 59 ของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ Bomb of love อาตมาพูดไปเขาก็ไม่ฟังหรอก อาตมาเป็นอาภัพบุคคล แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจมากขึ้นแล้ว เหตุการณ์ของหมูป่าก็ย่อยลงมาอีก จะมีเหตุการณ์อะไรอื่น ความจริงเหตุการณ์อื่นพวกเราก็ทำมาแล้ว เหตุการณ์นี้มันเฉพาะเรื่อง โดยประเด็นหยิบเอาความเป็นชีวิตอย่างเดียว จงมาร่วมกันช่วยชีวิต เท่านั้นเอง ประเด็นสำคัญ มันตัดกรอบ เข้ามาตีกรอบเข้ามาเอาแค่นี้ ชีวิตคนซึ่งสำคัญนะ มี 13 คน ทั้งๆที่คนในโลกนี้มีตั้งเจ็ดพันกว่าล้าน เขาเห็นความสำคัญของชีวิตขึ้นมา นี่คือคุณค่าของคนที่เห็นว่าโอ้โห อาตมาสอนเอาธรรมะพุทธเจ้ามา ศีลข้อที่1 อย่าฆ่าชีวิตสัตว์ใดๆ พยายามย้ำแล้วย้ำอีก แต่ข้อสุดท้ายที่ท่านตรัสไว้ในศีลข้อที่ 1 มีความปรารถนาดีต่อสัตว์ทั้งหลาย หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ เพราะฉะนั้นคำสุดท้ายของศีลข้อที่ 1 1.ละการฆ่าสัตว์ 2.เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ละนี้ไม่ทำ เว้นนี้อาจจะเว้นหนึ่งไม่เว้นหนึ่ง แต่ละนี้คือขาด ปล่อย ถ้าเว้น อันนี้เว้นอันนี้ยังไม่เว้นนะ มันจึงมีน้ำหนักหรือความหมายต่างกัน ละมันสูงกว่า 1.ฆ่า ฆ่านี้แรงสุดไม่ฆ่า ละการฆ่า เว้นการฆ่า วางทัณฑะ วางศาสตรา วางวัตถุหยาบเลย ทัณฑะนี่ วางวัตถุฆ่าหยาบเลย ระเบิดไฮโดรเยนเลยอะไรอย่างนี้ หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ปืนกลปืนสมัยใหม่ อาวุธสมัยเก่าก็ตามอาวุธของที่ร้ายแรงที่สุด วางศาสตรามีความหมายทั้งอาวุธและความรู้ เพราะฉะนั้นจะเป็นอาวุธที่ใช้ความรู้เนียนขึ้นมาดูเหมือนมันร้ายแรง มันเนียนในนะ ที่จริงมันแรงกว่าอาวุธหยาบด้วยซ้ำไปอย่างนี้ได้ ศาสตรา วางหมด สรุปก็คือเครื่องฆ่า จะเป็นอาวุธหยาบๆ ใหญ่ๆ หนักๆ สมัยโบราณกิโยตินอย่างนี้เป็นต้น หรือสมัยของเปาบุ้นจิ้น เครื่องประหารหัวสุนัข ก็วางหมด วางศาสตราวางอาวุธแล้วก็ยังมีความละอาย ละอายที่จะไปเบียดเบียนสัตว์ไปทำร้ายสัตว์ เราเป็นมนุษย์ เราเป็นผู้จิตสูงเราเป็นสัตว์ชั้นสูงแล้ว ทำไมจะไปทำลายสัตว์ชั้นต่ำเหมือนผู้ใหญ่ มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ เราเป็นสัตว์ชั้นสูงแล้วทำไมจะไปทำร้ายสัตว์ที่ชั้นต่ำ เหมือนผู้ใหญ่ที่ไปรังแกเด็ก มันแย่นะ มันต้องเสียสละให้เด็กสิ เด็กจะทุบจะตีเราบ้าง เราก็ทนได้ จะรังแกเด็กเมื่อไหร่ก็ทำได้ เพราะฉะนั้นมันก็สลับไปสลับมาในความสำนึก ในความคิดของคนอยู่ที่การเสียสละ ที่จะใช้ความแข็งแรง ใช้ความเป็นผู้ใหญ่ผู้ที่อยู่เหนือ จะต้องช่วยผู้ที่ด้อยกว่า มันสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็มีความละอาย มีความเอ็นดูในสัตว์ทั้งหลาย แล้วก็มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า...พ่อครูเอาจุลศีลมาอธิบาย บางแห่งเขาเข้าใจผิดว่าสอนแต่ศีล 5 เขาไม่ได้รู้ว่าไม่ใช่แค่ฆ่าสัตว์ มีการวางทัณฑะ วางศาสตรา มีความละอาย มีจิตเอื้อเอ็นดู เขาเข้าใจแต่เพียงว่าไม่ฆ่าสัตว์ จบแล้วศีลข้อที่ 1 แต่มันมีรายละเอียดอีก พ่อครูว่า...ก็ได้ เบื้องต้นหยาบๆ ทำได้อย่างนั้นก็เอา แต่มันไม่จบแค่นั้นนะ ศีลข้อ1 มันยังไม่เต็มนะ ศีลข้อ 1 เต็มก็สวยงาม มันมีจิตไสรทำร้าย ไม่เป็นภัยต่อสัตว์ใดๆเลย นี่เป็นแนวลึกของศีลข้อที่ 1 เพราะงั้นเราก็พยาบามปฏิบัติ มันไม่เสียหายอะไรนี่ ถ้าเราเองจะไม่เป็นโทษภัยจนสัตว์ทั้งหลายไม่กลัวเรา สัตว์ทั้งหลายไว้ใจเรา จะเห็นได้ว่า แดนของพวกเรา นกกระจาบมาสร้างรังเยอะแล้ว นกกระจาบมันมีเซ้นส์ของมันนะ ที่ไหนไม่ปลอดภัยมันก็ไม่ไปอยู่นะ 1. ความสะอาด 2. ปลอดภัย มันเป็นเครื่องวัดบรรยากาศของสังคม 1.บรรยากาศมีความสะอาดไม่มีพิษภัย 2. ปลอดภัย นี่นกกระจาบเป็นตัวชี้ค่าอันนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้นกกระจาบมา ที่สวนบุญผักพืชก็มีรังนกกระจาบมาสร้างรังเยอะแล้วเดี๋ยวนี้ ดินแดนของพวกเราจะมีเพราะมันมี sense ที่จะไว้ใจได้ ถ้าหากที่ไหนไว้ใจไม่ได้มันไม่สร้าง นกกระจาบมี sense อะไรอย่างอื่น สัตว์เดรัจฉานจะมี sense พิเศษ มันต้องรักษาตัวมันชีวิตของมัน เก่งกว่าคนหลายอย่าง คนนี่กลายเป็นไม่เก่งเท่าสัตว์พวกนี้เยอะ ศีลที่อาตมากำลังอธิบายอยู่ขณะนี้ ก็พยายามตามไปแล้วก็ขยายความเป็น อธิจิต อธิปัญญา อธิมุติหรืออธิวิโมกข์ อธินี่หมายความว่าจิตมันโน้มน้อมไป เจริญไปเรื่อยๆ ไปถึงจุดสำคัญของศีล จุดสำคัญของสมาธิ จุดสำคัญของปัญญา จุดสำคัญของวิโมกข์และวิมุติพวกนี้ พลังงานของจิตมันก็จะเจริญขึ้นไป พลังงานของจิตจะเจริญสูงขึ้นไป เป็น trend เป็นแนวโน้ม ไปทิศทางนั้น เข้าสู่กระแสไปเรื่อยๆ

สื่อธรรมะพ่อครู(พระสูตรอื่นๆที่สำคัญ) ตอน อัมพัฏฐสูตร เทวดา มาร คือจิตอย่างไร อาตมาเอาอัมพัฏฐสูตร อธิบายถึงข้อใดแล้ว..ย้อนหน่อยว่าอัมพัฏฐะนี้ไปพบพระพุทธเจ้า อัมพัฏฐมานพ เป็นผู้รู้ในศาสนาพราหมณ์ เขาก็หลงตัวเองว่าพวกกษัตริย์เป็นเพียงพวกที่ไปรบเท่านั้น บริหารประเทศเท่านั้น สำหรับความรู้ก็ต้องยกให้พราหมณ์ เขาก็หลงตัวเองว่าตัวเองเป็นผู้เรียนจบไตรเพท แต่เขาไม่มีสภาวะมีแต่ภาษาบัญญัติเหมือนยุคนี้รู้แต่ภาษารู้แต่บัญญัติเยอะแต่สภาวะไม่ค่อยมีเพราะงั้นก็เลยไม่ค่อยมีผลสำเร็จอะไร พวกเรามาลงถึงสภาวะภาษากลับก็ไม่ค่อยเก่ง โดนเขาว่าอยู่เรื่อย โดนเขาว่าทางภาษา อาตมาก็ไม่มีปัญหา ยิ่งแรกๆ อาตมาโดนด่าหนักด้วยภาษา อาตมาก็จริงๆด้วยไม่ช่ำชองไม่เก่ง เดี๋ยวนี้ก็ยังพึ่งเขาเยอะพึ่งทางภาษาเขาเยอะ แต่อาตมามั่นใจว่าอาตมาทางสภาวะมั่นใจว่าเหนือกว่า ก็ขอพูดความจริงใจอันนี้ อาตมาจึงไม่มีปัญหา เข้าใจว่าข้อด้อยของเราคืออะไร ข้อเด่นของเราคืออะไร อาตมาไม่มีปัญหา ทีนี้ก็มาสรุปที่จรณะกับวิชชา อัมพัฏฐมานพทูลถามว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ [162] อัมพัฏฐมาณพทูลถามว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้นเป็นไฉน. พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอัมพัฏฐะ ในวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม เขาไม่พูดอ้างชาติอ้างโคตรหรืออ้างมานะว่า ท่านควรแก่เรา หรือท่านไม่ควรแก่เราอาวาหมงคล วิวาหมงคล หรืออาวาหวิวาหมงคล มีในที่ใด ในที่นั้นเขาจึงจะพูดอ้างชาติบ้างอ้างโคตรบ้าง หรืออ้างมานะบ้างว่า ท่านควรแก่เรา หรือท่านไม่ควรแก่เรา ชนเหล่าใดยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างชาติ ยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างโคตร ยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างมานะ หรือยังเกี่ยวข้องด้วยอาวาหวิวาหมงคล ชนเหล่านั้น ชื่อว่ายังห่างไกลจากวิชชาสมบัติ และจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม การทำให้แจ้งซึ่งวิชชาสมบัติและจรณสมบัติ อันเป็นคุณยอดเยี่ยมย่อมมีได้เพราะละการเกี่ยวข้องด้วยการอ้างชาติ ความเกี่ยวข้องด้วยการอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน