561123_วันสุกดิบ รวมเผ่าไทยสามัคคีโค่นล้มระบอบทักษิณปฏิรูปประเทศไทย.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์21 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

561123_เทศน์วันสุกดิบก่อนดีเดย์ โดยพ่อครูและอ.ปราโมทย์ เวทีมัฆวานฯ เรื่อง มหาประชาชนปราบกบฏผีบุญดิจิตอล

เมื่อวานนี้ คปท.ย้ายเวทีไปอยู่ที่แยกนางเลิ้ง และวันนี้ กปท.และกองทัพธรรมก็ย้ายเวทีมาที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ หน้า UN วันนี้เป็นวันแรกที่พ่อครูได้ใช้เวทีมัฆวานฯ พ่อครู...วันนี้นามธรรมเป็นหลัก รูปธรรมก็จะเสริม เราเคลื่อนมาอยู่ตรงนี้ อยู่ในจุดของพระอินทร์รังสรรค์ พระอินทร์เป็นนามธรรมอันยิ่งใหญ่ พร้อมหมดทั้งตัวตนบุคคล พระอินทร์ก็มา เทวดาดี สุเทพ ก็มา เป็นเหตุการณ์ที่พอดีมาก เป็นส่ิงที่ต้องรังสรรอย่างนี้

วันนี้ แกนนำของสามเวที รวมทั้งเครือข่ายที่ร่วมโค่นล้มระบอบทักษิณ เช่นกลุ่มนักธุรกิจสีลมเป็นต้น มาขึ้นเวที จากเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตอน ๑๘.๐๐ น. เสร็จแล้วมาที่เวทีมัฆวานรังสรรค์และจะไปต่อที่เวที่ที่แยกนางเลิ้ง และขณะที่พ่อครูเทศน์ไปเล็กน้อย แกนนำก็มาถึงเวที่มัฆวานฯและก็มาปราศรัยเป็นเชิงสัญลักษณ์ของการรวมกันของกลุ่มทุกกลุ่มที่มีเป้าหมายโค่นล้มระบอบทักษิณ ๑๘.๔๗ สหายร่วมรบโค่นระบอบทักษิณ มารวมกันที่เวทีผ่านฟ้าฯ และร่วมปราศรัยคนละเล็กน้อย

พ่อครู...เทศนาต่อ...เราเป็นคนพระพุทธเจ้าตรัสว่าคนเราทิ้งธรรมะไม่ได้ ศาสนาไหนๆก็เอาธรรมะอยู่กับชีวิตกับสังคมทั้งนั้น มีพันตำรวจโท ศุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ได้สรุปมาให้ว่า...เรื่องจริง ตามหลักพฤตินัยและนิตินัย รัฐบาลชุดนี้รวมทั้งนปช.กำลังทำการณ์อันเป็นกบฏ เจตนาทำลายศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งก่อนและหลังตัดสิน ก็คือเป็นปรปักษ์กับกฏหมายในระบอบปชต.อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พ่อครูว่า...เราต้องพยายามแสดงอำนาจอธิปไตยของประชาชน เราชุมนุมประท้วงมาตลอด เมื่อใครทำผิด ข้าราชการ นกฏหมาย หรือผู้แทนในสภา คนเดียวเราก็ออกมาประท้วงได้ ถูกกฏหมาย ไม่มีสิ

อ่านต่อ

ทธิ์ขัดขวาง จนท.ขัดขวางก็ทำผิดกฏหมาย พวกเราสบายใจได้ เราทำมา ๓ เดือนกว่า นี่เป็นเพราะพระสยามเทวาธิราชิทธิ์ ทำให้ในประเทศไทยมีการปฏิวัติอย่างไม่เกิดความรุนแรง ประเทศอื่นเกิดรุนแรงมาตลอด แต่ของไทยเราเกิดในเวลานี้งดงามผุดผ่อง เป็น Best Record ในโลกด้วย ย่ิงทุกวันนี้เป็นโลกโลกาภิวัฒน์ด้วย ข่าวก็ออกไป ตอนนี้รัฐบาลเป็นกบฏ ไม่ใช่พวกเราเป็นกบฏ เพราะถ้าพวกเราทำผิด รัฐธรรมนูญเราก็กบฏ แต่ว่าปรากฏว่า รัฐบาลทำผิด รัฐธรรมนูญต่างหาก รัฐบาลจึงเป็นกบฏ ต่อไปจะอ่านที่คุณเปลว สีเงินได้เขียนไว้ดีมาก เรื่อง “ในทางเลือกที่ไม่มีทางรอด”

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๒ "นายศิลา วงศ์สิน" ประกาศตัวไม่ขึ้นต่ออำนาจปกครองบ้านเมือง ตั้งตนเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ชักชวนให้ชาวบ้านเข้ามาอยู่ในอำนาจปกครองของตน พร้อมตั้ง "เมืองอิสระ" ขึ้นทางภาคอีสาน เรียกกบฏครั้งนั้นว่า "กบฏผีบุญ"! มาถึงวันนี้ พ.ศ.๒๕๕๖ "ประธานรัฐสภา-รองฯ" "สมศักดิ์-นิคม" พร้อมด้วย ๓๑๒ ส.ส.-ส.ว.และพรรคเพื่อไทย ที่ขะมักเขม้นเปลี่ยนประเทศให้เป็น "แดงทั้งแผ่นดิน" ประกาศไม่ขึ้นต่ออำนาจปกครองบ้านเมือง โดยไม่ยอมรับอำนาจศาล เรียกกบฏครั้งนี้ว่า "กบฏรัฐธรรมนูญ"! อืมมมมม....ห่างกัน ๕๔ ปี จากกบฏผีบุญ มาถึงกบฏรัฐธรรมนูญ ก็ไม่พ้นคำว่า..สิน..ษิณ แถมมีเจตนาและเป้าหมาย "แยกประชาชน-แยกประเทศ" สถาปนาตนเป็นเจ้าเหมือนๆ กัน! เมืองหลวง "รัฐไทยใหม่" ของทักษิณ ได้ยินเขาบอกว่าจะตั้งที่อุดรธานี แต่เมืองใหม่ที่ผีบุญตั้งครั้งนั้น อยู่ในป่าแถวๆ นครราชสีมา "บทจบ" ของกบฏผีบุญ "นายศิลา วงศ์สิน" จบด้วยถูก "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ใช้ ม.๑๗ ยิงเป้า! ส่วน "บทจบ" ของกบฏรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย โดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, ๓๑๒ ส.ส.-ส.ว., นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์-นายนิคม ไวยรัชพานิช รวมทั้ง "นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี จะจบแบบไหน-อย่างไร? คงไม่จบด้วย ม.๑๗ แต่จะจบด้วยอำนาจมหาประชาชน ๗๗ จังหวัด และการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.เป็นเบื้องต้น! เว้นแต่ตัวเองจะ "ชิงจบ" เสียก่อน ด้วย ๑.ยุบสภาฯ ๒.ลาออก และ ๓.ฆ่าตัวตาย!! ก็เห็นแล้วทั้งแปลกและทุเรศ บอกว่าเป็นกรรมการยุทธศาสตร์และแกนนำเพื่อไทย มีทั้งรัฐมนตรี ส.ส. นักกฎหมายฝรั่งเศส อดีตทหาร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย แต่คิดและทำ "เถื่อน-ถ่อย" ยิ่งกว่าผีนรก และเหมือนเป็นสัญญาณบอกถึงความตกต่ำใกล้ตายของพรรค ก็ลองถึงขนาดต้องเอาคนอย่างจ่าหัวขี้เรื้อน ไอ้พระเอกยี่เกหน้าวอกขึ้นมาอยู่ในระดับแกนนำผู้กำหนดยุทธศาสตร์พรรค มันก็...จบแล้ว! สำหรับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มาถึงป่านนี้ กลิ่นอาย "ตายทั้งเป็น" กรายอยู่บนหัวแล้ว ยังไม่รู้สึก-สำนึกแห่งผิด แห่งถูก ไม่ทำตัวให้ประชาชนรู้สึกสงสารในฐานะ "สตรีแหลที่น่ารัก" คนหนึ่ง ซึ่งตกเป็นเครื่องมือ "ตัณหา-พยาบาท" ของเจ้าพี่ชาย การรีบนำ พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายนั้น ทำตาใสอ้างได้ว่า ทำตามกรอบเวลากฎหมายระบุ แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมาชัดแล้วว่า พ.ร.บ.นั้น ทำกันด้วยพฤติกรรมและวิธีการที่ผิด รู้แล้วแทนที่จะสำนึกและประสาน "สำนักราชเลขาธิการ" ขอร่าง พ.ร.บ.นั้นคืน ก็...ไม่ทำ! กลับไปทำตามคำแนะนำของกรรมการยุทธศาสตร์และแกนนำพรรคที่ประกาศเป็นกบฏ โดยดื้อแพ่ง ไม่ยอมรับอำนาจศาล! เช่นนี้ เท่ากับลบล้างข้ออ้างที่ว่า "นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามกรอบเวลากฎหมาย" เปลือยตัวตนและเจตนาให้เห็นชัดแจ้งว่า ที่ทำไปทั้งหมดนั้น "จงใจ"! ไม่มีนักการเมืองอารยประเทศไหนในโลกจะหนังหนา-หน้าด้าน ไร้จิตสำนึก ไร้ธรรมาภิบาลเท่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ เท่าประธานรัฐสภาสมศักดิ์ และรองฯ นิคมอีกแล้ว ผิดชัดแจ้งขนาดนี้ ยังดื้อด้านอยู่ ไม่อายใคร-ไม่อายโลก แถมยังทำกำแหงโจร จะไปฟ้อง ไปร้องถอดถอนตุลาการที่วินิจฉัยซะอีก! ในเมื่อไม่ยอมรับอำนาจศาล ซึ่งเท่ากับไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แล้วจะไปฟ้องศาลอีกทำไม เพราะนั่นเท่ากับยอมรับอำนาจศาลนะ? โธ่ ไอ้ทุเรศ....! อะไรที่ศาลตัดสินไม่ถูกใจกู กูไม่ยอมรับ แต่อะไรที่กูต้องยืมมือศาลไปจัดการคนอื่น ตรงนี้กูยอมรับ เอากันด้านๆ อย่างนี้น่ะนะ..ไอ้หัวขวด? มันหมดสภาพพรรคการเมือง สภาพนายกฯ สภาพ ส.ส.ไปแล้ว สำหรับเพื่อไทย ต้องระงับบัญชีเงินเดือน ไม่ยอมให้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ต่อไป เพราะการประกาศ "ไม่ยอมรับอำนาจศาล" ทำเป็นทางการในนามพรรค การปฏิเสธอำนาจศาล เท่ากับปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในเมื่อสถานะ ส.ส.ก็ดี นายกฯ ก็ดี พรรคก็ดี ประธาน-รองประธานรัฐสภาก็ดี ล้วนมาจากรัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญไม่มีแล้วในการยอมรับของพวกเจ้า.... หัวโขนที่พวกเจ้าสวมอันได้มาตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องไม่มีแล้วเช่นกัน! สภาพยิ่งลักษณ์วันนี้ คือสภาพ "นายกฯ ปูง่อย" นี่ก็วันเสาร์ ๒๓ พฤศจิกา พรุ่งนี้อาทิตย์ที่ ๒๔ พฤศจิกา "สุเทพ ณ ราชดำเนิน" เขาเชิญชวนคนทั่วประเทศมารวมกันเป็น "มหาประชาชนชาวราชดำเนิน" นับล้าน มากันทำไมเป็นล้าน? มาจับ "ปูง่อย" ลอยแพไปดูไบน่ะซี! ในสภาพปิดบน-ล่างแพลม, ปิดล่าง-บนโผล่ มีคนสงสัยว่า ทำไมยิ่งลักษณ์จึงไม่ชิง "ยุบสภาฯ" กุมสถานภาพ "นายกฯ รักษาการ" ไว้ก่อน? เลือกตั้งใหม่ภายใน ๒-๓ เดือน พ.ร.บ.นิรโทษฉบับสุดซอยที่แช่แข็งไว้ ๑๘๐ วัน ก็ยังใช้ได้ เลือกตั้งใหม่ยังไงเพื่อไทยก็ชนะ ก็เอาเข้าสภาฯ ใหม่ประกาศใช้ได้เลย ตัวเองก็จะเป็น "นารีขี่ม้าขาว" คัมแบ็ก! แต่วันนี้ยุบไม่ได้แล้ว เพราะอยู่ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่หลังวันที่ ๒๙ พ.ย.เป็นต้นไป คืออภิปรายเสร็จแล้ว ไม่แน่นะ เธออาจยุบก็ได้!? เหตุที่ไม่ยุบก่อนหน้านี้ เพราะต้องการใช้ "รัฐสภาทาส" เป็นตรายาง ปั๊มกฎหมายกู้ ๓.๕ แสนล้าน, กู้ ๒ ล้านล้าน, กฎหมายนิรโทษกรรม และกฎหมายรัฐสภาผัว-เมีย ก็ดูเหมือนได้ แต่ไม่ได้เลยทุกฉบับ แท้งบ้าง คลอดแล้วตายบ้าง ดองไว้บ้าง แล้วมาเจอสถานการณ์ "นกหวีด-นกเขา" จากประชาชนชาวราชดำเนินเป่าไล่ เอา "นกแสก" มาสู้ก็ยังสู้ไม่ไหว ส.ส.ในพรรคส่วนใหญ่ ก็ดูเหมือน "รู้หลบเป็นปีก-รู้หลีกเป็นหาง" ยิ่งลักษณ์นับวันจะอ้างว้าง-โดดเดี่ยว เหลือแต่จ่าประสิทธิ์เท่านั้นคอยให้แอ่นระแน้แลซบ ในเมื่อ "รัฐสภาทาส" หมดสภาพที่จะใช้เป็นเครื่องมือ ก็มี ๓ ทางสุดท้ายให้เลือก ๑.ใช้บริการ "กองกำลังผสม" กองทัพตำรวจ-กองทัพนปช. ด้วย พ.ร.บ.มั่นคง ๒.ใช้บริการ "กองทัพทหาร" ด้วยประกาศใช้กฎอัยการศึกจัดการผู้ชุมนุม และ ๓.รีบหนีออกนอกประเทศไปเสียแต่เดี๋ยวนี้! พิเคราะห์แล้ว เหลือสองทางที่เป็นได้ คือทางที่ ๑ และทางที่ ๓ ส่วนทางที่ ๒ หวังใช้กองทัพเป็นกองกำลังปราบประชาชนเพื่อรัฐบาลกบฏในราชอาณาจักรได้ยึด ครองประเทศต่อไปนั้น The Impossible! ในทางย้อนศร ถ้ารัฐบาลใช้กองทัพตำรวจกับกองทัพนปช.เข้าปราบปรามมหาประชาชนชาวราชดำเนิน จนเกิดคำว่า "จลาจล" ตรงจุดนี้ รัฐบาลอาจถึงขั้นประกาศใช้ "กฎอัยการศึก" ควบคุมเพื่อสร้างและรักษาความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง(และตัวเอง) "กฎอัยการศึก" เป็นมาตรการทางกฎหมายสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการรองรับอำนาจหน้าที่ของฝ่าย ทหาร เพื่อให้บรรลุถึงภารกิจในการรักษาความมั่นคงของประเทศชาติ ครับ..นั่นคือ ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับ ทหารจะออกมาทำงานในสิ่งอันมิใช่หน้าที่ไม่ได้ ถ้าออกถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษทั้งอาญาและวินัย และผมบอกได้เลยว่า เมื่อทหารออกมา จะไม่ออกมาด้วยเป้าหมาย "พิทักษ์รัฐบาล" ที่หมดความชอบธรรมแล้วนั้น แต่จะออกมาเพื่อพิทักษ์มหาประชาชน ที่ออกมาทำหน้าที่พิทักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญนี้ สรุปก็คือ แก๊ง "กบฏรัฐธรรมนูญ" บนการรวมหัวของรัฐบาล+รัฐสภา เดินหน้าก็ตาย อยู่เฉยๆ ก็ตาย ถอยหลังก็ตาย นั่นเพราะ "ตายซาก" แล้ว ขณะนี้!

อ.ปราโมทย์ นาครทรรพ มาถึงแล้ว....

อ.ปราโมทย์....วันนี้เป็นวันสุกดิบ พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสำคัญอย่างย่ิง อ.ปราโมทย์บอกว่า กบฏรัฐธรรมนูญคณะนี้ ผมเคยได้เขียนไว้ก่อนว่าคือ “ผีบุญดิจิตอล” วันนี้มาเปิดเผยความจริง ๒ อย่าง และก็โปรดทำใจเมตาสงสารแก่ตำรวจและทหาร ซึ่งทหารนั้นได้ทำการตกลงกับตำรวจไว้แล้วว่า ถ้าประชาชนบาดเจ็บล้มตายแม้สักคนเดียวก็จะทนไม่ได้ ขออ่านจดหมายที่ผมได้เขียนถึง นส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ ๗ พ.ย. ๕๖ ตามธรรมเนียมของผม ก็จะอ่านเปิดเผยสู่สาธารณะ ถ้าเขาไม่ตอบในเวลา ๑๕ วัน ที่จริงเขาเป็นน้ากับหลานกันไม่ใช่น้องสาว สรุปความจดหมายคือ ขอให้ยิ่งลักษณ์ ทักษิณตัดสินใจให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นจะได้รับผลเลวร้ายกว่าสมัยทักษิณอีก เพราะเรื่องนิรโทษสุดซอยเป็นฟางเส้นสุดท้าย ของประชาชนที่ไม่ทนต่อ ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งสื่อต่างชาติ ได้ต่างพากันบอกว่า นี่คือวาระสุดท้ายของระบอบทักษิณแล้ว ยิ่งลักษณ์ควรใช้โอกาสนี้ ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง แล้วคืนพระราชอำนาจ ซึ่งอานิสงส์นี้ก็จะทำให้ยิ่งลักษณ์ทักษิณได้กลับมานอนตายในบ้านเกิดเมืองนอนได้ ผมเชื่อว่าเขาอ่าน แต่เขาไม่ทำอย่างนี้ คำตอบของเขาจะมาถึงสังคมไทย มาเป็นระรอก ส่วนคำตอบสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ก็ต้องคอยติดตาม เชื่อว่าบัดนี้ทักษิณจะมาอยู่ที่ฮ่องกงแล้ว คงมีการเคลื่อนไหวของลิ่วล้อทักษิณ และเขาก็จะไปรับคำสั่งจากทักษิณ ประชาภิวัฒน์ได้สำเร็จแล้ว เพียงแต่เราจะทำอย่างไรต่อไป ตุลาการณ์ภิวัฒน์ได้ปูพื้นให้แล้วว่าจะไล่ล่าระบอบทักษิณอย่างไร ซึ่งเขาไม่มีทางจะรอดได้ ย้อนกลับไปถึงจดหมายถึงทักษิณ เตือนเขาไว้ก่อนการปฏิวัติปี ๔๙ ในนั้นบอกไว้ว่า ถ้าทักษิณตัดสินใจลาออกเสีย แล้วให้คนในพรรคขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแล้วหยุดการทำส่ิงที่ผิด หยุดแทรกแซงองค์กรอิสระ หยุดจาบจ้วงสถาบัน และยังที่ทำผิดในปฏิญญาฟินแลนด์ และยังมีอีกมากที่เขาทำเลวร้ายไว้ ซึ่งการที่พวกเขาทำผิดถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว เขายังออกมาปฏิเสธอำนาจศาล เวลานี้ความหวังของพวกเราคือ ปริมาณและคุณภาพของพวกเราที่จะออกมากันให้มาก สงบเงียบอดทนอหิงสา ผมมีข่าวสารที่ส่งมาถึงผมก่อนที่ผมจะออกจากบ้าน...สารถึงเพื่อนข้าราชการ จากอดีตข้าราชการ ก.มหาดไทยว่า...นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายว่าท่านจะเลือกระหว่างคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหรืออยู่ข้างที่เขาปฏิเสธศาล จะอยู่ข้างระบอบปชต.อันมีพระมหากษ.ทรงเป็นประมุข กับระบอบทักษิณ และผมได้รับจดหมายจากทหารผ่านศึกท่านหนึ่ง เป็นทหารผ่านศึกเกาหลี เพราะท่านกินไม่ได้นอนไม่หลับเนื่องจากเรื่องหนึ่ง...จงเชื่อสุภาษิตว่า “ทหารเก่าไม่มีวันตาย” เขาเพียงหายหน้าไปชั่วคราว … ไม่ได้ติดต่อกับอ.มาเป็นเวลาพอสมควร ผมปัจจุบันอายุ ๘๕ แล้ว ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือบ้านเมืองได้สักเท่าใด เคยได้ยินว่าประชาชนนี่แหละจะช่วยเหลือบ้านเมืองได้ไม่ต้องใช้ทหาร ซึ่งผมก็ไม่เห็นว่าจะทำได้อย่างไรถ้าไม่ใช้ทหาร เขาหน้าด้านอยู่ต่อไป แต่พอเห็นคุณสุเทพประกาศบนเวที ที่มีประชาชนมามากมายก็เห็นว่าจะมีวิธีไล่ตระกูลชินออกไปได้ แต่ก็ต้องระวังว่าเขาจะใช้วิธีสกปรกได้... อ.ปราโมทย์ว่า...บางทีเขาอาจใช้วิธียุบสภา หรือลาออก เราต้องรอปปช. ซึ่งถ้าท่านใช้เวลานานเป็นเดือน บ้านเมืองก็จะตกอยู่ภายใต้คนนอกกฏหมาย ต่างประเทศก็รู้แล้ว ก็เปลี่ยนท่าที่ไปหมดแล้ว การดื้อแพ่งทำผิดกฏหมายแล้วไม่ยอมรับความผิด ก็คือการดื้อแพ่งทำลายกฏหมาย เราต้องทำการเดินให้ทะลุซอย เวลานี้เกิดสุญญากาศแล้ว เราจะทำให้เกิดสุญญากาศมากขึ้น แจ้งชัดขึ้นอีก เขาก็จะออกจากประเทศไป เราก็เมตตาเขา เราได้ฤกษ์ที่จะชนะแล้ว เราอย่ายอมวิธีที่มักง่ายของรัฐบาล ว่าการลาออกหรือยุบสภาก็ไม่ใช่ทางออก ต้องทำให้เกิดการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ได้ แม้จะช้า แต่การปลอมแปลงเอกสาร ก็ควรต้องคดีอาญากันทั้งโขยง

พ่อครูว่า....ขอเสริมตอนท้ายเพื่อสรุปให้เห็นเนื้อแท้ความเป็นจริงว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คล้ายกับฉบับอื่นโดยเฉพาะหมวดต้น แต่มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แต่เนื้อหาเดิมไม่เปลี่ยน ก็ขอสรุปอีกว่า พวกเราได้ทำตามหลักเกณฑ์สากลมาตลอด บางคนก็มองว่าเรามาเล่นเหมือนเด็ก ซึี่งการอภิวัฒน์ เป็นการทำให้เจริญก้าวหน้า เพื่อใช้อำนาจตามระบอบปชต.สมบูรณ์แบบ ที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ แต่ถูกหลอก ถูกครอบงำไปได้ ในมาตรา ๒ ของรัฐธรรมนูญที่ว่า ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย คนเดียวก็ประท้วงได้ เอาความถูกต้องมายืนยัน แม้เราเข้าใจผิดก็ออกมา พระมหากษัตริย์ก็เป็นประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย มันมีความซับซ้อนที่ว่าต้องมีการคานอำนาจตลอด ในสามสถาบัน คือบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ แต่ว่า บริหารและตุลาการนั้นขาหักขาเป๋ไปหมดแล้ว ประชาชนก็ต้องมายึดอำนาจคืน เลือกตัวแทนแต่ตัวแทนเป็นกบฏก็ต้องยึดอำนาจคือ ส่วนตุลาการภิวัฒน์ก็ทำหน้าที่เมตตาแล้ว แต่ก็กลับเอาความเมตตามาทำร้ายคืนอีก จะยึดอำนาจศาลอีก แบบนี้ทั้งโง่ทั้งบ้าเลย เหลือแต่ประชาภิวัฒน์ ๑ คน ๑ เสียงออกมา วันนี้วันสุกดิบ พรุ่งนี้จะมากกว่านี้อีก รถจะติดมาก อาจต้องนั่งเรือมาก็เป็นได้ เป็นเรื่องที่เกิดจริงเป็นจริง ภาคภูมิใจในความเป็นไทย เกิดความสงบเรียบร้อยมาเกือบ ๑๐๐ วันแล้ว มวลประชาชนตื่นรู้ออกมาลงคะแนนเสียงสดๆ เป็นอำนาจลำดับหนึ่ง ส่วนผู้แทนนั้นเป็นอำนาจลำดับ ๖ เราออกมาคะแนนเสียงสดๆ ก็ขอบคุณที่เกิดความสงบเรียบร้อย ทั้งพวกเราเองและเจ้าหน้าที่ มาถึงวันนี้แล้วสวยงามจริงๆ ออกมากันให้พรึ่บ ซึ่งพล.อ.ปรีชาประกาศปฏิวัติและถวายฏีกาแล้ว อย่างสงบเรียบร้อย ทั้งที่เราปฏิวัตินะ ก็เหลือแต่เขาจะหนีไปโดยดี อย่าฆ่าตัวตายเลย ไม่มีทางเลือกแล้ว ถ้าถึงวันที่ ๒๕ เราจะอยู่เป็นวันที่ ๑๑๑ เป็นวันจบเลย มีผู้รู้บอกว่า ประชาชนปฏิวัติไม่มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยนะซึ่งอันนี้ก็ให้อ.ปราโมทย์ไข อ.ปราโมทย์ว่า...มีปธน.เจฟเฟอร์สันกล่าว ว่าสิทธิที่ประชาชนจะปฏิวัตินั้นเป็นสิ่งศักสิทธิ์และเป็นหน้าที่ด้วย และยังมีปธน. จอห์นเอฟ เคเนดี้ บอกไว้ว่า สิทธิในการปฏิวัติของประชาชนนั้นสำคัญกว่าสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย และผมเข้าใจว่า พี่น้องทหารเข้าใจแล้วว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ผิดรัฐธรรมนูญแล้ว ทางออกในการยุบสภานั้นไม่ดี ควรมีทางออกที่ดีกว่านี้ อยากพูดถึงทหารกับตำรวจ...หากคนไทยยังมาฆ่ากันเอง แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง.... พ่อครู...สรุปว่า เราทำสิ่งนี้ให้คนสงสัยเพราะเราทำได้สวยงามเกินไป ยังไม่เคยมีในโลก การปฏิวัติที่สวยงามเช่นนี้ยังไม่มีในโลก เขาว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ประเทศไทยก็ได้ทำ Best Record ทำสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แล้ว...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน