561124 Untitled 1.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

คลองแสนแสบ คึกต่อ !!! ปชช.แห่ใช้เรือไปราชดำเนิน ต้องขยายเวลาเพิ่ม

บริษัท เรือแสนแสบ ขยายเวลาให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 30 นาที ไปท่าเรือสะพานผ่านฟ้า ขยายเวลาให้บริการจาก 19.00 น. เป็น 19.30 น. เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นที่ไปร่วมม็อบ วันนี้ ( 24 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด ผู้ให้บริการเรือแสนแสบ ขยายเวลาให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 30 นาที จากเดิมที่กำหนดเดินเรือเที่ยวสุดท้ายในเวลา 18.00 น. จากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ขยายเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 18.30 น. และจากท่าเรือสะพานผ่านฟ้า ขยายเวลาให้บริการจาก 19.00 น. เป็น 19.30 น. เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยพนักงาน ครอบครัวขนส่ง กล่าวว่า ในวันนี้มีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมากกว่าปกติตลอดทั้งวัน และมีผู้ใช้บริการเต็มตลอดวัน และสูงกว่าจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการในวันธรรมดา โดยส่วนใหญ่จะโดยสารเรือเพื่อไปลงยังปลายทางท่าเรือสะพานผ่านฟ้า. ภาพจากเพจ "Aod Prudya"

ตร.โชว์สะพาย LRAD เครื่องสลายม็อปด้วยคลื่นเสียง ใช้สลายม็อบได้ดี และทำให้หูหนวกชั่วคราว ส่อใช้สลายม็อบนกหวีด ??? วันนี้ ( 24 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินว่า ผู้ชุมนุมได้ทยอยเข้าร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ใช้การเดินเท้าเข้าพื้นที่ชุมนุมเนื่องจากมีการจราจร ที่ติดขัด โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ต่างรวมตัวกันมาเป็นคันรถ ซึ่งบางส่วนก็มาแบบรถกระบะ บางส่วนก็เดินทางมาโดยรถหกล้อ หรือผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดก็จะรถบัส และรถไฟ ทั้งนี้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เริ่มจับจองพื้นที่นั่งฟังการปราศรัยอยู่บริเวณ ด้านหน้าเวทีปราศรัยยาวไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งยังล้นไปถึงถนนหลานหลวงด้วย ส่วนด้านข้างทั้ง 2 ข้างเวทีผู้ชุมนุมก็นั่

อ่านต่อ

งปักหลักแล้วโดยล้นเข้าไปในถนนดินสอ ขณะที่ด้านหลังเวทีผู้ชุมนุมได้นั่งปักหลักยาวถึงสนามหลวงแล้ว ซึ่งได้เข้าไปนั่งปักหลักเต็มพื้นที่สนามหลวงอีกด้วย โดยทางเวทีได้มีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงเพิ่มทั่วบริเวณพื้นที่ชุมนุม เนื่องจากวันนี้มีผู้ชุมนุมเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก นอกจากนี้ผู้ชุมนุมที่จะเข้าพื้นที่ชุมนุมได้ต่างหาซื้อนกหวีด ธงชาติก่อนเข้าพื้นที่ ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบพื้นที่ชุมนุมยังได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นคอย อำนวยความสะดวกเป็นจุดทั่วพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้มีตำรวจชุดตะเวนขับรถดูความเรียบร้อยทั่วพื้นที่อีกด้วย ส่วนกิจกรรมบนเวทีปราศรัยยังคงมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปราศรัยสลับสับเปลี่ยนกับการแสดงดนตรี อย่างไรก็ตามด้านการรักษาความปลอดภัยการ์ดของผู้ชุมนุมยังคงมีการตรวจทุกทาง เข้า พร้อมยืนอยู่เป็นจุด และเดินตรวจบรืเวณพื้นที่โดยรอบด้วย โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะพายอุปกรณ์ LRAD โชว์สื่อมวลชน ซึ่งเป็นเครื่องสลายม็อปด้วยคลื่นเสียง และคุณสมบัติขยายเสียงระดับไกล ใช้สลายการชุมนุมได้อย่างดีและไม่มีผู้บาดเจ็บ และทำให้หูหนวกชั่วคราว เคยใช้กับม็อบเสื้อแดงมาแล้วเมื่อปี 53 ??? ภาพจากเพจ "I Support PM Abhisit" ภาพประวัติศาสตร์ ต้องจารึก !!! มวลมหาปชช. สะพานปิ่นเกล้าล้น สนามหลวงเต็ม ราชดำเนินทะลัก โดยปชช.ยังทะยอยร่วมชุมนุมเพิ่มอีกในพรุ่งนี้ วันนี้ ( 24 พ.ย.) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมช่วงค่ำคึกคักเป็นอย่างมากและมีมวลชนหลั่งไหลเข้าร่วมชุมนุมต่อ เนื่องจากถนนทุกเส้นทาง อาทิ สะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพระราม 8 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจร เพื่อให้ผู้ชุมนุมเดินลงมายังบริเวณการชุมนุม และแกนนำได้เปิดเวทีย่อยที่ท้องสนามหลวงด้วย เพื่อให้ผู้ชุมนุมติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริเวณถนนราชดำเนินกลางแน่นขนัด นอกจากนี้มีรายงานว่าผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งได้ล้อมรถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังรายงานสดการชุมนุม โดยรถจอดอยู่ข้างศาลาว่าการ กทม. ทำให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำผู้ชุมนุมต้องขึ้นเวทีประกาศให้มวลชนให้โอกาสกับผู้สื่อข่าวภาคสนามได้ ทำหน้าที่ด้วย เนื่องจากผู้สื่อข่าวไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในนโยบาย ขณะที่บนเวทีมีการแสดงดนตรีจากนักดนตรีเพื่อชีวิต เช่น วงมาลีฮวนน่า ภาพจากเพจ "พิชชานันท์"

ภาพชัดๆ !! รถบัสและรถทัวร์ จำนวนกว่า 1,500 คัน ติดอยู่ที่แยกปฐมพร จ.ชุมพร ยาวกว่า 27 กม. เป็นเวลา 9 ชม. หลังตำรวจสกัดกั้น ส่งผลให้ภาคใต้เป็นอัมพาตแล้ว วันนี้ ( 24 พ.ย.) เวลา 10.00 น.ที่การชุมนุมโค่นล้มระบอบทักษิณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกการชุมนุม กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐดูแลประชาชนที่เดินทางมาร่วมชุมนุมที่ราชดำเนิน รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพราะมีรายงานว่าขบวนรถของประชาชนจากภาคใต้ ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมนอกจากจะมีอุปสรรค์จากน้ำท่วมแล้ว ยังถูกสกัดกั้นทุกวิถีทาง ตั้งแต่ช่วงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ โดยมีการวางตะปูเรือใบ จนทำให้รถทัวร์ในขบวนรถของประชาชนที่จะขึ้นมาร่วมชุมนุมพลิกคว่ำ และทำให้มีผู้บาดเจ็บ ทำให้พบว่ารถบัสและรถทัวร์ จำนวนกว่า 1,500 คัน ติดอยู่ ที่แยกปฐมพร จ.ชุมพร ยาวกว่า 27 กิโลเมตร เป็นเวลา 9 ชั่วโมง ซึ่งตำรวจสกัดไม่ให้ผ่าน ตอนนี้ภาคใต้เป็นอัมพาตหมดแล้ว ภาพจากเพจ "พลังประชาชน โค่นล้มระบบทักษิณ"

ปชช. แห่จองพื้นที่ป้อมมหากาฬเป็นที่พัก หลังเส้นผ่านฟ้าทั้งแทบเนืองแน่นไปด้วยประชาชนจำนวนมาก

วันนี้ ( 24 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่บริเวณ ถ.ราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาบรรยากาศค่อนข้างคึกคักเป็นอย่างมาก โดยประชาชนยังคงทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมต่อเนื่องไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังมีคนทยอยเข้ามาอยู่ตลอดเวลาทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่งผลให้ด้านหัวแถวของการชุมนุมอยู่ที่ ถ.หลานหลวง ส่วนท้ายแถวของการชุมนุมยาวไปจนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

ทั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมจะขึ้นเวทีในเวลา 18.00 น. เพื่อประกาศ 12 เส้นทางที่กลุ่มผู้ชุมุนมจะใช้เป็นเส้นทางในการเคลื่อนขบวนใหญ่ในวันพรุ่งนี้(25 พ.ย.)

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกเวทีประชาชนต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และต่อต้านระบอบทักษิณ กล่าวว่า วันนี้มีประชาชนทยอยเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ในแต่ละจุดทางเข้าได้มีการแจกสติ๊กเกอร์พร้อมตัวเลขกำกับจำนวนไว้ 1 ล้านใบให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุม โดยพบว่าเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ได้มีการแจกสติ๊กเกอร์ไปแล้วกว่า 4.4 แสนใบ

นายเอกนัฎ ยืนยันว่า ในวันพรุ่งนี้การเคลื่อนไหวจะเป็นการเดินอารยะขัดขืนไปยังสถานที่ราชการต่างๆ แต่จะไม่บุกรุกเข้าไปภายใน ทั้งนี้เพื่อเชิญชวนข้าราชการและให้กำลังใจข้าราชการออกมายืนอยู่ข้างประชาชน เพราะถือว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศแล้ว

ล่าสุดที่ป้อมมหากาฬ ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ได้มีประชาชนรีบเข้ามาจับจองพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักพิง เนื่องจากบริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศมีจำนวนประชาชนเหนียวแน่น แทบจะไม่มีพื้นที่ยืนแล้ว

ภาพจากเพจ "เกาะติดชาวสวนยาง"

มาดูชัดๆ ภาพ 2 ห้วงเวลา "14 ตุลาคม 2516-ปัจจุบัน" แสดงให้เห็นว่า ไม่มีพลังใดเอาชนะพลังประชาชนได้

วันนี้ ( 24 พ.ย. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมเวทีราชดำเนิน ได้ประกาศนัดหมาย "วันล้านคน" ( 24 พ.ย. ) เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย ขณะที่บรรยากาศล่าสุด บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน มวลมหาประชาชนได้เดินทางมาเข้าร่วมกันเต็มพื้นที่ คาดว่าน่าจะทะลุเป้า 1 ล้านคน

เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 "วันมหาวิปโยค" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่นักศึกษา ประชาชน ออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจนเกิดเหตุการณ์นองเลือด แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับชัยชนะ โดยหากมองถึงเรื่องจำนวนประชาชนที่ออกมาแสดงจุดยืนของทั้งสองห้วงเวลาแล้ว มีจำนวนมากไม่แพ้กัน จึงเป็นบทเรียนที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีพลังใดชนะพลังประชาชน

นอกจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นจุดศูนย์กลางในการเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม ก็ยังมีแนวร่วมอีกเป็นจำนวนมากที่มีจุดยืนไปในทิศทางเดียวกัน

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เดินทางไปยื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อสถานเอกอักคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ได้ผ่านวาระ 2 และวาระ 3 จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งชี้ให้เห็นถึงผลกระทบร้ายแรงต่อคนไทยทั้งประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

คุณหญิงชฎา กล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ต้องการให้สังคมนานาชาติทราบถึงเคลื่อนไหวเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันขององค์กรฯ ที่ต้องการผลักดันการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไทยกำลังดำเนินการขัดต่ออนุสัญญาขององค์การสหประชาชาติเพื่อการต่อต้านการทุจริตค.ศ. 2003 (UNCAC 2003) ที่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2548และรัฐบาลไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554

ทั้งนี้ องค์กรฯ เน้นย้ำจุดยืนที่จะคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในประเด็นเรื่องการคอร์รัปชันเท่านั้น เพราะจะยิ่งส่งเสริมการกระทำทุจริต ล้างผิดคนโกง ส่งผลให้เกิดความล้มเหลวของกระบวนการต่อสู้คอร์รัปชันของทุกภาคส่วนในสังคมไทย รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อนานาชาติในเรื่องความโปร่งใสที่จะส่งผลต่อการเข้ามาลงทุนจะยิ่งตกต่ำลง และจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงคนไทยทั้งประเทศในเรื่องเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมและความเชื่อมั่นของประชาคมโลกในอนาคต

ขณะที่อีกด้าน ชมรมแพทย์ชนบท ได้ออกแถลงการณ์ ประกาศจุดยืนไม่ยอมรับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พร้อมเชิญชวนชาวสาธารณสุขร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดการออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อสร้างนิติรัฐให้กับสังคมไทย

ชมรมแพทย์ชนบท นำโดย นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 "ขอให้รัฐบาลยุติการผลักดันร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยในทันที" พร้อมทั้งเรียกร้องต่อสมาชิกและรัฐบาล ดังนี้

1.ขอให้สมาชิกชมรมแพทย์ชนบท พี่น้องชาวโรงพยาบาลชุมชน พี่น้องชาวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พี่น้องชาวกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งชาวไทยผู้รักประเทศชาติทุกท่าน ขอให้มีวิจารณญาณของตนเองต่อ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ ใครใคร่ทำอะไรก็รีบทำ เพราะเราก็คือประชาชนเจ้าของประเทศคนหนึ่ง ประเทศชาติก็เป็นของเราด้วย อย่างน้อยก็ให้ความเห็น แชร์ความคิด เขียนป้ายบอกทรรศนะและจุดยืนติดหน้าบ้านหน้าโรงพยาบาล แม้แต่ถ่ายรูปพร้อมป้ายจุดยืนส่วนบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ตามแต่ การกดดัน ส.ส.ในพื้นที่ การสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ป่วยและญาติที่มารับบริการ หรือแม้แต่ร่วมการชุมนุม ด้วยความหวังว่า พลังมติมหาชนไม่เอานิรโทษกรรมเหมาเข่งจะทำให้ฝ่ายรัฐบาลยอมถอย

2.ขอให้รัฐบาลยกเลิกการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ในทันที แล้วกลับไปตั้งต้นที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนทั่วไปที่กระทำความผิดจากการเข้าร่วมการชุมนุมเท่านั้น โดยไม่นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งแก่ระดับแกนนำ ดังที่เสียงของประชาชนทุกกลุ่มเรียกร้อง ด้วยความเป็นแพทย์ ชมรมแพทย์ชนบทไม่อยากให้ต้องมีการสูญเสียใดๆ อีกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ขอให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหวอย่างมีสติ เดินหน้าสู่เป้าหมายด้วยสันติวิธี

ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยหรือ คปท. ล่าสุด ได้ออกแถลงการณ์ยกระดับการชุมนุมขับไล่รัฐบาล

นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.ได้แถลงการณ์คปท.ฉบับที่ 2

โดยนายอุทัย กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันปรากฏชัดแจ้งว่ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประธานรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลมีความตั้งใจในการตรากฎหมายไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยเฉพาะการที่สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมวาระ 3 โดยไม่ฟังเสียงประชาชนที่ออกมาคัดค้านจำนวนมาก จึงเป็นการแสดงออกของเจตนาที่ไม่ยึดมั่นศรัทธาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ฝักใฝ่การปกครองรูปแบบเผด็จการ หากเพิกเฉยปล่อยให้รัฐบาล สภาผู้แทนราษฎรบริหารบ้านเมือง และตรากฎหมายต่อไปจะเป็นภัยร้ายแรง คปท.จึงขอใช้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และต่อต้านโดยสันติวิธี ทั้งนี้คปท.ไม่ได้มีเจตนาจะล้มล้างการปกครอง หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ หากแต่กระทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยปกครองในรูปแบบเผด็จการ

ด้านนายนิติธร กล่าวว่า เมื่อพ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วจะมีการเคลื่อนไหวยกระดับเป็นที่ปรากฏต่อสาธารณะ ส่วนจะมีวิธีการอย่างไรยังไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้

ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชน 77 จังหวัด ได้นัดประชุมเพื่อกำหนดท่าที เกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ซึ่งที่ประชุมก็มีมติยกระดับการชุมนุม พร้อมระดมมวลชนไปสมทบกับกลุ่มคปท. ที่แยกอุรุพงษ์โดยด่วน

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน 77 จังหวัด ได้แถลงจุดยืนต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ภายหลังจากการประชุมเพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันกับเครือข่าย

ทั้งนี้ จุดยืนในการต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของเครือข่ายภาคประชาชน 77จังหวัด มีด้วยกัน 4 ข้อ ดังนี้

1.การแถลงการณ์ครั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนได้ที่เคยตกลงกันไว้ 2.ให้ประชาชนทั่วประเทศเดินทางมารวมตัวกันที่แยกอุรุพงษ์และสวนลุมพินี 3.เนื่องจากที่แยกอุรุพงษ์ ทาง สน.พญาไท ได้ขอคืนพื้นที่ หวั่นว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุม จึงเชิญชวนประชาชนให้รีบไปรวมตัวกันที่แยกอุรุพงษ์โดยด่วน และ4.เมื่อเครือข่ายภาคประชาชนรวมตัวพร้อมจะยกระดับทันที

ส่วนการจะไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย แต่จะส่งตัวแทนไปพูดคุย หากมีแนวคิดเหมือนกันก็พร้อมที่จะเข้าร่วมด้าน พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ เสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ (กปท.) กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทยรวบรัดการลงมติร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เนื่องจาก ส.ส.เพื่อไทยมีสภาพไม่ต่างจากทาสของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการได้ทุกอย่าง เพราะคนเหล่านี้กลัวจะไม่มีตำแหน่ง โดยไม่คิดถึงศักดิ์ศรีตัวเอง ซึ่งสถานการณ์หลังจากนี้จะเข้มข้นขึ้น ประชาชนต้องออกมาร่วมสู้ หากไม่อยากให้ประเทศและตัวเองตกเป็นทาสของระบอบทักษิณ

นอกจากนี้ พล.ร.อ.ชัย ยังกล่าวถึงการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสนด้วยว่า เริ่มเห็นถึงความจริงใจ และเอาจริงในการต่อสู้ร่วมกับภาคประชาชน หลังจากที่ผ่านมาอาจมีคำถามอยู่บ้าง แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สามารถต่อสู้ภายในระบบรัฐสภา ก็เชื่อว่าครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะเคลื่อนไหวเต็มที่ อีกทั้งมีประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมาก หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาจริง ก็ถือว่าเสียโอกาส

อย่างไรก็ตามยอมรับว่า เวทีพรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นเวทีของนักการเมือง ซึ่งทางกลุ่มถือว่านักการเมืองไทยเลวทั้งหมด เพียงแต่หากเทียบกันแล้วพรรคเพื่อไทยเป็นนักการเมืองที่ใช้ไม่ได้มากกว่า

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน