เกาะข่าว.ฉ.1.doc.docx

โฟลเดอร์งานรวมชาติพันธ์ฉัตรมงคล
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์369 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

+ พระบรม ฉายาลักษณ์ฯ เกาะติด . “ กลุ่มชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง รวมพลังน้อมใจ ถวายพระพรพ่อหลวงฯ ” . โครงการรวมพลังกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองน้อมใจถวายพระพรพ่อหลวงของแผ่นดิน การจัดกิจกรรมโครงการรวมพลังกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองน้อมใจถวายพระพรพ่อหลวงของแผ่นดิน ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ สวนหลวง ร.๙ ได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี สมความปรารถนาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองที่ต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหา-กรุณาธิคุณต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังคำในหลักการและเหตุผลครั้งนั้น ดังนี้ “ตั้งแต่จำความได้พวกเราจะทราบข่าวของล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสองพระองค์ที่ทรงออกเยี่ยมเยือน- พสกนิกรตามภูมิภาคต่างๆของประเทศไทยอยู่มิได้ขาด บางคนอาจจะโชคดีที่สุดในชีวิต ที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาถึงหมู่บ้านและได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมืองเผ่าต่าง ๆ ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตป่าเขาและชนบทอันทุรกันดาร พระองค์ก็ทรงเสด็จเยี่ยมเยือนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทรงพระราชทานความอนุเคราะห์แก่ครอบครัวที่ยากไร้ ทรงชี้แนะการพัฒนาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เหล่านี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีความรักความห่วงใยในพสกนิกร ของพระองค์ พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจและเป็นภาพที่ประทับอยู่ในใจของพวกเราไม่มีวันลืมเลือน ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อได้ทราบข่าวว่าพระองค์ทรงพระประชวร พวกเราต่างรู้สึกเป็นห่วงอย่างยิ่งอยากให้พระองค์ทรงหายจากโรคภัยไข้เจ็บในเร็ววัน และเชื่อว่าคุณความดีของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำมาโดยตลอดจะสามารถปกป้องคุ้มครองพระองค์ได้ อย่างไรก็ตาม พวกเราอยากจะแสดงออก

อ่านต่อ

ถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ที่เมืองหลวงสักครั้งหนึ่งในชีวิต ความคิดนี้ได้เกิดขึ้นในหมู่พวกเรามาโดยตลอดแต่ยังไม่มีโอกาสได้นำความคิดไปสู่การปฏิบัติ” “เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพวกเรา แม้นว่าพวกเราจะไม่มีทรัพย์สินหรือทิพย์โอสถใด ๆ ไปถวาย แต่อยากนำกายและใจของพวกเรามาใส่ไว้รวมกัน ร่วมกันอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้พระองค์ท่านทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้พวกเราตลอดไป ถือเป็นความปรารถนาอันสูงสุด” จากการประชุมสรุปงาน พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองมีความเห็นร่วมกันว่าจะจัดกิจกรรมถวายพระพรอย่างนี้ให้ได้อย่างน้อย ๓ ปีติดต่อกัน บางส่วนถึงกับเสนอจัดเป็นประจำทุกปีให้เป็นประเพณีสืบต่อไป ดังนั้น เครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองจึงจัดทาโครงการ “รวมพลังกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองน้อมใจถวายพระพรพ่อหลวงของแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ ๕ – ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) กรุงเทพมหานคร ในการนี้ทางเครือข่ายได้ขยายการมีส่วนร่วมไปยังกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศมากกว่า ๔๐ ชนเผ่า ตลอดจนภาคีความร่วมมือส่วนอื่น ๆ ที่สนใจให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้ วัตถุประสงค์ ๑ . เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒ . เพื่อแสดงออกถึงความสามัคคีของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ที่มีความรักและหวงแหนต่อผืนแผ่นดินไทย ๓ . เพื่อแสดงออกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิ์สมภารของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑ . ประชุมหารือถึงความเป็นไปได้ของการจัดกิจกรรมถวายพระพร ที่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย ( IMPECT ) ในวันที่ 5- 6 กุมภาพันธ์ 2556 และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ที่กรุงเทพมหานคร และประชุมเตรียมในเวทีประชุมขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2556 โดยเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองร่วมกับภาคีภาคส่วนต่างๆที่ให้การสนับสนุน ๒ . ยกร่างโครงการเพื่อประสานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ๓ . ประชุมหารือเพื่อกำหนดรูปแบบกิจกรรม ซึ่งมีการประชุมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ๔ . จัดทำรายละเอียดโครงการและแบ่งงาน ได้แก่ สถานที่ พิธีกรรมตามความเชื่อ การแสดง การประสานงานจำนวนคนผู้เข้าร่วม เป็นต้น ๕ . แต่ละพื้นที่ ประชาสัมพันธ์งานไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อเตรียมจำนวนคนที่ประสงค์จะเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม ๖ . จัดทำแผนการประชาสัมพันธ์ตลอดจนแถลงข่าวต่อสื่อมวลเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ๗ . ดำเนินกิจกรรมตามกำหนดการ ในวันที่ ๕ – ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ๘ . จัดประชุมสรุปงาน กลุ่มเป้าหมาย - กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยมากกว่า ๔๐ ชนเผ่า ประมาณ ๕,๐๐๐ คน - ประชาชนทั่วไป เนื้อหา - แสดงพลังความจงรักภักดีสมัครสมานสามัคคีของพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยที่มีต่อองค์พ่อหลวงของแผ่นดิน - แสดงออกซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินไทย ผลที่คาดว่าจะได้รับ - พี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยได้แสดงออกถึงความรักความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อองค์พ่อหลวงของแผ่นดิน - พี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองเกิดความภาคภูมิใจ รักและหวงแหนในผืนแผ่นดินไทย - ประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจในความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมของพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองที่อยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิ์สมภารเดียวกัน ผู้รับผิดชอบโครงการ - เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ภาคีความร่วมมือ - สมาคม ศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท. / IMPECT ) - เครือข่ายประชาชน ๑๖ จังหวัดภาคใต้ - ชาวอโศก - สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) - สภาเครือข่ายองค์กรเกษตรกรแห่งประเทศไทย (สค.ปท.) กำหนดการกิจกรรม โครงการ “รวมพลังกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองน้อมใจถวายพระพรพ่อหลวงของแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ ๕ – ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ลานพระราชวังดุสิต(ลานพระบรมรูปทรงม้า) วันศุกร์ที่ ๓ – วันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ทีมงานฝ่ายสถานที่เข้าพื้นที่เพื่อเตรียมเวที เต็นท์ที่พัก โรงครัว ห้องน้ำ ลานการแสดง เป็นต้น วันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ๑๖.๐๐ น. เป็นต้นไป พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองเดินทางถึงลานพระราชวังดุสิตและพักผ่อนตามอัธยาศัย วันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ๐๖.๐๐ น. ตักบาตรพระสงฆ์และฟังธรรมรับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐ น. พิธีถวายพระพร และพิธีกรรมแต่ละชนเผ่า ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ น. การเสวนา “พระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวงทีมีต่อชนเผ่าพื้นเมือง” ๑๗.๐๐ น. การแสดงวัฒนธรรมของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองและรับประทานอาหารเย็น ๑๙.๐๐ น. จุดเทียนถวายพระพร สวดมนต์ ๑๙.๓๐ น. เป็นต้นไป การแสดงวัฒนธรรมของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง(ต่อ) วันจันทร์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเช้า ๐๘.๐๐ น. ทัศนะศึกษาบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และส่งตัวแทนไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ โรงพยาบาลศิริราช ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ น. ทัศนะศึกษาบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์(ต่อ) ๑๖.๐๐ น. รวมตัวเพื่อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา ๑๗.๐๐ น. เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ หมายเหตุ กำหนดอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม “ ขอเป็น.จุดเล็ก ๆ ในสายพระเนตรของในหลวงฯ ” หมี่จู .. ชุติมา หญิงเหล็กคนเก่ง ผู้แทนประสานติดต่อสายสัมพันธ์ชาติพันธุ์-ชนเผ่ากลุ่มใหญ่..ระบุจำนวน ชาวเขาที่มีความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่างสำนึกตระหนักดีถึงการแสดงออก เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณที่ยิ่งใหญ่ ด้วยภาพจำนวนประชากรเดินเท้าจำนวนมากมโหฬารจำนวนเกินกว่าพันชีวิต ลงดอยมุ่งสู่ ลานพระรูป. .ขอเปิดใจ.. กลุ่มชนชาติพันธุ์จากทั่วทุกภาคของประเทศเข้ามามีส่วนร่วมกิจกรรมสร้างกระแสสังคม ด้วยชี้นำการแสดงออกถึงความสมาน สามัคคีธรรม ที่แสดงให้เห็นภาพหลั่งไหล-วัฒนธรรมชุมชนตามถิ่นที่อยู่มี จำนวนมโหฬาร และทั้งต่างมีสำนึกถึงความจำเป็นในวิถีชีวิตที่จะต้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ...สร้างจิตสำนึกของคนไทย ศักยภาพของชนชาติไทย ที่เป็นต้นแบบของการอนุรักษ์ รักษาความดีงาม กล้าหาญ ในการร่วมน้อมใจถวายพระพรพ่อหลวงของแผ่นดินโดยเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที อันเป็นความปรารถนาสูงสุดที่มีต่อพระองค์ .. มองเห็น ความคิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 ในปีที่ผ่านมา ณ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพฯ เป็นการจัดงานที่ประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดียิ่ง ในปีนี้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์-ชนเผ่ากลุ่มใหญ่ทั่วประเทศไทย ยังมีความปรารถนาอย่างแรงกล่าที่จะร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีตัวแทนชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง กว่า 40 กลุ่มเข้าร่วมงานเกินกว่าจำนวน 5,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นพี่น้องจากจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียงเข้าร่วมประมาณ 1,500 คน โดยมี กิจกรรมหลัก ๆ ในงาน ประกอบด้วย พิธีกรรมสืบชะตาและ ถวายพระพรตามประเพณีของกลุ่มชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พิธีการร่วมถวายพระพร (ร่วมกล่าว .คำปฏิญาณตน ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา และร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร) ร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายของกลุ่มชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ร่วมชมนิทรรศการ “ ความหลากหลายของกลุ่มชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ในประเทศไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ” (รวม 2 วัน) และการเสวนาเรื่อง “ พระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ ต่อ- ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ” และ “ ทำความดีตามรอยพระบารมีในหลวง ” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม ร่วมขอพรจากพระแก้วมรกตและสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายถวายแด่พ่อหลวงของแผ่นดิน ฯลฯ กอปรกับ กลุ่มชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง เดินเท้าลงจากบนดอยสูงลิบไกลโพ้นและออกจากป่าทึบลึก ด้วยความยากลำบากทุรกันดารสู่กิจกรรมรวมพลังเชิงประจักษ์ ร่วมแรงใจ แรงกาย เดินสู่ลานพระบรมรูป ทรงม้าฯ เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ และสามัคคีของคนไทยหลากชาติพันธุ์ หลายชนเผ่า ให้เกิดขึ้น ยังเมืองหลวงจวบเป็นประจำเรื่อย ๆ มา นับย้อนในสำนึกพระมหากรุณาธิคุณตั้งแต่กาลสมัยล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ได้ทรงออกเยี่ยมถึงหมู่บ้านชาวเขาในถิ่นทุรกันดาร ด้วยทรงห่วงใย ทรงพระราชทานความอนุเคราะห์ ทรงเอื้ออาทรพสกนิกรที่ยากไร้ให้การช่วยเหลือด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์อย่างยิ่งนัก อีกทั้ง กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองต่างสัญชาติมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ยึดมั่นในความจงรักภักดี มีความรักและหวงแหนต่อผืนแผ่นดินไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จ- พระเจ้าอยู่หัวอย่างแน่นแฟ้น ได้ร่วมแรง ร่วมใจอย่างแข็งแกร่ง ยึดถือเอาวันสำคัญเป็นวาระแห่งชาติทุกปี (ฉัตรมงคลสมัย) สร้างสามัคคีธรรม เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ และผูกพันร้อยเรียงเข้าเป็นหนึ่งของ คนไทยหลากชาติพันธุ์ หลายชนเผ่า ในมิติที่มีความเข้มแข็งทางสังคม ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาย- ตาประชาสังคมโลก กอปรกับ กิจกรรมที่เกิดเหตุการณ์อย่างปัจจุบันที่มีความยิ่งใหญ่ระดับชาติ และเป็นสากล .ซึ่งเธอ คือ ผู้จุดประกายและถ่ายทอดนำความคิดสู่มวลชนในวงกว้าง คือ โครงการวิ่งมาราธอนเฉลิมพระ-เกียรติ เริ่มวันที่ 9 เมษายน 2556 ตั้งแต่ดอยตุง จังหวัดเชียงราย ขบวนวิ่งผ่านรวม 41 จังหวัด และสิ้นสุดลง พร้อมกับวันจัดงานขณะสู่เส้นชัยที่พระบรมรูปทรงม้าฯ ร่วมกิจกรรมพิธีเปิดงานตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 2556 เป็นต้นไป หมี่จู ปรารถนาจะสานพลัง กระตุ้น หนุนใจ ให้ฟันฝ่าปัญหาอุปสรรค ฝ่าฟันนานาความยากลำบาก ให้กลุ่มชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองเกิดความเข้มแข็ง ให้เกิดพลังการเข้ามามีส่วนร่วมกัน ให้เพิ่มจำนวนมาก ๆ ที่สุด ขอให้มารวมพลังพร้อมกันร่วมกัน ยึดหลัก คิดใหม่ ทำใหม่ แสดงพลังที่ดีในการจัดทุกกิจกรรมของโครงการ “ รวมพลังกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองน้อมใจถวายพระพรพ่อหลวง ของแผ่นดิน ” ให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาประชาสังคม .......... . . เหล็ก .. ประวิทย์ ผู้แทนประสานติดต่องานสายสัมพันธ์ชนชาติพันธุ์จังหวัดตาก และ ภาคตะวันตก ได้ร่วมเป็นทีมงานจัดงานขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว โดยได้มีการรวมตัวทุกกลุ่มชาติพันธุ์-ชนเผ่า . ที่เป็นชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากขึ้น และมีการดำเนินงานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้กระจาย- ออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่เคยเข้ามาร่วมงานในกรุงเทพฯ. มาก่อนหน้านี้ ถือเป็นช่วงโอกาส ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ก้าวย่างพ้นออกมาจากป่า ได้แสดงออกถึงความรักและนำกิจกรรมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อแสดงถึงภาพความผูกพันต่อล้นเกล้าทั้งสองพระองค์...เพราะเรารักในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พี่น้องกะเหรี่ยงตระหนักถึงการแสดงความรักเทิดทูนต่อพระองค์ . เปรียบดังพ่อ.และแม่ รักในทุกพื้นที่ รักในแผ่นดินไทยที่เป็นแผ่นดินให้มีที่กิน- อยู่ ได้ทำการศึกษา และมีบ้านได้อยู่สุขสบายมาด้วยดี เป็นความรู้สึกกตัญญู รำลึกต่อพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงปกป้องและหล่อเลี้ยงชีวิตใหม่บนผืนป่าด้วยความปลอดภัยและรอดพ้นจากภัยอันตรายฯ ตลอดจนพวกเราต่างต้องการตอบแทนด้วยมีความภาคภูมิใจบนผืนแผ่นดินไทยที่ให้ชีวิตเราจนทุกวันนี้ เหล็ก ได้ประสานติดต่องานสายสัมพันธ์ชนชาติกะเหรี่ยงด้วยการเดินไปพร้อมพูดไป ในเขตบริเวณ 6 จังหวัดได้แก่พื้นที่จังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี และตาก เพื่อรณรงค์เข้าถึงประตูบ้าน พร้อมเปิดแผ่น CD ภาพการรวมตัวสานพลังร่วมมือร่วมใจจัดงานแสดงการทำงานทุกกิจกรรมในโครงการที่ผ่านมา เหล็ก.สรุปในสุดท้าย..ถึงความใส่ใจ อดทน เฝ้าระวัง เรียนรู้แนวทางการฝ่าฟันอุปสรรคต่อความยากลำบากในปัญหาเดินป่าทุรกันดาร ป่าลึกที่อาจเผชิญต่อภยันตรายหลากหลาย รอบด้าน ทุกขณะ ………… ทรงเกียรติ งามยิ่ง ชนเผ่ากะเหรี่ยงชาวศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ระบุด้วยเสียงตื่นเต้นแกมดีใจ ว่า. ปลื้มปิติในการที่ได้มาร่วมวงสนทนาตั้งหัวข้อทำกิจกรรมระหว่างกลุ่มชนชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ได้มาพบปะ ร่วมพูดคุย เจอเพื่อชนเผ่า-ชาติพันธุ์ร่วมกันที่ควรให้ทุก ๆ คน มีความสงบสุข มีสันติเกิดขึ้น ต่างมุ่งถวายพระพรล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ดังเช่นเคย ดังเช่นได้มีการกระทำผ่านมาในปีก่อนและเป็นโอกาส ได้แสดงออกอีกครั้งหนึ่ง ปีนี้จะชักชวนเพื่อนกะเหรี่ยงให้ออกมาร่วมมือ ร่วมแรงกาย น้อมใจถวายพระพร ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวและทรงนำพาประชาชนของพระองค์ไปสู่ความสันติสุข ร่มเย็น ได้อย่างทัดเทียมเพื่อนมนุษยชาติ และท้ายที่สุดขอให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุนับพันนับหมื่น ๆ ปี ........... บุญช่วย น้ำพุ และ ยุทธนา มดแดง สองผู้ใหญ่จากบ้านไร่ ชาวกะเหรียงโป่ง แก่นมะกรูด จังหวัดอุทัยธานี เกษตรกรพืชไร่ ปลูกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และที่โด่งดังผลิตผลที่ทำชื่อเสียงกลับมา สู่ผืนแผ่นดินเกษตรใหม่ให้รู้จักกันได้มากที่สุด คือ พริกกะเหรี่ยง และยังให้ความเห็นอย่างเป็นหนึ่งเดียว กันด้วย..ที่มีโอกาสได้มาเข้ามีส่วนร่วมทำกิจกรรมในปีนี้เป็นครั้งแรก ได้ทราบข่าวจากการชักชวนและมีข้อมูลประชาสัมพันธ์ให้ทราบชัดเจน ค่อนข้างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรม จากการได้เห็นภาพการรวมตัวสานพลังร่วมมือ . ร่วมใจจัดงานแสดงการทำงานทุกกิจกรรมในโครงการปีที่ผ่านมา บน CD พร้อมเพื่อนบ้าน ปีที่แล้วไม่สามารถสรุปข้อมูลการรวมตัวสานพลังร่วมมือร่วมใจทำกิจกรรมได้แน่ชัดและขาดงบประมาณ ซึ่งปีนี้ได้เตรียมการชักชวนพาเพื่อนกลุ่มชนชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงให้เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างมีความพร้อมแล้ว จะมาร่วม ทำพิธีกรรมตามขนบประเพณีชนเผ่า และร่วมแสดงชุดปัจเจก เพื่อสานพลังให้คงไว้ต่อไป นอกจากนี้ยังได้ฝากบอก เป็นภาษาชนเผ่า (ผ่านรายการสัมภาษ์ เอฟ เอ็มทีวี) รายการแฟนพันธุ์แท้ เพื่อให้ .เพื่อน ๆ ออกมากันเยอะ ๆ ให้มาร่วมกันให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เมื่อได้ทราบข่าวการจัดงาน ตามกำหนดการปีนี้แล้ว..บุญช่วย และ ยุทธนา 2 ผู้ใหญ่ ชาวกะเหรียงโป่ง จากอุทัยธานี ต่างยกเสียงกล่าว..ต่อ- . ความยินดีอย่างยิ่งขอถวายพระพรให้ทั้งสองพระองค์ทุกด้าน ขอให้ทรงเจริญรุ่งเรืองชั่วกัป-ชั่วกัลป์ มีสุขภาพพลานามัยที่ดี ชนเผ่าเราได้ติดตามข่าวสารของพระองค์ผ่านทางโทรทัศน์เป็นประจำตลอดเวลา ........ ประเทือง ทองเปราะ ชาวกะเหรี่ยงปกากะญอ เขตอำเภอไทรโยค กาญจนบุรี บรรพชนวัยเกือบ 80 ปี เล่าถึงตำนานปกากะญอ และพัฒนาการต่อมาจนปัจจุบันว่า...ราว 659 คน มาเริ่มต้นใช้ชีวิตใน ที่นี่ ห่มคลุมอยู่ด้วยความเรียบง่าย ศรัทธาทางศาสนาทั้งพุทธ คริสต์ และความเชื่อดั้งเดิมเรื่องผีบรรพบุรุษ อันเกี่ยวโยงกับป่าเขา ล้วนหล่อหลอมให้ชีวิตงดงามดำรงอยู่อย่างที่มันควรจะเป็น “ เดี๋ยวนี้ดีกว่าที่ผมขึ้นมาเมื่อก่อนเยอะ ” จากการอพยพย้ายถิ่นทำกินของพี่น้องชาวปกากะญอจากบ้านสวน ไร่นานาพืชพรรณ แถบทางพื้นที่ชายขอบ ผู้คนอาศัยป่าเพื่ออยู่กินและผูกพันกับมันมาเนิ่นนาน หากแต่ชีวิตกลางป่าเขาล้วน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกที่ก้าวเดินแตกต่างกันอย่างสุดขั้วลิบลับ แต่เดิมสาว ๆ จะมีความละเอียดลออ ในการแต่งกายที่รักสวยงามอย่างน่าทึ่ง และชวนให้นั่งมองชีวิตการเป็นอยู่อันมีชีวิตชีวาอย่างน่าหลงใหล .จนแทบไม่อยากกระพริบตา ปัจจุบันได้หันมายึดอาชีพเกษตรกรรมเทือกสวนไร่นาเกือบหมดสิ้น ประมาณกว่า 30 ปี โครงการแพทย์ พอ.สว. ที่มีท่านสมเด็จย่าฯเป็นองค์พระอุปถัมภ์ได้เข้ามาและล้วนนำกิจกรรม ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงวิถีชีวิตอย่างมีคุณอนันต์และประมาณค่ามิได้สู่ชนกลุ่มน้อยในสมัยนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพวกเราอย่างล้นพ้นอันไม่สามารถหาที่เปรียบเสมือน ราวปี พ.ศ. 25 36 อีกครั้งหนึ่งที่พระราชวงศ์ฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพวกเรา เมื่อผมมีบุญวาสนาอย่างหนักมากที่พระองค์ ได้ทรงพระกรุณาให้นำเข้าเยี่ยมชมพื้นที่โดยรอบ ยามที่สายพระเนตรของสมเด็จพระเทพรัตน- ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดผ่านจากมุมมองเหนือป่าเขายาวสุดลูกหูลูกตาบริเวณชายแดนริม ตะเข็บรอยต่อ เมื่อเฮลิคอปเตอร์นำเสด็จหย่อนลงจอดคล้ายชีวิตกลางแดนไพรสลับหว่างเทือกเขา กลับเย็นชื่นด้วยพระกรุณาธิคุณ ตอนนั้นหมู่บ้านยังเล็กมาก โดดเดี่ยวอยู่กันอย่างยากลำบาก ต้องผลัดกันคอย .ระแวดระวัง มีเพียงศูนย์ ตชด. มาตั้งระวังภัย พระองค์ทรงดำริให้เฝ้าระวังโดยทีมอาสาจากชนเผ่า เพื่อป้องกันตัวเองและชุมชนให้อยู่ได้อย่างปลอดภัยและสุขสบาย และคนข้างล่างบริเวณละแวกใกล้เคียง ตั้งอยู่ห่างไกลล้วนเริ่มทยอยกันมาอยู่ร่วมชีวิตในครานั้น คำบอกเล่าของ ลุง ประเทือง ..พระจันทร์ คือ ที่นั่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขายึดถือ และ เขามักจะขึ้นไปที่บ้านของคนก่อตั้งชุมชนไหว้พระจันทร์กันยามค่ำคืนหากว่างกลับจากงานไร่ เดินเลาะ ทิวเขาเทือกป่าลำห้วยไปกันเป็นทิวแถวตั้งแต่ยามเย็น ..เป็นประจำเสียงร้องเพลงของเด็ก ๆ กลางโบสถ์ ที่เป็นอาคารไม้ไผ่เรียบง่ายแต่ก่อนในชุมชน สื่อสารถึงความรักของพระเจ้าและความเชื่อ ความศรัทธา ที่บางคนยึดมั่น..พร้อม ๆ กับมีพระสงฆ์ที่เดินผ่านเป็นประจำทุกเช้าอย่างน้อย 3 รูปได้รับการนิมนต์เข้ามา .เพื่อความสงบร่มเย็น ขณะแทนที่. ..ภาพความเชื่อดั้งเดิมตกสะท้อนอยู่ที่การเดินลับหายไปบนภูเขาของ หลาย ๆ คน...นี่เป็นพัฒนาการความศรัทธา ความเชื่อด้านศาสนา และความเป็นอยู่กะเหรี่ยงปกากะญอ บางที..เพื่อนร่วมโลกบนเทือกภูเขา ผืนแผ่นดินเกษตรกรรม แนวทางไพรพนาที่คดโค้ง อีกทั้งความเชื่อ ภาษา และแนววิถีการดำรงชีวิตที่มีการกระจายตัวตั้งถิ่นฐานอยู่ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่ป่าเขา .ยากแก่การเข้าถึง บางพื้นที่ยังเป็นจุดเสี่ยงภัยจากความไม่สงบ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้เสียสิทธิการ ใช้ประโยชน์จากบริการทางด้านสังคมจากภาครัฐ ..และ..จนสุดคาดเดาถึงอะไรก็ตาม แต่ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า. ทำให้คิดถึงชาวไทย..หลายชีวิตที่วางแนบตัวเองอยู่กลางความยิ่งใหญ่ของผืนป่า หากบรรดาพื้นดินเปิดช่องว่างให้ใครหลายคนรู้จักเติมเต็มสิ่งที่เรียกว่าชีวิต หนทางของพวกเขาอาจไม่ตายตัว ไร้ตัวเลขมากำกับ และอยู่ที่ ว่า.. . ใครจะแต่งเติมมันลงไปด้วยความคิด ความเชื่อประเภทใด วันนี้เราได้รู้จักแนวคิดรังสรรค์สังคมของ การสร้างจิตสำนึกของชนชาติพันธุ์ที่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้ถูกต้อง เปิดพื้นที่ “ ความดี ” ให้เกิดขึ้น “ จริง ” ทุกอย่างอยู่ข้างใน ไม่ใช่แค่เรื่องต้องบัญญัติออกมา ด้วยสำนึก..ทำดีต้องมาจากหัวใจ ไม่ใช่แค่เกณฑ์บังคับ การที่ชนชาติพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศเข้ามามีส่วนร่วมกิจกรรมสร้างกระแสสังคม ด้วยชี้นำการแสดง- ออกถึงความสมาน สามัคคีธรรม ย่อม..มากไปกว่าที่คุณค่าคำตอบของแต่ละคนล้วนแปลกแยกแตกต่าง ทว่า..เป็นตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุด .............. เพิ่มเติมรูปขณะสัมภาษณ์ให้ดูดีด้วยค่ะ เพิ่มเติมรูปขณะสัมภาษณ์ให้ดูดีด้วยค่ะ หน้าสุดท้ายนี้เป็นปกหลังนอกคู่กับปกหน้าแรก ขอให้น้องดินนาช่วยกรุณาจัดหาภาพใหม่ที่สวยงามเหมาะสม รวมทั้งการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมแก้ไขจากภาพเดิมที่ได้จัดวางไว้เป็นโครงร่าง ให้เห็นเป็นตัวตุ๊กตา คือ รวมทุกหน้าต้องเป็นหน้าเลขคู่ = รวมทั้งหมด 12 หน้า *น้องดินนา ได้โปรดกรุณาเรียกหาป้าด่วนจ้ะเพื่อช่วยกันตรวจบรู้ฟคำผิดก่อนจัดหน้าวางเพลท ลงตีพิมพ์ด้วย พี่ติ๊กขอกราบขอบพระคุณมาก ๆ ในความเมตตาและร่วมช่วยดำเนินงานเกาะติดข่าวจนสำเร็จออกเผยแพร่ ฉ.1 รักคิดถึง.. จากพี่ติ๊ก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน