ข้อสอบปรนัย งานพุทธภิเษกฯ ออนไลน์ ปี 2564 (เฉลย ปรนัย และอัตนัย).docx
เนื้อหาในไฟล์
ข้อสอบปรนัย งานพุทธภิเษกฯ ออนไลน์ ปี 2564 (ข้อละ 1 คะแนน) คำชี้แจง ให้กากบาทคำตอบ ลงบนแผ่นกระดาษคำตอบที่แนบมา ฆราวาสกับสมณะปฏิบัติธรรมแตกต่างกันตรงไหน ก. ศีล ข. วินัย ค. นิสสัย 4 ง. ถูกทุกข้อ ผู้ที่เลือกกิน มีกิเลสหรือไม่ ข้อใดถูกที่สุด ก. มี ข. ไม่มี ค. มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ง. ผิดทุกข้อ ผู้เข้าทรง มี ๒ จิต(จิต-เจตสิก)ในตัวเองหรือไม่ ก. มี ข. ไม่มี ค. ทั้งมีและไม่มี ง. ผิดทุกข้อ การปฏิบัติหลักของมูลสูตร อะไรเป็นเหตุในการปฏิบัติ ก. ฉันทะ ข. มนสิการ ค. ผัสสะ ง. เวทนา คำว่า มนสิการ คือ สัมภวะ คืออะไร ก. เป็นแดนเกิด ข. เป็นเหตุเกิด ค.เป็นต้นเหตุ ง. เป็นความรู้สึก ผู้มีอธิปไตยเป็นอะไร ก. เป็นใหญ่ ข. เป็นประชาชนผู้ชู 3 นิ้ว ค. เป็นรัฐบาล ง. เป็นสมาธิ กรรมฐานของพุทธในพระไตรปิฎกคือ ก. พระธุดงค์ ข. การนั่งบริกรรมหลับตา ค. เวทนา ง. กิน อยู่ หลับ นอน ที่สุดของพุทธคือ ก. นิพพาน ข. สิ้นบาปสิ้นบุญ ค. พ้นทุกข์อาริยสัจ ง. ถูกทุกข้อ พระโพธิสัตว์ระดับ 7 ผู้มีสยังอภิญญา มีอะไรเป็นเครื่องชี้วัดที่ถูกที่สุด ก. รู้สัมมาอาริยมรรค มีองค์ 8 ข. รู้บาปรู้บุญ ค. รู้โลกนี้โลกหน้า ง. ถูกทุกข้อ ผู้ปฏิบัติธรรมบรรลุแล้ว มีธรรมะอะไรเป็นเศรษฐศาสตร์ที่สูงที่สุด คือธรรมะหมวดไหน ก. สัมมาอาริยมรรคมีองค์ 8 ข. จรณะ 15 ค. วรรณะ 9 ง. โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ผู้เกิดมาส่วนมาก ก็เกิดมาพร้อมกับ ก. วิชชา ข. อวิชชา ค. บุญ ง. ถูกทุกข้อ พุทธคุณ 9 มีการปฏิบัติจนบรรลุได้ด้วย ก. ศีล ข. จรณะ 15 ค. วิชชา 8 ง. ถูกทุกข้อ อาหาร 4 ในเรื่อง กวฬิงการาหาร พระพุทธเจ้า อุปมาเหมือน สามี ภรรยา เดินทางไกลกันดาร ขาดอาหาร จึงฆ่าลูกน้อย เอามาทำเนื้อย่างเนื้อเค็ม ก
อ่านต่อ
ิน ท่านเปรียบให้กำหนดรู้เรื่องอะไร ก. อวิชชา ข. อัตตา ค. กามคุณ ง. นาม รูป ข้อใด ไม่ใช่ ความวิปลาสในศาสนาพุทธ ก. เห็นสิ่งไม่เที่ยงว่าเที่ยง ข. เห็นขี้วัวดีกว่าขี้ไก่ ค. เห็นสิ่งไม่งามว่าเป็นของงาม ง. เห็นสิ่งไม่มีตัวตนว่ามีตัวตน ใครมีความรู้เรื่องอาหาร มากกว่ากันในศาสนาพุทธ ก. นักโภชนาการ ข. นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินอาหาร ค. พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ ง. แม่ครัวโลกๆที่ทำอาหารได้ดาวมิชลิน อรหันต์ที่มีอภิญญาน้อยเพราะว่าอะไร ก. เรียนไม่จบปริญญาแม้สักใบเลย ข. เรียนไม่จบแม้แต่ป.4 เพราะทางบ้านไม่มีเงินส่งเรียน ค. อ่านหนังสือไม่ออกเลย อ่านหนังสือไม่ได้แม้แต่ภาษาเดียว ง. เคยเกิดมาเป็นคนไม่หลายล้านปีเท่าไหร่ เทวตาพลี ที่สัมมาทิฏฐิตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. เศรษฐีลดความตระหนี่โดยสละทรัพย์ไปให้คนยากไร้ ข. ชาวนาเอาข้าวเอาน้ำเอาหญ้าไปบูชาพระโคที่ถือว่าเป็นเทพดูแลที่นา ค. บูชารุกขเทวาด้วยข้าวมธุปรายาสเพื่อให้ท่านบันดาลให้ได้ลูกชาย ง. ถูกหมดทุกข้อ ที่สุดของคนตามภูมิโพธิสัตว์ คือข้อใด ก. ได้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลก ข. ได้ฟังสัทธรรม ได้รู้แจ้งในทุกข์อริยสัจ ทำตนให้หลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในกองทุกข์ทั้งปวง พร้อมกับการรับใช้ที่ไร้ตัวตน ค. เกิดในตระกูลร่ำรวยล้นฟ้า ปรารถนาสิ่งใดๆ จะไม่ได้เป็นไม่มี ง. เป็นยอดของผู้เสียสละ ยอมเหน็ดเหนื่อยตรากตรำ รับใช้ผู้คน เป็นคนผู้ปิดทองหลังพระด้วยจิตที่ยินดี ข้อใดเป็นลักษณะผู้ออกบวชหรือนักปฏิบัติธรรม ที่พ่อครูว่า “ผู้ออกบวช นักปฏิบัติธรรม ที่รับบริจาค จนเป็นการรับสินบน ” ก. หลงภูมิใจที่เราเป็นคนมีลาภมาก นึกอยากได้อะไรเดี๋ยวสิ่งนั้นก็มีคนนำมาถวาย ข. ไม่เอาของใครฟรีๆ ต้องตอบแทนคุณคนที่ให้เราทุกครั้ง ค. หลงยินดีกับสิ่งที่เขาให้ เกรงใจผู้ที่ให้ ยอมจำนนต่อเขา อนุโลมตามเขา ง. ถูกทุกข้อ พระพุทธเจ้าสอนว่า “ผู้ฆ่าสัตว์แล้ว ทำอาหารอันประณีต เพื่อถวายตถาคตหรือสาวกตถาคต ย่อมประสพกับ…….. คำที่ท่านตรัสในพระไตรปิฎกคือข้อใด ก. ประสพบาปเป็นอันมาก มิใช่บุญเลย ข. หลังตายไปแล้ว กรรมจะตามสนอง ค. ไม่มีบาป ไม่มีบุญ ขึ้นอยู่ที่เจตนา (เจตนาหังภิกขเวธัมมังวทามิ) ง. อุบัติเหตุเภทภัย เจ็บป่วยเป็นโรคร้าย ข้อใดคือเศรษฐศาสตร์ที่สุดยอด ก. เป็นคนสมองดี เก่ง ใจกว้าง แถมมีบารมีเก่า หยิบจับงานใดก็สำเร็จ ใจถึงพึ่งได้ ไม่หวงความรู้ ข. เป็นคนสุดยอด ฉลาด มองทะลุปรุโปร่ง ทำโครงสร้างเศรษฐศาสตร์ดีๆ ไว้ให้โลก ใครทำตาม รวยทุกคน ค. ผู้ปฏิบัติตามหลักวรรณะ 9 ได้สำเร็จ จนทำเป็นปกติของชีวิต ง. กินน้อย ใช้น้อย ทำงานมาก มีส่วนเหลือจุนเจือสังคม นิยมการสะพัดออก ทำไมพ่อครูแสดงธรรมซ้ำๆ พูดคำเก่าๆ ทำไมไม่พูดเรื่องใหม่ๆ แปลกๆ ทันสมัย ฟังแล้วจับใจ ก. ธรรมะเป็นสัจจะ เป็นเรื่องทวนกระแสใจ รู้ได้ยากต้องพูดบ่อยๆ ซ้ำๆ ข. พวกเราเป็นเนยยบุคคล มีบารมีน้อย ต้องฟังแก่นสำคัญในการปฏิบัติซ้ำๆ ค. เพราะสัจจะมีหนึ่งเดียว ไม่มีสอง ต้องพูดซ้ำ ที่พูดกันมากๆ หลากหลายนั้นเป็นแค่สังขารโลกเท่านั้น ง. ถูกทุกข้อ ถ้าเรากินอาหาร หากเราไม่พิจารณา พ่อครูกล่าวว่า เราจะเป็น... ก. เดรัจฉาน ข. คน ค. มนุษย์ ง. อาริยะ คนมีอวิชชามากๆ หนาๆ (ปุถุชน) มักคิดว่า ก. สุขดีที่สุด ข. ไม่สุขไม่ทุกข์เลยดีกว่า ค. สุขทุกข์เคล้ากันไป ง. จะสุขจะทุกข์ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมบันดาล ท่านพุทธทาสกล่าวว่า จิตเดิมแท้เป็นจิตบริสุทธิ์ แล้วพ่อท่านสอนว่า จิตเดิมแท้คือ ก. จิตเดิมแท้เป็นจิตบริสุทธิ์ตรงกัน ข. จิตเดิมแท้เป็นจิตอวิชชา ค. จิตเดิมแท้อยู่ที่กรรมของแต่ละคน ง. จิตเดิมแท้นั้นดับสูญไปกับชาติที่แล้ว มีแต่จิตใหม่ เมื่อพลังงานไฟฌานเผาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ภาวะใดเกิดต่อจากฌาน 4 ก. ภาวะสงบเงียบเบาง่าย ข. เกิดสภาวะปิติ ปราโมทย์ ยินดีพอใจชอบมาก ค. สภาวะบุญดับสูญ ง. แต่ละคนเกิดสภาวะไม่เหมือนกัน คนเก่งๆ คนฉลาดทางโลกีย์มากๆ จะปฏิบัติธรรมอย่างไรจึงจะบรรลุได้เร็วเหมือนสายศรัทธาที่เดินมรรคตรงบรรลุเร็ว ก. พลิกมาฉลาดทางโลกุตระ ไม่ฟุ้งปรุงไปกับสังขารโลก มุ่งสู่แก่นของพุทธ ข. ฉลาดคู่กันไป ค้นคว้าศึกษาหาความรู้ สั่งสอนอบรมทั้งสองด้านทำพร้อมๆ กัน ค. ทำงานง่วนๆ ทำจิตให้สงบๆ เพิ่มสมถะให้ตัวเอง จะได้มีสองส่วน ฉลาด = สงบ คู่กันจึงสมดุล ง. ทำงานที่ตนฉลาดนั่นแหละ แต่รู้จักปล่อยวาง ทำจิตไม่ยึดมั่นถือมั่น รู้แล้ววาง ปล่อยออกๆ ฌาน สมาธิ ของพระพุทธเจ้า ต้องเกิดจากการปฏิบัติ ก. เจริญอาณาปานสติต่อเนื่อง ข. จรณะ 15 วิชชา 8 ทุกๆ ปัจจุบัน ค. อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 ง. อ่านจิตในจิต พิจารณาธรรมในธรรม ทำความสงบในภายใน ผู้จะเป็นพระอรหันต์ได้ ต้องเรียนรู้อะไรสำคัญ ก. รสอร่อยไม่มี มีแต่รสของความจริง ข. ฝึกอ่านเวทนา 108 รูป 28 นาม 5 อยู่ทุกปัจจุบัน ค. เห็นแจ้งรูปนามเกิดดับทุกๆขณะปัจจุบัน จึงสลายวิญญาณได้ ง. ถูกทุกข้อ ในเวทนา 108 การฝึกแยกแยะมโนปวิจาร 18 เป็นหลักสำคัญมาก ความหมายที่ถูกต้องสภาวะที่ตรง แยกตรงข้อใด ก. แยกสุข , ทุกข์ , อุเบกขา ข. แยกสุขทุกข์ภายนอก กับ สุขทุกข์ภายใน ค. แยก เคหสิตะ กับ เนกขัมมสิตะ ง. แยก อดีต ปัจจุบัน อนาคต ดัชนีชี้วัด ว่าเราปฏิบัติธรรมเสื่อมลงต่ำลง ข้อใดเสื่อมต่ำมากกว่าข้ออื่น ก. กินอะไรก็อร่อยโม้ด สู้ไป แพ้บ้าง ชนะนิดหน่อย ข. เป็นคนนิสัยเสียดายของ บางทีกินจนอิ่มแปล้ท้องจะแตกเพราะเสียดาย ทุกข์จริงๆ โง่แท้ๆ ค. กินอยู่ยากมาก สุขภาพไม่ดีมาก บ่อยครั้งอยู่วัดแท้ๆ ยังต้องทำอาหารกิน ทั้งที่ไม่ควรทำ ง. เรื่องกินอาหารในวัดกินไม่ค่อยได้ ต้องไปซื้อกินอาหารข้างนอกถูกปากกว่า บาป ชั่ว ต่างกันหรือเหมือนกัน ข้อใดถูกต้อง ก. บาปกับชั่วเหมือนกัน คือ ทำไม่ดีจิตก็ไม่ดีทั้งคู่ ข. ชั่วดีถูกผิดคือสมมุติโลกีย์ บาปคือจิตมีกิเลสร้ายอวิชชา ไม่เหมือนกัน ค. แล้วแต่จะคิด เหมือนกันก็ได้ ไม่เหมือนกันก็ได้ ง. ไม่มีข้อถูกต้อง พระอรหันต์สายปัญญา เห็นมะนาวแล้วมีน้ำลายออกได้ไหม? ก. ท่านเป็นพระอรหันต์ ยิ่งสายปัญญา น้ำลายไม่ออกแน่ๆ เพราะท่านรู้ชัด ข. รสจัด มะนาวเปรี้ยวๆ สัญญามันทำงาน ทำให้น้ำลายสอได้ ค. เห็นอาหารอะไรก็ตาม น้ำลายออกอยู่ยังไม่ใช่พระอรหันต์แท้ ก็แค่คนหลงตัว ง. ไม่มีข้อถูก ปฏิบัติธรรมสายไหน หาวิญญาณจริงไม่เจอ เจอแต่วิญญาณปั้นเอาปั้นเอง มโนมยอัตตา ก. สายเจโต สายศรัทธาที่พากเพียรปฏิบัติตามจรณะ 15 วิชชา 8 ข. สายวิริยาธิกะ แม้ยากแม้ช้าก็ลืมตาเข้าหาสัตบุรุษ คบมิตรดี หมั่นฟังธรรม ค. สายหลับตา แม้ความคิดจะแหลมคม ตบะก็แกร่งกล้า แต่ปิดตาปิดทวาร ไม่รับผัสสะในทุกปัจจุบัน ง. ไม่มีข้อถูกต้อง พ่อครูตอบคำถามได้ทุกๆ เรื่อง ถามอะไรก็ตอบได้ทุกๆ เรื่อง เพราะ? ก. เพราะพ่อครูไม่มีตัวตน รู้ก็ตอบว่ารู้ ไม่รู้ก็ตอบว่าไม่รู้ ข. เพราะพ่อครูเป็นพระโพธิสัตว์สายปัญญา ปาง 7 รู้ทุกๆ เรื่องตอบได้หมด ค. พ่อครูอ่านมาก ฟังมาก ค้นคว้ามากและมีบารมีเก่ามากอีก ตอบได้ทุกเรื่อง ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง คนกินเหล้าทำไมเลิกไม่ได้ อะไรเป็นเหตุสำคัญ ก. เพราะเกรงใจเพื่อนฝูง กินเพื่อสังคม ข. กินเหล้าแล้วหายกลุ้มเรื่องทุกข์ๆร้อนๆกลุ้มรุมใจ หายเพราะเหล้านี้แหละ ค. เพราะจิตโง่งมงายขาดปัญญา ไม่มีมิตรดี มีแต่มิตรชั่วพามั่วอยู่ในอบาย ง. ยิ่งกินเหล้ายิ่งติด คิดจะเลิกๆๆๆแล้วก็ล้ม ชาตินี้ช่างหัวมัน เอาใหม่ชาติหน้าจะไม่กินเลย ปฏิบัติหลับตาปรารถนาจะเข้าถึงจิตโดยตรงๆ จะได้จัดการกับกิเลสตรงเป้าเข้าในทิ้งนอกทิ้งในทั้งหมด แล้ววิญญาณที่ปรากฏให้ผู้หลับตาจับได้เรียกวิญญาณนั้นว่าอะไร ก. วิญญาณโอปปาติกะ ข. วิญญาณที่สะอาดสงบจากกิเลส ค. วิญญาณพเนจร (สัมภเวสี) ง. วิญญาณฐีติ ก็แค่เป็นเจ้าสำนักพาคนปฏิบัติธรรมแบบหลับตา ทำไมจึงถูกกล่าวหาว่า เป็นโจรร้ายปล้นศาสนาไปได้ ก. พุทธะ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แต่กลับมาพาปิดทวารนอกเข้าสู่ภวังค์ผิดตั้งแต่ต้น ข. ไม่รู้ธรรมจริง ไม่มีสภาวะบรรลุธรรมของแท้ๆ ก็แค่ฟัง เชื่อฝึกตามๆ กัน ก็หลงยึดว่านิพพานได้แล้ว จนคนอื่นหลงศรัทธาว่าบรรลุ ค. พาคนให้เชื่อหลงศรัทธา ทุ่มเทชีวิตจิตวิญญาณ ฝึกฝนตามฤาษีชีไพร แต่ใช้คำว่าพุทธ ง. ถูกทุกข้อ อโหสิกับอภัยต่างกันอย่างไร (พ่อครูตอบว่า) ก. อภัย คือ ไม่มีภัยต่อกัน สูงกว่านั้น คือ ไม่โลภโกรธหลง ส่วน อโหสิ คือ แล้วก็แล้วกันไปไม่ติดใจ ข. อภัยกับอโหสิก็เหมือนกัน เพียงแต่ใช้ภาษาต่างกันเท่านั้น ค. มันอยู่ที่ใจใช้คำไหนก็ถูกหมด อยู่ที่คนแปล ง. ไม่มีข้อถูก ข้อใด กล่าวผิด เกี่ยวกับฌานของพุทธ ก. เมื่อปฏิบัติอรูปฌานของพุทธ ไม่ต้องมีสัมผัสทางตาก็บรรลุได้ ข. เมื่อปฏิบัติอรูปฌานของพุทธ ต้องเกิดจากปฏิบัติจรณะ 15 ค. เมื่อปฏิบัติ ฌานของพุทธ ต้องปฏิบัติ โดยมีผัสสะ 6 ง. เมื่อปฏิบัติ ฌานของพุทธ ต้องอยู่กับหมู่มิตรดี จึงบรรลุ พ่อครูว่า มโนสัญเจตนาหาร เปรียบเหมือนบุรุษ 2 คนที่จะช่วย แทนที่จะดึงขึ้นจากหลุมถ่านเพลิง ดันคร่าฉุดให้ลงหลุมถ่านเพลิงไปอีก ก. โง่ทั้งคู่ เป็นการฆ่าด้วยเจตนาที่แสนดี ข. ไม่มีใครช่วยใครได้ เพราะต่างคนต่างยึกยักซับซ้อนหลงผิดด้วยกันเลยกอดคอกันลงหลุมถ่านเพลิง ค. ผู้นำหลงผิด ยิ่งช่วยศิษย์ก็ยิ่งเหมือนซ้ำเติมให้ลงหลุมถ่านเพลิงเร็วขึ้น ง. ถูกทุกข้อ ฌานมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ก. พลังไฟร้อน พลังปัญญา เผากิเลสให้ดับสูญ ข. พลังเย็นสงบผ่อนคลาย ค. พลังปิติยินดีพอใจสดชื่น ง. ไม่มีข้อถูก ฌานพุทธกับฌานโลกีย์ ต่างกันหรือคล้ายๆกัน ก. ไม่ต่างกันเลย อยู่ที่คนปฏิบัติจริงเผากิเลสทั้ง 2 อย่าง ข. ต่างกันสิ้นเชิง ฌานพุทธเผากิเลส ฌานโลกีย์เพิ่มกิเลส ค. เหมือนกันก็ใช่ ต่างกันก็จริง อยู่ที่ผู้นำพาฝึก ดีทั้ง 2 อย่าง ง. ไม่มีข้อถูก ตัณหาเป็นตัวเคลื่อน อุปาทานเป็นตัวนิ่ง การดับกิเลสร้าย 2 ตัวนี้ ควรจัดการดับตัวไหนก่อนจึงจะง่ายกว่า ก. ดับพร้อมกันทั้ง 2 ตัวทีเดียวเลย ข. ดับอุปาทานก่อนตัณหา อุปาทานดับง่ายกว่ามันนิ่งๆ ลึกๆ ค. แล้วแต่ใครจะดับอะไรก่อนก็ดีทุกตัว ง. ดับตัณหาก่อน ตัณหาจับได้ง่ายกว่า อุปาทานดับไปพร้อมกับตัณหา ข้อใดถูกต้อง ก. นาง ก. มีความเห็นว่า การเขียนคิ้ว แต่งหน้า ทาปากให้สวย ตามสมมุติของสังคม ไม่ใช่กิเลสกาม ข. ภิกษุ ข. หนีออกจากหมู่กลุ่มไปเดินจาริก ตั้งตนอยู่บนความลำบากจะเป็นหนทางสู่พระนิพพานสูงสุด ค. ผู้คนทั่วไปที่ ละ หน่าย คลายจากร่างกาย ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่จะต้อง แก่ จะต้องเจ็บ จะต้องตาย นั้นยังไม่เข้าถึง ทุกข์อาริยสัจ ง. บุญเป็นของดีน่าได้น่ามีน่าเป็น ทุกคนต้องใช้ในอนาคต ข้อใดถูกต้อง ก. การนั่งสมาธิอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก จนเป็นเอกคตาจิต ดับได้ทั้งทุกข์ ดับได้ทั้งเหตุแห่งทุกข์ ข. การนั่งหลับตา สมาธิอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก จนเป็นเอกคตาจิต ดับได้แต่เหตุแห่งทุกข์ แต่ไม่สามารถดับทุกข์ได้ ค. การนั่งหลับตาสมาธิอยู่กับลมหายใจเข้า-ออกจิตเป็นเอกจิต ดับได้แต่ทุกข์ ไม่สามารถดับเหตุแห่งทุกข์ได้ ง. บุญเกิดขึ้นในปัจจุบันและสั่งสมลงเป็นอดีต ข้อใดเป็นโยนิโสมนสิการ ก. นายกอ ชอบกินน้ำอัดลม วันนี้มีน้ำอัดลมขึ้นศาลา นายกอ บอกกับตนเองว่า ก็กินๆไปเถอะ กินเพื่ออยู่ไม่ได้อยู่เพื่อกิน เป็นคนเลี้ยงง่ายไม่เรื่องมาก ข. อาหาร ซาคาฮารี เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นาย ข. จึงจะต้องกินอาหาร ซาคาฮารีอย่างเดียว ไม่กินอาหารอื่นตลอดชีวิต ค. นาย ค. ไปเบิกเงินส่วนกลาง ขอไปซื้อ อะหลั่ย มาซ่อมรถให้ส่วนกลาง แต่ถูกปฏิเสธ เพราะไม่แจ้งหัวหน้าฐานงานก่อน จึงบอกกับตนเองว่า ไม่เป็นไร เราบกพร่องเอง ง. นาง ง. ป่วย หกล้มข้อเท้าเคล็ด ไปขอเบิกเงินส่วนกลางจะไปหาหมอ ขอเบิก 2000 บาท แต่การเงินให้เพียง 500 บาท จึงรู้สึกว่า บ้านราชฯ ไม่อบอุ่น พึ่งแก่ พึ่งเจ็บพึ่งตายกันไม่ได้ ไม่น่าอยู่ ความมั่นคงของสังคม เกิดจากสิ่งใด ก. ประเทศไทย ค้าขายกับต่างประเทศ มีกำไรมาก GDP สูง ข. ประชาชนคนไทยไม่เป็นหนี้ แต่ไม่แจกจ่ายแบ่งปันคนอื่น ค. ประเทศไทยมีเทคโนโลยีสูง มีคมนาคมสะดวกสบาย ค้าขายร่ำรวย ง. คนไทยไม่เป็นหนี้แล้ว ผลิตสิ่งจำเป็นต่อชีวิตได้มากมาย แล้วแจกจ่ายแบ่งปันแก่ประเทศอื่น คนไทยเอาไว้พออยู่พอกิน ไม่ขาดแคลน ข้อใดกล่าวผิด ก. ปุถุชนที่มีกิเลส เป็นผู้มีจิตวิญญาณเป็นนิรันดร ไม่มีวันดับสูญ ข. สงครามที่ทำให้เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดขึ้นมา ต่อสู้กับสงครามไม่มีวันจบสิ้นเรียกว่า “อรณะ” ค. สงครามที่ต้องต่อสู้ ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย ไม่มีวันหมด สงครามการต่อสู้นี้เรียกว่า “มรณะ” ง. อมตะแบบโลกีย์ ไม่มีวันดับสูญ อมตะแบบโลกุตระ จะดับสูญก็ได้ จะเกิดอีกไม่ยอม ระหว่าง “สมาทาน” กับ “อุปาทาน” ต่างกันตรงไหน ข้อใดถูกต้อง ก. สมาทาน คือ ยึดไว้อย่างมีปัญญา อุปาทาน คือ ยึดไว้อย่างอวิชชา ข. สมาทาน คือ การยึดไว้อย่างกุศล อุปาทาน คือยึดไว้อย่างอกุศล ค. สมาทาน คือ การยึดฉวยไว้ด้วยความดี อุปาทานคือการยึดฉวยไว้ด้วยความชั่ว ง. สมาทานเป็นโลกีย์ ส่วนอุปาทานเป็นโลกุตระ ข้อสอบอัตนัย (ข้อละ 5 คะแนน) 1.ท่านฝึกโยนิโสมนสิการอย่างไร บอกมาเป็นรูปธรรม ตอบ สัมผัสของทอด รู้สึกชอบ สวย อร่อย กำหนดหมายให้ชัดๆ อ่านอารมณ์สุขแท้ๆ ที่หลงรสเท็จ แยกรสเท็จและรสแท้ ทำใจให้รู้แจ้งในความหลอกของตัณหาในอารมณ์ เห็นโทษภัยของกาม ทำใจในใจให้จางคลายจากความหลง ทำบ่อยๆ ทุกๆปัจจุบัน 2. ประเทศไทยเป็นตัวอย่าง การปกครองที่ลดอัตตาอย่างไร ตอบ ไม่สร้างอำนาจให้ตัวเอง กลุ่มตัวเอง (รัฐบาล) จนคนเกรงไม่กล้าติไม่กล้าประท้วง ทำให้ประชาชนเห็นชัดว่า นี้ความจริง นี้ความดีจริง ใช้กฎหมาย ใช้ศีลธรรม ไม่ใช้อำนาจ 3. ฆ่าโจรด้วยหอกเช้า 100 เล่ม กลางวัน 100 เล่ม เย็นอีก 100 เล่ม ไม่ตาย ท่านลองเปรียบเทียบกับ สภาวธรรม ของท่านเป็นอย่างไร ตอบ ไม่รู้ว่าสิ่งที่เราติดอยู่นั้นทุกข์แท้ๆ ไม่ใช่สุขเลย หลงเชื่อว่าทุกข์นั้นเป็นสุขอีก ก็ยากที่จะฆ่ากิเลสตัวนี้ได้ถูกต้อง คือเราฆ่าไม่ถูกตัว กิเลสจึงไม่ตาย แม้มีความศรัทธาแก่กล้า มีความเพียรมากปานใด แต่ขาดสัมมาทิฏฐิก็อย่าหวังบรรลุธรรม 4. ท่านเพิ่มสัมมาทิฎฐิให้ตนเองด้วยวิธีใดบ้าง ตอบ น้อมรับฟัง อ่านธรรมะจากสัตบุรุษจากผู้รู้จริง จากเพื่อน (ปรโตโฆษะ) ฟังธรรมแล้วต้องเอามาธรรมวิจัย ทำที่กาย , วาจา , ใจ ทำใจให้รู้แจ้ง (โยนิโสมนสิการ) 5. วรรณะ 9 ท่านปฏิบัติอย่างไร ให้ความสำคัญข้อใด ตอบเป็นรูปธรรม ตอบ ให้คะแนนตามความเหมาะสม 6. พระพุทธเจ้าตรัสว่า มิตรดีเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ มิตรในบวรของท่าน หรือญาติธรรมที่ท่านรู้จัก ช่วยในการประพฤติพรหมจรรย์อย่างไร ตอบชัดๆ เป็นรูปธรรม ตอบ ตอบตามความจริง ให้คะแนนตามความจริง 7. วิญญาณเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง ท่านจะรู้จักวิญญาณแท้ของท่านด้วยวิธีใด เรียนจากอะไร และวิญญาณจริงจะ ปรากฏ ตัวเมื่อใด ตอบ จิตวิญญาณ ปรากฏ ตัวเมื่อกระทบผัสสะด้วยทวาร เช่น ตากระทบรูปทุกปัจจุบัน ฯลฯ ตาเห็นรูปแล้วอ่านความรู้สึกในใจ (นาม) เมื่อเห็นรูปอ่านเวทนาได้ก็เห็นการทำงานของวิญญาณ จะเป็นวิญญาณผีหรือพระก็แยกวิญญาณต่ออีก 8. ท่านกินอาหารอร่อยอยู่หรือไม่ เมื่อกินแล้วยังอร่อยอยู่ ท่านฝึกตัวเองอย่างไร ตอบ ให้คะแนนตามความเหมาะสม 9. พ่อครูพาปฏิญาณตน ศีล 8 ว่า ไม่หลงใหญ่ ไม่หลงติดความใหญ่ ท่านกำลังลดความใหญ่ของตนอะไรบ้าง ลดอย่างไร ตอบ ให้คะแนนตามจริง 10. เรื่องกินเป็นที่มาของกิเลสกามตัวสำคัญ ตัวท่านจัดการกับเรื่องกินอย่างไร เช่นกินกี่มื้อ ท่านอ่านอารมณ์ได้ขนาดไหน ตอบ ให้คะแนนตามความเหมาะสม