640811_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาว่าทำไมพ่อครูเชียร์นายกประยุทธ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
640811_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาว่าทำไมพ่อครูเชียร์นายกประยุทธ์ https://www.boonniyom.net/50703.html ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1exTghzZU0ckBokM_xckRMz9zINHKbn1ppdAcw2oO6ok/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1Fe2Q1ouatBKJLwX-QOJAXMEJTjd9Cqzv/view?usp=sharing
และดูวิดีโอได้ที่ https://fb.watch/7jw0JkHWmK/
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน พุทธรู้ธรรมะ 2 รู้จบที่ 1 กับ 0 ได้จริง _สมณะฟ้าไท... วันนี้เป็นวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2564 ที่บวรราชธานีอโศก ต่างประเทศมีคลื่นความร้อนทำให้เกิดไฟไหม้ป่ารุนแรง ส่วนเรื่องโควิด... -จีนรอดเพราะกฎระเบียบเคร่งครัด -ยุโรปร่วงเพราะชะล่าใจ -อเมริกาตายมากเพราะอิสรเสรีเกินไป -อินเดียตายเพราะคลั่งลัทธิความเชื่อ -ไทยตายเพราะ….แก่งแย่งชิงดีไม่สามัคคีกัน พ่อครูว่า... ประชาธิปไตยไทย มันมีฝ่ายค้านที่เป็นความจริงของประชาธิปไตยต้องมีฝ่ายค้าน ต้องมี 2 เสมอ มันเป็นเรื่องของธรรมะที่จะต้องมีเช่นนั้น ถ้าไม่เช่นนั้นปล่อยปละละเลยไม่มีคู่ไม่มีสิ่งแย้งไม่มีสิ่งขัดแก้ตาม เพื่อให้เกิดความสังวรระวังไม่ให้เกิดความประมาท ไม่หลงติดเป็นเทวนิยม 2 สภาพ 2 จะต้องมีตลอดกาล แต่ไปหลงผิดเป็นหนึ่งเหมือนเทวนิยม มันถึงเสื่อม เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ร้อนวุ่นวาย แล้วมันก็ไม่ดับ จะระบมช้ำสั่งสมซับซ้อน ยิ่งทุกข์ทรมานมีกรรมวิบาก มันจะมากนานนิรันดรด้วย การเข้าใจว่าเป็นหนึ่งเป็นนิรันดร ซึ่งจริงๆแล้วไม่มี นิรันดร์ นิ แปลว่าไม่ อันตระ แปลว่าในระหว่าง ถ้ามันมีอะไรเป็นสองก็จะมีอยู่ตลอดกาล แต่ของพระพุทธเจ้าบอกว่าไม่มีในระหว่าง คือไม่มีไปเลย เป็นศูนย์ จบไปเลย อันนี้แหละสุดยอดของพระพุทธเจ้าที่มีที่จบ จบสูญได้ จบ
อ่านต่อ
1 ได้ จบ 2 ได้ จบมีนิรันดร หรือมีไม่สิ้นง่ายๆ เช่น พระอวโลกิเตศวร อยู่กับโลกอยู่กับสังคมมนุษยชาตินี่แหละ จนกว่าจะโลกมนุษยชาติจะสูญให้ปรินิพพานหมดถึงจะปรินิพพานเป็นคนสุดท้าย โอ้โห สุดยอดเลย มันเป็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่ หนึ่งเดียวไม่มีอะไรเปลี่ยนอีกแล้ว มีไว้สำหรับเป็นสัญลักษณ์ เพราะฉะนั้นคนที่รู้ความจริงแล้วจะอยู่ก็ได้ ถึงเวลาวาระก็ควรจะต้องเลิก งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา พระอาทิตย์ขึ้นก็มีพระอาทิตย์ตก จะขึ้นอีกกี่วันก็มีวันพระอาทิตย์ตก แม้ที่สุดจริงๆแล้วพระอาทิตย์ก็ไม่ได้อยู่นิรันดร์กาล ไม่ใช่ มันเสื่อมสักวันหนึ่งพระอาทิตย์ดวงนี้ก็แตกสลาย แต่มันนานกว่าเกินที่เราจะเอาชีวิตนี้ไปมีวิบากแล้วจดจำภาวะที่เกิดแล้วเกิด เกิดอีกเกิดแล้วจนนับเวลาดวงอาทิตย์ลูก 1 กี่ล้านปีก็ไม่รู้ แต่จริงๆคนเวียนตายเวียนเกิดนานเท่าพระอาทิตย์แตกสลายได้เหมือนกัน แต่มันจะบรรจุความจำมาระลึกไม่ไหว แม้มันจะไม่กินเนื้อที่ก็จริงความจำ แต่มันก็กินพลังงานจำเพราะเป็นพลังงาน เป็น อจินไตย ที่ยากจะพูด ค่อยๆศึกษา ศาสนาพระพุทธเจ้านั้นมีทั้งเรียนรู้ปฏิบัติแล้วก็จะได้ฐานที่อาศัย อย่างสบาย ไม่ใช่อย่างสุขแต่อย่างสปายะกับเลิกอาศัยไปเลย จบ ไม่มี สย พยัญชนะ สะ กับ ยะ ซึ่ง เศษวรรคของพยัญชนะสองตัว คือ ส กับ ย ไม่ใช่พยัญชนะ 5วรรค ย เป็นพลังงานเศษวรรคตัวแรกที่จับตัวเป็นพลังงาน ส เป็นพยัญชนะตัวที่ 5 ของเศษวรรค (ย ร ล ว ส ห ล อำ) 5 คือกึ่งหนึ่งของ10 หรือเลย 9 มา 1 คุณจะตัดสินใจเอา 10 หรือเอา 0 ถ้าคุณเอา 0 ก็ต้องไม่มี 11 ถ้าคุณเอา 10 แล้วไม่ต่อ 11 มันก็เกิน 10 ไปแล้ว นัยยะสำคัญของสิ่งที่จะเอามาเปรียบเทียบขยายความเนื้อหาสาระของศาสนาแท้ๆที่อาตมากำลังอธิบาย ถ้าไม่มีสภาวะหยิบเอามาอธิบายอย่างที่อาตมาอธิบายไม่ออกหรอก ถึงออกก็ไม่รู้เรื่องพูดอะไร ตอนนี้อาตมาพูดเข้าใจไหมหมายถึงอะไร มันเหมือนลมๆแล้งๆเหมือนไม่มีอะไรเลย แต่หยิบมาพูดมันมี มันเป็นสิ่งที่เราอาศัยในกรรมวิบาก เราอาศัยอยู่ในชีวิต รวมแล้วเราอาศัยในชีวิตในกรรมวิบากของจิตนิยาม ซึ่งเรามีจิตนิยามที่ศึกษาได้ไม่ใช่พีชนิยามอุตุนิยาม เป็นเวไนยสัตว์(สัตว์ที่สอนได้) ส่วน อเวไนยสัตว์ก็เป็นสัตว์ที่ไม่เจริญ สอนไม่ได้ มันก็เป็นสภาวะจริงของสัจจะเราก็ต้องยอมจำนนไป สัจจะที่ศึกษาได้ของพระพุทธเจ้ามีที่จบจริง 1 จบสภาวะตั้งแต่ขั้นต้นเรียกว่าอรหันต์ ใบไม้กำมือเดียว คนที่จบอรหันต์คือคนที่มีสิ่งรับประกันว่า คุณมีกรรมที่ดี ต่อไปอีกไม่มีชั่วเลย ตามที่มนุษย์ปรารถนาในโลกหรือศาสดาเทวนิยมทุกองค์ในโลกปรารถนาให้คนเป็นคนดี ของพระพุทธเจ้าก็สอนให้ดีและดีอย่างเที่ยงแท้ถาวรไม่วนเวียนเหมือนอย่างเทวนิยมด้วย ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดาเที่ยงแท้มีแต่สูงขึ้นไปตลอด เป็น สัมโพธิปรายนะ ส่วนพระพุทธเจ้าท่านจะสูงไปกว่านั้น แล้วจะให้ท่านไปสอนใคร เพราะคนอื่นตามท่านไม่ทันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะทำไปทำไม มันสูงสุดแล้วก็พอแล้ว สูงขนาดนั้นก็คนอื่นปฏิบัติให้ทันท่านเถิด สูงสุดแค่นี้ก็เลิกแล้ว จะเป็นคนต่อไปอีกก็เหมือนกับว่า ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เธอถามเกินปัญหาไปแล้ว สุดเกินกว่า พระพุทธเจ้าไปอีก จะเกินไปทำไม ไม่มีประโยชน์ จะอวดไปทำไมมันก็ไม่มีประโยชน์กับคนอื่น เพราะคนอื่นไม่มีทางขึ้นถึงท่าน ท่านขึ้นถึงอยู่คนเดียว ไปอย่างไม่เหลียวหลังเลย จะไปทำอะไร เปล่าดายเสียเวลา แรงงานทุนรอนไม่เข้าเรื่อง
SMS วันที่ 9-10 ส.ค. 2564 _สติพล จนพัฒนา : ความเป็นพระอาริยโสดาบันแบบนางวิสาขากับพระอานนท์หรือพระโกญฑัญญะ..คงมีรายละเอียดต่างกันนะครับ..แต่คิดว่าสภาวะตัวเดียวกัน?. พ่อครูว่า... ถ้าเผื่อว่าเราจะไปตามรู้ผู้อื่นที่ไม่อยู่ในฐานะ ก็เป็นโพธิสัตว์ การจะเป็นโพธิสัตว์ต้องเป็นอรหันต์ก่อน เป็นอะไรมันคือจบที่ตนเองและเป็นโพธิสัตว์เพื่อช่วยผู้อื่น คนอื่นจะมีแง่มุมที่ต่างกันไป จะเป็นโสดาบันก็ต่างกันสกิทาคามีก็ต่างกัน ก็ไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย มีแต่นิพพานที่เป็น 0 เหมือนกันเป็นสัจจะหนึ่งเดียว นอกจากสัจจะหนึ่งเดียวคือ 0 หรืออนุโลมเรียกว่า 1 นอกนั้นก็เป็น 0 คือนิพพานเท่านั้น ไม่มีอะไรเลยที่จะ 0 หรือนอกจากนั้นเลย จากนั้นก็เป็น 2 3 4 5 ไปถึงนับไม่ถ้วน รายละเอียดของคนไม่เหมือนกัน ภาษาเรียกว่า โสดาบันคำเดียวกัน แต่ฐานโสดาบันมีนับไม่ถ้วน คุณจะไปทำรู้ทำไมเปล่า ให้รู้ตัวเองเถอะเป็นพระโสดาบันหรือยัง เป็นโสดาบันจะใกล้เคียงกันอย่างไร คุณก็รู้พอเทียบ ตรวจเสร็จแล้วก็เข้าหาคำสอนพระพุทธเจ้าให้คุณเป็นพระอรหันต์ไป จบพระอรหันต์แล้วจะไม่มีปัญหาที่เฟ้อที่เกิน
_จาก ผู้ฟัง ในเซฟตี้โซน 1.คำว่าหญ้ามุงกระต่ายมีจริงมั้ยครับ หรือเป็นเพียงคำอุปมาอุปไมยของความเละเทะเท่านั้น พ่อครูว่า...อาตมาก็ไม่รู้จัก หญ้ามุงกระต่าย เอาที่เนื้อหาก็แล้วกัน มันเป็นความยุ่ง เหมือนกลุ่มไหมที่พันกัน ทั้งมีปมไม่รู้กี่ปม เกาะกันจนแกะออกไม่ได้เลย แกะออกยากมาก หมายถึงอย่างนั้นเท่านั้น
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ฌาน สมาบัติของศาสนาพุทธไม่ต้องเข้าต้องออก _2.คำว่า"ฌาน" ใช้แทนคำว่า"สมาบัติ"ในสงฆ์หมู่ใหญ่ ใช่มั้ยครับ ขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า... คำว่า สมาบัติ ท่านแปลว่า การเข้าฌาน ทีนี้คำว่า การเข้า เข้าไปแล้วก็เข้าไปเลยไม่มีออก เข้าแล้วเข้าถึง ภาษาคือ ปัตตะ(ฐานต้น) หรือ ปันนะ (ฐานจบ) สัมมาปันนะ คือ สมาปัตติกับสัมมาปัณณะ ใช้พยัญชนะ ส กับ ม เป็นตัวสมบูรณ์ เศษวรรคตัวที่ 5 เป็นส่วนที่เกินจากครึ่งของ 10 คุณก็พัฒนาไปจนถึง 9 คือเต็มแล้ว ส่วน 10 คือสมบูรณ์ ส่วนพระพุทธเจ้าถึงเลข 9 ก็ใช้พลังงานนี้ทำงานเต็มที่ ส่วนเลข 10 คือการสูญ ในฮินดูเรียกว่า กัลกิยาวตาร พวกเทวะเขาไม่รู้เรื่องเขาไม่รู้จักปางที่ 9 คือพระพุทธเจ้า แต่ศาสนาพุทธรู้จักปางที่ 10 คือ 0 พูดถึงศูนย์แล้วจะอยู่หรือไม่อยู่ก็เป็นอมตะบุคคล คุณจะอยู่ก็อยู่ของคุณเอง คุณจะเลิก แยกธาตุ ปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่มีชีวะอีกเลยก็ได้ อาตมาสาธยายธรรมะที่มีสภาวะต่างๆมากมายมาตลอดเวลา แม้ขณะนี้เวลานี้ก็ละเอียดลึกซึ้ง คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) อาตมาพูดไป คนมีอคติไม่อยากให้ใครเก่งเกินหน้าก็ไม่ชอบใจ แต่ผู้มีอคติฟังแล้วก็จะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆเพ้อเจ้อแต่เป็นเรื่องสัจจะ ที่คนรู้สาระเป็นสาระคือคนมีสาระ คนที่เห็นสาระเป็นอสาระ คือสิ่งที่ไม่เป็นสาระคือคนที่ไม่รู้สาระ คนที่บอกว่าฌานสมาบัติคือเข้าๆออกๆน่ะ พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ต้องเข้าต้องออก เป็นฐานะที่เจริญเรียกว่า วุฏฐานะ แปลว่าออก ออกไปเลยไม่ต้องเข้า สมาบัติ แปลว่าเข้าฌาน แต่ของพุทธเจ้าไม่ออกไม่เข้า ถ้าคุณมัวแต่เข้า ๆ ออก ๆ คุณไม่จบหรอก บุญก็ดี ฌานก็ดี เป็นเส้นตรง เดินทางไปทางเดียวไม่มีโค้งงอไม่มีองศา ตรงที่สุดเป็นเส้นตรงที่สุด เพราะฉะนั้นของพุธนั้น ฌานก็ดี สมาบัติก็ดี เป็นฌานหรือเป็นพลังงานที่ เป็นเส้นตรงปฏิบัติแล้วจะได้ผลก็ต้องปฏิบัติจากจรณะ 15 วิชชา 8 เสร็จแล้วก็จะเกิดปัญญาหรือ วิชชา ที่เป็นความรู้ความฉลาดในการกำจัดกิเลส เมื่อกำจัดกิเลสได้สำเร็จก็จบกิจในขณะลืมตาตื่นเต็มๆด้วย วิธีปฏิบัติอย่างรู้แจ้งเห็นจริงบรรลุด้วยจักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก ซึ่งเป็นความสว่าง เป็นการมีดวงตา จักขุมาปรินิพพุโพติ เป็นการบรรลุธรรม บรรลุนิพพานชนิดที่ตายังลืม จักขุมาปรินิพพุโพติ คนสนใจเข้าใจว่าการปฏิบัติฌานคือการไปนั่งหลับตา แต่ว่า ฌานของพุทธนั้นอยู่ในชีวิตประจำวันปกติ เป็นพระอรหันต์แล้ว มีชีวิตลืมตาอยู่ในชีวิตประจำวันปกติแต่ว่ามีจิตที่มีวสวัตตี ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ เหมือนช่างไฟฟ้าจะให้จ่ายกระแสไฟกี่โวลต์ก็ได้ ก็เป็นความรู้ความสามารถของผู้รู้จริง มีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 เป็นต้น ซึ่งเป็นสัจจะที่เป็น อจินไตย ไม่ใช่เรื่องที่มานั่งขบคิดเอา แต่ต้องปฏิบัติตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าให้สัมมาทิฏฐิและคุณจะเกิดผลเองโดยไม่ต้องเชื่อใคร เกิดของคุณแล้วเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ เมื่อพูดขึ้นมาตรงกันกับผู้ที่บรรลุด้วยกันก็เป็นสัจจะหนึ่งเดียวกันทั้งนั้นเลย คนที่ไม่เป็นสัจจะหนึ่งเดียวกันก็ขัดแย้งกัน แต่มีผู้รู้แล้วก็ขัดแย้งเพื่อให้คุณเข้าใจ เพื่อให้ผู้ที่มีสัจจะแท้หนึ่งเดียว แย้ง แล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงยืนหยัด เขาก็หาว่ายึดมั่นถือมั่น ที่จริงไม่ใช่ เขาเป็นการยืนหยัดยืนยัน อย่างเช่นอาตมาเป็นการยืนหยัดยืนยัน ซึ่งมันก็ยากนะ
_สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกมาปฏิบัติธรรมตามพ่อครูได้๑ปีกว่าแล้วค่ะ ในพรรษานี้ลูกได้ตั้งตบะทานมื้อเดียวในวันพระ ลดละกิเลสตนให้มาก และตั้งจิตช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้มากที่สุดค่ะ พ่อครูคะลูกเคยได้ไปร่วมงานปลุกเสก และเคยไปเข้าค่ายศีลอุโบสถ ที่วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ การปฏิบัติคือต้องทานมื้อเดียว การปฏิบัติเมื่ออยู่กับหมู่กลุ่ม ลูกก็ปฏิบัติได้โดยไม่ยากไม่ลำบากค่ะ แต่พอลูกปฏิบัติที่บ้านปฏิบัติคนเดียวเหมือนลูกได้ต่อสู้มากเลยค่ะ ลูกน้อมกราบพ่อครูเมตตาชี้แนะสั่งสอน ลูกควรทำใจอย่างไรค่ะ พ่อครูว่า...เอาเลย อนุโมทนาไม่ต้องไปลบหลู่ดูถูกกันทำไปเลยตามความเหมาะสมให้ประมาณตนตามฐานของเรานั้นดีแล้ว ต้องปฏิบัติช่วยเหลือตัวเองให้พ้นทุกข์ก่อนจึงจะช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้ พระเยซูท่านก็บอกว่าพระเจ้าจะช่วยผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองก่อน อย่างนี้เป็นต้น เริ่มต้น หากไม่เอาศีลไม่ปฏิบัติศีลก็อย่ามาเลย เริ่มต้นให้ปฏิบัติศีล อย่างน้อยสัก 1 ข้อ แต่ของเราให้ได้สัก 3 ข้อ 5 ข้อ ถ้าหากได้ 3 ข้อแรก อีก 2 ข้อหลังก็จะตามไปด้วย ให้ฟังธรรมและปฏิบัติไปตามลำดับเรื่อยๆอย่ารีบร้อนบรรลุ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ตั้งใจฟังด้วยดีและปฏิบัติให้ถูกตามฐานะ ก็เอาใจใส่ดีอยู่พากเพียรไปเถอะ
_Warngpon Datchawat (วรางค์พร เดชวัฒน์) : ยุคพุทธกาล vs ยุคกึ่งพุทธกาล(2564) ศีลที่สัมมาทิฐิพุทธ พอจะสังเขปได้ว่า 1.1สิ่งที่เหมือนกัน (อกาลิโกเป็นจริงตลอดกาล) คือ พลังงานระดับจิตนิยาม(กิเลส) 1.2 สิ่งที่ต่างกัน คือ พลังงานระดับอุตุนิยาม(สสาร)ในยุคนั้นๆ เราควรจะสนใจลดละพลังงานจิตนิยามให้(เวทนา=0)ตามอนุสาสนีย์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าใช่ไหมค่ะ? สาธุคะ🙏 พ่อครูว่า...คุณพูดมาตามพยัญชนะ อาตมาตามสภาวะที่คุณหมาย อาตมาก็ว่าคุณเข้าใจถูกแล้ว แต่คนอื่นๆฟังอาจจะยาก คุณใช้พยัญชนะแทนสภาวะสื่อให้อาตมาเข้าใจตาม อาตมาเข้าใจตามคุณได้ถูกต้อง แต่สำหรับผู้อื่นอาตมาขอเวลา อย่าเพิ่งให้อธิบายอันนี้เลยจะกินเวลาอันอื่น
_เสมา ลูกพญาแร้ง : กราบขอโอกาสนำเรียน ให้รายการในวันจันทร์ของพ่อครู งดเว้นsms แต่เป็นปฏิสันฐานระหว่างพ่อครูกับแต่ละบวรครับ เป็นรายงานของบวร หรือข้อสักถาม1-2ข้อ เพื่อเป็นการสื่อสารของพ่อครูกับบวรครับ จากที่ติดตาม ในsmsมีคนสื่อสารไม่กี่คน รายชื่อเดิมๆส่วนใหญ่ แต่ความเคลื่อนไหวของแต่ละบวร รับฟังเป็นข่าว ตอนวันเสาร์ ไม่มีความเห็นของพ่อครู เหมือนอยู่คนละโลกกับท่าน กราบเรียนเพื่อพิจารณาครับ รายงานหรือข้อซักถามของบวร ส่งเป็นข้อความให้ คุณอาพิธีกรอ่านแทนก็ดีนะครับ กราบขอโอกาสครับ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน พ่อครูเชียร์ พลเอกประยุทธ์เพราะว่าได้รับเงินจากทหารหรือเปล่า _คำถามจาก กทม. 1.มีคนที่เคยเชียร์กปปส. แล้วเปลี่ยนไปชู3นิ้ว แล้วเขาตั้งข้อสังเกตว่า ที่พ่อท่านเชียร์ลุงตู่เพราะรับเงินจากทหารหรือเปล่า เพราะหลังชุมนุมกปปส. พ่อท่านไม่โดนคดีเหมือนแกนนำคนอื่น แถมยังสร้างบ้านราชใหญ่โต สร้างภูเขา ขนหินมาตั้งมากมาย ทั้งหมดอาจจะมีการพูดคุยตกลงกับทหารไว้แล้ว ใช่ไหม ? พ่อครูว่า...ทหารเขาไม่ใช่อัยการไม่ใช่ศาล จะไปตัดสินได้อย่างไร ก็พูดความจริงอาตมาไม่เคยไปตกลงอะไรกับทหารเลย อาตมารู้จักทหารไม่กี่คน ทหารที่จะเป็นยศนายพัน นายพล ก็มีพลตรีจำลอง มีพลเอกปรีชาซึ่งก็สิ้นชีวิตไปแล้ว ที่สนิท นอกนั้นก็มีพลเอกปฐมพงษ์ก็เป็นหลาน มีเสธ.อ้าย ก็รู้จักกันบ้าง คือสรุปแล้วอาตมารู้จักนายพลไม่กี่คน แล้วก็ไม่ได้เข้ามาสุงสิงสนิทสนมอะไรเลย อันนี้เป็นเรื่อง อจินไตย เป็นเรื่องที่อาตมาจะไม่มีผู้ที่เป็นพวก เพื่ออ้างอิงอาศัยอิทธิพลผู้นั้น ซึ่งมันเสียอาตมา ถ้าอาตมาจะอาศัยอิทธิพลพวกนั้น นั้นเสียอาตมาเลย อันนี้ขอเปิดเผย อจินไตย อันหนึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับอาตมา เคยเปิดเผยไปแล้วว่าเป็นธรรมิกราช 2 องค์ที่มาในยุคนี้ โดยเรื่องกรรมวิบากหรืออย่างอื่นไม่พูดถึง แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ระมัดระวังที่สุด จะไม่มาทำเป็นว่าสนิทสนมอาตมารู้จักอาตมาหรือมาเข้ามาต่อเชื่อมกับอาตมาเลยตลอดพระชนม์ชีพ ก็ขอบคุณท่าน ใช้ภาษาธรรมดาก็แล้วกันที่ท่านทำอย่างนั้นกับอาตมา อาตมาก็ไม่เสีย ท่านก็ไม่เสีย แต่หากท่านมาท่านก็เสีย อาตมาก็เสีย อาตมาไม่เท่เลย ต้องอาตมา One Man Show Production บุกเดี่ยว ทำเดี่ยวให้สำเร็จ ไม่ต้องมีตัวช่วย เรื่องอะไรถ้าใช้ตัวช่วยก็ไม่เท่ พูดอย่างสำนวนอาตมานะฟังแล้วดูน่าหมั่นไส้ ดูคุยตัว แต่ก็เพื่อให้เข้าใจสารสัจจะได้เต็มที่ สมบูรณ์แบบลึกซึ้ง อาตมาพูดไปก็ไม่ได้อยากจะพูด คนที่ไม่เข้าใจก็จะหมั่นไส้ แต่พวกเรารู้ตามอย่างน้อยก็เชื่อถือว่าเป็นความจริง บางคนก็มีอะไรบ้างเสร็จแล้วก็เอามาคุยมาพูด บางคนเขาก็จะพอรู้เรื่องเป็นอจินไตยตามที่เขามี มีทาเล้นมีพรสวรรค์แบบนี้ ที่มันรู้เชิงนี้ เขาก็ไม่มีปัญหาเขาก็ยิ่งชัดเจนมั่นใจมันก็เป็นแบบนั้น ผ่านไปเรื่องแบบนี้ อย่าเอาไปนำพามากมาย กปปส.กับเรา กปปส.เป็นอจินไตย เป็นพลังงานของประชาชนที่เป็นของประชาชน พอดีที่จะต้องมีผู้นำพาเป็นตัวนำคือคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เกิดเป็นตัวละครตัวเอกเป็นตัวดัง เริ่มต้นมาสมทบกับพวกเราที่ชุมนุมประท้วงกันอยู่แล้ว ของพวกเราชุมนุมประท้วงไม่ใช่ Mob แต่เป็นโปรเทส ภาษาอังกฤษ Mob เป็นพวกประท้วงอย่างทำลายทำให้สูญเสียแตกแยก แต่ว่าประท้วงอย่างประชาธิปไตยเรียกว่า Protest คนพูดว่าม็อบคือโพรเทส คือคนแยกแยะไม่ออก อาตมาไม่ได้ตั้งตัวเป็นผู้นำแต่อาตมาเป็นผู้นำ ไม่พยายามจะให้ใครมายึดถือเป็นผู้นำ แต่ผู้ชัดเจนลึกๆ ก็รู้ว่าอาตมาเป็นผู้นำ เพราะอาตมาไม่ได้นำแต่ตัว แต่อาตมาใช้ทั้งสิ่งต่างๆ เป็นองค์ประกอบในการที่จะทำงานประท้วงแบบประชาธิปไตย หรือใช้ให้ชัดคือการปฏิวัติ ใช้ให้ชัดรัฐประหาร ประหารรัฐเลย เพราะรัฐบาลเน่าๆรัฐบาลเสียๆหายๆ ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ สมัคร สมชาย จนกระทั่งยิ่งลักษณ์ ประชาชนเป็นผู้ประท้วงปฏิวัติรัฐประหารได้สำเร็จ กี่รัฐบาลมา เป็นตัวอย่างนำโลก ปฏิวัติด้วยประชาชนที่ไม่ผิดกติกาสากลเรียกว่าสงบเรียบร้อยไม่มีอาวุธ แล้วเอาความจริงเอาความรู้ความจริงมาใช้ ซึ่งประโยชน์สำคัญที่อาตมาเป็นคนตั้งเองเลยเพื่อจะใช้ก็คือ "ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ" พวกเราเข้าใจแล้วทำอย่างนั้นจริงๆ มีวิธีการแสดงความจริงกัน แสดงความจริงก็คือเอาสิ่งที่มีจริงมาอ้างอิงเปิดเผยเปิดเขาให้เขารู้ ว่า ผู้ที่ผิดก็ผิดอย่างไร ผู้ที่ถูกก็ถูกอย่างไรเป็นสัจจะที่ถูกเป็นอย่างไร ส่วนที่ผิดที่ทำผิดคืออย่างไร แล้วเป็นใครระบุไปหมดเลย แต่สำหรับผู้ที่ถูกนั้นไม่ได้ระบุอย่างเต็มตัว บอกประชาชนต่อประชาชน แต่อาตมาก็นำอยู่ ที่ขึ้นป้ายตรงฉากหลังว่า "สันติ อหิงสา ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ คมลึก แม่นประเด็น" ติดที่เวที หรือทำโบรชัวร์แจก ความหมายเหล่านี้อาตมาเป็นผู้คิดแล้วพาทำ แล้วพวกเราก็ปฏิบัติอย่างเป็นสันติได้ ปฏิบัติเป็นอหิงสา แต่ว่าเราไม่รุนแรง อหิงสาแปลว่าไม่รุนแรง สันติแปลว่าสงบ ซื่อสัตย์ อย่าทำผิดเชียวนะ บริสุทธิ์สะอาดด้วยประการทั้งปวง ปริ คือ รอบ สุทธิคือบริสุทธิ์ ให้สะอาดบริสุทธิ์รอบไปเลยให้เกิดความคมลึก แม่นประเด็น แค่ 6 คำนี้ก็เนื้อหาเหลือหลาย แล้วเราก็ใช้กันเป็น อาตมานำพาทำ พวกเราก็จริงใจ จึงแสดงออกเป็นพลังงานความจริงของประชาชน เป็นพลังงานความจริงของประชาชนไม่ใช่ของอาตมา เป็นของประชาชน ของอาตมามีส่วนร่วมเล็กน้อยนอกนั้นของ ประชาชนหมดเลย ทำการปรุงแต่งสังขารออกมาเป็นความจริงความซื่อสัตย์ความสุจริตความดีงามทั้งหลายแหล่ จึงมีผลเป็นสัจจะในการปฏิวัติในการรัฐประหารสำเร็จ เพราะฉะนั้นการปฏิวัติหรือรัฐประหารเรื่องของประชาชนหรือเรื่องของประชาธิปไตย จึงเป็นพฤติกรรมที่ยิ่งใหญ่สูงสุดแล้ว เมืองไทยได้ทำไปแล้วบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ แต่คนยังไม่ค่อยเข้าใจยังตามไม่ถึง นักรัฐศาสตร์ที่ใดๆก็ตามไม่ถึง เพราะรัฐศาสตร์อันนี้เป็นของโลกุตระ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้าที่แท้จริงจึงรู้อันนี้แล้วก็มานำพาในโลก เป็นโลกุตระ อันนี้แหละเป็นโลกุตระ คืออาตมาเข้าใจของจริงแล้วมานำพา เกิดผลแล้วด้วยมีหลักฐานยืนยัน ปฏิวัติมาตั้ง 4 รัฐบาล สมมุติ ซึ่งก็ไม่น่าเกิดจริง สมมุติว่า พลเอกประยุทธ์กบฏเหมือนกับทักษิณ ลองดูสิ อาตมาก็จะพาประชาชนนี้ ออกไปประท้วงออกไปปฏิวัติ ออกไปทำรัฐประหาร ขอพูดตรงนี้ ใครจะว่าอวดใหญ่ก็ตาม 87 ยังแจ๋ว คุณฟังดูก็มีน้ำหนักอยู่นะไม่ใช่ไม่มีแรงข้าวต้มนะ 87 ยังแจ๋ว เห็นมั้ย (เสียง ฝนตก)... ธรรมชาติส่งเสริม โปรยพรมน้ำมนต์ลงมาดังเลย ทางบ้านได้ยินไหม ฝนซ่าเลยตอนนี้ ทางบ้านก็คงน่าจะได้ยินบ้าง
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท... พ่อครูว่า... ที่จริงแล้วก็ กปปส. นำจำนวนคนมาหลายล้านคนมาร่วมกับเรา ก็หมายความว่าเห็นด้วยร่วมกันกับที่เราทำอยู่ เราเป็นผู้ก่อการ แล้วก็มีความเห็นร่วมมันก็เป็นธรรมดา ซึ่งมันก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ไม่มีปัญหาอะไร พวกเราไม่ได้ติดใจ ว่าเราไม่ได้เป็นตัวเด่น กำนันสุเทพเป็นตัวเด่นเราก็ไม่ได้ไปริษยาอะไรกำนันสุเทพ เราก็ไม่ได้ไปแย่งชิงความเด่นความดังอะไร อาตมาพยายามจะอธิบายสัจธรรมให้ฟัง แต่อย่างว่าคนก็ยังยากที่จะเข้าใจ ก็ไม่เป็นไร ประเด็นที่เขาถาม แต่ก่อนนี้เคยเชียร์ กปปส. แล้วเปลี่ยนไปดู 3 นิ้ว ที่บอกว่าเชียร์ลุงตู่เพราะรับเงินจากทหาร อันนี้เป็นการจับแพะชนแกะ เข้าสิงสาราสัตว์มาผสมกันหมดเลย ก็เขาตอบเข้าใจเป็นประเด็นชัดๆ การเปลี่ยนแปลงของคนที่เคยเชียร์ กปปส. แล้วเปลี่ยนแปลงไปเชียร์พวก 3 นิ้ว คุณก็แยกออกตีแล้ว มันเป็นไปได้ มันจะไปเที่ยงแท้อะไรคนพวกนี้ไม่อยู่กับร่องกับรอย ใครเชียร์กปปสและไปเชียร์ 3 นิ้วก็เปลี่ยนไปเยอะแยะไป คนที่เคยเชียร์อโศก ตอนนี้ก็ไม่เชียร์ แต่ตอนนี้ก็ไม่เชียร์แล้วมีตั้งเยอะแยะ ซึ่งมันไม่แปลกประหลาดอะไร แล้วคนก็โมเมมาอีกเอาจับแพะมาชนแกะชนช้างชนวัว บอกว่าเชียร์ลุงตู่แล้วไปรับเงินทหารหรือเปล่ามันจะไปเกี่ยวกับอะไร อาตมาจะไปรับเงินจากทหารทำไม แล้วจะไปเกี่ยวกับอัยการหรือศาล เป็นการเอาม้ามาชนหมูเอาจับแพะชนแกะ พูดว่าทหารเขารวยหรืออย่างไร จะเอาเงินมาแจกการ์ดจะมา อาตมาก็ไม่ได้รับเงินใครง่ายๆ อันนี้ศึกษาให้ดีๆ อาตมามีกฎเหล็กมานานแสนนานว่าจะไม่รับเงินจากผู้ที่ไม่ใช่สมาชิก สมาชิกข้างในเท่านั้นที่จะเอาเงินมารวมกับกองกลางของชาวอโศก ชาวอโศกหาเงินกันเอง จะบริจาคเอาเข้าส่วนกลางกันเอง เป็นของอโศกทั้งนั้นในสมาชิกอโศกทั้งนั้นคนนอกไม่มีสิทธิ์หรอก คนนอกจะมาบริจาคมานั้น ไม่มี คุณศึกษาอโศกให้ดีคุณยังรู้จักอโศกน้อยไป ทหารจะไปละลาบละล้วงอัยการหรือศาลได้อย่างไร คนละพวกคนละงานคนละหน้าที่ แต่คุณเอาไปปนเปกันเละเทะวุ่นวายไปหมด พวกคุณคือจอมวุ่นวาย เอาแพะชนแกะ เอาม้าชนควาย เอาควายชนหมู เอาหมูชนไก่ เอาไก่ชนลิงเลอะเทอะไปหมดเลย
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ความจริงที่พ่อท่านเคยเชียร์ยันตระและทรัพย์สิน _2.ในอดีตพ่อท่านเคยยกพระยันตระว่าเป็นอริยะ เคยเชียร์ทักษิณ พ่อท่านมองคนผิด พ่อท่านอาจจะเก่งเรื่องศีลธรรม แต่เรื่องการเมือง ท่านคือเบี้ยให้เขาเดิน ชอบไปรับรองคนอื่นว่าดี ขอโทษนะที่ลบหลู่ .. หนูก็อธิบายให้เค้าฟังว่า พ่อท่านตัดสินเอาจากการอยู่กับปัจจุบัน ถ้าตอนนั้นเค้าทำดีพ่อท่านก็ต้องบอกว่าดี แต่ถ้าเค้าเปลี่ยนไปทำชั่ว พ่อท่านก็ต้องชี้ว่าเค้าทำชั่ว ผู้นั้นกลับมองว่า "พ่อท่านเลี่ยงบาลี" และเตือนหนูว่าอย่าไปปักใจหลงเชื่ออโศกมากนัก พ่อท่านมองเรื่องนี้อย่างไรคะ? พ่อครูว่า...จริง อาตมามองผิด อาตมาก็รับสารภาพแก้ไขแล้ว มองคนผิดก็รับสารภาพ ยันตระเลอะเทอะไปเอง กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้เป็นจิ้งเขียวเละเทะ ก็แล้วแต่เป็นเรื่องของเขาไปแล้ว อาตมาผิดพลาดได้ อาตมาไม่เก่ง ไม่ใช่ไปรู้อะไรทั้งหมดที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นคนมีญาณพิเศษ อาตมาก็ดูตามเนื้อผ้าเอาตามความจริงเป็นพฤติกรรม พฤติกรรมตอนแรกเขาดีอย่างเช่นทักษิณอาตมาก็เชียร์ คนดีอาตมาก็เชื่อ พฤติกรรมที่เป็นปัจจุบันธรรม เป็นปัจจุบันตอนนั้นเขาทำดี แต่ว่าเสร็จแล้วที่ไหนได้เขาเป็นตัวปลอมเป็นตัวเก๊มาหลอกเปลี่ยนแปลงจนเละเทะ อาตมาก็ไม่เอาด้วย อาตมาเป็นความจริงใจจริงๆ ตอนเขาผิดก็ว่าผิด ตอนเขาถูกเราก็ว่าถูก คนที่ยังงมงายกับทักษิณและยันตระก็มีอีกเยอะแยะ มันเป็นเรื่องของคนแต่ละคนที่ไม่รู้ อาตมาก็รู้อย่างที่จะมารู้ทำตามจริงของอาตมา อาตมายืนยันกับปัจจุบันชาติ เป็นคนเห็นปัจจุบันเป็นเครื่องตัดสิน ความจริงที่สุดคือปัจจุบัน เลยไปวินาทีนี้ก็เริ่มเป็นอดีตไปแล้ว ไม่จริง ปัจจุบันนี้จริงที่สุด อนาคตยังมาไม่ถึงมันไม่จริงหรอก ปัจจุบันนี้จริงที่สุดเข้าใจอันนี้ให้ได้ อย่าไปเหลาะแหละเป็นอันขาด เอาปัจจุบันนี้เป็นหลักใหญ่เลย แต่ก็อย่าไปเที่ยวดูถูก เพราะปัจจุบันถูกอดีตเขาก็ถูกยืนยันได้เขาก็จริง ปัจจุบันเขาดีอดีตเขาดีไปไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเป็นปัจจุบันกลายเป็นอดีต เดี๋ยวนี้ปัจจุบันนี้ไปถึงอดีตอีกนาน อาตมานานมาถึง 50 ปี อาตมาก็ว่ายังยืนยันอยู่ทุกปัจจุบัน อาตมาว่ายังยืนยันดีอยู่นะ ถ้าหากอาตมาเปลี่ยนไปคุณเล่นงานอาตมาเลย ปัจจุบันนี้ดีไปเรื่อยๆอนาคตมาก็ยังดีอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันนี้มาอนาคตนี้ก็ยังดี ถ้าหากอนาคตที่มาถึงปัจจุบันนี้อาตมาอาตมาเลว แล้วอนาคตอาตมาก็เลวหนักกว่าเก่าทับถม เป็นอดีตที่เลวต่อไปอีก ก็ซัดอาตมาเลยถ้าแบบนี้ แต่ถ้าอาตมาดี ยิ่งอนาคตมา อาตมาก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่พูดต่อว่าคุณจะนับถือหรือไม่นับถือควรนับถือหรือไม่นับถือ อาตมาไม่ได้ลงโทษคุณหรอกดีแล้วที่เขียนมา อาตมาว่าอาตมารู้เรื่องการเมือง แม้ว่าอาตมาจะรู้การเมืองอย่างอาตมา คุณก็รู้อย่างของคุณ แน่นอน แล้วอาตมาก็ขอยืนยันว่าความรู้เรื่องการเมืองของอาตมานั้นไม่อวดดีไม่อวดเก่งหรอก แต่ว่าอาตมาก็มีเนื้อแท้เก่าแก่ที่ได้ศึกษามาจะมีอายุถึงวันนี้ อาตมาก็ขอยืนยันว่าคุณยังเข้าใจการเมืองไม่ดี ขออภัยที่ต้องพูดว่าสู้อาตมาไม่ได้ ยังไม่เหมือนอาตมารู้หรอก ที่คุณรู้เรื่องการเมือง อาตมารู้เรื่องการเมืองและได้ทำงานการเมืองมา ชาตินี้อาตมาก็ทำงานการเมือง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive