590202_สคริปชีวิตนอกกล่องสส.ษ.บูรณาการปลูกแตงไทยที่บ้านราชฯ.docx

โฟลเดอร์สคริปรายการ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข3 กุมภาพันธ์ 2559

เนื้อหาในไฟล์

590202_สคริปชีวิตนอกกล่องสส.ษ.บูรณาการปลูกแตงไทยที่บ้านราชฯ “การศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาชีวิตและสังคมของมนุษย์” คำกล่าวนี้เป็นสัจจะที่มีผลประจักษ์ให้เห็นว่า การศึกษาที่ล้มเหลว ส่งผลให้สังคมโลกทุกวันนี้รุนแรงเลวร้ายลงเรื่อยๆโดยภาพรวม แต่ละประเทศต่างมุ่งมั่นพัฒนาอาวุธร้ายแรงให้เก่งที่สุดมากที่สุด เพื่อเอาชนะคะคานกันให้ประเทศตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่คำนึงถึงเมตตาธรรม และมนุษยธรรมแต่อย่างใด ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าการศึกษาที่ไม่ลดกิเลส เอาแต่ส่งเสริมเรื่องความฉลาดรู้เทคนิควิชาการให้แก่คนแล้วผลิตคนที่ฉลาดนี้ไปรับใช้ระบบทุนนิยม โดยไม่มุ่งเน้นให้คนมาลดละกิเลสก่อน จึงเป็นการหยิบยื่นอาวุธร้ายแรงให้แก่คนขี้โลภ เอาไว้กอบโกยเข้าหาตัวเองและพวกพ้อง ชาวอโศกซึ่งนำพาโดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จึงได้พาหมู่กลุ่มชาวอโศกออกจากการศึกษาที่รับใช้ทุนนิยม ออกมาสร้างระบบการศึกษาที่เรียกว่า การศึกษาแบบบุญนิยม โดยตั้งชื่อล้อเลียนการศึกษาแบบทุนนิยมนั่นเอง พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ได้ให้ นิยามของ การศึกษาบุญนิยมว่า มีความหมายชัดๆ ก็คือ การศึกษาที่เน้นเรื่อง "บุญ" คือ ศึกษาให้ถึงความเป็น " บุญ" และ“บุญ" ที่สัมมาทิฏฐิ คือ การชำระกิเลสในจิตสันดานให้สะอาดหมดจด (สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ) “ การศึกษา ที่ไม่ลดกิเลส กู้ประเทศไม่ได้" ... นี้คือ สัจจะที่จริงแท้ การศึกษาบุญนิยม จึงมีหลักในการศึกษา คือ "ศีลเด่น-เป็นงาน-ชาญวิชา" โดยจัดสัดส่วนของการเรียนไว้ว่า ศีลเด่น ๔๐% เป็นงาน ๓๕% ชาญวิชา ๒๕% หมายความว่า ต้องให้นักเรียนมีศีลมีธรรม ๔๐% และให้เป็นงานอันพึงได้พึงเป็น ๓๕% คือนักเรียนไม่ใช่มีแต่รู้ แต่ต้องทำงานเป็น ปฏิบัติได้ด้วย ส่วนการเรียนความรู้ตามที่กระทรวงกำหนด ก็มีการเรียนและสอนเต็มที่ ให้ครบหลักสูตร ๑๐๐%

อ่านต่อ

มิใช่ "ชาญวิชา" หมายถึง เรียนวิชาการตามหลักสูตรแค่ ๒๕% โรงเรียนสัมมาสิกขา เป็นโรงเรียนเอกชนในชุมชนชาวอโศก ที่มีจำนวนสาขาทั้งหมด ๗ โรงเรียนทั่วประเทศ กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ และทุกโรงเรียนล้วนอยู่ภายในปรัชญาศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา และแม้จะอยู่คนละโรงเรียนแต่ทุกโรงเรียน ล้วนเป็นบ้านพี่เมืองน้อง คอยดูแลช่วยเหลือกันและกัน มีกิจกรรมร่วมกันตามโอกาส ดังคำขวัญที่ว่า เลือดพี่เลือดน้อง คล้องวิญญาณ สานวัฒนธรรมบุญนิยม และในวันอังคารที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ นร.โรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศกก็ยกโขยงเดินทางมาจากจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งโรงเรียนมาช่วยกันปลูกแตงไทย ณ บริเวณกสิกรรมริมมูน หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี เพื่อเอาไว้ต้อนรับหมู่มวลชาวอโศกที่จะมาร่วมงานปลุกเสกฯพระแท้ๆของพุทธที่บ้านราชฯเมืองเรือแห่งนี้ โดยได้ไปช่วยงานบริเวณแปลงกสิกรรมริมมูนส่วนที่ชุมชนศรีโคตรบูรณ์อโศกได้รับผิดชอบพื้นที่อยู่ โดยมีท่านสมณะถ่องแท้ วินยธโร มาช่วยดูแลจิตวิญญาณและมีรุ่นพี่สัมมาสิกขาศีรษะอโศกและคุรุมาร่วมพานักเรียนเรียนรู้บูรณาการไปกับการทำงานจริง ในช่วงสายๆของวันที่ ๒ กุมภาพันธ์นี้ นร.และคุรุก็ได้ร่วมกันนำกล้าต้นแตงไทยที่ได้เพาะไว้ได้ขนาด ลงปลูกที่แปลงที่ทางกลุมศรีโคตรบูรณ์อโศกเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว ซึ่งการทำงานก็เสร็จลงในเวลาไม่นานนักเพราะมีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว งานนี้มีอาสาสมัครชาวต่างชาติที่มาฝึกฝนตนเองอยู่ที่ชุมชนศีรษะอโศกได้ติดตามมาร่วมทำงานกับเด็กนักเรียนด้วย (สัมภาษณ์ชาวต่างชาติผู้หญิงตัวสูง) เมื่อนำกล้าแตงไทยลงแปลงเสร็จแล้วก็มีงานต่อไปคือการนำปุ๋ยงอกงามที่ได้มีเจ้าหน้าที่โรงปุ๋ยพลังชีวิตได้นำมากองไว้ที่ข้างแปลงกสิกรรมเรียบร้อย และด้วยพลังสามัคคีและความคุ้นเคยในการทำงานร่วมกันของเด็กนักเรียน ไม่นานนักกองปุ๋ยก็ถูกสลายลงไปใส่แปลงกสิกรรมอย่างรวดเร็ว เด็กๆก็ทำงานอย่างสนุกสนาน มีการตั้งแถวกันเพื่อเป็นสะพานมนุษย์ส่งปุ๋ยลงสู่แปลง แต่ก็ต้องมีผู้เสียสละเป็นนักวิ่งนำคุใส่ปุ๋ยไปสู่ต้นแถวเป็นระยะๆ เป็นการวิ่งที่เหนื่อยเหมือนกับการวิ่งแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่ทว่าได้ประโยชน์ต่อโลกนี้มากกว่ากันมากมาย พี่เลี้ยงซึ่งก็เป็นศิษย์เก่าสัมมาสิกขาก็ได้กลับมากตัญญูต่อโรงเรียนด้วยการมานำพาน้องๆทำงานต่อ เป็นการสืบสานวัฒนธรรมบุญนิยมรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่ขาดตอนอันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของสัมมาสิกขาศีรษะอโศก (สัมภาษณ์พงษ์...อ๊ะ ...นิค) จากกองปุ๋ยหนึ่งก็ไปสู่อีกหนึ่งกองปุ๋ยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของแปลงกสิกรรมที่ยาวมาก เพราะเราต้องปลูกพืชผักเลี้ยงคนเป็นจำนวนมากกว่าพันคน ด้วยพลังสามัคคีพลังมดตัวเล็กๆที่ขยันขันแข็งมีระเบียบวินัยในตัวเองไม่นานก็เสร็จไปหนึ่งกองปุ๋ย ….(สัมภาษณ์พี่พงษ์รองสอง) ยิ่งทำงานไปแม้จะเลยเวลารับประทานอาหารเช้าที่ปกติจะรับประทานไม่เกิน ๑๐ โมงเช้าแต่นี่แม้จะเลยเวลา แต่ดูเหมือนว่านักเรียนยิ่งทำงานยิ่งคึกคักร่าเริงเบิกบานยิ่งขึ้น แปลกแต่จริง (สัมภาษณ์ข้าว ...ต่อด้วยสัมภาษณ์ตาล..ต่อด้วยสัมภาษณ์ชาวต่างชาติ) ประมาณ ๑๐.๑๕ น. ท่านสมณะวินยธโรก็ส่งข่าวบอกให้เด็กๆหยุดทำงานมารับประทานอาหารได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าเด็กๆก็ยังทำงานต่อไปอีกอย่างกระตือรือร้นอีกระยะหนึ่ง แล้วก็สลายตัวกันเดินไปที่บริเวณริมมูนใต้ต้นกุ่มที่ถูกแปรสภาพเป็นศาลาฉันไปแล้ว อาหารส่วนหนึ่งนำมาจากโรงครัว อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนที่เด็กๆและรุ่นพี่ลงมือปรุงเอง คือตำส้มตำหรือตำบักหุ่งอันเป็นเหมือนอาการประจำพื้นถินอีสานบ้านเฮานี้ เด็กสามารถลงมือตำเองให้ได้รสชาติตามแต่จะพอใจ…. (สัมภาษณ์พงษ์) ก่อนรับประทานอาหาร รุ่นพี่ก็เรียกรวมแถวแล้วก็พากันไปกราบสมณะซึ่งมีท่านสมณะถ่องแท้ วินยธโรและท่านสมณะมือมั่น ปูรณกโร นั่งรออยู่บนอาสวะใต้ต้นกุ่ม ท่านสมณะก็ได้ให้คำสอนเล็กน้อยก่อนจะให้นร.แยกย้ายกันรับประทานอาหาร แม้แค่ในช่วงเวลาสามชั่วโมง แต่เราจะได้เห็นกระบวนการเรียนรู้แบบชีวิตนอกกล่องของนักเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศกที่มีต้นแบบที่ดีคือคุรุและรุ่นพี่รวมทั้งนักบวชพาเรียนรู้กับชีวิตจริง กับการงานอาชีพจริง ปลูกผักจริง ไม่ใช่แค่เรียนทฤษฎีในห้องเรียนเท่านั้น …..(สัมภาษณ์อาแดง) นี่แหละคือการศึกษาที่เน้นให้นักเรียนมีความเป็นศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ไปเป็นลำดับ เน้นที่ความมีศีลเด่นโดยมีต้นแบบคือนักบวช คุรุและรุ่นพี่ที่มีศีลมาอยู่ใกล้ชิดทำงานกับนักเรียน ให้เกิดความเป็นงานที่แท้จริง มีวิชาการที่ส่งเสริมความเป็นศีลเด่น เป็นงานโดยไม่แยกส่วน ทำให้บ้าน วัด โรงเรียน หรือบวร เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นมิตรดี สหายดีสังคมส่ิงแวดล้อมดี อันเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ เป็นเหมือนเบ้าหลอมที่หล่อหลอมเยาวชนเหล่านี้ให้เติบโตเป็นคนดีที่มีศีล ๕ เป็นอย่างต่ำ ที่จะเป็นอนาคตอันรุ่งเรืองและยั่งยืนของชาติต่อไป จบ (เอาไว้เป็นตอนหนึ่งของชีวิตนอกกล่อง และ ตัดตอนออกไปทำข่าวได้)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน