01ส่วนหน้า นิตยาภรณ์ สุระสาย.docx

โฟลเดอร์Word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์203 KB
วันที่แก้ไข26 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

รูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม 5118100 -546099 5118100 -546099 นางนิตยาภรณ์ สุระสาย วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2563 ลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 5210175 145203 5210175 145203 An integrated model of health care cultures with the Buddhist Dhamma Medicine Mrs. Nittayaporn Surasai A Dissertation Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Doctor of Philosophy Degree in Regional Development Strategies Graduate School, Ubon Ratchathani Rajabhat University 2020 ชื่อเรื่อง รูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์ 4965700 -507999 4965700 -507999 วิถีธรรม ผู้วิจัย นางนิตยาภรณ์ สุระสาย ปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา ยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิศานาจ โสภาพล อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มณฑิชา รักศิลป์ คณะกรรมการสอบ ................................................................... ประธานกรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร. สงครามชัย ลีทองดี) ................................................................... กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร. มาลี ไชยเสนา) ……………………………………………………..…... กรรมการ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิศานาจ โสภาพล) ...................................................

อ่านต่อ

................ กรรมการ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มณฑิชา รักศิลป์) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาคได้ตรวจ และรับรองว่าวิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นไปตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และให้นับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค ................................................................. (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จุฑามาส ชมผา) ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรฯ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค ............................................................... (รองศาสตราจารย์ชาญชัย สุกใส) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย วันที่.........เดือน..................................พ.ศ.............. นิตยาภรณ์ สุระสาย. รูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาคมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2563. 5016500 -685799 5016500 -685799 4940300 -685799 4940300 -685799 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม รูปแบบการวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยมีการวิจัย 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนอายุ 20 ปีขึ้นไปในเขตสุขภาพที่ 7 ที่เคยผ่านการอบรมสุขภาพวิถีธรรม จำนวน 384 คน การสนทนากลุ่ม จำนวน 12 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 16 คน ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมและบุคลากรสาธารณสุข โดยการเลือกแบบเจาะจง ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม กลุ่มเป้าหมายคือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์วิถีธรรม จำนวน 15 คน และทดลองใช้รูปแบบกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 60 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง และระยะที่ 3 การประเมินผลรูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์วิถีธรรม โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 19 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบสนทนากลุ่ม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบประเมินรูปแบบ สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ การดำเนินการ การประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ ดังนี้ 1) หลักการ คือการดำเนินการพัฒนาบุคคลให้บูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมในวิถีชีวิต หรือ ใช้“ไตรศาสตร์การดูแลตนแบบวิถีธรรม” (Trilogy of Cultural Self Care Model) ประกอบด้วย การดูแลตนแบบเลิศ (E) หลัก (M) เสริม (S) ได้แก่ (1) เลิศด้วยธรรม (E : Excellent) ด้วยวิธีการสวดมนต์ ฟังธรรม ทบทวนธรรม สนทนาธรรม ตั้งศีลมาปฏิบัติ และรู้เพียรรู้พักให้พอดี (2) กระทำเป็นหลัก (M : Main) ด้วยการรับประทานอาหารปรับสมดุลและออกกำลังกายให้เป็นหลักอย่างพอเพียง และ (3) เสริมรู้จักประมาณ (S : Supplement) ด้วยเลือกใช้วิธีการระบายพิษปรับสู่สมดุลให้พอเหมาะ 2) วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาบุคคลให้สามารถใช้ไตรศาสตร์การดูแลตนแบบวิถีธรรมในวิถีชีวิต 3) การดำเนินการ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน (5P) ได้แก่ (1) สร้างความตระหนักถึงปัญหาสุขภาพ (P1 : Problem Awareness) (2) ศึกษาให้เข้าใจและทดลองพิสูจน์ (P2 : Perceive & Prove) (3) ปฏิบัติด้วยอิทธิบาท 4 (P3 : Practicality) (4) เป็นแบบอย่างที่ดี (P4 : Paragon) (5) รวมพลังแบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์ (P5 : Power of sharing) 4) ประเมินผลความรู้ การรับรู้ความสามารถตนเอง การปฏิบัติและสุขภาวะองค์รวม 5) เงื่อนไขแห่งความสำเร็จได้แก่ (1) ปัจจัยภายใน : แรงบันดาลใจ เปิดใจเรียนรู้ ศรัทธาแบบอย่างที่ดี เชื่อเรื่องวิบากกรรม (2) ปัจจัยภายนอก : ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว จิตอาสา บุคลากรสาธารณสุข แหล่งเรียนรู้การแพทย์วิถีธรรม มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย หน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐและภาคประชาสังคม คำสำคัญ: รูปแบบการบูรณาการ วัฒนธรรม การดูแลสุขภาพ การแพทย์วิถีธรรม ……………………………….. ( ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิศานาจ โสภาพล ) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก ......................................( ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑิชา รักศิลป์ ) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม Nittayaporn Surasai. An Integrated Model of Health Care Cultures with Buddhist Dhamma Medicine . Doctoral Dissertation in Regional Development Strategies, Ubon Ratchathani Rajabhat University, 2020. 4965700 -647699 4965700 -647699 ABSTRACT This research aimed to develop an integrated model of health care cultures with the Buddhist Dhamma Medicine. The research was conducted in a form of research and development (R&D). It was divided into 3 phases. The first phase was to study current conditions of health care with the Buddhist Dhamma Medicine. The samples, selected by purposive sampling, were 384 people who were older than 20 years old, lived in Health Zone 7 and were trained in the Buddhist Dhamma Medicine Health Care. The focus group discussion consisted of 12 participants. The in-depth interviews were conducted by interviewing 16 interviewees. The main informants, selected by purposive sampling, were Buddhist Dhamma Medicine volunteers and public health staff. The second phase was to develop the integrated model of health care cultures with the Buddhist Dhamma Medicine. The integrated model was tried out with the target group consisting of 60 samples selected by purposive sampling, The third phase was to evaluate the integrated model of health care cultures with the Buddhist Dhamma Medicine. The target group consisted of 19 experts who had knowledge and experience in health and Buddhist Dhamma Medicine, selected by purposive sampling. The research instruments were a test, a questionnaire, focus groups discussion records, and an in-depth interview form. The statistics used to analyze data were percentage, mean, standard deviation, dependent samples t-test and content analysis. The research findings were as follows. The integrated model of health care cultures with the Buddhist Dhamma Medicine consisted of 5 components: principles, objectives, operation, evaluation and conditions for success. 1) The principles referred to the implementation of the personnel development to integrate health care cultures with the Buddhist Dhamma Medicine in their lifestyles or “ a Trilogy of Cultural Self Care Model.” The Trilogy of Cultural Self Care Model consisted self-care in the forms of excellent (E), main (M) and supplement (S). (1) Excellent with Dhamma (E: Excellent) was implemented by chanting, listening to dhamma, reviewing dhamma, discussing dhamma, practicing Buddhist principles and knowing balance of being and resting perseverance. (2) Practicing to be the main (M: Main) was implemented mainly by consuming balanced diet and exercising appropriately. (3) Supplementing for moderation was implemented by selecting ways to release stresses to bring emotion to be balanced. 2) The objectives were to develop individuals to use the Trilogy of Cultural Self Care Model with Buddhist Dhamma Medicine in their lifestyles. 3) The operation consisted of 5 procedures (5P), namely, (1) creating health problem Awareness, (P1: Health Problem Awareness (2) studying to perceive and prove (P2: Perceive and Prove), (3) practicing with Four Base of Success (P3: Practicality), (4) being paragon (P4: Paragon) and (5) gathering the power to share each other with sincerity (P5: Power of sharing). 4) The evaluation involved the evaluation of knowledge, perception of self-ability, implementation and holistic health. 5) The conditions of success included (1) Internal factors consisting of inspiration, opening mild to learn, good typical faith and belief in karma and (2) External factors consisting of supporting from families, volunteering, public health personnel, sources to learn Buddhist Dhamma Medicine. foundation of Buddhist Medicine of Thailand, government agencies or organizations and public social sectors. Keywords: An Integrated Model, Cultures, Health Care, Self Care, Buddhist Dhamma Medicine …………………………………………..(Asst.Prof. Dr. Nisanart Sopapol) Dissertation Adviser …………………………………………..(Asst.Prof. Dr. Monthicha Raksilp) Dissertation Co-Adviser กิตติกรรมประกาศ 5016500 -685799 5016500 -685799 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ สำเร็จลุล่วงด้วยความช่วยเหลือจากบุคคลและหน่วยงาน องค์กรภาครัฐและภาคประชาสังคม และประชาชน ตลอดจนรายนามที่ผู้วิจัยจะกล่าวถึงต่อไปนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิศานาจ โสภาพล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มณฑิชา รักศิลป์ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผู้ซึ่งให้ความรู้ ข้อคิดเห็น คำปรึกษา คำแนะนำทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัย และให้กำลังใจแก่ผู้วิจัยตลอดมา ขอกราบขอบพระคุณรองศาสตราจารย์ ดร. สงครามชัย ลีทองดี และรองศาสตราจารย์ ดร. มาลี ไชยเสนา ผู้ซึ่งกรุณาชี้แนะแนวทางการทำวิจัยให้สำเร็จลุล่วงลุล่วงไปด้วยดีและให้กำลังใจผู้วิจัยตลอดมา ผู้วิจัยได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดียิ่งจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านในขั้นตอนและกระบวนการวิจัย โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือในการวิจัย 5 ท่านในภาคผนวก ผู้ทรงคุณวุฒิ 15 ท่านในภาคผนวกที่ได้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) และผู้เชี่ยวชาญ 19 ท่านในภาคผนวกที่ได้กรุณาประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการปฏิบัติของรูปแบบ ซึ่งผู้วิจัยกราบขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ขอกราบขอบพระคุณคณาจารย์ประจำหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ที่เมตตาถ่ายทอดความรู้ ตลอดจนชี้แนะแนวทางอันเป็นประโยชน์และคุณค่ายิ่งในการทำงานวิจัยนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ดร. ใจเพชร กล้าจน (อาจารย์หมอเขียว) ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่ให้คำปรึกษาและส่งเสริมสนับสนุนในทุกด้าน และขอขอบพระคุณจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่มาร่วมระดมพลังใจพลังกายพลังปัญญาบำเพ็ญช่วยเหลือเกื้อกูลทุกด้าน ตลอดจนผู้เข้าร่วมศึกษาเรียนรู้การดูแลสุขภาพตนเองและให้ข้อมูลการวิจัย ขอขอบพระคุณเพื่อนนักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค ที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้กำลังใจกันและกัน และสมาชิกครอบครัวผู้อยู่เบื้องหลัง รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของการวิจัยนี้ที่ไม่ได้กล่าวนาม ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ นิตยาภรณ์ สุระสาย สารบัญ 4902200 -660399 4902200 -660399 หน้า บทคัดย่อภาษาไทย……………………………………………………………………………………………… ง Abstract…………………………………………………………………………………………………………… จ กิตติกรรมประกาศ………………………………………………………………………………………………. ฉ สารบัญ……………………………………………………………………………………………………………… ช สารบัญตาราง................................................................................................................. ฌ สารบัญภาพ................................................................................................................... ฏ บทที่ 1 บทนำ....................................................................................................................... 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา................................................................. 1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย....................................................................................... 4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ..................................................................................... 4 ขอบเขตของการวิจัย.............................................................................................. 5 กรอบแนวคิดในการวิจัย......................................................................................... 6 นิยามศัพท์เฉพาะ.................................................................................................... 8 2 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ........................................................................ 10 แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับวัฒนธรรมสุขภาพ.............................................................. 10 แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับสุขภาวะองค์รวม................................................................ 25 แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ................................................................. 28 แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวกับการแพทย์วิถีธรรม........................................................... 43 แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับการบูรณาการ.................................................................... 61 แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบ.............................................................. 64 แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ................................................................................... 72 บริบทเขตสุขภาพที่ 7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.................................................... 76 ความเป็นมาของการแพทย์วิถีธรรม........................................................................ 84 บทที่ หน้า งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง................................................................................................. 93 งานวิจัยในประเทศ............................................................................................ 93 งานวิจัยต่างประเทศ..................................................................................... 108 3 วิธีดำเนินการวิจัย ........................................................................................................... 114 ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม….. 116 ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วย การแพทย์วิถีธรรม.................................................................................. 122 ระยะที่ 3 การประเมินรูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วย การแพทย์วิถีธรรม.................................................................................. 131 การพิทักษ์สิทธิ์ของผู้ให้ข้อมูล................................................................................. 133 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล…………………………………………………………………….. 133 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล............................................................................................ 138 สัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้สื่อความหมายในการวิจัย........................................... 138 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล............................................................................................ 138 ระยะที่ 1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม 138 ระยะที่ 2 ผลการพัฒนารูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วย การแพทย์วิถีธรรม………………………………………………………………………. 170 ระยะที่ 3 ผลการประเมินรูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วย การแพทย์วิถีธรรม.................................................................................. 191 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ............................................................................... 201 สรุปผลการวิจัย...................................................................................................... 201 อภิปรายผลการวิจัย................................................................................................ 204 ข้อเสนอแนะ........................................................................................................... 214 บรรณานุกรม ............................................................................................................................ 216 ภาคผนวก ................................................................................................................................. 231 บทที่ หน้า ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย............................................................................. 232 ภาคผนวก ข รายนามผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ......................................................... 267 ภาคผนวก ค หนังสือราชการที่เกี่ยวข้อง.......................................................................... 272 ภาคผนวก ง การรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์........................... 281 ภาคผนวก จ คู่มือการใช้รูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วย การแพทย์วิถีธรรม....................................................................................................... 283 ภาคผนวก ฉ ภาพกิจกรรมดำเนินงาน............................................................................. 284 ประวัติผู้วิจัย ............................................................................................................................ 293 6641148 1389698 6641148 1389698 สารบัญตาราง 4254500 -698499 4254500 -698499 ตารางที่ หน้า 2.1 แสดงการสังเคราะห์องค์ประกอบของสุขภาพแบบองค์รวม................................... 27 2.2 แสดงการสังเคราะห์แนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม……………………………. 35 2.3 แสดงการสังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบ........................................................ 69 3.1 กระบวนการวิจัยระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม 121 3.2 กระบวนการวิจัยระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแล สุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม........................................................................ 130 3.3 กระบวนการวิจัยระยะที่ 3 การประเมินรูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแล สุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม........................................................................ 133 4.1 จำนวนร้อยละของข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามเพศ อายุ ศาสนา การศึกษาสูงสุด อาชีพ ความพอเพียงของรายได้ โรคหรือปัญหา สุขภาพ และยาที่รับประทานเป็นประจำ (n=384)….…………………………….... 139 4.2 สภาพปัจจุบันการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ต่อการเข้าใจถึงวิธีการใช้ (n=384)……………………………………………………….... 143 4.3 สภาพปัจจุบันการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ของประสบการณ์ในการใช้ 1 เดือนที่ผ่านมา (n=384)……………………………... 147 4.4 เนื้อหาหน่วยการเรียนรู้คู่มือการใช้รูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแล สุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม......................................................................... 177 4.5 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความรู้เรื่องการบูรณาการวัฒนธรรม การดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมก่อนการอบรมและหลังการอบรม.............. 180 4.6 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ก่อนการอบรมและหลังการอบรมเรื่อง การบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม..................... 18 4.7 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการแปลผลการรับรู้ความสามารถตนเองในการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมระหว่างก่อนและหลังการทดลอง…………………………………………….………………. 182 ตารางที่ หน้า 4.8 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถตนเอง ก่อนและหลังการ อบรมการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม............. 183 4.9 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการแปลผลการปฏิบัติบูรณาการ วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมระหว่างก่อนและหลังการ ทดลอง............................................................................................................... 184 4.10 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพ การแพทย์วิถี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน