590105-รายงานงานว.บบบ.ครั้งที่ 4 (สารอโศก).docx

โฟลเดอร์_รุ่นที่ ๔ ปี ๒๕๕๘
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์27 KB
วันที่แก้ไข8 มกราคม 2559

เนื้อหาในไฟล์

590105-รายงานงานว.บบบ.ครั้งที่ 4 (สารอโศก) งานวิชชาลัยบรรดาบัณฑิตบุญนิยม ครั้งที่ 4 ณ หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ฉลองครบรอบ 45 ปีการอุปสมบทของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ มีการสอบเพื่อรับเข็ม 4 บัณฑิตบูรณ์บุญเป็นครั้งแรก สิ้นปี 2558 จะเข้าสู่ปี 2559 ประชาชนไทยกว่า18 ล้านคน ร่วมสวดมนต์ข้ามปีกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และในห้วงเวลาเดียวกันนี้ ที่พุทธสถานราชธานีอโศก ก็มีการปฏิบัติธรรมข้ามปี ด้วยการเดินสัมมาอาริยมรรค มีองค์ 8 โดยปรัชญาการศึกษาที่พ่อครูให้ไว้ว่า “ศีลเต็ม เข้มงาน สืบสานวิชชา” กับการสอบวิชชาลัยบรรดาบัณฑิตบุญนิยม ครั้งที่ 4 ในวันที่ 28 ธันวาคม 2558 - 3 มกราคม 2559 ซึ่งเป็นงานที่รวมญาติธรรมและประชาชนที่สนใจปฏิบัติธรรมตามแนวทางของชาวอโศก มาสอบวัดผลประเมินผลการปฏิบัติธรรมประจำปี โดยการสอบบำเพ็ญคุณ-บำเพ็ญธรรม รวมทั้งหมด 7 วัน อันเป็น 7 วันพ้นอันตราย 7 วันพ้นอบาย และอาจเป็น 7 วันที่ได้บรรลุคุณธรรมชั้นสูงก็เป็นได้ ในปีนี้มีผู้มาเข้าสอบทั้งสิ้น 722 คน แบ่งตามเพศและวัยดังนี้ เด็กหญิง 81 คน เด็กชาย 50 คน นางสาว 252 คน นาง 158 คน นาย 181 คน เพศหญิงรวมทั้งสิ้น 491 คน เพศชายรวมทั้งสิ้น 231 คน โดยแบ่งตามสายดังนี้ สายวิชญ์ (ผู้ที่จบปริญญาตรีขึ้นไป) วิชญ์ยังไม่ได้รับเข็ม 39 คน วิชญ์ เข็ม 1 จำนวน 75 คน วิชญ์เข็ม 2 จำนวน 64 คน วิชญ์เข็ม 3 จำนวน 13 คน รวมสายวิชญ์ จำนวน 191 คน สายชาญ (ผู้ที่ไม่จบการศึกษาและผู้ที่จบการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี) ชาญยังไม่ได้รับเข็ม 167 คน ชาญเข็ม 1 จำนวน 90 คน ชาญเข็ม 2 จำนวน 31 คน ชาญเข็ม 3 จำนวน 3 คน รวมสายชาญจำนวน 291 คน การสอบว.บบบ.ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการสอบเพื่อรับเข็ม 4 บัณฑิตบูรณ์บุญ ซึ่งก็ยังไม่ทราบผลการสอบว่า

อ่านต่อ

ใครจะได้เป็นบัณฑิตบูรณ์บุญ จนกว่าจะมีการประกาศผลการสอบในงานพุทธาภิเษกฯปี 2559 และจะมีพิธีรับเข็มพระธรรมในงานปลุกเสกฯปี2559 ต่อไป ถือเป็นการฉลองครบรอบ 45 ปีการอุปสมบทของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ไปด้วย @ 28 ธันวาคม 2558 เปิดงานสอบ ว.บบบ.ครั้งที่ 4 “ข้าพเจ้าทั้งหลายเต็มใจและตั้งใจให้สัตยาบัน ปฏิญาณต่อพระพุทธ - พระธรรม - พระสงฆ์ ไว้ ณ ที่นี้ หากข้าพเจ้าทั้งหลาย ไม่ปฏิบัติตามสัตยาบันนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่เจริญ ย่อมเสื่อมไปตามสัจจะ ดังนั้น ข้าพเจ้าจะพากเพียรปฏิบัติให้เต็มความสามารถ ให้เจริญตามพระธรรมของสมเด็จพ่อสัมมาสัมพุทธเจ้าไปจนกว่าจะบรรลุสูงสุดในพุทธธรรมทั้งหลาย เป็นที่สุด นโม พุทธายะ สาธุๆๆ” นี่เป็นท้ายคำปฏิญาณตนตั้งสัตยาบันในการถือศีล 5 ของนิสิตว.บบบ. ที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์พาปฏิญาณตนในวันเริ่มงานว.บบบ.ครั้งที่ 4 นี้ ซึ่งเร่ิมงานด้วยการฟังปฐมนิเทศจากท่านสมณะฟ้าไท และสม.กล้าข้ามฝัน ก่อนที่พ่อครูจะมาเทศนาเปิดงาน และพาตั้งสัตยาบัน…. พ่อครุเทศนาเปิดงานไว้บางส่วนว่า….บุญคือการชำระให้หมด ทุนคือการเพิ่มไม่มีที่สิ้นสุด คนที่จะอยู่ในทิศทางของบุญหรือจะอยู่ในทิศทางของทุนก็อยู่ที่จะมาศึกษา ถ้าคุณมีเชื้อที่จะเป็นทุนก็ไม่มาหรอก มันเป็นสัจจะมันเป็นตัวจริงของจริง ใครอยากได้ก็มาเอา มาก็ให้ ใครไม่อยากได้ก็ไม่มาเอาเป็นธรรมดาธรรมชาติ ถ้าไปยัดเยียดเขา เขาจะโกรธ เขาจะรำคาญได้ เราจะไปทำทำไม พ่อครูยังบอกอีกว่าไม่มีเวลาไปตามพวกที่หนีไปนะ อย่าหาว่าใจดำใจจืด จะมาก็กรุณามา มาเถิดมาเอง ทุกวันนี้ไม่มีอะไรที่ลำบาก นอกจากว่ามีเวลาไม่พอ แค่ตามเวลาก็ลำบากแล้ว อย่าให้ไปตามคนเลย 13.00-16.00 น.ในวันแรกนี้ช่วงบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น ก็มีการลงบำเพ็ญคุณ โดยแบ่งกลุ่มกันลงฐานงาน เช่น โรงปุ๋ย สวนต่างๆของราชธานีอโศก บำเพ็ญคุณกันจนถึงบ่ายสี่โมงเย็น โดยก่อนการทำงานและหลังการทำงานก็จะมีการสรุปสภาวธรรมกันก่อนเลิกบำเพ็ญคุณ ทำให้บรรยากาศการศึกษาไตรสิกขานี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 18.00-20.00 น.ในภาคค่ำมีรายการเทศนาโดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ซึ่งงานนี้พ่อครูได้เทศนาทั้งช่วงทำวัตรเช้าและธรรมะภาคค่ำ สองคาบ คาบละ 2 ชม. เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่ พ่อครูอายุถึง 82 แล้วก็ยังเทศนาได้วันละไม่ต่ำกว่า 4 ชม. โดยงานนี้ พ่อครูได้นำ มหานิทานสูตร มาเป็นแกนในการเทศนา ซึ่งคำของวันแรกพ่อครูก็ย้ำถึงว่า... เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งชาติ ก็คือภพนั่นเอง ฯ ซึ่งก่อ ชรามรณะโศกปริเทวทุกข์โทมนัสอุปายาสต่อไป อโศกเรามาเป็นพวกไม่โศกแล้ว อาการลักษณะพวกนี้คุณรู้ได้ด้วย ญาณปัญญา จริงๆแล้วคนที่รู้แล้ว มันไม่มีหรอกโศก ปริเทวะก็ไม่มี ทุกข์ก็ไม่มี โทมนัสอุปายาสะมันไม่มีหรอก แล้วก็มาเรียกเป็นภาษาไทยว่าเสียใจ โศกเศร้าใจ เจ็บใจ ปวดใจ ก็คุณทำของคุณเองทั้งนั้น คุณรู้สึกของคุณเองทั้งนั้น ถ้าคุณฟังเข้าใจเดี๋ยวนี้ไม่มีเลย ปวดใจ เสียใจ เศร้าใจ ไม่มี ใจของคุณมีอยู่เต็มใจใครจะมาเอาของคุณไป ใจก็คือธาตุรู้มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น มันไม่เว้าแหว่งไม่ได้เสียได้หายไปไหนนี่ ก็เป็นธาตุรู้เต็มๆของคุณอยู่นี่ แต่นี่ไปปวดไปเจ็บ อาตมานี่นะมาเข้าใจชัดเจนว่า เราหยุดหายปวดหายเจ็บได้ทำไมเราโง่จังนะ มันไม่หรอกปวดเจ็บใจคือธาตุรู้รู้อาการ แต่อาการ ๓๒ ที่ปวดเจ็บมันก็คือธาตุ แต่ใจไม่มี ใครเสียใจ แล้วมันเสียไปไหน? ใครไปปวดใจ มันเป็นอย่างไรการปวดใจเจ็บใจ ใจคือธาตุรู้ มันรู้ตามความเป็นจริงเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าอวัยวะเจ้าการเกิดการเจ็บปวดระบมนั่นมันเรื่องวัตถุ แต่ใจมันไม่มี แต่ที่พูดไปนี้ไม่ใช่อาตมาไม่เคยเป็น แต่พอหยุดปวดได้แล้วก็รู้ว่าแต่ก่อนเราโง่จริงเลยเรา ไปปวดอยู่ได้ เขาหักอกเราเราก็ปวดใจ พลาดตำแหน่งนี้ปวดใจคนมาแย่งตำแหน่งนี้อาฆาตเจ็บใจๆปวดจริงๆ ฮึ่ม ก็บ้าเองทั้งนั้นเลย โง่เองทั้งนั้นใครฟังเข้าใจอาการไม่ปกติที่มันเป็นขึ้นมาแล้วก็อยู่ในใจคือคุณยังมีอวิชชายังโง่อยู่ทั้งนั้น พวกนี้มันด่าเรากระทบกระแทกเราถ้ามันจริงเขาด่าเราถูกเราก็ยอมรับว่าเขาด่าเราถูกแต่ถ้าเขาด่าเราไม่ถูกเราจะเดือดร้อนทำไม เช่นเขาด่าเราไอ้บ้า ไอ้หมา แต่เราไม่ได้เป็นเราก็ไม่เดือดร้อน เขาด่าเราไอ้เหี้ยจะไปเดือดร้อนทำไม คำด่ามันอยู่ที่ปากเขา แต่คุณไปรับมาเองก็โง่ แต่จริงๆคุณไม่ได้เป็นด้วยซ้ำแต่คุณรับมาทำไม 20.30 น. หลังฟังธรรมะภาคค่ำจากพ่อครู ยังมีการพบกลุ่มสนทนาธรรมก่อนนอนอีกด้วยเพื่อทำการเตวิชโชและมาย่อยธรรมะกับสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่ม @ 29 ธันวาคม 2558 บำเพ็ญคุณ 03.30 น.พ่อครูนำทำวัตรเช้าแล้วต่อด้วยธรรมะรับอรุณ เป็นการเทศนามหานิทานสูตรต่อจากวานนี้…. คนยึดถือว่าการได้ดูได้เตะบอลนี้ชอบมาก รู้สึกมีปฏิกริยาเมื่อได้แข่งกันออกลีลาลวดลายอะไรก็แล้วแต่ ชู๊ตเข้าโกลทีไรมันก็มันทุกที มันเก่งเท่าที่เราผูกถือหางไว้ข้างไหน ก็สนุกมันอร่อย คนก็เกิดรสก็เป็นสุข ผู้ใดยึดถือว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องร่วมสนุกต้องการมาก ก็ลงทุนหนักเสียเงินเสียทองเสียเวลาแรงงาน มันเตะกันต้องไปดูสดๆเหมือนอยู่คนละฟากโลกก็ต้องเสียค่าเครื่องบินไปจะต้องไปซื้อตั๋วอีก ก็แย่งชิง ซื้อตั๋วมันขายโก่งราคาก็ซื้ออีก ก็มีเท่านี้เป็นความแส่หาเป็นความดิ้นรนของตัณหาของความอยากของความยึด อุปทานเป็นพลังงาน ที่มีตัณหาเป็นความเสน่หาให้สมใจสมใจในราคาสมใจด้วยได้เสพได้เอามา ถ้า ให้ทำออกมาว่า ได้สุขเอามากี่กระป๋องใส่กระป๋องมาดู ก็ไม่มี สนุกผ่านไปแล้วก็มีแต่ความจำจำได้อยู่ในกระป๋องของความจำ เอาออกมาดูก็ไม่ได้แสดงกิริยาหรือพูดให้ดูได้แล้วจะไปรู้สึกตามคนได้อย่างไร รู้สึกว่ามันดีมันเป็นอย่างไรคุณเองก็สมมุติของคุณคนเดียว สัมผัสของคุณคนเดียว ตอนนี้ไม่ได้สัมผัสด้วย แต่ถ้าจะรู้สึกอินไปตาม ก็รู้สึกดีๆเหมือนกัน ถ้าเอามาเล่าก็จะโน้มน้าวให้สนุกร่วมกันได้ ถ้าใครไม่รู้สึกสมมติร่วมกันด้วยคุณฟังคุณก็เฉยๆ ไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นคนที่ไม่สมมุติตามเขาแล้วจบ สัจจะในสมมุติไม่มีเพราะเป็นปรมัตถ์ที่คุณติดยึดของคุณก็ไม่ร่วมกับสมมุติ เขาจะสมมุติกันไปคุณก็สามารถเข้าใจได้ แต่คุณไม่ดูดไม่ผลักไม่สนุกด้วย ไม่ชอบไม่ชัง ไม่มีอาการบวกไม่มีอาการลบ คุณฟังคุณก็เฉยแต่ผู้มีปัญญารู้ก็เข้าใจ เมื่อคุณหมดอุปาทานหมดความยึด ที่เป็นแดนนรกแดนสวรรค์ เป็นความชอบหรือความไม่ชอบ มันก็หมดไป แต่เข้าใจในภาษาที่เขาพูดที่เขาว่า มันดีเร็วดีแรงดี แตะเข้าไปแล้วก็มันรับไม่อยู่ เราก็รู้เข้าใจ บอกว่าคนเตะมันแต่แรงจนคนรับมันรับไม่อยู่คนรับล้มไปเลย หรือรับไม่ได้เลย หรือให้โกลหลงทางเลยเก่งชิบหาย คุณก็ไปมันอยู่อย่างนั้นแหละ ทำไมอาตมาจะไม่รู้ว่าจะมาก็เคยเล่นบอลมาเป็นทีม ถึงขนาดแต่งเพลงออกมาคนนี้เป็นโกลคนนี้เป็นแบค คนนี้เป็นวิง เราก็แต่งเป็นเพลงเชียร์ของทีมเรา ถ้าเราหมดอุปาทานก็หมดความเกิดไปกับเขา แต่เราก็รับรู้ร่วมไปกับเขา ไม่ได้โง่รู้ทุกอย่างที่เขาเป็นกัน รู้ได้ ไม่ได้น้อยไปกว่าเขา แต่ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร คุณจะชวนออกไปตะลิดติดชึ่งข้างนอกก็ไม่ไป เราไปปลูกผักดีกว่า เสียเวลาเสียแรง เอาเวลาเอาทุนรอนเอาแรงงานของเรากลับมา เอามาปลูกกล้วยปลูกข้าวดีกว่า 06.30-08.30 น. ช่วงบำเพ็ญคุณ ไปทำงานตามฐานงาน ได้แก่ฐาน เต้าเจี้ยว,โรงแชมพู, สวนไวพลัง, สวนไสหม่วน, สวนทานตะวัน, เรือนเพาะชำ,สขจ.ฯลฯ โดยมีกลุ่มพิเศษคือกลุ่มจอมยุทธที่กลุ่มที่รวมเอาฝ่ายชายผู้มีพลังไปช่วยยกเรือขึ้นคานเรือ 13.00-16.00 น. บำเพ็ญคุณช่วงบ่าย ซึ่งตลอดงานนี้ บางกลุ่มของ นิสิตว.บบบ.ซึ่งได้แบ่งออกคละกันทุกเข็มทุกสายทุกเพศทุกวัย มีอยู่ประมาณ ๒๓ กลุ่มด้วยกัน จะทำงานต่อเนื่องในฐานงานเดิมเพื่อให้มีความต่อเนื่องของการเรียนรู้งาน ให้ได้ตามปรัชญาการศึกษาที่ว่า “เข้มงาน” 18.00-20.00 น. ธรรมะภาคค่ำ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เทศนามหานิทานสูตร . ..สุขเป็นสุขโลกีย์ ส่วนทุกข์เป็นทุกข์อาริยสัจ เหตุแห่งทุกข์อาริยสัจ ลดได้จึงเป็นสุขที่ลดสุขสุขัลลิกะ ออกจากความสุขเท็จที่หลงผิด ทุกข์ก็ลดลงได้จริง นี่คือสัจจะที่เป็นเป้าหมาย ที่พระพุทธเจ้าตรัส ความเป็นคนธรรพ์ก็คือจิต อธิบายเป็นบุคคลเป็นตัวเล็นตัวหมัดในขนพญาครุฑ เป็นเครื่องอธิบายบุคลาธิษฐานคือคนที่เพลินในความบันเทิงเริงใจ แล้วแอบเสพ เป็นชู้เมียพญาครุฑด้วย เป็นต้น ก็เป็นนัย บุคลาธิษฐาน ธรรมาธิษฐาน คนธรรมพ์ก็คือจิตวิญญาณของตัวเราที่ซุกซ่อนในตัวเราแล้วก็ลิ้มเลียสั่งสมเสพ โลกียสุข เพราะฉะนั้นตัวจริงของเราก็คือตัวพญาครุฑ ที่จะแสวงหาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อจะได้โลกียเต็มรูปแบบ เสร็จแล้วก็มีจิตที่ว่า เป็นคนธรรพ์ก็คือจิตเราเอง เป็นจิตที่ไม่รู้มันแอบคือจิตที่ไม่รู้เราอ่านมันออกไม่เห็นมันเพราะมันเล็กมันอยู่ในตัวเรา มันอยู่ข้างนอกด้วยซ้ำไปเสพสุขโลกีย์เป็นหลัก ถ้าาลดได้จากโลกียก็เบาเป็นอนาคามีขึ้นไป ก็ไม่ต้องและเล็ม @ 30 ธันวาคม 2558 บำเพ็ญคุณ 03.30-06.00 น. พ่อครูนำทำวัตรเช้า และเทศนาธรรมะรับอรุณ….. ถ้าศึกษาจริงศึกษาดีๆจะเห็นว่าคนเราทุกวันนี้น่าสงสารมากหลงใหลในโลกกันไม่ใส่ใจในเรื่องของธรรมะ ไม่ต้องพูดถึงศาสนาอื่นเขา ศาสนาอื่นเขายังใส่ใจเอาจริงเอาจังในศาสนา อย่างศาสนาอิสลาม ในเมืองไทยเป็นพุทธศาสนิกชนมาก แต่ไปอยู่กับโลกของหมด ไปแสวงหาดาวดึง ส่งไปเสพสุขทิพย์หรือสุขเท็จ ที่เป็นอัลลิกะแล้วหลงว่าเป็นทิพย์ สมัยใหม่เดี๋ยวนี้ก็จิ้ม แท็บเล็ต เสียเวลา ทุนรอนแรงงานอันยิ่งใหญ่ ถ้าเอาความสูญเสียของข้าคืนมาไม่ว่าจะเป็นเสียเวลา ทุนรอนแรงงาน ทั้งแรงกายและสติปัญญา ให้เอากลับคืนมาได้ จะมีประโยชน์อีกมหาศาล พวกชาวอโศกเป็นนักเตะสะกิดแบบบุญนิยมเอาความสูญเสียขึ้นมาได้มากมาย จนคนเขางงว่าอยู่กันได้อย่างไรแบบคนจน จะมาแกล้งหลอกคนอื่นว่ามาจนหรือไม่จนวันนี้ตั้งนามสกุลจนมากมาย จนจนกระทั่งถึงเป็นอนาคาริกชน เป็นคนที่ไม่สะสม ไม่สะสมบ้านช่องเรือนชานทรัพย์ศฤงคาร ชาวอโศกนี้ส่วนใหญ่ จะไม่สะสม แต่บางคนกิเลสยังไม่หมด ก็เป็นคนที่เมา คือจะเอาหรือไม่เอายังไม่ชัดเจน มาตั้งใจที่จะไม่เอาแต่ก็สะสมไว้ จนกว่าจะสามารถสละออกจนกระทั่งไม่ต้องเป็นของเรา เรามีระบบสาธารณโภคีแล้วอาศัยใช้สอยในนี้สบาย ช่วยเหลือบำรุงรักษาดูแลบริหาร แบ่งแจกเอื้อเฟื้อเจือจานผู้อื่น สังคมก็เป็นสุข เป็นเศรษฐกิจพอเพียงไม่ต้องมีเงินคงคลังเยอะแต่การหมุนเวียนนั้นคล่องตัวหมุนได้มากขึ้นเร็วขึ้น ก็จะมีเงินคงคลังเพิ่มขึ้นตามลำดับบ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ได้สัดส่วนตามเศรษฐกิจพอเพียงที่มีคุณภาพมีประโยชน์สะพัดออกสร้างสรรค์ได้มากขึ้น และก็มีคงคลังมากขึ้นเพื่อจะหมุนรอบออกไปได้ดีขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นนี่คือความเจริญของเศรษฐกิจบุญนิยมหรือเศรษฐกิจพอเพียง 06.30-08.30 น.ช่วงบำเพ็ญคุณ แบ่งกลุ่มไปที่โรงปุ๋ยพลังชีวิต เรือนเพาะชำ โรงแชมพู ไปสวนอุทยาน สวนกระเทียม สวนลานกราล สวนไสหม่วน สขจ.และไปโรงสีบุญคุณข้าว 11.00-13.00 น. มีประชุมตลาดอาริยะ ที่เฮือนศูนย์สูญ มีส.เดินดิน ติกขวีโรเป็นประธานการประชุม มีพ่อครูมาให้โอวาทและมอบนโยบาย โดยพ่อครูเน้น….เรื่องตลาดอาริยะนี้เป็นบุญนิยม ขั้นที่ 3 คือขายขาดทุน ไม่ใช่บุญนิยมระดับขายต่ำกว่าราคาตลาด หรือขายเท่าทุนนะ ไม่ใช่งานแจกฟรี แต่เป็นการค้าขายแลกเปลี่ยน เป็นการแลกเปลี่ยนของเงิน ก็ตาม เอาต่ำที่สุดอย่างเช่นขายอาหาร ทั้งที่เราก็แจกฟรีได้ แต่เราก็ขายจานละบาท ก็ขอร้องว่าถ้าไม่ขาดทุนจริงอย่างใช้ชื่อเรียกว่าตลาดอาริยะ จะใช้คำว่าตลาดบุญนิยมก็ได้ ได้มากที่สุดก็เท่าทุน หรือเอาเปรียบน้อย แต่จะมีสินค้าบางชนิดขายต่ำกว่าทุนบ้างบางรายการ แต่ว่าคุณจะบอกว่าเป็นตลาดอาริยะไม่ได้ เฉลี่ยแล้วไม่ใช่ ที่จริงคืออยากให้ต่ำกว่าทุนทั้งหมดทุกอย่างทุกชิ้น 13.00-16.00 น. บำเพ็ญคุณภาคบ่าย ยังดำเนินไปอย่างเข้มงาน แม้แต่เด็กๆที่เข้าร่วมสอบก็กระตือรือร้นทำงานได้ไม่แพ้ผู้ใหญ่เลยทีเดียว ทำให้เห็นถึงศักยภาพของเหล่านิสิตว.บบบ.ที่มีจิตใจใฝ่พัฒนาตนเองตามหลักสัมมาอาริยมรรคมีองค์ 8 อย่างชัดเจน 18.00-20.00 น. ธรรมะภาคค่ำ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์...วันนี้พ่อครูได้อธิบายมหานิทานสูตรต่อ และลึกลงถึง สัตตาวาส ๙ @ 31 ธันวาคม 2558 บำเพ็ญคุณ 03.30-06.00 น. พ่อครูนำทำวัตรเช้า และเทศนาธรรมะรับอรุณ..พ่อครูเกริ่นกล่าวว่า...วันนี้วันสุดท้ายของปี 2558 เป็นวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2558 ก่อนจะเข้าบทเรียนก็มีนักกวี เขียนกวีมาส่งท้ายปีเก่า พรปีใหม่ให้ชาวพุทธจงหยุดขอ แต่จงก่อกรรมงามตามคำสอน ผลแห่งกรรมจะทำให้ได้รับพร การวิงวอนอ้อนขอส่องมงาย มีอายุที่ยังเหลือ เพื่อดับชาติ ด้วยแรงฤทธิ์อิทธิบาทไม่ขาดหาย จาคะทำย้ำดำริมิเสื่อมคลาย ก่อนชีพวายได้ละลดหมดตัวตน ให้อาจองทรงวรรณะอันประเสริฐ ยัญพิธีที่ล้ำเลิศจงเกิดผล มีศีลเคร่งเก่งธุดงค์จงฝึกตน เพราะกล้าจนทนเสียดสีมีน้ำใจ ให้มีสุขในทุกฌานการเพ่งเผา ล้างนิวรณ์ถอนรากเหง้าเหล่าอนุสัย ขณะที่มีผัสสะกระทบใจ เกิดวสีมีวิจัยใฝ่ประจัญ เป็นเศรษฐีมีโภคะมหาศาล พรหมวิหารบานในใจใฝ่สร้างสรรค์ ประโยชน์ตนสนใจไม่รอวัน ประโยชน์ท่านหมั่นก่อไม่รอนาน เกิดอินทรีย์มีพลังล้างสังโยชน์ เกิดนิโรธ เห็นโทษภัยในสังสาร เกิดวิมุตหลุดพ้นเกิดผลญาน เกิดนิพพานทุกกาลกัลป์ ทุกท่านเทอญ อโศกสัมปวังโก เป็นผู้ประพันธ์ จากนั้นพ่อครูได้สาธยายธรรมในมหานิทานสูตรต่อ 06.30-07.30 น. พ่อครูนำหมู่นักบวช ออกบิณฑบาตส่งท้ายปีเก่า ภายในหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก มีญาติธรรมมารอใส่บาตรเป็นจำนวนมาก พ่อครูยิ้มแย้มแจ่มใสออกทักทายญาติธรรม เป็นบรรยากาศส่งท้ายปีเก่าที่อุบอุ่นซาบซึ้ง 07.30-09.00 น.และ 13.00-16.00 น. เป็นช่วงบำเพ็ญคุณภาคเช้าและภาคบ่าย นิสิตยังคงกระตือรือร้นทำงานส่งท้ายปีเก่า เป็นการทำงานที่เสียสละลดละตัวตนไปด้วย และยังได้กุศลเป็นผลงานที่ทำไว้ให้แก่โลก งานนี้กลุ่มจอมยุทธสามารถยกเรือเอี้ยมจุ๊นขึ้นคานได้ 1 ลำ เป็นผลสำเร็จ 18.00-20.00 น. ธรรมเทศนาส่งท้ายปีเก่าจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์...พ่อครูว่า...คาบนี้ก็ยังอยู่ในวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม วันสุดท้ายของปี 2558 วันนี้ คงจะเลิก 2 ทุ่มตรงเพราะในหลวง จะออกมาพระราชทานพรปีใหม่ ประชาชนก็ตั้งตาชะเง้อคอยกัน รายการของเรานี้ มีการสวดมนต์ตอนเร่ิมรายการ เป็นการนอบน้อมต่อพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ เป็นการสวดมนต์อย่างย่อของชาวพุทธ การสวดมนต์อัสมาก็ขอพูดส่งท้ายปีเก่าเพราะตอนนี้แฟชั่นการสวดมนต์ข้ามปี รู้สึกจะขึ้นอยู่เหมือนกัน ก็ขอพูด เป็นพุทธศาสนาตามภูมิ ว่าการสวดมนต์ ใครก็แล้วแต่ เอาธรรมบทของพระพุทธเจ้าไปสวดพร้อมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สู่สาธารณชน ให้ได้ยินกันทั่ว ก็เป็นอาบัติ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้จริงๆในพระวินัยมีบอกว่าชัดเจน ซึ่งเดี๋ยวนี้มันเลือนแล้ว ตอนนี้ยิ่งสวดกันเป็นร้อยคนพันคนหมื่นคนล้านคนก็ไปกันใหญ่ กระแสศาสนาส่วนรวมเป็นเช่นนั้น @ 1 มกราคม 2559 บำเพ็ญธรรม 03.30-06.00 น. พ่อครูนำทำวัตรเช้า และเทศนาในวันขึ้นปีใหม่ 2559 พ่อครูได้ให้กล่าวออกไปอย่างไม่ได้ให้พรว่า... คุณมีสัมมาทิฏฐิ ก็เริ่มทำจิตในจิตมีมนสิการเป็นหนึ่งในมูลสูตร 10 ผู้ที่สามารถ ทำใจในใจเป็น จนมีโยนิโสมนสิการ คุณยินดีที่จะมางานนี้ก็มีมูลสูตรข้อแรก มีฉันทะเป็นมูล แล้วก็ต้องมาศึกษาเพื่อจะทำใจในใจอย่างไร ถึงจะเป็นโสดาบันให้พากเพียรปฏิบัติจากปุถุชนมาเป็นอริยะชนเป็นคนเจริญระดับหนึ่งแล้ว คนที่เกิดมาแล้วไม่คิดจะเป็นอริยะชนไม่พากเพียรเป็นอาริชนก็ถูกเต่าปลากิน เสียชาติเกิดทั้งนั้น แม้มาพากเพียรเป็นโคตรภูมิบุคคลปฏิบัติธรรมหน้าน้องน้ำตาอยู่ แต่ไม่มีโคตรภูจิตก็ข้ามโคตรไม่ได้ ยิ่งเป็นปุถุชนก็ยิ่งตกต่ำเป็นธรรมดาวนเวียน เมื่อทำจิตก็ต้องทำขณะมีผัสสะเห็นสมุทัย อ่านผัสสะเป็นจากผัสสะมีอายตนะมีนามรูป เกิดวิญญาณ วิญญาณนั่นคือสังขาร คุณอ่านออกตั้งแต่ผัสสะที่มีเวทนาเป็นปัจจัย ก็อ่านตัณหาที่อยู่ในจิต คุณก็วิจัยจิตหรือมโน วิญญาณที่เรียกว่ากาย แยกจิตเจตสิกออกจากตัวกิเลสกำจัดกิเลสได้ วิชชาก็เจริญๆๆๆ วันหนึ่งก็เป็นอรหันต์ 06.30-07.30 น. พ่อครูนำหมู่นักบวช ออกบิณฑบาตต้อนรีบปีใหม่ ญาติธรรมยังคงมาใส่บาตรเป็นจำนวนมาก มีศิษย์เก่าสัมมาสิกขาก็มาร่วมใส่บาตรมากด้วยเช่นกัน 07.30-08.30 น. บำเพ็ญคุณภาคเช้า 09.00-10.00 น. ธรรมะก่อนฉัน โดย ส.บินบน ถิรจิตโต ส.ด่วนดี สุชโว สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล… เรื่องปีใหม่ ABC (Asoke Buddish Community) การอยู่ร่วมกันเป็นหมู่กลุ่ม โดยที่แต่คนย่อมมีอัตตา อัตตาคือการยึดถือให้ได้ดั่งใจตนเอง อัตตาของตัวเองจะรู้ได้ยาก ต้องอาศัยหมู่กลุ่ม อัตตาเกิดในปัจจุบันขณะกระทบมีผัสสะ เราต้องพร้อมสลายอัตตาทุกเมื่อ พร้อมเปลี่ยนแปลงตนเองไปพร้อมกับหมู่ ต้องมีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม จึงเป็นเอกีภาวะ อัตตาเกิดจะเห็นทิฏฐิ ต้องมีปัญญาสลายอัตตาพาให้พ้นทุกข์ไปตามลำดับ 12.00-14.00 น. สนทนาธรรม พบสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่ม ในช่วงบำเพ็ญธรรม นิสิตว.บบบ.มีโอกาสได้สนทนาธรรม ถามปัญหาธรรมะต่อสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่ม ช่วยกันย่อยธรรมะที่ได้ฟังจากพ่อครูมาในทุกวัน รวมทั้งติวหนังสือยอดนิยายของโลกที่ไขความเป็นมนุษย์ เพื่อสอบวิชาการในวันสุดท้ายอีกด้วย ทำให้บรรยากาศในช่วงบ่ายนี้ทั่วทั้งศาลาเฮือนศูนย์สูญ เหมือนเป็นห้องเรียนธรรมะอันกว้างใหญ่ไม่จำกัดเพศและวัยไม่จำกัดฐานะอาชีพ สากัจฉาธรรมกันอย่างรื่นเริงเบิกบานในธรรมกันทั่วหน้า 14.00-16.00 น. รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกร ชุด “ สามอาชีพกู้มนุษยชาติ” ดำเนินรายการโดย สม.ผาแก้ว ชาวหินฟ้า สัมภาษณ์ คุณติ้ง(พลังใจ) และคุณธงชนะ พรหมมิ ในเรื่องของการทำกสิกรรมไร้สารพิษ ที่เป็นหนึ่งในสามอาชีพที่จะกู้มนุษยชาติให้พ้นจากภัยร้ายของโลกคือยาฆ่าแมลง สารเคมี ในอาหาร คุณธงชนะ พรหมมิ ได้มาช่วยงานกสิกรรม เพราะเห็นว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก ต้องมาช่วยกันผลิตอาหารไร้สารเคมี ทำงานด้วยความตั้งใจ และใส่ใจ และทำงานเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ลูกได้เรียนมาเรียนในโรงเรียนสัมมาสิกขาจนจบ 18.00-20.00 น. ธรรมเทศนาภาคค่ำ ...พ่อครูให้พรส่วนหนึ่งว่า.. ต้องทำใจให้เต็มให้แจ้งว่ามันน่ามาไหม คุณจะไปอีกกี่ชาติไปตามวิบาก เพราะแม้ตั้งจิตอยากจะมา แต่ไม่ได้เติมผลที่จะให้มาได้ ก็ไม่เกิดผล อยากจะมา แต่อยู่ข้างนอกจะได้มาหรือ หนึ่ง ที่นี่ก็ไม่บำเรอกิเลสคุณ แต่ข้างนอกนั้นมอมเมาคุณ ผู้บำเรอก็เยอะผู้มอมเมาก็เยอะ แต่ถ้าคุณยิ่งอ่อนแอคุณก็ต้องมา อยู่ข้างนอกก็ถูกบำเรอมาก แต่ที่นี่บำเรอน้อยกว่าก็เบาสบายกว่า แต่ข้างนอกกิเลสเราย่ิงหนา มาแล้วก็เรียนรู้อัตตาไม่ใช่ใช้แบบที่ว่า สัพเพธัมมาอนัตตาติ อะไรก็ไม่ใช่อัตตาสักอย่าง อย่างนี้ก็โง่ตายชัก ไม่มีทางที่จะลดละได้ ไม่ได้เรียนรู้ตั้งแต่หยาบ ขนาดกิเลสใหญ่อย่างกับช้างยังไม่รู้ไม่มีวันที่จะถึงอรูปอัตตา กิเลสตัวเท่าช้างคุณยังไม่รู้เลยแล้วจะ ลดได้อย่างไรกิเลสมันก็เอาตาย กว่าจะหมดอัตตามันง่ายที่ไหน เมื่อเรียนรู้อัตตาแล้วก็ต้องทำสัมมาทิฏฐิให้ได้ลดละไปตามลำดับ ทรงไว้ให้เป็นธรรมฐีติ มีจริงทรงไว้ ไม่ใช่แบบถอนไม่ออก แต่เป็นสัจจะคุณธรรมที่คุณมี เป็นคุณวิเศษที่คุณได้ คุณยึดส่ิงที่คุณไม่ยึด คุณมีส่ิงที่คุณไม่มี @ 2 มกราคม 2559 บำเพ็ญธรรม 03.30-06.00 น. พ่อครูนำทำวัตรเช้าและเทศนาธรรมะรับอรุณ…โดยพ่อครูได้อ่านกวีของอ.เป็นต้น นาประโคนว่า… ปีใหม่ขอฝากฟ้า ฝากฝัน บ้านราชฯเร่งโรมรัน รับใช้ เรียกลูกอโศกกระสัน สู้ศึกสร้างสรรค์ กลัวกลับแกล้งบ่ใกล้ สดับแล้วรีบมา จากนั้นพ่อครูได้เทศนาโดยใช้ขยายความบทกวีดังกล่าว และตอบคำถามในตอนท้าย มีคำถามหนึ่งถามมาว่า...คนข้างวัดและคนนอกวัด คนนอกวัดมีเวลาอยู่สบาย นิ่งนิ่ง มีเวลาอ่านหนังสือ สอบได้ตั้ง 2 เข็ม 3 เข็ม คนวัดทำงานมาก ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ สอบไม่ได้สักเข็ม คนนอกวัด สอบได้แล้วก็ยังมาว่าคนวัดอีกว่าทำไมสอบไม่ได้สักเข็มอีก คนวัดบางคนก็บอกว่า กิจวัตรเขาก็ไม่ได้ทำ แต่เขากลับสอบได้ ให้พ่อท่านช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อย พ่อครูตอบ...ก็หมดปัญญาวิเคราะห์ ที่สุดก็คือเป็นผู้ที่ทำด้วยมือ ชนะด้วยเรี่ยวแรง ไม่ใช่ไปนอนกินแล้วบอกว่าฉันเก่งฉันเก่ง เราก็ลงทุนลงแรงช่วยอาตมาสร้าง หาเงินไปซื้อทองคำให้เขา เลือกเอาจะนอนกิน หรือช่วยอาตมาหาเงินไปซื้อทองคำให้เขา จบ 06.30-08.30 น. บำเพ็ญคุณภาคเช้า 09.00-10.00 น. ธรรมะก่อนฉัน โดย ส.เดินดิน ติกขวีโร ส.แสนดิน ภูมิพุทโธ สม.สัจฉิกตา ตั้งเผ่า โดยได้เปิดคลิปธรรมเทศนาของพ่อครูในบางตอนที่สำคัญ ๒ ตอนคือ เรื่องแท่งธรรมะและเรื่องของพรปีใหม่ ปฏิบัติอย่างไรให้ถึงอรหันต์… 12.00-14.00 น. สนทนาธรรม พบสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่ม 14.00-16.00 น. รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกร ชุด “ไฉนความลำบากกุศลธรรมจึงเจริญยิ่งนัก” ดำเนินรายการโดย ส.เดินดิน ติกขวีโร สัมภาษณ์ อ.เป็นต้น นาประโคน คุรปรีชา คุณหินเรือง หมายยอดกลาง คุณปะดาวพร คุณยายอ้วน … แม้ปฏิบัติกรแต่ละท่านจะมีวิบาก ที่มีสุขภาพร่างกายไม่สมประกอบ แต่แต่ละคนก็มีความตั้งใจและมีบุญมากพอที่ได้เข้ามาช่วยเหลือหมู่กลุ่มและไม่ทำตนให้เป็นภาระแก่ใคร แถมบางท่านยังทำตนให้เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้อีกด้วย ในโลกนี้ทุกคนล้วนต้องการ ความสุข ความสมหวัง ไปทุกเรื่อง และการได้มาอยู่ในหมู่มิตรดี สหายดี สังคมส่ิงแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ สิ่งที่ควรระลึกไว้อยู่เสมอคือ “ความไม่ประมาท” 18.00-20.00 น. ธรรมเทศนาภาคค่ำ ...พ่อครูว่า เจริญธรรมทุกคนวันนี้คาบเย็นของวันที่ 2 มค. 2559แล้ว เราก็มาสาธยายกันคาบสุดท้าย อาตมาก็เป็นคาบสุดท้าย ในงานที่จะมาร่วมกันสอบร่วมกันสามัคคีร่วมกันมาฝึกตน ร่วมกันมาทดลองตนเองจริงๆ เป็นภาพปรากฎการณ์จริงของความเป็นจริงไม่ใช่ตรรกะไม่ได้เรียนแต่ใช้สมองก็คิดอยู่ในห้องเรียน อยู่ที่อื่นใดๆแต่ทั้งมาประพฤติอยู่ได้กระทบสัมผัส ทั้งได้มีและการระวังสังวร จะไม่เหมือนเวลาเราปล่อยชีวิตอยู่กับโลกๆ ถ้าเรามาเราก็จะรู้ว่าเราต้องมาเข้าสนามรบหรือสนามสอบ แม้จะได้ไปในสนามรบประจันหน้ากับศัตรูที เดียว ก็มีการตั้งสติรู้ตัวทั่วพร้อมมากกว่าอยู่ข้างนอก เราจะมีสติสัมปชัญญะมีความสังวรระวังมากกว่าปกติ ยิ่งมีการฟังธรรม มีการปฏิบัติต่อเหตุปัจจัยต่างๆที่เราจะได้เห็นอาการต่างๆที่จะมากระทบเรา เราได้เรียนรู้ธรรมะมาว่าวิธีปฏิบัติตนปฏิบัติธรรมคืออย่างไร การมาใช้เวลา 7 วันนี้ที่ได้ทดสอบตนเอง ชื่อว่าเป็น การทดสอบความจริงอย่างเป็นปรากฏการณ์วิทยา (phenomenology) ที่ถูกต้องและดีที่สุด ก็ช่วยกันเอาใจใส่มีน้ำใจกันถ้วนทั่วเลย ดูแลกันเองช่วยเหลือเกินไป @ 3 มกราคม 2559 วันสอบวิชาการ ว.บบบ. 05.00-08.00 น. สอบวิชาการว.บบบ. โดยปีนี้นิสิตมาร่วมสอบเป็นจำนวนมากถึง 722 คน แบ่งห้องสอบออกเป็นสามกลุ่มคือ ผู้สมัครรับเข็มที่ 1 ,2 และ 3 สอบที่ชั้นล่างเฮือนศูนย์สูญ ทำให้พื้นที่ชั้น 1

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน