0 วิทยานิพนธ์ จรัญ บุญมี.pdf

โฟลเดอร์นายจรัญ บุญมี ศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธ ของชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์6.19 MB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ ศึกษาวิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธ ของชุมชนภูผาฟาน้ำ อ.แมแตง จ.เชียงใหม ANALYTICAL STUDY OF BUDDHIST LIFE QUALITY DEVELOPMENT IN PHUPHA FAH NAM COMMUNITY, MAE TAENG DISTRICT, CHIANG MAI PROVINCE นายจรัญ บุญมี วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ (ลิขสิทธิ์เปนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) ศึกษาวิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธ ของชุมชนภูผาฟาน้ำ อ.แมแตง จ.เชียงใหม นาย จรัญ บุญมี A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2023 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) Analyical studdy of Buddhist Life Quality Development in Phu Pha Fah Nam Community, Mae Taeng District, Chiang Mai Province Mr. Charun Bunmee ชื่อผูวิจัย .............................................................. (นายจรัญ บุญมี) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติใหนับวิทยานิพนธเรื่อง “ศึกษาวิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธของชุมชนภูผาฟาน้ำ อ.แมแตง จ.เชียงใหม” เปนสวนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ........................................................ (พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ. ดร

อ่านต่อ

.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ ........................................................ ประธานกรรมการ (รศ. ดร.ปรุตม บุญศรีตัน) ........................................................ กรรมการ (ดร.พิสิฏฐ โคตรสุโพธิ์) ........................................................ กรรมการ (พระครูสิริปริยัตยานุศาสก, ดร.) ........................................................ กรรมการ (รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ พระครูสิริปริยัตยานุศาสก, ดร. ประธานกรรมการ รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ กรรมการ ก ชื่อวิทยานิพนธ : ศึกษาวิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธของชุมชนภูผาฟาน้ำ อ.แมแตง จ.เชียงใหม ผูวิจัย : นายจรัญ บุญมี ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ : พะครูสิริปริยัตยานุศาสก, ดร., ป.ธ. ๕, พธ.บ. (ศาสนา), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) : รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ, พธ.บ. (ศาสนา), ศศ.ม. (ปรัชญา) Ph.D. (Buddhist Studies) วันสำเร็จการศึกษา : ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ บทคัดยอ วิทยานิพนธนี้มีวัตถุประสงค ๑) เพื่อศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตในพระพุทธศาสนาเถรวาท ๒) เพื่อศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ อ.แมแตง จ.เชียงใหม ๓) เพื่อศึกษาวิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธของชุมชนภูผาฟาน้ำ อ.แมแตง จ.เชียงใหม เปนการวิจัยเชิงคุณภาพภาคสนาม ผลการศึกษา พบวา การพัฒนาคุณภาพชีวิตในพระพุทธศาสนาเถรวาท ดวยหลักภาวนา ๔ คือ กายภาวนา คือการพัฒนาอินทรีย ๕ ศีลภาวนา คือพัฒนาความประพฤติ จิตภาวนา คือพัฒนาจิตและปญญาภาวนา คือพัฒนาปญญา เมื่อไดพัฒนากาย ศีล จิต ปญญาตามหลักพระพุทธศาสนาแลวทำใหมีคุณภาพชีวิตที่ดี ๔ ดาน เรียกวาภาวิต ๔ คือภาวิตกาย มีกายอันสงบเรียบรอย ภาวิตศีล มีความประพฤติที่ถูกตองดีงาม ภาวิตจิต มีจิตใจเขมแข็งไมหวั่นไหวตอกิเลสตัณหา ภาวิตปญญา มีปญญาวิมุตติ สูงสุดคือหลุดพนจากความทุกขทั้งปวง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ ชุมชนภูผาฟาน้ำมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อกอใหเกิดความผาสุกแหงตนและผูอื่นถึงพรอม โดยมีวิธีการขัดเกลากิเลสอันเปนเหตุแหงทุกข จึงนำพัฒนาดวยหลักการแกทุกปญหา ๕ ประการ ๑) คบและเคารพมิตรดี ๒) มีอริยศีล ๓) ทำสมดุล ๔) พึ่งตน ๕) แบงปนดวยใจบริสุทธิ์ มาประยุกตใชในชุมชนภูผาฟาน้ำ สำเร็จผลเปนคุณภาพชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๔ ประการ คือ ๑) ชีวิตพอเพียงเรียบงาย ๒) รางกายแข็งแรง ๓) จิตใจดีงาม ๔) ปญญาผาสุก วิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธของชุมชนภูผาฟาน้ำ พบวา ดร.ใจเพชร กลาจน ผูนำชาวชุมชนภูผาฟาน้ำไดวางหลักการพัฒนาคุณภาพชีวิต ๔ ประการ คือ ๑) ชีวิตพอเพียงเรียบงาย ข ๒) รางกายแข็งแรง ๓) จิตใจดีงาม ๔) ปญญาผาสุก เปนคุณภาพชีวิตเชิงพุทธบูรณาการ ดังนี้ ๑) ภาวิตกาย เปนคุณภาพชีวิต ดานรางกายแข็งแรง ๒) ภาวิตศีล เปนคุณภาพชีวิต ดานชีวิตพอเพียงเรียบงาย ๓) ภาวิตจิต เปนคุณภาพชีวิตดาน จิตใจดีงาม ๔) ภาวิตปญญา เปนคุณภาพชีวิตดาน ปญญาผาสุก การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ เปนการนำหลักพุทธศาสนามาใชจึงเปนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธ เปนคุณภาพชีวิตที่ดีงามของชุมชน ค Thesis Title : Analyical studdy of Buddhist Life Quality Development in Phu Pha Fah Nam Community, Mae Taeng District, Chiang Mai Province Researcher : Mr. Charun Bunmee Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Phrakrusiripariyatyanusath, Dr., Pali V., B.A. (Religions), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) : Assoc. Prof. Dr. Phoonchai Puntiya, B.A. (Religions), M.A. (Philosophy), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : June 21, 2023 Abstract This thesis aims to examine the progress of quality of life within the context of Theravada Buddhism, as well as the development of quality of life specifically in the Phu Pha Fah Nam Community situated in Mae Taeng District, Chiang Mai Province. The research approach employed for this study is qualitative and involves conducting field research. The findings of the study indicate that the enhancement of quality of life within Theravada Buddhism is rooted in various aspects of development, namely Bhàvanà (mental cultivation), Kàya-bhàvanà (physical development), Indriya (controlling faculties), Sãlabhàvanà (moral development), Citta-bhàvanà (cultivation of the mind), and Pannà-bhàvanà (cultivation of wisdom). Through adherence to these principles, individuals have been able to foster positive quality of life in four key domains known as Bhavit 4: Bhavikaya (attainment of a tranquil body), Bhavitsila (adoption of virtuous conduct), Bhavitcitta (cultivation of a resilient mind immune to defilements), and Bhavitpanna (supreme wisdom leading to liberation from suffering). The Phu Pha Fah Nam community has made significant strides in enhancing the quality of life, aiming to promote well-being for both oneself and others. To alleviate the root cause of suffering, they have embraced a path of purifying passions. ง The community has embraced five guiding principles as a means to address various challenges: 1) fostering associations and showing respect to virtuous companions, 2) upholding noble precepts, 3) seeking balance, 4) cultivating self-reliance, and 5) engaging in benevolent sharing with a pure heart. These principles have been applied within the Phu Pha Fah Nam community, resulting in a remarkable improvement in their quality of life across four key aspects: 1) leading a life of simplicity and sufficiency, 2) cultivating physical strength, 3) nurturing a wholesome mind, and 4) cultivating wisdom and experiencing genuine happiness. Through an analysis of the development of Buddhist quality of life within the Phu Pha Fah Nam community, it was discovered that Dr. Jaipetch Klajon, the community leader, established four essential principles to enhance their overall well-being. These principles encompass: 1) embracing a life of simplicity and sufficiency, 2) cultivating physical strength, 3) fostering a virtuous heart, and 4) embodying Panyaphasuk (wisdom leads to happiness), an integrated Buddhist quality of life. Panyaphasuk comprises the following elements: 1) Bhavitkaya, which pertains to the quality of life concerning physical strength, 2) Bhavitsila, which refers to the quality of life derived from a simple sufficiency lifestyle, 3) Bhavitcitta, which encompasses the quality of life resulting from a virtuous mind, and 4) Bhavitpanna, which represents the quality of life attained through wisdom. By implementing these Buddhist principles, the Phu Pha Fah Nam community has successfully improved their quality of life, aligning it with the teachings of Buddhism and fostering a positive quality of life for the entire community. จ กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธเรื่อง “ศึกษาวิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธของชุมชนภูผาฟาน้ำ อ.แมแตง จ.เชียงใหม”เลมนี้ เปนงานที่ทำใหผูวิจัยไดมีโอการในการพัฒนาตนเอง ทั้งในดานของงานวิชาการ องคความรูที่ไดจากการวิจัย ขอกราบขอบพระคุณ พระครูสิริปริยัติยานุศาสก, ดร. และกราบขอบคุณ รศ. ดร.พูนชัย ปนธิยะ อาจารยที่ปรึกษาวิทยานิพนธ ขอกราบขอบพระคุณ พระครูปริยัติเจติยานุรักษ, ผศ. ดร. กราบขอบคุณคณาจารยผูทรงคุณวุฒิ รศ. ดร.ปรุตม บุญศรีตัน ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร ดร.พิสิฏฐ โคตรสุโพธิ์ ตลอดจนคณาจารย รศ. ดร.เทพประวิณ จันทรแรง ผศ. ดร.เยื้อง ปนเหนงเพ็ชร ดร.วิโรจน วิชัย และคณาจารยมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทุกทาน ที่เมตตาใหคำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรูการดำเนินการวิจัย ขอบคุณคุณบุญมี แกวตา บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัย ในการตรวจสอบ และแกไขขอบกพรองตางๆ ชวยใหขอมูลในวิทยานิพนธฉบับนี้มีเนื้อหาที่สมบูรณ และทำใหการศึกษาในครั้งนี้ สำเร็จไดดวยดี ขอบคุณ ดร.ใจเพชร กลาจน และชาวชุมชนภูผาฟาน้ำ จิตอาสาแพทยวิถีธรรม ตลอดจนทานผูรวมเปนผูใหขอมูลดวยการตอบสัมภาษณทุกทาน ที่ไดเสียสละเวลาใหสัมภาษณเชิงลึกในการเก็บรวบรวมขอมูล ชุมชนภูผาฟาน้ำ ขอบคุณเพื่อนนิสิตระดับปริญญาโท สาขาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทุกทาน ที่มีสวนรวมในการสนับสนุนการศึกษางานวิจัย ใหการทำงานวิจัยนี้ประสบผลสำเร็จลุลวงดวยดี ทายที่สุดนี้ หากบุญกุศลใดๆ อันจะพึงเกิดจากวิทยานิพนธฉบับนี้ ผูวิจัยขอยกใหเปนคุณงามความดีของพอแมผูใหกำเนิด ครูบาอาจารย นักปฏิบัติธรรมทุกฐานะ และพระอริยเจาผูสืบสานพระพุทธศาสนาตอกันมา ตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบันดวยความระลึกถึงในพระกรุณาธิคุณเปนอยางสูง นายจรัญ บุญมี ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ ฉ สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอภาษาไทย ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ค กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ สารบัญตาราง ฌ สารบัญภาพ ญ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ ฎ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย ๔ ๑.๓ วัตถุประสงคของการวิจัย ๔ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๔ ๑.๕ นิยามศัพทเฉพาะที่ใชในการวิจัย ๕ ๑.๖ ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย ๕ บทที่ ๒ แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวของ ๖ ๒.๑ แนวคิด และทฤษฎี เกี่ยวกับคุณภาพชีวิต ๖ ๒.๑.๑ ความหมายของคุณภาพชีวิต ๖ ๒.๑.๒ แนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตทั่วไป ๘ ๒.๑.๓ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประเทศไทย ๑๔ ๒.๒ แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตเชิงพุทธ ๑๖ ๒.๒.๑ ความหมายของคุณภาพชีวิตเชิงพุทธ ๑๙ ๒.๒.๒ ความสำคัญของคุณภาพชีวิตเชิงพุทธ ๒๐ ๒.๒.๓ หลักพุทธธรรมสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ๒๒ ๒.๒.๔ บริบทความเปนมาของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๒๗ ๒.๓ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ๓๒ ๒.๓.๑ เอกสารที่เกี่ยวของ ๓๒ ช ๒.๓.๒ งานวิจัยที่เกี่ยวของ ๔๑ ๒.๔ กรอบแนวคิดในการวิจัย ๕๐ บทที่ ๓ วิธีดำเนินการวิจัย ๕๑ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๕๑ ๓.๑.๑ การเก็บขอมูลวิจัยดานเอกสาร ๕๑ ๓.๑.๒ การเก็บขอมูลวิจัยภาคสนาม ๕๒ ๓.๒ ผูใหขอมูลสำคัญในการสัมภาษณเชิงลึก ๕๒ ๓.๓ การสรางเครื่องมือในการวิจัย ๕๕ ๓.๔ การเก็บรวบรวมขอมูล ๕๖ ๓.๕ การวิเคราะหขอมูล ๕๗ บทที่ ๔ ผลการวิเคราะหขอมูล ๕๘ ๔.๑ ผลการวิเคราะหขอมูลพื้นฐานภาคสนาม ๕๘ ๔.๑.๑ ขอมูลสวนบุคคล ๕๘ ๔.๑.๒ วิถีชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๕๙ ๔.๒ ผลการวิเคราะหตามวัตถุประสงคการวิจัย ๖๒ ๔.๒.๑ การพัฒนาคุณภาพชีวิตในพระพุทธศาสนาเถรวาท ๖๒ ๔.๒.๒ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๗๑ ๔.๒.๓ วิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๙๖ ๔.๓ องคความรูจากการวิจัย ๑๐๔ บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ ๑๐๖ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๑๐๖ ๕.๑.๑ การพัฒนาคุณภาพชีวิตในพระพุทธศาสนาเถรวาท ๑๐๖ ๕.๑.๒ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๑๐๙ ๕.๑.๓ ผลการวิเคราะหการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๑๑๔ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๑๑๕ ๕.๓ ขอเสนอแนะ ๑๑๖ บรรณานุกรม ๑๑๙ ภาคผนวก ๑๒๗ ภาคผนวก ก. รายชื่อผูเชี่ยวชาญ ๑๒๘ ซ ภาคผนวก ข. ประมวนภาพการศึกษาภาคสนาม การสัมภาษณเชิงลึก ๑๕๒ ประวัติผูวิจัย ๑๕๖ ฌ สารบัญตาราง ตารางที่ หนา ตารางที่ ๑ กรอบแนวความคิด ๕๐ ตารางที่ ๒ กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนภูผาฟาน้ำ ๘๐ตารางที่ ๓ องคความรูจากการพัฒนา ๑๐๕ ญ สารบัญภาพ ภาพที่ หนา ภาพที่ ๑ วิถีชีวิตชุมชนภูผาฟาน้ำ อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ๑๑๘ ภาพที่ ๒ สัมภาษณผูใหขอมูลที่สำคัญ ๑๕๒ ภาพที่ ๓ การสังเกตการณอยางมีสวนรวม ๑๕๓ ภาพที่ ๔ การรวมกิจกรรม ๑๕๕ ฎ คำอธิบายสัญลักษณและคำยอ วิทยานิพนธฉบับนี้ใชพระไตรปฎก ภาษาไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเดียรติสมเด็จพระนางเจาสืริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พุทธศักราช ๒๕๓๙ ผูศึกษาอางอิงพระไตรปฏกเพียงบางสวน เรียงตามคัมภีร ตามที่ระบุแลวในเชิงอรรถและอักษรยอ ในวิทยานิพนธฉบับนี้ อางอิงโดยระบุ เลม / ขอ / หนา หลังคำยอชื่อคัมภีร เชน ที.ม.(ไทย) ๑๐/๑๓๖/๘๑. หมายถึง สุตตันตปฏก ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปฏกเลมที่ ๑๐ ขอที่ ๑๓๙ หนา ๘๑ ไวโดยระบุ เลม/ขอ/หนา พระวินัยปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา วิ.มหา. (บาลี) = วินยปฏก มหาวิภงฺคปาลิ (ภาษาบาลี) วิ.มหา. (ไทย) = วินัยปฎก มหาวิภังค (ภาษาไทย) วิ.ภิกฺขุนี. (บาลี) = วินยปฏก ภิกฺขุนีวิภงฺคปาลิ (ภาษาบาลี) พระสุตตันตปฎก คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา ที.สี. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก ทีฆนิกาย สีลกฺขนฺธวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก ทีฆนิกาย มหาวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก ทีฆนิกาย ปาฏิกวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก มชฺฌิมนิกาย มูลปณฺณาสกปาลิ (ภาษาบาลี) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก (ภาษาไทย) ม.ม. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก มชฺฌิมนิกาย มชฺฌิมปณฺณาสกปาลิ (ภาษาบาลี) คำยอ ชื่อคัมภีร ภาษา ที.สี. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก ทีฆนิกาย สีลกฺขนฺธวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ฏ ที.ม. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก ทีฆนิกาย มหาวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก ทีฆนิกาย ปาฏิกวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มูลปณณาสก (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปณณาสก (ภาษาไทย) ม.อุ. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก มชฺฌิมนิกาย อุปริปณฺณาสกปาลิ (ภาษาบาลี) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก (ภาษาไทย) สํ.ส. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) สํ.ส. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) สํ.นิ. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก สํยุตฺตนิกาย นิทานวคฺคปาลิ (ภาษาบาลี) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก.(บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก องฺคุตฺตรนิกาย จตุกฺกนิปาตปาลิ (ภาษาบาลี) องฺ.จตุกฺก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปฺจก.(บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก องฺคุตฺตรนิกาย ปฺจกนิปาตปาลิ (ภาษาบาลี) องฺ.ปฺจก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ปญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก องฺคุตฺตรนิกาย ฉกฺกนิปาตปาลิ (ภาษาบาลี) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.สตฺตก.(บาลี) = สุตฺตนฺตปฏก องฺคุตฺตรนิกาย สตฺตกนิปาตปาลิ (ภาษาบาลี) องฺ.สตฺตก.(ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.เอกาทสก. (ไทย) = สุตตันตปฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ขุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.อิติ. (ไทย) = สุตตันตปฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก (ภาษาไทย) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปณณาสก (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักภาวนา ๔ ในพระพุทธศาสนาสอนใหลดความตองการ0๑อยูบนทางสายกลาง แตมนุษยมีความตองการใหชีวิตดีขึ้นอยางไมมีขีดจำกัด ตั้งแตมีมนุษยยุคแรกโฮโมเซเปยน ,มนุษยโครมันยอง 1๒ พบวาเริ่มมีการพัฒนาใชหินเปนเครื่องมือใชงานเพื่อดำรงชีพ สี่หมื่นปที่ผานมามนุษยก็ไมเคยหยุดพัฒนา ปจจุบันมีการพัฒนาไปมาก ลาสุด Furhat Robotics บริษัทชาวสวีเดนไดผลิตหุนยนต AI ที่แสดงอารมณไดคลายมนุษย รองรับ ๔๐ ภาษาเปลี่ยนหนา เปลี่ยน character ตามหนาที่ใชงาน2๓ ดานสังคมมนุษยไดพัฒนาระบบทางสังคม เศษรฐศาสตรการคา กฎหมาย วัฒนธรรมประเพณีวิธีที่จะอยูรวมกัน มนุษยยังตองการมความสมบูรณทั้งดานรางกายและจิตใจ มีความมั่นคง ความยอมรับที่จะเปนความพอใจของตนอีกมาก องคการอนามัยโลก (WHO) ไดสรุปคุณภาพชีวิตมนุษยของแตละบุคคลวา ขึ้นอยูกับบริบททางสังคมวัฒนธรรมและคานิยม ในเวลานั้น ๆ ประกอบดวย ๔ มิติ ดังนี้ ๑) มิติดานสุขภาพกาย (Physical) ๒) มิติดานสุขภาพจิต (Psychological) ๓) มิติดานความสัมพันธทางสังคม (Social relationships) และ ๔) มิติดานสภาพแวดลอม (Environmental) สำหรับประเทศไทย ไดมีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ไดเริ่มแผนพัฒนาแหงชาติมาตั้งแตป พ.ศ.๒๕๐๔ ปจจุบันเปนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ เปนแผนที่ ๑๓ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๕ จัดใหมีแผนยุทธศาสตรพัฒนาชาติ ๒๐ ป พ.ศ.๑๕๖๑-๒๕๘๐ ไดระบุวา การพัฒนาดานทรัพยากรมนุษย มีการ ๑ ม.ม. (ไทย) ๑๒/๓๖๗/๔๐๓ ๒ จาเร็ด ไดมอนด, ปน เชื้อโรค เหล็กกลา กับชะตากรรมของสังคมมนุษย, แปลโดย อรวรรณ คูหเจริญ นาวายุทธ, พิมพครั้งที่ ๔, (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพยิปซี, ๒๕๖๓), หนา ๕๘-๖๐. ๓ Pat Thitipattakul, “เปดตัว Social Robot หุนยนต AI”, [ออนใลน], แหลงที่มา: https://www.disruptignite.com/blog/social-robot-ai [๙ กันยายน ๒๕๖๕]. ๒ สรางสุขภาวะเปนสิ่งสำคัญ การพัฒนาคำตอบอยูที่คนที่ชุมชน มีการจัดตั้งสภาพัฒนาองคกรชุมชน เพื่อการกระจายอำนาจสงเสริมใหชุมชนพัฒนาตนเองทั่วประเทศ การพัฒนาชุมชนจะเริ่มจากการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน โดยราชการจะไปสงเสริมกระบวนการเรียนรู มุงใหขาราชการ ปญญาชนของชาติและผูนำทางสังคมลงไปทำงานในชุมชน3๔การพัฒนาบานเมืองนั้นมี หลายแนวคิดที่ดีในการพัฒนา แตประเทศไทยก็ยังมีปญหาที่นับวันยิ่งเพิ่มอยูมาก เชนปญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอม สุขภาพโรคระบาด การศึกษา การเมืองการทุจริต ยาเสพติด ความเหลื่อมล้ำ การศึกษาที่พาคนดำเนินชีวิตเสพสุขกับวัตถุนิยมบริโภคนิยม สุขที่ไดลาภยศ สรรเสริญ สุขในกามเมถุนโลกียสุข กอบโกยมามากเพื่อหวังจะไดคุณภาพชีวิตที่ดี ผูอื่นเห็นก็เหนี่ยวนำใหทำตาม ดวยแรงของสื่อสารยุคเทคโนโลยีโฆษณาหลอกลอ โชวคุณภาพชีวิตที่เปนความสุขชั่วคราว ผูสมองดีทุนใหญตางยื้อแยงแขงขันทำรายทำลายกันไมมีที่สิ้นสุด ผูดอยโอกาสก็ขาดแคลนยากจน ความอยากไดมากๆ เกิดการทำชั่วไดทุกเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติถูกถลุงทำลายมาก4๕ คนยุคปจจุบันจึงตองเผชิญกับภัยตางๆ เปนอยางมาก แตเมืองไทยยังเปนประเทศที่มีความสุขอันดับตนๆ ของโลก หากเรามีการพัฒนาที่ถูกทาง คือการพัฒนาคนใหเขาถึงความละเอียดดานจิตใจ ซึ่งเมืองไทยมีพุทธศาสนาเปนจุดเดนในการพัฒนาคนอยูมาก การวิจัยพบวาการพัฒนาคุณภาพชีวิตใหมี “ความสุขที่แทจริงไมไดเกี่ยวกับความร่ำรวย แตเกิดจาก ความสัมพันธที่ดี มีคนที่เขาใจชวยเหลือกัน และเห็นดวยกับระบบศาสนา ที่มีจุดสมดุลนำไปสูความพึงพอใจ และความรูสึกวาเราอยูอยางมีเปาหมาย”5๖ จึงเปนโจทกใหญของมนุษยที่ตองเรงศึกษา กอนที่คุณภาพชีวิตของตนและสังคมจะหายนะไปมากกวานี้ เมืองไทยมีผูนำแนวคิดการพัฒนาที่ยึดจิตใจเปนหลัก วัตถุเปนรอง ไดจัดอบรมกรรมฐานพรอมกันนั้นไดอบรมเรื่องความเสียสละ ความเอื้อเฟอเผื่อแผ อันเปนวัฒนธรรมดั้งเดิมนำการพัฒนาชุมชนเพื่อสรางความสามัคคี ใหชุมชนเขมแข็ง นั้นหมายความวาประชาชนมีจิตใจเขมแข็ง มีระเบียบวินัย ยับยั้งชั่งใจไมหลงไปกับกระแสนิยมที่ผิดของโลก แตกระแสโลกในจยุคปจจุบันนั้นแรงมาก ที่มี ๔ พัลลภ หารุคำจา, “การพัฒนาแผนชุมชนพึ่งตนเองเชิงพุทธในจังหวัดลำพูน”, ดุษฎีนิพนธพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑), หนา ๒. ๕ พุทธทาส อินทปญโญและสัญญา ธรรมศักดิ์, “๑๐๐ป รอยจดหมาย พุทธทาส-สัญญา”, พิมพครั้งที่ ๑, (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพแปลน รีดเดอรส, ๒๕๕๐), หนา ๔๕ ๖ โรเบิรต วาลดิงเจอร “Harvard Study of Adult Developmen, [ออนไลน], แหลที่มา: https://www.adultdevelopmentstudy.org, [๑๗ มีนาคม ๒๕๖๕]. ๓ การพัฒนาแนวพระพุทธศาสนา สรางคุณธรรมจริยธรรมใหคนลดอบายมุขแกปญหาเศรษฐกิจได แตไมสามารถอยูยั่งยืนได จึงยังตองปรับหากระบวนการพัฒนาใหเขาถึงจิตใจมากกวานี้6๗ ในคัมภีรพระพุทธศาสนา พบหลายพระสูตรมุงหมายเพื่อพัฒนาชีวิตใหเกิดความสุขยั่งยืน ใชหลักสัมมาทิฏฐิ คือปญญาที่เขาใจเห็นความจริงของชีวิต7๘ ในปญญาสูตร, มหากัปปนเถรคาถา กลาวถึงปญญาที่พาพนทุกข ความรูแจงในความจริงของชีวิต รูเหตุของปญหา รูวิธีดับปญหานั้นไดจะเปนสุขไดในที่ทั้งปวง “อภิสันทสูตร” วาดวยหวงบุญกุศล” ศีลนำสุขมาให8๙ โดยมีหลักภาวนา ๔ เปนกระบวนการใหเรียนรูกายภาวนา จิตภาวนา ศีลภาวนา และปญญาภาวนา เพื่อปฏิบัตินำสูการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ผาสุก แตพุทธศาสตรอาจเปนศาสตรที่ทั่วไปมักจะมองขามไป เพราะการพัฒนาตามแนวพระพุทธศาสนานั้น มักเริ่มตนดวยการตองฝนใจขัดใจกอน การปฏิบัติไมสอดคลองกับชีวิตปกติ กุศโลบายการเชื่อมกับสังคมยังไดแคบางกลุม เปนจุดดอยที่ควรมีการพัฒนา ขณะที่ผูทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่มีอยูหลานทาน ผูวิจัยมีความสนใจ ดร.ใจเพชร กลาจน นักวิชาการอิสระ มีผลงานดานสรางคน คือเจาของงานวิจัยเรื่อง“จิตอาสาแพทยวิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ” เปนอุบาสกทานหนึ่งที่มีความมุงมันตั้งใจในการใชหลักทางพระพุทธศาสนามาประยุกตในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทานไดสรางชุมชนภูผาฟาน้ำ อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ชุมชนนี้ มี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน