630129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ยึดติดอัตตาเพราะขาดปัญญาปล่อยวาง.docx
เนื้อหาในไฟล์
630129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ยึดติดอัตตาเพราะขาดปัญญาปล่อยวาง อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่... https://docs.google.com/document/d/1w-JZJlhYsEfvOCQU7qnTF3ZCN_ljno2X36EotdrBmIo/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1D67Fg8G5KOfmQ79CrtUZsLMXFvbBoVMs สมณะฟ้าไทว่า.. วันนี้เป็นวันพุธที่ 29 มกราคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก วันที่ 8-14 ก.พ. 2563 จะมีงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ 44 ที่บ้านราชฯ จะมีการสอบด้วย ใช้หนังสือ คนจนที่มีแบบ หน้า 1-100 ออกข้อสอบ พ่อครูว่า…SMSวันที่27ม.ค.2563(สำมะปี๋ซี๋วิต พ่อครู :บ้านราช)
สื่อธรรมะพ่อครู(อุเบกขา) ตอน ไม่สุขไม่ทุกข์ที่เป็นอุเบกขา _ทาทา ปัญญาชมแสง • น้อมกราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพและศรัทธายิ่ง ลูกขอน้อมหมอบกราบคารวะสาธุธรรมครับและขอน้อมกราบอนุโมทนาแม่ที่เมตตาแบ่งปันประสบการการปฏิบัติวิตกวิจารขณะทำกิจการงานด้วยนาม 5 เป็นความรู้ที่ยอดยิ่ง ทำให้ลูกเข้าใจแต่ละสภาวะของการเกิดความรู้ในนาม 5 แม่ท่านแบ่งสภาวะธรรม ที่เข้าใจได้ง่ายต่อการปฏิบัติครับ พ่อครูว่า…กรรมในการพูด การทำ การคิด เอานาม 5 ไปใช้ บทต้นคือเวทนา บทสองคือสัญญา บท 3 คือเจตนา บท 4 คือผัสสะ บท 5 คือมนสิการ คำว่า มนสิการ เป็นตัวจุดที่จะให้เกิดผลเป็นจุดโยนิโสฯ เป็นจุดทำให้เกิด เป็นแดนเกิด จุดนี้ถ้าใครหาจุดนี้ในจิตวิญญาณ หทยรูปของคุณไม่เจอ อ่านจิตเจตสิก มันไม่มีตัวตนไม่มีที่อยู่ไม่มีรูปร่าง แต่คุณต้องใช้สัญญาในการกำหนดรู้ และการกำหนดโดยไม่มีเหตุปัจจัยไม่มีของจริงสัมผัสทางทวาร 5 ก็โมฆะ ต้องกำหนดรู้ขณะปัจจุบัน มีเวทนามีสังขารอย่างไร สังขารตัวนี้คือสภาวะ สภาวะที่เน้นให้ปฏิบัติคือเวทนา อาการอารมณ์ที่รู้สึกอยู่บัดนั้นในปัจจุบัน
อ่านต่อ
นั้น ไปนึกเอาอดีตอนาคตก็ไม่ใช่ของจริง เอาอดีตมาปฏิบัติก็เหมือน ขยำขี้ เอาอนาคตมาปั้นเองก็ไม่ใช่ของจริง ในพรหมชาลสูตร นั้นบอกไว้ หากไม่มีผัสสะก็ไม่มีฐานแห่งการปฏิบัติ ต้องทำใจในใจในปัจจุบันผัสสะ เกิดเป็นเวทนา มันทำงานเจาะลึกลงไปให้ถึงเวทนา ในเวทนามันมีเจตนา 3 อยู่ และเจตนานี่มันมีกิเลสอยู่ในนี้ เจตนาคือกาม เจตนาหมดกามเหลือภพคือรูปภพ อรูปภพ หมดรูป อรูปก็เป็นวิภวตัณหา หมดกามก็อยู่กับโลก แต่ไม่มีผลทำให้เกิดกิเลส เหลือรูป อรูปก็ล้างอีกจนหมดเกลี้ยง แล้วก็เตวิชโช ตรวจสอบ ทำไปแล้วได้ผลจริงไหม ปฏิบัติทุกปัจจุบันได้จริงไหมทบทวนทั้งนอกทั้งใน จะแน่ใจครบปัจจุบัน 36 สังคมเป็นอดีต 36 จนแน่ใจในอนาคตก็ 36 ก็คือเวทนา 36 เกิดจากทวาร 6 ที่สัมผัสแล้วเกิดสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ คุณก็ต้องทำให้เกิดความไม่สุขไม่ทุกข์หรืออุเบกขา ไม่สุขไม่ทุกข์ นี่ อาตมาก็จะหาโอกาสที่จะอธิบายว่า ไม่สุขไม่ทุกข์นี้มีนัยยะสำคัญแตกต่างจากอุเบกขา อุเบกขาแปลว่า กลางๆ ไม่สุข ก็ต้องรู้สุข ไม่ทุกข์ก็ต้องรู้ทุกข์ ว่าทุกข์ไม่มี สุขไม่มี หากคุณบอกว่าอุเบกขาแต่ไม่รู้ความสุขความทุกข์เลยไปนั่งหลับตาแล้วก็ทำเฉยๆ สุขทุกข์ไม่มีแล้วก็เฉยๆ ไม่นึกไม่คิดอะไร และไม่มีอาการนั้นเพราะคุณหลับตา คุณปั้นความไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่รู้ในอาการความสุขความทุกข์ที่มันกระทบแล้วมันเคยเกิด แต่ปัจจุบันนี้ที่กระทบอยู่หลัดๆ แล้วไม่เกิดความสุขความทุกข์นี่มันชัดเจนกว่า อุเบกขาเป็นเคหสิตะก็ได้ เป็น เนกขัมมะก็ได้ เคหสิตะก็คือพวกมิจฉาทิฐิส่วนมากก็หลับตาแม้จะลืมตาก็เป็น เคหสิตะได้ พวกสมถะ ไม่ใช่ความสงบที่เกิดจากการลดกิเลสแต่เป็นความสงบจากหนีจากสิ่งที่รู้ หลบจากสิ่งควรรู้ ไม่มีสัมผัส
_สำราญ สิงห์อาจ • ได้เวลาฟังธรรม"โลกุตระ"เพื่อเพิ่ม"พลัง"กาย"ครับ พ่อครูว่า... กายของกามคุณต้องมี 5 แต่จะทำทีละคู่ก็ได้ แต่กามไม่มี 6 กามคุณ 5 หรือกามโทษ 5 คนอวิชชาเห็นกามเป็นคุณ แต่คนมีวิชชาเห็นกามเป็นโทษ กามไม่ใช่สวรรค์ แต่กามเป็นนรกเป็นทุกข์ หากเห็นเป็นทุกข์เป็นนรกก็จะเบื่อหน่ายคลายได้
_0015วันมาฆบูชาปีนี้ ขอบรรยากาศฟังธรรมท่ามกลางแสงจันทร์อย่างอดีต ณ แดนเพลินเชิญพักได้ไหมครับ
สื่อธรรมะพ่อครู(นานาสังวาส) ตอน ธรรมะสองของนานาสังวาส _9309โรงเรียนของชาวโศกตั้งมาประมาณ 30 ปีหรืออาจจะมากกว่านั้นมีศิษย์เก่าที่สามารถบวชเป็นพระของชาว อโศกได้ประมาณสองรูปแต่ท่านทั้งสองได้ลาสิกขาแล้วเป็นศิษย์เก่าของสันติอโศกและศีรษะอโศก คำถาม .. ทำไมเด็กที่อโศกสั่งสอนมาประมาณ 6ปีหายากหรือน้อยนัก ที่จะมาเป็นชาวอโศกหรือร่วมหัวจมท้ายร่วมอุดมการณ์ เพราะว่าเด็กที่มาเรียนส่วนใหญ่ไม่ใช่เป็นนักแสวงหา ครูบาอาจารย์นักบวชที่ชอบหรือศรัทธาในธรรมะอะไรเค้ามาเรียนเพราะหน้าที่ที่ผู้ปกครองพามาเรียน คำว่าหน้าที่กับอุดมการณ์มันต่างกันมาก ต่างจาก ครูบาอาจารย์คณะครูที่สอนเด็กเหล่านั้น ส่วนใหญ่ทุกท่านเป็นนักแสวงหาธรรมะครูบาอาจารย์นักบวชต่างๆและก็ได้มาเข้าใจในธรรมะของพระอโศก เมื่อเข้าใจแล้วก็ได้ลาออกหรือได้มาร่วมหัวจมท้ายร่วมอุดมการณ์กับชาวอโศก ดังนั้นจึงหวังเด็กไม่ได้จริงๆ อย่าไปหวังเลย แต่ก็ยังดีที่ยังได้แรงงานจากเด็กเหล่านั้นที่มาเรียนหนังสือ ขนาดจบไปแล้วจะหาเด็กอโศก ที่ยังทานมังสวิรัติอยู่ยังหายาก ขนาดเด็กบางคนที่เกิดอยู่ในวัดก็ยังทานมังสวิรัติไม่ได้ ถามว่า..ล้มเหลวไหม ถ้าพูดในแง่บวกก็คือได้ฉีดดีเอ็นเอใส่สมองเขาไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ในชาติไหน ถ้าพูดในแง่ลบก็บอกเลยว่าล้มเหลว ขอให้ดูตัวอย่างทีมแพทย์วิถีธรรมที่หลายคนเป็นนักแสวงหาธรรมะและก็ได้มาศรัทธาและเข้าใจ ถึงได้มาร่วมอุดมการณ์กับทีมแพทย์วิถีธรรม และได้มาร่วมงานกับชาวอโศก ท่านเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้บางคน เป็นราชการบางคนเป็นนักธุรกิจ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) และอีกหลายหลายอาชีพท่านเหล่านั้นไม่เคยเป็นนักเรียนของชาวอโศก แต่ในชาติที่แล้วหรืออีกหลายหลายชาติอาจจะเคยร่วมบุญกันมาก่อนจึงได้เข้าใจแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมีธรรมะที่สั่งสอนแล้วโดนใจ ดังนั้นคณะผู้บริหารชาวอโศกควรจะทบทวนแนวทางคำสอน ทำไมถึงสอนแล้วคนไม่เข้าใจ สอนแล้วคนไม่อยากจะฟัง อย่าพึ่งบอกนะว่า คนส่วนใหญ่ ไม่สนใจธรรมะ แต่อยากให้ดูตัวเราเองก่อน ทำไมคนถึงเข้าน้อยลง ขอประธานโทษ เราเป็นผู้ฟังทางบ้านเป็นความเห็นส่วนตัว ผิดถูกอย่างไรก็ขอกราบขออภัยด้วย ขอบคุณ พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้ตั้งความหวังไว้นะว่าจะได้ แต่ว่าก็เห็นว่าน่าจะมาก็บอกไป แต่จะมาหรือไม่ก็แล้วแต่เขานะ ขอบอกนิดหนึ่ง ถามพวกคุณก็ได้ คณะแพทย์วิถีธรรมโดยแนวกว้าง กับคณะอโศกโดยแนวกว้าง ใครมากกว่ากัน แนวกรอบเล็กแน่น ก็ไม่น่าจะผิดอะไร ส่วนแนวกว้างนี้ก็แน่นอน ค่าเฉลี่ย แต่ทีนี้ถ้ามองให้ลึกอีกทีนะ แก่นแกนจริงๆนี่มีทั้งแนวลึก แนวสูง แนวเจริญ กับแนวยังไม่สูงไม่ลึก หรือกรอบขอบเขตมวลปริมาณ จริงๆอีก จะดูกระจัดกระจายกับดูความแน่น ก็ยังเชิงชั้นมีนัยสำคัญที่ต้องพิจารณาอีก สรุปแล้ว ไม่เสียหายทั้งอโศก ไม่เสียหายทั้งแพทย์วิถีธรรม แต่กำลังศึกษาในเชิงละเอียดซ้อนต่างกัน แต่ไม่เสียทั้งคู่ แต่มีนัยที่ได้แน่นกับไม่แน่น กว้างหรือแคบกว่า หรือการกระจายหมู่ใหญ่ กับกระจายหมู่ไม่มาก แพทย์วิถีธรรมจะเรียกหมู่ใหญ่ของชาวอโศกได้ไหม ชาวอโศกโพธิรักษ์เป็นหัวหรือว่าหมอเขียวเป็นหัว แต่หมอเขียวใหญ่กว่านะ เพราะอโศกคือมวลของแพทย์วิถีธรรม แต่กิจกรรมกิจการไปเน้นที่แพทย์วิถีธรรม ส่วนอโศกก็มีกิจกรรมของชาวอโศกเอง แต่ชาวอโศกมีแดนมีกลุ่มเยอะกว่า แพทย์วิถีธรรมตอนนี้ มีกลุ่มเดียว สอง แพทย์วิถีธรรมมีสถานที่ แต่ในหมู่กลุ่มสถานที่ยังไม่เป็นหลัก เพราะแพทย์วิถึธรรมยังไม่มีนักบวช ยังไม่ครบพุทธบริษัท 4 อโศกถือว่ามีครบพุทธบริษัท 4 แม้มีนักบวชหญิงถือศีล 10 แต่คุณธรรมมากกว่าศีล 10 ถามคุณที่เขียนมาทำไมไม่อยากฟัง ทั้งๆที่อาตมาอธิบาย หรือชาวอโศกอธิบายมันไม่ใช่สาระแท้หรือไง แล้วคุณรู้ว่าสาระแท้อันไหนลึกกว่ากัน คุณเทียบเองไม่ได้ด้วย ต้องให้ผู้รู้กว่ามาเทียบอีกว่าใครสูงกว่าใคร คุณเองบอกว่าอันนี้เข้าใจรู้ดีแล้วตัดสินว่าอันนี้สูง แต่คุณจะบอกว่าอันนี้สูงกว่ายังไม่ได้ ต้องถามผู้สูงกว่าอีกว่าจริงๆ อันไหนสูงกว่า แล้วจึงตัดสินได้ แต่คุณต้องรู้ว่าจะให้ใครตัดสิน ให้ 1. หมอเขียว 2. อาตมา คุณจะให้ใครตัดสิน ให้หมอเขียวตัดสินว่าหมอเขียวสูงกว่าคุณก็อยู่กับหมอเขียว คุณเห็นว่าอาตมาสูงกว่าจะมาอยู่กับอาตมาก็มา นานาสังวาส เป็นหลักเกณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องของทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่องการแบ่งแยกความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จัดเป็นเทวนิยมอเทวนิยม แบ่งรูป แบ่งนาม แบ่งกายแบ่งจิต แบ่งเทวะ อเทวะ ทุกมุมทุกเหลี่ยม แล้วคุณจะต้องเข้าใจจริงๆว่าสุดท้าย อะไรก็แล้วแต่ ไม่ได้เป็นอิสระเสรี ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย ทั้งกรรมและกาละ ว่าอะไรจะใหญ่กว่ากัน ในกาละไหน ในกรรมไหน เพราะฉะนั้นใครสามารถเข้าใจกรรมและกาละถูกต้องลงตัว คนนั้นก็ได้ประโยชน์สูงสุด ก็ขอถามทิ้งท้ายว่า คุณอยู่กับหมอเขียวหรือเปล่าหรืออยู่คนเดียว ถ้าอยู่ส่วนตัวก็แล้วแต่เถอะ ก็ว่าไป แต่ถ้าคุณอยู่กับหมอเขียวก็ไม่อยู่กับอาตมา หรือว่าคนที่อยู่กับอาตมา ก็แล้วแต่
_สุนงค์ อิทธิไพบูลย์ :ใจอยากมา แต่กิเลสยังมีกิเลส จึงคิด แค่ขอเป็นญาติธรรมไปก่อนนะเจ้าคะ สำนึกดี
_7230โยมแป้งควรรีบเบรกพ่อครูเมื่อพูดถึงความหลัง เพราะฟังธรรมกำลังมัน / สายหลวงปู่มั่นต้องใช้ความเพียรมาก สายหลวงปู่มั่นชอบความสงบวิเวกเพื่อนั่งสมาธิ พ่อครูมีแต่ความวุ่นวายพ่อครูสายปัญญารู้ได้ด้วยปัญญา
สื่อธรรมะพ่อครู(อาหาร 4) ตอน แยกรูปแยกนามในการกินอาหาร _จากลูกศีรษะอโศก กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพบูชายิ่ง ได้ฟังคุณ เข่ง พูดสภาวะเกี่ยวกับนาม 5 ก็เลยอยากนำมาทำความเข้าใจ กับสภาวะของตัวเอง ขอบคุณคุณเข่งมากค่ะ ผิดถูกอย่างไรขอพ่อครูเมตตาชี้แนะด้วยค่ะ สมณะเทศน์จบ ในขณะที่โยมผู้ชายถวายอาหารสมณะ ตาก็เหลือบไปเห็นซาลาเปา ตากระทบรูปเหมือนถูกสะกดจิต ทันใดนั้น พี่เวทนาก็แล่นไป ประชุมลงที่ซาลาเปาทั้งหมด พี่สัญญา ก็มาบอกว่า ให้หยิบ 4 ลูก กินเอง 2 ลูก เอาให้คนป่วย 2 ลูก พอถึงเวลากิน ผัสสะ ลิ้นรับรส อร่อยมาก ต่อมาก็สำนึกทำใจในใจว่า เราโดนความอร่อยเล่นงานอีกแล้ว ฆ่าลูกตัวเอง (จิต) ฝากไว้ก่อนซาลาเปา คราวหน้าจะหยิบ 1 ชิ้น เท่านั้น ขอกราบเรียนถามพ่อครูว่า ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่กระดี๊กระด๊า คือจิตไม่ร่วมปรุงด้วยกับความอร่อย ทั้งๆที่รู้รสว่าอร่อย จะทำให้ความอร่อยเบาบางลง ได้หรือไม่คะ กราบขอคำชี้แนะด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณอย่างสูงยิ่ง พ่อครูว่า…ได้ อยู่ที่ว่าคุณเชิงสมถะ เชิงศรัทธา หรือเชิงปัญญา ที่วิจัยวิจารณ์มีเชิงปัญญาอยู่ รู้รายละเอียดอาการจิต ต่อองค์ประกอบนั้น ดีแล้วละเอียดดีในการปฏิบัติ ปฏิบัติอย่างนี้อ่านอาการอย่างนี้ เรื่องกินนี่แหละ เป็นเรื่องที่จะบรรลุธรรมเลย โภชเนมัตตัญญุตา เป็นหลักการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า เรื่องกินเรื่องอาหารใส่ปากนี่แหละ มีกามคุณ 5 นี่แหละ กามคุณ 5 เรียกอีกทีว่า ยินดีในกาม หรือกามฉันทะ ในอาหาร 4 ข้อที่ 2 ผัสสะเหมือนวัวไม่มีหนัง ถูกสิ่งแวดล้อมทั้งแมลงสัมผัสแสบ ไม่มีหนังเลย จะแสบเผ็ดแสบร้อนขนาดไหน ถ้าไม่มีผัสสะคุณก็ไม่ได้ศึกษา เหมือนวัวที่ไม่ถูกลอกหนัง ก็ไม่เห็นทุกข์ แต่หากศึกษาเหมือนวัวถูกหนังลอก ทุกข์ มันแสบทุกเวลา ทุกโอกาสเลย หากคุณไม่มีจิตหมดปรุงแต่งกับกิเลสก็ต้องแสบไปตลอด หากเลิกปรุงแต่งกับกิเลสมันก็ไม่แสบร้อนแล้ว ต่อจากผัสสะแล้วจะมีเวทนา ไม่มีเวทนาก็ไม่มีตัณหา คือเจตนา ตัณหามีกาม มีภพคือ มีกิเลส ส่วนตัณหาวิภวตัณหาคือ หมดกิเลส หากทำกามภพหมดก็มีแต่เจตนาแต่ไม่อยากเลิกอยากได้แล้ว ไม่อยากมาบำเรอตนเอง ชัดเจนจะทำงานก็ตามเจตนาไม่มีเราของเราอีก นั่นคือสภาพของเจตนา วิญญาณาหาร หากไม่รู้รูปนาม แยกสภาพสองไม่ได้ รูปนาม อันหนึ่งเป็นตัวธาตุรู้อันหนึ่งเป็นตัวถูกรู้ แยกเจตนากามตัณหา ภวตัณหา คือรูป อรูป ก็ล้างไปเป็น คู่ๆตามลำดับ คุณก็จะมีภาวะที่ศึกษารูปนามคือวิญญาณ แต่วิญญาณที่เขาเรียนเป็นวิญญาณแบบสัมภเวสี ไม่ได้มาเรียนรู้วิญญาณที่เกิดจากการสัมผัสแล้วเกิดวิญญาณในปัจจุบันนั้น วิญญาณสัมภเวสีก็ไปนึกถึงวิญญาณล่องลอยเป็นอดีตอนาคตไปเหมือนภิกษุ สาติ หรือเหมือนคณะเทวนิยม ไม่มีผัสสะ นั่งหลับตาแล้วมีนิยายในภพเหมือนอย่างที่เอาของอาจารย์มั่นมาอ่าน แต่ไม่เข้าสู่ฐานแห่งการปฏิบัติที่เป็นกามคุณ 5 ไล่มาตั้งแต่ พ่อแม่กินเนื้อลูก มาจนกระทั่งวิญญาณ วิญญาณ คือ ไอ้โจรใหญ่ที่ทำลายศาสนา แล้วพระราชาให้เอาไปฆ่า คือเจ้านายใหญ่ของศาสนาให้เอาโจรไปฆ่าด้วยหอกร้อยเล่ม เช้ากลางวันเย็นก็ยังไม่ตาย เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ตาย แสดงถึงจมอยู่กับบาปของศาสนาอีกนาน ศาสนาพระพุทธเจ้าหากไม่รู้ความลึกซึ้งก็ไม่สะดุ้ง หากรู้ความลึกซึ้งของอุทาหรณ์พระพุทธเจ้าจะสะดุ้งไหม ผู้เป็นไอ้โจรฆ่าไม่ตายเป็นอย่างไร ไอ้โจรนี้คือใคร คืออะไร คือ ผู้มิจฉาทิฏฐิ ที่ยังไม่เข้าใจที่ยังเปลี่ยนไม่ได้ แม้จะไม่มีปฏิภาณปัญญารู้ตัวเองว่าเราไม่ได้หลงนะ เราก็ยึดถือของเราว่าของเราถูก แต่ทำไมถ้ามันถูก แล้วคุณจะเป็นพระอรหันต์ได้ไหม ถ้าถูกก็ต้องเป็นพระอรหันต์ ก็เอาความเป็นพระอรหันต์มาแสดง ไม่เอามาแสดงแล้วก็ต้องดูทั้งตัวเขาและหมู่กลุ่มของเขา ตั้งภาษาสื่อออกมาให้คนอื่นรู้ตาม อะไรที่ลงกันกับพระไตรปิฎก 45 เล่มของพระพุทธเจ้าก็เอามาตรวจสอบ เอามาสาธยาย อาตมาหยิบมา จากพระไตรปิฎก 45 เล่ม มายืนยันหลักฐาน ยังไม่ได้เศษเสี้ยวเท่าไหร่เลยของทั้งหมดยังมีสภาวะเห็นได้อย่างนี้ ของอาจารย์มั่นไม่ได้เอามายืนยันอธิบายหลักฐานเหมือนกับอาตมาเลย เอาคำสอนในพระไตรปิฎกอ้างอิงตลอดเวลา อาตมายังโชคดีที่มีพระไตรปิฎกฉบับนี้อยู่ ยืนยันตลอดเวลา แม้ไม่หมดก็เป็นอรหันต์ได้ อ่านที่สภาวะจิตเจตสิกของคุณ อ่านให้จริงหมดกิเลสแล้วหรือไม่ แม้จะหลง หากไม่มีความสุขความสุขจริงๆ แล้วแบบลืมตากับแบบหลับตาคุณจะเอาแบบไหนก็เลือกเอาสิ เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล คุณเลือกเอาหลับตาก็เอาแบบหลับตา แต่พวกเราไม่นิยมแบบหลับตา มันอยู่ในภพชาติตัวเอง คนอื่นไม่เห็นรู้เรื่องอะไร รู้แต่พวกเดียวกัน พวกสัมโภคกายด้วยกัน นิรมาณกายด้วยกัน นิรมาณกายคือปั้นมาเอง เหมือนพูดคุยกันรู้เรื่อง เรื่องเดียวกันแต่ไม่เหมือนกันหรอก ยืนยันภายนอกร่วมกันไม่ได้ เอาตาหูจมูกลิ้นกายภายนอกยืนยัน ทั้งภายนอกและภายในครบ2 แต่คุณเอาแต่พูดแต่ภายใน เหมือนบอกว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ศาสนาพุทธบอกว่ายืนยันแบบนั้นไม่ได้หรอก แต่เรานี่เอาพระพุทธเจ้าคือพระเจ้า จะสูงสุดก็คือความรู้เท่าพระพุทธเจ้า พฤติกรรมของพระพุทธเจ้า ความเป็นมนุษย์สูงสุด เอาแค่นี้ก็เหลือกินแล้ว คุณสูงเท่าพระพุทธเจ้าหรือยัง เอาแค่นี้ก็เหลือกินแล้ว จะสูงกว่าพระพุทธเจ้าใครจะเอาก็เอา อาตมาเอาแค่สูงเท่าพระพุทธเจ้าสมัยเดียวก็พอ จะสูงกว่าพระพุทธเจ้ามีอีกก็ไม่เอาแล้ว
_ใบฟ้า...ในวาระสู่แดนทองที่แท้จริงโดยนาม กราบนิมนต์พ่อครูขยายโลกุตระธรรม 37 และโลกุตระธรรม 9 ตามแต่เห็นควรเจ๊า และขอกราบเรียนถามว่าหมวดธรรมที่นอกเหนือจากโลกุตรธรรม 46 ด้วย ล้วนเป็นกัลยาณธรรมแม่นก่อเจ๊า ขออนุโมทนากับพี่น้องทุกฝ่ายที่จัดกิจกรรมร่มโพธิ์ร่มไทร ขอฝากหนังสือดอกบัวน้อยที่น่าอ่านว่าจะเป็นของฝากที่ดีสำหรับเด็กๆ พ่อครูว่า...โลกุตระธรรม 46 ก็ใช่แล้ว นอกเหนือจากนั้น ก็พอแล้ว พระพุทธเจ้าสอนว่ามีโลกุตระธรรม 46 ก็พอแล้ว กัลยาณธรรม แปลว่า ทำหน้าที่ดียังไม่ใช่โลกุตระ ยังไม่ใช่อาริยธรรม โลกุตระจะต้องชัดเจน กัลยาณะของโลกียะหรือของโลกุตระ ส่วนโลกุตระ 46 คือกัลยาณะของโลกุตระ เกินกว่านี้ไม่มี หนังสือดอกบัวน้อย สารอโศก ข่าวอโศก ก็ยังมีผลิตอยู่ แต่ก่อนมีเราคิดอะไร ดอกหญ้า ด้วย อาตมาว่ามันก็เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งนะหนังสือนี่ ยังไม่หมด อาตมาถนัดอ่านหนังสือเล่มมากกว่าอ่านในจอ เปิดพับไปพับมาได้ จอนี่เปิดเลื่อนไปมา มันรวนอีกไม่ได้ดังใจ
สื่อธรรมะพ่อครู(บุคคล 7) ตอน บุคคล 7 สายศรัทธาสายปัญญา เรื่องที่จะอธิบายคือบุคคล 7 เริ่มต้นที่สายศรัทธา จะยาวยืดอยู่กับอุปาทาน อุปาทานแปลว่าความติดความยึด จะเสียเวลานานมากๆ คือความหลงยึดถือ ยึดถือความไม่มี ว่า มี สายศรัทธา ยึดถือความไม่มี ว่ามี สายปัญญา จะรู้แจ้งว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มี มี มีอาศัย พระพุทธเจ้าอาศัยอยู่ในความมีของชีวิตพระชนม์ชีพ 45 ปี แล้วท่านก็ปรินิพพานเป็นปริโยสาน คำว่า ความ ไม่มี กับ มี ในพระไตรปิฎกล. 16 ข. [43] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรกัจจานะ โลกนี้ โดยมากอาศัยส่วน 2 อย่าง คือ ความมี 1 ความไม่มี 1 ก็เมื่อบุคคลเห็นความเกิดแห่งโลก(โลกสมุทัย)ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงแล้ว ความไม่มีในโลก ย่อมไม่มี(โลเก นตฺถิตา สา น โหติฯ) เมื่อบุคคลเห็นความดับแห่งโลก(โลกนิโรธ)ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงแล้ว ความ มีในโลก ย่อมไม่มี(โลเก อตฺถิตา สา น โหติฯ) แท้จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไม่มี แต่คนผู้ไปสำคัญมั่นหมายในสรรพสิ่ง สัพเพธัมมา ว่าเป็นอัตตา หลงว่ามีตัวตน ยกตัวอย่างอาจารย์มั่น ยังยึดถือว่ามี แล้วอยู่ในภพของอาจารย์มั่น พูดกับอาตมาคนละภพ เพราะภพของ อาจารย์มั่นเป็นภพภายใน เป็นสัมภเวสี อเทวนิยมรู้จักเทวนิยมแล้วสลายเทวะด้วย แต่สายมีเทวะ ไม่ชัดเจนก็จะใช่หรือไม่ใช่มีหรือไม่มีก็ได้ ยังไม่ชัด ผู้ไปหลงสำคัญมั่นหมายในสรรพสิ่งว่าเป็นอัตตาจึงติดอยู่กับอัตตาไม่มีปัญญา ที่จะปล่อยวาง เพราะฉะนั้นปัญญาจึงยิ่งใหญ่ สายศรัทธาจะยึดติดอยู่อย่างนี้ จิตไม่เกิดปัญญาขึ้นมา ถ้าจิตเกิดปัญญาขึ้นมา ถ้าคุณมีปัญญาขึ้นมาจากฐานกายสักขี เป็นฐานปัญญาวิมุติ คุณก็เป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้ายังไม่ยอมรับกายสักขีว่าเป็นอรหันต์ เพราะยังไม่มีปัญญา ปัญญาอยู่ในวิโมกข์ 8 ต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายจึงจะเกิดปัญญา เชื่อว่าอาจารย์มั่นอธิบายสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายไม่ได้ เพราะไม่รู้สภาวะละเอียดลออ จะแยกอาภัสราพรหม จะแยกสุภกิณหาพรหมออกจากกันได้หรือไม่ รูปีรูปานิปัสสติ กับอัชฌัตตังอรูปสัญญี พหิทารูปานิปัสสติ วิโมกข์ 8 1. ผู้มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย (รูปี รูปานิ ปัสสติ) 2. *ผู้ไม่มีความสำคัญในรูปภายใน (10/66) ย่อมเห็น รูปทั้งหลายในภายนอก (อัชฌัตตัง อรูปสัญญี . เอโก พหิทธา รูปานิ ปัสสติ) . (*พ่อท.แปลว่ามีสัญญาใส่ใจในอรูป) ที่จริงต้องเรียนรู้รูปภายในภายนอกว่ามีหรือไม่มี ต้องเห็นเป็นสภาพคู่ จะขาดภายนอกหรือขาดภายในไม่ได้ แต่สายหลับตาขาดภายนอกก็โมฆะ ไม่สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ
พ่อครูว่า... พวกที่ติดอยู่กับอัตตาไม่มีปัญญาปล่อยวางก็เลยมีอยู่ ปัญญานั้นไม่มีประสิทธิภาพสามารถปรับปล่อยวางเลิกสูญได้ แต่ความเป็นปัญญาของเขาไม่เกิด พลังงานชนิดที่เป็นพลังงานปัญญามันไม่เกิดมันก็ไม่มีประสิทธิภาพ มาสลายหรือวางปล่อยมันไม่มี นอกจากไม่มีปัญญาแล้วยังหลงสร้างภพชาติใหม่ใส่จิต แล้วสร้างอย่างอาจารย์มั่น ที่จริงมีเยอะกว่าที่เอามาอ่านให้ฟังนะ มีเทวดาชนิดนั้นชนิดนี้ หรือแม้แต่เป็นพญายมอย่งที่เอามาอ่านให้ฟัง คุณเองตามพยายมอย่างนั้นได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ คนอื่นร่วมด้วยไม่ได้ แต่คนที่มีสัมโภคกาย สนุกสนานปั้นตัวตนมาก็ว่าใช่ แต่ต่างคนต่างนิมาณกายเนรมิตของตนเองทั้งนั้น แต่พูดกันรู้ เช่นธรรมกาย บอกว่าใสๆๆๆ ก็บอกกันว่าใช่ๆๆๆ แล้วบอกว่าตรงกันหมด แต่สัมผัสด้วยตาหูจมูกลิ้นกายด้วยกันไม่ได้ เพราะไม่รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง ความเป็นตัวตน อุปาทาน คือ หลงติดความยึดมั่นถือมั่น ความยึดติดเป็นรูป หลงติดเป็นนาม หากคุณเข้าใจอาการสภาวะของความยึดมั่นถือมั่น สภาวะของความหลงติด เป็นอย่างไร? สภาวะยึดมั่นถือมั่น คือ อภินิเวสายะ และความติดยึด เกี่ยวข้องอยู่ ข้องอยู่ เรียกว่า คุหัฏฐะ ความข้องอยู่ ข้องอยู่ในถ้ำ แต่นี่ไม่ได้ข้องในถ้ำ แต่เป็นการข้องในตัวตน ทั้งนั้นน่ะคุณติดอะไรอยู่ก็ข้องอยู่ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเมืองหรือว่าแม้แต่จะเป็น ฝี ที่เจ็บปวด หรือวัวไม่มีหนัง ก็ติดอยู่ ด้วยความไม่รู้ประสีประสาว่ามันทุกข์หนัก ทุกขณะวินาที มันทุกข์อยู่ตลอดแต่คุณก็ไม่รู้ว่าทุกข์ แสบเผ็ดอยู่กับอะไรคุณก็ไม่รู้ มีเจตนาจะอยู่ตรงนี้ มีผู้มีกำลังแข็งแรงดึงขึ้นไปคุณก็จะจมอยู่กับอเวจีอันนี้ให้ได้ เป็นวัวที่ไม่มีหนังอยู่ตรงนี้ให้ได้ สุดท้ายคุณก็เป็นไอ้โจรที่ฆ่าศาสนาอยู่ พระราชา ก็บอกว่าเอาไปฆ่าเสีย เพราะถ้าขืนให้อยู่จะสร้างบาปเป็นภัย มีเหตุปัจจัยจะต้องฆ่าศาสนาอยู่ ถ้ายังมีกรรมกิริยากายภายนอกเกี่ยวกับบุคคลอีกเยอะแยะมันก็จะเป็นกรรมที่หนักหนา ต้องตัดภายนอกออกไป ปั้นบ้าๆบอๆ สร้างนรกอเวจีในภพก็ไม่หนาแน่น ไม่เกี่ยวกับคนอื่นไม่บาปคนก็ไม่มาก แต่ถ้าลืมตาแล้วคุณก็ยังเทศนา ยังเสนอให้คนอื่นมาร่วมโง่ เพิ่มความทุกข์เข้าไปในคณะด้วยคนก็บาปหนักหนาสาหัส เพราะฉะนั้นตายเสียก่อนดีกว่า ฟังให้ชัด พูดเหมือนคนอำมหิตรุนแรง ไม่ใช่ แต่ที่จริงเมตตานะ พระราชาให้เอาไปฆ่าด้วยหอก 100 เล่มเช้ากลางวันเย็นก็คือความเมตตานะ ฟังสิริมหามายาให้ดีๆ อาตมาบอกว่า ด่าเอาบุญ ด่าเพื่อให้คุณรู้สึกรู้สา แต่ทำไมเหนียวแน่นเหมือนจอมนรกโจรใหญ่ที่ฆ่าไม่ตาย อาตมาว่าอาตมานักฆ่าฝีมือดีแล้วนะ ยังไม่สามารถฆ่าอันนี้ได้ คุณตายบ้างหรือยัง...ตายบ้างแล้วดี
อุปาทานคือหลงติดความยึดมั่นเป็นตัวตน แต่ไม่มีปัญญาที่จะรู้จักตัวตน ปัญญาที่จะรู้จักตัวตนนี่ ข้อที่ 1 ของศาสนาคือ สักกายทิฏฐิ เป็นวิชชาข้อที่ 1 หรือเป็นวิปัสสนาญาณข้อที่ 1 หรือเป็นปัญญาข้อที่ 1 ถ้าคุณยังไม่มี แม้แต่ตัวตน ไม่รู้จักตัวตน คือ กายของตน กาย คือ สภาพคู่ รูปนาม คุณยังไม่มี นอกจากไม่พ้นสักกายทิฏฐิ แล้วยังไม่รู้จักเรื่องภพชาติ อีกด้วย จึงสร้างชาติใส่ภพ ทั้งกามภพ รูปภพ อรูปภพ สะสมลงในอนุสัยของตน เข้าไปอีกมากยิ่งขึ้น จึงมีทั้งการสร้างอุปทาน จึงมีทั้งตัวตนมากขึ้นๆ แน่นขึ้นๆ เยอะเข้าไปอีก แต่ผู้ไม่รู้ก็ไม่รู้ สร้างเข้าไปอีก น่าสงสารจริงๆ อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พยายามที่สุดแล้ว ที่จะอธิบายด้วยความรู้ความสามารถ ทำไงจะอธิบายไปแล้วจะให้คุณเข้าใจทันทีได้ อย่างว่า ขนาดพระพุทธเจ้าอธิบายไปแล้ว โลหิตร้อนพุ่งออกจากปากไป 60 ลาสิกขาบทไป 60 คนได้ผลเป็นพระอรหันต์ 60 คน ได้แค่ 1 ใน 3 สมณะฟ้าไทว่า..เพราะความไม่ยึดมั่นถือมั่นจึงบรรลุธรรมได้ พ่อครูว่า...ตัวเราก็เท่านี้ขนาดพระพุทธเจ้ายังได้ 1 ใน 3 เราได้1 ใน 10,000 ก็ยังดีนะ
ตั้งใจฟังให้ดีๆ วันนี้เป็นวันพุธ วันศุกร์เจอกัน ขยายบุคคล 7 อีก ให้พอสมควร ก่อนที่จะถึงวันพุทธาภิเษก เป็นพื้นฐานเอาไว้ แล้วจะได้อธิบาย ปัญญา 8 สมณะฟ้าไท สรุป จบ