โอวาทปาติโมกข์ 3 คืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.82 KB
วันที่แก้ไข5 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

โอวาทปาติโมกข์ 3 คืออะไร _โอวาทปาติโมกข์ 3 คืออะไรคะหลวงปู่ พ่อครูว่า...ช่วยกันตอบหน่อย (สู่แดนธรรมว่า...ละบาป ทำแต่กุศล ทำจิตให้ผ่องแผ้ว) โอวาทปาติโมกข์ คือคําสอนพระพุทธเจ้า หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้ามี 3 อย่าง ภาษาบาลีคือ สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) สัพพปาปสอกรณัง คือผู้นั้นไม่ทำบาปทั้งปวงแล้วไม่กระทำบาปทั้งปวง กรณะคือการกระทำ สรุปแล้วโอวาทปาติโมกข์ 3 คือจิตพระอรหันต์ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องมรรค เป็นเรื่องคำสอนเป็นเรื่องปฏิบัตินะ..ไม่ใช่..แต่เป็นเรื่องผล ผู้นี้ไม่ทำบาปแล้ว สัพพปาปสอกรณัง 2. กรรมของผู้กระทำ อธิบายไปหลายทีแล้ว อันแรกท่านเข้าใจคำว่าบาปขั้นที่ 2 ท่านใช้คำว่ากุศล กุศลคู่กับกุศล บาปต้องคู่บุญ อันนี้คนเข้าใจยาก บาปคือสิ่งที่อนุโลมเรียกว่าเป็นอกุศลได้ด้วย หรือสิ่งที่เป็นกิเลสนั้นเป็นบาปทั้งนั้น กรรมใดที่เป็นกิเลสก็คือบาปทั้งนั้น ผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วจึงทำกรรมที่ไม่มีกิเลสอีก จึงเรียกว่า สัพพปาปสอกรณัง เพราะฉะนั้นกรรมของพระอรหันต์ที่จะทำต่อไป พระอรหันต์ที่บรรลุแล้วยังไม่ตายชีวิตก็ต้องมีการกระทำกรรม เพราะฉะนั้นกรรมของท่านที่ท่านบรรลุแล้วไม่ทำบาปทั้งปวงแล้ว กรรมของท่านจึงเป็นกุศลทั้งนั้น ไม่ใช่บุญ ท่านถึงใช้คำว่ากุศลในโอวาทปาติโมกข์ หากเข้าใจว่าบุญคือกุศลท่านต้องใช้คำว่าทำบุญสิ แต่ไม่ใช่..ท่านใช้คำว่ากุศล นี่คือหลักฐาน พยัญชนะ โอวาทปาติโมกข์ 3 กลุ่มเดียวกันนี้นะ เพราะฉะนั้นคำว่าบาปกับคำว่ากุศลจึงมีนัยยะที่ต่างกัน ผู้รู้จริงๆจึงอธิบายได้ ผู้ที่เข้าใจไม่ถูก อธิบายไม่ถูก ก็จะไปแปลว่า ละชั่ว ประพฤติดี ทำจิตให้ผ่องใส อันนี้แบบโลกีย์ เข้าใจไม่ถูกต้อง แต่ของพระพุทธเจ้านั้นบ

อ่านต่อ

าปบุญเป็นโลกุตระ คือ ไม่ทำสิ่งที่เป็นกิเลส เมื่อไม่ทำ สัพพปาปสอกรณัง บาปทั้งหลายไม่ทำแล้วจบ กรรมที่ท่านจะทำต่อไปนี้ผู้นี้จึงมีแต่กุศล กรรมของท่านจะไม่มีอกุศลอีกเลย แน่นอน บาปไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นข้อที่ 2 จึงมีแต่กุศลมีความดีงามทั้งนั้นที่เป็นโลกียนะ แต่เรื่องบาปบุญเป็นเรื่องโลกุตระ กุศลเป็นโลกุตระด้วย เมื่อคุณเข้าใจคำว่าโลกุตระบาปบุญสมบูรณ์แล้ว คุณจะหมดบาปหมดบุญแล้ว บุญก็ไม่ต้องทำ บาปก็ไม่ต้องทำ เรียกว่า ปุญญปาปปริขีโณ ดับสิ้นทั้งบุญและบาป ไม่มีบุญไม่มีบาปแล้วเป็นพระอรหันต์แล้ว เมื่อนั้นจึงใช้คำว่า ทำกรรมใดๆมีแต่กุศลทั้งสิ้น เพราะ สจิตตปริโยทปนัง เพราะท่านได้ทำจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ขาวรอบ บรรลุพระอรหันต์แล้วนั้นเอง แม้แต่ทำกุศลก็ไม่ได้ยึดติดว่าเป็นเราเป็นของเรา ไม่สำคัญมั่นหมายว่าเป็นเราเป็นของเราจึงเรียกว่า สจิตตปริโยทปนัง 631005_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 11

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน