21-14 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 1889-1984.pdf

โฟลเดอร์PDF Morkeaw
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์714 KB
วันที่แก้ไข18 มีนาคม 2559

เนื้อหาในไฟล์

1889 กรณีศึกษาที 6.7 เล็บมือนาง นามสมมติ หญิงไทย อายุ 40 ปี จังหวัดกรุงเทพมหานคร อาการปวดเข่าเนืองจากนังวิปัสสนานาน เป็น 10 ชัวโมง เกิดอาการปวดมาก ก็เลยมาเข้าค่าย ได้รับการรักษาในค่ายด้วยการพอกด้วยกากใบย่านางทีเหลือจากการปันนํ3าย่านางมาพอก พักสักครู่อาการทีเป็นอยู่ก็หาย กรณีศึกษาที 6.8 คะน้า นามสมมติ ชายไทย จังหวัด สุรินทร์ สัมภาษณ์เมือ 21-30 เมษายน 2552 ณ ศูนย์ฯ สวนป่านาบุญ ถาม:ตอบ: ช่วยเล่าประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพของตัวเองและการช่วยเหลือผู้อืน เข้าค่ายครั3งแรกทีจังหวัดตรัง ทะเลธรรม เมือมีนาคม พ.ศ. 2552 ก่อนไปเข้าค่ายมีลักษณะเหมือนซากศพเดินได้ เพราะไม่มีกําลัง ทํางานทีกรุงเทพเป็นเวลา 20 ปี กินนอนไม่เป็นเวลา เจอมลพิษ ล่าสุดก่อนทีจะไปเข้าค่าย ทํางานอยู่ทีการบินไทย 10 ปีเป็นงานทีหนักและคิดว่าเจอยาสเตียรอยด์ อาการจึงหนักมาก พลังชีวิตเหลือประมาณ 10% หลังจากผ่านการเข้าค่าย 10 วันได้ผลมหัศจรรย์ ทําให้หลังจากการเข้าค่ายได้ นําความรู้มาเผยแพร่ทีจังหวัดสุรินทร์บ้านเกิด โดยเริมจากการคั3นนํ3าย่านางให้คนทีบ้านดืม อยู่ทีนัน 10 วัน ก็นังคั3นย่านางให้ทุกวัน ตืนแต่ 6 โมง ใส่กระติก 1 กระติก เช้ามากินทั3งหมู่บ้าน บ่ายก็คั3นอีก 1 กระติกมากินทั3งหมู่บ้าน บันทึกข้อมูลไว้มีทั3งหมด 33 คน ทุกคนจะบอกว่ามีอาการเบาเนื3อเบาตัว เพราะคนส่วนใหญ่จะเป็นโรคปวดหัว นอนไม่ค่อยหลับ เมือยตามเนื3อตามตัว แต่คนทีเป็นหนัก ๆ ทีอยู่ข้างบ้าน ตกเย็นก็จะด่าสามีตลอด เขามีบุญวันที 4 ผมทํากัวซาให้ ผลปรากฏว่า หลับสนิท ไม่ด่าสามี ทีเขามีพฤติกรรมอย่างนั3นเพราะเขารู้สึกร้อน ดืมนํ3าย่านางก็ไม่พอ ต้องทํากัวซาจึงหาย สืบประวัติพบว่าเขาไปทํางานทีชลบุรี เขาไปรับพิษมาจากสีเคมี จะปวดไปถึงขา พอกัวซา เขาหลับสนิท อีกคนเป็นลุง (สามีของป้า)

อ่านต่อ

เป็นเบาหวาน มือบวม เท้าบวม วันทีสีหลัง 1890 ดืมนํ3าย่านาง เท้ายุบ ตืนเช้า เดินไปไหนมาไหนเยียมเพือน ก็ไม่เหนือย มีกําลัง อีกคนเป็นลูกของลุง เป็นไมเกรนมา 5-6 ปี ดืมนํ3าย่านาง 1 แก้วภายใน 3 นาที เขาก็สามารถหลับได้ หลังจากนั3นด้วยความอยากหายไว เขาดืมมากขึ3นทําให้เขาปวดหัว เขาต้องแก้ไขโดยการกดนํ3าร้อนใส่นํ3าย่านางแล้วค่อยดืม อาการจึงดีขึ3น สันนิษฐานว่ามีอาการฤทธิJร้อนตีกลับเป็นเย็น ดังนั3นตอนทําทุกครั3งผมจะใส่นํ3าร้อน หลานอายุ 4 เดือนนํ3ามูกไหลไม่หยุด ก็บีบนํ3าสกัดย่านางให้ใส่ปาก 2 หยด ก็หาย นํ3ามูกแห้งเลย กรณีศึกษาที 6.9 มะขามหวาน นามสมมติ หญิงไทย อายุ 51 ปี การศึกษา ปริญญาโท ประกอบอาชีพ รับราชการครู จังหวัด กรุงเทพมหานคร ถาม:ตอบ:ถาม:ตอบ: ถาม : ตอบ: ถาม:ตอบ:ถาม:ตอบ: ถาม: ตอบ: เป็นโรคอะไร โรคกระเพาะ มีอาการอย่างไรบ้าง มีอาการ มีเลือดออกในช่องท้อง อาเจียนออกมาเป็นเลือด มีการส่องกล้องและได้ตัดเนื3อเยือ ในกระเพาะออกบางส่วนออก นํ3าหนักลด ตัวซีด ได้ดูแลตัวเองอย่างไรบ้างหลังจากเข้าค่าย กินตามแนวทีมีการสอนในค่าย แต่ไม่ค่อยเคร่งครัดเท่าไหร่ มีการกินกล้วยดิบเพือรักษาแผล ในกระเพาะ ระยะเวลาทีดูแลตัวเองมานานเท่าไหร่หลังจากทีเข้าค่ายมา ประมาณ 3 เดือน ร่างกายต่างจากก่อนอย่างไร แตกต่างมาก ร่างกายแข็งแรงขึ3นจนนักเรียนหลายคนทักว่าตัวเองแข็งแรงขึ3น ผอมลงแต่ไม่ซีด ไม่มีเลือดออกในช่องท้องอีกแล้ว ไม่ได้อาเจียนออกมาเป็นเลือดอีกเลย ค่าใช้จ่ายในการรักษาแนวทางแพทย์วิถีพุทธและตามแบบแผนปัจจุบัน ต่างกันอย่างไร หมดค่ารักษาไปกับแผนปัจจุบันทั3งสิ3นประมาณ 150,000-200,000 บาท ภายในเวลา 10 กว่าวัน แต่ทางแนวทางของส่วนป่านาบุญแทบจะไม่ได้ใช้เลยและยังได้ช่วยเหลือคนอืนด้วย 1891 ถาม: ตอบ: จิตใจเป็นอย่างไรพอมาปฏิบัติตามแนวนี3 มีความสุขมาก มีจิตทีจะให้ มีจิตทีจะช่วยเหลือผู้อืน รู้สึกเบากาย มีกําลัง มีจิตทีจะช่วยเหลือผู้อืน ศาสนาคริสต์ พระเยซูเจ้าสอนให้รักพระเป็นเจ้า และรักตัวเอง และพอมาได้ศึกษาเกียวกับศาสนาพุทธ เขาบอกว่าทําจิตให้ผ่องแผ้ว แต่ก็มีคนบอกว่า ธรรมชาติก็เป็นพุทธ จนมาเจอแพทย์วิถีพุทธก็รู้สึกว่า ความเบาสบายทําให้มีพลังเพิมขึ3น และเมือเราท้อแท้ ก็เอาหลักคําสอนของคุณหมอเขียวทีว่า วิธีนี3เป็นวิธีเดียวเท่านั3นทีทําให้รอด ก็ทําให้เรามีพลังใจทีจะสู้ต่อไป และอย่างน้อยเราจะได้ไม่เป็นทาสของยาทีมาจากตะวันตก กรณีศึกษาที 6.10 ลดาวัลย์ นามสมมติ หญิงไทย อายุ 51 ปี การศึกษา ปริญญาตรี ประกอบอาชีพ ธุรกิจส่วนตัว จังหวัด กรุงเทพมหานคร ถาม:ตอบ: ถาม: ป่วยเป็นอะไร ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ระยะที 3 ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อย ตอบ: เริมตรวจพบก้อนเนื3อทีเต้านมด้านซ้าย เดือน พ.ย. 2550 ตรวจทีโรงพยาบาลเจ้าพระยา ผลคือไม่พบสิงผิดปกติ แพทย์จึงนัดให้มาตรวจอีกครั3งอีก 6 เดือน ซึงไปตรวจอีกครั3งใน ต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2551 ครั3งนี3 พบก้อนเนื3อผิดปกติ และต่อมนํ3าเหลืองใต้รักแร้ด้านซ้ายมีการอักเสบ จึงย้ายไปรักษาต่อทีโรงพยาบาลบางปะกอก และส่งต่อไปทีโรงพยาบาลจุฬา ฯ ครั3งนี3ผลบอกว่า พบก้อนเนื3อผิดปกติ 2 จุดทีเต้านมด้านซ้าย พร้อมแจ้งผลให้ทราบว่าเป็นมะเร็ง แจ้งขั3นตอนการรักษา โดยบอกว่าควรทําคีโมเป็นการด่วนติดต่อกัน 6 ครั3ง ก่อนจะให้ตัดเต้านมทิ3งและตามด้วยการฉายรังสีตามลําดับ สภาพจิตใจรู้สึกท้อแท้ ห่อเหียว หมดกําลังใจ เพราะเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่ และลูก ๆ ทีจะต้องดูแลร่างกายเรา เราไม่มีแรง เดินไม่ไหว ต้องนอนพักอย่างเดียว การตัดสินใจและเหตุผลทีเลือกแพทย์ทางเลือก ปฏิเสธการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน เนืองจากระยะเวลา 6 เดือนทีรอแพทย์ตรวจอีกครั3ง ได้ศึกษาข้อมูลเพิมเติม จึงได้ทราบว่าการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันไม่ค่อยได้ผลเท่าทีควร และได้ทราบว่ายังมี 1892 ช่องทางการรักษาทีเรียกว่าแพทย์ทางเลือก ประกอบกับได้อ่านหนังสือ ถอดรหัสสุขภาพร้อนเย็นไม่สมดุลของคุณหมอเขียว และได้มีโอกาสเดินทางไปเข้าค่ายสุขภาพทีอําเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหารวันที 12-20 มิถุนายน 2551 จึงได้เข้าใจถึงสาเหตุทีคนในปัจจุบัน มีปัญหาสุขภาพกันมาก จึงตัดสินใจรักษาทีต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ ซึงก็มีปัญหาทีเกิดขึ3นจากการตัดสินใจ และระหว่างการรักษาคือ คุณพ่อคุณแม่ ญาติพีน้อง คนรอบข้างไม่เห็นด้วยเพราะเชือว่า การรักษาตามแพทย์ปัจจุบันน่าจะดีกว่า ประกอบกับการทีนํ3าหนักลดลง เนืองจากการปรับพฤติกรรมการบริโภคใหม่ทั3งหมดจึงต้องคอยตอบคําถามเกียวกับเรืองนํ3าหนัก และต้องไม่หวันไหวกับสายตาคนรอบข้างทีมักมองด้วยความไม่เชือถือ แต่สําหรับเรืองการปรับการบริโภคใหม่ทั3งหมดนั3นกลับไม่เป็นปัญหาเท่าใดเนืองจากเดิมเป็นคนไม่บริโภคเนื3อสัตว์อยู่แล้ว และยังเชือมันในความเพียรพยายาม ว่าหากตั3งใจแล้ว ความสําเร็จย่อมเกิดขึ3นแน่นอน ขั3นตอนในการรักษาหลัก ๆ เกียวกับเรืองกายและใจ และพยายามปฏิบัติตามหลัก 7 อ. ได้แก่ อิทธิบาท 4 อารมณ์ อาหาร ออกกําลังกาย และอิริยาบถ อากาศ เอนกาย เอาพิษออก อย่างเคร่งครัด กาย ฝึกรับประทานอาหารรสจืด งดเนื3อสัตว์ ทานอาหารตามลําดับ ผักสด ผลไม้สดฤทธิJเย็น ถอนพิษร้อน เช่น กัวซา แช่มือแช่เท้า ดีท็อกซ์ ออกกําลังกายโดยการโยคะโดยเมือทําทั3งหมดข้างต้น รู้สึกเบาสบาย กระปรี3กระเปร่า มีกําลังขึ3นมาก ใจ ฝึกการปล่อยวาง ไม่คิดมาก ไหว้พระสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ซึงช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดขึ3นมาก ทําให้เข้าใจโลกมากขึ3น ไม่เก็บเรืองเล็กน้อยมาคิดเหมือนเมือก่อน สรุป มีความเพียรพยายาม มุ่งมันตั3งใจในการปฏิบัติให้เต็มที สําหรับค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงมากนัก เนืองจากผักสดผลไม้สด หรือสมุนไพรฤทธิJเย็น สามารถหาได้ไม่ยากในท้องตลาดทัวไป หรือจากพืชผักสวนครัวข้างบ้านและมีราคาไม่แพงผลการรักษาแพทย์ทางเลือกกับคุณหมอเขียว ตั3งแต่ไปเข้าค่ายช่วงมิถุนายน พ.ศ.2551-ปัจจุบัน (เมษายน 2553) เป็นระยะเวลา 1 ปี กับ 10 เดือน พบว่า ก้อนเนื3อทีแข็งทีเต็มเต้านมเล็กลงประมาณ 70% ไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ร่างกายแข็งแรง เบาสบายกาย มีกําลัง มีพลังชีวิตเต็มที สามารถทานได้อย่างปกติ ไม่ค่อยรู้สึกเหนือย นํ3าหนักลดลง 11 กก. ในช่วงแรก แต่ปัจจุบันนํ3าหนักเพิมขึ3นอีก 2 กิโลกรัม และสมดุลคงทีอยู่ทีนํ3าหนัก 54 กิโลกรัม จาก 63 กิโลกรัม แต่กลับรู้สึกแข็งแรงมากกว่าตอนทีนํ3าหนักมาก ในตอนแรก 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ได้ตรวจร่างกายตามแนวแพทย์ทางเลือก ผลปรากฏว่า พิษร้อนของเซลล์มะเร็งได้หมดไปแล้ว แต่จะยังคงดูแลตัวเองตามแนวทางนี3ต่อไป โดยจะทําการปรับสมดุลร่างกาย เพือให้ 1893 เหมาะสมกับสภาพร่างกายในแต่ละช่วง เพือทีจะให้มีสุขภาพทีดีทั3งกายและจิตยิง ๆ ขึ3นไป กรณีศึกษาที 6.11 ผักบุ้ง นามสมมติ ชายไทย ถาม:ตอบ: เป็นโรคอะไร ช่วยเล่ารายละเอียดหน่อย โรคมะเร็ง หมอแนะนําให้ฉายแสงและทําคีโม ได้ปฏิบัติตัวมาเข้าค่ายทีดอนตาล ออกกําลังกาย เดินเร็วทุกวันประมาณวันละ 7 กิโลเมตร ได้มีการดืมนํ3าปัสสาวะมาตลอด อาการทุกอย่างเริมดีขึ3น การดืมนํ3าปัสสาวะทําให้ผิวพรรณชุ่มชืน ได้ดืมวันละ 3 ครั3งหลังอาหาร ทุกวัน และได้ดืมนํ3าย่านางมาตลอด ได้เริมปฏิบัติตัวมาตั3งแต่ สิงหาคม ปี พ.ศ.2552 ตอนนี3ได้ไปตรวจมะเร็ง ผลเเล็บออกมาไม่มีเชื3อมะเร็งแล้วทีโรงพยาบาลโอบุค จังหวัดเชียงราย และได้ไปตรวจยืนยันอีกถึง 3 โรงพยาบาล หลังจากทีรักษาตามแนวนี3มาแค่ไม่ถึง 6 เดือนด้วยซํ3า พอทราบว่าเราเป็นมะเร็ง ก็ได้เขียนจดหมายลาครอบครัวเรียบร้อยแล้ว เป็นจดหมายลาตาย เราไม่ได้กลัวตาย ทีเขียนใบลาก็คือ เป็นการขอบคุณครอบครัวทีได้ให้ การดูแลเรา แต่ตอนนี3โรคได้หายแล้ว ต้องขอขอบคุณ หมอเขียวและทุก ๆ คนด้วย เพราะหากถ้าไม่ได้รับคําแนะนําจากเจ้าหน้าทีทุกคน ก็จะไม่หายจากโรค เมือก่อนผมร่วงจนหมดและมีหงอก แต่ตอนนี3เริมมีผมขึ3น และผมหงอกก็เริมหายไป หลังจากทีดืมนํ3าปัสสาวะ การดืมนํ3าปัสสาวะก็แค่กลั3นลมหายใจแล้วก็ดืมไปเลย สิงทีคุณหมอบอกนี3 ไม่ผิด เพราะเราได้บอกให้แฟนทําดีท็อกซ์ โรคทีเป็นอยู่ก็ได้หายไป เพราะฉะนั3นสิงทีคุณหมอแนะนํามาให้ทําตามเพราะโรคจะได้หาย กรณีศึกษาที 6.12 ดาหลาแดง นามสมมติ หญิงไทย อายุ 49 ปี จังหวัด นครปฐม ถาม:มีอะไรจะเล่าให้ฟังบ้าง 1894 ตอบ: อยากบอกเล่าให้คุณหมอรับรู้ถึงความสําเร็จ จากทีได้ไปเข้าค่ายทีสวนป่านาบุญ ขอเริมต้นทีตัวเองก่อนนะคะ คือตอนทีอยู่ในค่าย ไม่ได้ทํา Detox เพราะมีความรู้สึกเกรงใจค่ะ ว่าจะมีคนมารอเข้าห้องนํ3า 2 วันแรก คงเป็นช่วงทีพิษออก ปวดหัวมาก ๆ เลย คือปวดมา 9 ปี แล้วค่ะ หลัง ๆ เป็นมากเลย ยิงตอนก่อนประจําเดือนมาจะปวดจนนอนร้องไห้เสียงดังเลย ลูก ๆ เขาก็กระวนกระวายใจกันมาก ทีตอนฟังหมอบรรยายว่า คนปวดหัว มา 10 ปี หมอดัดคอให้ 2 ทีหาย พอพักเบรก ก็ไปขอให้หมอช่วย บอกให้ช่วยทําให้บ้าง แต่หมอปฏิเสธ รู้สึก จ๋อย ๆ ค่ะตอนนั3น สุดท้ายไปอ้อนให้บินตรงทําให้ พอดีแฟนเขาอยู่ด้วยก็ช่วยบอก เขาก็ทําให้พอสมควร บินตรงยังบอกเลยว่าร้อนมาก ตึงด้วย และตอนจะกลับ ริบหรีเลยค่ะ บินตรงทําการดัดตัวชุดใหญ่ให้ วันนั3นเลยไม่ได้ลาหมอกับแม่นะคะ ตัวเองพอ 2 วันทีพิษออก ลูกกัวซาให้ก็ทานํ3ามันเขียวตลอด ดืมนํ3าปัสสาวะตลอด ไม่ทิ3งนํ3าปัสสาวะเลย ก็หายปวดหัวไปได้ และพอกลับมาก็ปฏิบัติค่อนข้างเต็มที ยังกินปลาข้าวสารทอด แต่แช่นํ3าจนจืดนะคะ ผัดไข่ใส่มะระ ใช้นํ3าแทนนํ3ามันตลอดค่ะ ทานอาหารทีปรับเปลียน จนรู้สึกเกะกะกับขวดนํ3ามัน ซีอิ3ว นํ3าปลา เครืองเทศต่าง ๆ จะระบายทิ3งแต่ยังไม่มีเวลาเลยค่ะ ข้าวทีเคยหุงด้วยหม้ออัดความดันก็ไม่ใช้เลยใช้นึงแทน พอดีมีหม้อนึงสแตนเลส อยู่แล้ว ตัวเองเคยใช้วิธีแมคโครไบโอติกเต็มรูปแบบ ก็จะมีเตาถ่าน เครืองหม้อ ถ้วยเป็น ดินเผาก็เอามาหุงข้าว หอมอร่อยมากค่ะ แต่วันแรกก็ไปซื3อข้าวขาว หาข้าวซ้อมมือไม่ทัน ก็อร่อยไปอีกอย่าง สามารถลืมข้าวทีหุงกับสาหร่ายหม้อความดันได้ค่ะ และวันที 2 ก็เริม Detox และทํามาทุกวันค่ะ ถึงวันนี3 5 มิถุนายน 2553 ก็ 10 วันพอดี ดิฉันดีวันดีคืน ขาทีบวมค่อย ๆ ลดลงทุกวัน ปกติเวลานังตัดผ้าจะมีปัญหามาก นังยองไม่ได้ขาจะบวม แต่คราวนี3 นังตัดผ้าให้แม่ รู้สึกไม่ปวดข้อเท้า ไม่ปวดขา เหมือนแต่ก่อน พอลองผ้าถุงน้องแทนทีขนาดพอดีกับตัวเองก็ชอบใจ ไปขนผ้าถุงของตัวเองทีปกติจะใช้เข็มขัดคาดเอา มาเย็บอีก เลยเย็บเต็มบ้านเลย 10 กว่าผืน เมาผ้าถุงไปเลยค่ะ แต่คุณหมอคะ เย็บผ้าถุงแค่ไม่กีวัน ขนาดทีเย็บไว้ก็ใช้ไม่ได้เลย พอวัน 2 วันมานี3 ผอมลงมากเลย ใส่แล้วเหียวเลย เพราะปฏิบัติตัวแบบในค่าย คือ ในตู้เย็นไม่มีนํ3าเปล่าเลยค่ะ ทําอาหารทําสด ๆ 3 มื3อ นํ3าสมุนไพรฤทธิJเย็นสด ทําทุกวัน ลูก ๆ ก็ด้วย มีความสุขดีค่ะ ตอนนั3นนะคะดิฉันใส่ผ้าถุงทีเย็บขึ3นใหม่สไตล์แม่ เดินไปไหนมีแต่คนชมตลอด คือ บางคนชี3ชมมาแต่ไกลเลยค่ะ ทั3งทีไม่รู้จักกัน แบบใครเห็นก็ทักหมด ดิฉันหน้าตาดีขึ3น หนังตาทีเคยหย่อนลงมาจนตาไม่เป็น 2 ชั3น ก็ค่อย ๆ เห็นขึ3นชัดเจนขึ3น ๆ จนลูกชายคนโต (เบอร์ดี3) ชมตลอด ดิฉันสวยขึ3นอย่างไม่ตั3งใจค่ะ ขณะที 1895 ร่างกาย อาการไม่สบายตัวต่าง ๆ ลดลง สุขภาพดีขึ3น ก็รู้สึกซาบซึ3งถึงคุณหมอตลอด นึกถึงคนทีเขาอาการหนัก ๆ แล้วหายนี เขาจะรักคุณหมอมากขนาดไหนหนอคะ ลูกชายคนโต (เบอร์ดี3) และคนเล็ก (บอล) กลับมาวันแรก เขาก็เดินทางต่อ (รถตู้) ไปอยุธยา ไปเอารถและไปพักกับพ่อเขา (ดิฉันแยกกับแฟนแสนนานมาแล้วค่ะ) ลูก 2 คนน่ารักมาก ๆ ไปกัวซาให้พ่อเขา ไปแนะนําเรืองอาหาร และคนเล็กก็ไปสอนพ่อเขาทําคอนโดผักฤทธิJเย็นของพ่อสามแก้วค่ะ และลูกคนนี3ค่อนข้างจะเข้มเรืองอาหารของหมอค่ะ เดิมก่อนไป 2 คนนี3ดื3อสุด ๆ จนดิฉันแทบจะถวายวัด หรือบริจาคคนอืนอยู่แล้วค่ะ เดิมทีดิฉันจะปลีกวิเวกหาทีบวชอยู่ กําลังเล็งหาสถานทีหมายตาไว้ทีแม่บงกช แต่ลูก ๆ รับไม่ได้ ดิฉันเคยถือศีล 8 นุ่งห่มขาวอยู่ 3 เดือนเต็ม สุดท้าย ลูกคนเล็ก ถูกพิจารณาให้ออกจากวิทยาลัย (ดุริยางค์ศิลป์มหิดล) จนวันทีเขาเชิญแม่ไปรับฟังคําพิจารณา อ.สุกรี บอกให้เล่าชีวิตมาสิ ลูกคนโตเปลียนแปลงมาก ตั3งแต่ไปเข้าค่ายเขาน่ารักมาก ตอนทีนังเล่นในครัว ลูกเห็นหม้อใบใหญ่วางเรียงรอล้าง แต่ไม่มีคนล้าง เขามาถามว่า แม่ ๆ “ดี3ล้างได้ไหม” ดิฉันประทับใจมาก คือ มันเกิดจิตอาสาด้วยตัวเขาเอง เล่นเอานํ3าตารื3นเลยค่ะ เมือก่อนลูก 2 คนจะลืมของทิ3งของ ตอนไปค่ายนีเขาลืมของกินถึง 9 ครั3ง มีโทรศัพท์มือถือก็หายไปด้วย กลับมาบ้านเด็กระมัดระวังมากขึ3น เขาเริมไปขีจักรยานแบบเต็มรูปแบบ เมือก่อนจะเอาอะไรก็ขอ ๆ ตอนนี3เขาประหยัดได้ทุกรูปแบบ ไม่อ่านการ์ตูน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี (2 อันนี3 เลิกตั3งแต่ 1 มีนาคมแล้วค่ะ) ไม่กินขนมไม่เล่น Net เหมือนเคย ดูแลสุขภาพ มีสติมากขึ3น เมือก่อนวางอะไรก็ทิ3งส่งได้ทุกวันค่ะ และเขาก็ไปโฆษณากับอาจารย์บ้างเพือนบ้าง วันหนึงเขาลากเพือนเข้ามาบ้าน บอกเพือนสูบบุหรี ดิฉันเลยให้กัวซาและถ่ายรูป ตอนนี3เพือนคนนั3นหยุดสูบบุหรีด้วยตัวเองแล้วค่ะ ลูกก็คงทําต่อไปกับเพือนคนต่อไปค่ะ น่าชืนใจไหมคะ ส่วนลูกคนเล็ก กลับมาเขานัวเนียกับแม่มาก อ้อ อารมณ์ของลูก 2 คนเปลียนไปมาก อาหารทีสมดุลมีผลมาก ไม่ขี3โมโห ฉุนเฉียวอย่างเมือก่อน แต่ยังมีอยู่บ้าง ลูก ๆ มักมานวดดิฉันตลอด บางช่วงคนโต บางช่วงคนเล็ก สลับกัน ช่วงนี3คนเล็ก ยังไม่มีจักรยาน จะขลุกอยู่กับดิฉันตลอด วันหนึงขณะเขานวดดิฉันอยู่ เขาบอกว่า แม่ถ้าวันหนึงแม่จะตาย แม่ตายไปเลยนะ ไม่ต้องห่วงบอลกับพีดี3 ยังไงไม่มีกินก็หาทางหากินกันจนได้ ยังไงก็ต้องอยู่กินได้ ให้แม่ตายไปเลยนะ แม่จะได้ไปเกิดทีดี ๆ ดิฉันฟังแล้วอึ3งไปเลย เขา 2 คน ฟัง คุณหมอสอนเรืองวางขันธ์ และวันหนึง ตอนนี3ดิฉันขอให้พ่อเขาซื3อจักรยานให้ลูกคนเล็ก ให้สองพีน้องขีไป 1896 ด้วยกัน นาน ๆ ดิฉันจะเอ่ยปากกับเขาสักครั3ง เขาก็ให้ทันที สองพีน้องได้จักรยานมาก็ง่วนปรับโน่นแต่งนี จนนิ3วชี3ลูกคนเล็กได้แผลเลือดออกไม่หยุด เขากําลังจะไปขีจักรยานกัน แต่งชุดเรียบร้อยแล้ว ดิฉันบอกให้เอาฉีทาเลย เขาบอกไม่ ดิฉันก็ดุ เขาบอกไม่ปวดฉีต่างหาก พอขับไป ๆ เลือดยังไหลอยู่ พีชายพาน้องจอดข้างทาง ให้ฉีใส่เลย เลือดหยุดทันที เขาตืนเต้นมาก เมือก่อนนะคะเวลามีแผลแค่มีดบาดนิดเดียว ดิฉันส่งโรงพยาบาลธนบุรี 2 ค่ารักษาเทียวเดียวเกือบ 3,000 บาท รักษาต่อเนืองเป็นหมืนทุกที (ใช้ประกัน) ต่อไปถ้าผละภาระได้บ้าง ดิฉันจะขอไปเป็นจิตอาสาค่ะ คงเป็นงานครัวทีถนัด งานผ้าทีเย็บจักรทั3งหลาย หรือพวกความคิดสร้างสรรค์อะไรทํานองนี3 อีกอย่างทีดีใจสุด ๆ คืนวาน ดิฉันปวดประจําเดือนมาตอนตี 2 คือคิดว่าตัวเองปัสสาวะ ค่ะ มันแฉะนิด ๆ พอเข้า ห้องนํ3า จะลองฉีดืม ถึงเห็นเป็นเลือด งงมาก ๆ ค่ะมันไม่มีอาการทุรนทุราย เหมือนเคย ไม่ปวดหัว (แทบระเบิด) ไม่ปวดเมือยตึงเส้นเอ็นตามตัวเหมือนเคย ไม่โมโห ไม่หงุดหงิด เดีZยวนี3ดิฉันมีความสุขรู้สึกตัวเอง อารมณ์ดีตลอดค่ะ เหล่านี3คือความสําเร็จทีงดงามได้รึยังคะหมอ เลยอยากบอกเล่าแบ่งปันให้คุณหมอได้รับรู้ ว่ามีหนึงครอบครัวทีวิถีชีวิตเป็นสุขขึ3นค่ะ กรณีศึกษาที 6.13ดาหลาชมพู นามสมมติ หญิงไทย อายุ 46 ปี อาชีพ รับจ้าง จังหวัดชลบุรี ถาม:ตอบ: ถาม:ตอบ: ป่วยเป็นอะไรบ้าง ป่วยเป็นโรค มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด นิวในถุงนํ3าดี เบาหวาน นํ3าท่วมปอด ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อย มีอาการปวดท้องทางขวาเหมือนปวดไส้ติง ไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคกระเพาะ มาตลอด มีการอัลตราซาวด์ หมอบอกว่าไม่เจออะไร และไม่มีเชื3อมะเร็ง แต่เมือไปตรวจ อัลตราซาวด์ช่องคลอด พบเนื3องอกในมดลูกด้านขวา หมอเเผนปัจจุบันบอกว่าไม่อันตรายหากไม่มีการบิดตัว และไม่โตเพิม เลยปรึกษาหมอว่าควรทําอย่างไร หมอแจ้งว่าต้องผ่าตัดเนื3องอกออก ประมาณปลายปี 46 และอีก 1 เดือนต่อมาหมอนัดผ่า พอผ่าเสร็จแล้วอีก 1 1897 อาทิตย์ มีการนัดมาฟังผลการตรวจก้อนเนื3อ ผลปรากฏว่าเป็นมะเร็งระยะที 2 มีการให้คีโม โดยให้นํ3าเกลือ 2 ขวด กับคีโมตัวเล็ก ๆ แล้วก็กลับบ้าน ไม่เกิดอาการแพ้เท่าไหร่ และหมอจะนัดเรือย ๆ ทุกเดือน ผ่านไป 6 เดือน หมอถามว่ามีก้อน หรือตุ่มตรงไหนไหม จึงบอกหมอว่ารู้สึกจะมีทีเต้านม เลยไปหาหมอศัลย์ฯ ทีชลบุรี หมอได้ส่งตัวไปทําแมมโมแกรมทีโรงพยาบาลธนบุรี และมีการตัดชิ3นเนื3อไปตรวจ หมอบอกว่าเป็นมะเร็งกระจายไปทีเต้านมหมอเลยทําการคว้านเนื3อร้ายทีเต้านมออก แต่ยังไม่มีการตัดเต้านมออก ระยะในการส่งตัวนานมากต้องรอ ได้ตัดเนื3อร้ายออกตอนปี 47 แล้วมีการตัดเต้านมออกตอนปี 48 พอตัดเต้านมออกแล้วก็มีอาการปวดท้องอีก ไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นนิวใน ถุงนํ3าดี แต่อาการปวดท้องก็เป็นแบบเดิมทีเคยเป็นมาตลอด ภายในก็เจ็บ หมอเลยทํา อัลตราซาวด์และสแกน หมอบอกว่ามีก้อนอยู่ทีตับ หมอเลยแนะนําให้ลดนํ3าหนักเพราะต้องการส่องกล้องแต่ไม่สามารถลดได้เพราะเรากินยามาตลอด กินยาเยอะมากทําให้เป็นเหมือนโยโย่ ลดได้แค่นิดหน่อย จากเดิมหนัก 98 กิโลกรัม ลดลงเหลือ 86 กิโลกรัม จนกระทังปวดจนทนไม่ไหว หมอเลยทําการเช็คร่างกายใหม่ปรากฏว่าเจอนํ3าตาลในเลือด 375 ตอนปี 50 จะผ่าตัดก็ผ่าไม่ได้ หมอบอกว่าให้กลับไปรักษาโรคเบาหวานก่อน หากนํ3าตาลลดจะได้ผ่าเอานิวออก แต่ก็ยังไม่ได้ผ่าออก ก็ไปเจอมะเร็งทีพังผืดรอบท้อง หมอบอกว่าเป็นระยะกระจาย ถามหมอว่าเป็นเยอะไหม หมอบอกว่าค่อนข้างเยอะ อาจจะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี หมอศัลย์ฯ ส่งตัวไปทีหมอสูติฯ บอกว่า มะเร็งกระจายจากข้างบนลงล่าง แต่หมอศัลย์ฯ บอกว่ากระจายจากข้างล่างขึ3นข้างบน เลยเชือหมอสูติฯ และให้หมอสูติฯ เป็นคนจ่ายยา และเป็นยาทีค่อนข้างแพงมากคือครั3งละประมาณ 68,000 บาท การรักษาใช้ประกันสังคมมาตลอด ตอนแรกประกันสังคมไม่ผ่านเพราะยามีราคาแพงจึงทําเรืองไปที ผอ. ของโรงพยาบาลก็เลยได้ยา พอได้ยาครั3งแรกปรากฏว่าผมร่วงหมดเลย ขนตา ขนคิ3วก็ร่วงหมดเลย เพราะยาค่อนข้างแรง และพยาบาลก็ถามว่า ส่งประกันสังคมเดือนละเท่าไหร่หรือเห็นใช้ยาครั3งละ 6-7 หมืน เลยถามพยาบาลว่า “พยาบาลจ่ายให้หรือเปล่าคะ” สรุปแล้วมีการให้ยาไปประมาณ 6 ครั3ง หมอทีรักษาอยู่บอกว่าให้กลับไปหาหมอศัลย์ฯนะ เพราะรู้สึกว่าปอดจะไม่ค่อยดี โดยสามารถมองผ่านฟิล์มเอ็กซเรย์ จะเห็นมีจุดดํา ๆ ทีปอดมาหาหมอใหม่ ตอนนี3มีอาการไอ จนเป็นเลือด หมอก็ให้คีโมซีโรด้ามาทาน ราคาเม็ดหนึงประมาณ 450 บาท ต้องใช้วันละ 6 เม็ด กิน 3 เวลาหลังอาหาร ตอนไปเข้าค่ายสุขภาพของหมอเขียวเดือนพฤษภาคม ปี 2552 ก็ยังกินยาอยู่เลย แต่พอไปเข้าค่ายก็หยุดยาตั3งแต่วันแรกทีเข้าค่าย ยาทีเอาไปก็มีคีโม ยานอนหลับ ยาแก้ปวด 1898 ยาแก้ท้องอืด และอีกตั3งหลายอย่างเป็นถุง ๆ เลย พอเริมหยุดยาผ่านไป 3 วันก็ยังมีอาการ เพลีย ๆ อยู่ต้องนอนตลอด ก็มีทีมงานของค่ายมาช่วยจัดกระดูกให้ก็มีอาการดีขึ3น อาการต่าง ๆ ก็ดีขึ3นเรือย ๆ ไม่เหนือยง่ายเหมือนเมือก่อน มีการทําโยคะ กดจุด และกินอาหารทีถูกวิธีทําให้มีกําลังมากขึ3น พอกลับมาบ้านก็มีการปฏิบัติตัวต่อ ได้ทําดีท็อกซ์ กัวซา พอกบ้าง แต่ทํานํ3าสมุนไพรฤทธิJเย็นสดกินทุกวัน และมีการแนะนําให้เพือนดืมด้วย ปรากฏว่าอาการ ดีขึ3นเรือย ๆ ได้เลิกกินยาโดยเด็ดขาด ชีวิตมีความสุขมากขึ3นและได้นําความรู้ทีได้ไปช่วยเหลือคนอืน ๆ ด้วย ความทีตัวเองมีโรคเยอะ ตั3งแต่โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งพังผืด เบาหวาน นิวในถุงนํ3าดี นํ3าท่วมปอด จนหมอแผนปัจจุบันบอกว่าอาจจะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี แต่ตอนนี3ก็เลย 2 ปีมาแล้ว ก็ถือเป็นกําไรของตัวเอง และคิดว่าไม่มีการรักษาแบบใดทีดีกว่านี3อีกแล้ว คือ การกินอาหารให้เป็นยา ทําให้สามารถนอนหลับตลอดทั3งคืนและหลับ ได้สนิทด้วย โดยทีไม่ต้องกินยาเลย มีความเป็นอยู่ทีเรียบง่ายขึ3น มีความสุขมากขึ3น มีความสบายใจขึ3น ถาม: ตอบ: ถาม: ตอบ: ถาม: ตอบ: ถาม: ตอบ: ถาม: ตอบ: ถาม: ได้มีการตรวจนํ3าตาลใหม่ไหม ตรวจค่ะ จากเดิมทีนํ3าตาล 300 กว่า ตอนนี3ลดลงเป็นปกติ โดยทีไม่ต้องใช้ยาเลย หยุดยาไปทั3งหมด 7 ตัว ตอนนี3ก็กินแต่สมุนไพรฤทธิJเย็นสดอย่างเดียว เมือเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย ระหว่างการรักษาแบบแผนปัจจุบัน กับแบบแผนทางเลือกวิถีพุทธนี3 เป็นอย่างไร ของแผนปัจจุบันเสียค่าใช้จ่ายไปทั3งหมดโดยไม่รวมค่าเดินทาง รวมทั3งสิ3นประมาณล้านกว่าบาท ส่วนค่าเดินทางอีกต่างหากประมาณ แสนกว่าบาท ในเวลา 6 ปีทีรักษาอยู่ แล้วค่าใช้จ่ายแบบแพทย์วิธีพุทธ เสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ก็มีค่าใช้จ่ายแค่ค่ารถไปเข้าค่ายหาหมออย่างเดียว และอยู่ในค่ายอีก 7 วัน เสียค่าใช้จ่ายไป ซื3อของทีตนเองต้องการ ประมาณพันกว่าบาท เพราะทีนี กินฟรี อยู่ฟรี แล้ววิถีชีวิตเปลียนไปอย่างไร ใช้จ่ายน้อยลง จากเดิมใช้จ่ายประมาณวันละ 200 บาท ตอนนี3มีการปลูกผักกินเอง หาผักกินเอง ก็ได้ใช้จ่ายประมาณวันละแค่ 50 บาทเท่านั3นเอง มีความเป็นอยู่ทีเรียบง่ายขึ3น ต้นทุนการทํานํ3า สมุนไพรฤทธิJเย็นสด ก็อยู่แค่ประมาณ ขวดละ 2-5 บาทต่อวัน บวกค่าแรงแล้วนะ การรักษาแบบนี3เริมมีอาการดีขึ3นตั3งแต่เมือไหร่ ก็ตั3งแต่อยู่ในค่ายเลย เพราะว่า 2-3 วันแรกก็รู้สึกแค่เพลีย ๆ แต่ก็ไม่ได้กินยาเลยนะ พอวันที 4 ก็เริมช่วยงานในค่ายได้ และอาการก็ดีขึ3นเรือย ๆ แล้วเราใช้อะไรในการทําดีท็อกซ์ 1899 ตอบ: ก็ใช้ย่านางและใช้นํ3าปัสสาวะด้วย ถาม:ตอบ: ถาม:ตอบ: ถาม:ตอบ: ถาม:ตอบ: ถาม:ตอบ: ถาม: ตอบ: ถาม: ตอบ: ดืมนํ3าปัสสาวะด้วยไหม ดืมค่ะ ใช้หยอดตา อาบนํ3า และล้างหน้าด้วย ส่วนทีเหลือก็ใช้รดนํ3าต้นไม้ แล้วทําดีท็อกซ์ วันละกีครั3ง 2 ครั3ง เช้า-เย็น แล้วดืมนํ3าปัสสาวะ วันกีครั3ง วันละครั3ง เฉพาะตอนเช้าอย่างเดียว ประมาณครั3งละครึงแก้ว คิดว่าต้นเหตุของความเจ็บป่วยของเราเกิดจากอะไร เกิดจากการกินอาหารทีไม่ถูกวิธี ชอบกินอาหารแบบปิ3ง ย่าง ทอด และกินอาหารไม่ตรงเวลา ขนาดว่ามีการผ่าตัดเนื3อร้ายออกไปแล้ว แต่ก็มีการดําเนินชีวิตเหมือนเดิมอยู่ เลยทําให้โรคต่าง ๆ กลับมาอีก และไม่ค่อยกินผัก ทุกอย่างเกิดจากตัวเองทั3งนั3น ตอนนี3อารมณ์เป็นอย่างไร เมือก่อนขี3โมโห หงุดหงิดบ่อย แต่หลังจากเข้าค่ายแล้ว อารมณ์ก็ดีขึ3น ยิ3มง่ายขึ3น ไม่ขี3โมโห ไม่ค่อยหงุดหงิดอีกเลย กลายเป็นคนอารมณ์ดีไปเลย คิดว่าเราทุเลาหรือหายจากโรคต่าง ๆ เพราะอะไร อารมณ์ จิตใจทีเข้มแข็งมากขึ3น อาหารทีเรากิน วิธีการกินทีถูกวิธี การกินอาหารให้เป็นยาการชี3แนะทีดีของคุณหมอ มีการชี3แนะทีไม่เป็นการบังคับว่าเราต้องทําอะไร มันอยู่ทีตัวเราเองว่าควรจะทําอะไร ทําให้เราไม่เครียด มีการชี3ทางทีถูกต้องให้เรา ตั3งแต่วิธีการกิน อารมณ์ การออกกําลังกายสิงเหล่านี3เป็นตัวช่วยให้สุขภาพเราดีขึ3นมาได้ทันที มันไม่ใช่ว่าจะดีแค่อันใดอันหนึง คือ ทุกอย่างมีส่วนช่วย ๆ กันทีทําให้สุขภาพของเราดีขึ3น คิดไหมว่าการให้หรือการแบ่งปัน มีส่วนช่วยให้โรคของเราหายได้คิดถึงเรืองนี3บ้างหรือเปล่า ใช่ และก็คิดด้วยว่าหมอเป็นผู้ให้ตลอด ทําให้เราอยากจะให้ผู้อืนบ้าง ทําให้มีความสุขกับกา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน