10 บทที่ 3 ใจเพชร 153-162.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที 3 วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยเรือง “จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ” นี เป็นการศึกษาโดยใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา(Ethnography Research) และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ซึงมีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1) ศึกษาประวัติศาสตร์การแพทย์วิถีพุทธจากจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538 -2558 ของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม 2) ศึกษารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ และ 3) วิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ โดยการนําเสนอวิธีดําเนินการวิจัยเพือบรรลุวัตถุประสงค์ในแต่ละข้อนั น จะนําเสนอในประเด็นต่าง ๆ ทีสําคัญ ประกอบ ด้วย 1) ขอบเขตด้านเนื อหา 2) ขอบเขตด้านพื นที ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3) เครืองมือทีใช้ในการวิจัย 4) วิธีและขั นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล และ 5) การวิเคราะห์ข้อมูล กระบวนการการดําเนินการวิจัยตามขั นตอน มีดังนี 1. เพือบรรลุวัตถุประสงค์ข้อ 1 คือ ศึกษาประวัติศาสตร์การแพทย์วิถีพุทธจากจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 ของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม 1.1 ขอบเขตด้านเนื อหา ประเด็นในการศึกษาประวัติศาสตร์การแพทย์วิถีพุทธจากจดหมายเหตุและ สือต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 ของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยมได้แก่ 1.1.1 ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการแพทย์วิถีพุทธ 1.1.2 การบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธ 1.1.3 สุขภาวะของผู้ป่วยทีใช้การแพทย์วิถีพุทธ 1.2 ขอบเขตด้านพื นที ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1.2.1 การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการแพทย์วิถีพุทธ เป็นการ ศึกษาจากจดหมายเหตุแ
อ่านต่อ
ละสือต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธ ระหว่าง พ.ศ. 2538 -2558 รวมถึงเอกสารและสือประเภทต่าง ๆ ทีบันทึกข้อมูลทีเกียวข้องกับความเป็นมาและกิจกรรมการศึกษาและการให้บริการต่าง ๆ ของการแพทย์วิถีพุทธ 154 1.2.2 การศึกษาการบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธ เป็นการศึกษาจากจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ และเอกสารและงานวิจัยทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธ ระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 1.2.3 การศึกษาสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ เป็นการศึกษาจากจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธ ระหว่าง พ.ศ. 2538-2558 และเอกสารและงานวิจัยทีเกียวข้อง รวมถึงเอกสารและสือต่าง ๆ ทีบันทึกข้อมูลทีเกียวข้องกับสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม 1.3 เครืองมือทีใช้ในการวิจัย เครืองมือทีใช้ในการวิจัยเพือบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที 1 คือ ตัวผู้วิจัย ผู้ช่วยวิจัย และผู้ประสานงาน ซึงเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ สมุดจดบันทึก กล้องถ่ายภาพ กล้องถ่ายวีดีทัศน์ เครืองบันทึกเสียง เครืองและโปรแกรมคอมพิวเตอร์สําหรับบันทึกข้อมูลและประมวลผลในการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล และการจัดทําฐานข้อมูล 1.4 วิธีและขั นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล การรวบรวมจดหมายเหตุเอกสารและสือต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธ ตั งแต่ พ.ศ. 2538-2558 ได้แก่ 1.4.1 หนังสือ วารสาร เอกสาร แผ่นพับ ทีผู้วิจัยจัดพิมพ์และสือต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลทางสือโทรทัศน์ วิทยุ สือออนไลน์ ดีวีดี วีซีดี เอ็มพี 3 ทีผู้วิจัยจัดทํา 1.4.2 หนังสือ วารสาร เอกสาร แผ่นพับ สือต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลทางสือโทรทัศน์ วิทยุ สือออนไลน์ ดีวีดี วีซีดี เอ็มพี 3 ทีเกียวข้องกับการแพทย์วิถีพุทธ ทีองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลต่าง ๆ จัดทํา 1.4.3 เอกสาร แบบสอบถามและแบบประเมินผลสุขภาพต่าง ๆ สือต่าง ๆ ทีบันทึกข้อมูลทีเกียวข้องกับสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม 1.5 การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์สังเคราะห์เนื อหาของข้อมูลจากเอกสารและสือดังกล่าว โดยการจัดแยกฐานข้อมูลตามรายการข้อมูล ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื นบ้าน แนวคิดสุขภาพบุญนิยม ทฤษฎีสสารกับพลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั วตรงกันข้าม รวมทั งแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม โดยใช้การพรรณนาอย่างลุ่มลึก (Thick Description) และสถิติร้อยละในบางช่วง 155 2. เพือบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที 2 คือ ศึกษารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ 2.1 ขอบเขตด้านเนื อหา การศึกษารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ โดยศึกษาข้อมูลจากจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์ ในประเด็นดังนี 2.1.1 การให้ความสําคัญของเทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น หรือเทคนิคการดูแลสุขภาพแต่ละข้อ ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ 2.1.2 แรงจูงใจในการมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ 2.1.3 ความสําเร็จ ปัญหาและอุปสรรค ในการพึงตนและช่วยเหลือผู้อืน ให้มีสุขภาวะทีดีตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ 2.1.4 แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ โดยวิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดความ สัมพันธ์กันเป็นองค์รวม 2.2 ขอบเขตด้านพื นที ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง การศึกษารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ เป็นการศึกษาจากกลุ่มจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์ทีผ่านเกณฑ์คัดเลือกจากเครือข่ายการแพทย์วิถีพุทธ ตั งแต่ พ.ศ. 2538-2558 จํานวน 10,000 คน โดยเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ทั งในและต่างประเทศ แบบเจาะจง (Purposive Sampling) จํานวน 60 คน โดยเทคนิค สโนว์บอล (snowball sampling) 2.3 เครืองมือทีใช้ในการวิจัย เครืองมือทีใช้ในการวิจัยเพือบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที 2 คือ ตัวผู้วิจัย ผู้ช่วยวิจัย และผู้ประสานงาน ซึงเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ โดยใช้วิธีการบันทึกภาคสนาม (Field Notes) เครืองบันทึกภาพและเสียง (กล้องวีดีทัศน์) กล้องถ่ายรูป เครืองบันทึกเสียง (เอ็มพีสาม) สมุดจดบันทึกข้อมูล การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม (Participant and Non-Participant Observations) การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) แบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ชนิดกึงมีโครงสร้าง การส่งแบบสอบถามแบบปลายปิดและปลายเปิด (Close End and Open End Questionnaires) 156 2.4 วิธีและขั นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ประสานขอความร่วมมือจากจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์ โดยเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักแบบเจาะจง จํานวน 60 คน ให้ส่งข้อมูลหนังสือ เอกสาร ภาพถ่าย ดีวีดี วีซีดี เอ็มพีสาม และแบบสอบถาม ในประเด็นการให้ความสําคัญของเทคนิคแต่ละข้อตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ แรงจูงใจในการมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ความสําเร็จ ปัญหาและอุปสรรค ในการพึงตนและช่วยเหลือผู้อืนให้มีสุขภาวะทีดี ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ 2.5 การวิเคราะห์ข้อมูล นําข้อมูลจากการเก็บรวบรวมตามวิธีในข้อ 2.4 ดังกล่าวข้างต้น มาวิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม โดยใช้การพรรณนาและใช้สถิตร้อยละในบางช่วง พัฒนาเป็นรูปแบบของจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ 3. เพือบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที 3 คือ ศึกษาองค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ 3.1 ขอบเขตด้านเนื อหา ศึกษาองค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และการสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาเพือมวลมนุษยชาติ 3.2 ขอบเขตด้านพื นที ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ศึกษาองค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และการสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ เป็นการศึกษาจากกลุ่มผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ ทีผ่านเกณฑ์คัดเลือกจากเครือข่ายแพทย์วิถีพุทธ ตั งแต่ พ.ศ. 2538-2558 จํานวน 10,000 คน สุ่มอย่างง่าย จํานวน 530 คน 3.3 เครืองมือทีใช้ในการวิจัย การวิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และการสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณจากแบบสอบถาม 3.4 วิธีและขั นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม เรืองสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ ทีผู้วิจัยสร้างขึ นมา โดยใช้ข้อมูลทีได้บันทึกจากจดหมายเหตุเอกสารต่าง ๆ 157 การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และจากแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื นบ้าน ทฤษฎีสสารกับพลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั วตรงกันข้าม และแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม และงานวิจัยทีเกียวข้อง นําไปเก็บข้อมูลในกลุ่มผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ ทีผ่านเกณฑ์คัดเลือกจากเครือข่ายแพทย์วิถีพุทธ ตั งแต่ พ.ศ. 2538-2558 จํานวน 10,000 คน สุ่มอย่างง่าย จํานวน 530 คน นํามาวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) ผู้วิจัยนําผลทีได้จากการวิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ ไปสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ แล้วสรุปผลเพือนําข้อมูลทีได้ไปเสนอกับผู้เชียวชาญด้านการเผยแพร่การแพทย์วิถีพุทธ จํานวน 17 คน เพือวิพากษ์ วิจารณ์ วิเคราะห์ประเด็นสําคัญ และสรุปผล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลทีเก็บรวบรวมด้วยแบบสอบถาม นํามาวิเคราะห์องค์ประกอบ มีขั นตอนดังนี 3.5.1 การหาองค์ประกอบ และค่านํ าหนักองค์ประกอบ อ้างอิงเกณฑ์นํ าหนักของข้อคําถามทีให้นํ าหนักสูง เรียงความสําคัญจากมากไปหาน้อยในและแต่ละองค์ประกอบ 3.5.2 ผู้วิจัยทําการยืนยันข้อสรุป โดยตรวจสอบยํ ายืนยันข้อสรุปทีได้จากทฤษฎีต่าง ๆ และเอกสารทีเกียวข้อง จนนําไปสู่การเสนอทฤษฎีฐานราก (Grounded Theory) (วรรณดี สุทธินรากร. 2556 : 138) ซึงเป็นทฤษฎีหรือข้อสรุปทีสร้างขึ นมาอย่างเป็นระบบจากข้อมูลรูปธรรม หรือความจริงทีได้ค้นพบจากบริบททีวิจัยในครั งนี 3.5.3 นําผลการวิจัยจากข้อ 3.5.2 ข้างต้น ไปเสนอกับผู้เชียวชาญด้านการเผยแพร่การแพทย์วิถีพุทธ จํานวน 17 คน เพือวิพากษ์ วิจารณ์ วิเคราะห์ประเด็นสําคัญ และสรุปผล การหาคุณภาพของเครืองมือทีใช้เก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม มีวิธีการดังนี 1. แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ใช้สําหรับวัตถุประสงค์ข้อ 2 1.1 แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ทีใช้เป็นแบบสัมภาษณ์กึงโครงสร้าง ทีมีคําถามแบบปลายเปิด โดยนําแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม มาตรวจสอบความเทียงตรง และให้ผู้เชียวชาญพิจารณาข้อคําถามในการสัมภาษณ์และสอบถาม ให้ครอบคลุมเนื อหาครบถ้วน ข้อคําถามถูกต้องเหมาะสม ตรงตามโครงสร้าง และภาษาทีใช้เหมาะสมกับผู้ให้ข้อมูล 1.2 นําแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ทีผู้เชียวชาญเห็นชอบแล้วไปทดลองสัมภาษณ์กับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก เพือตรวจสอบความเหมาะสมของภาษาอีก ในส่วนของความ 158 เชือมันนั น ทดสอบด้วยวิธีสัมภาษณ์และสอบถามซํ า และตรวจสอบความเชือมันของคําตอบ ทีได้ จากการสัมภาษณ์และสอบถาม ด้วยการใช้ผู้สัมภาษณ์และสอบถามคนเดียว เมือได้ข้อมูลแล้วนําข้อมูลดังกล่าวให้ผู้ถูกสัมภาษณ์และสอบถาม ยืนยันคําตอบของตนเอง 2. แบบสอบถาม 2.1 การตรวจสอบคุณภาพของเครืองมือทีใช้ในการวิจัยครั งนี ทีเป็นแบบสอบถาม ทีสร้างขึ นมา นําไปทดสอบความเทียงตรงเชิงเนื อหา (Content Validity) และความเชือมัน (Reliability) ของเครืองมือทีใช้ในการวิจัย โดยผ่านการพิจารณาของผู้เชียวชาญ 7 ท่าน โดยใช้วิธี IOC (Item–Objective Congruence) เพือวิเคราะห์ความเทียงตรงเชิงเนื อหาซึงคํานวณจากความสอดคล้องระหว่างประเด็นทีต้องการวัดกับข้อคําถามทีสร้างขึ น ดัชนีทีใช้แสดงค่าความสอดคล้องเรียกว่า ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามและวัตถุประสงค์ (Item–Objective Congruence Index : IOC ) โดยวิธีการ ตามความคิดเห็นของผู้เชียวชาญ เพือพิจารณาคัดเลือกเฉพาะข้อคําถามทีมีค่า IOC = 0.50 ขึ นไป ซึงแสดงว่าข้อคําถามนั นสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายหรือเนื อหาทีต้องการ โดยผู้วิจัยกําหนดระดับความคิดเห็นของผู้เชียวชาญ ดังนี + 1 เมือแน่ใจว่า ข้อคําถามนั น ถูกต้องเหมาะสม ใช้การได้ 0 เมือไม่แน่ใจว่า ข้อคําถามนั นไม่ถูกต้องเหมาะสม ใช้การได้ - 1 เมือแน่ใจว่า ข้อคําถามนั นผิดพลาด ไม่เหมาะสม ใช้การไม่ได้ นําคะแนนทีได้ มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับจุดมุ่งหมาย เนื อหาทีต้องการวัดโดยการแทนค่าในสูตร ดังนี IOC = NR∑ เมือ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับสิงทีต้องการวัด ∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชียวชาญ N แทน จํานวนผู้เชียวชาญ ผู้วิจัยนําผลจากการตรวจสอบความตรงเชิงเนื อหา มาจัดทําเป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ แล้วนําไปใช้กับกลุ่มจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ จํานวน 30 คน ข้อมูลทีได้จากการทดลองใช้เครืองมือได้นํามาวิเคราะห์หาค่าความเชือมัน (Reliability) โดยใช้สูตรสัมประสิทธิzแอลฟา (α- Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach. 1970 : 161) เพือหาค่าสัมประสิทธิzแอลฟาของแบบสอบถามทั งฉบับ โดยมีสูตรดังนี 159 α = −1kk −∑221tiSS เมือ α แทน ความเทียงของแบบสอบถาม k แทน จํานวนข้อคําถาม ∑2iS แทน ผลรวมของความแปรปรวนของคะแนนแต่ละข้อ 2ts แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมทั งฉบับ ผู้เชียวชาญจํานวน 7 ท่าน มีรายนามดังนี 1. นายแพทย์ วัชระ ก้อนแก้ว นายแพทย์ชํานาญการ อายุรแพทย์ (เชียวชาญ ด้านโรคหัวใจ) โรงพยาบาลโพธาราม อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 2. นายแพทย์ชัยรัตน์ เจริญสุข ศัลยแพทย์เด็ก รองผู้อํานวยการโรงพยาบาลเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี 3. ดร.ดวงกมล ภูนวล นักวิชาการสาธาณสุขชํานาญการ หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ 4. นางสีไพร พลอยทรัพย์ นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาหลักสูตร สํานักการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข 5. นางประภาพรรณ สุขพลอย พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ รับผิดชอบงานแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ็ดเสมียน จังหวัดราชบุรี 6. นางนิตยาภรณ์ สุระสาย พยาบาลชํานาญการ โรงพยาบาลอํานาจเจริญ จังหวัดอํานาจเจริญ 7. พญ.สุภารัตน์ องค์พัฒนาวุฒิคุณ จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ตัวแทนผู้ประสานงานเครือข่าย แพทย์วิถีธรรม รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา สําหรับประเด็นการวิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ ตรวจสอบความเทียงตรงเชิงเนื อหา (Content Validity) และความเชือมัน (Reliability) โดยผู้เชียวชาญจํานวน 7 ท่าน ส่วนประเด็นการสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ ส่งข้อมูลให้กับผู้เชียวชาญด้านการเผยแพร่การแพทย์วิถีพุทธจํานวน 17 คน เพือวิพากษ์ วิจารณ์ วิเคราะห์ประเด็นสําคัญ และสรุปผล การศึกษาวิจัยครั งนี ใช้เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลหลายวิธี คือ การใช้เทคนิคการรวบรวมข้อมูลตั งแต่ 2 วิธีขึ นไปในการศึกษาเรืองเดียวกัน ทําให้ได้ข้อมูลทีหลากหลายจากวิธีการหลายอย่าง ช่วยแก้ไขข้อบกพร่องหรือจุดอ่อนของแต่ละวิธีการวิจัยได้ ซึงจะช่วยให้งานวิจัย 160 มีคุณภาพและมีความน่าเชือถือมากขึ น โดยในการวิจัยครั งนี ใช้เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยการศึกษาจากเอกสารจดหมายเหตุและสือต่าง ๆ การบันทึกภาคสนาม การสังเกต การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การตรวจสอบข้อมูลเชิงคุณภาพ ทําการตรวจสอบในมิติสามเส้า (Triangulation) เพือยืนยันว่าข้อมูลทีผู้วิจัยได้เก็บมานั นถูกต้องหรือไม่ โดยตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลในมิติของเวลา สถานที และบุคคล ให้ครบทั ง 3 มิติ ดังนี 1. แหล่งเวลา โดยนําข้อมูลทีไปสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง ณ เวลาแตกต่างกันมาทําการตรวจสอบ และเปรียบเทียบผลว่าข้อมูลแต่ละส่วนทีได้จากการไปเก็บรวบรวมมา จะมีความเหมือน หรือแตกต่างกันในส่วนใด อย่างไร 2. แหล่งสถานที โดยนําข้อมูลทีได้จากการเก็บรวบรวม ณ สถานทีต่าง ๆ ทีแตกต่างกันมาทําการตรวจสอบ และเปรียบเทียบผลว่า จะมีความเหมือน หรือแตกต่างกันในส่วนใด อย่างไร 3. แหล่งบุคคล โดยนําข้อมูลทีได้จากการเก็บรวบรวม มาทําการศึกษา และเปรียบเทียบดูว่า เมือนําข้อมูลดังกล่าวไปทําการเก็บรวบรวม โดยเปลียนแปลงเป็นบุคคลอืนให้ข้อมูลแทน และไม่ซํ ากับบุคคลเดิม ข้อมูลทีได้รับจะมีความเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร การสรุปและรายงานผลการวิจัย การสรุปและรายงานผลการวิจัย ใช้การพรรณนา โดยวิเคราะห์สังเคราะห์เนื อหาในประเด็นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการแพทย์วิถีพุทธ การบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธ และสุขภาวะของผู้ป่วยทีใช้การแพทย์วิถีพุทธ จากเอกสารและสือต่าง ๆ ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื นบ้าน แนวคิดสุขภาพบุญนิยม ทฤษฎีสสารกับพลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั วตรงกันข้าม รวมทั งแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม ใช้การพรรณนา โดยการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทางสือสารออนไลน์หรือช่องทางอืน ๆ ในประเด็น การให้ความสําคัญของเทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น หรือเทคนิคการดูแลสุขภาพแต่ละข้อตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ แรงจูงใจในการมาเป็น จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ความสําเร็จ ปัญหาและอุปสรรค ในการพึงตนและช่วยเหลือผู้อืน ให้มีสุขภาวะทีดี ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ ด้วยแนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้าง สุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิด 161 ความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม พัฒนาเป็นรูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพือมวลมนุษยชาติ และใช้การพรรณนา องค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ และการสร้างยุทธศาสตร์การขยายผลชุมชนจิตอาสาเพือมวลมนุษยชาติ 162