630803_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 2.docx
เนื้อหาในไฟล์
630803_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 2 https://www.boonniyom.net/49130.html อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1cKVSce29f5JbOqrJ8FvJSMQtJDrzSViSN0jkPhZd5aY/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1XScRWqp2w-hwdmBUE6rhXKjqj1-t-Kh-/view?usp=sharing
ยูทูปที่ https://youtu.be/3aZo3UP5YnQ
สู่แดนธรรม... วันนี้ เป็นวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้รายการของเราย้ายขึ้นมาจัดที่ชั้น 4 เฮือนศูนย์สูญ เนื่องจากฝนตกหนักที่บ้านราชฯ ก็เลยจัดรายการล่าช้าไปบ้าง พ่อครูว่า…สวัสดีทุกๆคน วันนี้รู้สึกว่า โอ้โห กว้างมาก มีตั้ง10-20 ช่องทักทายกัน รู้สึกว่าเราจะชุมนุมกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกหน่อยนี่จะถึงร้อยไหมนี่ เปิดโสเหล่ออนไลน์ 100 ช่องนี่แจ๋วเลย ว่าใครมีมือถือก็จะเข้ามาได้หมดเลย
พ่อครูทำเจโตสมถะอย่างไร _แซมดิน จากสันติอโศก...วันนี้จะขอถามพ่อท่าน ว่า พ่อท่านเป็นสายปัญญาใช่ไหมครับ(พ่อท่านว่าใช่) แล้วพ่อท่าน ได้ฝึกเจโตสมถะด้วยวิธีใด ? พ่อครูว่า..ก็นั่งหลับตาเข้าไปอยู่ในภพนี่แหละ ทำมาทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าอาตมาไปพูดว่าเขาโดยอาตมาไม่รู้เรื่อง อาตมารู้ทั้งนั้นว่าเขาอุปาทานอย่างไร มีนิรมาณกายอย่างไร รู้หมด ชาตินี้ก็เคยผ่านมาหมด เข้าป่าก็เคยไป ไม่ใช่พวกหมาเห็นองุ่นเปรี้ยว คือ รู้จักที่เขาเป็นกันเข้าใจแล้วเคยทำมาเอง ไม่ใช่เอาแต่อ่านตัวหนังสือ แต่ทำมาผ่านมา ไม่ได้ทำอย่างฉาบฉวยด้วย ทำกันอย่างชัดเจนให้รู้ว่าอะไรเป็นอย่างไรจริงๆ แล้วถึงได้มาสรุปให้ฟังว่า ที่ทำนี้มันไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าจริงๆ ในเรื่องหลับตานั้น แต่ที่พูดไม่ได้หมายความว่าการหลับตาไม่มีประโยชน์ ถ้าหลับตานั้น ทุกวันนี้อาตมานอน นี่ก็หล
อ่านต่อ
ับตา แต่ว่ายังไม่หลับนะ บางทีไม่หลับเป็นชั่วโมง แล้วก็ทบทวนธรรมะ ปรุงธรรมะต่างๆนานาคุยกับเทวดาอย่างที่พระพุทธเจ้า ได้ความละเอียดเยอะแยะ อาตมาก็เป็นเจโตสมาธิที่ทำประโยชน์ไม่ได้เอาไปทำฤทธิ์เดช หรือหลับตาแบบสะกดจิตไม่ได้หลงผิดแบบนั้น ก็หลับตาแล้วทำประโยชน์ ถ้าจะว่าจริงๆแล้ว หลับตาทำสมาธิมันก็มีประโยชน์ที่เราจะใช้ ทุกวันนี้อาตมาก็ใช้ แต่ที่พูดหนักก็เพราะว่าเขาไปหลงผิดกัน ว่าการหลับตาปฏิบัติคือทางเอกคือวิธีปฏิบัติเพื่อไปนิพพาน ขอยืนยันว่าพระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสแบบนั้น ท่านไม่เคยตรัสว่าเป็นทางไปสู่นิพพาน ท่านตรัสแต่ว่าการนั่งหลับตาสมาธิเป็นอุปการะมากไม่ใช่ทางไปนิพพานเลย แต่อันนี้เป็นมิจฉาทิฐิที่เขาหลงกันน่าสงสาร อาตมาจึงพูดด้วยความจริงใจสงสารจริงๆที่พูดนี้ไม่ได้พูดคารมเล่นลิ้น สงสาร คืออาตมาเห็นใจคนมุ่งมั่นจะมาปฏิบัติธรรม แล้วไม่ใช่แค่ชาตินี้ชาติเดียวนะ พวกเขาที่ไปบวชกัน บางคนบวชกันตั้งแต่เป็นเณร มาบวชแล้วก็ติดใจการออกป่าเขาทำไป บำเพ็ญมาเป็นชาติๆ หลายชาติ มาชาตินี้ก็ยังชอบยังติด คนเรานี่ ชาติหนึ่งชาติหนึ่งไม่ได้มากมายอะไรหรอก 90 ปี 100 ปีตายไม่ได้นานอะไรเลย เสร็จแล้ววิบากเก่าที่ไปสั่งสมความชอบความยินดีติดยึดพวกนี้ ที่พูดนี้ตีความติดยึดพวกนี้ แต่เขาก็หาว่า ไปว่าเขา อย่างนู้นอย่างนี้ ถ้าอาตมาไม่ว่า จะไม่มีใครมาว่าเลย ไม่มีใครกล้าว่าด้วย มีแต่ไปด้วยกันหรือไม่กล้าว่า แม้จะพอรู้ ก็ไม่กล้าว่า เพราะชาวบ้านชาวช่องเขายกย่อง อาตมาจึงต้องหนักหนาสาหัสต้องเป็นหัวหอก พูดว่า พูดติเตียนต่างๆนานาเพื่อจะให้ชัดเจน ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 พรหมชาลสูตร อ่านวนเวียนให้ดีเถอะ ท่านยืนยันให้ฟังว่าทั้งหมดที่มีทิฏฐิในการปฏิบัตินั่งหลับตา จะได้อะไร จะได้ผลอะไร ก็จะได้เจโตสมาธิ 1.จะได้ความรู้สภาพของอดีต 2. จะได้สภาพความเป็นอนาคต อดีต 18 อนาคต 44 เป็นมิจฉาทิฏฐิทั้ง 62 เขาไม่เข้าใจแล้วไปหลงใหลอย่างนั้น ในสูตรแรกนี้ พระพุทธเจ้าเอามาใส่ไว้เพื่อให้รู้ว่าชาวพุทธตีทิ้งอันนี้ ในพระสูตรแรกท่านก็ตรัสไว้ถึงจุลศีล-มัชฌิมศีล-มหาศีลเอาไว้ แต่ไม่ได้ตรัสถึงวิธีปฎิบัติ อันคืออปัณกปฏิปทา 3 แล้วเกิดสัทธรรม 7 สามัญผลสูตร ท่านถึงกล่าวถึงการมีศีลอันเป็นอาริยะ สำรวมอินทรีย์มีสติสัมปชัญญะมีความสันโดษอันเป็นอริยะ สามัญแปลว่าการปฏิบัติตามปกติตามสามัญของศาสนาพุทธ เมื่อเปิดพระสูตรที่ 3 อัมพัฏฐสูตร บอกไว้เลย การหลงผิดคือการไปปฏิบัติออกป่า เป็นเรื่องหลักเลยในพระสูตรนี้ ส่วนเรื่องการตอบโต้กันระหว่างพระพุทธเจ้ากับอัมพัฏฐมานพ เป็นเรื่องราว แต่ประเด็นหลักคือให้รู้ว่าที่เข้าใจผิดๆเลย หลงแต่ภาษาวาทะพระเวท ตำราบัญญัติ กับการปฏิบัติโรงออกป่าเข้าถ้ำแล้วไปหาอาจารย์ มีจรณะ 15 วิชชา 8 ในป่า ซึ่งมันสูญเปล่า ก็ได้แต่สร้างโรงเรือน สร้างวิหารใหญ่ในถ้ำ เพื่อบูชาไฟอย่างเดียรถีย์ ที่อาตมาว่าศาสนาพุทธทุกวันนี้ไม่เหลือเลย เพราะมีการบูชาไฟมีการจุดธูปจุดเทียน มีรดน้ำมนต์ ซึ่งมันไม่ใช่ศาสนาพุทธเลย มันผิดเพี้ยนไปหมด ทุกวันนี้ถ้าเผื่อว่าศาสนาพุทธไม่มีจุดธูปจุดเทียนไม่มีการสวดมนต์ ไม่มีรดน้ำมนต์ ก็จะไม่มีอะไรให้พระทำไม่มีเลย พระของศาสนาพุทธทุกวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องนอกรีตศาสนาพุทธ ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ก็เป็นการสวดที่ผิด ซึ่งยังไม่มีเวลาที่จะอธิบายในช่วงนี้ สวดแบบออกนอกลู่นอกทางไม่ได้เป็นประโยชน์ สวดที่ถูกอย่างสังคีติ สังคายนาก็ไม่มี แล้วท่านก็ให้สวดแบบสรภัญญะก็สวดบทสวดไม่เป็น แบบสรภัญญะ ก็แปลว่า ห้ามใส่ทำนองห้ามใส่เสียงอันยาว แต่ก็บอกว่าให้สวดแบบสรภัญญะได้ แต่เขาก็บอกว่าใส่ทำนองได้นิดหน่อยอย่างนี้เป็นต้น มันไม่มีอะไรเป็นสัมมาทิฏฐิเลย การบวชนั้นพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ แต่ไม่ให้ไปรับใช้ชาวบ้านหาเงินหาทอง ก็ทำด้วยให้ชีวิตยังอยู่ไปได้ ในสมัยพระพุทธเจ้า พระก็สร้างกุฏิวิหารทำงานต่างๆแต่ไม่ผิดวินัย ก็เหมือนชีวิตธรรมดาที่จะยังชีพ หรือ ช่วยคนได้ แต่ไม่ใช่รับใช้ การรับใช้ กับช่วยคน ..ต่างกัน รับใช้ก็ถือว่าไม่ผิดพระวินัยที่พอจะช่วยได้ก็ช่วย ตามความรู้ความสามารถ สำหรับสังคมประเทศชาติ สังคมที่อยู่ด้วย แต่ไม่ใช่ไปรับจ้างที่จะเอาสิ่งตอบแทนอะไรเป็นอันขาด ไม่รับใช้ จะว่ารับใช้ก็พอฟังได้ ที่จริงไม่ได้ไปรับใช้หรอก แต่ว่าไปช่วยเหลือไปสังคหะ เกื้อกูล เป็นต้น ซึ่งมันเป็นรายละเอียดที่ผิดเพี้ยนไปไกลหมดเลย เพราะฉะนั้นพระจึงไม่ได้มีประโยชน์คุณค่าอะไรในทุกวันนี้ ไม่เป็นประโยชน์แล้วก็ยังมีอภิสิทธิ์ได้เปรียบไม่รู้กี่ชนิด ในความเป็นภิกษุทุกวันนี้ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องศักดินาชนิดนึง มาบวชเพื่อจะได้อภิสิทธิ์เหล่านี้ แล้วก็ได้เล่าได้เรียนเพื่อได้ศึกษา ได้โอกาส จนกระทั่งจบด็อกเตอร์แล้วก็สึกออกไปทำมาหากิน อย่างนี้ก็มีเยอะไม่ใช่น้อยเลย เดี๋ยวนี้ก็ยังทำกันเยอะ Doctor เดี๋ยวก็เสร็จก็ไปทำมาหากินได้มีตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ สัจธรรมทุกวันนี้อาตมาพูดยังไม่ได้ใส่ร้ายเขา มันน่าสงสารที่สุดศาสนาพุทธ พูดแล้วก็เห็นใจเขาเหมือนกัน เหมือนกับเราอวดดีพูดถูกอยู่คนเดียว ตีทิ้งกระแสหลักทั้งหมดเลย ซึ่งมันก็จริงอย่างนั้น อาตมาไม่ได้พูดเล่น สู่แดนธรรม...ตั้งแต่มาศึกษากับพ่อท่าน ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดเยอะมากเลย พ่อครูว่า...มันผิดไปทั้งหมด จริง หาถูกไม่ได้เลย ขออภัยที่ต้องพูดความจริง หาถูกไม่ได้เลย จะเอาอะไรล่ะ ศีลก็ไม่ถูก สมาธิก็ไม่ถูก ปัญญาก็ไม่ถูก ปัญญาคือความรู้ก็ไม่ถูก จารีตประเพณีก็ยิ่งเลอะใหญ่เลย เป็นเดรัจฉานวิชากลบศาสนาหมดเลย ถ้าไม่มีเดรัจฉานวิชชาให้ทำ ไม่รู้จะทำอะไร พูดไปแล้วมันน่าสังเวชใจ นี่ ยังไม่ได้อ่าน SMS เลย
_ลานนาอโศก...สมณะบินบน...แจ้งข่าว ญาติธรรมทางภาคเหนือว่าตอนนี้เขื่อนแม่กวงแตก อยากถามพ่อท่านว่า พ่อท่านเรื่องสุขภาพเคยประมาณผิดพลาดไหมครับ พ่อครูว่า...ไม่หรอก ก็ระมัดระวังอยู่ไม่มากไม่โอเวอร์ไม่อะไรไป คือ มันน้อยไป ก็คงจะไม่ใช่หรอก มันก็คงจะไปทาง over ก็ไม่โอเวอร์มีคนคอยดูแลช่วยเหลือ เตือนติง คอยดึงไว้ไม่ให้มันมากมายอะไร ให้พักผ่อนให้อะไรอยู่ ไม่ต้องห่วงหรอก ว่าจะเลยเถิดไป ขอบคุณที่ห่วง
_ศาลีอโศก สมณะลือคม...ตอนนี้ความรู้สึกชุ่มเย็น ที่นี่ฝนตกปรอยๆ ที่นี่ก็ยังมีความสุขสำราญดีครับ (พ่อครูว่า พืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นอย่างไร ) ตอนนี้ก็ได้เลียนแบบบ้านราชฯสัก1% 2% ปลูกแตงไทยปลูกแตงโม ตอนนี้จะทำปลูกผักใส่ร้านขึ้นมา เพราะสู้หญ้าไม่ไหว ข้าวก็หว่านรอบที่สองก็พยายามอยู่ วันนี้ก็รู้สึกว่า อะไรที่บอกว่า ข้างนอกเขาทำได้ยาก แต่ในระบบการศึกษาธรรมะ สามารถทำเรื่องยากให้ง่ายดายได้ เขามีปัญหาเรื่องของการรู้ตัวได้ยาก แต่ของพวกเรา รู้สึกตัวได้ง่าย มีอาการบ่งบอกว่าต้องเคร่งแล้ว แค่เรื่องอยากกินอร่อย ถ้าจะให้ตรวจสอบพิจารณา เราก็สามารถรู้ได้ ที่นี่เราไม่ต้องมีตำรวจเลย อยู่กันอย่างไว้วางใจ มีความมั่นใจกันมาก พ่อครูว่า..ระบบพวกเราตำรวจไม่ต้องใช้ ประชาชนมีศีลธรรม ตำรวจนี้เขาเอาไว้ดูแลคนไม่มีศีลธรรม คนที่พฤติกรรมเสีย พฤติกรรมมันละเมิด ไม่ว่าจะเป็นการขโมย ทั้งกาม ทั้งปฏิฆะ โทสะ ของทางโลกเขามันแรงก็เลยต้องมีตำรวจเข้าจัดการในส่วนที่มันเกิน มันร้ายแรง แต่พวกเราไม่มี สังคมชาวอโศก สิ่งเหล่านี้มันไม่มี ตำรวจเลยไม่ต้องมีพวกเราตกงานหมด
พลัง 4 พ้นภัย 5 _ดอยแพงค่าภูผาฟ้าน้ำ พวธ…ในปัจจุบันนี้ ท่ามกลางวิกฤตโควิดและภัยพิบัติธรรมชาติต่างๆทั่วโลก ที่ทำความเดือดร้อนให้กับคนทั่วโลก แต่ยังมีกลุ่มชนกลุ่มเล็กๆอยู่ 2 กลุ่มคือกลุ่มชนชาวอโศกและกลุ่มแพทย์วิถีธรรมด้วย กลับอยู่รอดปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุข อันนี้ไม่แน่ใจว่าถ้าเราจะบอกว่ามันตรงกับที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม” ไม่ทราบว่าพ่อครูมีความเห็นว่าอย่างไรคะ พ่อครูว่า...มันชัดเจน พระพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมก็ได้ ชัดเจนไปกว่านั้นก็คือ มันมีพลัง 4 แล้วก็พ้นภัย 5 อันนี้ยิ่งชัด 1. ปัญญาพลัง (กำลังคือ ปัญญา) 2. วิริยพลัง (กำลังคือ ความเพียร ขยัน) 3. อนวัชชพลัง (กำลังคือ การงานที่ปราชญ์ไม่ติ) 4. สังคหพลัง (กำลังคือ การสงเคราะห์ช่วยผู้อื่น) มีต่อ...
ปัญญามีความรู้ระดับโลกุตระไม่ใช่โลกียะ แล้วก็มีความเพียร เรื่องขี้เกียจตีทิ้งไป จึงเป็นคนที่ทำงานมีกรรมกริยาแต่ละคนนั้นก็ทำ แล้วไม่ไปทำงานที่เอาพลังงานแรงงานไปทำกรรมที่มันเป็นกรรมชั่วกรรมต่ำ สูญเสีย จึงเป็นกรรมที่มีประโยชน์ที่มีการสร้างสรร ไปทำการกสิกรรม แม้แต่งานสื่อสาร งานการศึกษา มันก็เป็นการงานที่ดี เรียกว่า เป็นผู้ที่ ผู้รู้นักปราชญ์ อนวัชชะมาตู่ท้วงโทษไม่ได้เลยใครมาท้วงติงไม่ได้ เพราะเราทำแต่สิ่งที่ดีกับสังคม แล้วที่สำคัญคือทำแล้วมีผลผลิตมีแรงงานที่เกินส่วนที่จะต้องใช้ในพวกตัวเองเหลือ ก็ไปช่วยเกื้อกูลผู้อื่นมีสังคหะอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นคนที่มีพลัง 4 นี้แล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรเลย ไม่ต้องกลัวภัย 5 1. อาชีวิตภัย (ภัยจากการดำรงชีวิต หาอาหารเลี้ยงกาย) 2. อสิโลกภัย (ภัย คือ การติเตียนจากคนโลกๆ) 3. ปริสสารัชภัย (ภัยคือ การสะทกสะท้านต่อสังคม) . 4. มรณภัย (ภัยคือ ความตาย) 5. ทุคติภัย (ภัยคือ ทุคติ เช่น อบายภูมิ นรก เดรัจฉาน ฯ) (พลสูตร พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 209)
อาตมาไม่กลัวคนจะมาติเตียนเลย คนที่มาติเตียนคือคนอวิชชาคนไม่รู้ ผู้รู้จักติเตียนไม่ได้เลยของพวกเรานี้ เพราะฉะนั้นจะพ้นภัย อาสิโลกภัย แล้วจะไม่สะทกสะท้าน ต่อการที่จะอยู่กับสังคมโลกเขาจะมีอะไรมาเช่น โควิดมาก็ไม่สะทกสะท้าน จะไม่สะทกสะท้านต่อเรื่องสังคมโลกข้างนอกเขาเลย ต่อหมู่กลุ่มอะไรๆที่เขามีการพ่ายแพ้ที่มีการลำบากลำบน ของเรานี้จะไม่ลำบากลำบน ไม่กลัว ไม่ตื่นกลัวไม่สะทกสะท้าน แม้แต่ที่สุดจะมีความรู้ถึงเรื่อง มรณภัย ทุคติภัย จะรู้เรื่องทั้งตายทั้งต่ำ ก็จะไม่กลัวเลย พ้นภัย 5 หมดเลย ไม่มีทุกข์อะไรไม่ได้หวาดกลัวไม่ได้สะทกสะท้าน แม้สังคมโลกเขาจะเป็นอะไรไป ขณะนี้ฝนกำลังตกหนัก หลายที่นะ น้ำมันซัดพัง ข่าวก็ถ่ายมาให้ดู แต่ของเรา มันจะประหลาดมาก จะไม่เจอสภาพพวกนี้ ถึงจะเจอสภาพพวกนี้เราก็ไม่ท้อถอยไม่เป็นไร เหมือนบ้านราชฯ อุทกภัยท่วมหมดเลยเกลี้ยงหมดเลยต้นหมากรากไม้เหลือแต่เศษเหลืองเต็มบ้านเต็มเมือง เสร็จแล้วก็แป๊บเดียวพรึบเลย ไม่ถึงปีเลยก็กอบกู้ขึ้นมาให้เขียวอย่างเดิมอุดมสมบูรณ์อะไรได้อย่างนี้ เป็นต้น ซึ่งไม่ได้สะทกสะท้านไม่ได้กลัวเลยที่จะมีภัยอะไรต่างๆนาๆ
สู่แดนธรรม...นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ ..สืบเนื่องจากที่ดอยแพงค่า กล่าวถึง ธัมโมหเวรักขติ ธัมมจาริง จากที่อยู่กับพ่อครูมา หลายครั้งพ่อท่านพาเราฝ่าวิกฤติเสี่ยงเหมือนกับไปไม่รอด ตั้งแต่พ.ต.ท.อนันต์ เสนาขันธ์ หรือในยุคที่ลาออกจากเถรสมาคม เราก็อยู่รอดมาทุกครั้ง ญาติธรรมก็ว่าตอนในการขึ้นโรงขึ้นศาลแต่ก็รอดมาทุกครั้งเลย พ่อครูว่า...เราไปขึ้นศาลมาไม่รู้กี่จังหวัดฟ้องเราทั่วประเทศเลย นี่คือ ธัมโมหเวรักขติ ธัมมจาริง ซึ่งบางคนก็อาจจะเห็นเรื่องการธรรมะคุ้มครองให้ปลอดภัย
_ขอให้ญาติพี่น้องจากต่างประเทศมาพูด _ลายใบไม้ จุก ..หมอเขียวให้นโยบาย จัดค่ายออนไลน์ จิตอาสาก็ให้ความร่วมมือกัทั่วโลก เข้ามาช่วยกันทำค่ายออนไลน์ ผ่าน Application Zoom อัดเทปพูดคุยกัน พวกเราเหมือนดารา แต่สถานีหมอเขียวก็ไม่ได้มีเงินจ่ายให้ด้วย แล้วเวลาแต่ละประเทศก็ไม่ตรงกัน พ่อครูว่า..เมืองไทยนี่ตอนกลางวันแต่ทางประเทศไหนที่จะอยู่ดึกดื่นจะลำบาก _สมบัติ USA.. ที่อเมริกาประมาณ 7 โมงค่ะ ติดตามพ่อครูตลอด ไม่มีอะไรจะพูดค่ะ
_เนเธอแลนด์...น้อม ผ่องพุทธ...ช่วงนี้จัดเตรียมค่ายออนไลน์ เรามีวิวสวนทุ่งทิวลิป เห็นกิเลสตัวอยากอวดของตัวเองมาเลย ที่นี่ร้อนมากเลย 30 องศา แดดแรงมาก
_หมอเขียวใจเพชร...โดยภาพรวม พวกเราทำวัตรกันทุกวัน ทำกิจการร่วมกันทั้งงานนอกงานใน พวกเราเจริญไปได้ด้วยดี ตอนนี้มีข่าวน้ำป่าไหลหลาก มีฝนตกแรงที่นี่ก็เลยไปตรวจดูระบบน้ำ ฝายชะลอน้ำแก้มลิงต่างๆ พอตรวจเสร็จแล้วก็รีบกลับมาตรงนี้แหละ ตอนนี้พอเราตรวจระบบต่างๆ ที่เอาทฤษฎีในหลวงรัชกาลที่ 9 มาบูรณาการในพื้นที่พวกเรา เรื่องธนาคารน้ำ ของเรามีประสิทธิภาพมากเลย ทำให้มวลน้ำเล็กลงได้ เบาลงได้
_หล้า ออสเตรเลีย...ไม่มีคำถามถามพ่อครูค่ะ เราฝึกตนเพื่อตนก็ยากอยู่แล้ว หากเราฝึกตนเพื่อท่านนั้นยากยิ่งกว่า ทางออสเตรเลีย พี่น้องพวธ.อยู่รอดปลอดภัย เรามีศีลมีสัมมาอาชีพ ทำให้อยู่ได้อย่างสบาย แต่ที่นี่บางเมือง ก็มีการ lock down รอบ 2 แล้ว พวกเราไม่หวั่นไหวการ์ดไม่ตก มีผักกินสบาย อยากจะรายงานพ่อครูว่า เราอยู่รอดปลอดภัยดี เพราะคำสอนพ่อครู พ่อครูว่า...ที่เราปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้ามาจะเห็นได้ว่าเราปลอดภัย พ้นภัย 5 อย่างที่พูดไปเมื่อกี้นี้ เราปฏิบัติธรรมได้เพราะว่า กำลัง 4 จะพ้นภัย 5 จะพ้นจาก อาชีวิกภัย คือ การจะพบกับภัยพิบัติธรรมชาติต่างๆ คือภัยทางสังคมก็ตาม อาสิโลกภัย ก็ตาม การติเตียนว่ากล่าว ก็พ้น ไม่สะทกสะท้านต่อบริษัท มีความอาจหาญแกล้วกล้า สรุปแล้วปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าถ้าปฏิบัติได้จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะมีภัยมาในแบบใดๆก็สู้ได้หมดไม่มีภัยเลย พ้นภัยทุกอย่างเครื่องพิสูจน์ความจริง โควิด นี่ร้ายแรงนะ สู่แดนธรรมว่า...หมดภัยคือมีอภัย คือ ไม่มีความโลภโกรธหลง พ่อครูว่า..นั่นแหละคือตัวปรมัตถ์ แม้จะเกิดภัยธรรมชาติ ก็ไม่เดือดร้อน ยกตัวอย่าง ที่บ้านราชฯอุทกภัยท่วมพืชพันธุ์ธัญญาหารเราตายหมดก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรไม่มีปัญหาอะไร ที่ไม่มีปัญหาไม่เดือดร้อนเพราะอะไร... แม้เราไม่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารแบบสามัญกิน แต่เพื่อนฝูง มิตรดีสหายดี มีสาธารณโภคีตามพระพุทธเจ้ามันไม่มีภัยเลย ทั้งชุมชนสังคมหมู่บ้านไม่อดไม่อยาก ไม่ได้เดือดร้อนอะไร คนอื่นเขาแชร์มาให้เหลือกินเหลือใช้ เอาไปแจกคนอื่นด้วย หากว่ารัฐบาลเอาระบบนี้ไปทำ แม้จะทำได้ไม่ถึงขั้นที่ชาวอโศกทำทั้งหมด ได้แค่ 20% 30% เท่านั้นแหละรับรองว่าเมืองไทยไปลิ่วเลย เมืองอื่นไม่รู้จะพูดยังไงเพราะเขาไม่ได้มีทฤษฎีแบบศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธมีอยู่ในเมืองไทยเท่านั้น ที่อื่นมีแต่เดรัจฉานวิชา ที่เหลือว่ามีศาสนาพุทธในเมืองไทยเพราะมีชาวอโศก พูดไปให้ชัดก็คือมีอาตมา ถ้าไม่งั้นไม่เหลือหรอก มีอาตมามีหมอเขียวมีใครมาช่วยกันนี่แหละ จุงลากๆจูงๆกันไปได้
_จากเยอรมัน..วันนี้เป็นวันดีลูกๆรวมตัวกันมาจะถ่ายคลิปจัดค่ายออนไลน์ ที่ได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์หมอเขียวและพี่น้องจิตอาสา ก็เลยว่ามีรายการกับท่านพ่อครู เราก็เลยขอร่วมด้วยค่ะ ได้ประโยชน์ 2 ต่อเจ้าค่ะ พ่อครูว่า..ไปอยู่กันต่างประเทศมีชีวิตอยู่อย่างไรคิดจะกลับเมืองไทยกันไหม _จากเยอรมัน...ตอนแรกได้รู้จักอาจารย์หมอเขียวก็คิดจะกลับเมืองไทย แต่เมื่อได้เรียนรู้ธรรมะไป ก็รู้สึกว่าอยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติธรรมได้ พ่อครูว่า...เหมือนที่ได้ยินพระพุทธเจ้าสอนว่า เราสอนพวกเธอหมดแล้วเหมือนกำมือแบ เหลือแต่พวกเธอจะเอาไปปฏิบัติกันเท่านั้น พูดเรื่องนอกเรื่องลูกเรื่องที่ไม่ใช่ศาสนาพระพุทธเจ้าเขายืนยันว่าเป็นศาสนาพุทธจริงๆฟังเขาเข้าไปถึงจะขออภัยเราก็พูดความจริงเขาเข้าไปถึงเขาก็ได้แต่เป็นอย่างนั้นแต่ก็ ศีลสมาธิปัญญาจะมาพูดว่าจะปรึกษาการศึกษาอยู่เนี่ยแทบจะไม่มีอะไรขาย ไม่รู้จะพูดอะไรต้องอธิบายไปอธิบายเป็นเลยจะได้ไม่มีปัญหาอะไรแต่เวลานี้มันก็กลับบ้านก็เลยพักนี้ อาตมาสอนมา 50 กว่าปีแล้ว ก็เหมือนเช่นกัน พูดไปหักตรงลึกไปก็อาจจะรับกันไม่ได้แต่ก็ต้องพูดเอาไว้เท่านั้นเอง ในแนวลึก แม้แต่การเขียนอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นแนวลึกเขียนเอาไว้ อาสวะกับอนุสัยต่างกันอย่างไรก็ได้บรรยายไว้ จริงๆแล้วความรู้ธรรมะของอาตมาที่พูดไปนี้ บางทีพวกที่เขาเรียนกันอยู่ มีครูบาอาจารย์สอนไว้ เขาก็ได้ฟังแล้วว่าอาตมานี้เวอร์ ไม่เห็นมีครูบาอาจารย์คนไหนเอาสิ่งที่อาตมาพูดไปสอนเลย ก็เห็นใจเขาเหมือนกัน แล้วก็บอกสำทับด้วย ว่าสิ่งที่อาตมาพูดไปนี้ไม่มีผิด ไม่ได้นอกจากคำสอนพระพุทธเจ้า แต่คนเข้าไม่ถึง พูดความจริงเขาเข้าไม่ถึง ที่พูดศีลสมาธิปัญญา อาตมาก็พูดมา 50 ปี ผู้ที่ศึกษาตาม ถึงว่าแทบจะไม่มีอะไรถาม นอกจากว่าอาตมาจะอธิบายไป แต่เวลานี้ก็ต้องกว้างไม่เจาะลึก
โควิดมาทำให้รู้ว่าปัจจัยอะไรจำเป็นต่อชีวิต _อ๋อย บริงโซ (จากเดนมาร์ค)...ไม่มีคำถามเช่นกัน แจ้งในใจ แต่มันยากที่จะทำค่ะ ว่าจะเล่าเรื่องโควิดที่นี่ให้ฟังนิดนึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีคลื่นลูกที่ 2 เข้ามา สาเหตุก็เกิดจากโรงฆ่าสัตว์ คนที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ติดกันเยอะ 30 กว่าคน เขาก็ปิดโรงงาน ดิฉันก็คุยกับพ่อบ้านบอกว่า เธอเห็นไหมล่ะ เราไม่กินเนื้อสัตว์เราสบายเราไม่ติดเชื้อโรค เขาก็บอกว่าเรื่องของเธอๆ เขายังไม่ค่อยอินเท่าไหร่ค่ะ คนที่นี่เขาพึ่งจะสอนให้ใส่หน้ากากอนามัยกัน เขาไม่บังคับ แต่ขอร้อง ให้คนที่ใช้พื้นที่สาธารณะใส่หน้ากาก แต่คนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือแล้วก็ตอนนี้หน้ากากขาดตลาด ดิฉันก็เลยบอกว่า ทำกันเองสิ พ่อบ้านก็บอกว่าทำเองเดี๋ยวไม่ได้มาตรฐานคุ้มกันไม่ได้ไม่ได้ผล ดิฉันก็ว่า ที่นำมาจากเมืองไทยก็เป็นโฮมเมดทั้งนั้นแล้วเธอก็ใช้ มีอะไรก็จะไปซื้อไม่ยอมพึ่งตัวเอง คนที่นี่ก็บอกว่ารัฐบาลก็หามาสิ เขาจะได้มีเงินไปซื้อได้ ไม่มีใครสอนให้ทำเอง มันก็เป็นสังคมแบบนั้น เขาก็คิดว่า ก็มีเงินก็ไปหาซื้อเอา ข้อดีของโควิด คือ นักล้วงกระเป๋าตกงาน เพราะทุกคนรักษาระยะห่าง สถิติการแย่งชิงวิ่งราวลดลงไปมาก พ่อครูว่า...นี่ก็เป็นอีกประเด็น โควิดนี้ยอดเยี่ยม ทำให้พวกล้วงกระเป๋าตกงาน พวกอบายมุขก็ตกงานไปเยอะ แม้แต่พวกน้ำมันก็ทรุดโทรม แต่ทองคำราคาขึ้น แต่ลึกๆ อาตมารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆมันจะแสดงตัวของความจริงในโลกมนุษย์ ทองคำราคาขึ้น อาวุธราคาตก เงินดอลลาร์ราคาตก อาหารก็มีความสำคัญคือ แต่ที่มันซ้อนก็คือ อาตมาก็บอกว่าอาหารสำคัญขึ้น แต่ให้ราคาอาหารแพงไม่ได้ เพราะถ้ายิ่งแพงก็ยิ่งเดือดร้อนไปทั่วโลกเลย มันซับซ้อนอย่างนี้ สุดยอดเยี่ยมเลย อาตมาถึงเขาบอกว่าพวกเราชาวอโศกนี้ เร่งผลิต พืชพันธุ์ธัญญาหารออกไป เพื่อที่เราจะได้เป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าต่อมนุษยชาติ เพราะสร้างสิ่งที่จำเป็นสิ่งที่สำคัญ คืออาหาร มันเดือดร้อนกันทั่วโลก เพราะฉะนั้นสร้างขึ้นมาเลย ทุกคนที่ไม่เคยทำกสิกรรมก็ลงทำกสิกรรมเลย ยิ่งไฮโซก็ลงมาทำให้ได้เถอะ เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์คุณค่าเป็นเรื่องประเสริฐ ถ้าคิดถึงชีวิตจริงๆแล้ว อาหารเป็นของที่มีค่าที่สุด อะไร ๆ ก็ตาม เพชรนิลจินดา ทองคำก็ไม่มีค่าเท่ากับอาหาร หากจะพูดถึงวัตถุ ไม่ต้องไปพูดถึงอาวุธยุทธภัณฑ์ราคาแพง ตีกลับเลยมันยิ่งเลวร้าย แม้แต่จะเป็นเพชรนิลจินดาทองคำ เรื่องของโลกที่เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มันหายากเขาตีราคาสูง มันก็ยังสู้อาหารไม่ได้ สู้เมล็ดถั่ว สู้ยอดไม้สู้ยอดผักสวยๆ กินดีๆมีคุณสมบัติมีวิตามินมีธาตุอาหารดีๆ ให้กับชีวิตมนุษย์... สุดประเสริฐ อาตมาถึงบอกว่า ทำอย่างไรคนเราจึงจะเข้าใจที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลกนี้ มันสุดยอดจริงๆเลย แล้วอาตมาก็ อธิบายไม่เก่ง แต่ก็พยายามอธิบาย อาหารของพระพุทธเจ้ามีอาหาร 4 กวฬิงการาหารเป็นหนึ่งในโลกแล้ว ถ้ารวมอีก 3 อาหารก็เป็นหนึ่งในโลก ผัสสะ เป็นหนึ่งในโลก มโนสัญเจตนา เป็นหนึ่งในโลก วิญญาณเป็นหนึ่งในโลก ท่านรู้ว่ามันเป็นหนึ่งในโลก สำคัญทั้ง 4 อันเลย แล้วท่านก็เปรียบเทียบไว้ น่าจะเขียนหนังสือเขียนให้ดีๆ อุทาหรณ์ที่ท่านเปรียบเทียบ กวฬิงการาหาร เหมือนผัวเมียกับลูก เดินทางในที่กันดารจะหาสิ่งที่ดีที่สุด ตัวเองก็ไม่ได้มีความรู้อะไรเดินอยู่ไหนที่กันดาร เสร็จแล้วก็เปรียบเทียบว่าไม่มีอาหารจะยังชีพ แล้วไม่รู้จะกินอะไร อยู่ในป่าพืชพันธุ์ธัญญาหารมีกินนะแต่กินไม่เป็น ต้องกินเนื้อลูก ฆ่าลูกกินเป็นอาหารทั้งๆที่กินผลไม้กินเมล็ดพืชก็อยู่ได้แต่มันไม่รู้จักกิน ต้องกินเนื้อลูก ความซับซ้อนอุทาหรณ์ของพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้สุดยอดเลย เป็นคนที่โง่เง่าไม่รู้จักชีวิต กินก็ไม่รู้จักกิน พืชพันธุ์ธัญญาหารนั้นหากินได้ง่ายกว่าไปกินเนื้อสัตว์ ซึ่งจับก็ยาก โอ้โห แย่จริงๆเลย แม้แต่ข้อ 2 ผัสสาหาร เหมือนกับวัวที่ไม่มีหนัง ทุกอย่างกระทบแสบไปหมดเลย ทวารทั้ง 5 คนจะต้องรู้สึกความทุกข์ได้จะต้องมีผัสสะ แต่เมื่อไม่มีผัสสะ คุณเหมือนด้านๆ ทั้งๆที่คุณเปิดหนังไปหมดเลย น่าจะแสบ แต่คุณก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย คุณยังโง่ดักดานจนกระทั่งไม่รู้จักผัสสะที่จะต้องศึกษา คุณทุกข์ อะไรที่มากระทบแสบ มโนสัญเจตนาหารก็ตาม เหมือนหลุมถ่านเพลิง มีเจตนาจะขึ้น แต่ก็ทวนอธิบายเป็น 2 นัย นัยทางโลกเขาจะดึงขึ้น หรือเหมือนโจรร้ายดึงลง คือ ไม่รู้จักว่าจิตตัวเองเกิดมามุ่งหมายจะเอาอะไร ถ้ารู้ว่าเจตนามีชีวิตเกิดมาจะเป็นอย่างไร ชาวอโศกนี้อาตมาอนุโมทนาสาธุเลย มีความคิดที่ดีว่าชีวิตของเราทั้งชีวิต จริงคนมารู้ตั้งแต่อายุยังน้อย มันสุดยอดเลย คนที่มาอายุมากแล้วมาเจอก็เอาเถอะ มันยังไม่รู้มาก่อน แต่รู้แล้วไม่มานี่สิพวกนี้ จะโง่ดักดานไปถึงไหน รู้แล้วพบแล้วแต่ไม่เอา ไปหลงระเริงอยู่ในโลกีย์ ไม่รู้จักว่าชีวิตเกิดมาจะเอาอะไร เอาความประเสริฐ เอาความสุดยอดในชีวิตอย่างไร ซึ่งอาตมาว่า อาตมาอธิบายไม่เก่ง พยายามพูดนี้ไม่รู้จะเข้าใจแค่ไหนพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ศึกษาอะไร ท่านศึกษาเรื่องคน ท่านศึกษาเรื่องสังคมมนุษยชาติ คนเกิดมาจะอยู่กับสังคมมนุษยชาติ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดไม่มีอย่างอื่นมากกว่านี้เลย ถ้ารู้ความจริงอันนี้ได้แล้วสบายแล้ว มาปฏิบัติเป็นพระโสดาบันก็สบายระดับหนึ่งสกิทาก็สบายอันดับ 2 ยิ่งเป็นอรหันต์แล้ว ในโลกนี้ไม่มีปัญหาเลยมีแต่ปัญญา อยู่สบายหมดเลย ปัญหาอยู่กับคนอื่นหมดเลย เราก็เห็นว่าเราทำได้ดีอย่างชาวอโศกนี้ อะไรมาก็ไม่มีปัญหา ข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ...สุดยอดเลยถ้าเรียนจบ อาตมาว่าอาตมาเกิดมาในชาตินี้ อาตมาสำเร็จผลทำงานสำเร็จผล พวกเราก็ช่วยกันเผยแพร่ อาตมาพักเถิดตอนนี้ แต่มันก็ยังไม่พักก็ทำได้อยู่ ก็ไม่มีปัญหาหรอกไม่เสียหายอะไร
_ส่วนป่านาบุญ 9 สุพรรณบุรี จากเดิมที่เป็นดินแดนที่พืชพันธุ์ธัญญาหารไม่ขึ้นแต่ตอนนี้อุดมสมบูรณ์มากขึ้นแล้ว แตงโมหวานด้วย (พ่อครูว่า...ไปแอบใส่น้ำตาลให้มันเมื่อไหร่) มีการทำธนาคารน้ำ บารายคัลเจอร์ค่ะ ตอนนี้ลูกมีปัญหา แต่ก่อนทานกะปิเทมเป้ได้มาก แต่ตอนนี้ทานไม่ได้แล้วค่ะ ทำไมกะปิเทมเป้ เราแพ้ พ่อครูว่า..ต้องไปทางโภชนาการเขา กินไม่ได้เราก็ไม่ต้องกิน คือ จิตใจเราต้องพยายาม ไม่เช่นนั้นเราจะมีความผลักหรือดูด แม้แต่โภชเนมัตตัญญุตา กวฬิงการาหาร อยากกินสิ่งที่เป็นประโยชน์มันก็มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสให้เรามีอาการชอบหรือไม่ชอบ จะเป็นถั่วเน่าเป็นเทมเป้ หรือ กะปิเจ มันจะมีกลิ่นมีรสตามธรรมชาติของมัน ไม่ได้เป็นธาตุที่มีพิษมีภัย แต่เป็นธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive