580121_ประวัติงานฉลองหนาวธรรมชาติอโศก .doc.docx

โฟลเดอร์งานฉลองหนาว
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์36 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

580121_ประวัติงานฉลองหนาวธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๐ ต้นปี ๒๕๕๔ พ่อท่านร่วมงานฤดูหนาว ชาวภูผาฯ ดำริผนวกงานธรรมชาติอโศก สร้างสรรกีฬาอาริยะให้แก่สังคมโลก เมื่อวันที่ ๒๖-๒๗ ม.ค.๒๕๔๕ มี งานฤดูหนาวชาวภูผาฟ้าน้ำ (ปอยน้อย) ครั้งที่๑ ณ ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พ่อท่านดำริ ให้เป็นงานฉลองหนาว ของชาวอโศก และย้ายวันธรรมชาติอโศก จากบ้านราชฯ มาอยู่งานฉลองหนาวนี้ การจัดงานปีนี้ เป็นการจัดงาน ที่เรียบง่าย เน้นให้ชาวเรา ได้มาพักผ่อน และพบปะพูดคุยกัน แบบสบายๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ บรรยากาศอบอุ่น ไม่มีการทำวัตรเช้า เพื่อจะได้นอนพักผ่อนสู้หนาว อุณหภูมิไม่ถึง ๒๐ องศาได้เต็มที่ มีพี่น้องทุกฐานะ จากหลาย พุทธสถาน และหลายจังหวัด ได้ไปร่วมงาน ที่ได้ลงทะเบียนไว้ ญาติธรรม ๓๗๔ คน พ่อท่านและสมณะรวม ๒๓ รูป สามเณร ๑รูป สิกขมาตุ ๒ รูป นาค ๑ ปะหญิง ๒ พระอาคันตุกะ ๕ รูป สามเณรอาคันตุกะ ๒ รูป งานเริ่มเสาร์ที่ ๒๖ ม.ค.๔๕ - อาทิตย์ที่ ๒๗ ม.ค.๔๕ แต่ละวันไม่มีทำวัตรเช้า ผู้ไปลงทะเบียน จะได้รับเทปธรรมะพ่อท่าน ๑ ม้วน หนังสือ ปราณีพิชิตมะเร็ง ๑ เล่ม การบูรณ์ ๑ ห่อ ซึ่งญาติธรรมได้ช่วยกันเสียสละ มีโรงบุญจากญาติธรรม รวม ๖ จุดด้วยกัน ซึ่งเริ่มแจก ตั้งแต่เช้า ๑. ผู้อายุยาว แจกขนมจีนน้ำเงี้ยว ๑๕๐ กิโลกรัม ที่หน้าโรงครัวใหม่ ๒. โรงบุญชาวดอย ทำผักป่าชุบแป้งทอด ผัดผักป่า (ตามสั่ง) ที่หน้าโรงครัวเก่า ๓. โรงบุญนครปฐม ทำก๋วยเตี๋ยวเรือ ส้มตำ ที่บ้านคุณภูฟ้า ๔. โรงบุญนักเรียนพุทธธรรม ทำขนมครก ที่หน้าบ้านครูดีบุญ ๕. โรงบุญรวมญาติ (อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, แม่ริม จ.เชียงใหม่, กรุงเทพฯ) ทำสลัดผักไร้สารพิษ น้ำเต้าฮวย น้ำเต้าหู้ น้ำขิง ไอศครีม ที่หน้าช่วง (ลาน) วัฒนธรรม ๖. โรงบุญคุณทองใบ ทำสุกี้ น้ำตก หม

อ่านต่อ

ี่ซั่ว ที่บ้านคุณทองใบ (๒๗ ม.ค.๔๕) ภาคเช้า พ่อท่านนำบิณฑบาต ที่บ้านแม่เลาและชุมชน ฟังพ่อท่านเทศน์ก่อนฉันเรื่อง "กฎหมาย - กฎแห่งกรรม" และเป็นการทำบุญ เปิดโรงครัวกลาง ที่เพิ่งสร้างเสร็จ พอใช้งานได้ ในงานนี้พอดี ภาคบ่าย มีการแข่งขันกีฬาอาริยะ ผ่าฟืน (ชาย) ผู้ชนะที่๑. คุณอำนวย (จ.แพร่) ที่๒. มิสเตอร์ไอเว่น(ภูผาฯ) ที่๓ คุณบุญ (หัวเลา) กีฬาอาริยะผ่าฟืน (หญิง) ผู้ชนะที่๑. คุณจันทร์ แสงแก้ว ที่๒. คุณสุจิต ใจมา ที่๓. คุณ ศรีแก้ว ผูกจิต กีฬาอาริยะผ่าฟืน ประเภททีม (ชาย) ชนะที่๑. คือ ทีมภูผาฟ้าน้ำ ที่๒. คือ ทีมเชียงรายอโศก กีฬาอาริยะสีข้าวด้วยมือ ประเภททีม ( ๕ คน) ชนะที่ ๑. คือ ทีมเชียงรายอโศก ที่๒. ทีมปฐมอโศก ที่๓. ทีมบ้านหัวเลา ก่อนเวลาบ่าย ๒ โมงเล็กน้อย พ่อท่านพร้อมสมณะหลายรูป โปรดเยี่ยมสถานที่เรียน "อนุบาลหลานปู่โพธิรักษ์" ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที ก็ขึ้นศาลาซาวปี๋ เพื่อฟังนายแพทย์ พินิจ ลิ้มสุคนธ์ ที่มีฉายานามว่า หมอปากหมา เป็นผู้อำนวยการแพทย์ ของโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ๒ และ เป็นอาจารย์พิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พอสรุปได้ว่า "อย่าใช้ยามาก อย่าอยากฉีดยา อย่าบ้าหาหมอ" หลังรายการ น.พ.พินิจจบแล้ว ก็มีการแข่งขัน เก็บผักป่าอีก ๑ ประเภท เป็น ประเภททีม (๓ คน) ทีมชนะเลิศ คือ ทีมของนักเรียนพุทธธรรม ของกลุ่มภูผาฟ้าน้ำ ที่๒. คือทีมจากบ้านหัวเลา ที่๓. คือทีมจากโรงเรียน สัมมาสิกขา ศีรษะอโศก ทางคณะกรรมการ จัดการแข่งขัน ได้นิมนต์พ่อท่าน เป็นประธานมอบรางวัล แก่นักกีฬาอาริยะ ประเภทต่างๆ ในรายการภาคค่ำ ซึ่งเป็นเหรียญรางวัล และของชำร่วย ดังนี้ รางวัลที่๑ เหรียญทองมูลค่า ๒๕ สตางค์ พร้อมของชำร่วย " รางวัลที่ ๒ เหรียญเงินมูลค่า ๑ บาท " " รางวัลที่ ๓ เหรียญทองแดงมูลค่า ๕ บาท " รางวัลชมเชย ใบประกาศเกียรติคุณมูลค่า ๑๐ บาท พร้อมของชำร่วย นอกจากนี้ทางชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ยังได้มอบข้าวเปลือกไร้สารพิษ ที่ปลูกเองในชุมชน เป็นพันธุ์ข้าวดอย จำนวน ๓ ถัง, ๒ถัง และ ๑ถัง แก่ผู้ชนะที่ ๑, ๒ และ ๓ ตามลำดับ ส่วนรางวัลชมเชย จะได้รับข้าวที่ตำแล้ว จำนวน ๑ กิโลกรัม ภาคค่ำ มีการแสดงรอบกองไฟ ตามประสาหมู่? กับบรรยากาศ ที่สดชื่นเยือกเย็น ใต้แสงจันทร์ และแสงดาว ระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ซึ่งเป็นบรรยากาศ ที่หาได้ยากยิ่ง ในสังคมปัจจุบัน และในค่ำคืนนี้ พ่อท่านได้เอ่ยว่า "งานธรรมชาติอโศก" น่าจะย้ายจากบ้านราชฯ มาจัดที่ภูผาฟ้าน้ำ ในช่วงงานฤดูหนาวนี้ ซึ่งพวกเราต่างก็ขานรับ "สาธุ" กันจนดังลั่นขุนเขาดอยแพงค่า อาทิตย์ที่ ๒๗ ม.ค. ๔๕ วันนี้ไม่มีทำวัตรเช้า จึงได้มีโอกาส พบปะพูดคุย ช่วยกันเตรียมอาหาร ที่ครัวกลาง และโรงบุญ ตามจุดต่างๆ เป็นที่สนุกสนาน และเป็นกันเอง พอสว่าง ต่างก็ช่วยกันฮอมแฮง ย้ายกองทราย ไปอยู่ใกล้โรงครัวกลาง วันนี้พ่อท่าน พร้อมสมณะ ไปโปรดสัตว์ ที่บ้านหัวเลา ส่วนสมณะที่เหลือ ก็ได้บิณฑ์ที่ชุมชน นำโดยอาจารย์ ๑ พวกเราได้ใส่บาตร สมณะทุกรูป ในงานนี้ ไม่มีการซื้อขาย มีแต่ช่วยกันทำ ช่วยกันเตรียม แบ่งแจกอาหาร เพื่อใส่บาตรกันถ้วนหน้า เป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม ที่พวกเราควรช่วยกันรักษา และสืบทอดไว้ ให้ได้ตลอดไป วันนี้มีชาวปกากญอ (ชาวกะเหรี่ยง) มาทำบุญกันหลายคน คุณขวัญดิน สิงห์คำ หัวหน้าพรรค เพื่อฟ้าดิน แม้งานจะยุ่งยากแค่ไหน ก็ยังอุตสาห์มาร่วมงาน ในครั้งนี้ได้ เป็นที่น่าอนุโมทนายิ่งนัก งานนี้สำเร็จลุล่วง ไปได้ด้วยดี เพราะความร่วมมือ จากพวกเรา ทั้งผู้อยู่ประจำ และจร ต่างก็อิ่มบุญอิ่มกาย เบิกบาน แจ่มใส สมกับเป็นลูกพระโพธิสัตว์จริงๆ งานฤดูหนาวชาวภูผาฟ้าน้ำ ครั้งที่๑ (๒๖-๒๗ มค.๒๕๔๔) ได้จบลงสมชื่องาน แต่บรรยากาศ กลับอบอุ่น ด้วยความรู้สึก เป็นพี่เป็นน้อง ของชาวเรา และชาวบ้านข้างเคียง ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ที่ได้มาร่วมงาน โดยมีพ่อท่าน ดุจหัวหน้าครอบครัว อันเป็นเสาหลัก ของครอบครัว ได้แผ่รัศมีแห่งความอบอุ่น สู่ลูกๆทุกคน มากยิ่งขึ้น แม้เพียงความรู้สึกว่า พ่อท่านเดินทางมาถึงแล้ว นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่น่าประทับใจ และสร้างความอบอุ่น แก่ชาวเรา มากยิ่งขึ้น ก็คือมีญาติธรรมต่างๆ ได้นำพืชผัก ผลไม้ไร้สารพิษ ที่ปลูกเอง มาบริจาคให้กับชาวภูผา ทำอาหารเลี้ยงผู้มาร่วมงาน นอกเหนือจากโรงบุญฯ ที่ในปีนี้ มีผู้มาขอตั้งโรงบุญฯ มาแจก อาหารมังสวิรัติ ในงานปอยเล็กนี้ มากยิ่งขึ้นกว่างานปอยหลวง หรือปอยใหญ่ เมื่อปีที่แล้ว กะหล่ำปลีจำนวนหลายหัว ที่ปลูกเอง จากญาติธรรม ชาวเชียงรายอโศก พริกกำน้อยๆ หลายๆกำ จากญาติธรรมหลายๆคน ในหลายๆแห่ง ก็เพียงพอ ต่อการทำอาหารเลี้ยง ดูแลผู้มาร่วมงาน จำนวนหลายร้อยคน ผักป่า ผักพื้นบ้าน นานาชนิด เท่าที่มี หรือหาเก็บได้ ตามข้างรั้ว หรือข้างๆบ้าน ทั้งที่ปลูกเอง และขึ้นเอง จำนวนบ้านละไม่มาก ก็ทำให้เจ้าภาพ มีอาหารแจก อย่างเหลือเฟือ นี่เป็นวัฒนธรรม ๑บ้าน ๑ ผลิตภัณฑ์ หรือ ข้าวหม้อแกงหม้อ ที่มีมาแต่โบราณ แต่นับวัน จะหายไป ได้กลับมา ในหมู่มวลชาวเรา ซึ่งพ่อท่านเคยให้แง่คิด แก่ชาวเราว่า นี้เป็น ลักษณะไทยฟื้น ครั้งที่ ๑ ฉลองหนาว ธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๑ พัฒนากีฬาอาริยะช่วยสังคม ไม่สนับสนุนกีฬาทำลายโลก หลังจากชุมชนภูผาฟ้าน้ำจัดงานปอยหลวง ๒๐ ปีภูผาฟ้าน้ำในปี'๔๔ และงานฤดูหนาวชาวภูผาฟ้าน้ำ (ปอยน้อย) เมื่อปี'๔๕ ในครั้งนี้ พ่อท่านดำริ ผนวกงานธรรมชาติเข้าไปด้วย ปี'๔๖ จึงเกิดงานประจำปีของชาวอโศก ฉลองหนาว ธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๑ ณ ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ (ดอยแพงค่า) ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๗ มกราคม ๒๕๔๖ โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ชาวอโศกได้มาพักผ่อน หลังจากตรากตรำงานหนักมาตลอดปี และมีโอกาสพบปะ คบคุ้น สนทนาแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังได้ฟังธรรมล้ำค่าจากพ่อท่าน ชมการแข่งขัน ชิงโล่รางวัล ทวนกระแส กับกีฬาอาริยะ อาทิเช่น หักฟืน ผ่าฟืน เก็บผักป่า สีข้าวด้วยมือ ตักทราย และอิ่มหนำสำราญ กับอาหารนานาชนิด จากโรงบุญฯต่างๆ และ สัมผัสกับอากาศ หนาวเย็น อุณหภูมิ ๖ องศาเซลเซียส มี ม.วช.เขตศีรษะ ที่มาเข้าคอร์สมหัศจรรย์ น.ร.สัมมาสิกขาจากที่ต่างๆ ที่เดินทางมาล่วงหน้า และชาวภูผาฟ้าน้ำ ช่วยจัดเตรียมสถานที่พัก กางเต็นท์ และ สถานที่จอดรถร่วม เช้าวันที่ ๒๓ ม.ค. พ่อท่านพร้อมปัจฉาสมณะเดินทางถึงเชียงใหม่ แวะฉันอาหารที่ชมร.ช.ม. ซึ่งกำลังเปิดโรงบุญฯ บริการ อาหารฟรี แก่ประชาชนทั่วไป และเปิดมา ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พ.ย.๔๕ จนถึงวันที่ ๔ ก.พ. ๔๖ หลังจากนั้น ได้เดินทาง สู่ดอยแพงค่า ปีนี้มีสมณะ สิกขมาตุ ญาติธรรมทั่วประเทศ นิสิตม.วช. นร.สัมมาสิกขาจากที่ต่างๆ และสมาชิกจากมูลนิธิ เพื่อนช่วยเพื่อน มาร่วมงาน มากมาย นับพันคน ซึ่งแต่ละคน ได้เตรียมอุปกรณ์กันหนาว มาอย่างดี โดยเฉพาะเต็นท์ที่พัก ทำให้ดอยแพงค่า ละลานตา ไปด้วยเต็นท์หลากสี เวทีธรรมชาติภาคค่ำ อยู่บริเวณลานหญ้า(ข่วง)หน้าศาลาซาวปี๋ จัดแบบเรียบง่าย มีแสงไฟจากถ้วยตะไล วางเรียงราย รอบๆเวที ระยิบระยับ งดงามยิ่งนัก มีกองไฟก่อไว้ให้นั่งผิงไฟแก้หนาว พร้อมกับชมการแสดงไปด้วย งานนี้คุณหมออารีย์ จากไร่ มะขามเปรี้ยว ได้มาร่วมงาน และขึ้นร้องเพลง บนเวทีภาคค่ำด้วย สถานที่ฟังธรรมก่อนฉัน อยู่บริเวณเดียวกันกับลานเวทีภาคค่ำ ให้ญาติธรรมนั่งฟังตามธรรมชาติ มีไฟดวงใหญ่ จากแสงอาทิตย์ ให้พลังความร้อน ขับไล่ความหนาว โดยจัดให้พ่อท่าน ขึ้นนั่งแสดงธรรม อยู่ด้านหน้าศาลาซาวปี๋ โรงบุญฯอยู่บริเวณด้านขวาของเวที มีสัญลักษณ์ร่มกระดาษสีขาวคันใหญ่กางอยู่บริเวณซุ้มอาหาร แจกอาหารกัน ตั้งแต่เช้า จนถึงค่ำ ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวน้ำรสเด็ด กระเพาะเจร้อนๆ ไอศกรีมเย็นๆ สำหรับผู้ต้องการ ปรับอุณหภูมิภายใน และภายนอก ให้สมดุลย์ แคบหมูเจทอดกรอบ ขนมครกควันฉุย ข้าวเกรียบปิ้งร้อน หอมกรุ่นจากเตา ข้าวหลามเผาร้อนๆ ส้มตำรสแซ่บ ข้าวเหนียวกล้องนึ่ง ถั่วเน่ารสเลิศ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย หมั่นโถว กะหรี่ปั๊บ แฮมเบอเกอร์ น้ำสมุนไพรแก้หนาว น้ำอาร์ซี ข้าวอาร์ซี ขนมปังโฮลวีท แยมผลไม้ ฯลฯ มีญาติธรรมใช้บริการตลอดทั้งวัน ที่พักฝ่ายหญิงจัดไว้ที่เขตหญิง, บริเวณชุมชนและชั้นบนของโรงครัว(เฮือนเญียะกิน) ส่วนของฝ่ายชาย จัดไว้ที่เขตชาย และ บริเวณป่าไผ่ คืนวันที่ ๒๓ ม.ค. เป็นการทดลองแสงสีเสียงจากเครื่องปั่นไฟ มีการแสดงตามธรรมชาติของผู้มาร่วมงาน บางคน ขึ้นมา ร้องเพลง ที่เพิ่งแต่งเสร็จหมาดๆ ทำให้ทั้งผู้ร้อง และผู้ฟัง ต่างลุ้นซึ่งกันและกัน จนกว่าจะจบเพลง บางคน ก็เสียงดี ระดับ นักร้องอาชีพทีเดียว สำหรับรายการในแต่ละวัน มีดังนี้ ๖ โมงเช้าเป็นต้นไป อิ่มอุ่นคลายหนาวกับอาหารนานาชนิดจากโรงบุญต่างๆอย่างไร้การถือสา ๘ โมงเช้า พ่อท่านนำหมู่สมณะ-สิกขมาตุบิณฑบาตในชุมชน ท่ามกลางสายหมอก และใบหน้า อันยิ้มแย้ม ของญาติธรรม ที่รอใส่บาตร ตลอดเส้นทาง โดยทางโรงครัว ได้จัดเตรียมข้าวห่อใบตอง ให้ญาติธรรม นำไปใส่บาตร ด้วยมิตรไมตรี ๙ โมงเช้า ฟังธรรมล้ำค่าจากพ่อท่านบนลานธรรมชาติ ๑๑ โมง รับประทานอาหารร่วมกัน ประมาณบ่ายโมง ชมการแข่งขันกีฬาอาริยะทวนกระแส ที่ให้สาระและความสนุกสนานเบิกบานใจ ๖ โมงเย็น ชมการแสดงตามธรรมชาติบนเวทีธรรมชาติ บ่าย ๒ โมงของวันที่ ๒๕ ม.ค. ประชุมสุขภาพบุญนิยม ที่กำหนดเป็นบุญญาวุธหมายเลข ๔ เช้าวันที่ ๒๖ ม.ค. ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อฟ้าดินที่ศาลาซาวปี๋ และภาคค่ำ อบอุ่นกับรายการเอื้อไออุ่น คุยกัน ตามประสาพ่อลูก แบบธรรมชาติอโศก ๒๗ ม.ค. ร่วมรับประทานอาหารเอกภัตร ฝึกเนกขัมมะเรื่องอาหารให้กับตนเอง แล้วเก็บสัมภาระ อำลาดอยแพงค่า ด้วยความขอบคุณยิ่ง เพื่อกลับไปฝึกตนให้แข็งแรง เข้มข้น ทนทาน ยืนนาน แน่นลึก นึกนบ และสัญญาว่า จะมาเยือนที่นี่อีก แน่นอน สำหรับผู้ร่วมงาน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมงานในครั้งนี้ ดังนี้ น.ส.ถึงฝัน ปั้นวิชัย ศาลีอโศก "มาครั้งแรกค่ะ ได้ต่อสู้กับอากาศหนาว ได้ฟังธรรมจากพ่อท่าน ได้เจอเพื่อนเก่าๆ ได้เห็นโรงบุญ รู้สึก ประทับใจ บรรยากาศอบอุ่นค่ะ เป็นงานของชาวอโศกที่สบายๆ ไม่ซีเรียส แต่สำหรับตัวเองต้องคุมตัวเองอยู่" น.ส.ปลูกฝัน รักษ์พงษ์อโศก ปฐมอโศก "มาเป็นครั้งที่ ๓ การจัดงานเริ่มลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับ ที่พัก อยู่กับ ธรรมชาติ ปฐมฯมาแจกโรงบุญฯ ๓ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๓-๒๕ บรรยากาศสนุกสนานทั้งผู้ให้และผู้รับ งานนี้ อากาศดีหนาว แม้จะกลัวความหนาว แต่เมื่อขึ้นมาแล้วก็ทนได้" คุณชัดคม ภูผาฟ้าน้ำ "ปีนี้อากาศหนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมา พี่น้องเป็นกันเอง เหมือนมาบ้านของตัวเอง งานไม่หนักครับ มีหลายคน มาช่วยกัน ที่จะหนักก็เรื่องขนของ รถที่เตรียมไว้เสีย ใช้งานได้คันเดียว ทำให้ฉุกละหุก บริการพี่น้องไม่ทั่วถึง โรงบุญฯ ก็ลงตัว" คุรุเพ็ญเพียรธรรม สิ้นป่าโลกีย์ สันติอโศก "บรรยากาศคลายเครียด มีความเป็นพี่เป็นน้องอย่างง่ายๆ สัมผัสได้ ทางความรู้สึก กินอยู่ อย่างธรรมชาติ สถานที่กว้างขวาง ให้พักผ่อนอย่างธรรมชาติ สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ซีเรียส เรื่องที่พักที่อยู่ เป็นอิสระ ส่วนใหญ่ จะเตรียมเต็นท์กันมา เหมือนได้มาปิคนิค อากาศดีมาก ประทับใจพ่อท่านที่เอื้อ ให้เวลากับลูกๆ ทั้งวัน เดินดูลูกๆ กินทั้งมื้อเช้า มื้อเย็น" คุณหมออารีย์ วชิรมโน นครพนม "มีความสุขมากครับ ดีใจมากที่พบกับชาวอโศก แต่พวกเรายังสุขภาพเสียกัน จะต้องยิ้ม หัวเราะ ให้มากกว่านี้ เพราะบางคนยังเครียด ปีนี้มีเวลาน้อย อยากจะบรรยายให้มากกว่านี้ ปีหน้า จะขับรถไปเอง จะได้อยู่ หลายๆวัน บรรยายให้พวกเรา ให้ได้ความรู้มากกว่านี้" ครั้งที่ ๒ ฉลองหนาวที่ดอยแพงค่าเริ่มที่ ๖ องศาฯใช้ไฟฟ้าผลิตเอง ชมชนหลายดอยร่วมแข่งกีฬาอาริยะ ชาวดอยคว้าชัยกีฬาอาริยะ พ่อท่านชื่นชมชาวภูผาฟ้าน้ำ รู้จักเก็บผักป่ามากิน ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ(ดอยแพงค่า) จัดงานฉลองหนาว ธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๕ ม.ค.๔๗ โดยมี จุดมุ่งหมาย เพื่อให้ชาวอโศก ได้มาพักผ่อน หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี และมีโอกาสพบปะ คบคุ้น สนทนาแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ การปฏิบัติธรรม และการทำงานศาสนา สุดยอด ของงานครั้งนี้ คือ ฟังสัมมาทิฐิจากพ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ น้อมนำเป็นแนวทาง ในการปฏิบัติธรรม และการทำงานศาสนาต่อไป ช่วงวันที่ ๑๐-๒๐ ม.ค. นร.สัมมาสิกขาชั้น ม.๖ จากทุกแห่งมาเข้าคอร์สขบวนการกลุ่ม ทบทวนตัวเอง และช่วยเตรียมงาน ฉลองหนาว ทั้งด้านสถานที่พัก-ถนน-ที่จอดรถ -เวทีภาคค่ำ-ซุ้มอาหาร โรงบุญ-ห้องน้ำ-เตาหุงข้าว อากาศบนดอยแพงค่าก่อนเริ่มงานอุณหภูมิต่ำสุดถึง ๒-๓ องศาเซลเซียสและค่อยๆสูงขึ้น ๖-๑๒ องศาฯ ในช่วงงาน สำหรับระบบ แสงสีเสียง ที่ใช้ในงานครั้งนี้ ได้จากการแปรพลังงานน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานไฟฟ้า บรรยากาศของงาน เริ่มต้นที่ชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย สาขาเชียงใหม่ (ชมร.ช.ม.) สมณะ-สิกขมาตุ ญาติธรรม ที่เดินทาง มาร่วมงาน จากที่ต่างๆ ได้เดินทางมาพบกันที่นี่ โดยมิได้นัดหมาย เพื่อไปรับพ่อท่านที่สนามบินเชียงใหม่ และฉันภัตตาหารที่ ชมร.ช.ม. หลังจากนั้น ญาติธรรม ได้กราบนิมนต์พ่อท่าน ไปชมงานไม้แกะสลักที่ล้ำค่า แห่งล้านนา งานอนุรักษ์ เพื่อมวลชน เป็นศิลปะที่หาดูได้ยากยิ่งที่บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง วันนั้น อ.จรวย ณ สุนทร เจ้าของบ้านฯ ได้ร่วมทำบุญ เปิดให้สมณะ และคณะญาติธรรม ชมฟรี เวลา ๑๕.๔๐ น. โดยประมาณ พ่อท่านเดินทางถึงพุทธสถาน ภูผาฟ้าน้ำ ดอยแพงค่า สำหรับรายการในแต่ละวัน ๐๖.๐๐ น. เริ่มต้นเปิดโรงบุญ ๐๘.๓๐ น. พ่อท่านนำหมู่สมณะ-สิกขมาตุบิณฑบาต ในชุมชน ๐๙.๓๐ น. พ่อท่านแสดงธรรม ที่ลานหญ้า หน้าศาลาซาวปี๋ ญาติธรรมที่ไม่ได้ไปร่วมงานควรหาเทปมาฟังให้ได้ ส่วนญาติธรรม ที่ไปร่วมงาน ก็ควรหาเทป มาฟังซ้ำอีกหลายๆ รอบด้วย ดีจริงๆ ๑๘.๐๐ น. การแสดงภาคค่ำ บริเวณลานหญ้า หน้าศาลาซาวปี๋ จากพี่น้องชุมชนต่างๆที่มาร่วมงาน มีโคมล้อหมุนโศลกธรรม "ไม่รอ ไม่หวัง แต่เราทำด้วยวิชชา" ตั้งโชว์ อยู่ด้านข้างเวที ๒๒ ม.ค. เวลา ๐๕.๐๐-๐๙.๕๐ น. สมณะมหาเถระจำนวน ๒๔ รูป (ไม่ได้มา ๔ รูป) ร่วมประชุมครั้งที่ ๑ ที่ศาลาจงกรม เขตสมณะ พักฉันภัตตาหาร และประชุมต่อจนถึงเวลา ๑๓.๔๕ น. โดยมีพ่อท่านให้โอวาทปิดประชุม ภาคค่ำรายการเอื้อไออุ่นจากสมณะมหาเถระ และเป็นการทดลองระบบไฟฟ้า-เครื่องเสียงที่เวทีธรรมชาติไปในตัว ดำเนินรายการ โดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร สมณะมหาเถระขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ การเข็นกงล้อธรรมจักร ที่กำลังพาทำ และเรื่องราวแต่หนหลัง ของบรรพชนภูผาฯ ทั้งสมณะกระบี่บุญ มนาโป และคุณภูฟ้า (ยุทธนา) แพงค่าอโศก ที่ต่าง ล่วงลับไปแล้ว เหลือไว้แต่คุณงามความดี และผลงานฝากไว้ เป็นอนุสรณ์ให้ชนรุ่นหลัง ได้จดจำและดำเนินรอยตาม ๒๓ ม.ค. ต้อนรับงานฉลองหนาวฯ ด้วยอุณหภูมิ ๖ องศาฯ ด้วยบรรยากาศของโรงบุญฯอาหารมากมายจากพี่น้องทั่วประเทศ กาแฟถั่วเหลืองร้อนๆกลิ่นหอมกรุ่น พร้อมขนมปังโฮลวีทปิ้งร้อนๆทาครีมงาเป็นหนึ่งในหลายเมนูเชิญชวนให้ขับไล่ความหนาว หรือ จะเป็นปาท่องโก๋ จากปฐมอโศก ที่ทอดด้วยน้ำมันใหม่ๆ ไร้สารอนุมูลอิสระ หากอยากจะชิมขนมครก แป้งข้าวกล้องรสเลิศ ที่ผู้กิน มาช่วยกันหยอด ช่วยกันแคะ บรรยากาศของโรงบุญอบอุ่นด้วยมิตรไมตรีของการให้ซึ่งกันและกัน ที่ผู้ให้ก็ยินดี ผู้รับก็ยินดี ดุจเป็นแดนสวรรค์ สุดขอบฟ้า ดินแดนแห่งการให้ ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน หลังฉันพ่อท่านพร้อมสมณะ-สิกขมาตุ ร่วมเปิดพิพิธกัมม์บนท่อนซุง บริเวณที่จะสร้างพระวิหารดอยฟ้า และที่เขตสมณะ มีสมณะ-ญาติธรรมจำนวนหนึ่ง ช่วยกันสร้างกุฏิดิน ซึ่งสามารถสร้างเสร็จภายใน ๓ วัน ๑๖.๐๐ น. ประชุมสภานิสิตทุกวิชชาเขต เพื่อร่วมเตรียมงานพุทธาภิเษกฯที่ศาลีอโศก โดยนิสิตม.วช. และ นร.สัมมาสิกขา ชั้นม.๑ ทุกแห่ง เข้าพื้นที่ ช่วยเตรียมงาน ก่อนรายการภาคค่ำ พี่น้องปกากะญอ มาฟ้อนดาบแบบโบราณต้นฉบับของปกากะญอให้ชมที่ลานสนามหญ้า ภาคค่ำรายการแสดงบนเวทีธรรมชาติ จากชุมชนต่างๆที่มาร่วมงาน พร้อมภูมิปัญญาไทยจากคุณใจเดียว ปฐมอโศก โชว์ผลงาน แปรพลังงาน จากใบไม้ที่ทับถม มาเป็นแก๊สบรรจุถัง เพื่อจุดตะเกียงให้แสงสว่าง และนำพลังงานความร้อน จากตะเกียง ต้มน้ำร้อน รับประทานได้อีก ๒๔ ม.ค. งานวันที่ ๒ พร้อมกับอุณหภูมิ ๘ องศาฯ ภาคบ่ายเปิดตลาดอาริยะขายเสื้อยืดต่ำกว่าทุน แล้วร่วมกันสนุกสนาน ได้สาระจาก กีฬาอาริยะ ที่ได้ผลงาน ฝากไว้ให้ชาวภูผาฯได้ใช้ประโยชน์ ทั้งจักตอก ผ่าฟืน ตำข้าว เสร็จแล้วผู้เข้าแข่งขันและ ผู้ชมร่วมบุญขนฟืนจากการแข่งขันเข้าโรงครัว ต่อด้วยกีฬาตักทราย จากลำธาร เก็บฟืนจากป่า เก็บผักป่า ตามลำดับ ภาคค่ำพักผ่อนหย่อนใจและวางใจ ชมการแสดงจากเครือข่ายชุมชนต่างๆ และแสดงทิหวา (ทิแปลว่ากระทบ, หวาแปลว่าไม้ไผ่) เป็นการแสดงดั้งเดิม ของพี่น้องปกากะญอ ที่กำลังจะสูญหายคล้ายๆกับการเต้น ลาวกระทบไม้ แบบตาหมากรุกโดยพี่น้องปกากะญอ จากศูนย์การเรียนรู้ชุมชน แม่ฟ้าหลวง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และผู้ชนะเลิศที่ ๑-๓ จากกีฬาอาริยะทั้ง ๖ ประเภทเข้ารับโล่รางวัลจากพ่อท่าน โล่รางวัลที่ ๑ เป็นเหรียญทอง ๑ สลึง รางวัลที่ ๒ เป็นเหรียญเงิน ๑ บาท และรางวัลที่ ๓ เป็นเหรียญทองแดง ๕ บาท การแข่งขันปีนี้ พี่น้องจากปกากะญอแชมป์เก่า กวาดรางวัลที่ ๑ ไปเกือบทุกประเภท เหลือเพียงกีฬาจักตอกเท่านั้นที่ไม่ได้ ๒๕ ม.ค. ๐๕.๐๐-๐๘.๓๐ น. ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อฟ้าดิน ที่ศาลาซาวปี๋ พ่อท่านเป็นประธาน ย้ำยืนยัน ถึงการเมือง แบบอริยะคือการทำงานศาสนา ภาคบ่ายพักผ่อนตามธรรมชาติ บ้างเที่ยวชมธรรมชาติที่หน้าต่างโลก บ้างไปแช่น้ำร้อนที่โป่งเดือด ๖ โมงเย็น รายการเอื้อไออุ่นโดยพ่อท่าน พร้อมกับฝากสุดท้ายจากพ่อท่านว่า มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้น ของพรหมจรรย์ ๒๖ ม.ค. อาจารย์ ๑ นำหมู่สมณะบิณฑบาตในชุมชน แล้วร่วมรับประทานอาหารเอกภัตร อาหารเรียบง่าย แต่มากมาย ด้วยคุณค่า ที่มีที่นี่เพียงแห่งเดียว แต่ละคนเก็บสัมภาระอำลาดอยแพงค่า ด้วยความประทับใจในมิตรไมตรีจากทุกๆคน โดยเฉพาะชาว ชมร. ช.ม. ที่ให้บริการ ทุกระดับ ประทับใจไม่รู้ลืม ทั้งที่พัก อาหารและความสะดวกในการเดินทางสู่ดอยแพงค่า อย่างอบอุ่น และพี่น้อง ชาวภูผาฯ ที่ให้การต้อนรับ อย่างอบอุ่น ตลอดงานเช่นกัน ครั้งที่ ๓ ชาวอโศกจัดแข่งกีฬาอาริยะในงานฉลองหนาวฯบนดอยชาวหัวเลากวาดรางวัลไปเพียบ แม่จันทร์แชมป์ ๓ สมัยผ่าฟืนผู้ใหญ่บ้าน อบต.มาดูงานคุณลานนาจากบ้านราชฯ คว้า แชมป์จักตอก ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ดอยแพงค่า จัดงานฉลองหนาวธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ ม.ค.๒๕๔๘ ที่อุณหภูมิ ๘-๑๐ องศาเซลเซียส เป็นงานที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้มาพักผ่อน อย่างเต็มที่หลังจากตรากตรำทำงานมาตลอดทั้งปี โดยเฉพาะ พวกเราเพิ่งกลับจากงานซับขวัญชาวใต้ ๒๗ ม.ค. ประมาณ ๘ โมงเช้า พ่อท่านพร้อมปัจฉาสมณะถึงท่าอากาศยานนานาชาติ จ.เชียงใหม่ มีสมณะ-สิกขมาตุ ญาติธรรม ไปรอรับพอสมควร แล้วแวะไปเยี่ยมญาติธรรม คุณไพโรจน์ ภัทรโกศล อายุ ๘๕ ปี หลังจากนั้นไปฉันอาหารที่บ้าน คุณใจประนม เจริญทรัพย์ ที่ อ.สันทราย ซึ่งเตรียมอาหารไว้ต้อนรับพวกเรามากมาย สำหรับที่ ชมร.ช.ม.หยุดบริการ ๑ เดือน จะเปิดบริการในวันที่ ๓ ม.ค. ประมาณบ่าย ๒ โมงพ่อท่านเดินทางถึงดอยแพงค่า มีอาจารย์หนึ่ง(สมณะบินบน ถิรจิตโต) สมณะ ญาติธรรม รอรับอยู่ตลอดเส้นทาง สำหรับสัมภาระของผู้มาร่วมงาน มีรถรับส่งบริการอย่างประทับใจ มีจุดบริการน้ำร้อนสำหรับขับไล่ความหนาวตลอดเวลา และ แผนกล้างจาน ก็เตรียมน้ำอุ่นไว้สำหรับล้างจาน ที่โรงครัวและโรงบุญ ปีนี้มีผู้มาลงทะเบียนทั้งหมด ๗๐๒ คน เป็นสมณะ-พระอาคันตุกะ ๖๘ รูป, สิกขมาตุ ๗ รูป, ญาติธรรม ๖๒๗ คน ซึ่งจะได้รับ เท็ปธรรมะ และหนังสือภูผาฟ้าน้ำนิวส์ ฉบับที่ ๑๒ แก่ผู้มาลงทะเบียน ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการที่ลานธรรมชาติ "สมณะร่วมรำลึกถึงสึนามิ" สมณะที่ร่วมเดินทางไปซับขวัญชาวใต้ ขึ้นพูด รำลึกถึงเหตุการณ์ และประโยชน์ตน-ประโยชน์ท่านที่ได้รับ ดำเนินรายการโดยสมณะฟ้าไท สมชาติโก ในช่วงแรก และ สมณะบินบน ถิรจิตโต ในช่วงสุดท้าย ๒๘ ม.ค. โรงบุญเปิดบริการตั้งแต่ ๖ โมงเช้า อาหารแบบเรียบง่ายมีมากมายไว้บริการ ปีนี้โรงบุญย้ายไปอยู่ในป่าสัก ทำให้ได้บรรยากาศ แบบธรรมชาติยิ่งขึ้น ประมาณ ๘ โมงเช้า พ่อท่านนำหมู่สมณะบิณฑบาตในชุมชน ๙ โมงเช้าพ่อท่าน แสดงธรรมก่อนฉัน หลังการแสดงธรรม มีขบวนแห่โรงบุญฯ ฟ้อนเจิง ศิลปะการฟ้อน ที่แฝงด้วยท่าออกกำลังกายแบบภูมิปัญญาล้านนาที่น่าทึ่ง การปล่อยโคม (หรือว่าวลม) จำนวน ๘ ลูก และมีตลาดอาริยะน้อยๆ จำหน่ายสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแก่พี่น้อง ปะกาเกอะญอ และญาติธรรมที่มาร่วมงาน ๑๒.๓๐ น. นัดหมายญาติธรรมที่จะช่วยทำแนวกันไฟป่าที่ศาลาซาวปี๋ และ ๑๓.๐๐ น. ออกเดินทางไปทำแนวกันไฟ โดยมีพี่น้อง จากบ้านหัวเลานำทีมบุกเบิก ญาติธรรมให้ความร่วมมือมากมาย จนสามารถแบ่งออกเป็น ๙ สาย ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการเอื้อไออุ่น โดยพ่อท่าน ๒๙ ม.ค. ช่วงเช้ามีการฟ้อนเจิงไล่ความหนาว ๐๗.๐๐ น. ประชุมสภานิสิตสัมมาสิกขาลัยวังชีวิตเพื่อเตรียมงานพุทธาฯ ๐๘.๓๐ น. ประชุมพรรคเพื่อฟ้าดินของสาขาลำดับที่ ๘ จ.เชียงใหม่ เสร็จแล้วพ่อท่านแสดงธรรมก่อนฉัน ๑๒.๐๐-๑๕.๓๐ น. การแข่งขันกีฬาอาริยะต่างๆก็เริ่มขึ้นตามลำดับ ดังนี้ ๑. เก็บผักป่าประเภททีม ๓ คน โดยเน้นคุณภาพและปริมาณ คือ รู้สรรพคุณ ว่าเป็นยาหรืออาหาร ความหลากหลาย ในชนิดของผักป่า ที่เก็บได้ ทีมชนะเลิศที่ ๑ ทีมหัวเลาชาย, ที่ ๒ ทีมปายผสม, ที่ ๓ ทีมหัวเลาหญิงป่าแป๋ ๒. จักตอก ประเภทเดี่ยว โดยเน้นคุณภาพและปริมาณ คือ เส้นเสมอกันและมีปริมาณมากกว่า ชนะเลิศที่ ๑ นางลานนา จากบ้านราชฯ, ที่ ๒ นายอำนวย จากกลุ่มฮอมบุญ, ที่ ๓ นางใจทิพย์ จากดอยรายปรายฟ้า ๓. หักฟืน ประเภททีม ๓ คน การเก็บฟืนจากป่าโดยไม่ทำลายธรรมชาติและทำ ให้ป่าสะอาดขึ้น ทีมชนะเลิศที่ ๑ ทีมหัวเลา, ที่๒ ทีมเด็กดอย, ที่ ๓ ทีมฮอมบุญ ๔. ผ่าฟืนชาย ประเภทเดี่ยว ชนะเลิศที่ ๑ คุณชัชวาล บ้านหัวเลา, ที่ ๒ คุณเสน บ้านหัวเลา, ที่ ๓ คุณประยูร ศีรษะอโศก ผ่าฟืนหญิง ประเภทเดี่ยว ชนะเลิศที่ ๑ คุณจันทร์ บ้านหัวเลา, ที่ ๒ คุณน้อย บ้านหัวเลา, ที่ ๓ คุณเพลิน ดอยรายปลายฟ้า ๕. ตำข้าว ประเภททีม ๕ คน ทีมชนะเลิศที่ ๑ ทีมศีรษะอโศก, ที่ ๒ ทีม น.ร.ส.ส.ภ.(ภูผาฟ้าน้ำ), ที่ ๓ ทีมแด่ชีวิต ๖. ตักทราย ประเภททีม ๗ คน ทีมชนะเลิศที่ ๑ ทีมหัวเลา ๑ คุณสุวัจน์, ที่ ๒ ทีมหัวเลา ๒ คุณบุญธรรม, ที่ ๓ ทีมหัวเลา ๓ คุณจันทร์ รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศที่ ๑-๒-๓ ทั้งประเภททีมและประเภทเดี่ยว จะได้รับ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน