580128-รายงานพ่อครูสัญจรภาคเหนือ และร่วมงานฉลองหนาว ธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๑๑.doc.docx

โฟลเดอร์งานฉลองหนาว
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์34 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

580128- รายงานพ่อครูสัญจรภาคเหนือ และร่วมงานฉลองหนาว ธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๑๑ พฤ . ๒๒ - จ . ๒๖ ม . ค . ๒๕๕๘ งานฉลองหนาวธรรมชาติอโศกครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๑ ภายหลังจากว่างเว้นการจัดงานมา ๑ ปีเนื่องจากต้นปี ๒๕๕๗ ชาวอโศกไปร่วมชุมนุมกับกปปส . ข้ามปี จึงงดจัดงาน ๑ ปี ปีนี้ สถานการณ์ทางการเมือง เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ชาวอโศกจึงได้จัดงานตามปกติ ครั้งนี้เป็นครั้งพิเศษ เพราะพ่อครูสมณะโพธิรักษ์มีกำหนดการจะมาร่วมงานด้วย ซึ่งปีสุดท้ายที่พ่อครูได้มาร่วมฉลองหนาวคือปี ๒๕๕๑ ผ่านมา ๗ ปีเลยทีเดียว วันพฤหัสบดี ที่ ๒๒ ม . ค . ๒๕๕๘ พ่อครูเดินทางจากสันติอโศก เวลา ๐๕ . ๐๐ น . ไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง กทม . เพื่อเดินทางไปจ . เชียงใหม่ ระหว่างอยู่บนรถพ่อครูก็ได้แง่คิดเรื่องที่จะเทศนาระหว่างสนทนากับปัจฉาฯ เรื่องปรองดอง ๕ แบบ และระหว่างรอขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง กทม . พ่อครูก็ได้พบกับพระสุเทพ และพระที่เคยเป็นอดีตสส . เช่น พระอิสระ ชมชัย ที่รอจะขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปจ . สุราษฎร์ธานี ก็ได้โอภาปราศรัยกันอย่างอบอุ่น ที่ครั้งหนึ่งได้เคยร่วมต่อสู้ ร่วมเป็นร่วมตายกัน ในการชุมนุม กปปส . พ่อครูพร้อมทั้งปัจฉาฯ สมณะรวม ๕ รูป เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติ จ . เชียงใหม่ เวลา ๐๘ . ๐๐ น . มีสมณะ สิกขมาตุ ญาติธรรม และนร . สัมมาสิกขา มาต้อนรับพ่อครูและสมณะสิกขมาตุกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นจึงได้เดินทางสู่ ชมร . เชียงใหม่หรือห้องเรียน ๔ ภูผาฟ้าน้ำ ๐๘ . ๐๐ น . สมณะ ๑๙ รูป สิกขมาตุ ๖ รูป ออกบิณฑบาต นำโดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ โดยตั้งแถวอยู่หน้าปั๊มน้ำมันข้างชมร . เชียงใหม่ แล้วเดินบิณฑบาตมาหน้าชมร . ชม . แล้วเข้าประสู่ประตูด้านหน้า มีญาติธรรมมาใส่บาตรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะญาติธรรมผู้อายุยาว ต่าง

อ่านต่อ

ปลื้มปีติที่ได้มาใส่บาตรพ่อครูและสมณะสิกขมาตุ เพราะพ่อครูไม่ได้มาที่นี่ ประมาณ ๗ ปีมาแล้ว ๐๙ . ๐๐ น . พ่อครูแสดงธรรมก่อนฉัน มีสมณะร่วมฟังธรรมพ่อครู ๒๕ รูป พระอาคันตุกะ ๑ รูป สิกขมาตุ ๗ รูป พ่อครูแสดงธรรมเรื่อง ปรองดองแบบพุทธ ๕ แบบ ซึ่ง มีเนื้อหาที่เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันของบ้านเมือง โดยพ่อครูได้ให้วิชาการพระพุทธเจ้า ในเรื่องการจะปรองดองหรือไม่ก็ให้ประมาณใน ๕ สภาพ ๑ . สังวาส แปลว่ามีธรรมะอันเป็นเครื่องอยู่ร่วมกัน เรามีพุทธธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นหลักตัดสิน เราก็อยู่รวมกันเป็นทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา ๒ . สมานสังวาส สังคมธรรมดาจะให้คนไม่ขัดแย้งกันเลยไม่ได้ ปรมาณูสองหน่วยขึ้นไปไม่มีวันเหมือนกัน ยิ่งของใหญ่ขึ้นมาก็ไม่มีอะไรเหมือนกันเป๊ะหรอก สรุปคือสังคมต่างจิตต่างใจอยู่กันอย่างสมานสังวาส คือไม่แย้งกันเลยก็ไม่ได้ อาตมาแปล ความสามัคคีว่า คือความขัดแย้งอันพอเหมาะ เพราะเมื่อมีความมีแล้วไม่มีอะไรที่ไม่ขัดแย้ง ยิ่งวัตถุยิ่งแล้ว แม้จิตใจก็มีนิพพานที่เป็นที่สุด เป็นความไม่ขัดแย้ง แม้อรหันต์ท่านก็จะเป็นผู้ยอม ซึ่งถ้าคนอื่นดึงดันจะเอาชนะแล้วไม่ยอม พระอรหันต์ท่านก็ยอมได้ อย่าไปเข้าใจว่า ผู้ยอมคือผู้แพ้อย่างเด็ดขาด จริงๆผู้ยอมแพ้นั้นแหละคือผู้ชนะ อาตมาเคยยอมแพ้มาแล้ว นี่คือเรื่องจริง แล้วที่เขาไม่ยอมอยู่ทุกวันนี้ แม้รู้ว่าตนเองผิด ก็จะเอาชนะ หรือไม่รู้ว่าตนผิดก็แล้วแต่ ๓ . นานาสังวาส อันนี้อาตมาเป็นตัวอย่างเลยของนานาสังวาส เพราะในยุคพระพุทธเจ้าก็เกิดครั้งเดียวแล้วไม่ได้ใช้อีก แต่ในยุคกทม . นี่ก็มีการใช้ ในธรรมยุต เขาประกาศนานาสังวาส ตอนนั้นในสมัย ร . ๔ ที่มีหลักฐานการลงชื่อนานาสังวาส แต่เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจกัน ก็อยู่กันอย่างพะอืดพะอม อยู่กันไป คำว่านานาสังวาส เป็นเรื่องความเห็นแยกกัน พระพุทธเจ้าว่า ๑ . มีการประพฤติไม่เหมือนกัน ๒ . มีการอธิบายขยายความธรรมะ ( อุเทส ) ต่างกัน เช่นอธิบายศีล สมาธิ ปัญญา คนละอย่างกัน วิมุติ นิโรธ นิพพาน ต่างกันเลย ซึ่งมนุษย์มีความเห็นต่างกันได้ธรรมดา อาตมาก็เห็นอย่างอาตมาเขาก็เห็นอย่างเขา ๓ . กรรมต่างกัน คือความประพฤติปฏิบัติต่างกัน เช่นพวกเราไม่กินเนื้อสัตว์เป็นต้น ยิ่งเป็นนักบวชยิ่งต่าง เช่นพวกเราไม่รับเงินเป็นต้น ความเข้าใจศีลก็ต่างกัน เขาเข้าใจว่าศีลแค่กายกับวาจา แต่ของเราว่าศีลต้องเข้าถึงจิต ๔ . อุเทส การตีความเข้าใจธรรมะต่างกัน ก็ประกาศแยกกันทำ ในนานาสังวาส แม้ไม่อยู่ร่วมหมู่กันแต่ก็อยู่ในโลกใบเดียวกัน ตำหนิกันได้ คัดค้านแย้งอย่างจังได้ พูดไปว่าไป แต่อย่าตีรันฟันแทงหรือไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องกันได้ เพราะต่างคนต่างเห็นกันต่างกันก็ไม่มีใครตัดสินได้ แล้วอย่าฟ้องร้องกัน ฟ้องก็ผิดหลัก ๔ . นิกาย อันนี้แยกกันจริงแล้ว จะมาร่วมกันอีกคุณต้องเปลี่ยนทั้งรูปธรรมและความคิดความเห็น เช่นคุณบวชอยู่ฝ่ายเก่า แต่จะเปลี่ยนมาอยู่อีกฝ่ายก็ต้องเปลี่ยนทั้งรูปแบบคือต้องสึกมาก่อน แล้วมาเปลี่ยนเป็นอีกนิกาย แล้วเอาใจจริงเป็นหลักที่คุณต้องเปลี่ยน แต่ก็เอารูปแบบด้วยที่ต้องเปลี่ยน แล้วมีนัยของธรรมวินัยอีกมากที่ต้องคำนึง เช่นนิกายบางนิกายคือพระญี่ปุ่นศีลวินัยของเขาคือมีเมียได้ หรือว่าใช้เงินได้ อีกนิกายว่าใช้เงินไม่ได้ หรือนิกายหนึ่งว่า ปาราชิกแล้วก็อยู่กับหมู่ได้ แต่บวชไม่ได้เท่านั้น เราก็ว่า สมี นี่นะ เป็นโทษร้ายแรงสุดของศาสนา เรียกว่าตายไปชาติหนึ่งจากศาสนาเลย เป็นตาลยอดด้วนหรือกระเบื้องแตก ใบไม้เหลืองหลุดจากขั้ว ก็ต่อกันอีกไม่ติด แต่อีกคณะหนึ่งก็ยังคบหากันอยู่ เป็นปลาแดกที่เน่าแล้วไม่ไหวแล้ว ก็ยังรับประทานอยู่ เราก็ว่าไม่ไหวหรอก เราก็ขอแยก ในระดับนิกาย จึงเป็นพวกต่างก็อยู่ ต่างก็ทำ ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนทั้งความเห็นและการกระทำ ๕ . อสังวาส คือร่วมกันไม่ได้เลย ตายจากกันไป๑ชาติเลยในเรื่องศาสนา เพราะปาราชิกเป็นโทษร้ายแรงสุด ร้ายแรงกว่าพรหมทัณฑ์ ที่เป็นโทษร้ายแรงรองจากปาราชิก พรหมทัณฑ์คือไม่บอกไม่สอน ทำเหมือนเขาเป็นคนที่ไม่มีตัวตน ช่างศีรษะเลย คุณจะดีหรือชั่วก็แล้วแต่คุณ ไม่บอกไม่สอนเลย แต่ก็ให้อยู่กับหมู่ได้ ส่วนพรหมทัณฑ์นี่มีสิทธิ์เข้าหมู่ได้ แต่ปาราชิกนี้ไม่สามารถเข้าหมู่ได้อีก ความเห็นอันนี้ของอาตมากับมหาเถรสมาคมนั้นก็ไม่เหมือนกัน อาตมาก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ เพราะปาราชิกนี่โทษหนักนะ แต่ไปซูเอี๋ยกัน แล้วใครจะไปกลัวโทษปาราชิก ถ้าคนปาราชิกมาในที่นี้ก็ต้องหยุดเทศน์ ให้เขาออกไปพ้นรัศมีที่จะฟังเทศน์ได้จึงเทศน์ได้นี่โทษร้ายแรงขนาดนี้เลย แต่รู้ทั้งรู้ว่าคนนี้ปาราชิก แต่ก็ทำลูบหน้าปะจมูกไป ไม่ไหว เราก็ไม่เอาด้วย สรุปแล้วอสังวาสคือขาดกันไป ๑ ชาติเลย แต่ก็เรื่องเมตตาเป็นสัตว์ร่วมโลกกันก็ให้ได้แต่ว่าเรื่องธรรมะนี่ไม่เอื้อไม่ให้เลย หลังเทศนาก่อนฉัน พ่อครูก็ได้แจกเข็มกลัดพญาแร้ง ๘๐ ปีไม่มีแก่ จากนั้นก็ฉันภัตตาหารที่ ชมร . เชียงใหม่ ในช่วงบ่ายหลังฉันพ่อครูเดินทางไปเยือนห้องเรียน ๓ ภูผาฟ้าน้ำ หรือลานนาอโศก ตั้งอยู่ที่ ต . หนองจ๊อม อ . สันทราย จ . เชียงใหม่ ๑๒ . ๕๐ น . หลังฉัน พ่อครูเดินทางออกจากชมร . เชียงใหม่ มาแวะเยี่ยมลานนาอโศกเมื่อมาถึงลานนาอโศกหรือห้องเรียน ๓ ภูผาฟ้าน้ำ ภายหลังจากกราบพระพุทธาภิธรรมนิมิต พ่อครูก็ได้เดินชมรอบๆบริเวณลานนาอโศก ที่เป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุชุมชนของชาวอโศกอีกแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้งดออกอากาศเนื่องจากคำสั่งคสช . และที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของชมรมผู้อายุยาวลานนาอโศกที่จะมีผู้อายุยาวชาวอโศกทางภาคเหนือมาร่วมกันทำกิจกรรมที่นี่ทุกวันเสาร์อีกด้วย พ่อครูพูดเปรยว่า เมื่อก่อนที่นี่เป็นทุ่งนาปลูกข้าว แต่เดี๋ยวนี้เป็นนาบัวไปหมดแล้ว ๑๔ . ๔๐ น . จากนั้นพ่อครูจึงได้ออกจากลานนาอโศกไปที่ธุลีฟ้ารีสอร์ท ที่ ต . โป่งแยง อ . แม่ริม จ . เชียงใหม่ ต . โป่งแยง อ . แม่ริม จ . เชียงใหม่ โดยมาถึงตอนประมาณ ๑๖ . ๐๐ น . จากนั้นพ่อครูก็ได้ พาหมู่สมณะสิกขมาตุญาติธรรมกราบพระพุทธาภิธรรมนิมิต แล้วทางธุลีฟ้าฯก็นิมนต์พ่อครูให้พักผ่อน ส่วนกิจกรรมที่มีช่วงเย็นนั้น นั้น ก็มีการจัดการมั่ว ( ตามแบบจัดเลี้ยงต้อนรับคณะญาติธรรมตามแบบของชาวล้านนา ) มีโรงบุญมังสวิรัติ แจก ข้าวเหนียวส้มต่ำ ข้าวขาหมูเจ ผัดไทย ลูกชิ้นเจทอด ขนมจีนน้ำเงี้ยว ขนมปัง ฯลฯ มีเวทีร้องเพลง ในช่วงเย็นภายหลังพักผ่อนพ่อครูก็ได้แจกเข็มกลัดพญาแร้ง ๘๐ ปีไม่มีแก่ ให้กับญาติธรรมที่ยังไม่ได้รับ มีญาติธรรมมารับกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็ได้แจกผ้าห่มที่ทางธุลีฟ้ารีสอร์ทจัดไว้ให้กับผู้อายุยาว ไปจนถึงผู้อายุไม่ยาวตามลำดับ กิจกรรมในช่วงค่ำของวันนี้ มีการจัดมินิคอนเสิร์ท โดยมีนักดนตรีชาวอโศกมาขับกล่อมบทเพลง ให้แก่ญาติธรรม พร้อมกับมีการจับฉลากสอยดาว โดยมีรางวัลจำนวนหลายร้อยชิ้น มีรางวัลใหญ่คือ ภาพของพ่อครูที่มีลายเซ็นต์ของพ่อครูอีกด้วย วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๘ ที่ธุลีฟ้ารีสอร์ทเพื่อสุขภาพ ๐๗ . ๐๐ - ๐๙ . ๐๐ น . เช้านี้พ่อครูนำสมณะสิกขมาตุ ออกบิณบาตที่บริเวณภายในธุลีฟ้า รีสอร์ท ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในอ้อมกอดขุนเขา ผ่านน้ำพุธรรมชาติ ที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติ เป็นแหล่งน้ำแร่ที่ดีมากของธุลีฟ้ารีสอร์ท ๐๙ . ๐๐ - ๑๑ . ๐๐ น . พ่อครูแสดงธรรมก่อนฉัน ที่ลานหญ้าในธุลีฟ้ารีสอร์ท วันนี้พ่อครูเทศน์กัณฑ์พิเศษ เรื่อง “เชิดวิชา มหาคุณ” เป็นการเชิดชูคุณค่าของคนดีที่ทำเพื่อบ้านเมืองในยามนี้คือคุณวิชา มหาคุณ ที่ทำคดีรับจำนำข้าว และวันนี้เองหลังพ่อครูเทศน์ในช่วงบ่าย สนช . ก็ได้ลงคะแนนตัดสินมีมติถอดถอน อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ทำให้หมดสิทธิ์ลงเลือกตั้งอีกอย่างน้อย ๕ ปี ท้ายการเทศน์พ่อครูได้อ่านกวีของ อิสราที่แต่งมาให้สดๆว่า ธุลีฟ้าธุลีงามดุจความฝัน ธุลีนั้นยิ่งใหญ่ ในคุณค่า พิสูจน์จริงยิ่งให้ยิ่งได้มา ยิ่งศรัทธายิ่งสดใส ซึ้งในธรรม ๑๓ . ๑๕ น . พ่อครูเดินทางจากธุลีฟ้าฯ มาถึงชุมชนบ้านพืชผัก สวนชายดอยในเวลาประมาณ ๑๔ . ๑๕ น . เพื่อทำยัญพิธี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุให้กับพระพุทธาภิธรรมนิมิต พ่อครูพากราบพระพุทธาภิธรรมนิมิตแล้วจึงกล่าวนำก่อนทำยัญพิธี จากนั้นจึงได้พาสวดมนต์สั้นแล้วทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในเวลา ๑๔ . ๕๕ น . ซึ่งก็ทำพิธีอย่างเรียบง่าย เสร็จแล้วพ่อครูยังได้ให้ความรู้กับพวกเราอีกว่า ... พระธาตุนี่เชื่อกันว่าเป็นพระอัฐิของพระพุทธเจ้า แล้วเขาก็เห็นว่า สิ่งนี้เพิ่มเติมได้ พระพุทธศาสนาไปที่ไหนก็เกิดได้เพิ่มขึ้น เขาก็ว่างอกได้ เพิ่มได้ คนก็ว่าจริงหรือไม่ ? พระพุทธรูปมีจริงไหม ? ก็ไม่จริง ไม่มีส่วนใดเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเลย แล้วเราก็สมมุติยึดกันว่าเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า ขนาดพระพุทธรูปน้อยใหญ่เราก็กราบได้ แต่พระบรมฯนี้สมมุติว่าจริงเราก็เคารพได้ แต่ถึงไม่จริงก็เหมือนพระพุทธรูปเราก็เคารพได้เหมือนกัน เขาอาจมีพิสูจน์อย่างนั้นอย่างนี้เอาไปลอยน้ำหรือเอาไปทำอย่างอื่น ก็ตาม แต่จริงหรือไม่เราก็เคารพได้ เหมือนพระพุทธรูป หลังทำพิธี ครูดีบุญ รายงานความเป็นอยู่ของบ้านพืชผัก สวนชายดอย ระหว่างนั้นพ่อครูแจกเหรียญพญาแร้ง ๘๐ ปีไม่มีแก่ พ่อครูจะถามญาติโยมว่า จะเอาสีอะไร มีสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน พอจะรับโยมบางคนก็บอกว่า เอาสีเขียว ( ตามสีถุงที่ห่อหุ้มเข็มพญาแร้ง ) พ่อครูก็จะบอกว่าไม่มีสีเขียว … . มีแต่สีแดง ขาว น้ำเงิน ... จนท่านอ . ๑ สมณะบินบน ต้องประกาศว่า คงมีโยมบางคนเข้าใจผิดเหมือนอาตมาว่าให้เลือกสีตามถุงที่บรรจุ ... มีสะเก็ดข่าวอีกเล็กๆว่า ตอนที่พ่อครูแจกเหรียญพญาแร้งที่ชมร . เชียงใหม่ มีคนอินเดีย มาขอเหรียญพญาแร้งเนื่องจากฟังภาษาไทยไม่เข้าใจนัก พ่อครูถามว่าจะเอาสีอะไร ... เขาก็ตอบมาว่า ... ศีรษะอโศก ( เขาเป็นคนอินเดียไปศึกษาที่ศีรษะอโศกมา ) พ่อครูก็เลยขำ แล้วก็ให้เหรียญเขาไป … . พ่อครูเดินทางจาก บ้านพืชผัก ๑๕ . ๑๗ น . แวะเยี่ยมที่ดิน ๑๙ ไร่ ณ หมู่บ้านผาลิ้น อ . แม่แตง จ . เชียงใหม่ ที่คุณจุ้ย ( นิวัช ตันติวัฒนไพศาล ) และครอบครัวถวายต่อมูลนิธิธรรมสันติ ที่ดินนี้ คุญจุ้ยได้มอบไว้ให้มูลนิธิ ธรรมสันติไว้นานแล้ว แต่เพิ่งได้มีเวลานิมนต์พ่อครูให้แวะเยี่ยมชม เป็นที่ดินที่อยู่ติดถนนเส้นไปอ . ปาย ซึ่งอยู่ระหว่างภูผาฟ้าน้ำ กับบ้านพืชผัก คุณจุ้ยเล่าว่าแต่ก่อนรู้สึกทำใจไม่ได้ ที่เมื่อมอบให้มูลนิธิฯแล้ว ทางมูลนิธิจะเอาไปขายต่อ ซึ่งปกติแล้วทางมูลนิธิธรรมสันติ นั้นหากจะมีญาติโยมมามอบที่ดินให้ถ้ามีเงื่อนไขใดๆทางมูลนิธิจะไม่รับที่ดินมา แม้ว่ามูลนิธิจะขายก็ตาม แต่คุณจุ้ยก็ได้มอบให้มานานแล้วแต่ยังทำใจไม่ได้ แต่มาถึงปัจจุบันนี้ คุณจุ้ยบอกกับพ่อครูว่า ตนเองฟังธรรมแล้วก็คลายความยึดติด แม้มอบให้แล้วก็ยังติดว่าต้องให้ทำประโยชน์อย่างที่ตนต้องการไม่อยากให้ขายไป แต่ตอนนี้ละวางความยึดติดได้ ทางมูลนิธิจะนำไปทำอะไรก็ได้ เพราะว่าที่ดินนี้ไม่ใช่ของเรามาตั้งแต่ต้น เราถวายก็เพื่อให้ทำประโยชน์ตามควรอย่างไรก็ได้ ... นี่ก็เป็นอานุสาสนีย์ปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งของธรรมะของพระพุทธเจ้าที่พ่อครูนำมาเผยแพร่ต่อให้พวกเราได้มีดวงตาสว่างมีวิชชาขึ้นบ้าง พ่อครูมาถึงบริเวณสะพานแขวน ก่อนเข้าพุทธสถานภูผาฟ้าน้ำเวลาประมาณ ๑๖ . ๒๐ น . แล้วพ่อครูพาหมู่สมณะและญาติธรรม เดินเท้าขึ้นสู่ดอยแพงค่า พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ ซึ่งตลอดเส้นทางผ่านป่าเขา นาไร่ธรรมชาติของชาวดอยแพงค่าอันงดงามล้ำค่าเกินคำบรรยาย เดินมาถึงที่ศาลาซาวปี๋ ในเวลา ๑๖ . ๕๐ น . พ่อครูพากราบสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา จากนั้นแม่ทองธรรม เจนไชย ได้รายงานว่า ชาวเขามาช่วยเตรียมงาน ๕ วัน วันนี้ก็มาช่วยห่อข้าวต้มด้วยใบเลา พ่อครูว่า ... มันจะเป็นบ้านของเขาแล้วนะ พวกเราที่มานี่คือแขกนะ เขาก็ทำด้วยจิตใจดี ไม่เสแสร้งไม่ได้มุขไม่ได้หลอก เกิดจากจิตวิญญาณที่พอใจ สมัครใจ ยินดีของเขาเองก็ได้มิตรดี สหายดี มิตรดีคือสร้างที่จิต ระดับสหายคือร่วมประโยชน์ หากจิตใจดีก็จะร่วมประโยชน์กันดี แต่ทางโลกเขามาเพื่อต่างยึดประโยชน์ตน ถ้าเก่งก็มาร่วมประโยชน์เป็นสหายก็ร่วมประโยชน์หากจิตวิญญาณเป็นเนื้อ เดียวกันพอเป็นมิตรดี จิตก็เป็นหนึ่งเดียวกัน ก็จะเกิดสหายดี เกิดสัมปวังโก เป็นสังคมสิ่งแวดล้อมดีได้ ส . เดินดินว่า .. ดร . แสวงมาที่บ้านราชฯ เห็นพวกเราทำงานแล้วก็บอกว่า ทำงานอย่างกับมดกับปลวก ไม่มีหยุดเลย พ่อครูว่า ... ไม่มีเกี่ยงเพราะรู้ว่ากรรมเป็นอย่างไร ทำดีก็เป็นกรรมของเราเอง ทำมากก็แบ่งแจกไป ทำไปสิปัญญามันจะรู้ ทำไปสิ เมื่อยก็พัก ไม่มีปัญหา มีแต่ปัญญา ไม่ติดขัดติดข้องเลย ส . เดินดินว่า ... สูตรเคออสของ ดร . ยุค ศรีอาริยะ ก็อยู่ในนี้ก็ดูเหมือนใช้ได้ พ่อครูว่า ... ของเราไม่ได้วางระบบแต่มันเข้าระบบเองโดยไม่ต้องจัด เอาทฤษฎีใครมาคิดก็ไม่ได้ เพราะต่างจริต ต่างกิเลส ต่างปัญญา คนนี้ติดอยู่ตรงนี้ เขาไม่เพียรก็ไม่ได้ แต่คนมีบารมีก็ได้นะแม้ไม่เพียร แต่คนมีบารมีหากไม่เพียรก็ช้าหน่อย แต่คนนี้ไม่มีบารมี และไม่เพียรอีกก็ไม่ไปไหน ๑๗ . ๑๕ น . พ่อครูจบการสนทนาธรรมที่หน้าศาลาซาวปี๋ เสร็จแล้วก็เดินเท้าต่อขึ้นไปยังเขตสงฆ์ เพื่อพักที่ ตึกภูฟ้าฯ ซึ่งปีนี้นิมนต์พ่อครูพักที่ตึกนี้ เนื่องจากถ้าขึ้นไปส่วนบนของดอยแพงค่าที่เป็นกุฏิเดิมของพ่อครู อากาศชื้นเกินไปไม่เหมาะกับสุขภาพของพ่อครู นิมนต์พ่อครูพักเพื่อเตรียมทำกิจกรรมต่อในวันรุ่งขึ้น ๑๘ . ๐๐ น . ที่ลานธรรมชาติหน้าศาลาซาวปี๋ ภาคค่ำ มีกิจกรรมศิษย์เก่าเล่าความลัก เป็นรายการรำลึกชีวิตนวกะ โดยท่านอ . ๑ สมณะบินบน ถิรจิตโต สัมภาษณ์สมณะดินทอง นครวโร สมณะธรรมทาบฟ้า รวิวัณโณ และสมณะชุบดิน วิชชานันโต ที่เคยผ่านชีวิตนวกะ ว่ามีแง่คิดชีวิตดีๆจากการเป็นนวกะมาบอกญาติโยมบ้าง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ งานนี้ บุญนิยมทีวี ทุ่มเทเดินสาย ไฟเบอร์ออพติก นำสัญญาณเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร เพื่อถ่ายทอดสดตลอดงาน ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวันในการเตรียมการ วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๘ วันแรกของงานฉลองหนาว ธรรมชาติอโศก ครั้งที่ ๑๑ บนดอยแพงค่า ภูผาฟ้าน้ำ พ่อครูจำวัดที่อาคารภูฟ้า ในเขตสงฆ์ ซึ่งทางภูผาฯ จัดให้อยู่ในที่มิดชิด อุณหภูมิตอนเช้า ณ ที่จำวัดพ่อครูวัดได้ ๑๗ องศาเซลเซียส แต่ภายนอกอาคารนั้น อุณหภูมิ ๔ . ๕ องศาฯ ต่างกันมากเลย ในเวลาประมาณ ๐๗ . ๓๐ น . พ่อครูและสมณะก็ได้เดินลงมาจากเขตสงฆ์ เพื่อตั้งแถวรอออกบิณฑบาตที่หน้าศาลาซาวปี๋ โดยก่อนบิณฑบาตพ่อครูก็ได้เดินชมโรงบุญมังสวิรัตที่อยู่บริเวณป่าต้นสักข้างศาลาซาวปี๋ เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมา ต่างคนต่างมาเป็นผู้ให้ แม้แต่สส . สอ . นำโดยอาไพรเมือง ( สุรเดช ) และอาพลอยไพร ผู้เป็นคุรุนำนร . สส . สอ . มาร่วมงาน ก็เตรียมอุปกรณ์ปิ้งย่าง สำหรับทำข้าวจี่และอื่นๆมาจากสันติอโศกทีเดียว ส่วนอาหารในโรงบุญ นั้นสาธยายกันไม่หมดเลยทีเดียว ในเวลา ๐๘ . ๐๐ น . พ่อครูนำหมู่สมณะ สิกขมาตุออกบิณฑบาตที่หน้าศาลาซาวปี๋ เริ่ม ๐๘ . ๐๐ น . เดินบิณฑบาตผ่านบ้านอย่ายึด แล้วผ่านไปทางบ้านรักษ์สุขภาพ ตัดไปสู่บ้านบัวสวรรค์แล้วผ่านหลังโรงครัว กลับสู่หน้าศาลาซาวปี๋ มีญาติธรรมมารอใส่บาตรเป็นจำนวนมาก แถวยาวเหยียด เวลา ๐๘ . ๓๐ น . พ่อครูเทศนาก่อนฉัน เรื่อง ศาสนาพุทธมีคุณลักษณะเช่นนี้คือ เป็นอเทวนิยม เป็นอาริยะ เป็นโลกุตระ มีอาริยสัจ ( ไตรสิกขา ) มีสัมมาสมาธิ เป็นผล มีโพธิปักขิยธรรม ๓๗ มีสาธารณโภคี มีวิมุติ นิพพาน สุญญตาเป็นแก่นสาร มีการสิ้นภพ จบชาติ ขาดวัฏฏะสงสารอย่างยั่งยืน ถาวรนิรันดร มีปรินิพพานเป็นที่สุด ( ปริโยสาน ) ๑๐ . ๓๐ น . ภายหลังจากพ่อครูเทศนาเสร็จ ก็มีพิธีเปิดงาน โดยมีอบต . พร ใจมา มากล่าวเปิดงาน และมีชาวบ้านหลายๆหมู่บ้านมาร่วมงานนี้ด้วย จากนั้นมีการตีกลองสะบัดชัยเพื่อเปิดงานโดย นร . สัมมาสิกขา นอกจากนั้นยังมีการเปิดตลาดอาริยะขายของราคาบุญนิยม ที่หน้าโรงครัวและหน้าบ้านอย่ายึด เป็นสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น น้ำมันพืช น้ำตาล เกลือ ข้าวไร้สารพิษ เสื้อกันหนาว ฯลฯ ชาวบ้านทั้งชาวเราชาวเขา พากันมารอเข้าคิวซื้อของดีราคาถูกกันยาวเหยียด แถวยาวมาก โดยเฉพาะ ไม้กวาดและเครื่องมือทำกสิกรรม คนต่อคิวยาวมาก เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง ชาวบ้านชาวเขา และชาวเราชาวอโศก ระหว่างช่วงที่พ่อครูฉันอาหาร มีศิษย์เก่า สส . ภ . ชาย ๖ คน หญิง ๑๓ คนมากราบพ่อครู และรับโอวาทจากพ่อครู รวมถึงรับเหรียญพญาแร้ง ๘๐ ปีไม่มีแก่ พ่อครูให้โอวาทว่า ให้ทุกคนหมั่นฟังธรรม ให้มาช่วยงานผู้ใหญ่ในชุมชนบ้าง สมบัติในชุมชนก็เป็นของทุกคน ต้องช่วยกันรักษาไว้ อย่าแค่มาบ้าง แต่ให้มาบ่อยๆ ถ้ามาอยู่เลยได้ก็ดี ๑๒ . ๐๐ - ๑๖ . ๐๐ น . มีการแข่งขันกีฬาอาริยะ เก็บผักป่า และเก็บฟืน ซึ่งเป็นกีฬาที่สร้างสรร มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต รู้จักใช้เวลา ใช้แรงงานให้มีประโยชน์ดีกว่าไปวิ่งเล่นเตะบอลกันเหนื่อยเปล่า ในการเก็บฟืนก็ช่วยส่งเสริมให้เกิดความสามัคคี ฟืนที่ได้มาก็ใช้ประโยชน์ต่อในโรงครัวกลางต่อไป ชีวิตที่มีการเก็บฟืนเป็นเรื่องปกติประจำวันของชาวเขา รวมถึงชาวเราที่ใช้ชีวิตบนดอยแพงค่าแห่งนี้ด้วย ส่วนกีฬาเก็บผักป่านั้น การเก็บผักมาแต่ละทีมจะต้องบอกคุณสมบัติของพืชผักที่เก็บมาด้วย ว่ามีประโยชน์หรือโทษอย่างไร และแต่ละทีมก็ไม่ได้มุ่งเอาชนะคะคานกัน ยังถามเอาความรู้กันข้ามทีมได้ด้วย ชาวบ้านที่มาร่วมแข่งขันก็ช่วยกันบอกสรรพคุณของพืชที่เก็บมา เป็นการเรียนรู้ร่วมกันด้วย ๑๘.๐๐ น. มีการแสดงภาคค่ำ วันนี้ เริ่มต้นด้วย วงดนตรีฆราวาส มาขับกล่อมเสียงเพลง ของชาวอโศก จากนั้นจึงมีญาติธรรมมาร่วมร้องเพลง ที่เป็นเพลงแบบธรรมชาติ ตามแบบชาวอโศก เป็นบทเพลงที่บรรยายถึงความเป็นมาเป็นไปของชาวภูผาฟ้าน้ำ รำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพชน ผู้สร้างภูผาฟ้าน้ำ ซึ่งเสียงเพลงก็เป็นแบบเราๆ คือมีผิดคีย์บ้าง ถูกคีย์บ้าง ดำน้ำบ้าง ขึ้นดอยบ้างตามประสา แต่พวกเราก็ฟังกันอย่างยินดีซาบซึ้งไปด้วย พ่อครูให้ธรรมะแทรก ระหว่างการร้องเพลงว่า.... ...สิ่งที่เกิดมานี้ มีพวกเราออกมาร่วมร้องเพลงกันอย่างเป็นธรรมชาติ มันเกิดจากจิตวิญญาณที่จริงใจ ซึ่งจะผิดหรือถูกก็ดี พวกเราก็ฟังกันได้อย่างดี ถ้าทำได้ถูกต้อง ได้ดีก็ยิ่งดีแน่นอน สิ่งเหล่านี้คือเรื่องของจิตวิญญาณ เป็นเรื่องของภราดรภาพ อันมีความเป็นมิตร มีความเป็นญาติ เป็นสิ่งรวมที่จะหาอคติไม่ได้เลย ซึ่งถ้าผู้มาแสดงถูกจ้างมา แล้วมาทำอย่างนี้ ผู้ที่มานั่งดูนั่งเสพ จะคิดอย่างไร จะทำอย่างไร รับรองว่าหน้ามุ่ยหน้าบูด ดีไม่ดีจะขว้างใส่เวทีเลย นี่คือสิ่งที่ไม่เข้าใจเป็นอวิชชาที่เขาทำนะ การจะมาแสดงอะไรที่มาสันทนาการเช่นนี้มีอะไรก็แสดงรื่นเริง เชื่อมโยงให้สนุกสนาน ของโลกีย์เขาจะมีเช่นนี้ หากคนที่มานี้จ้างมา ถ้าไม่ได้ดังที่เขาคาด หากต่ำกว่าที่เขาคิด ยิ่งเขาเสียตังค์จ้างเขามาด้วยรับรองว่าโดนโห่ โดนปาเลย มันไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์เรื่องมิตรสหายเลย มันเป็นเรื่องของการได้เปรียบเสียเปรียบ หากคุณแสดงไม่ถึงค่าที่เขาตั้งใจไว้ เขาก็ว่าเขาขาดทุนเขาก็ไม่ยอม มันเป็นเรื่องตัวใครตัวมัน คนมาแสดงก็มาทำเพื่อเอาเงิน คุณฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อจะเอาเงิน กลายเป็นเรื่องหากิน เป็นการค้า ในโลกของสัตว์โลกก็หากินหาใช้ ก็เลยเป็นวิธีการของมนุษย์ที่จะมาหาเงิน คนที่ให้เขาจ้างก็คือเพื่อจะหาเงิน คนที่จ้างก็คือคนที่ถูกมอมเมาว่าต้องเสพรสที่เขาปรุงแต่งมา ซึ่งแท้จริงมันไม่ต้องมีเลยก็ได้ รสอย่างนั้น เช่นที่อย่างเราแสดงกันนี่ จะดำน้ำ ผิดคีย์บ้างถูกคีย์บ้างก็เป็นไปได้ เบิกบานได้ ไม่เห็นต้องอย่างที่เขาทำเลย เป็นเรื่องที่แสดงถึงโลกที่แตกแยกแล้ว พวกที่มาเสพนี้ก็เป็นคนกลุ่มหนึ่ง พวกที่แสดงมอมเมาเขาก็เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่ง ก็ทำไป เป็นโลกที่แตกแยกแล้ว เขาตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างขูดรีด ต่างคนต้องได้กำไร คนมาเสพก็ต้องได้เสพ คนมาแสดงก็ต้องได้กำไร เขาไม่เข้าใจว่านี่คือสังคมแตกแยก อยู่กันอย่างว่า ใครจะได้เปรียบเสียเปรียบ แล้วก็ครอบงำความคิดกันได้ แม้ว่าคนที่เขาตรึงคนได้ มีชื่อเสียงมาก หากแสดงผิดเละเทะก็ผิดค่า จะถูกถล่มมากเลย ตนเองก็ต้องรักษาค่าการแสดงไว้ให้ไว้ตลอดไม่ตก เพื่อรักษาสภาพที่ตนเองได้เปรียบ ไม่ใช่เรื่องสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอยู่ร่วมกันเลย เป็นเรื่องทีใครก็ทีใคร ใครอย่ามาเอาเปรียบฉันนะ ให้กันไม่ได้เลย นี่คือเรื่องที่อาตมาแทรกให้พวกเรารู้ธรรมะ สิ่งที่มันเกิดนี้ อย่างที่พวกเราทำนี้ เป็นเรื่องหาได้ยาก คนบางคนก็มาดูแล้วก็อาจหาว่า บ้าบอ ไม่มีค่า ของเขามันต้องสังคมขั้นสูง ต้องได้อย่างค่านิยมเขา มีศิลปินใหญ่มา ไม่ต้องอธิบายถึงพวกลามก นี่ก็อีกอย่างที่เลวร้าย ๑๘ . ๓๐ - ๒๐ . ๐๐ น . สมณะ ๕ รูป นำโดย ส . เดินดิน ติกขวีโร ประชุมคณะกรรมการจัดงานตลาดอาริยะ ที่ศาลาซาวปี๋ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๘ ๐๕ . ๐๐ - ๐๖ . ๔๕ น . มีรายการทำวัตรเช้า โดยวันนี้นอกจากสมณะสิกขมาตุ ญาติธรรมแล้ว ยังมีนร . ม . ๖ จากพุทธสถานต่างๆ มาร่วมทำวัตรเช้าและฟังธรรมด้วย ๐๗ . ๐๐ - ๐๙ . ๐๐ น . มีการฮอมแฮง ( ร่วมแรง ) กันไปทำแนวกันไฟป่าบนดอย ซึ่งกิจกรรมนี้มีมาตั้งแต่วันแรก เริ่มตั้งแต่ ๐๗ . ๐๐ น . พี่น้องญาติธรรมที่ต้องการออกกำลังกายปีนเขา ไปถางหญ้าทำแนวกันไฟป่าบนดอยแพงค่าต่างพร้อมพรึบกันอย่างยินดีเต็มใจไปเสียสละทำบุญกันแต่เช้าเลยทีเดียว ๐๘ . ๐๐ น . พ่อครูนำหมู่สมณะ สิกขมาตุ ออกบิณฑบาตรอบชุมชนในเช้าวันที่ ๒ ของงาน ญาติโยมก็มาใส่บาตรกันดูจะมากกว่าวันแรกเสียอีก ๐๙ . ๐๐ - ๑๑ . ๐๐ น . พ่อครูแสดงธรรมก่อนฉันที่ลานธรรมชาติ …บุญนิยมทีวีถ่ายทอดสดเป็นรายการวิถีอาริยธรรม มีส . เดินดิน ดำเนินรายการ ... วันนี้พ่อครูได้สาธยายถึง มนุษย์มีวรรณะ หรือ The classes ที่เป็นคนจนมหัศจรรย์ที่ทำตามแนวทางพระพุทธเจ้า และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพ่อครูนำมาเผยแพร่ขยายความพาทำจนเกิดเป็นหมู่กลุ่มของคนจนมหัศจรรย์เป็นคนมีวรรณะ The classes หลังจากพ่อครูแสดงธรรมเสร็จ นร . สส . ภ . ตีกลองสะบัดชัย อันเป็นประเพณีวัฒนธรรมโบราณล้านนาที่แสดงถึงสัญลักษณ์ให้คนเพียรเอาชนะกิเลสตัณหาอุปาทาน ได้นั่นเอง ๑๒ . ๐๐ - ๑๔ . ๐๐ น . มีการแข่งขันกีฬาอาริยะ ตำข้าว ๑๔ . ๐๐ - ๑๖ . ๐๐ น . เปิดตลาดอาริยะ วันที่สองของตลาดอาริยะก็ยังมีประชาชนมาอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงได้มาเข้าแถวรอรับคูปองซื้อของกันตั้งแต่เช้า โดยทีมงานจัดตลาดอาริยะก็ได้ทำการสำรวจความต้องการผู้บริโภคมาก่อน จึงได้จัดซื้อสินค้าที่ตรงกับความต้องการของชาวบ้านมาจำหน่ายเช่น เกลือ ๖ ถุง ทุน ๑๗ บ . ขาย ๑๐ บ . น้ำตาล ๒ กก . ทุน ๔๖ . ๘๐ บ . ขาย ๒๐ บ . น้ำมันพืช ๑ ขวด ทุน ๔๖ บ . ขาย ๓๐ บ . น้ำมันพืชแบ่งใส่ถุง ๒ ถุง ราคาทุน ๘๐ บ . ขาย ๔๐ บ . สินค้า ๔ อย่างที่นำมาจัดรวมกันเป็นชุด “ซื้อสะดวก” ราคาท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน