210628-A อนุสสติ10 ตอน1-พ่อท่าน-วัดพระแก้ว-R062.txt
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อเวลา 13:30 น วันพระแรม 8 ค่ำเดือน 7 ปีมะเมียซึ่งตรงกับวันพุธที่ 28 มิถุนายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้รับนิมนต์มาแสดงพระธรรมเทศนาณพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วเป็นครั้งที่ 5 ท่านอาจารย์โชติรักษ์รักคงแห่งพุทธสถานสันติอโศกแห่งพุทธสถานสันติอโศกร้องกลุ่มอำเภอบางกะปิกรุงเทพฯมาเป็นองค์ประธานพระธรรมเทศนาท่านอาจารย์โชเป็นเงินสำหรับบำรุงพระรามยิ่งเวลานี้วัดพระศรีรัตนศาสดารามกำลังพัฒนาบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุสำคัญสำคัญทางวัดเพราะฉะนั้นท่านจึงมีความปราบปลื้ม ขอร่วมส่วนกุศลอันมหาศาลนี้ด้วยเพราะฉะนั้นเทศน์วันนี้ขอยกเงินบูชาธรรมถวายเป็นพุทธบูชาองค์หลวงพ่อพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเป็นเงินสำหรับบำรุงพระอารามหรือจะเรียกว่าพัฒนาพระอารามก็ได้นะครับบัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้วขอประทานกราบเรียนอาราธนาพระเดชพระคุณท่านพระอาจารย์โพธิรักษ์องค์แทนพุทธสถานสันติอโศกของกลุ่ม เทพมหานครขึ้นสู่ท่านมากเพื่อแสดงพระธรรมเทศนาสืบต่อไปแสดงให้เต็มที่ครับแสดงให้เต็มที่เพราะวันนี้มีสุภาพบุรุษสุภาพสตรีที่มีความเคารพเลื่อมใสมีทั้งครูมีทั้งอาจารย์มีทั้งนิสิตนักศึกษาได้มาประชุมกันฟังธรรมในวันนี้เป็นจำนวนมากส่วนมากก็นั่งอยู่ภายนอกพระอุโบสถลมเย็นๆฟังสบายๆนะครับที่เข้ามาในพระอุโบสถนี้ก็เป็นจำนวนน้อยบัดนี้เสด็จเพื่อคุณ ท่านอาจารย์โพธิรักษ์รักคงได้ขึ้นสู่ท่านมากเพื่อแสดงพระธรรมเทศนาแล้วจึงขอกราบเรียนเชิญชวนท่านสาธุชนทั้งหลายได้โปรดพาอาราธนาศีล 8 พร้อมพร้อมกันณบัดนี้ครับเพราะวันนี้เป็นวันพระต้องอาราธนาถ้าหากว่าเป็นวันอาทิตย์ก็อาราธนาศีล 5 ขอเชิญ นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโม การเปลี่ยนแปลงคำที่เปลี่ยนเป
อ่านต่อ
็นวจีควรรู้ความหมายอันชัดเจนแล้วทำให้ตรงปากเปล่าอย่างไรใจเป็นอย่างนั้นกิริยากายวจีมโนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนะโมตัสสะหมายความว่าเราจะนอบน้อมพร้อมกายมอบกายมอบใจให้แก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธังสะระณังคัจฉามิธัมมัง กัญชามีสังฆังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังความหมายของผุสดีทำคดีสงขลาเราจะต้องเข้าใจความหมายและจะต้องรู้จักจุดที่จะจับเอาเป็นที่พึ่งที่อาศัยทุติยัมปิพุทธังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิสังฆังสะระณังคัจฉามิ พุทธังสะระณังคัจฉามิพุทธังสะระณังคัจฉามิตะติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิธัมมังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิอาเจียนมะนังนิติตังปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิเมื่อเราได้บูชาเป็นกล่าว บูชาคุณต่อพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ยึดถือแล้วเราก็จะรับศีลเอาไปพึงปฏิบัติข้อที่ 1 ได้เพลงกล่าวเป็นบาลีมานั้นเราจะศึกษาศึกษาว่าไม่มีความหมายว่าอย่างไรแล้วเราก็จะเวรมณีคือจะละเว้นออกจะหยุดขาดให้ได้ตามความหมายศีลแต่ละข้อแต่ละข้อมีความลึกซึ้งเป็นอธิษฐานอยู่ทุกๆข้อตั้งแต่ต้นหยาบๆไปจนกลางไปจนปลายข้อที่ 1 นี้ได้ยินกันมานานได้ยินกันมามากแล้วแปลเป็นตื่นว่าอย่าฆ่าสัตว์เราก็จะต้องหยุดหรือละเว้น ไม่ฆ่าสัตว์ให้ได้สูงขึ้นมาอีกเราจะต้องทำจิตให้เป็นผู้ที่มีจิตเมตตากายเราไม่ฆ่าสัตว์วจีก็ไม่พูดไม่พึงพูดให้ไปเกี่ยวข้องในการฆ่าสัตว์เย็ดก็จะต้องไม่ปรารถนาจะฆ่าไม่เกิดอารมณ์จะฆ่าจิตจะต้องมีจิตเมตตาคือรู้จักทั้งปวงต่างเกิดมาเพื่อเกื้อกูลกันไม่ใช่เพื่อที่จะทำร้ายซึ่งกันและกันจุดมุ่งหมายของศีลข้อนี้ท่านต้องการให้เราอบรมจิตให้เบาบางหรือให้เลิกจากโทรศัพท์นั่นเองปฏิญาณ มณีสิกขาปะทังสะมาทิยามินะครับตัดศีลข้อที่ 2 นี้ก็มีนัยยะที่จะให้เราศึกษาให้รู้ความหมายและให้พึงปฏิบัติละเว้นออกเช่นเดียวกันสิ่งใดที่มันเลวร้ายที่เรียกว่าโลภะศีลข้อนี้มีความหมายปราบโลภะถ้าเรามีใจโลภะอยากกล้าจนกระทั่งถึงต้องการของที่ไม่ใช่ของของเราพึงเอามาโดยทุจริตลักขโมยชอบโกงฉกชิงอะไรเข้ามาอย่างนั้นอย่างนี้เป็นบาปใหญ่บาปหนักเป็นข้อต้นเป็นเบื้องต้นที่จะต้องละเว้น หยุดขาดไม่ได้สูงขึ้นไปกว่านั้นเมื่อระวังกายไม่กระทำปากก็ไม่พึงพูดให้เกี่ยวพันไปในการที่จะไปให้เกิดการทุจริตในการจะเอาของของที่ไม่ใช่ของของเราจิตใจก็ไม่อยากได้ของที่จะไม่ใช่ของของเราต้องอ่านไปรู้ถึงจิตจริงๆแล้วพึงระงับสงบหยุดยาให้ได้นั่นเป็นการกระทำให้ลดโลภะอย่างแท้จริงใครจะได้ทุกๆขณะเป็นสติปัฏฐานมีอานิสงส์สูงมากกาเมสุมิจฉาจาราทำมาจริยาเวระมะณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ ตัดศีลข้อนี้ถ้าผู้ใดพึงจะรักษาแค่ 5 ก็รับกาเมผู้ที่จะรับถึง 8 ก็รับพระพรหมกับความหมายต้นๆหยาบๆถ้ากาเมก็หมายความถึงว่าให้ระมัดระวังในเรื่องภาพยนตร์หยาบๆแค่เรื่องผู้หญิงผู้ชายคนเดียวเมียเดียวข้าก็ทำความหมายคำว่าเลิกรักเลยไม่เกี่ยวข้องคือผู้หญิงผู้ชายเพราะเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอย่างหนักสูงขึ้นไปกว่านั้นพรหมจรรย์หมายถึงพรหมจรรย์อะไรที่ไม่ใช่พรหมจรรย์เราจะต้อง ความรู้ความหมายและเราก็จะต้องพยายามละรถออกมาให้ได้อย่างแท้จริงแต่คำว่าพรหมจรรย์มีความหมายยาวมีความหมายสูงในช่วงนี้ก็รู้แต่เพียงว่ากามารมณ์กามคุณใดๆหรือพรหมจรรย์ส่วนนอกกามราคะใดหรือล่วงพ้นไปจนกระทั่งถึงขั้นชมหรือว่าท่านคิดอัตภาพต่างๆถ้ามีกริยาใดยังไม่บริบูรณ์ยังไม่ดีไม่งามเราจะต้องปรับปรุงให้ดีให้งามเป็นที่สุดจนยอให้ทำให้หมดราคะใครจะเอาความหมายสั้นๆมุกสาววาทาเวระมะณีสิกขาปะทัง แต่ศีลข้อที่ 4 นี้ให้หมายถึงคำพูดให้ระมัดระวังปากคอถ้าเราจะพูดไปเพื่อฆ่าสัตว์เพื่อที่จะเกิดโทสะให้ระวังพูดไปเพื่อที่จะเกิดโลภะเพื่อที่จะไปอยากได้ของคนอื่นแต่ระวังพูดเพื่อที่จะเป็นไปเพื่อราคะใดๆก็ให้ระวังนั่นเรียกว่าเป็นการพูดมิจฉาพูดไม่ดีหรือพูดทุจริตพูดโกหกพูดกลับคำพูดไม่จริงมดเท็จก็ไม่ดีรายละเอียดยิ่งกว่านั้นพูดเกิดร้าวฉานต่อ เอาคำข้างนี้ไปพูดคำข้างโน้นให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันเป็นต่อเขตที่ดีพูดคำใดในคนกลุ่มใดในบุคคลผู้ใดต้องรู้จักที่หมายกว่าหยาบหรือไม่อยากพูดให้เป็นอัดเป็นธรรมอย่าเพ้อเจ้ออย่าพูดไปโดยไร้สาระไร้ประโยชน์เสียแรงเสียน้ำลายเปล่าๆไม่เอาที่เรียกว่าต้องพยายามระมัดระวังและก็พยายามที่จะกระทำไม่ได้ดีที่สุดจึงจะเกิดเป็นคนที่มีประโยชน์และเป็นคนประเสริฐสุราเมระยะมัชชะประมาทัฏฐานาเวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิ สตีมข้อนี้เป็นข้อสำคัญหมายถึงจิตหมายถึงการที่จิตของเราไปเมาหรือไปติดถ้าจิตเราเมาจิตเราติดในอะไรนั่นเรียกว่าธุระหรือเมยระยะหรือมัชชะแต่ถ้าพูดได้ผิดจะไปติดในการโหดร้ายยังทำลายฆ่าแกงเรียกว่าสุราเรียกว่าหยาบกร้านหยาบกร้านสุรานี้แปลว่าอย่างจิตของเราเป็นโรคมงคลจัดจ้านเรียกว่าสุรา สิทธิ์ของ Hyundai ยังทำให้เราพูดปลดมดเท็จนี่ก็เรียกว่าสุราจิตของผู้ใดยังเสพยังติดในอบายมุขต่ำๆหยาบๆต่างๆอยู่เรียกว่าสุราตัวละเลิกออกมาให้ได้หยุดให้ได้สุราไม่ได้แปลว่าน้ำเหล้าแปลกันผิดมานานเต็มทีแล้วด้วยว่าคนไทยไปเอาคำบาลีสุรามาตั้งแทนชื่อน้ำเล่าซึ่งภาษาไทยก็บอกอยู่ว่าน้ำเหล้าแต่จะไปเอาสุรามาตั้งก็เลยหลงกันว่าสุราแต่ว่าน้ำเหล้าเท่านั้นการปฏิบัติธรรมจึงไร้ผลไม่รู้สิ่งที่เป็นสิ่งชั่วยามต่ำที่เราไปเสพติดไปเมามาอยู่ไป จังหวัดสุราอย่างเดียวซึ่งผิดในระยะก็แปลว่าจิตยึดเมามายมัชชะต้องแปลว่าติดยึดเมามายแต่เป็นคนละระดับถ้าสุราและก็เป็นระดับหยาบระดับต้นเราจะต้องเรียนรู้ความหมายเพราะฉะนั้นระดับแรกเราก็จะต้องพยายามเลิกรักดังกล่าวมาให้ได้หยาบๆต้นๆในศีล 1234 และอบายมุขต่างๆเราจะต้องเลิกรักอย่างแท้จริงเมื่อถือศีลข้อนี้ต้องมีความรู้กำหนดหมายรู้เราจะไปเกี่ยวข้องสิ่งใดที่มันจะละเมิดมันจะไปเสพมันจะไปติดมันจะไปวุ่นวายกับสิ่งที่มันเหนือกว่าสิ่งที่มันเกินขอบเขตที่เราได้หมายความว่าจะเลิกนี้ก็จะต้องพยายามอย่าให้เป็นละเมิดอย่าให้เป็นล่วงล้ำให้ได้ สัดส่วนมีระยะสมัชชานั้นสูงขึ้นไปอีกในระยะเป็นศีล 8 นี้ก็หมายถึงในระยะหมายความว่าไปเมามายไปเสพติดสิ่งที่สูงขึ้นในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสและลาภยศสรรเสริญต่างๆเมาลากก็เป็นเรื่องราวยศก็เป็นเรื่องร้ายติดรากติดยศติดติดสรรเสริญติดรูปติดรถติดกลิ่นปิดเสียงปิดสัมผัสเราจะต้องเอาจริงเอาจังอาจจะต้องมีศีลเพิ่มมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติเพื่อให้ลดละลายคลายลงไม่ได้สูงขึ้นไปอีกศีลข้อ 5 ขยายความเป็นอธิษฐานขึ้นขั้นในระยะจึงมีความหมายสูงขึ้นกว่าเดิมเราจะ รู้อาทิตย์ศีลหรือรู้การสูงขึ้นการมีความหมายมากขึ้นของศีลไม่ใช่สักแต่ว่าถือศีลเปล่งปลั่งศีลไปโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างนั้นเรียกว่าศิลปะปรามาสธรรมแต่เพียงจารีตประเพณีเฉยๆเพลงกล่าวไปแล้วไม่ได้เรื่องได้ราวความรู้ก็ไม่เกิดการปฏิบัติก็ไม่ถูกไม่ได้ผลไร้ผลทำกี่ปีกี่ชาติตายแล้วเกิดมาทำทำแล้วตายแล้วเกิดอยู่กี่ชาติมันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเพราะฉะนั้นจะปฏิบัติต้องรู้และต้องปฏิบัติให้ตรงจึงจะมีมรรคมีผลจะไม่อธิบายมากกว่านี้จะขยายความแค่นี้มัชชะนั้นสูงขึ้นไปอีกถึงขั้นจิตในจิตเมามายคิดในจิตเมาหรืออัตภาพอัตราต่างๆซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งอุปกิเลสต่างๆมาเอาอุปกรณ์ ซึ่งมันเป็นเรื่องละเอียดก็ขอยกไว้ตัดสินต่อจากนี้ไปเป็นศีลขยายอีก 3 ข้อพิจารณาเวรมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิรับปริญญาตรีมข้อที่ 6 นี้เราจะต้องเข้มงวดกวดขันมีรูปแบบเพิ่มเป็นอีกให้กำหนดของกินของใช้วิธีการดับโภชนาเช่นเราจะต้องกินอาหารลดมื้อลงจะใช้เครื่องใช้เสื้อผ้าหน้าแพ้เครื่องประกอบอะไรต่างๆที่เป็นอุปโภคบริโภคก็จะต้องลดลงจำกัดลงมา แต่ตามสถานะผู้จะกระทำได้อย่างน้อยกินข้าว 3 มื้อก็ลดลงมา 2 มื้อบ้างมือเดียวก็ได้ถ้าใครสามารถเสื้อผ้าหน้าแพรเคยใช้ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยสวยหรูอะไรก็ลดลงมาแต่สิ่งของเครื่องใช้อะไรต่างๆที่มันมากมันมายก็ลดลงมาอะไรเป็นต้นเราจะต้องเป็นผู้ที่รู้จักมักน้อยประหยัดมัธยัสถ์ไม่พอเพิ่มไปด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอย่างนี้เรียกว่าเราพยายามรู้สึกแล้วก็เรียนรู้ถึงสิ่งที่จะเพิ่มกิเลสเพิ่มปัญหามาลาคันธะ ธารณะมัณฑนาวิภูชนะฐานะเวรมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิจะได้เรียนหนังสือข้อนี้ที่จริงรวมหมดขยายให้ละเอียดออกไปอีกชี้ให้เห็นทั้งอิริยาบถตายในวันนั้นจะชี้ให้เห็นทั้งคำพูดเลยว่าคีตะชี้ให้เห็นทั้งเสียงสำเนียงเรียกว่าอีสัตว์และบอกหมดทั้งรูปทั้งกลิ่นทั้งรสทั้งเสียงเครื่องที่จะบรรดาเอามาส่งไว้ เราจะหลงไหลไปเพ้อออกมาเป็นเครื่องตกเครื่องแต่งเครื่องประดับประดาต่างๆต้องรู้ทั้งสิ้นเราจะเป็นคนรถทำให้น้อยลงแม้แต่ท่าทางในวันนั้นจะถึงจะไปมากมายประโลมอยู่ขนาดประดิษฐ์ประดอยเป็นท่าทางฟ้อนท่าทางรำท่าทางเต๊ะท่าที่มากเกินไปยั่วยวนเป็นลมให้ไปในราคาก็ดีให้ไปในโทรศัพท์ก็ดีเราจะไม่เอาคีตะคำพูดใดที่จะอยู่อายุปลุกระดมไปให้เกิดโทสะให้เกิดราคะโลภะเราไม่เอาสำเนียงอะไรที่จะโน้มน้อมยอมใจให้เราเองมากไปด้วยราคะโทสะเราไม่เอาไม่รับและก็ พยายามจะทำออกจากตนด้วยรูปก็ดีมาลาลูกก็ดีสีก็ดีกลิ่นก็ดีเครื่องจับมาสัมผัสเราจะมาพอกมาทามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเราก็ดีเราจะเป็นอยู่เราจะทรงไว้ด้วยการระมัดระวังในการรู้อะไรที่จะมากไปเป็นฐานะแห่งการตกแต่งการประดับประดาการซื้อเราจะลดลงเราจะทำให้น้อยลงแต่ศีลข้อนี้หมายให้เกี่ยวให้คล่องทุกๆอย่างที่เราจะพึงรู้มีความรู้เท่าใดก็ทำความรู้ให้มากและพึงสังวรระวังประพฤติมีสติปัฏฐานมีสติกำหนดรู้อยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งใดมาจากเราเราจะต้องรักลดการคลาย ขุดจาจะนะมหาเสนาเวรมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิโรงเรียนนานาชาติศีลข้อสุดท้ายในศีล 8 นี้หมายถึงความใหญ่ให้ระลึกรู้เรื่องใหญ่มนุษย์หลงใหลธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความมักใหญ่เท่านั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตเขาจะมาพระพุทธเจ้าจึงตรัสดังนี้ข้อนี้ก็มีความหมายอย่างนั้นเพราะฉะนั้นตั้งแต่หยาบๆที่อธิบายกันว่าจะลงของใหญ่ตั้งแต่โต๊ะใหญ่เตียงใหญ่สั่งใหญ่ที่นอนใหญ่ที่นั่ง หมอนใหญ่บ้านใหญ่เรือนใหญ่ที่ใหญ่ของใหญ่อะไรก็ตามแต่ที่เป็นวัตถุเราจะต้องรู้ว่ามันใหญ่มันเกินการไม่เอาเราจะต้องพยายามมักน้อยทำได้วินัยใดเป็นไปเพื่อความมักน้อยทำนั้นวินัยนั้นเป็นของเราตถาคตพระพุทธเจ้าโน้มน้าวไปในทางมักน้อยแม่นมน้องไปในทางมากๆนักใหญ่ไม่เอาแล้วสิ่งใดใหญ่ตั้งแต่วัตถุเราก็จะต้องทำลงมาถ้ามันน้อยเกินไปจนกระทั่งระเบียบเกษียณเป็นการทรมานตนเราก็ต้องรู้แต่ว่าคนเรามันน้อยในโลกไม่ลงน้อยไม่เคยลงแต่ถ้าใหญ่แล้วก็ไปได้เรื่อยๆเหน็ดเหนื่อยปานใดก็ไม่รู้สึกตัวเราจะต้องพยายามรู้สึกตัวต่อความเฟ้อความใหญ่ให้ได้เสมอตั้งแต่วัตถุดังกล่าว แวะมาจนกระทั่งถึงอารมณ์มาจนกระทั่งถึงตัวตนอารมณ์มันมีมากมันมีใหญ่ต้องการมากต้องการใหญ่จะต้องลดอารมณ์ลงไปถือตัวถือตนอย่างมีมานะทิฐิก็จะต้องรู้ว่ามันเป็นไปด้วยทุกข์เป็นไปให้เกิดทุกข์เราจะต้องลดความใหญ่เหล่านั้นลงมาให้กินคนนี้เป็นศีลข้อส่งเสริมให้รู้จักมาณสังโยชน์อย่างสูงเป็นสังโยชน์ชั้นสูงเพราะเมื่อผู้ใดถือศีล 8 นี้ปฏิบัติให้ตรงปฏิบัติให้ถูกมีความรู้และปฏิบัติได้ผลก็จะถึงนิพพานแต่ทุกคนก็เป็นสมาทานเอาตามที่ตนเองปรารถนาผู้ ไม่รู้แต่วันหนึ่งคืนหนึ่งก็ตามใจผู้ใดจะตั้งจิตปรารถนาถือตลอดไปสมาทานตลอดไปก็จงสมาทานของเธอแต่ศีลทั้งหลายนี้แหละจะพาเราไปสู่ดีเจริญสีเลนะสุคะติงยันติและศีลทั้งหลายนี่แหละจะทำให้เรารวยทั้งอริยทรัพย์หรือโภคทรัพย์ต่างๆสีเลนะโภคะสัมปะทาและศีลนี่แหละจะพาเราไปถึงนิพพานสีเลนะนิพพุติงยันติเพราะฉะนั้น ศีลนี่แหละเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์หมดจดทุกส่วนตัดสมองสีลังวิโสทะเยมีปัญหาอาจจะมีก็รอพุทธิปัญญาพัดจะมีผัวยังพอมีสัมปทานที่รักที่ต้องการ สาธุอนุโมทามินะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะ สัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายแต่ว่ารักนี้อาตมาก็ได้มาพบกับญาติโยมที่อาตมาเพิ่งเคยมาในวันธรรมดาเป็นครั้งแรกก็คงจะมีหลายคนที่มาที่นี่ในวันธรรมดา วันนี้เป็นวันธรรมดาอาจจะมีผู้ใหม่ผู้ที่ไม่เคยฟังธรรมเพราะอาตมาก็ได้ก็ตั้งใจฟังดูอาจจะมาออกจะเป็นพระที่แปลกแปลกหลายอย่างก็อย่าเพิ่งไปคิดว่าสิ่งแปลกนี่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรมถ้าว่ากันจริงแล้วอานิสงส์ในการฟังธรรมนั้นผู้ใดได้รับสิ่งแปลกผู้ใดได้รับสิ่งใหม่เป็นอุทานนะสิ่งนั้นแหละเป็นอานิสงส์ถ้าเราฟังแล้วฟังเล่าก็มีแต่สิ่งต่างๆมีแต่สิ่งเฉยๆฟังแล้วก็อยู่เท่าเก่าไม่มีอะไรเรื่องปัญญาไม่มีอะไรเกิดให้เราได้ข้อคิดหรือไม่ ซึ่งเน็ตเพิ่มความรู้ขึ้นเลยอย่างนั้นฟังธรรมก็ไร้อานิสงส์ไร้ปัญญาไร้ความรู้ไม่เกินอานิสงส์ในการฟังธรรมเลยเพราะฉะนั้นถ้าผมว่าฟังแล้วมันเกิดแปลกเกิดใหม่เกิดว่าสิ่งนี้ไม่เคยได้ยินก็ได้ยินหนออย่างนี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ 1 เมื่อได้ฟังสิ่งแปลกสิ่งใหม่นั้นแล้วมันทำให้เราเองเข้าใจได้มากขึ้นฟังแล้วว่าลึกซึ้งขึ้นเข้าใจดีขึ้นอย่างนี้เรียกว่าอานิสงส์ประการที่สองสำหรับการที่ 3 ฟังเข้าไปแล้วพ้นความสงสัยได้ฟังแล้วไอ้ที่เคยสงสัยอยู่เคยเข้าใจอยู่หมดความเข้าใจหมดความ ความเห็นข้อที่ 4 ความเห็นที่เคยเห็นไปอย่างหนึ่งแต่ก่อนที่จะฟังธรรมนั้นมีความเห็นปะไปทางหนึ่งด้วยเห็นไปอย่างที่เราเคยเห็นพอฟังนี้แกเห็นแปลกเห็นใหม่แล้วก็เห็นจริงเห็นดีเห็นชัดเห็นได้อย่างแจ่มแจ้งชัดขึ้นเป็นความเห็นที่ถูกต้องแน่ใจยิ่งขึ้นกลับความเห็นเรียกว่ากลับมิจฉาทิฐิเป็นสัมมาทิฏฐิได้นี่เป็นอานิสงส์ในการฟังธรรมประการที่ 4 เมื่อเราเองฟังแล้วดูแปลกดูใหม่เข้าใจดีคลายสงสัยได้ความเห็นเกิดเป็นสัมมาทิฏฐิแจ้งชัดเราก็เกิดร่าเริงเบิกบานแจ่มใสปลื้มปิติ ในการฟังธรรมประการที่ 5 เพราะฉะนั้นในการฟังธรรมถ้าเกิดฟังธรรมที่ใดเกิดอานิสงส์ 5 ประการนี้อยู่นั่นแหละพึงรู้ตัวเถิดว่าเราฟังธรรมมีประโยชน์ฟังธรรมได้ความรักถ้าเกิดว่าฟังธรรมที่ใดมีแต่นั่งแล้วก็เฉยไปดีไม่ดีนั่งหลับไปซะเลยหรือไม่หลับก็ฟังเฉยฟังแล้วจบแล้วก็เหมือนกับเราไม่ได้ฟังเวลานั้น 30 นาทีชั่วโมงนึงผ่านไปพระประเทศไปเราก็ฟังไปผ่านไปใจไปเฉยๆเรื่อยไปเฉยๆไม่เกิดประโยชน์เรียกว่าฟังธรรมไม่มีอานิสงส์ไว้จะต้องพยายามฟังธรรมให้เกิดอานิสงส์ไม่ได้เพราะวันนี้อาตมาตั้งใจว่าจะแสดงธรรม ยกเอาอนุสติเสร็จขึ้นมาเพศสู่กันฟังบ้างอนุสติ 10 อาตมาจะกล่าวเป็นหัวข้อชื่อซะก่อนฟังหลวงพ่อชื่อไว้เป็นหมวดหมวดจะจำได้ใครเคยเล่าเรียนมาก็คงจะนึกออกถ้าใครไม่เคยเล่าเรียนมาก็เป็นเรื่องรู้กันดีอยู่หรอกไม่เคยได้ยินได้ฟังความรู้สึกผิดไม่ใช่ของไม่ใช่ของยากไม่ใช่ของที่จำไม่ค่อยได้ไม่ได้ใช้ของที่ไม่เคยผ่านหูแล้วก็ที่ 1 ถ้าเรียกว่าพุทธานุสติประจำเป็นหมู่ๆนะอาตมาจะเอาเป็นหมู่แรกพุทธานุสติ 112 ทำมานุสติ 3 สังฆานุสติพุทธ ธรรมะสังขละนี้หมู่ 1 หมู่ที่ 2 ศรีราชา 64 หาหมู่ที่ 2 นะสีลานุสติแล้วก็จาทรสติเทวดาหรือเทวดาเทวตาอนุสสติ 3 ข้อเหมือนกันรวมเป็น 6 และนี่เป็นอนุสติ 2 หมู่จะจำไม่ได้ศีลจาคะเทวดาหมู่ที่ 2 ศีลจาคะเทวดาหมู่ที่ 3 หมู่ที่ 3 มีตัวสติตัวเดียวจำไว้ 3 ตัวนี้ มีสติไม่ใช่อนุ 1 มรณสติ 2 กายคตาสติ 3 อานาปานสติจำง่ายมีหมู่ที่ 3 สติสติ 3 สติ 1 มรณะความตายกายก็ตาทำเป็นฟังง่ายๆจำง่ายๆมองด้านหน้าความตายกายก็ตามความเป็นอาณาปานะความลึกซึ้งของชีวิตมีสติจะต้องไปพยายามปฏิบัติถึงที่สุดแห่งชีวิตจำง่ายๆเป็นหมู่ที่ 3 อานาปานสติที่ 3 หมู่ส่วนอันสุดท้ายเป็นอันสรุปอุปมาอนุสสติหมายความว่าไอ้จิตสงบระงับหรือไอ้ที่เป็นนิพพานแต่อุปมาหรือสติเป็นคำเป็นอันสุดท้ายอันที่ 10 และแบ่งเป็น 3 หมู่ 5 หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 แล้วก็มีคำมีอันสุดท้ายอันนึงอันนี้เป็นอนุสติ 10 ที่เราเคยเล่าเรียนกันมาเป็นคำสั่งคำซ้อนอาตมาจะขยายความให้ฟังเอาตั้งแต่อันแรกๆพุทธานุสติอนุสติ เอาคำนี้ก่อนเดี๋ยวอนุสติหมายความว่าเราพยายามทำให้เกิดโรครู้ตามหรือว่าตามรู้รู้ตามด้วยตามรู้ขึ้นมาให้ได้พุทธานุสสติก็หมายความว่ารู้พุทธให้ได้พยายามมีความระลึกรู้พุทธคำว่าพุทธคำนี้มีความหมายลึกซึ้งแต่เป็นความหมายเป็นสมมติที่ใช้แทนคุณธรรมเป็นความหมายยอดของศาสนาเราจะต้องเข้าใจให้ได้ว่าเราระลึกถึงพุทธถ้าเราระลึกถึงพุทธได้แค่วัตถุได้แค่รูปปั้นรูปเขียนหรือได้แค่ตัวตนบุคคลเราเขา ถ้าบอกว่าพูดก็นึกถึงเจ้าชายสิทธัตถะหรือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วต่อ 2500 กว่าปีแล้วก็ระลึกถึงตัวถูกอยู่แต่ว่าเราจะไปเอาอะไรจากนั้นไม่ได้เราจะเอาตัวพระพุทธเจ้ามาไว้ที่เราก็เอาไม่ได้ยิ่งเราจะไปยึดถือรูปปั้นที่เป็นพระพุทธรูปไม่ว่าจะปั่นในโลหะดินไม้อะไรก็ตามเอามามันก็ไม่ได้อะไรไม่มีอะไรลูกเขียนก็มันก็มีแต่รูปเขียนเราจะต้องแทงลงไปให้ลึกซ้อนลงไปยิ่งกว่าระลึกถึงลูกหรือวัตถุหรือตัวตนบุคคลหรืออย่างลงไปพระพุทธท่านหมายเอาอะไรและเราจะเอา ก็คือเอาสิ่งที่เป็นนามธรรมหรือเป็นคุณธรรมเป็นนามธรรมหรือเป็นคุณธรรมมาก่อนจนมาปั้นเป็นรูปประธรรมที่ตัวเรากระทำที่ตัวเราให้ได้เรารู้ความหมายรู้ความรู้รู้ว่ารู้ว่าพุทธหมายถึงอะไรพุทธะเนี่ยคำแปลตัวพุทธก็หมายความว่าความเบิกบานแจ่มใสความรู้เป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นที่เรียกว่าพุทธะเพราะถ้าใครก็ตามคนทุกคนถ้าเป็นผู้ที่เบิกบานแจ่มใสไม่เศร้าไม่มองไม่ทุกข์ไม่สุขพ้นโศกผลผลิตเทวดาการพ้นทุกข์พ้นโทมนัสพ้นความยากบุคคลผู้นั้น ความเป็นพุทธดูได้แม้แต่ภายนอกว่าเห็นหน้าก็รู้ว่าโอ้นี่เบิกบานแจ่มใสพรุ่งนี้มีรังสีของพุทธมีคุณธรรมของพุทธถ้าเห็นแล้วว่าหน้าหงิกหน้างอหน้าเขียวเขี้ยวงอกอย่างนี้ไม่ใช่ผุดแต่ยังงี้เป็นยักษ์เป็นมารไม่ใช่พุทธพี่รู้แต่แค่รูปนอกใจที่จะระลึกตามพระก็ต้องระลึกถึงคุณธรรมอย่างนี้ลักษณะอย่างนี้ถ้าไม่ถึงลักษณะอย่างนี้แล้วก็น้อมเข้ามาหาตัวตัวเราเองในขณะนี้เราเป็นอยู่เราเป็นตุ๊ดหรือเปล่าถ้าเราหน้าเขียวหน้าแดงหน้านิ่วคิ้วขมวดหม่นหมองเขี้ยวงอกออกอย่างนี้แล้วก็ไม่ได้พูดแล้วนั่นไม่ใช่แม้แต่รูปประธรรมของพุทธ เราต้องเข้าใจนามธรรมว่าความรักความเป็นอย่างนี้ถ้าความเป็นอย่างนี้เป็นพวกเราก็ต้องระลึกรู้ว่าเราต้องเป็นอย่างพระพุทธพระพุทธพระให้เราเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเราต้องรู้และเราก็ต้องตื่นอย่าไปงมงายอย่าไปสงสัยฟังดีๆนะนี่สงสัยไหมที่อาตมาว่ามันจริงๆนะถ้าเห็นหน้ากันแล้วเขี้ยวงอกเลยหน้าเขียวหน้าแดงมันไม่ถ้าไม่น่าเบิกบานแต่โลกไม่สันติแต่ถ้าเห็นแล้วก็เบิกบานแจ่มใสอยู่อย่างงี้นี่เป็นเบื้องหลังจุดแรกเลยสูงไปกว่านั้นมีอีกในความหมายว่าพุทธที่มีความหมายว่ารู้คำว่ารู้คำนี้ไม่ใช่อื่นๆลึกซึ้งนะรู้คำนี้ยิ่งกว่าอะไร รู้ลึกรู้ซึ้งรู้เป็นวิปัสสนารู้อะไรมากมายเป็นญาณทัศนะพิเศษเป็นอะไรต่างๆนานาต้องรู้ยิ่งแต่เราจะต้องรู้ว่ากิเลสคืออะไรจิตคืออะไรและคนละที่เรียนให้ออกจากจิตอาการของกิเลสและออกจากจิตเป็นอย่างไรลูกพอได้แล้วก็เป็นพุทธทำไม่เป็นอย่างที่เป็นนั้นอย่างที่เรารู้นั้นให้ได้ที่เรียกว่าพุทธจะต้องเกิดปัญญาเรียกว่าปัญญาที่คุณหมดมีปัญญารู้ว่าจะต้องทำให้ได้อย่างนี้จนกระทั่งสะอาดบริสุทธิ์จนกระทั่งเป็นไปอย่างนี้ให้เต็มที่ถ้าเต็มที่ได้เมื่อไหร่จะเรียกว่าบริบูรณ์หรือบริสุทธิ์เรียกว่าบริสุทธิ์ที่คุณ มีพระพุทธคุณ 1 พุทธคุณ 2 เมื่อได้แล้วแล้วเราก็จะต้องเอาไปช่วยผู้อื่นให้ผู้อื่นก็ได้เป็นพุทธกับเราบ้างมีปัญญาขนาดไหนเราก็ช่วยผู้อื่นให้เขาได้รับพุทธคุณนี้อีกให้เขารู้บ้างใครเขาทำความบริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นมาเป็นฟุตบ้างเรียกว่ากรุณาธิคุณแต่เป็นการช่วยเขานี่เป็นพุทธคุณ 3 ปัญญาที่คุณบริสุทธิ์ที่คุณกรุณาธิคุณนี่เป็นพุทธคุณ 3 เพราะฉะนั้นการจะรู้พุทธตามพุทธจึงไม่ใช่ไประลึกถึงคุณเป็นแค่พระพุทธรูปหรือพระเครื่อง อย่าไประลึกอยู่แค่นั้นยังไม่ได้พระพุทธเลยจะมีพระพุทธรูปเต็มบ้านก็ยังไม่ใช่พุทธจะมีพระเครื่องเต็มตู้ก็ยังไม่ใช่พุทธจะต้องรู้ความหมายว่าพุทธนั้นจะต้องเป็นที่ตัวคนจะต้องทำที่ตัวคนจะต้องอภิเษกขึ้นที่ตัวเราให้เราเป็นพุทธเรียกว่าพุทธาภิเษกการพุทธาภิเษกอย่าไปพุทธาภิเษกแต่ติดหินดินปูนโลหะทองทำอะไรก็ตามแต่ที่ทำอยู่พุทธาภิเษกไม่ได้ทำให้อิฐหินดินปูนเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นไม่ได้เป็นผู้เบิกบานไม่ได้ไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมพูดได้ยังทำอยู่ทุกคนแต่ถ้าจะ มาเป็นตัวแทนเป็นรูปแทนเครื่องหมายแทนพระพุทธเจ้าก็ปั่นได้อาตมาเคยเทศน์ที่นี่เองพระพุทธรูปพระเครื่ององค์ใดที่หล่อขึ้นว่าเป็นเครื่องหมายแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วถ้าไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกแบบนั่งปรกแบบงงๆอะไรกันนักหนาที่บอกว่าพุทธาภิเษกแบบที่เขานั่งตกหลับตาอะไรพระทุกองค์นะเจ๊ทุกองค์ไม่ใช่พุทธเพราะว่าเป็นสายบุญหมดแล้วแต่ถ้าพระองค์ใดทำขึ้นเป็นรูปเครื่องหมายแทนพระพุทธเจ้าไม่ได้รับการปลุกเสกหรือพุทธาภิเษกแบบไสยศาสตร์พระทุกองค์เป็นพระแท้ถ้าไม่ได้รับการปลุกเสกหรือพุทธาภิเษกแบบไสยศาสตร์นั่งหลับหูหลับตาทำสายศิลป์สายทองสายทำอะไรนั่นน่ะแกทุกองค์ มันกลับกันแล้วนี่แปลกใหม่แล้วนะฟังธรรมแล้วชั้น 8 หูแล้วมันชักไม่เหมือนที่เคยได้ฟังมาแล้วไอ้ที่เคยฟังมาได้อย่างนึงอาตมาพูดซะอีกอย่างนึงอาตมาพูดไม่ใช่ว่าบังคับให้คุณเชื่อฟังดีๆเข้าใจแล้วก็พยายามทำความเข้าใจถ้ายังไม่เข้าใจทำความเข้าใจดีๆใครเข้าใจได้ก็เข้าใจใครเข้าใจไม่ได้ก็แล้วแต่อาจจะเห็นไม่ตรงอาตมาเลยก็ได้พระพุทธรูปองค์ใดไม่ได้รับพุทธาภิเษกแบบไสยศาสตร์เลยพระพุทธรูปองค์นั้นน่ะท่านขึ้นปุ๊บก็เสร็จปั๊บดีแล้วไม่เก๊แต่เข้าพิธีเมื่อไหร่เจ๊ทันทีฟังดีๆยิ่งบอกว่าปรกปลุกเสกกัน 7 เที่ยว 10 เที่ยวยิ่งเที่ยวเลยแค่ 10 เที่ยวเลยตั้งอีกทีนึงแกจะเที่ยว เที่ยวเลยเรามีเครื่องหมายเหมือนเรามีรูปพ่อรูปแม่ที่บ้านเป็นการระลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ฉันใดเรามีเครื่องหมายแทนพระพุทธเจ้ายังมีองค์พระแก้วมรกตจะใช้วัตถุยังไงก็ได้จะเอามรกตจะเอาทองคำจะเอาดินจะเอาทรายจะเอาปูนเอาหินเอาอะไรก็ได้เขียนเฉยๆไม่ต้องเอาอะไรเป็นกระดาษแล้วก็สีวาดเฉยๆก็ได้เป็นรูปพระพุทธเป็นองค์แทนสมมติวันนี้แหละเป็นองค์บรมศาสดาที่มีพระคุณเหลือล้นมีคุณธรรมเหลือแสนและคุณธรรมอะไรเราก็พยายามเอาคุณธรรมอันนั้นเมื่อเรียนรู้คุณธรรมแล้วก็มาประพฤติปฏิบัติอย่าไปอุตรดิตว่าโอ้เนื้อดี สวยสนิมเขียวสนิมแดงอาตมาก็เคยบ้ามาแล้วแต่ก่อนนี้เดี๋ยวนี้สารภาพบาปว่าเคยมิจฉาทิฐิมาเคยหลงผิดมาเล่นสนิมเขียวสนิมแดงเนื้อทองเนื้อเงินเนื้ออะไรสะสมซื้อกันเป็นเงินผ่อนเงินหมื่นเงินแสนเคยซื้อเคยเล่นมาจนเข้าใจจริงแล้วแจกทิ้งเกลี้ยงเลยอัดดินไม่เหลือเดี๋ยวนี้ไม่เหลือแล้วไม่แนะนำให้ใครเป็นหลงไม่แนะนำให้ใช้เป็นหลงวุ่นวายมากเดี๋ยวนี้กลายเป็นเรื่องเลอะเทอะเป็นไสยศาสตร์แล้วก็พาก็ขายกันอย่าไปซื้อยาไปทาอย่าไปขายขายพ่อขายแม่ขายบรมศาสดาบรมราพระพุทธบิดา ปากตายเกิดไปขายอย่างนั้นไม่ได้อย่าไปทำแต่ถ้าเผื่อว่าใครจะมีสักองค์นึงอยู่ที่บ้านก็พอแล้วล่ะไม่ได้นึกถึงองค์ท่านจะเป็นยังไงก็ได้เราไม่ได้ระลึกว่าท่านจะต้องรอฉันจะต้องงานฉันจะต้องเป็นศิลปะแบบนั้นแบบนี้ไม่จำเป็นแต่เป็นการสมมติสมมติแบบสุโขทัยสมมุติเป็นแบบอู่ทองสมมุติเป็นแบบทัศนศิลป์เป็นแบบนู้นแบบนี้รูปนั่นรูปนี่นั่นเป็นเรื่องของโลกถ้าสมมุติกันแบบ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive