210806-B อนุสสติ10 ตอน2-พ่อท่าน-วัดพระแก้ว-R063.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคมพุทธศักราช 2521 วันนี้พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้รับนิมนต์ให้มาแสดงธรรมวัดพระแก้วซึ่งเป็นการแสดงเป็นครั้งที่ 6 สำหรับการแสดงในครั้งนี้พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงเกี่ยวกับเรื่องอนุสติ 10 ซึ่งเป็นภาคที่ 2 ต่อจากคราวที่แล้วการแสดงพระธรรมเทศนาในวันนี้ในกราบเรียนพระราชาแสดงเป็นคนท่านอาจารย์ พุทธสถานสันติอโศกคลองกุ่มอำเภอบางกะปิกรุงเทพฯเป็นองค์มาประทานพระสวดธรรมเทศนาท่านอาจารย์โพธิรักษ์รักคงมีเป็นพระที่ไม่ยินดีในลาภยศสรรเสริญความสุขมาเทศน์ณพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามทุกครั้งก็ยกเงินบูชาธรรมกัณฑ์เทศน์ถวายเป็นพุทธบูชาธรรมบูชาสังฆบูชาแต่องค์หลวงพ่อพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเอก และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดรถจะดวงใจของประเทศชาติบ้านเมืองและเป็นพระที่เคร่งครัดที่สุดในพระธรรมวินัยคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารองเท้าไม่ใส่ทั้งๆที่แต่ได้เผาแผ่นหินร้อนแทบจะเป็นไปท่านก็อุตส่าห์ทนได้เดินด้วยเท้าเปล่ากราบสักการะไม่รับของใครทั้งนั้นสมมุติว่าท่านจะถวายเงินท่านสัก 1,000 บาท 10,000 บาทเดี๋ยวนี้ท่านก็ไม่รับนะครับเพราะฉะนั้นเป็นพระที่หายากในยุคนี้ในปัจจุบันนี้เป็นพระที่ไม่มีความสะสม แล้วก็บัดนี้ได้เวลาแล้วนะเดี๋ยวเขาประกาศเด็กหายสักหน่อยคือว่าชื่อนุชพ่อชื่อหงส์หรือแม่ชื่อหงส์นะครับอ่าพลัดจากมารดามานั่งร้องไห้อยู่ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้เพราะฉะนั้นขอเชิญคุณหงษ์ซึ่งเป็นมารดาของเด็กมาติดต่อรับเอาไปตอนที่จะรับเอาไปควรจะฟังเทศน์เป็นกำไรซะก่อนเรียกว่ากำไรชีวิตบัดนี้ท่านอาจารย์โพธิรักษ์อดีตโฆษกแห่งทีวีบางขุนพรหมซึ่งในสมัย จัดการมีรายได้เป็นจำนวนหมื่นๆไม่ยินดีไม่ปรารถนาปรารถนาปรารถนาปรารถนาปรารถนามรรคผลนิพพานมากกว่ามาปรารถนาความสุขในธรรมมากกว่าบัดนี้ท่านได้ขึ้นสู่ท่านมากเพื่อแสดง
อ่านต่อ
พระธรรมเทศนาแล้วจึงขอเชิญชวนท่านทั้งหลายได้โปรดอาราธนาศีล 5 พร้อมพร้อมกันณบัดนี้กลับครับอาจารย์ เมื่อทุกคนได้เป็นกล่าวขอศีลซึ่งเป็นหลักยึดของพุทธศาสนิกชนทุกคู่ก็ขอให้ถึงตั้งใจอย่างดีเพื่อเธอสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุท นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะอาณาจักรโบราณนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะพุทธังสะระณังคัจฉามิพุทธังสะระณังคัจฉามิธัมมังสะระณังคัจฉามิธัมมังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิพุทธังสะระณังคัจฉามิ ทุติยัมปิพุทธังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิสังฆังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิพุทธังสะระณังคัจฉามิพุทธังสะระณังคัจฉามิตะติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิธัมมังสะระณังคัจฉามิตะติยัมปิสังฆังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิอามะภันเต ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิปาตาเวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิการรับศีลเรารับด้วยภาษารับเป็นศิลปะปรามาสกันมานานแล้วพึงกำหนดความรู้คุณกำหนดความเข้าใจไปกับคำที่เปล่งกล่าวคำว่าปาณาติปาตานั้นหมายความว่าอย่างไรเราพูดได้ศึกษาศีลพึงรู้พึงกระทำซึ่งตรวจตนว่าเราจะทำได้แค่ไหนมีความหมายอย่างไรอาตมาเคยอธิบาย ผู้ประกอบเป็นระดับๆอยู่คราวนี้ก็จะไม่อธิบายอะไรมากก็ขอให้คุณตั้งอกตั้งใจระลึกพร้อมและให้เป็นจริงอย่าสักแต่ว่าพูดแต่ปากเปล่าๆออกไปเฉยๆอ่ะกินยาทานาเวรมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิอธิราชาเวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิกาเมสุมิจฉาจาราเวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิกาเมสุมิจฉาจาราเวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิมุสาวาทาเวระมะณี ตราประทังสะมาทิยามิมุสาวาทาเวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิสุราเมระยะมัชชะประมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิสุราเมระยะมัชชะประมาทัฏฐานาเวระมะณีสิกขาปะทังยามิศีลทั้ง 5 ข้อนี้เป็นศีลหลักใหญ่ที่เราจะพึงนำไปประพฤติจนกระทั่งถึงนิพพานได้อิมานิปัญจะสิกขาปะทานิสีเลนะสุคะติงยันติสีเลนะโภคะสัมปะทาสีเลนะนิพพุติงยันติ Smart ศรีรังวิโสทะเยกลับมาจะโลกาธิปะตีสะหัมปะติกัตอัญชะลีอันทิวอะระหังอะยาจะทาสนเทศธัมมังอนัตตานะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ ไปในวาระนี้อาตมาได้โอกาสที่ทางวัดพระแก้วนี้ได้เปิดโอกาสอีกครั้งหนึ่งให้อาตมาได้มาแสดงธรรมเทศนาต่อสาธุชนทั้งหลายอาตมาได้แสดงธรรมเมื่อคราวที่แล้วณที่นี้ถึงเรื่องพุทธานุสติธัมมานุสติสังฆานุสติไปแล้วอาตมาตั้งใจว่าจะแสดงไปเรื่อยๆถ้าคราวนี้ก็จะได้แสดงอนุสติต่อจากคราวที่แล้ว ฉันรู้สึกผิดข้อที่ 3 4 ถ้าเป็นข้อที่ 4 ไม่ใช่ข้อที่ 3 ข้อที่ 4 5 6 ตั้งใจว่าจะเอาเป็นหมวด 2 นี้สำหรับคราวนี้ก็ขอท้าวความเล็กน้อยถึงพุทธานุสติธัมมานุสสติสังขารสติถ้าเราได้แยกแยะอธิบายให้ฟังว่าพุทธที่เราจะระลึกถึงระลึกตามนั้นหมายเอาคุณธรรมหมายเอาพุทธคุณที่เป็นปัญญาที่คุณบริสุทธิคุณและกรุณาธิคุณคุณต่างๆนะถ้าพูดแต่ภาษาอย่างนี้บางคนไม่ถนัดในเรื่องของภาษาพระก็ว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย หากอาตมาก็ได้แจกแจงไปแล้วคราวที่แล้วคราวนี้ก็ขอพูดบ้างอีกเล็กน้อยปัญญาธิคุณกับหมายความว่าเราจะต้องมีปัญญาเราจะต้องนึกเห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้มีพระปัญญาธิคุณอันล้นโดยเฉพาะปัญญานั้นเป็นปัญญาที่ประหลาดไม่ใช่ปัญญาอย่างที่เราเป็นคือเป็นปัญญาที่รู้ทวนกระแสเป็นปัญญาที่รู้จักกันกับที่โลกเขารู้โลกเขาจะพยายามมีปัญญาชาญฉลาดเพื่อที่จะหาแสวงหาเอารากก็ดียศก็ดีสรรเสริญก็ดีโลก สุขหรือสิ่งที่โลกเขาเรียกว่าสุขเอามาให้แก่ตนเมื่อแสวงหาแล้วเมื่อได้มาสมใจเขาเรียกว่าเสพสมสุขอยากได้ลาภเมื่อได้ลาภสมใจก็เป็นสุขอยากได้ยศเมื่อได้ยศสมใจก็เป็นสุขอยากได้สรรเสริญไม่ได้สรรเสริญสมใจก็เป็นสุขอยากได้โลกียสุขที่เราไปติดไปยึดแล้วก็ไฟฟ้าแสวงหาจนกระทั่งได้มาเสพก็สมสุขใจก็รู้สึกว่าสุขอะอย่างนี้เป็นเรื่องของโลกิยะธรรมดาส่วนราชการมาพระพุทธเจ้านั้นมีปัญญาอีกอันนึง เป็นปัญญารู้ถึงความจริงว่าคนธรรมดาแสวงหาแบบนี้ตลอดนิรันดรใครต่อใครเกิดมาก็ทำอย่างนี้ทั้งนั้นส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเห็นกราบว่าไม่ต้องไปอยากได้สิ่งเหล่านี้สิแล้วก็มีปัญญารู้วิธีที่จะทำให้จิตที่มันเป็นกิเลสหรือเป็นความรู้สึกเดิมที่เป็นหลงต้องการลาภยศสรรเสริญสุขนั้นแล้วก็เป็นล้านล้างความรู้สึกเดิมนั้นเสียลดลงได้ท่านมีปัญญารู้แจ้งเห็นจริงอย่างนี้แล้วก็ทำการละเลิกได้มีวิธีการทำให้ตนเองปลดปล่อยหลุด จริงๆไม่หลงมันลาภยศสรรเสริญสุขได้จริงๆจิตจืดสนิท 7 หยุดได้สนิทปัญญาที่กลับกันกับโลกแล้วมันเป็นความสบายใจเป็นความสุขใจที่เบาว่างง่ายนี่เป็นเรื่องของปัญญาอีกอันนึงไม่ใช่ปัญญาอย่างลูกโลกเมื่อผู้ใดมีความเข้าใจอย่างนี้แล้วก็ทำให้จิตตัวเองล้างให้มันบริสุทธิ์ล้างให้ไม่มีกิเลสอันนี้ได้แล้วมันล้างได้จริงๆเรียกว่าความบริสุทธิ์จริงหรือเรียกว่าบริสุทธิ์ที่คุณพระพุทธเจ้ามีบริสุทธิ์ที่คุณอย่างนี้จริงมีปัญญาอย่างนี้อย่างที่กล่าวนี้เมื่อมีสิ่งสองสิ่งนี้แล้วจึงเอามาสอนผู้อื่นเรียกว่ากรุณาธิคุณ เอามาสอนให้คนอื่นรู้ตามแล้วก็มาล้างกิเลสอันนี้แหละล้างโลกิยะนี่ออกเรียกว่าโลกุตระไม่เหมือนชาวโลกไม่ต้องแสวงหาอย่างที่ชาวโลกแสวงหาได้อีกอย่างจริงท่านมีความกรุณาที่จะมาสอนคนซึ่งยากแสนยากที่จะให้ล้างให้เห็นแม้จะให้เห็นว่าการไม่ต้องไปอยากได้ลาภยศสรรเสริญสุขเนี่ยไม่ต้องไปมีเนี่ยมันสบายมาสอนคนมาแนะให้คนเกิดปัญญาเห็นตามยากแม้เห็นแล้วเข้าใจแล้วจะทำให้จิตมันจืดสนิททำให้จิตมันบริสุทธิ์มันไม่มีกิเลสต้องการอีกจริงๆก็ยากแสนยาก เบอร์แรกที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วจึงได้เปล่งอุทานก็ทำยังไงจะสอนคนได้คนจะรู้เรื่องหรือคนที่มองไปทั่วทิศทั่วทางเป็นแต่แบบลูกๆอย่างนั้นอยู่เต็มจะสอนเขาได้เลยทำให้ท้อพระทัยจะไม่สอนในตอนแรกแต่แล้วก็มีพรหมมาอาราธนาเหมือนอย่างคุณเพิ่มอาราธนาเมื่อกี้นี้พรหมมาจะโลกาอาราธนาบอกไม่ได้โรคชิบหายแน่ถ้าพระพุทธเจ้าไม่สอนคนเขาจะมาพระพุทธเจ้าจึงเกิดพระกรุณาธิคุณสอนมนุษย์โดยเกิดพระปัญญาขึ้นมาอีกอันหนึ่งว่าคนมันมีหลายหมู่หลายเหล่าผู้ที่มีปัญญามากผู้ที่สามารถเรียนรู้ได้จริงก็มีผู้ที่สอนกันมากหน่อยก็มีผู้ที่สอนไม่ได้เลยก็มีพระองค์ ทรงพระกรุณาสอนเราจึงได้รับถ่ายทอดความรู้อันนี้มาจนบัดนี้และผู้ใดฝ่ายจริงก็ได้รู้พระธรรมซึ่งเป็นพุทธธรรมอันนี้จริงส่งสาวกสมานพระพุทธเจ้าที่ได้ปฏิบัติได้เรียนรู้กระทำตามเดินตามพระยุคลบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงจึงได้สิ่งนี้จึงเป็นของยืนยันอยู่เป็นสันติโกลด์เป็นอกาลิโกแม่เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นได้มีจริงเป็นปรมังสุขังเป็นของที่ยิ่งกว่าสุขปรมังสุขังแปลว่ายิ่งกว่าสุขใครที่มีสุขแบบโลกๆได้ลาภมาแล้วก็สุขมันก็เป็นอย่างนั้นแหละแต่ส่วนอันนี้มันไม่ใช่ แต่จะไม่มีภาษาเรียกจึงเรียกว่ายิ่งกว่าสุขที่คุณเคยเป็นเคยมีนั้นผู้รู้จริงรับสัมผัสจริงได้รถเป็นวิมุติรถนั้นจริงจะรู้เองเป็นปัจจัตตังรู้เองในใจของตัวเองรับทราบเองสบายมันเบิกบานแจ่มใสมันไม่หนักหนามันไม่เป็นภาระมันไม่ต้องห่วงหามันไม่ต้องอาวรณ์อาลัยมันว่างมันอิสระมันเสรีมันปลอดโปร่งโลกเขาจะเกิดแย่งชิงเขาจะขาดแคลนเขาจะลำบากอย่างไรก็จะเป็นยังไงมันก็ไม่ได้เน็ตนานเน็ตเหนื่อยอะไรกับเขาไปเลยมีแต่จะสงสารเห็นว่าเขาทั้งหลายนี่หนอก็ยังเป็นผู้ที่มีอารมณ์อยู่อย่างนั้นแล้วก็มีจิตใจ ถูกครอบงำตามโลกิยะอย่างนั้นทำอย่างไรหนอเราจะช่วยเขาได้ก็มีแต่แค่นั้นแล้วก็พยายามขวนขวายอุตสาหะวิริยะที่จะหาวิธีสอนเขาบอกเขาชี้แจงเขาให้เขารู้ให้เขาเห็นแล้วก็ให้เขาลองมาประพฤติปฏิบัติตามใครสามารถใช้อุตสาหะวิริยะตามได้ถูกดีทำได้จริงมีปัญญาสามารถรู้ได้เร็วหรือช้าก็ตามแต่ถ้าได้รู้จริงมันก็ได้จริงเหมือนกันพระพุทธเจ้าแต่ดำเนินการพรรคกรุณาธิคุณนี้มาพุทธสาวกได้ดำเนินรอยตามแต่รับสิ่งนี้มา 2500 กว่าปีแล้วพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ยังคงอยู่ยังมีอยู่ในเมืองไทยนี่ก็ยังมีพระอริยเจ้า สามีอรหัตกับคุณมีอนาคามีคุณมีสัจธรรมมีคุณมีโสดาคุณคือคุณของอริยะ 4 ประการนี้อยู่จริงๆอันนี้คือพุทธะธัมมะสังฆะวันนี้อาตมาจะขออธิบายถึงอนุสติอีก 3 คือศรีราชาติดจาคานุสสติและเทวดาหรือเทวตานุสสตินะอีก 3 ต่อลงมาอาตมาเคยจัดหมวดอนุสติ 10 ให้ฟังแล้วว่าหมวดที่ 1 ก็ว่าไปแล้วพุทธะธัมมะสังฆหมวดที่ 2 สีลาจาคะและเทวดามีมวลละ 3 3 ทีนี้หมวดที่ 3 ก็จำหน้าอีกแหละบทที่ 3 ไม่ได้ใช้อนุสติแต่เป็นสติธรรมดาเป็นชีวะของสติมีมรณสติไม่ใช่อนุนะไม่ใช่มรณานุสตินะมรณสติกายชะตาสติไม่มีอุอุไม่ใช่พุทธานุอย่างนี้ทำมานกไม่ใช่อันนี้เป็นมรณะสติกายก็ตาสติแล้วก็เทวดาเอ้ยไม่ใช่แล้วก็อานาปานสติอานาปานสติมีแพร่หลายคนคงจะพอรู้มีอีก 3 ส่วนอันสุดท้ายนั้นเรียกว่า กว่าจะมานุสติตัวนั้นเป็นตัวตบท้ายเรียกว่าตัวสงบหรือว่าตัวนิพพานไม่ค่อยว่ากันตบท้ายวันนี้ยังไม่พูดถึงสติ 3 มรณสติกายชะตาสติกับอานาปานสติยังจะไม่พูดถึงเอาไว้โอกาสหน้าวันนี้จะขยาย 3 ซึ่งเป็นสีลานุสติจาคานุสสติเทวตานุสสติซะก่อนเรามาเริ่มต้นคำว่าศีลฤาษีเราจะระลึกตามศีลทำไมถึงว่าดีถ้าผู้ใดไม่มีศีลไม่มีหลักประพฤติไม่มีกติกาของชีวิตอยู่ในสังคมอย่างฮิปปี้ตามใจตัวเองตามใจกิเลสมันอยากเสพสุขอย่างไรมันปรารถนาอะไรตามใจชอบ ก็ว่าเรื่อยเปื่อยไปตามตัวเองปรารถนาแบบนั้นเป็นมนุษย์ตามใจกิเลสเขาหลงผิดนึกว่าเขาเป็นผู้อิสระเขาหลงว่าเขาเป็นผู้ที่มีความเสรีมีอิสระเสรีภาพปล่อยตัวไปฉันต้องการอะไรฉันมีอะไรฉันก็ว่าฉันไปแม้แต่กติกาสังคมมารยาทสังคมหนักเท่าขนาดกฎหมายของประเทศกฎหมายของสังคมเขาก็ไม่คำนึงถึงขอให้ตามใจตัวเองได้ว่าตัวเองทำอย่างนี้แหละเรียกว่าอิสระเสรีพอใจสบายใจที่เคยมีในเมืองไทยก็เคยมีอยู่เมืองนอกก็มีแล้วก็หลั่งไหลเข้ามาเมืองไทยก็มีมาแพร่ลัทธิแบบนี้แล้วก็อวดอ้างว่านี่คืออิสระเสรีภาพ สนามพระพุทธเจ้าสอนอิสระเสรีภาพสูงสุดสูงสุดเลยเป็นอิสระเสรีภาพขั้นสัมบูรณ์ท่านสมบูรณ์ให้ท่านที่เรียกว่าสุดยอดมันเป็นความอิสระที่มีปัญญาและเป็นความอิสระที่ไม่เบียดเบียนใครไม่เดือดร้อนใครไอ้ความอิสระที่หมดจิตนี่แหละหลุดพ้นจิตหลุดอะไรยึดอะไรผิด 7 จุดเป็นทาสอะไรทั้งหมดนี่เป็นของพุทธที่นี้เราจะเป็นอย่างนั้นได้เราต้องมีหลักประพฤติเรียกว่าศีลเมื่อกี้ก็กล่าวแล้วว่าสีสีเลนส์สุดกระทิงยันต์ 4 สีเรณูกับสัมปทาและสีเลนอันนี้พูดจริงยันตีหมายความว่าสีนี้แหละจะพาให้เราก้าว สูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นเจริญขึ้นเจริญขึ้นมีสมบัติขั้นอริยะสมบัติท่านโภคทรัพย์ที่เป็นอริยะและสุดท้ายก็เรียกว่าศีลนี่แหละจะพาเราไปถึงนิพพานนั่นแหละเป็นยอดเยี่ยมเพราะเราจะต้องมีศีลคนไม่มีศีลใช้ไม่ได้เห็นเนี่ยพุทธศาสนิกชนทุกคนต้องมีแต่เดี๋ยวนี้ศาสนามันอ่อนแรงสมัยพระพุทธเจ้าพระพุทธศาสนิกชนเป็นโสดาบันกันซะส่วนใหญ่เป็นโสดาบันนะโสดาบันคืออะไรโสดาบันคือผู้มีศีล 5 บริสุทธิ์โซดาปั่นโซดาปฏิญาณพระเรียกว่าองค์คุณของศีลพระองค์คุณของโสดาบันนี้คือเป็นผู้ที่มีศีล 5 บริสุทธิ์ บริสุทธิ์จริงๆบ่อยที่สุดท่านถึงจิตมีอรหันต์คือมีจิตที่บริสุทธิ์ที่คุณมีจิตที่บริสุทธิ์ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ใช่ว่ามากดฝืนข่มเอาไว้ว่าเห็นสัตว์และอยากถ้าอยากฆ่าอย่างนั้นเรียกว่ายังไม่บริสุทธิ์ไม่เจ็บแต่ถ้าจิตเป็นบริสุทธิ์ที่คุณแล้วเห็นสัตว์ก็ไม่อยากฆ่าจริงๆใจมีเมตตาใจจะช่วยเหลือแม้แต่จะเป็นสัตว์ร้ายอย่างนี้เรียกว่าบริสุทธิ์มันจะทำร้ายเราก็ไม่อยากฆ่าไม่อาฆาตอย่างนี้เรียกว่ามีเมตตาและเป็นศีลบริสุทธิ์ไม่ใช่มากดข่มขืนเอาเฉยๆกดข่มขืนนั่น เพียงศีลสมมุติผู้ที่กำลังฝึกเพียรและก็พยายามปฏิบัติเพื่อให้จิตของเราเนี่ยรถนายคลายจางอย่าไปถืออาฆาตมาดร้ายจนกระทั่งไม่ฆ่าก็ได้และจิตก็ไม่ปรารถนาจิตที่ทำร้ายเขานั้นเรียกว่าบริบูรณ์บริสุทธิ์ในสมัยเป็นสมาชิกพระพุทธเจ้ามีพระโสดาบันมากกว่ามากและสีหน้านี่เป็นของฆราวาสเป็นของพระโสดาบันพระโสดาบันเนี่ยมีเกลื่อนมีเป็นธรรมดายังทำมาหากินยังมีคู่ยังแต่งงานมีผัวมีเมียได้อย่าไปเข้าใจผิดเดี๋ยวนี้พอพูดโสดาบันแล้วนึกว่าเป็นพระอรหันต์เป็นพระโสดาบันและไม่มีโรคไม่มีโกรธไม่ใช่พระโสดาบันยังมีโลกมีโกรธอยู่พอประมาณ ตามฐานะของพระโสดาบันข้อสำคัญเราจะต้องรู้ความหมายว่าศีลนี่คืออะไรหมายความว่าอย่างไรจะทำให้คนเป็นอย่างไรถ้าศีลข้อที่ 1 คือทำให้คนมีเมตตาหยาบๆว่าอย่าฆ่าใครอย่าโหดร้ายกับใครจะเอามาผิดอย่ารุนแรงถึงขั้นฆ่าไม่เอาวางมีดวางปืนวางศาสตราอาวุธพระโสดาบันจะเป็นอย่างนั้นเราระลึกดูซิถ้าเกิดว่าเราเองเราเมื่อกี้เพลงกล่าวรับศีล 5 ไปเราได้เอาไปฝึกไปเพียรเท่าไหร่ถ้าผู้ที่เป็นพระโสดาจีนก็มีศีล 5 ตลอดเมื่อใดเมื่อใดก็สีหน้าบริบูรณ์อยู่ตลอดและเรียกว่าพระโสดาบันศีล 5 นี่เป็นของญาติโยมนะถ้าญาติโยมที่สกิทาคามีก็มีศีล 8 ฝีมือของญาติโยมนะ ไม่ใช่ของพระนะการแสดงว่าศาสนายังมีก็หมายความว่าคนยังบริสุทธิ์ในศีลเป็นบริสุทธิ์ที่คุณควรจะมีปัญญารู้ว่าศีลมีความหมายว่าอย่างไรแล้วเราทำได้ตรงกับสีนั้นหมายไหมมีพฤติกรรมอยู่ว่าเป็นคนไม่โหดร้ายทารุณไม่มีโทสะอย่างนี้เขาเรียกว่าผู้ที่ทำให้ตรงเป็นผู้ที่ไม่โลภโมโทสันไม่เอาของนี่ไม่ใช่ของของเราเราไม่รักไม่ขโมยไม่ชอบไม่โกงเป็นจริงถ้าคนเป็นอย่างนั้นจริงคนนั้นก็มีศีลจริงเรื่องกามคุณกาเมสุมิจฉาจารเอ้าไม่แรงมีแค่ผัวเดียวเมียเดียวก็แสนทุกข์แล้วรู้ก็แค่นี้ก็เหลือแล้วล่ะแค่นี้ก็พอไม่มากไม่น้อยกว่านี้ มุสาก็ไม่เอาอยู่กันอย่างสุจริตไม่พูดหลอกลวงไม่พูดโกหกไม่พูดส่อเสียดไม่พูดร้ายกาจนั่นเป็นของจริงสุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานาอันนี้สิต้องพยายามพิจารณาให้ดีเราเคยอธิบายสุราเมระยะมัชชะประมาทัฏฐานากันมาอธิบายตื้ออธิบายตื้นอธิบายกันง่ายๆบอกแต่เพียงว่าไม่เมาแต่ไม่ดื่มน้ำเมาและเป็นคำแปลที่เพี้ยนเป็นผู้ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแค่ไม่ดื่มน้ำเมาแค่นั้นมันยังไม่มีคุณความดีอะไรเท่าไหร่หรอกมันเรื่องที่ผมเหลือเกิน จะต้องไม่เสพติดสิ่งที่ไม่ควรเสพติดที่เป็นเรื่องหยาบหยาบต่ำๆสุรานี้แปลว่าอย่าต่ำแปลว่าหยาบกล้าสุราแต่ทีนี้คนไทยเราไปเอามาตั้งชื่อน้ำเหล้าซึ่งชื่อน้ำเหล้ามันภาษาไทยเราก็มีเรียกอยู่แล้วว่าน้ำเหล้าแต่ไปเอาคำว่าสุราเนี่ยเป็นภาษาโกโก้หน่อยมาเรียกน้ำเหล้าว่าสุราเลยไปแปลว่าเราไม่ดื่มน้ำเหล้าไม่ดื่มน้ำเมาเป็นศีลข้อนี้เป็นความหมายผิดเพี้ยนความจริงแล้วเป็นความเมาความหมายว่าเมาเมาเมามายแต่เมามายในสิ่งที่อยากกล้าเรียกว่าสุราถ้ามีระยะก็เมามายในสิ่งที่สูงขึ้นมากกว่านั้นอีกเมาราบเมารถเมารูปเมารถเมากลิ่นเมาเสียงอย่างนี้สูงขึ้นมากกว่าข้อที่สุราสุรานั้นเมาอบายมุข ศีลตื้นๆเช่นมาฆ่าสัตว์โหดร้ายแรงๆเมามายจนหน้ามืดตามัวฆ่าสัตว์ก็ไม่รู้ว่าเราเองทำบาปลักขโมยของเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นบาปราคะจัดจ้านแก่กล้าก็ไม่รู้ว่าเป็นบาปโกหกกูว่าอยู่มดเท็จอยู่ก็ไม่รู้ว่าเป็นบาปไอ้อย่างนี้มันเมาหนักจะต้องรู้ตัวถ้ารู้แล้วแก้เสียทำคืนเสียทำกลับเสียทำให้ตนเองไม่ไปดุเดือดอย่างนั้นไม่เป็นเลวทรามอย่างนั้นเราก็จะเป็นคนที่เจริญเรียกว่าอริยะเพราะฉะนั้นคำว่าเมาอันที่ 1 ที่หมายความขั้นต้นแค่พระโสดาบันคุณแค่โสดาคุณก็คือไม่เมาในอบายมุขการพนันอย่างนี้ยังเมามายการพนันนี้เรียกว่าสุ เมามายสิ่งเสพติดหยาบๆเป็นฝิ่นเฮโรอีนผงขาวหรือว่ายาเสพติดหยาบๆสมัยนี้มีเยอะล้วนแล้วแต่สุราทั้งนั้นอย่าไปเข้าใจว่าสุรามีแต่น้ำเหล้าขาดทุนและทำให้ศาสนาพระพุทธเจ้าแหว่งทำให้ศาสนาพระพุทธเจ้าด้วยไม่มีฤทธิ์ไม่มีประโยชน์อย่าเข้าใจผิดนะพยายามทำสัมมาทิฏฐิทำความเข้าใจให้เห็นดีแล้วเราจะเข้าใจอาตมาพยายามจะคลี่สีนี้ฟังแล้วคุณจะได้ระลึกถูกถ้าไม่งั้นคุณจะตามอย่างไรและจะระลึกถึงความหมายอย่างไรอาตมายังไม่ได้อธิบายถึงความรู้สึกผิดขณะนี้กำลังอธิบายถึงศีลและโดยเฉพาะศีลเบื้องต้นศีลของทุกๆคนพระก็ต้องมีศีล 5 พระก็ต้องเป็นโสดาบันพระก็ต้องบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ศีล 8 เหมือนกันแต่ความจริงนั้นศีล 5 นี่แค่ฆราวาสนี้ต้องเป็นแล้วพุทธบริษัทกับพระพุทธเจ้าจะได้เป็นพุทธบริษัทจริงต้องมีศีล 5 บริสุทธิ์ถ้าเรายังไม่มีศีล 5 บริสุทธิ์จริงเรายังเป็นแค่เพียงพุทธบริษัทสมมุติเรายังไม่ได้เป็นจริงเหมือนกับพระเนี่ยพระยังไม่มีองค์คุณอะไรเลยยังไม่เป็นพระอริยสัจส่วนมาบวชแล้วนะปฏิญาณตนกับญาติโยมแล้วโกนหัวรุ่งชุดยูนิฟอร์มที่เรียกว่ายูนิฟอร์มเป็นเครื่องแบบของพระแต่งแล้วแต่ว่ายังไม่มีองค์คุณเลยแม้แต่โสดาคุณยังไม่เรียกว่าพระแท้ยังเรียกว่าพระสมมุติสมมุติว่าเป็นพระเรียกว่าสมมุติติดพระหรือสมมติที่ส่งยังไม่ได้ว่าพระแท้พระแท้ก็คืออัตถะโพธิสัตว์บุคลากรสาวกสังโฆนี่ภาษา สวดอยู่ทุกวันทุกวันหมายความว่าจะต้องเป็นพระโสดาอย่างน้อยโสดาปฏิมรรคจึงจะเป็นสาวกของพระพุทธเจ้ายังไม่ได้แม้โสดาปัตติมรรคก็พักยังไม่แท้หรอกอย่างสมมุติสมมุติอยู่แค่นั้นเองยังไม่ได้นับว่าเป็นพระนะฟังดีๆยังไม่ได้อยู่ในองค์ 8 คือโสดาปฏิมรรคคือบุคคลโสดาปัตติผลบุคคลแต่คาถาธารณปริตรคนสังฆทานมีผลบุคคลที่ 4 ธนาคารมีผลบุคคลอรหัตตมรรคบุคคลอรหัตผลบุคคลอีก 48 นี่เรียกว่าอัตลักษณ์แปลว่า 8 ถ้ายังไม่อยู่ใน 8 นี้ยังให้สมมุติตัวเองยังไงให้ตายยังไงให้มีตำแหน่งยศชั้นสูงยังไงยังไม่ได้แค่ 1 ก็ยังไม่ใช่พระแต่ถ้าโยมที่บริสุทธิ์ศีล 5 โยมก็เป็นพระแล้ว ไปพักจริงๆนะแต่ถ้าโยมยังไม่ได้แม้สีหน้ายังไม่ได้เป็นพระอีกเหมือนกันคำว่าพระจะไม่ได้หมายความว่ามานุ่งจีวรมาโกนหัวยังไม่ใช่อันนี้เป็นแต่เพียงลำลองสมมุติตั้งใจเข้าไว้ที่จะมาปฏิบัติตนให้มีคุณให้มีปัญญาที่คุณบริสุทธิ์ที่คุณกรุณาธิคุณให้มีทีนี้มันยังไม่มีจริงมันก็ยังเป็นอย่างนั้นแหละสมมุติเอาไว้เลี้ยงกันไว้อย่างสมมุติเท่านั้นเองนะไม่เข้าใจอันนี้ให้ชัดก่อนเมื่อชัดแล้วทีนี้เราจะต้องทำตนให้เป็นพระสมัยพระพุทธเจ้าแล้วว่ามีผู้ที่บริสุทธิ์ศีล 5 กันมากมายเป็นพระโสดาบันกันมากมายเป็นจริงๆศีล 5 เป็นของโยมศีล 8 เป็นของโยม ศีล 8 นี่เป็นองค์คุณของพระสกิทาคามีศีล 8 เป็นองค์คุณของพระสกิทาคามีส่วนพระอนาคามีนั้นองค์คุณสูงองค์คุณเอาสังโยชน์มาวัดเลยต้องบรรลุสังโยชน์ 5 อย่างต่ำสูงขึ้นไปอีกเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดจะสูงผู้ใดจะเป็นผู้ที่บริสุทธิ์มากผู้ใดจะมีคุณธรรมสูงก็ต้องเอาศีลวัดมีศีลวัดบริสุทธิ์ไหมเราต้องระลึกทบทวนได้เทียบเคียงตัวเราเองก็เทียบเคียงได้ศีล 5 ข้อที่ 1 เราบริสุทธิ์ไหมมีบริสุทธิ์ที่คนในศีล 5 ไหมเข้าใจไหมว่าสีหน้าข้อ 1 2 3 4 5 หมายความว่าอย่างไรบ้างแล้วเราบริสุทธิ์ได้ไหมอาตมา แกว่าที่นั่งอยู่ในนี้จะมีบริสุทธิ์ศีล 5 เป็นพระโสดาอยู่ในนี้ไม่ใช่น้อยฟังดูดีๆนะอยู่ในนี้แหละเป็นพระโสดาไม่ใช่น้อยแต่ว่าตัวเองไม่รู้ท่านเรียกว่ามีเจโตวิมุติแต่ไม่มีปัญญาวิมุติหมายความว่าจิตของเราไม่ติดหรอกจิตของเราทำได้บริบูรณ์สีหน้าเนี่ยเราทำได้แต่ไม่มีปัญญารู้ว่าอ้าวก็มันได้แล้วมันดีแล้วไม่ต้องไปถูกโลกเขาหลอกนี่ให้โลกเขาหลอกอีกทำไมล่ะเรามั่นคงต่อสีหน้าที่บริสุทธิ์นี้ไปตลอดชีพเลยมันเป็นอานิสงส์ของคนมันเป็นความบริบูรณ์ของคนมันเป็นความประเสริฐของคนถ้าเราบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้อย่างนี้จิตของเราว่างเห็นอานิสงส์ที่แท้จริงว่าเออเราไม่ต้องฆ่าใครไม่ต้องไปเดือดร้อนอะไรใครศีลข้อ 1 บริบูรณ์ไม่ต้องไปอยากได้ของใครอยากมีอะไรเป็นอะไรที่ควรสร้างควรก่อสร้างขึ้น เป็นคนสร้างสรรค์ไม่ใช่งอมืองอเท้าไม่ไปอยากได้ของที่ไม่ใช่ของของเราอะไรดีคนอื่นก็มีอะไรเห็นว่ามันดีแล้วก็สร้างขึ้นสร้างอย่างนั้นไม่ได้สร้างอย่างอื่นไปแลกเปลี่ยนเอาไม่ต้องทุจริตคนผู้ใดทำได้อย่างนี้จริงมีจิตใจบริบูรณ์จริงเข้าใจด้วยปัญญาแท้ผู้นั้นก็เป็นพระโสดาพระโสดาจะต้องมีอรหันต์กับคุณอรหันต์กับคุณจะต้องมีบริบูรณ์ทั้ง 2 วิมุตคือเจโตวิมุตติปัญญาวิมุติเรียกว่าตัวภาคปฏิบัติจริงๆตลอดชีวิตไม่ละเมิดไม่ขาดสัตว์ไม่ว่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยมีสติมีสติมีสัมปชัญญะไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์ไม่เอาของเขาไม่ผัวเดียวเมียเดียวไม่เป็นจะได้นอก กายนอกใจใครไม่มุสาการโกหกจับอย่างนี้ไม่มุสาละอายต่อบาปนี้จริงๆไม่เสพติดอบายมุขการพนันไม่มีสิ่งเสพติดไม่มีหนังละครไม่ดูยิ่งหนังละครทุกวันนี้มันคือเรื่องของนรกแท้ๆใครไม่ดูคนนั้นมีบุญใครไปดูหนังในโรงหนังคนนั้นมีบาปอาตมาออกจะพูดแรงแต่อาตมาปรารถนาดีอาตมาไม่ได้โกรธกับเจ้าของโรงหนังสักโรงจะไม่โกรธแล้วก็จะรู้จักกันดีซะด้วยแต่ก่อนเคยรู้จักกันดีเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันเพราะเดินไปคนละทางซะแล้วและอาตมาก็ไม่ต้องการจะเข่นฆ่าแต่ต้องอาตมาต้องการจะให้ทุกคนสุขสบายกายไปดูหนังเป็นการ์ตูน ซึ่งมันเข้าในสายของศาสนาเป๊ะ 1 เร่งราคะจะพยายามโป๊เปลือยถ้าไม่มีกองเซ็นเซอร์ล่ะคุณเอ้ยเมืองไทยกับเมืองไทยแต่ป่านนี้หนังโป๊เต็มเรื่อง 1 เรื่องราคา 2 เร่งโทสะหนังบู๊แนวบู๊นี่คือหนังได้โทรศัพท์ไอ้บ้าระห่ำไอ้ศีลฆ่าเสือไอ้เลือดสินใจสัตว์อะไรก็ไม่รู้ชื่อเรื่องอะไรชื่อก็แย่แล้วนะ 1 เชิงหนังบู๊เรียกว่าเกาะโทสะโทรสั่งมูลจิตหนังราชาก็คือราคะโมจิก็จะเลือกใครเรื่องเกมเรื่องกรรมอะไรไม่รู้ส่วนโมโหจิตนั้นหนังบ้าๆบอๆผีมันไม่มีคำว่าผีมีผี มี 2 ลักษณะ 1 ผีแท้สองผีหลอกแล้วคนไปกลัวผีหลอกผีแท้ไม่กลัวผีแท้อยู่ที่ไหนที่แท้อยู่ที่โยมทุกคนผีหลอกอยู่ที่ไหนหลอกก็มาอยู่ป่าช้าบ้างอยู่บนต้นตะเคียนใหญ่ๆมั่งอยู่ศาลเจ้ามั่งในผีหลอกกลัวจนหัวโกนตายกันไปเยอะแล้วพวกผีหลอกบอกว่ามันติดสิงสู่อยู่ที่ป่าช้าทิ้งอยู่ต้นตะเคียนสิงสู่อยู่ที่ศาลเจ้าถึงถูกอยู่ที่มืดๆจึงถูกสิงสู่อยู่ที่ซอกนั้นซอกนี่รอกันจนกว่าจะได้ขึ้นสมองกันมากันตั้งนานแล้วใครยังกลัวอยู่ยังโง่ตายเลยกลัวอะไรไม่กลัวกลัวผีหลอกหลอกผีหลอกไม่ใช่ผีจริงนะทีอย่างนี้ไม่มีในโลกอาตมา ในป่าช้าในต้นตะเคียนในที่ลึกลับอะไรที่ไหนที่ไปหลอกกันว่ามีนะมันไม่มีใครว่ามีจงตามจับใส่เข่งมาดีๆมัดดีๆมาขายอาตมาซื้อตัวละร้านนะใครเห็นใครมีอาตมาไปนอนมาก็หลายป่าช้าเต็มทีแล้วนอนกันอยู่บนโลงเฮ้ยขึ้นมาไม่เห็นมันขึ้นมาสักทีนอนกันอยู่วันหลังลงนั่นแหละมันอยู่ป่าช้าก็ไม่เห็นมันขึ้นมามันไม่มีหรอกโยมแต่เราไม่รู้ด้วยปัญญาเราไปถูกเขาหลอกมานานแล้วหนังเนี่ยสร้างผีนั่นน่ะผี Exorcist ผีแม่นาคพระโขนงผีอะไรคนสร้างหนังนั่นคือตัวผีไอ้ที่หนังไม่ใช่ผีหรอกคนที่สร้างนั้นนั่นแหละคือคนหลอกคนไทยหลอกผู้อื่นคนนั้นคือผีฟังธรรมะให้ดีๆคนใดหลอกผู้อื่น คนนั้นคือผีอาตมาบอกแล้วเมื่อกี้ว่าผีจริงอยู่ที่ไหนผีจริงอยู่ที่เราอยู่ที่มนุษย์มนุษย์คนไหนหลอกคนอื่นมนุษย์คนนั้นคือผีหลอกจนต้องกลัวว่าอยู่ที่ป่าช้ามันมีผีจนหลงว่ามันมีจริงกับตาผ่าตามัวมีอุปทานมันไม่มีลูกก็หลอกจนกระทั่งเห็นรูปอยู่ในป่าช้าก็ได้เห็นขาวแลบลิ้นตัวสูงตัวโยกเห็นไปสารพัดเห็นเสร็จแล้วก็กลัวเกิดไข้ป่วยจิตมันเกิดโรคประสาทโรคจิตแล้วก็ตายตายกันมาแบบนี้เยอะแล้วถ้าใครถ้าใครฟังธรรมพระพุทธเจ้ารู้เข้าใจดีแล้วอย่าได้ไปกลัวอีกผีแบบนี้ใครผู้ใดไปคิดสร้างอยู่ก็คือหลอกให้คนอื่นเขา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive